ภาคอีสานหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยที่มีอยู่ 20 จังหวัด แต่มีขนาดพื้นที่และจำนวนประชากรรวมเกือบ 1 ใน 3 ของประเทศ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านคือลาว (สปป.ลาว), กัมพูชา และประเทศใกล้เคียง เช่น เวียดนามและจีน ซึ่งสามารถเชื่อมโยงเศรษฐกิจ การค้าและวัฒนธรรมกับประเทศเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมากในอนาคต เนื่องจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่จะทำให้มีเงินทุนหลั่งไหลเข้ามาสู่จังหวัดต่างๆ มากขึ้นยิ่งภาครัฐมีแผนลงทุนพัฒนาโครงข่ายสาธารณูปโภค ทั้งรถไฟความเร็วสูงการพัฒนาสนามบินในจังหวัดยุทธศาสตร์สำคัญการขยายถนน 4 เลนมอเตอร์เวย์เชื่อมโยงภูมิภาคและประเทศเพื่อนบ้าน เหล่านี้ล้วนส่งผลทำให้ภาคอีสานทวีความสำคัญมากขึ้น
ปัจจุบันมีทุนจากส่วนกลางเข้าไปลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ทั้งในเชิงพาณิชย์และที่อยู่อาศัยในหลายๆ จังหวัดของภาคอีสาน โดยเฉพาะศูนย์การค้า-ห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีก ห้างค้าส่งและร้านวัสดุก่อสร้างขนาดใหญ่ ทำให้ราคาที่ดินปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมีการเก็งกำไรที่ดิน โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นย่านธุรกิจสำคัญของอำเภอเมืองในหลายๆ จังหวัด
แน่นอนว่าจังหวัดที่มีการเติบโตในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่โดดเด่นของภาคอีกสานคือ “ขอนแก่น” ซึ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เฉพาะตลาดคอนโดในเขตตัวเมืองขอนแก่นได้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า ณ เดือนพฤศจิกายน 2555 มีผู้ประกอบการพัฒนาโครงการคอนโดในเขตตัวเมืองขอนแก่นจำนวน 21 ราย แบ่งเป็นผู้ประกอบการท้องถิ่น 19 ราย มีจำนวนโครงการคอนโดในเขตตัวเมืองขอนแก่นรวม 24 โครงการ และผู้ประกอบการจากส่วนกลาง(กรุงเทพฯ) 3 ราย มีจำนวนโครงการรวม 5 โครงการ ทำให้มีจำนวนอาคารรวมกัน 51 อาคาร รวมทั้งสิ้น 6,836 ยูนิต
ระดับราคาขายคอนโดในเขตตัวเมืองขอนแก่นส่วนใหญ่อยู่ที่ยูนิตละ 800,000-1,500,000 บาท ราคาคอนโดเริ่มต้นต่ำสุดยูนิตละ 690,000บาท ราคาคอนโดสูงสุดยูนิตละ 5 ล้านบาท โดยมีทำเลที่ตั้งอยู่บริเวณรอบๆ มหาวิทยาลัยขอนแก่นและถนนสายหลักในเขตเทศบาลนครขอนแก่น เป็นโครงการขนาดไม่เกิน 79 ยูนิต จำนวน 21 โครงการ และโครงการที่มีขนาดตั้งแต่ 80 ยูนิตขึ้นไปจำนวน 8 โครงการ ก่อสร้างเสร็จไปแล้ว 5 โครงการ โอนกรรมสิทธิ์แล้วประมาณ 300 ยูนิต ที่เหลือ 6,536 ยูนิตยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 1-3 ปี
เมื่อพิจารณาด้านกำลังซื้อคอนโดในต่างจังหวัดขอนแก่นนั้น พบว่ามาจาก 3 กลุ่มหลัก คือกลุ่มผู้ซื้อที่อยู่อาศัยจริงซึ่งเป็นคนในพื้นที่ ที่เปลี่ยนพฤติกรรมจากอยู่บ้านแนวราบมาเป็นแนวสูงแทน, กลุ่มคนซื้อจากจังหวัดใกล้เคียงที่เข้ามาทำงานหรือมีลูกหลานมาเรียนหนังสือ ที่ซื้อแทนการเช่าหอพักหรืออพาร์ตเมนต์ และกลุ่มนักลงทุนทั้งซื้อเพื่ออยู่จริง ลงทุน หรือเก็งกำไร ซึ่งกลุ่มนี้คาดว่าน่าจะมีอยู่ประมาณ 10-15% โดยหากเป็นการซื้อเพื่อลงทุนนั้นอาจจะเอาไว้ขายต่อหรือปล่อยเช่า ถ้าหากเป็นการเก็งกำไรกลุ่มนี้จะไม่รอโอนแต่จะขายใบจองแทน
อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคืองานก่อสร้างซึ่งอาจจะล่าช้ากว่าแผนที่วางไว้ อันเนื่องมาจากปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคก่อสร้าง นอกจากนี้ยังมีอาคารบางแห่งที่อาจต้องใช้เวลาในการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) เพิ่มเติม รวมทั้งการที่สถาบันการเงินเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ หรือปล่อยกู้ในวงเงินที่ลดลงเพราะภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว สงผลต่อกำลังซื้อ หรือมีภาระจากการผ่อนรถคันแรกทำให้กู้ซื้อบ้านได้ยากขึ้น
และแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่มีสิ่งบ่งชี้เรื่องภาวะฟองสบู่ก็ตาม แต่การเข้ามาแข่งขันของผู้ประกอบการรายใหม่กำลังซื้อจากส่วนกลางและจังหวัดใกล้เคียงและความต้องการที่ดินที่สูงขึ้นทั้งเพื่อการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย หรือเพื่อลงทุนในธุรกิจยางพาราที่กำลังเป็นที่นิยมในภาคอีสาน ปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลทำให้เกิดการเก็งกำไรและราคาที่ดินเร่งตัวสูงขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น จนอาจนำไปสู่ภาวะโอเวอร์ซัพพลายได้เช่นกัน
>>หาคอนโด ในจังหวัดขอนแก่น ที่นี่<<