รีวิวบ้าน เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง บ้านเดี่ยวหรูซีรีส์ใหม่ The Real Modern ทำเลติดรถไฟฟ้าสถานีดอนเมือง

เศรษฐสิริ คือแบรนด์บ้านเดี่ยวระดับเรือธงของแสนสิริที่ได้ผลตอบรับดีอย่างต่อเนื่องเลยนะครับ ดีไซน์บ้านเศรษฐสิริที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะมีกลิ่นอายความคลาสสิกในแบบต่างๆ แต่ปี 2026 นี้ เศรษฐสิริ พลิกโฉมการออกแบบอีกครั้งกับคอนเซปต์ The Real Modern เปิดตัวครั้งแรกในโครงการที่เรารีวิวกันวันนี้
ที่นี่คือ เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง ต่อยอดจากความสำเร็จของ เศรษฐสิริ ดอนเมือง บ้านเดี่ยวหรูในทำเลเดียวกันอย่าง Sansiri Don Mueang Community ซึ่งครั้งนั้นจะเป็นบ้านสไตล์ Georgian แต่โครงการนี้พลิกขั้วดีไซน์มาใช้แนวคิด Modernism จนเป็นบ้านเดี่ยวหรูที่ เรียบ เท่ ร่วมสมัย มองได้ไม่เบื่อในระยาว
ใครกำลังมองหาบ้านหลังใหม่บนทำเลกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ที่ใกล้ทั้งทางด่วนโทลล์เวย์ รถไฟฟ้าสายสีแดง และสนามบินดอนเมือง โดยยังเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองสะดวก เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง นับเป็นโครงการที่อยู่ใกล้ ถ.วิภาวดีรังสิต และรถไฟฟ้าสถานีดอนเมือง มากที่สุดในย่านนี้เลยทีเดียวครับ
ดีไซน์กับฟังก์ชันบ้านจะน่าสนใจอย่างไรบ้าง? สิ่งอำนวยความสะดวกและบรรยากาศโครงการจะน่าอยู่ขนาดไหน? ตามแอดมินบุ๋น #BoonWaranyu กับช่างภาพเฟิร์ส #1stPanuwit มารีวิวเจาะลึก เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง กันได้เลยครับ เราเก็บภาพบรรยากาศบ้านตัวอย่างมาให้ชมกันเต็มอิ่มถึง 2 แบบ
Fact Sheet
| ชื่อโครงการ : | เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง |
|---|---|
| บริษัท : | บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) |
| ที่ตั้งโครงการ : | ถ.เชิดวุฒากาศ แขวางดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร |
| รูปแบบโครงการ : | บ้านเดี่ยว 2 ชั้น |
| เนื้อที่โครงการ : | 41-3-35.47 ไร่ |
| จำนวนแปลงขาย : | 129 ยูนิต |
| ที่ดินเริ่มต้น : | 58.1 - 122.6 ตร.ว. |
| พื้นที่ใช้สอย : | 216 - 430 ตร.ม. |
| ราคา : | เริ่มต้น 15 - 40 ล้านบาท* (ข้อมูล ณ กันยายน 2569) |
| โทร : | 1685 |
| เว็บไซต์ : | https://www.sansiri.com/singlehouse/setthasiri-great-don-mueang |
Highlight : เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง

ก่อนเริ่มต้นรีวิวโครงการไปทีละจุด เรามา Wrap Up จุดเด่นต่างๆ ของโครงการ เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง กันนะครับ
The Real Modern เปิดตัวครั้งแรกกับบ้านเดี่ยวดีไซน์ใหม่ภายใต้แบรนด์ เศรษฐสิริ พลิกโฉมบ้านด้วยแรงบันดาลใจจากแนวคิด Modernism ที่เรียบหรู ร่วมสมัย อยู่เหนือกาลเวลา มองได้ไม่เบื่อในระยะยาวเลยครับ
ตอบโจทย์ชีวิตจริง ปรับดีไซน์ Modern จากเมืองหนาว ให้มีฟังก์ชันที่เข้ากับสภาพแวดล้อมร้อนชื้นของเมืองไทย อยู่สบายในทุกๆ วัน โดยที่ไม่ต้องห่วงเรื่อง แดด ลม ฝน และความต้องการจริงของครอบครัวยุคใหม่
ส่วนกลางครบครัน มาพร้อมอาคารคลับเฮาส์ขนาดใหญ่สไตล์ Modern ดีไซน์โดดเด่น ใกล้ชิดธรรมชาติ ล้อมรอบด้วย Lake และสวนที่กว้างขวาง รองรับหลากหลายกิจกรรมสำหรับคนทุกช่วงวัยไปจนถึงสัตว์เลี้ยง
เข้าเมืองได้สะดวก โครงการใหม่ใน Sansiri Don Mueang Community ใจกลางดอนเมืองอย่างแท้จริง มีทางเข้าอยู่ติดรถไฟฟ้าสายสีแดงสถานีดอนเมือง ตรงข้ามสนามบิน ใกล้ ถ.วิภาวดีรังสิต ขึ้นทางด่วนโทลล์เวย์ง่าย
Facility

เริ่มต้นตั้งแต่หน้าทางเข้า Sansiri Don Mueang Community กันเลยนะครับ ที่นี่คืออีกหนึ่งอาณาจักรโครงการที่อยู่อาศัยจากแสนสิริ ซึ่งกระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ไปจนถึงหัวเมืองใหญ่ตามต่างจังหวัด โดยทำเลดอนเมืองในปัจจุบันจะมีโครงการบ้านเดี่ยว เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง กับ เศรษฐสิริ ดอนเมือง และ ดีคอนโด คลาวด์ ดอนเมือง

ถนนทางเข้า Sansiri Don Mueang Community แบ่งเป็น 2 ฝั่ง แยกทางเข้าออกชัดเจน มีเกาะกลางเป็นบ่อน้ำพุ และตกแต่งสวนหย่อมรอต้อนรับอยู่ตลอด 2 ข้างทาง

ก่อนเข้าสู่โซนพักอาศัยภายใน Sansiri Don Mueang Community จะมีซุ้มประตูรักษาความปลอดภัยกั้นอยู่เป็นชั้นแรก มีประตูรั้วไฟฟ้าพร้อมเจ้าหน้าที่ รปภ. และระบบกล้อง CCTV ตลอด 24 ชม มาตรฐาน LIV-24 จากแสนสิริ ภายในโครงการจึงมีความเป็นส่วนตัวและได้ความปลอดภัยสูงครับ

ถนนภายใน Sansiri Don Mueang Community จะมี 4 ช่องจราจร แยกช่องทางฝั่งขาเข้ากับขาออกชัดเจน โดยบริเวณเกาะกลางจะปลูกต้นไม้ใหญ่ ให้บรรยากาศที่ร่มรื่นมากๆ ครับ

เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง คือโครงการแรกที่เราจะเจอเมื่อเข้ามาภายใน Sansiri Don Mueang Community โดยซุ้มประตู Main Gate มีดีไซน์ Modern ทันสมัย ใช้สีเทาตัดกับสีทองเพื่อสะท้อนความเรียบหรู

ประตูทางเข้าออกจะแยกเป็น 2 ฝั่ง Visitor และ Resident อย่างชัดเจน โดยมีป้อมรักษาความปลอดภัยอยู่ตรงกลาง พร้อมทีมเจ้าหน้าที่ รปภ. มาตรฐานแสนสิริ ดูแลความเรียบร้อยอยู่ตลอด 24 ชม. โดยทำงานร่วมกับกล้อง CCTV ทั้งจุด Main Gate และทั่วพื้นที่โครงการรวม 35 จุด ซึ่งเชื่อมต่อตรงถึงศูนย์ควบคุม LIV-24 ของแสนสิริด้วยครับ

ประตูรั้วจะเป็นระบบรางเลื่อนไฟฟ้า สำหรับลูกบ้านจะเปิดปิดให้อัตโนมัติโดยผ่านระบบ LPR การจดจำเลขทะเบียนรถ ส่วนผู้มาติดต่อจะต้องบันทึกประวัติผ่านระบบ VMS กับทาง รปภ. ก่อนจะผ่านเข้าไปในโครงการได้ ส่วนตอนออกจากโครงการก็ต้องได้รับ E-Stamp จากลูกบ้านด้วยครับ

ผ่าน Main Gate เข้ามาแล้วจะเจอกับสระน้ำพุที่ล้อมรอบคลับเฮาส์ ให้บรรยากาศที่สดชื่น ใกล้ชิดธรรมชาติกันตั้งแต่สัมผัสแรกเลยนะครับ

บ้านเดี่ยวพรีเมียมจากแสนสิริในช่วง 1 - 2 ปีที่ผ่านมา จะมี Lake จำลอง เป็นส่วนประกอบสำคัญของงาน Landscape ซึ่งส่วนตัวแล้วแอดมินบุ๋นชอบมากครับ มาใช้เวลาที่ส่วนกลางบ้านเดี่ยวแสนสิริจะได้ครบทั้งความร่มรื่นของพื้นที่สีเขียวและความสดชื่นของสายน้ำ รวมถึงความสะดวกสบายของ Facility ในคลับเฮาส์

คลับเฮาส์ก็ออกแบบมาในสไตล์ The Real Modern เช่นกันครับ เป็นอาคาร 2 ชั้นที่เห็นดีไซน์แล้วนึกถึง Art Gallery พอจัดวางอยู่ท่ามกลางธรรมชาติแล้วเกิดความลงตัวเป็นอย่างดี

คลับเฮาส์จะมีทางเข้าทั้งฝั่งด้านหน้าที่อยู่ติดสวน และฝั่งด้านหลังที่เป็นลานจอดรถ Visitor เดี๋ยวเราขึ้นไปชมกันครับว่ามี Facility อะไรให้ใช้งานบ้าง

โซนกลางแจ้งจะเป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือขนาดใหญ่ ซึ่งมีความกว้างแบบ Half Olympic ออกกำลังกายกันแบบจริงจังได้เลย เปิดรับวิวสวนส่วนกลางได้สดชื่นสบายตาพอดีด้วยครับ

รอบๆ สระจะมี Sunbed ให้นั่งพักผ่อนได้ทั้งโซนกลางแจ้งและ Semi Outdoor ใต้ชายคาของอาคารคลับเฮาส์ซึ่งจะยื่นออกมามากเป็นพิเศษ ให้ร่มเงาได้อย่างดีตลอดทั้งวันเลยครับ

ข้างๆ สระผู้ใหญ่จะมีสระว่ายน้ำเด็กแยกโซนกันชัดเจน เพิ่มความปลอดภัยให้เด็กๆ ได้อีกพอสมควรเลยครับ โดยจะมีน้ำพุช่วยเพิ่มความสดชื่นผ่านเสียงของสายน้ำที่ตกกระทบ ฟังแล้วผ่อนคลายดีนะครับ

มองจากมุมนี้ จะเห็นว่าขอบสระแทบจะเบลอเป็นเนื้อเดียวกับสระ Lake ที่อยู่ล้อมรอบเลยนะครับ เชื่อมโยงธรรมชาติกับอาคารให้อยู่รวมกันได้กลมกลื่นเป็นอย่างดี

ข้างๆ สระว่ายน้ำยังมีโซน Sunken ให้ลงมานั่งพักรับลมชมวิว Lake และสวนส่วนกลางแบบชิลล์ๆ เหมาะกับการมานั่งเล่นทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็นที่แดดเริ่มร่มแล้วครับ

กลางอาคารคลับเฮาส์ออกแบบเป็น Semi Outdoor เพื่อเชื่อมโยงกับธรรมชาติทั้ง Outside in และ Inside Out เปิดรับลมเย็นสบายตลอดทั้งวันโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศ มาพร้อมกับคอร์ตยาร์ดและบันไดวนที่เป็นเหมือนพระเอกของงานดีไซน์อาคารนี้เลย

ไม่ว่าเราจะยืนอยู่มุมไหนในคลับเฮาส์ ก็สามารถมองเห็นวิวพื้นที่สีเขียวได้อย่างสดชื่นสบายตา จัดเป็นอีกจุดที่ทำถึงเลยครับสำหรับคอนเซปต์ The Real Modern ของโครงการ เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง

ทางเข้าฝั่งด้านหลังคลับเฮาส์จะมีทางลาดสำหรับผู้ใช้งานรถเข็นวีลแชร์และรถเข็นเด็ก เป็นอีกจุดที่โครงการใส่ใจใน Universal Design เพื่อให้ลูกบ้านทุกคนสามารถเข้าถึง Facility ได้โดยสะดวกครับ

นอกจากโซน Semi Outdoor ในคลับเฮาส์ก็ยังมีห้องต่างๆ รองรับการใช้งานอยู่เช่นกันครับ โดยชั้น 1 จะมี Lobby ที่ให้ฟังก์ชันเป็น Co-Living Space ได้เลยทีเดียว ซึ่งเข้าประตูห้องมาจะเจอกับโต๊ะหินอ่อนขนาด 6 ที่นั่ง ใช้ทำงาน ประชุม หรือนัดพบ Visitor มาทำธุระกันตรงนี้ได้เลย

ถัดออกมาด้านหน้าจะเป็นโซนนั่งเล่นพักผ่อนซึ่งมีโซฟาตัวใหญ่ หันออกไปรับวิว Lake ที่ล้อมอยู่รอบๆ คลับเฮาส์ครับ

Lobby โซนด้านหน้าจะติดหน้าต่างกระจกบานใหญ่ถึง 3 ทิศทาง บรรยากาศจึงเหมือนถูกล้อมด้วยวิว Lake และสระว่ายน้ำ ที่สำคัญยังมีเพดานสูงแบบ Double Volume ทะลุถึงชั้น 2 ยิ่งเพิ่มความปลอดโปร่งให้ Lobby โดดเด่นขึ้นไปอีกครับ

เราพาขึ้นบันไดวนไปชมบรรยากาศชั้น 2 กันต่อนะครับ ดีไซน์ของบันไดดูสวยด้วยฟอร์มโค้งที่ปราณีต และขั้นบันไดที่ปูด้วยหินขัดโชว์ลายดิบเท่

มองจากช่องเปิด Void ของชั้น 2 ลงมาที่ชั้น 1 ยังเห็นสวนหินที่คอร์ตยาร์ดตรงกลางอาคารคลับเฮาส์ได้ด้วยนะครับ

ชั้น 2 ยังมีห้อง Co-Living Space ผนังกระจกล้อมรอบ เชื่อมต่อกับโถง Double Volume ของ Lobby ชั้นล่างได้ด้วยครับ สามารถมองทะลุออกไปเห็นวิวพื้นที่สีเขียวรอบๆ อาคารได้เลย

Co-Living Space จะมีโต๊ะขนาด 8 ที่นั่ง ให้ใช้เป็นห้องประชุม นั่งทำงาน นัดพบ Visitor จากภายนอก หรือรวมกลุ่มเรียนกับติวเตอร์ส่วนตัวกันก็ได้นะครับ

อีกฝั่งของชั้น 2 คือห้องฟิตเนสขนาดใหญ่ที่มาพร้อมกับเครื่องเล่นออกกำลังกายครบครันทั้งแบบ Cardio และ Weight Training ในบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง เปิดรับวิวสระว่ายน้ำและพื้นที่สีเขียวได้อย่างสดชื่น

ฟิตเนสที่นี่จัดลู่วิ่งออกกำลังกายให้มาถึง 4 ตัวเลยครับ โดยจะหันออกไปที่โถงบันไดวนตรงกลางของคลับเฮาส์ มองแล้วรู้สึกปลอดโปร่งเลยทีเดียว

เครื่องเล่น Weight Training และดัมเบล มีให้เลือกใช้งานกันอย่างครบครัน ออกกำลังกายแบบจริงจังได้เลยนะครับ

ภาพรวมของห้องฟิตเนสดูกว้างขวางเลยครับ โดยฝั่งด้านหลังจะมีช่องเปิดที่มองออกไปเห็นรถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีดอนเมือง เป็นวิวที่ถ้าไม่บอกว่าอยู่บ้านเดี่ยว อาจเข้าใจว่าอยู่คอนโดได้เลยครับ

มาชมความร่มรื่นของสวนส่วนกลางกันบ้างนะครับ Main Park ของ เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง มีพื้นที่ใหญ่มากกว่า 2 ไร่ เป็นสนามหญ้ากว้างๆ ที่ล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ตลอด 2 ฝั่งเลยครับ

มุมแรกเราพามาดูสนามเด็กเล่นกันก่อนเลย โดดเด่นสะดุดตาด้วยเครื่องบินจิ๋วซึ่งเป็นเหมือน Landmark ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของทำเลดอนเมืองซึ่งเป็นที่ตั้งของสนามบิน

สนามเด็กเล่นมีทั้งไม้ลื่น เครื่องเล่นปีนป่าย และม้าโยกแบบสปริง ให้ลูกบ้านรุ่นเล็กได้มาสนุกกันครับ โดยแม่ๆ ยังอุ่นใจได้ว่าเด็กๆ จะล้มแล้วไม่เจ็บ เพราะพื้นสนามจะปูด้วยเม็ดยาง EPDM นุ่มๆ ที่ช่วยดูดซับแรงกระแทกได้ดี

ในสวนยังมีโซน Pet Park ด้วยนะครับ ล้อมรั้วรอบขอบชิดประตู 2 ชั้น ไว้อย่างเป็นสัดส่วนเลย โดยด้านหน้าจะมีจุดบริการถุงขยะกับที่ทิ้งขยะมูลฝอยจากน้องๆ อย่างถูกสุขอนามัยด้วยครับ

เข้ามาภายใน Pet Park จะมีเครื่องเล่นให้น้องสุนัขพันธุ์เล็กได้ฝึกทักษะและปลดปล่อยพลังกันอย่างเต็มที่เลยครับ

ถัดจากสนามเด็กเล่นและ Pet Park ลึกเข้าไปใน Main Park จะมี Pavilion ดีไซน์สวย ให้มานั่งพักรับลมชมวิวสวนรอบทิศทางได้ตลอดทั้งวัน

Pavilion มีหลังคาบังแดด และติดพัดลมเพดานมาด้วยครับ มานั่งเล่นได้ทุกช่วงเวลา ไม่ต้องกลัวร้อนกันเลยนะครับ

โซนท้ายสวน Main Park จะมีแปลงผักสวนครัว Sansiri Backyard ที่โครงการนี้ จัดเต็มผักต่างๆ มาให้มากเป็นพิเศษ รวมถึงทำซุ้มเหล็กให้ปลูกเถาไม้เลื้อยอย่างตำลึงเพิ่มเติมได้ด้วยนะครับ

มีแปลงผักแล้ว ก็ต้องมีที่ล้างผักด้วยครับ คุณพ่อบ้านแม่บ้าน แวะมาเก็บผัก แล้วพักพบปะพูดคุยกันตรงนี้ เสริมความเป็น Community ให้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันได้ด้วยนะครับ

จากที่แอดมินบุ๋นมีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมโครงการของแสนสิริอยู่บ่อยๆ วันนี้ยอมรอบเลยครับว่าทาง เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง ปลูกผักสวนครัวให้ลูกบ้านแบบจัดเต็มจริงๆ ครับ

ใบกะเพราะหรือพริกขี้หนูธรรมดาไปเลยครับ ที่นี่เค้าปลูกบล็อคโคลี่กันเลยทีเดียว และแน่นอนว่าทั้งหมดเป็นผักปลอดสารเคมี ลูกบ้านมาเด็ดไปทำอาหารทานได้อย่างปลอดภัยแน่นอน

ความกว้างของถนนเมนในโครงการจะอยู่ที่ 12 ม. ส่วนถนนซอยหน้าบ้านจะกว้างถึง 9 ม. สามารถถอยรถเข้าออกจากรั้วบ้านได้สบายๆ ครับ ในส่วนของรั้วรอบๆ โครงการก็เป็นรั้วทึบที่มีความสูงถึง 2.90 ม. อุ่นใจเรื่องความปลอดภัยและเป็นส่วนตัวได้เลย
โดยค่าส่วนกลางของ เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง ในเบื้องต้นจะจัดเก็บอยู่ที่ 36 บาท/ตร.ว./เดือน
(*อาจปรับเปลี่ยนได้ในอนาคต หลังการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านและการลงมติประชุมสมาชิกหมู่บ้าน)
Design & Function

ย้อนกลับไป Main Gate จะเห็นว่ามีการเล่นกับรูปทรงโค้งและความสมมาตร ซึ่งมาจากคอนเซปต์ Serenity Gateway หน้าด่านแรกก่อนที่เราจะเข้าไปพบกับความสงบและผ่อนคลายอย่างมีระดับ โดยลอนโค้งที่มีจังหวะสมมาตร เป็นเหมือนตัวกลางที่เชื่อมสถาปัตยกรรม Modern ให้อยู่กับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืนนั่นเองครับ

ส่วนดีไซน์ของอาคารคลับเฮาส์ จะมาในคอนเซปต์ Modern Prestige ออกแบบด้วยเส้นสายที่เรียบง่าย แต่ดูทันสมัย และให้ความเรียบหรูด้วยการก่อสร้างที่เป็นงานฝีมือปราณีต รวมถึงใช้วัสดุอย่างเหล็กและกระจกที่มีคุณภาพสูง จัดวางลงบน Landscape ที่ล้อมด้วยสายน้ำและพื้นที่สีเขียว จนเกิดความลงตัวระหว่างสถาปัตยกรรม Modern และธรรมชาติ

มาถึงดีไซน์ของตัวบ้านกันบ้างนะครับ นี่คือบ้านเดี่ยวซีรีส์ใหม่ล่าสุดที่ออกแบบด้วยคอนเซปต์ The Real Modern พลิกโฉมภาพจำของบ้านแบรนด์เศรษฐสิริในยุคหลังที่จะเน้นกลิ่นอายความคลาสสิกในยุคต่างๆ ให้กลายเป็นบ้านที่มีแนวคิด Modernism ลดทอนองค์ประกอบหรูหราแบบเดิมให้เหลือเพียงความเรียบง่าย ‘น้อยแต่มาก’ Timeless เหนือกาลเวลา ยืนยันได้จากอาคารยุค Modern ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 จำนวนมาก ที่ยังคงยืนหยัดได้อย่างร่วมสมัยในปัจจุบัน
ในภาพนี้คือบ้านเดี่ยวไซซ์ใหญ่ที่สุดของโครงการ แบบบ้าน Onyx พื้นที่ใช้สอย 430 ตร.ม. บนแปลงที่ดินเริ่มต้น 96 ตร.ว. มาพร้อมกับฟังก์ชัน 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องแม่บ้าน 4 ที่จอดรถ ปัจจุบันใช้งานแบบ Hybrid เป็นทั้ง Sale Gallery และบ้านตัวอย่างครับ

แบบบ้านต่อมาคือ Aether พื้นที่ใช้สอย 320 ตร.ม. บนแปลงที่ดินเริ่มต้น 75 ตร.ว. มาพร้อมกับฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องแม่บ้าน 3 ที่จอดรถ เป็นบ้านตัวอย่างหลังแรกที่เราจะพาเข้าไปรีวิวกันครับ

อีกแบบคือ Terra พื้นที่ใช้สอย 262 ตร.ม. บนแปลงที่ดินเริ่มต้น 60 ตร.ว. มาพร้อมกับฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องแม่บ้าน 3 ที่จอดรถ เป็นบ้านตัวอย่างอีกแบบที่เราจะพาไปรีวิวฟังก์ชันแบบจัดเต็มเช่นกันครับ

แบบบ้านไซซ์เริ่มต้นของโครงการคือ Solis พื้นที่ใช้สอย 216 ตร.ม. บนแปลงที่ดินเริ่มต้น 54.75 ตร.ว. มาพร้อมกับฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 2 ที่จอดรถ ปัจจุบันแบบบ้านนี้ยังไม่มีบ้านตัวอย่างให้เข้าชมนะครับ แต่เราสามารถชมบ้านมาตรฐานให้เห็นถึงคุณภาพบ้านที่แสนสิริส่งมอบให้ลูกค้ากันได้
บ้านทุกหลังใน เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง สร้างด้วยระบบ Precast ผนังคอนกรีตเสริมเหล็กจากโรงงานมาตรฐานสากลของแสนสิริ ประกอบสร้างโดยทีมวิศวกรผู้ชำนาญการ มั่นใจเรื่องความแข็งแรงทนทานได้ในระยะยาวเลยครับ

โทนสีภายนอกบ้านจะมีให้เลือก 2 แบบครับ ชอบความเท่แบบเข้มๆ ให้เลือก Dark Tone ผนังหินสีเทาเข้ม กับประตูสีดำเข้าชุดกัน ส่วนถ้าชอบโทนสว่างอบอุ่น จะมี Bright Tone ผนังหินสีเทาอ่อน เข้าชุดกับบานประตูลายไม้ ซึ่งทั้ง 2 สี จะเป็นประตูอลูมิเนียมคุณภาพสูงของ Tostem แบรนด์พรีเมียมจากประเทศญี่ปุ่น

ไฮไลต์ด้านงานดีไซน์ของบ้านเดี่ยวซีรีส์ The Real Modern นอกจากความเรียบหรูที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ยังมีรายละเอียดพิเศษเฉพาะที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับการอยู่อาศัยในเขตร้อนชื้นของบ้านเราด้วยนะครับ
- Enlarge Window Screen หน้าต่างกระจกขนาดใหญ่แบบ Full Height ที่ช่วยให้เปิดรับวิวพื้นที่สีเขียวภายในโครงการได้อย่างเต็มที่ สามารถเปิดให้อากาศไหลเวียนในบ้านได้ดี จัดวางผังโครงการให้หน้าบ้านทุกๆ หลังรับแดดและลมได้อย่างเหมาะสม
- Crystal Grey Glass กระจกหน้าต่างและประตูเกรดพรีเมียมที่ให้สีเทาอ่อน ช่วยกรองความร้อนจากแสงแดดได้เป็นอย่างดี แม้จะเปิดผ้าม่าน แต่ภายในบ้านจะไม่ร้อนอบอ้าว นอกจากนี้ยังช่วยให้แสงในบ้านสว่างโดนไม่ติดโทนเขียวเหมือนกับกระจกเขียวตัดแสงที่ใช้งานกันทั่วไป
- PANORAMIC LIVING BALCONY ระเบียงหน้าบ้านเดี่ยวซีรีส์ The Real Modern จะมีความกว้างเป็นพิเศษ และไม่ได้เป็นแค่ระเบียงตกแต่ง Facade แต่ยังสามารถออกมาใช้งานได้จริง เพราะมีชายคาที่ยื่นยาวออกมาช่วยบังแดด รวมถึงช่วยลดแรงปะทะของน้ำฝนที่จะกระทบถึงหน้าต่างบ้านต้วยครับ

ในด้านนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยยุคใหม่ มีจุดรองรับการติดตั้ง EV Charger บริเวณลานจอดรถ ส่วนเรื่องความปลอดภัยภายในบ้านก็เตรียมมาให้อย่างครบครัน ทั้งระบบสัญญาณกันขโมยไร้สาย Magnetic & Shock Sensor ตามประตูและหน้าต่าง รวมถึง Digital Door Lock ที่ประตูบานรอง พร้อมด้วย Smoke & Heat Dectector ช่วยตรวจจับควันไฟและเพลิงไหม้ อีกทั้งยังมีไฟส่องสว่างอัตโนมัติระบบ Motion Sensor ทั้งบริเวณลานจอดรถและตามขั้นบันไดด้วยครับ
Show House : Aether

ได้เวลาเข้าไปรีวิวบ้านตัวอย่างกันแล้วครับ ขอเริ่มต้นกันที่แบบบ้าน Aether บ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 320 ตร.ม. บนแปลงที่ดินขนาดเริ่มต้น 75 ตร.ว. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องแม่บ้าน จอดรถได้ 3 คัน

ลานหน้าบ้านจอดรถได้ 3 คัน มีสวนหย่อมอยู่หน้าทางเข้าหลักของบ้าน พอเข้ามาในบ้านจะเจอ Foyer เพดานสูงแบบ Double Volume อยู่ติด Living Area ซึ่งอยู่มุมหน้าบ้าน ถัดจากนั้นถึงเป็น Dining Area ขนาดใหญ่ สามารถแบ่งพื้นที่จัด Pantry ได้ ต่อเนื่องไปสุดมุมหลังบ้านจะเจอห้องครัวที่สามารถเชื่อมต่อ Laundry และห้องพักแม่บ้านได้ ส่วนอีกฝั่งที่อยู่ระหว่าง Living Area กับ Dining Area คือห้องนอนชั้น 1 ซึ่งพื้นที่กว้างพอสำหรับเตียง 6 ฟุต และมีห้องน้ำในตัว
ชั้น 2 มีทั้งหมด 3 ห้องนอน ซึ่งทุกห้องมีพื้นที่ใหญ่ และมาพร้อมกับห้องน้ำส่วนตัว แต่ Master Bedroom จะพิเศษกว่าด้วยขนาดของห้องและมีอ่างอาบน้ำส่วนตัว นอกจากนี้บริเวณโถงกลางยังมีมุมอเนกประสงค์อยู่ทางฝั่งหน้าบ้าน ซึ่งจัดเป็น Living Area ได้อีกจุด โดยหน้าบ้านจะมีระเบียงยาวเต็มๆ หน้ากว้าง สามารถเดินเชื่อมถึงกันได้ตลอดแนวเลยครับ

ลานหน้าบ้านสามารถจอดรถในร่มได้ 3 คัน โดยจะลงเสาเข็มลึกเท่าตัวบ้านจนถึงแนวพื้นที่ใต้ชายคาของบ้าน โดยพื้นลานจอดรถในบ้านมาตรฐานที่ส่งมอบจริงจะเป็นพื้นคอนกรีตฉาบเรียบ ส่วนประตูสีขาวที่เห็นทางฝั่งขวาคือประตูทางเข้ารองที่จะเชื่อมต่อไปเจอกับโถงทางเดินมุม Pantry สะดวกเวลาซื้อของเข้าบ้านจะได้ไม่ต้องเดินอ้อมทาง Living Area ครับ

ผนังบ้านอีกฝั่งจะมีตู้เก็บของขนาดกลางให้ใช้เก็บอุปกรณ์ดูแลรถหรือจัดสวนก็ได้ครับ โดยติดกันจะมีทางเดินใต้ชายคา เชื่อมต่อไปที่เฉลียงหน้าประตูทางเข้าหลักของบ้าน

เฉลียงมีชายคาบังแดดบังฝน ลงจากรถแล้วเดินเข้าบ้านได้แบบไม่ต้องกลัวร้อนหรือเปียกฝนเลยครับ โดยรอบๆ ประตูทางเข้าออกหลักของบ้านยังมีพื้นที่เหลือให้ตั้งชั้นวางรองเท้ากับม้านั่งใส่รองเท้าได้ด้วย

เปิดประตูเข้ามาภายในบ้านจะเจอกับโถงโล่งแบบ Double Volume รอต้อนรับอยู่ครับ เหมาะกับจัดเป็นมุม Foyer มีเคาน์เตอร์สำหรับ Drop Off กุญแจรถ หมวก ร่ม จะตกแต่งด้วย Art Piece, Sculpture หรือ Art Toy ชิ้นใหญ่ๆ ก็อยู่ที่สไตล์ของเจ้าของบ้านเลยครับ

มองกลับไปทางฝั่งประตูบ้าน จะเห็นว่าตรงกลางบ้านคือบันไดขึ้นชั้น 2 ส่วนด้านข้างทางฝั่งมุมบ้านจะเป็น Living Area และสังเกตได้ว่าพื้นของชั้น 1 จะปูด้วยกระเบื้องแกรนิโต้แผ่นใหญ่ 60x120 ซม. เลยครับ

Living Area อยู่ติดหน้าต่างบานใหญ่ซึ่งเปิดรับทั้งแสงธรรมชาติและวิวพื้นที่สีเขียว ช่วยให้โซนหน้าบ้านดูปลอดโปร่ง เมื่อเสริมด้วยระยะความสูงของเพดานชั้น 1 ซึ่งอยู่ที่ 2.90 ม. ยิ่งให้ความรู้สึกโล่ง อยู่สบาย อากาศไหลเวียนดีเลยครับ

มุม Living Area รองรับชุดโซฟาขนาด 4 ที่นั่ง พร้อมด้วยอาร์มแชร์อีก 2 ตัว และทำชั้นวางทีวีทางฝั่งผนังได้สบายครับ แต่บ้านตัวอย่างเลือกติดภาพวาดศิลปะแทน เป็นการแต่งบ้านตัวอย่างที่สะท้อนบุคลิกทันสมัยของโครงการได้ดีเหมือนกันนะครับ แอดมินบุ๋นลองไปสังเกตมา ดูเหมือนภาพวาดต่างๆ จะเล่าเรื่องเกี่ยวกับวงดนตรี The Beatles ครับ

เดินต่อมาบริเวณโถงตรงกลางชั้น 1 จะเจอกับประตูทางเข้าห้องนอนชั้นล่าง ซึ่งอยู่ก่อนถึงมุม Dining Area นั่นเองครับ โดยพื้นที่ข้างๆ ประตูห้องยังสามารถวางไซด์บอร์ดหรือชั้นหนังสือได้ดวยครับ โดยบ้านตัวอย่างจัดเป็นมุมเครื่องเล่นแผ่นเสียงเท่ๆ เลย

สารภาพเลยว่าพวกเราเกือบไม่ได้ถ่ายภาพห้องนี้มาแล้วครับ! เพราะ Interior ที่ตกแต่งบ้านหลังนี้ เล่นสนุกด้วยการกรุผนังฝั่งนี้กับประตูห้องนอนชั้นล่างเป็นกระจกเงา ซ่อนประตูไว้แบบเนียนๆ ดูเหมาะกับการใช้งานเป็นห้องลับหรือ Man Cave ส่วนตัวของหนุ่มๆ เลยนะครับ

จริงอย่างที่คิดเลยครับ… บ้านตัวอย่างตกแต่งห้องนอนชั้น 1 เป็น Entertainment Room สำหรับดูหนัง ดูกีฬา หรือเล่นเกม ที่มาพร้อมกับมุม Mini Bar สำหรับเตรียมเครื่องดื่ม เหมาะกับครอบครัวคนรุ่นใหม่ที่สมาชิกในบ้านยังไม่เยอะ ปรับใช้ฟังก์ชันของห้องนี้ได้หลากหลายตามใจชอบเลยครับ

มุมข้างประตูหน้าห้อง ตามแปลนมาตรฐานออกแบบให้วางตู้เสื้อผ้า แต่จะปรับเป็น Mini Bar ตามบ้านตัวอย่างก็ได้

ห้องนอนชั้น 1 มีห้องน้ำในตัวด้วยครับ แยกโซนเปียกกับโซนแห้งอย่างเป็นสัดส่วน มาพร้อมสุขภัณ์ต่างๆ อย่างครบครัน โดยอ่างล้างหน้าจะมีตู้เก็บของมาด้วย ขณะที่ใต้กระจกเงาบานใหญ่ก็ซ่อนไฟ Indirect Light ไว้ เสริมบรรยากาศหรูให้บ้านได้ดีเลยครับ

ห้องนอนชั้นล่างจะอยู่มุมฝั่งหลังบ้าน มีประตูกระจกบานเลื่อนเปิดเชื่อมต่อออกไปที่สวนข้างบ้าน หากในอนาคตบ้านมีผู้สูงอายุอยู่ห้องนี้ ก็เชื่อมต่อธรรมชาติได้ความสดชื่นได้ในทุกๆ วันเลยครับ พื้นที่ห้องสามารถวางเตียง 6 ฟุต หรือเตียง 3 ฟุตคู่กัน 2 หลังก็ได้ และพื้นห้องจะปรับมาปูด้วย SPC ลายไม้ ซึ่งให้ความอบอุ่น สบายเท้า เหมาะกับการพักผ่อน

ออกมาบริเวณกลางบ้านจะเป็นพื้นที่ของ Dining Area ซึ่งกว้างขวางเป็นพิเศษ จนวางโต๊ะอาหารขนาดใหญ่แล้ว ยังแบ่งพื้นที่เป็นมุม Pantry ได้ด้วยนะครับ

Dining Area สามารถวางโต๊ะอาหารสำหรับ 8 - 10 ที่นั่งได้สบายๆ ขนานไปกับประตูกระจกขนานใหญ่ซึ่งเปิดรับวิวพื้นที่สีเขียวจากทางฝั่งหลังบ้าน

มุมอเนกประสงค์ที่อยู่ติดกับ Dining Area เหมาะกับการจัดเป็น Pantry โดยสามารถตั้งเคาน์เตอร์เตรียมอาหารติดผนังได้แล้ว และยังวางเคาน์เตอร์ Island ได้อีกตัวด้วย ตอบโจทย์คนชอบชงเครื่องดื่ม อบขนม หรือเตรียมอาหารเบาๆ ครับ

โถงทางเดินที่ขนานไปกับ Dining Area จะมีตู้เก็บของอยู่ถึง 2 จุด และอีก 1 ห้องที่อยู่ติดกันจะเป็นห้องระบบไฟครับ โดยประตูตรงกลางที่ติดมือจับ Digital Door Lock คือประตูทางเข้าออกที่เชื่อมกับลานจอดรถ

ประตูซ้ายสุดคือห้องเก็บของขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ลึกไปใต้บันได ส่วนตู้อีกบานที่อยู่ทางขวาของประตูลานจอดรถ เหมาะกับทำเป็นตู้เก็บรองเท้า ส่วนฝั่งขวาสุดคือตู้สำหรับงานระบบไฟฟ้าต่างๆ ซึ่งรวมถึง Solar Cell ด้วยครับ

ถัดมาตามทางเดิน ตรงข้ามกับ Pantry จะมีห้องน้ำแบบ Powder Room อยู่ครับ รองรับการใช้งานระหว่างวัน รวมถึงใช้รับแขกได้อย่างเป็นสัดส่วน ไม่รบกวนห้องส่วนตัว โดยมาพร้อมกับอ่างล้างหน้า กระจกเงาติดไฟ LED และโถสุขภัณฑ์ระบบอัตโนมัติ

เดินมาจนสุดโถงทางเดินจะเจอกับห้องครัวซึ่งมีประตูปิดแยกจาก Common Area ของชั้น 1 อย่างเป็นสัดส่วน ไม่ต้องห่วงเรื่องกลิ่นอาหารรบกวนการพักผ่อนเลยครับ บ้านมาตรฐานจะก่อเคาน์เตอร์ครัวปูน L Shape ตามแบบบ้านตัวอย่างเลยครับ โดยมีหน้าต่างให้เปิดระบายอากาศออกไปทางฝั่งหลังบ้านได้

ห้องครัวจะเชื่อมต่อมาที่โซน Laundry ได้ด้วยครับ พื้นที่ซักล้างของบ้าน Aether ออกแบบให้อยู่ในส่วน Indoor เลย เดินระบบรองรับเครื่องซัก - อบผ้า นำมาติดตั้งใช้งานได้ง่ายๆ ครับ

จากห้องครับกับ Laundry จะเชื่อมต่อไปห้องพักและห้องน้ำแม่บ้านได้เลย ไม่ต้องเดินอ้อมออกไปนอกตัวบ้านครับ

ปกติแอดมินบุ๋นไม่ค่อยเจอบ้านตัวอย่างที่ตกแต่งห้องพักแม่บ้านให้ดู แต่ที่บ้าน Aether ของโครงการ เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง ใส่ใจรายละเอียดต่างๆ เป็นพิเศษ เราเลยได้เห็นว่าห้องแม่บ้านสามารถวางเตียง 3 ฟุตกับตู้เสื้อผ้าได้ด้วยครับ

ออกจากโซน Laundry จะเป็นลานหลังบ้านซึ่งโรยหินกรวดเอาไว้ สามารถใช้เป็นลานซักล้าง ตากผ้า หรือปลูกผักสวนครัวก็ได้ครับ

ขึ้นบันไดไปชมบรรยากาศของชั้น 2 กันครับ บรรยากาศของโถงบันไดจะปลอดโปร่งมากๆ เพราะด้านข้างคือโถงโล่งที่เชื่อมต่อมากจาก Foyer หน้าประตูทางเข้าหลักนั่นเอง เหมาะกับการติดแชงเดอเลียร์หรือจะแขวนภาพวาดศิลปะสวยๆ ตามบ้านตัวอย่างก็ได้

โครงสร้างบันไดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ปูขั้นบันไดด้วยไม้แคลเซียมบอร์ดปิดผิวลูกตั้งและลูกนอนด้วย SPC เดินขึ้นลงได้สบายเท้า ให้ความมั่นใจ และปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยการติดตั้งไฟทางเดินแบบ Motion Sensor

มาถึงชั้น 2 ถ้าหันไปทางฝั่งหน้าบ้านจะเห็นถึงความปลอดโปร่งได้เป็นอย่างดีเลยครับ เพราะผนังฝั่งหน้าบ้านจะมีช่องเปิดรับแสงธรรมชาติขนาดใหญ่เรียงกันตลอดแนว เมื่อเสริมด้วยระยะความสูงเพดานถึง 2.90 ม. ยิ่งทำให้บรรยากาศดูโล่ง อยู่สบายตลอดวัน

ชั้น 2 ปูพื้น SPC ลายไม้แบบยกชั้น ปรับอารมณ์ให้เหมาะกับการพักผ่อนมากขึ้น โดยมุมที่เราดูอยู่คือพื้นที่อเนกประสงค์ของโถงกลางชั้น 2 ซึ่งสามารถปรับการใช้งานได้อย่างหลากหลาย เช่น มุมทำงาน มุมนั่งเล่นแบบ Family Area หรือจะเป็นมุมสำหรับสัตว์เลี้ยงก็ได้ โดยมีประตูที่เชื่อมต่อกับระเบียงหน้าบ้านอยู่ด้วยครับ

ติดกับมุมอเนกประสงค์ที่โถงกลาง คือห้อง Bedroom 2 หรือจะเรียกว่า Junior Master Bedroom ก็ยังได้ครับ เพราะพื้นที่ห้องเป็นรอง Master Bedroom แค่นิดหน่อยเท่านั้น โดยโซนหน้าบ้านจะวางเตียงใหญ่ 6 ฟุตได้สบายๆ เหลือมุมตรงข้ามเตียงให้จัดชั้นวางทีวีได้ด้วย

ใกล้กับตำแหน่งวางเตียงมีประตูกระจกที่เชื่อมต่อกับระเบียงหน้าบ้าน ซึ่งเป็นระเบียงที่ยาวต่อเนื่องตลอดแนวหน้ากว้างของบ้านเลยครับ ราวกันตกติดกระจกนิรภัย มั่นใจในความปลอดภัยได้แน่นอน และอย่างที่บอกไปในตอนต้นว่าระเบียงจะอยู่ใต้ชายคาที่ยื่นออกมาเยอะ จึงช่วยบังแดดบังฝนได้พอสมควรเลยครับ

หันไปโซนด้านในของห้องจะมีมุมสำหรับ Walk-in Closet ซึ่งวางตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่เข้ามุมเป็น L Shape ได้เลย หรือจะแบ่งพื้นที่บางส่วนเป็นโต๊ะเครื่องแป้งสำหรับแต่งหน้าแต่งตัวก็ได้ครับ

ทุกห้องนอนของบ้าน Aether จะมีห้องน้ำในตัว ซึ่งแบ่งฟังก์ชันโซนเปียกกับโซนแห้งอย่างเป็นสัดส่วน โดยที่แอดมินบุ๋นชอบเป็นพิเศษคือทุกๆ ห้องน้ำ (ยกเว้น Powder Room) จะเดินไฟซ่อน Indirect Light อยู่ใต้กระจกเงา และเซาะร่องใต้กระจกเป็นพื้นที่ให้วางของใช้ได้เยอะเลยครับ

ออกจาก Bedroom 2 ย้อนมาที่โถงกลาง ยังมีอีก 1 ห้องนอนอยู่ทางฝั่งหลังบ้านครับ ประตูหันตรงกับมุมอเนกประสงค์พอดีเลย

นี่คือ Bedroom 3 ครับ วาง Layout เป็นห้องหน้ากว้าง โซนหน้าประตูสามารถกั้นเป็นมุม Walk-in Closet กว้างๆ ได้สบายเลยครับ บ้านตัวอย่างบิลต์อินตู้เสื้อผ้า L Shape ทำมุมเป็นฉากกั้นห้องไปในตัว

ติดกับ Walk-in Closet จะมีห้องน้ำส่วนตัวอยู่ครับ ฟังก์ชันใกล้เคียงกับห้องน้ำ 2 ห้องก่อนหน้านี้เลย โดยสังเกตได้อีกจุดว่า ทุกๆ ห้องจะมีช่องเปิดรับแสงและระบายอากาศ ซึ่งช่วยลดความอับชื้นและกลิ่นได้เป็นอย่างดี

กั้นมุม Walk-in Closet ใหญ่ขนาดนั้นแล้ว ยังเหลือพื้นที่โซนพักผ่อนที่กว้างขวางอยู่เลยครับ ถึงจะเป็นห้องนอน 3 ก็ยังวางเตียง 6 ฟุตได้สบาย ตอบโจทย์ครอบครัวที่มองถึงการเติบโตของเด็กๆ ในระยะยาว อยู่แล้วไม่อึดอัดแน่นอนครับ

กลับมาที่โถงทางเดินอีกครั้งนะครับ ถัดจากบันไดไปอีกฝั่งของบ้าน จะมี Master Bedroom แยกโซนอยู่อย่างสงบเลย

Master Bedroom เป็นห้องขนาดใหญ่ที่สุดของบ้าน Aether เลยครับ วาง Layout แบบตอนลึกตั้งแต่ฝั่งหน้าบ้านไปจนสุดผนังหลังบ้าน โดยฝั่งหน้าบ้านรองรับเตียงใหญ่ 6 ฟุตได้สบายๆ มีประตูกระจกบานใหญ่เชื่อมต่อกับระเบียง รับวิวและแสงธรรมชาติได้เต็มที่ตลอดวัน

หันไปทางฝั่งหลังบ้านจะเห็นภาพรวมของ Master Bedroom ที่รองรับทั้งมุมพักผ่อนกว้างๆ และ Walk-in Closet ขนาดใหญ่ได้แบบสบายๆ เลยครับ

พื้นที่ Walk-in Closet กว้างจนสามารถบิลต์อินตู้เสื้อผ้าใหญ่ล้อมทั้ง 3 ฝั่งผนังได้เต็มๆ เลยครับ ตอบโจทย์สายแฟชั่นซึ่งต้องการมุมเก็บเสื้อผ้าเยอะๆ ได้เป็นอย่างดี

ถึงจะแบ่งพื้นที่บางส่วนเป็นโต๊ะเครื่องแป้งสำหรับแต่งหน้าแต่งตัว ก็ยังเหลือพื้นที่ให้วางตู้เสื้อผ้าได้เยอะมากๆ อยู่ดีครับ

อีกจุดไฮไลต์ของ Master Bedroom ต้องยกให้ Master Bathroom เลยครับ เข้ามาแล้วคิดว่าอยู่ที่ห้องน้ำในโรงแรมหรูเลยทีเดียว เพราะได้ทั้งความกว้างขวาง ปลอดโปร่ง รวมถึงมี Bathtub ติดตั้งมาให้ลงแช่ชิลล์ๆ ผ่อนคลายได้ทุกวัน

นอกจาก Bathtub ก็ยังมีทั้งอ่างล้างหน้าแบบ His & Her รวมถึงมุม Rain Shower และติดตั้งโถสุขภัณฑ์ระบบอัตโนมัติมาให้ด้วย
Show House : Terra

มาต่อที่บ้านตัวอย่างอีกแบบกันนะครับ นี่คือบ้านเดี่ยวแบบ Terra พื้นที่ใช้สอย 262 ตร.ม. บนแปลงที่ดินเริ่มต้น 60 ตร.ว. มาพร้อมฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องแม่บ้าน 3 ที่จอดรถ

แปลนชั้น 1 หน้าบ้านจอดรถได้ 3 คัน มีเฉลียงหน้าประตูทางเข้าหลัก ซึ่งเข้ามาเจอกับ Living Area ที่เชื่อมกับ Dining Area แบบ Open Plan จากนั้นมีโถงทางเดินกลางบ้าน เชื่อมไปที่ห้องน้ำกับห้องนอนชั้น 1 ซึ่งจะหันไปทางฝั่งหน้าบ้าน ส่วนฝั่งหลังบ้านจะเป็นห้องครัว และมีห้องพักแม่บ้าน ที่เข้าออกได้ผ่านประตูฝั่งสวนข้างบ้านครับ
ชั้น 2 มี 3 ห้องนอน ซึ่งมาพร้อมกับห้องน้ำในตัวทุกห้อง โดย Master Bedroom กับ Bedroom 2 จะมีขนาดต่างกันไม่เยอะเลยครับ รองรับมุมแต่งตัว และเชื่อมต่อกับระเบียงกว้างหน้าบ้านได้ทั้ง 2 ห้องเลยครับ

ลานหน้าบ้านสามารถจอดรถในร่มได้ 3 คัน โดยผนังบ้านฝั่งที่อยู่ติดกับลานจอดจะมีประตูทางเข้ารอง เชื่อมต่อไปที่ Foyer ภายในตัวบ้านได้ด้วยครับ

ผนังอีกฝั่งจะฝังตู้เก็บของขนาดใหญ่ไว้ เก็บของชิ้นใหญ่ๆ ได้ความเป็นระเบียบดีเลยครับ และจากลานจอดจะสามารถเดินเชื่อมต่อเฉลียงหน้าบ้านเพื่อไปที่ประตูทางเข้าหลักได้ด้วย

เฉลียงหน้าประตูทางเข้าหลักจะอยู่ใต้ร่มชายคา บังแดดบังฝันได้ดี โดยเฉลียงมีพื้นที่ให้วางต้นไม้กระถางใหญ่ๆ หรือม้านั่งใส่รองเท้าก็ได้ครับ

เข้ามาโซนแรกจะเจอกับ Living Area ซึ่งเชื่อมต่อกับ Dining Area แบบ Open Plan ได้ความปลอดโปร่งอย่างดีครับ เสริมด้วยฝ้าเพดานที่สูง 2.70 ม. ยิ่งให้ความรู้สึกโปร่ง โล่ง อากาศไหลเวียนดี อยู่สบายตลอดทั้งวันเลยครับ

Living Area จะอยู่ติดกับช่องเปิดทั้งฝั่งหน้าบ้านและข้างบ้าน เชื่อมต่อธรรมชาติได้อย่างสดชื่นและอบอุ่นเลยครับ โดยพื้นที่นี้สามารถวางโซฟา 4 ที่นั่ง พร้อมเก้าอี้อาร์มแชร์อีก 1 - 2 ตัวได้สบายๆ แบบมีช่องทางให้เดินผ่านเข้าออกได้สะดวกครับ

ต่อเนื่องจาก Living Area คือ Dining Area ที่เชื่อมกันแบบ Open Plan รวมฟังก์ชันเป็น Common Area ขนาดใหญ่

พื้นที่ Dining Area สามารถจัดมุมให้รองรับโต๊ะอาหารขนาดสำหรับ 4 - 6 ที่นั่งได้แบบสบายๆ เลยครับ

บ้านตัวอย่างตกแต่งให้ดูว่า ผนังฝั่งหลังบ้านสามารถบิลต์อินเคาน์เตอร์ Pantry ขนาดใหญ่ได้เต็มๆ เลยครับ ใช้เตรียมอาหารเบาหรือชงเครื่องดื่ม เชื่อมฟังก์ชันใช้งานกับโต๊ะอาหารได้อย่างลงตัว

Dining Area มีประตูกระจกบานใหญ่ที่สามารถเปิดออกมาสวนข้างบ้านได้ครับ เราจะตกแต่งเป็นมุมจิบกาแฟหรือปาร์ตี้ปิ้งย่างแบบ Outdoor ก็เลือกได้ตามไลฟ์สไตล์ บ้านตัวอย่างตั้งบ้านน้องหมาไว้เอาใจคนรักสัตว์ด้วยครับ

ตรงกลางระหว่าง Living Area กับ Dining Area มีโถงทางเดินเชื่อมต่อไปฟังก์ชันอื่นๆ ของชั้น 1 เราเดินไปดูกันครับ

โซนแรกคือ Foyer ที่เชื่อมต่อกับประตูลานจอดรถ ทางฝั่งขวาของภาพคืออีกฝั่งของผนัง Living Area ซึ่งบ้านมาตรฐานจะทำตู้เก็บรองเท้ามาให้เลย 1 ตู้ ส่วนอีกตู้คือพื้นที่สำหรับเก็บงานระบบไฟฟ้าต่างๆ ให้บ้านดูเรียบร้อยนั่นเองครับ

ตรงข้ามกับ Foyer คือบันไดและห้องเก็บของใต้บันได บ้านใครมีของชิ้นใหญ่ ไม่ต้องกลัวบ้านรกเลยครับ บ้าน Terra เตรียมพื้นที่จัดเก็บไว้ให้เยอะเลย

ถัดจาก Foyer คือห้องน้ำของชั้น 1 ซึ่งจัดฟังก์ชันมากว้างขวางและแบ่งโซนเปียกกับโซนแห้งอย่างลงตัว มาพร้อมกับโถสุขภัณฑ์อัตโนมัติด้วยนะครับ

ตรงข้ามกับห้องน้ำคือห้องครัวซึ่งมีขนาดใหญ่เลยครับ รองรับเคาน์เตอร์ครัวแบบ I Shape ขนานกัน 2 ฝั่ง แล้วยังเหลือพื้นที่ตรงกลางให้เดินผ่านหรือยืนทำอาหารพร้อมกัน 2 - 3 คนได้สบาย

บ้านมาตรฐานจะบิลต์อินเคาน์เตอร์ครัวปูนแบบพร้อมใช้งานมาให้ทั้ง 2 ฝั่งเลย โดยพื้นที่ห้องครัวยังพร้อมรองรับทั้งตู้เย็นขนาดใหญ่และเครื่องซักอบผ้า

จากห้องครัวจะมีประตูเปิดออกมาที่ลานหลังบ้าน ซึ่งสามารถใช้งานเป็นลานซักล้าง ตากผ้า หรือปลูกผักสวนครัวได้

เดินอ้อมมาฝั่งข้างบ้านจะเจอกับห้องพักแม่บ้านและห้องน้ำแม่บ้านที่แยกการใช้งานอย่างเป็นสัดส่วนจากฟังก์ชันในบ้าน

กลับเข้ามาในบ้าน ตรงข้ามกับห้องครัวคือห้องนอนของชั้นล่าง เป็นห้องขนาดกลางที่รองรับเตียงไซซ์ 5 ฟุตได้ลงตัวกำลังพอดี หรือจะปรับเป็นห้องนั่งเล่นกับน้องแมวตามแบบบ้านตัวอย่างก็ได้ บรรยากาศห้องดูปลอดโปร่ง เชื่อมต่อกับธรรมชาติได้ผ่านหน้าต่างไซซ์ใหญ่ทางฝั่งข้างบ้าน และหน้าต่างฝั่งลานจอดรถหน้าบ้าน

พื้นห้องนอนชั้นล่างจะปูด้วย SPC ซึ่งเหมาะกับความเป็นห้องนอน ให้ความรู้สึก Cozy นุ่มสบายเท้า โดยกิมมิคการแต่งห้องนี้มาในธีมห้อง Dog Room ประตูของห้องก็เลยเจาะช่องให้น้องหมาเดินเข้าออกได้ด้วยครับ ใครที่เลี้ยงน้องหมาสามารถยืมไอเดียนี้ไปใช้กันได้เล

ไปชมชั้น 2 กันต่อนะครับ บันไดบ้านมีโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ปูขั้นบันไดด้วยไม้แคลเซียมบอร์ด ปิดผิวทั้งลูกตั้งและลูกนอนด้วย SPC เดินขึ้นลงได้เต็มฝ่าเท้า ให้ความรู้สึกมั่นคงแข็งแรง เพิ่มความปลอดภัยด้วยไฟอัตโนมัติระบบ Motion Sensor

ผนังบริเวณชานพักบันไดมีช่องเปิดขนาดใหญ่ รับแสงธรรมชาติได้ดีตลอดวันเลยครับ โถงบันไดก็มีระยะความสูงมากพอให้เราแขวนโคมแชงเดอเลียร์สวยๆ ตกแต่งบ้านกันได้เลย

ขึ้นมาบนชั้น 2 ฝ้าเพดานจะสูงเพิ่มเป็น 2.90 ม. และเปลี่ยนมาปูพื้นด้วย SPC ทั่วพื้นที่ทั้งชั้นเลยครับ ทำให้โดยรวมมีความอบอุ่น น่าพักผ่อนยิ่งขึ้น โดยชั้น 2 จะมีโถงทางเดินกลางแจกจ่ายไปยัง 3 ห้องนอน ซึ่งตรงกลางระหว่างห้องนอน Bedroom 2 - 3 มีพื้นที่ให้จัดเป็น Mini Bar หรือตู้เก็บของก็ได้ครับ

อีกฝั่งของโถงชั้น 2 ใกล้กับบันไดจะเป็นที่ตั้งของ Master Bedroom ซึ่งแยกอยู่ห้องเดียว ได้บรรยากาศที่สงบดีเลยครับ

Master Bedroom เป็นห้องนอนขนาดใหญ่ที่วาง Layout แบบแนวลึก ได้พื้นที่ตั้งแต่ฝั่งหน้าบ้านไปจนสุดผนังหลังบ้าน โดยฝั่งหน้าบ้านจัดเป็นมุมพักผ่อน รองรับเตียงใหญ่ 6 ฟุตได้แบบสบายๆ อยู่ติดริมระเบียง เปิดรับแสงธรรมชาติและวิวพื้นที่สีเขียวได้เต็มที่เลยครับ

มองย้อนกลับไปฝั่งหลังห้อง มุมนี้จะแสดงภาพรวมของ Master Bedroom ได้ดีเลยครับ โดยโซนตรงกลางมีพื้นที่ให้จัดฟังก์ชันได้อเนกประสงค์ ส่วนมุมหลังห้องจะรองรับ Walk-in Closet

บ้านตัวอย่างตกแต่งพื้นที่กลางห้องเป็นมุมอ่านหนังสือ ซึ่งเราสามารถปรับเป็นเก้าอี้นวดไฟฟ้า หรือจัดเป็นโต๊ะทำงานก็ได้ ถ้าครอบครัวไหนเพิ่งมีลูกเล็ก จะจัดเป็นเตียงเด็กทารกเพื่อการดูแลที่ใกล้ชิดก็รองรับได้เช่นกันครับ

มุมฝั่งหลังห้องสามารถกั้นพื้นที่เป็น Walk-in Closet วางตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่และโต๊ะเครื่องแป้งได้สบายๆ ครับ บ้านตัวอย่างติดกระจกเงาบานใหญ่สะใจมากๆ สายแฟชั่นเลือกออกแบบมุมนี้ได้ตามใจชอบครับ กว้างจนวางเคาน์เตอร์ Island ตรงกลางก็ยังได้

ห้องน้ำส่วนตัวของ Master Bedroom จะพิเศษกว่าอีก 3 ห้องตรงที่มีโถงสุขภัณฑ์ระบบอัตโนมัติ ใกล้กับอ่างล้างหน้าเดินจุดเสียบปลั๊กไฟเผื่อใช้งานไดร์เป่าผมไว้ให้ด้วย

มาดู Bedroom 2 กันก่อนนะครับ ห้องนี้จะอยู่ฝั่งหน้าบ้าน วาง Layout ขนานไปตามแนวหน้ากว้าง พื้นที่กว้างขวางรองจาก Master Bedroom แค่นิดหน่อย โซนพักผ่อนติดริมระเบียงสามารถวางเตียง 5 - 6 ฟุต จับคู่กับโซฟานั่งเล่นดูทีวีได้

ระเบียงหน้าบ้านจะยาวขนานไปตลอดแนวหน้ากว้างของตัวบ้านเลยครับ มีราวกันตกเป็นกระจก Tempered Glass ที่ปลอดภัยในการใช้งาน โดยชายคาของระเบียงจะยื่นออกมาช่วยบังแดดบังฝนให้ไม่กระทบกับประตูกระจกของห้องได้โดยตรงครับ

Bedroom 2 กว้างจนสามารถกั้นตกแต่งแบ่งโซนเป็น Walk-in Closet ได้เลยครับ มุมขวาในภาพนี้จะวางลิ้นชักหรือโต๊ะเครื่องแป้งก็เลือกได้ตามต้องการ

ผนังอีกฝั่งสามารถวางตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ได้เต็มๆ เลยครับ โดยมุมนี้จะอยู่ติดกับห้องน้ำส่วนตัวของ Bedroom 2

ห้องน้ำแบ่งโซนเปียกกับโซนแห้งแยกกันอย่างเป็นสัดส่วน มาพร้อมกับสุขภัณฑ์ที่ครบครัน ติดกระจกเงาบานใหญ่ เดินไฟซ่อนแบบ Indirect Light มาสวยงามเลยครับ

ตรงข้ามกับห้องที่ 2 คือ Bedroom 3 ที่จะอยู่มุมฝั่งหลังบ้าน ได้หน้าต่างเปิดรับแสงธรรมชาติจาก 2 ฝั่ง ช่วยทำให้บรรยากาศของห้องยังดูปลอดโปร่งและอบอุ่นตลอดวันเลยครับ พื้นที่ห้องก็กว้างพอสำหรับเตียงใหญ่ 5 - 6 ฟุต แบบมี Space เหลือสำหรับชั้นวางทีวีและตู้หนังสือ

มุมห้องฝั่งที่อยู่ติดกับประตูสามารถจัดเป็นมุมแต่งตัวกว้างๆ วางทั้งตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่และโต๊ะเครื่องแป้งได้เลยครับ ส่วนห้องน้ำจะอยู่อีกฝั่ง

ห้องน้ำทุกห้องในบ้าน Terra จะแบ่งโซนเปียกกับโซนแห้งแยกกันเป็นสัดส่วน มาพร้อมกับสุขภัณฑ์และการตกแต่งมาตรฐานแบบเดียวกันทุกห้องเลยครับ บรรยากาศดูสว่าง ปลอดโปร่ง น่าใช้งานมาก
รีวิวบ้านตัวอย่างครบทั้ง 2 แบบกันไปแล้ว คราวนี้มาว่าด้วยเรื่องของทำเลที่ตั้งโครงการ เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง กันบ้างนะครับ
Location : เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง

เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง เป็นโครงการบ้านเดี่ยวลำดับที่ 2 ภายใน Sansiri Don Mueang Community โครงการรวมบ้านจัดสรรและอาคารชุดขนาดใหญ่ของแสนสิริ ทำเลใจกลางย่านดอนเมือง ซึ่งมีทางเข้าออกอยู่ติดกับ ถ.เชิดวุฒากาศ ตรงข้ามกับรถไฟฟ้าสายสีแดงสถานีดอนเมือง เชื่อมต่อ ถ.วิภาวดีรังสิต และทางด่วนโทลล์เวย์ เพื่อเดินทางเข้าตัวเมืองชั้นในได้ง่าย รวมถึงอยู่ใกล้กับถนนสายรองอย่าง ถ.สรงประภา, ถ.แจ้งวัฒนะ และ ถ.เลียบคลองประปา - ประชาชื่น ซึ่งเป็นแหล่งรวมสิ่งอำนวยความสะดวกและสถานที่สำคัญใกล้บ้านหลายแห่งเลยครับ

ตรงข้ามกับทางเข้าของ Sansiri Don Mueang Community มีทางขึ้นสถานีดอนเมือง ใช้รถไฟฟ้าสายสีแดงเดินทางเข้าเมืองไปสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ) ได้เลย โดยจะผ่าน ม.เกษตรศาสตร์ ด้วยนะครับ และถัดไป 2 สถานีจะเป็น Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีหลักสี่ ใช้เดินทางไปตามแนว ถ.แจ้งวัฒนะ และ ถ.รามอินทรา ได้สะดวกเช่นกัน สามารถเปลี่ยนไปเชื่อมกับ BTS สายสีเขียวที่สถานีวัดพระศรีมหาธาตุเพื่อตรงสู่ใจกลางเมืองได้ด้วย

สนามบินดอนเมืองอยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่ตั้งโครงการเลยครับ ถ้าขับรถก็มีจุด U-Turn อยู่ไม่ไกล หรือจริงๆ จะใช้ทางเดินเชื่อมจากสถานีรถไฟฟ้าดอนเมือง ข้าม ถ.วิภาวดีรังสิต ก็เชื่อมเข้าสู่อาคาร Terminal 2 ได้สะดวกเลยครับ

รอบๆ โครงการมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันเลยครับ บนถนนสายเดียวกันจะมี Red Spoon เป็นศูนย์อาหารเปิดใหม่ที่รวมร้านดังตามศูนย์การค้า มาตั้งอยู่หน้าสถานีดอนเมืองเลยครับ หรือย้อนขึ้นไปทางหลักสี่ ก็มี IT Square ซึ่งมาพร้อมกับ Foodland Supermarket ด้วยนั่นเอง
ถ้าเข้าไปที่ ถ.สรงประภา จะมีคอมมูนิตี้มอลล์ Happy Avenue ที่มาพร้อมกับ Tops Supermarket และใกล้ๆ กันยังมี Robinson ศรีสมาน อยู่อีกด้วยครับ ส่วนถ้าไปตาม ถ.แจ้งวัฒนะ ยุคนี้กำลังมีแหล่งไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ มาเปิดกันต่อเนื่องเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น Charn at the Avenue แจ้งวัฒนะ, The Colors แจ้งวัฒนะ และ Portobello Mall แจ้งวัฒนะ รวมถึง Central แจ้งวัฒนะ ที่ปัจจุบันรีโนเวทใหม่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังเดินทางไปเมืองทองธานีได้ง่ายด้วยนะครับ
จากดอนเมือง ใช้ ถ.วิภาวดีรังสิต หรือทางด่วนโทลล์เวย์ ถ้าไม่ใช่ชั่วโมงเร่งด่วน สามารถไปถึง North CBD ที่ 5 แยกลาดพร้าว ได้ภายใน 15 นาทีเองครับ โซนนั้นมีทั้ง Central ลาดพร้าว และ The Central พหลโยธิน กำลังจะเปิดบริการเร็วๆ นี้ด้วย

อีกเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาเวลาหาบ้านหลังใหม่ คือการเดินทางไปเรียนของเด็กๆ ที่ความสะดวกนั่นเองครับ ซึ่งทำเลของ เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง ก็ตอบโจทย์ผู้ที่จะส่งลูกหลานเรียน รร.นานาชาติฮาร์โรว์ ได้อย่างดี เพราะอยู่ใกล้แค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น โดยในพื้นที่ยังมี รร.พระหฤทัยดอนเมือง, รร.เซนต์ฟรังซีสเซเวียร์, รร.เซนต์โยเซฟเมืองเอก, และ รร.สาธิตนานาชาติแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต เป็นหลากหลายทางเลือกใกล้บ้าน ส่วนถ้าขยับไป North CBD ยังมี ม.เกษตรศาสตร์ กับ รร.สาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมถึง รร.นานาชาติไบรตันคอลเลจ กรุงเทพ - วิภาวดี เป็นอีกทางเลือกที่ใช้เวลาเดินทางไม่นานเช่นกันครับ

ส่วนเรื่องการดูแลสุขภาพ สถานพยาบาลในพื้นที่เขตดอนเมืองจะมี รพ.ทหารอากาศทุ่งสีกัน เป็นโรงพยาบาลรัฐประจำเขต แต่ด้วยทำเลของโครงการที่อยู่ใกล้กับ ถ.แจ้งวัฒนะ จึงสามารถไปใช้บริการ รพ.จุฬาภรณ์ และ รพ.มงกุฎวัฒนะ ได้สะดวก โดยเร็วๆ นี้ก็กำลังจะมี รพ.เวชธานี วัฒนะวิภา มาเพิ่มอีกทางเลือกของโรงพยาบาลเอกชน ถ้าใช้ ถ.วิภาวดีฯ เข้าไปทาง North CBD บริเวณแยกเกษตรฯ ก็มี รพ.วิภาวดี และกำลังมีโครงการก่อสร้าง รพ.ศูนย์การแพทย์เกษตรฯ มาเติมความพร้อมด้านการดูแลสุขภาพให้กับคนกรุงเทพฯ ตอนเหนือ
Journey

มารีวิวการเดินทางไป เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง กันบ้างนะครับ เพื่อให้เห็นภาพว่าถ้ามาจากโซน North CBD สะดวกแค่ไหน เราเลยใช้ ถ.วิภาวดีรังสิต มาขึ้นทางด่วนโทลล์เวย์ที่ด่านเกษตรศาสตร์

ขึ้นโทลล์เวย์แล้วขับตรงตามป้ายบอกทางไปดอนเมืองได้เลยครับ ระหว่างทางจะมีจุดลงที่หลักสี่ด้วย ถ้าจะแวะ Foodland ก่อนเข้าบ้านก็ลงที่ด่านนี้เลย

ขึ้นโทลล์เวย์แล้วขับตรงตามป้ายบอกทางไปดอนเมืองได้เลยครับ ระหว่างทางจะมีจุดลงที่หลักสี่ด้วย ถ้าจะแวะ Foodland ก่อนเข้าบ้านก็ลงที่ด่านนี้เลย

ลงมาที่ ถ.วิภาวดีรังสิตแล้ว ให้ใช้ทางเบี่ยงซ้าย เชื่อมต่อเข้าสู่ ถ.กำแพงเพชร 6 (Local Road)

ออกจาก ถ.วิภาวดีรังสิต แล้วขับบน ถ.กำแพงเพชร 6 ขนานไปตามแนวรถไฟฟ้าสายสีแดง

พอถึงหน้าสำนักงานเขตดอนเมือง ให้เบี่ยงซ้ายเพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่ ถ.เชิดวุฒากาศ

ถ.เชิดวุฒากาศ จะขนานไปกับ ถ.กำแพงเพชร 6 และ ถ.วิภาวดีรังสิต เป็นเหมือนหน้าด่านแรกของย่านดอนเมืองเลยครับ เราขับผ่านสถานีดอนเมืองและ Red Spoon เลยมานิดเดียวจะเจอกับทางเข้า Sansiri Community อยู่ทางฝั่งซ้าย

มีป้ายบอกทางเข้า Community ใหญ่โตโดดเด่น เห็นได้ชัดเจน ไม่ขับเลยแน่นอนครับ

ตรงเข้ามาจะมีสะพานข้ามคลองเปรมประชากร พอลงสะพานแล้วก็เจอซุ้มทางเข้า Sansiri Don Mueang Community เลยครับ

ถึงแล้วครับ Sansiri Don Mueang Community ถัดจากตรงนี้เข้าไปก็คืออาณาจักรบ้านเดี่ยวสังคมส่วนตัวของลูกบ้านแสนสิรินั่นเองครับ
Price & Promotion

บ้านเดี่ยว เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง มีราคาเริ่มต้นที่ 15 - 40 ล้านบาท* โดยในช่วงเปิดตัวโครงการมีโปรโมชันพิเศษ ลงทะเบียนผ่าน https://siri.ly/G1ojZo9 จะได้รับส่วนลดเพิ่มอีกถึง 200,000 บาท* เลยครับ
(*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กำหนด)
*ราคาเริ่มต้น ณ เดือนกันยายน 2569 ข้อมูลอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามโครงการอีกครั้ง
Conclusion

ครบถ้วนเป็นที่เรียบร้อยครับสำหรับรีวิวบ้านเดี่ยว เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง โครงการใหม่ล่าสุดจาก แสนสิริ บนทำเล Sansiri Don Mueang Community ที่แอดมินบุ๋น #BoonWaranyu กับช่างภาพเฟิร์ส #1stPanuwit ได้เข้ามาเก็บภาพและข้อมูลแบบเจาะลึกกันในวันนี้ ทิ้งท้ายก่อนลากันไป แอดมินบุ๋นมีบทสรุปในมุมมองส่วนตัวมาฝากไว้ด้วยครับ
Design ถ้ามีงบซื้อบ้านเดี่ยวเริ่มต้นประมาณ 15 - 40 ล้านบาท แล้วชอบดีไซน์บ้านเรียบง่ายสไตล์โมเดิร์น บ้านเดี่ยวที่นี่น่าจะถูกใจได้ไม่ยากนะครับ เพราะเป็น ‘The Real Modern’ ที่ดูเรียบหรู แต่ก็เข้าถึงง่าย มีความร่วมสมัย มองแล้วน่าจะไม่เบื่อง่ายๆ ไปอีกหลายปีเลยครับ ที่แอดมินบุ๋นชอบอีกอย่างคือการมี Option ให้เลือก Dark Tone กับ Bright Tone ทำให้ภาพรวมบ้านทั้งโครงการดูมีสีสันที่หลากหลายดีครับ
Function ครอบครัวขยายที่มีสมาชิกตั้งแต่ 3 - 4 คนขึ้นไป อยู่บ้านโครงการนี้ได้สบายตั้งแต่บ้านไซซ์เริ่มต้นเลยครับ มีห้องนอนชั้นล่างตั้งแต่แบบบ้านเล็กสุด ซึ่งทุกห้องนอนจะกว้างพอสำหรับเตียง 5 ฟุต และจะเริ่มมีห้องน้ำส่วนตัวในห้องนอนชั้นบนตั้งแต่แบบบ้านไซซ์กลางเป็นต้นไป จึงรองรับการเติบโตของสมาชิกในครอบครัว ให้อยู่สบายกันในระยะยาว เด็กๆ อยู่ได้จนเป็นวัยรุ่นแบบไม่อึดอัดเลยครับ ที่สำคัญอีกอย่างคือ บ้านแต่ละแบบจะมีพื้นที่เก็บของให้เยอะ ตอบโจทย์ชีวิตจริงของคนมีบ้านได้ดีเลยนะครับ
Facility สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางของโครงการมีความจัดเต็มตามมาตรฐานของแบรนด์เศรษฐสิริอยู่แล้วครับ ถ้าให้แอดมินเลือกจุดที่ชอบที่สุด คงต้องยกให้วิวสระน้ำและสวนส่วนกลางเมื่อมองจากริมสระว่ายน้ำของคลับเฮาส์ ที่นี่จัด Landscape มาสวยมากๆ ครับ ส่วนอีกจุดที่ขอพูดถึงเป็นพิเศษคือ Sansiri Backyard ที่ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น นอกจากมีผักหลากหลายขึ้นแล้ว ยังมีพื้นที่ให้ล้างผักและพบปะเพื่อนบ้านด้วย เป็นการสร้างความสัมพันธ์ในชุมชนที่ดีเลยครับ
Security เรื่องระบบรักษาความปลอดภัยก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญไม่แพ้กันเลยครับ หลายๆ คนที่รู้จักแบรนด์เศรษฐสิริมั่นใจในความปลอดภัยได้เลย ตั้งแต่ประตูรั้วไฟฟ้าที่เป็นระบบรางเลื่อนไฟฟ้าสำหรับลูกบ้านจะเปิดปิดให้แบบอัตโนมัติโดยการจดจำเลขทะเบียนรถ ส่วนผู้มาติดต่อจะต้องบันทึกประวัติกับทาง รปภ. ก่อนจะผ่านเข้าไปในโครงการได้ และตอนออกก็ต้องได้รับ E-Stamp จากลูกบ้านก่อน ที่บริเวณ Main Gate จะมีเจ้าหน้าที่ รปภ. ดูแลความเรียบร้อยตลอด 24 ชม. ทำงานควบคู่ไปกับกล้อง CCTV ซึ่งเชื่อมต่อตรงถึงศูนย์ควบคุม LIV-24 แบบเรียลไทม์ของแสนสิริ
Location นอกจากคอนเซปต์งานดีไซน์ที่เป็น ‘The Real Modern’ แอดมินบุ๋นขอยกให้ทำเลของโครงการนี้เป็น ‘The Real Don Mueang’ ด้วยครับ เพราะตั้งอยู่ใจกลางดอนเมืองอย่างแท้จริงเลย จากที่สำรวจข้อมูลมาแอดมินพบว่าบ้านเดี่ยวหรูที่พ่วงท้ายชื่อว่าดอนเมือง จริงๆ แล้วมีหลายโครงการเลยที่อยู่บน ถ.เลียบคลองประปา กับ ถ.ศรีสมาน ซึ่งข้ามไปเขตปากเกร็ด จ.นนทบุรี แล้วนะครับ แต่โครงการ เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง อยู่ใจกลางดอนเมืองจริงๆ ใกล้ทั้งสถานีดอนเมือง สนามบินดอนเมือง และสำนักงานเขตดอนเมือง!
ดังนั้นใครอยากมีบ้านหลังใหม่บนทำเลกรุงเทพฯ ตอนเหนือ แบบยังได้ชื่อในทะเบียนบ้านเป็นคนกรุงเทพฯ นี่คืออีกตัวเลือกที่น่าสนใจ และมีศักยภาพสูงในการเพิ่มมูลค่าได้อีกไกลเลย สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการนัดหมายเยี่ยมชมโครงการแบบ Exclusive สามารถลงทะเบียนที่ช่องทางด้านล่างนี้ได้นะครับ Home Buyers จะเป็นสื่อกลางช่วยประสานกับทางโครงการให้เอง
*หมายเหตุ : ภาพในบ้านตัวอย่างเป็นเพียงไอเดียการตกแต่ง ส่วนบ้านจริงจะได้เป็นบ้านมาตรฐานตามที่ระบุเท่านั้น
การคำนวณยอดผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน
ปรับรายละเอียดด้านล่างเพื่อคำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือน