เจาะทำเลซื้อคอนโดต้านเงินเฟ้อถูกเวลา ถูกทำเล รูปแบบ โครงการและราคา

ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย ณ เดือนมิถุนายน 2554 ระบุว่าภาวะอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ร้อยละ 4.19 เร่งขึ้นจากราคาในหมวดพลังงานเป็นสำคัญ ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ร้อยละ 2.48 ขณะที่ราคาที่อยู่อาศัยใหม่โดยรวมปรับขึ้นร้อยละ 3-5 ตามต้นทุนค่าก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 5-10  อันเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาเหล็ก ปูนซีเมนต์และเครื่องสุขภัณฑ์  

ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตัวเลือกที่น่าสนใจคือการซื้ออสังหาริมทรัพย์ทั้งเพื่อการอยู่อาศัยและเพื่อการลงทุน แต่จะซื้ออย่างไรให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามเงินเฟ้อนับเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) ได้ร่วมกับบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) จัดสัมมนาในหัวข้อ “เจาะทำเลซื้อคอนโดต้านเงินเฟ้อ” ซึ่งมีเนื้อหาข้อมูลอันเป็นประโยชน์สำหรับผู้บริโภคและนักลงทุนเพื่อใช้เป็นแนวทางในการพิจารณา เพราะแม้ว่าตามปกติอสังหาริมทรัพย์โดยทั่วไปจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอยู่แล้ว แต่ก็ขึ้นอยู่กับทำเล ระดับราคา และประเภทของอสังหาริมทรัพย์ด้วยเช่นกัน  

ตัวอย่างเช่น ดัชนีราคาคอนโดมีการเติบโตเฉลี่ยจากครึ่งปี 2552 ถึงครึ่งปี 2533 อยู่ที่ประมาณ 6% (เทียบกับเงินเฟ้อซึ่งอยู่ที่ระดับ 4%) แต่การเติบโตของราคาคอนโดดังกล่าวเกิดจากคอนโดที่มีราคาน้อยกว่า 50,000 บาทต่อตารางเมตรเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ขณะที่คอนโดราคามากกว่า 80,000 บาทต่อตารางเมตรมีการเพิ่มขึ้นเพียง 3% เท่านั้น ย่อมเป็นการสะท้อนว่าการจะเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อที่จะได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินเฟ้อนั้น จำเป็นจะต้องเลือกให้ถูกเวลา ถูกทำเลและถูกโครงการ ทั้งด้านราคาและประเภทของอสังหาริมทรัพย์

สำหรับทำเลที่น่าสนใจในการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อต้านเงินเฟ้อประเภทอาคารชุด (คอนโดมิเนียม)  ย่านที่มีการเปลี่ยนแปลงด้านราคามากที่สุดคือบริเวณคอนโดหลักสี่ คอนโดแจ้งวัฒนะ คอนโดดอนเมือง คอนโดรัตนาธิเบศร์ ซึ่งโดยเฉลี่ยมีการปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 22.8% จากเดิมตารางเมตรละ 45,600 บาท เป็น 56,000 บาท (เทียบจากปี 2553 ถึงครึ่งแรกปี 2554)

รองลงมาเป็นบริเวณคอนโดย่านรามคำแหง คอนโดย่านหัวหมาก คอนโดย่านแอร์พอร์ตลิงค์ โดยเฉลี่ยราคามีการปรับเพิ่มขึ้น 15.5% จากราคา 50,200 บาทต่อตารางเมตร เป็น 58,000 บาทต่อตารางเมตร และทำเลย่านถนนสุขุมวิทตอนปลายปรับเพิ่มขึ้น 7% จากเดิมราคาตารางเมตรละ 64,500 บาท เป็นตารางเมตรละ 69,000 บาท

มีตัวอย่างสำหรับการซื้อคอนโดฯ เพื่อการลงทุนในย่านรัชดาภิเษก-ลาดพร้าว ซึ่งแถวนี้มีอัตราการเปลี่ยนแปลงราคาเพิ่มขึ้นประมาณ 3% ต่อปี สมมติว่าซื้อคอนโดขนาด 35 ตารางเมตร ราคาขาย 2,430,000 บาท จะต้องจ่ายเงินลงทุนดังนี้คือ เงินดาวน์ 10% ประมาณ 243,000 บาท, ค่าส่วนกลาง 35 บาทต่อตารางเมตร, เงินกองทุนแรกเข้า (Sinking Fund) 500 บาทต่อตารางเมตร และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ (ระยะเวลา 30 ปี) 5.5% ต่อปี รวมแล้วเป็นเงินลงทุนประมาณ 261,700 บาท

หากปล่อยคอนโดให้เช่าจะได้ค่าเช่าเดือนละ 10,125 บาท (หรือประมาณ 0.5% ของราคาขาย) เมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ระดับ 2% ต่อปี อัตราเงินเฟ้อ 4% ต่อปี ถ้าปล่อยเช่าได้ 2 ปี ในปีที่ 2 จะได้เงินคืนกลับมา 233,340 บาท นั่นก็หมายความว่าเพียง 2 ปีก็ได้ผลตอบแทนเกือบคุ้มทุนแล้ว

อย่างไรก็ตามมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระมัดระวังในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ด้วย อาทิ อัตราเงินเฟ้อ, อัตราดอกเบี้ย, สภาพเศรษฐกิจและการเมือง, อัตราการเพิ่มขึ้นของราคา, สภาพคล่องและโอกาสในการปล่อยคอนโดเช่าหรือขายคอนโดต่อ และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุม เช่น การดูแลโครงการหลังการขาย นิติบุคคลบ้านจัดสรร-อาคารชุด ซึ่งจะส่งผลให้ราคาของอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นหรือลดลงในอนาคตได้ด้วยเช่นกัน

 

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง