รีวิวบ้าน PORTRAITR พระราม 9 - กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ บ้านหรูใกล้ทางด่วนพระราม 9 เพียง 26 ยูนิต

จุดเด่นสำคัญของทำเลกรุงเทพกรีฑา คือความสามารถในการเชื่อมต่อเมืองได้อย่างรวดเร็ว โดยอยู่ใกล้ทางด่วนศรีรัช เดินทางเข้าสู่โซน New CBD – พระราม 9 ได้ในเพียง 15 นาที อีกทั้งยังสามารถใช้มอเตอร์เวย์หมายเลข 7 มุ่งสู่สนามบินสุวรรณภูมิ หรือออกสู่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้อย่างสะดวกสบาย
บ้านจัดสรรในทำเลกรุงเทพกรีฑาจึงเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มบ้านหรูระดับ Luxury ที่มีโครงการใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก ซึ่งวันนี้ Home Buyers ก็มีอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจจะมารีวิวแบบเจาะลึกให้คนที่กำลังมองหาบ้านใหม่ย่านกรุงเทพกรีฑาได้ติดตามกันครับ
นี่คือ PORTRAITR พระราม 9 - กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ บ้านเดี่ยวหรู ดีไซน์มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ให้ความเป็นส่วนตัวสูงเพียง 26 ยูนิต โดยทุกหลังอยู่ติดถนนเมน ไม่มีบ้านฝั่งตรงข้าม และไม่มีเสาไฟฟ้าติดหน้าบ้าน มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ท่ามกลางระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.
โครงการตั้งอยู่ติดทางคู่ขนานวงแหวนฯ กาญจนาภิเษก บริเวณหัวมุมแยกที่เชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์พอดี ใกล้ ถ.กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ และทางด่วนศรีรัช เดินทางเชื่อมต่อ New CBD พระราม 9 และสนามบินสุวรรณภูมิได้ยอย่างสะดวกสบาย
บรรยากาศจริงของ Portraitr พระราม 9 - กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ จะเป็นอย่างไร ทีมงาน Home Buyers โดยแอดมิน #BoonWaranyu เข้าไปเก็บภาพสวยๆ และข้อมูลเจาะลึกแบบจัดเต็มมาฝากกันแล้วครับ
Fact Sheet
| ชื่อโครงการ : | พอร์ทเทรท พระราม 9-กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ |
|---|---|
| บริษัท : | บริษัท โอเพนเฮ้าส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด |
| ที่ตั้งโครงการ : | 189 ทางคู่ขนาน ถ.กาญจนาภิเษก เขตสะพานสูง แขวงสะพานสูง กรุงเทพฯ |
| พื้นที่โครงการ : | 8-1-80.0 ไร่ |
| จำนวนยูนิต : | 26 ยูนิต |
| รูปแบบโครงการ : | บ้านเดี่ยว 2 ชั้น |
| พื้นที่ใช้สอย : | 303 - 367 ตร.ม. |
| ที่ดินเริ่มต้น : | 63.6 - 80.1 ตร.ว. |
| ราคาเริ่มต้น : | 18.9 - 26.45 ล้านบาท* (ข้อมูลเดือน ก.ค. 2568 โปรดสอบถามโครงการอีกครั้ง) |
| ค่าส่วนกลาง : | 68 บาท/ตร.ว./เดือน |
| โทร : | 081 171 5225 |
| เว็บไซต์ : | https://bit.ly/4lfm47o |
Highlight : พอร์ทเทรท พระราม 9 - กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่

บ้านเดี่ยวหรู ดีไซน์มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร สไตล์ Timeless Modern Classic ใช้วัสดุคุณภาพชั้นดีในการก่อสร้าง ตัวบ้านมีพื้นที่กว้างขวาง 303 - 367 ตร.ม. ฟังก์ชันครบ รองรับครอบครัวขยายได้อย่างลงตัว
มอบความเป็นส่วนตัวอย่างเหนือระดับ โครงการมีจำนวนบ้านเพียงแค่ 26 ยูนิต สร้างสังคมคุณภาพที่ทั้ง Private และให้ความอุ่นใจด้วยระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐานสูง ดูแลตลอด 24 ชม. ติดตั้งกล้อง CCTV ทั่วพื้นที่โครงการ
ส่วนกลางครบครัน มาพร้อมสวนและคลับเฮาส์ที่รองรับความต้องการครอบครัว ทุกๆ ยูนิตติดถนนเมนกว้างกว่า 9 ม. ออกแบบผังโครงการให้ทุกบ้านไม่หันหน้าชนใคร และไม่มีเสาไฟฟ้าติดหน้าบ้าน
ใกล้ทางด่วนศรีรัช ทำเลศักยภาพสูง ใกล้ย่านกรุงเทพกรีฑาและสนามบินสุวรรณภูมิ ตั้งอยู่บนทางคู่ขนาน ติดวงแหวนฯ กาญจนาภิเษก และมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 เดินทางสะดวก ไป New CBD พระราม 9 ได้ง่าย
Facility

เริ่มรีวิวจากด้านหน้าโครงการเข้าไปเลยนะครับ เมื่อมาถึงแล้วเราจะเจอกับซุ้มประตูขนาดใหญ่ดีไซน์เรียบหรู พื้นที่รอบๆ มีการตกแต่งสวนหย่อมไว้ดูร่มรื่นเลยครับ
ซุ้มประตูมีความกว้างของช่องจราจรรวมกว่า 12 เมตร สามารถขับรถสวนกันเข้าออกได้สะดวกเลยครับ โดยซุ้มรักษาความปลอดภัยจะอยู่ถัดเข้าไปอีกเล็กน้อย

ซุ้มรักษาความปลอดภัยจะมี รปภ. ประจำการดูแลความสงบเรียบร้อยอยู่ตลอด 24 ชม. เลยครับ โดยในโซนพื้นที่พักอาศัยของโครงการจะต้องผ่านประตูรั้วรางเลื่อนไฟฟ้าในการเข้าออก ซึ่งสำหรับลูกบ้านนั้นจะสะดวกสบายด้วยระบบ Easy Pass ขณะที่ผู้มาติดต่อต้องบันทึกประวัติทะเบียน และประวัติเข้าออกกับทาง รปภ. ก่อนเข้าพื้นที่ อีกทั้งยังมีการติดตั้งกล้อง CCTV อยู่ทั่วโครงการเลยด้วย ประตูบานเลื่อนทางเข้าโครงการ 3 ตอนสูงถึง 3 เมตร แยกทางเข้า-ออกคนละฝั่ง ทำให้รปภ.สามารถจัดสรรการสัญจรของลูกบ้านและแขกของโครงการได้ทั่วถึง

พอเข้ามาข้างในโครงการจะพบว่าทั้งโครงการมีถนนเมนบริเวณสโมสร หรือ PORTRAITR CLUB กว้างถึง 9.8 เมตร และ ถนนหน้าบ้านทุกหลังกว้าง 9 เมตร เพียงแค่เส้นเดียว โดยบ้านทุกหลังจะหันหน้าไปทิศเหนือ ข้อดีคือ ได้รับแสง Indirect Sunlight และไม่มีเพื่อนบ้านอยู่ฝั่งตรงข้าม โดยหน้าบ้านจะหันไปเจอรั้วกับพื้นที่สีเขียวตลอดแนวรั้วของโครงการ ที่สำคัญอีกอย่างคือหน้าบ้านทุกหลังไม่มีเสาไฟฟ้ากับสายไฟฟ้ามาเกะกะเลย เพราะโครงการวางผังมาให้เสาไฟฟ้าอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้าน แล้วเดินท่อร้อยสายไฟลอดใต้ถนนเข้าสู่ตัวบ้าน จึงได้บรรยากาศที่สวยงามสบายตาเลยครับ

ถัดจากซุ้มประตูเข้ามาเราจะเจอกับสวนส่วนกลางของโครงการ ซึ่งจะปลูกต้นไม้ใหญ่ล้อมลอบสนามหญ้าไว้ตรงกลาง โดยมีการเล่นระดับเป็นขั้นบันได มาพร้อม Pavilion ให้นั่งพักผ่อนในร่มอยู่ 2 จุด

โครงการกำหนดให้พื้นที่สวนเป็น Pet Friendly ลูกบ้านสามารถพาสัตว์เลี้ยงมาวิ่งเล่นออกกำลังกายกันได้ โดยถัดจากสวนเข้าไปจะเชื่อมต่อกับคลับเฮาส์ของโครงการ

คลับเฮาส์มาพร้อมกับดีไซน์เรียบหรูตามสไตล์ Modern Classic เลยครับ เป็นอาคาร 2 ชั้น ทางเข้าจะอยู่ติดกับถนนเมนกว้างกว่า 9.8 เมตร โดยหน้าคลับเฮาส์สามารถให้แขกมาจอดรถได้ 3 คัน

โซนกลางแจ้งของคลับเฮาส์จะเป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือ แยกสระเด็กกับสระผู้ใหญ่ โดยฝั่งสระผู้ใหญ่นั้นจะมีความยาวประมาณ 9.75 เมตร ลึก 1.2 เมตร ลงไปแช่แล้วให้ความรู้สึกผ่อนคลายได้มากครับ

ข้างสระว่ายน้ำจะเป็นทางเดินที่มีชายคาฝ้าเพดานสูงโปร่ง ตกแต่งด้วยเหล็กดัดสไตล์ Modern Classic ที่เมื่อมีแสงแดดตกกระทบลงมาที่พื้นแล้วจะเกิดลวดลายสวยๆ แบบที่เห็นนี้ครับ

สระว่ายน้ำมีบรรยากาศที่ร่มรื่น เชื่อมต่อกับพื้นที่สีเขียวของสวนได้อย่างสดชื่นสบายตาเลยทีเดียวครับ

เข้ามาภายในคลับเฮาส์ ชั้น 1 จะเป็น Lobby ที่จัดมุมโซฟาเอาไว้ให้ลูกบ้านใช้รับรองแขกจากภายนอกได้ ในปัจจุบันทางโครงการกำลังใช้พื้นที่เป็น Sale Gallery สำหรับต้อนรับลูกค้าอยู่ครับ

บนชั้น 2 ของคลับเฮาส์จะใช้งานเป็นฟิตเนสที่มีเครื่องเล่นต่างๆ ให้ครบครัน แต่เนื่องจากฟิตเนสยังอยู่ระหว่างจัดส่งอุปกรณ์เครื่องเล่นและการตกแต่ง ทางทีมจึงยังไม่ได้เก็บภาพมาฝากในครั้งนี้ครับ ภายในห้องเปิดรับวิวสวนสีเขียว ให้ความสบายตาเมื่อได้มาออกกำลังกาย

นี่คือรีวิวสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางของ พอร์ทเทรท พระราม 9 - กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ที่เราเก็บภาพมาฝากกันครับ โดยรวมแล้ว Facility ของที่นี่มีความครบถ้วนแบบกำลังดี เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ได้อย่างลงตัวครับ
สำหรับค่าส่วนกลางของโครงการ พอร์ทเทรท พระราม 9 - กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ จัดเก็บอยู่ที่ 68 บาท / ตร.ว. / เดือน
Design & Function

พอร์ทเทรท พระราม 9 - กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ พัฒนาโดย บริษัท โอเพนเฮ้าส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ซึ่งเกิดจากการร่วมมือกันของ Developer ชื่อดังจากภาคตะวันออกของไทย 3 ราย PATTA, MANEERIN และ BAAN TADA ซึ่งมีประสบการณ์ด้านอสังหาฯมาแล้วกว่า 21 ปี พัฒนาโครงการมาแล้วมากกว่า 45 โครงการ วันนี้จับมือกันพัฒนาโครงการหรูบนทำเลกรุงเทพกรีฑาให้มีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ สร้างด้วยวัสดุคุณภาพสูง พร้อมมอบฟังก์ชันการใช้ชีวิตที่คิดมาอย่างตอบโจทย์คนยุคใหม่
โดยบ้านเดี่ยวของ พอร์ทเทรท พระราม 9 - กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ จะมีให้เลือกอยู่ 2 แบบ คือ บ้านเดี่ยว Portia พื้นที่ใช้สอย 367 ตร.ม. และบ้านเดี่ยว Penn พื้นที่ใช้สอย 303 ตร.ม.

บ้านทุกหลังก่อสร้างด้วยระบบ Conventional ก่ออิฐฉาบปูน มีเสา - คาน แบบที่คนไทยคุ้นเคย ซึ่งอิฐที่ใช้จะเป็นอิฐมวลเบา สามารถ ทุบ ตอก เจาะ ต่อเติม ปรับปรุงฟังก์ชันต่างๆ ได้ง่ายตามที่ต้องการ นอกจากนี้วัสดุที่เลือกใช้ในบ้านก็เป็นของเกรดคุณภาพสูง อาทิ
- สีทาบ้าน : Dulux Weather Shield Ultima Advance
- หลังคา : SCG
- บานประตู - กรอบหน้าต่าง : Tostem
- พื้น SPC : Rococo
- สุขภัณฑ์ : Kohler
นอกจากนี้ที่บ้านทุกหลังยังออกแบบให้รองรับนวัตกรรมการอยู่อาศัยของคนยุคใหม่ โดยบริเวณโรงจอดรถจะเดินระบบไฟฟ้า 3 เฟส 30/100 รองรับการติดตั้ง EV Charger ส่วนภายในบ้านตามจุดติดตั้งสวิตช์ไฟก็เดินสาย Neutral เพื่อรองรับอุปกรณ์ Smart Home ไว้ให้เรียบร้อย ชอบอุปกรณ์ของค่ายไหนก็สามารถเลือกมาติดตั้งกันได้เลยครับ ที่สำคัญคือบ้านทุกหลังจะติดตั้งแผง Solar Cell มาให้ด้วยครับ

ในด้านของงานดีไซน์ ความตั้งใจของโครงการนั้นอยากให้บ้านที่นี่มีความสวยงามแบบ Timeless อยู่เหนือกาลเวลา จึงเลือกใช้สไตล์ Modern Classic ในการออกแบบบ้าน
ซึ่งกลิ่นอายความคลาสสิกจะเห็นได้จากคิ้วบัวที่ตกแต่งอยู่ภายนอก แต่นำมาปรับให้เรียบง่ายด้วยเส้นตั้ง - นอน ที่ให้ความโมเดิร์น เข้ากันกับโทนสี Warm Beige ซึ่งให้ความอบอุ่น มองได้นานๆ โดยไม่ต้องห่วงว่าจะล้าสมัย เหมือนสถานที่สำคัญของโลกตะวันตก นอกจากนี้ยังตกแต่งตามราวระเบียงด้วยราวกันตกเหล็กดัดที่ Custom ลายมาเป็นพิเศษเฉพาะโครงการนี้อีกด้วย
อีกกิมมิคที่โครงการนำมาโยงเข้ากับชื่อ Portraitr ก็คือการออกแบบกรอบหน้าต่างให้ดูคล้ายกับกรอบภาพ เพื่อสื่อสะท้อนถึงเรื่องราวชีวิตและตัวตนของผู้อยู่อาศัยซึ่งถูกบันทึกไว้ผ่านภาพถ่ายหรือภาพวาด โดยถ้าได้เข้าไปดูการตกแต่งของบ้านตัวอย่างไซส์ใหญ่จะยิ่งเห็นงาน Interior ที่แฝงแนวคิดนี้ไว้อีกเยอะเลยครับ
Show Unit : Portia

เริ่มต้นรีวิวกันที่บ้านเดี่ยวไซส์ใหญ่ที่สุดของโครงการอย่างแบบบ้าน Portia กันก่อนครับ หลังนี้มีพื้นที่ใช้สอย 367 ตร.ม. ขนาดแปลงที่ดินเริ่มต้น 80.1 ตร.ว. มาพร้อมกับฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 3 จอดรถได้ 3 คัน

ทำความเข้าใจแบบแปลนบ้านกันก่อนนะครับ (แปลนบ้านจะสลับฝั่งซ้าย - ขวา กับบ้านตัวอย่าง) สำหรับชั้น 1 หน้าบ้านสามารถจอดรถ “ในร่มได้ 3 คัน” ซึ่งเป็นข้อดีจากการดีไซน์ที่คิดมาอย่างดีแล้ว โดยเจ้าของบ้านไม่ต้องต่อเติมเอง ภาพลักษณ์ในโครงการจึงสวยงามกว่าด้วย จากนั้นจะมีเฉลียงเชื่อมต่อกับประตูทางเข้าหลักของบ้าน ที่จะเข้าไปเจอกับ Foyer เพดานสูง Double Volume จากนั้นค่อยเข้าไปเจอโซน Common Area ขนาดใหญ่ ที่เชื่อมต่อ Living Area และ Dining Area แบบ Open Space นอกจากนี้ถัดออกไปทางหลังบ้านยังมีชานกว้างให้จัดเป็นพื้นที่พักผ่อนแบบ Outdoor ได้ด้วย
มุมบ้านฝั่งที่อยู่ติดกับ Living Area คือห้องนอนของชั้น 1 เป็นห้องไซส์ใหญ่ที่มาพร้อมกับห้องน้ำในตัวแบบที่รองรับการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุได้ มีส่วนเชื่อมต่อกับเฉลียงหลังบ้าน ส่วนมุมบ้านอีกฝั่งที่อยู่ถัดไปจาก Dining Area จะมีห้องน้ำ Powder Room อยู่ใกล้กับทางออกไปลานจอดรถ ส่วนฝั่งหลังบ้านจะมีห้องครัว ซึ่งเปิดออกไปยังโซน Maid Plaza แล้วจะเจอกับห้องเก็บของที่ปรับเป็นห้องพักแม่บ้านได้ โดยจะมีห้องน้ำแม่บ้านอยู่ติดกันเลย

หน้าบ้านสามารถจอดรถในร่มได้ 3 คันเต็มๆ ไม่จำเป็นต้องต่อเติมกันสาดเพิ่มเติมเลยครับ โดยโครงสร้างใต้พื้นลานจอดก็มีการลงเสาเข็มเอาไว้ลึกเท่ากับตัวบ้าน พร้อม Joint รองรับการทรุดตัวในอนาคต นอกจากนี้พื้นของลานจอดและเฉลียงยังปูด้วยกระเบื้องที่เคลือบผิวด้วยนวัตกรรม Smooth Grip ที่เมื่อเปียกแล้วจะเพิ่มความสากขึ้นเองเพื่อกันลื่น

ผนังบ้านท้ายลานจอดรถจะมีประตูเชื่อมต่อไปโซนใกล้กับครัวและ Powder Room ภายในบ้าน สะดวกเวลาซื้อของเข้าครัวจะได้ขนของตรงเข้าไปเก็บของทางนี้ได้เลย โดยพื้นที่ข้างประตูจะเว้นช่องว่างไว้รองรับบิลต์อินตู้เก็บของขนาดใหญ่ได้อีกด้วย

ภาพนี้เราถ่ายบ้านมาตรฐานแปลงที่ยังไม่ตกแต่งมาเทียบกันให้ดู (สลับฝั่งซ้าย - ขวา) จะเห็นผนังฝั่งที่เว้าไปเล็กน้อยเพื่อให้มีพื้นที่บิลต์ตู้เก็บของได้นั่นเอง ทางโครงการยังเตรียมจุดรองรับ Ev Charger ในอนาตคสำหรับลูกบ้านไว้ให้เรียบร้อยครับ

ขยับมาที่เฉลียงหน้าทางเข้าหลักของบ้านจะเจอกับประตูบานทึบแบบเจาะช่องเปิดขนาบด้านข้าง เป็นของแบรนด์ Tostem รุ่น Giesta ซึ่งสั่ง Custom ไซส์พิเศษ มีความสูงถึง 2.85 เมตร เสริมความแกรนด์ให้กับทางเข้าของบ้าน รวมถึงมีการติดตั้ง Haffele Digital Door Lock มาให้ด้วย

พอเข้ามาในบ้านจะเจอกับ Foyer ที่ใช้พื้นที่ร่วมกับโถงบันไดพอดี จึงเกิดเป็นโถงเพดานสูงแบบ Double Volume ที่ดูโอ่โถง โดยความสูงจากพื้นชั้น 1 ถึงฝ้าชั้น 2 จะอยู่ที่ 6.80 เมตรเลยทีเดียว

บริเวณ Foyer สามารถวางโซฟาขนาด 3 ที่นั่งเอาไว้รับรองแขกได้เลย หรือจะจัดเป็นไซด์บอร์ดสำหรับวางของ Drop Off เวลากลับเข้าบ้านก็ได้

ด้วยเพดานที่สูงแบบ Double Volume ถึง 6.8 เมตร ทำให้บรรยากาศบริเวณ Foyer มีความโอ่อ่าและปลอดโปร่ง พอติดโคมไฟระย้าลงมาก็ยิ่งเพิ่มความไม่ธรรมดาให้กับจุดต้อนรับของบ้านหลังนี้

จากภายในบ้าน มองย้อนออกไปที่โถง Foyer และประตูบ้าน ยังเห็นอีกว่าหน้าบ้านมีช่องแสงธรรมชาติขนาดใหญ่ ช่วยเพิ่มความสว่างปลอดโปร่งให้กับการอยู่อาศัยในบ้าน โดยกรอบหน้าต่างทั้งหลังใช้แบรนด์คุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่นอย่าง TOSTEM

ผ่านโซน Foyer เข้ามาแล้วจะเจอกับ Common Area ที่เชื่อมต่อ Living Area กับ Dining Area ต่อเนื่องกันแบบ Open Space โดยระยะพื้นถึงฝ้าของโซนอื่นๆ ที่ชั้น 1 จะยังสูงโปร่งถึง 3 ม. ส่วนพื้นปูด้วยกระเบื้องแผ่นใหญ่ไซส์ 120x60 ซม.

มุม Living Area กว้างมากๆ เลยครับ วางโซฟารับแขกชุดใหญ่เป็นพิเศษได้เลย นั่นเล่นพร้อมกันได้กว่า 5 - 6 คน พื้นที่สำหรับติดตั้งทีวีก็กว้างขวาง เลือกทีวีไซส์ใหญ่ๆ มาติดได้สบาย

มุม Living Area จะอยู่ติดกับประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่แบบ 3 ตอน ทำให้เปิดได้กว้างกว่าประตู 2 ตอน เสมือนมี Courtyard หลังบ้านขนาดใหญ่

ภาพนี้ถ่ายจากบ้านมาตรฐานมาเทียบให้ดูกันครับ ชานหลังบ้านจะมีการสร้างไว้ให้พร้อมกับตัวบ้านมาตรฐานเลย โดยโครงสร้างจะมีเสาเข็มลึกเท่ากับตัวบ้าน ไม่ต้องห่วงเรื่องการทรุดตัว

เปิดออกมาที่ชานหลังบ้านแล้วดูน่านั่งทีเดียวเลยครับ พื้นที่กว้างกำลังดีสำหรับจัดเป็นมุมจิบกาแฟยามบ่าย หรือจะจัดเตาปิ้งย่างบาร์บีคิวในเย็นวันหยุดก็น่าสนใจ

พื้นชานในบ้านมาตรฐานจะปูด้วยกระเบื้องกันลื่นแผ่นใหญ่คล้ายๆ กับที่ลานจอดรถหน้าบ้านนั่นเองครับ

ประตูกระจกบานเลื่อนที่กั้นระหว่าง Living Area กับชานหลังบ้าน สามารถเปิดได้กว้างขวางแบบนี้เลยครับ

จาก Living Area มองลึกไปอีกฝั่งของบ้านจะเห็น Dining Area และโซน Pantry โดยมีโถงทางเดินกว้างขวางเป็นตัวเชื่อมต่อฟังก์ชันถึงกัน ซึ่งริมโถงทางเดินก็ยังรองรับชั้นวางของขนาดใหญ่ได้เหมือนบ้านตัวอย่างเลยครับ

บ้านตัวอย่างเลือกวางโต๊ะอาหารขนาด 4 - 6 ที่นั่ง ซึ่งดูจากพื้นที่จริงๆ แล้วสามารถเลือกไซส์ 6 - 8 ที่นั่งก็ได้

ต่อเนื่องกับ Dining Area จะมีพื้นที่บริเวณหน้าห้องครัวให้ทำเป็นเคาน์เตอร์บาร์และเคาน์เตอร์ Pantry ได้ด้วยครับ เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมืองที่เน้นทำอาหารง่ายๆ หรือแค่ใช้พื้นที่เตรียมเครื่องดื่ม

พื้นที่ระหว่างเคาน์เตอร์บาร์กับ Pantry จัดว่ากว้างขวางเลยครับ ยืนเตรียมอาหารหรือเครื่องดื่มพร้อมกันครั้งละหลายคนได้สบายๆ จริงๆ แล้วจะเปลี่ยนเคาน์เตอร์บาร์เป็นไอส์แลนด์ก็ยังได้

เคาน์เตอร์ 2 ตัวนี้จะขนาบทางเข้าห้องครัวอยู่พอดี ซึ่งประตูห้องครัวก็อยู่ตรงข้ามกับประตูลานจอดรถเช่นกัน สะดวกเวลาซื้อของเข้าครัวเลยครับ

ห้องครัวในบ้านตัวอย่างจะกว้างขวางกว่าห้องครัวในบ้านมาตรฐาน เพราะมีการทุบรวมกับห้องแม่บ้านที่อยู่ข้างๆ กันทางฝั่งซ้ายของภาพ เข้ามาเพิ่มพื้นที่ให้ห้องครัวกว้างเป็นพิเศษ ใครถูกใจก็สามารถยืมไอเดียไปทำตามได้ครับ

ภาพถ่ายจากบ้านมาตรฐานเทียบมุมกัน (สลับฝั่งซ้าย - ขวา) จะเห็นว่าห้องครัวจริงๆ แล้วจะเล็กลงมาจากในบ้านตัวอย่างเล็กน้อย โดยส่วนที่ถูกทุบออกไปคือผนังทางฝั่งขวาของภาพนี้นั่นเองครับ

นี่คือโซนที่ถูกทุบยื่นออกไปรวมกับห้องเก็บของนั่นเอง โดยจริงๆ แล้วประตูของครัวฝั่งที่ออกไปโซน Maid Plaza จะอยู่ใกล้กับประตูครัวที่เชื่อมต่อกับ Pantry มากกว่านี้
พูดถึงประตูครัวแล้ว นี่คือความพิถีพิถันในการเลือกใช้วัสดุอีกอย่างหนึ่งของบ้านโครงการนี้ครับ โดยประตูครัวฝังที่เชื่อมกับ Maid Plaza จะเป็นของ Tostem รุ่น Airflow Slot ซึ่งสามารถเลื่อนเปิดกระจกให้อากาศถ่ายเทได้ดี โดยยังมีมุ้งลวดช่วยกันแมลงหรือสัตว์เลื้อยคลานอยู่อีกชั้นหนึ่ง

เทียบกับบ้านเปล่าจะเห็นครับว่าประตูครัวนั้นติดตั้งเป็นแบบ Airflow Slot มาให้เป็นมาตรฐานในทุกๆ หลัง

ออกมาจากห้องครัวจะเป็นพื้นที่ Maid Plaza ที่มีมุมสำหรับวางเครื่องซักผ้าในร่ม อ่างล้างมือ และห้องน้ำแม่บ้านแยกการใช้งานอย่างเป็นสัดส่วน

เทียบกับบ้านมาตรฐานจะเห็นอ่างล้างมือแบบที่ได้พร้อมบ้านมาจริงๆ รวมถึงเห็นประตูทางเข้าห้องเก็บของอยู่ข้างๆ ประตูครัวด้วยครับ

พื้นที่ข้างๆ ประตูทางเข้าออกครัวจะเดินระบบรองรับเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้า ส่วนห้องน้ำแม้บ้านก็มาพร้อมกับสุขภัณฑ์ต่างๆ ครบครันเลยครับ โดยอ่างล้างมือจะแยกออกมาอยู่หน้าห้อง

จากโซน Maid Plaza ที่อยู่ในร่ม ยังสามารถออกมาที่ลานซักล้างกลางแจ้งที่อยู่ข้างๆ ตัวบ้านได้อีกด้วย

จากครัวเรากลับเข้ามาที่โถงทางเดินของชั้น 1 กันนะครับ โดยถัดจากมุม Pantry ไปจะมีผนังที่ออกแบบไว้รองรับการบิลต์อินตู้เก็บรองเท้าได้เป็นจำนวนมาก โดยด้านหลังของมุม Pantry จะเป็นห้องน้ำ Powder Room

ห้องน้ำ Powder Room รองรับการใช้งานระหว่างวันและรับแขก โดยมีโถสุขภัณฑ์และอ่างล้างหน้าจาก Kolher ให้ใช้ โดยจะไม่มีส่วนเปียกสำหรับอาบน้ำ เพราะห้องนอนทุกห้องมีห้องน้ำในตัวอยู่แล้ว

ย้อนกลับมาที่ Living Area จะเห็นว่าข้างๆ จุดติดตั้งทีวียังมีประตูที่เชื่อมต่อเข้าไปอีกห้องหนึ่ง ซึ่งก็คือห้องนอนของชั้น 1 นั่นเองครับ

เข้ามาในห้องนอนชั้น 1 จะเจอกับโถงทางเดินที่รองรับการบิลต์อินตู้เสื้อผ้า โดยจะมีห้องน้ำอยู่ใกล้ๆ กับประตูทางเข้าห้องเลย ซึ่งเป็นห้องน้ำแบบ Universal Design ที่รองรับทั้งผู้สูงวัยและผู้ใช้รถเข็น Wheel Chair เพราะพื้นห้องนอนกับห้องน้ำจะเรียบเสมอกันแบบไม่มี Step เพื่อให้เดินผ่านได้โดยไม่สะดุด รวมถึงเข็นรถเข้าออกได้สะดวก

ห้องน้ำมีสุขภัณฑ์ที่ครบครัน นอกจากอ่างล้างหน้าในภาพที่แล้ว ก็ยังมีโถสุขภัณฑ์และมุมอาบน้ำให้ใช้งานอย่างเป็นสัดส่วน

บ้านตัวอย่างตกแต่งห้องนอนชั้นล่างเป็นเหมือน Entertainment Room เอาไว้นั่งดูหนังฟังเพลงแบบเป็นส่วนตัวมากกว่า Living Area โซนด้านนอก โดยห้องนี้สามารถเลือกปรับฟังก์ชันได้อย่างหลากหลาย ถ้าเป็นห้องนอนก็วางเตียง 6 ฟุตกับชั้นวางทีวีและโต๊ะเครื่องแป้งได้สบายๆ หรือจะเลือกใช้งานอื่นๆ ก็อเนกประสงค์ตามไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยเลย

ชมชั้น 1 เรียบร้อยแล้ว ย้อนกลับมาที่ Foyer เพื่อขึ้นบันไดไปชมชั้น 2 กันครับ แวะดูข้างๆ บันไดกันนิดนึง จะเห็นว่ามีพื้นที่ให้วางเฟอร์นิเจอร์ได้อีก โดยบ้านตัวอย่างวางตู้แช่ไวน์กับมานั่งใส่รองเท้าเอาไว้ แต่เราจะปรับเป็นตู้เก็บรองเท้าใหญ่ๆ ก็ได้ครับ ส่วนใต้บันไดก็ยังมีห้องเก็บของให้เก็บของชิ้นใหญ่ๆ ได้จุใจเลย

บันไดบ้านมีโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก พื้นขั้นบันไดเป็นวัสดุ Hybrid SPC จาก Rococo เดินขึ้นลงได้เต็มเท้าแบบไม่ส่งเสียงรบกวน นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบไฟส่องสว่างแบบ Motion Sensor ไว้ให้เป็นมาตรฐานเลยด้วย ซึ่งตัวไฟปรับเปลี่ยนการใช้งานตามผู้อาศัยได้เลย

ขึ้นมาถึงระเบียงโถงทางเดินชั้น 2 สามารถมองลงไปเห็นโถง Foyer และโคมไฟแชงเดอเลียได้

แวะดูแปลนบ้านชั้น 2 กันก่อนนะครับ ชั้น 2 จะมี 3 ห้องนอน พร้อมห้องน้ำในตัวทุกห้อง โดยบริเวณโถงกลางจะเป็น Living Area ที่กว้างขวาง โดยไฮไลต์อีกอย่างของชั้น 2 คือห้องนอน 4 หรือ Master Bedroom จะมีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ สามารถจัดพื้นที่ห้องแต่งตัวได้ถึง 2 โซนเลยทีเดียว
แต่บ้านตัวอย่างมีการปรับฟังก์ชันของชั้น 2 อยู่พอสมควร โดยเฉพาะโซน Closet ที่อยู่ในแบบแปลน จะเป็นอย่างไรเราค่อยๆ ดูภาพจริงประกอบกันไปนะครับ

ขั้นมาถึงชั้น 2 จะเจอกับโถงกลาง หรือ Living Area ที่กว้างมากๆ เลยครับ โดยระยะพื้นถึงฝ้าของชั้น 2 จะยังสูงโปร่ง 3 ม. เท่ากันกับชั้นล่าง แต่พื้นทั้งชั้นจะเปลี่ยนมาปูด้วย SPC หนา 5.3 ม. ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น น่าพักผ่อนมากยิ่งขึ้น

บรรยากาศของโถงชั้น 2 มีความปลอดโปร่ง รับแสงธรรมชาติจากช่องเปิดทางฝั่งหน้าบ้านเข้ามาได้เยอะเลย อีก 1 แนวคิดของโครงการคือ บ้านทุกหลังหันหน้าเข้าทิศเหนือ ได้รับ Indirect Sunlight จึงหายห่วงในเรื่องของการได้รับแสงแดดหรืออยู่ในบ้านจะร้อนเกินไป สามารถทำกิจกรรมในบ้านได้แบบสบายๆ ทั้งวัน

พื้นที่โถงกลางชั้น 2 สามารถจัดเป็น Living Area หรือ Family Area ได้อีกจุด รองรับทั้งชุดโซฟาขนาดใหญ่และชั้นวางของจำนวนมาก รวมถึงมีมุมให้วางเปียโนได้ด้วย บางคนอาจแบ่งมุมหนึ่งเป็นโต๊ะทำงานไว้ทำงานในแบบ Co - Working Space ก็ได้ความโปร่ง จุดนี้ถือเป็นพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมภายในครอบครัวได้เลยครับ

มาชมห้องนอน 2 กันก่อนครับ ห้องนี้จะเป็นห้องแรกที่เราเจอเมื่อเดินขึ้นบันไดมาถึงชั้น 2

เข้ามาในห้องนอน 2 จะเจอกับโถงทางเดินที่เชื่อมไปโซนพักผ่อน (คล้ายๆ กับแปลนห้องนอนชั้น 1) โดยมีพื้นที่ริมทางเดินให้บิลต์อินตู้เสื้อผ้าได้ และเยื้องกับประตูทางเข้าห้องนอน 2 จะมีทางเข้าห้องน้ำในตัวของห้องนอน 2 อยู่

ห้องน้ำของห้องนอน 2 มีสุขภัณฑ์ที่ครบครัน มาพร้อมเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าที่กว้างขวาง โถสุขภัณฑ์ และมุมอาบน้ำที่แยกโซนเปียกไว้อย่างเป็นสัดส่วน

เข้ามาในโซนพักผ่อนของห้องนอน 2 มุมนี้มองย้อนไปตามโถงทางเดินจะเห็นตัวอย่างการวางตู้เสื้อผ้าที่ได้ไซส์ใหญ่พอสมควร ต่อเนื่องจากนั้นจะเป็นมุมวางไซด์บอร์ดหรือชั้นวางทีวีที่อยู่ตรงข้ามกับเตียง

พื้นที่โซนพักผ่อนสามารถวางเตียงไซส์ 5 - 6 ฟุตได้แบบสบายๆ รองรับการอยู่อาศัยจริงของครอบครัวได้ลงตัว ครอบครัวที่มีลูกวัยแยกห้องนอนแล้วก็สามารถให้อยู่ได้ตั้งแต่เด็กจนโตแบบแทบไม่ต้องขยับขยาย

ออกจากห้องนอน 2 มาที่โถงกลาง มองไปทางฝั่งตรงข้ามจะเห็นช่องทางเดินเข้าไปห้อง Master Bedroom ซึ่งบ้านตัวอย่างรวมฟังก์ชันห้องนอน 3 - 4 เข้าด้วยกันเป็นห้องใหญ่พิเศษ ทางเข้าจึงเหลือเพียง 1 จุด

เทียบกับภาพบ้านมาตรฐานให้ดูจะเห็นว่าจริงๆ แล้วมีประตูของห้องนอน 3 และห้องนอน 4 (Master) แยกกันชัดเจนครับ แต่ด้วยความที่ผนังก่ออิฐมวลเบาจึง ทุบ ตอก เจาะ ต่อเติม ได้ง่ายตามต้องการนั่นเอง

เข้ามาใน Master Bedroom จะเจอกับมุมทำงาน ซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่างประตูไป Master Bedroom ฝั่งหน้าบ้าน (ซ้าย) และห้องแต่งตัวฝั่งหลังบ้าน (ขวา)

เทียบกับบ้านมาตรฐาน จริงๆ แล้วมุมดังกล่าวคือห้องแต่งตัวของ Master Bedroom นั่นเองครับ (กลับไปดูที่แบบแปลนกันได้) แต่บ้านตัวอย่างย้ายประตูทางเข้าห้องนอน 3 ฝั่งหลังบ้านมาอยู่ที่ผนังว่างๆ ทางซ้ายของภาพ เพื่อรวมฟังก์ชันห้องนอนใหญ่ให้กลายเป็น Penthouse Master Bedroom กันไปเลย

มองไปทางฝั่งหน้าบ้านจะเห็นว่ามีประตูที่เชื่อมต่อสู่ Master Bedroom

เทียบกับบ้านมาตรฐานแล้วจุดนี้ยังไม่เปลี่ยนแปลงเท่าไรครับ คือเวลาเข้าห้อง Master Bedroom มาแล้วจะเจอกับห้องแต่งตัวก่อน แล้วค่อยเปิดประตูชั้นหนึ่งเข้าไปที่ห้องนอนฝั่งหน้าบ้านอีกนั่นเอง

Master Bedroom มีพื้นที่กว้างขวางเลยครับ โซนแรกจะเข้ามาเจอมุมพักผ่อน สามารถวางเตียงใหญ่ 6 ฟุตหรือจะสั่งทำไซส์พิเศษที่กว้างกว่านี้อีกก็ยังได้

บรรยากาศดูสว่างปลอดโปร่งดีครับ เพราะอยู่ติดกับหน้าต่างฝั่งหน้าบ้าน รับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ตลอดวัน

บ้านตัวอย่างบิลต์ชั้นวางทีวีขึ้นมาเป็นตัวแบ่งฟังก์ชันห้องให้เป็นสัดส่วน โดยอีกฝั่งของชั้นทีวีจะเป็นโต๊ะแป้ง

มาที่อีกฝั่งจะเห็นว่าถูกจัดฟังก์ชันเป็น Walk - in Closet ที่กว้างขวาง มีครบทั้งโต๊ะเครื่องแป้ง ไอส์แลนด์เก็บเครื่องประดับ และตู้เสื้อผ้าที่บิลต์อินได้เต็มผนังไปเลยทั้งฝั่ง

โซนนี้สามารถเปิดประตูออกไปเชื่อมต่อกับระเบียงหน้าบ้านได้ด้วยครับ สังเกตว่าฝั่งตรงข้ามจะไม่มีบ้านหลังอื่นๆ อยู่เลย เพราะโครงการวางผังถนนและตำแหน่งบ้านแบบ Single Load ให้บ้านอยู่รวมกันฝั่งเดียว จึงได้ความเป็นส่วนตัว เวลาเปิดออกมาที่ระเบียงก็ไม่ต้องหัดไปเจอเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามครับ

ระเบียงของ Master Bedroom มีพื้นที่กว้างพอให้ออกมายืนรับลมหรือจัดสวนกระถางเล็กๆ ได้บ้างครับ

อีกฝั่งของ Walk - in Closet จะเชื่อมต่อกับห้องน้ำส่วนตัวของ Master Bedroom ซึ่งกว้างขวางเป็นพิเศษ

ห้องน้ำ Master Bedroom พิเศษกว่าห้องอื่นๆ เลยครับ นอกจากพื้นที่จะกว้างแล้วก็ยังใส่ฟังก์ชันบ้านหรูเข้ามาอีกหลายอย่างเลย ภาพนี้ของชี้ให้เห็นมุมอาบน้ำที่ติดฉากกั้นมาให้เรียบร้อย

อ่างล้างหน้าจะเป็นเคาน์เตอร์ยาวแบบ His & Her แบ่งการใช้งานได้ชัดเจน มาพร้อมกระจกเงาบานกว้าง

ตรงข้ามกับมุมอ่างล้างหน้ายังมีอ่างอาบน้ำมาให้แช่พักผ่อนกันด้วย โดยตำแหน่งจะอยู่ตรงกับหน้าต่างบานใหญ่ เปิดรับแสงธรรมชาติมาขจัดความชื้นได้อย่างดี โดยไม่ต้องห่วงเรื่องความเป็นส่วนตัวเพราะฝั่งตรงข้ามจะเป็นผนังทึบของบ้านข้างๆ

เดินกลับมาที่มุมทำงานหน้า Master Bedroom (หรือห้องแต่งตัวในบ้านมาตรฐาน) อีกครั้ง คราวนี้มองไปทางฝั่งหลังบ้านจะเห็นประตูทางเข้าห้องนอน 3 ที่ถูกเปลี่ยนเป็นห้องแต่งตัวอีกห้องหนึ่ง Master Bedroom

พื้นที่ห้องนอน 3 จริงๆ แล้ววางเตียง 5 - 6 ฟุตได้สบายครับ แต่บ้านตัวอย่างปรับฟังก์ชันใหม่ให้สะท้อนไลฟ์สไตล์ของคู่รักคนเมืองที่มีเสื้อผ้าเยอะ อย่างใน Walk - in Closet ของ Master Bedroom ที่เราดูกันไปเมื่อสักครู่นี้จะเป็นมุมแต่งตัวของคุณผู้หญิง พอมาฝั่งนี้จะเป็นห้องแต่งตัวของคุณผู้ชายไปเลยเต็มๆ แบบไม่ต้องแย่งพื้นที่ตู้เสื้อผ้ากันเลยนั่นเอง

ห้องนอน 3 มาพร้อมกับห้องน้ำในตัวให้ใช้งานได้สะดวกเลยครับ เมื่อเข้ามาแล้วจะเจอกับมุมอ่างล้างหน้าอยู่ติดกับช่องแสงแนวสูงที่เปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาช่วยขจัดความชื้นได้เป็นอย่างดี

ถัดเข้าไปจากนั้นจะเป็นโถสุขภัณฑ์และมุมอาบน้ำที่แยกโซนเปียกไว้อย่างเป็นสัดส่วนเลยครับ

ทั้งหมดนี้คือทุกซอกทุกมุมของบ้านตัวอย่างแบบบ้าน Portia พื้นที่ใช้สอย 367 ตร.ม. ที่โครงการ พอร์ทเทรท พระราม 9 - กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ เปิดบ้านให้เราเข้าชมบรรยากาศกันครับ ไปต่อกันเลยกับอีกแบบบ้านหนึ่งที่มีชื่อว่า Penn
Show Unit : Penn

บ้านตัวอย่างอีกหลังเป็นของแบบบ้าน Penn บ้านเดี่ยวไซส์เริ่มต้นของทางโครงการ พอร์ทเทรท พระราม 9 - กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ พื้นที่ใช้สอย 303 ตร.ม. ปลูกบ้านแปลงที่ดินขนาดเริ่มต้น 63.6 ตร.ว. โดยมาพร้อมกับฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 3 ที่จอดรถ

ก่อนชมบรรยากาศจริงเรามาดูแปลนชั้น 1 กันนะครับ โดยหน้าบ้านสามารถจอดรถในร่มได้ทั้งหมด 3 คัน หน้าประตูทางเข้าบ้านจะเป็นเฉลียงกว้าง เปิดเข้ามาเจอกับโถง Foyer รับรอง ก่อนจะถัดเข้าไปที่โซน Common Area แบบ Open Space ที่เชื่อมต่อฟังก์ชัน Living Area และ Dining Area ถึงกันอย่างปลอดโปร่ง จากนั้นจะเป็นโถงบันไดเพดานสูง Double Volume เชื่อมต่อขึ้นไปถึงชั้น 2
อีกฝั่งของบ้าน ถัดจาก Dining Area จะมีห้องนอนของชั้น 1 ที่มีห้องน้ำในตัวให้ใช้งาน ต่อจากนั้นก็คือห้องครัวแบบปิดที่มีพื้นที่กว้างพอสมควรทีเดียว โดยตรงข้ามกันจะเป็นห้องน้ำแบบ Powder Room ที่หลบมุมอยู่ บ้านทั้ง 2 แบบในโครงการ มีความคล้ายคลึงกันซะส่วนมาก ความแตกต่างจากบ้าน PORTIA ขนาด 367 ตร.ม. กับบ้าน PENN ขนาด 303 ตร.ม. คือ การออกแบบฟังก์ชันการใช้งานภายในบ้านให้เหมาะกับจำนวนผู้อยู่อาศัย บ้าน PENN จึงเหมาะกับ คู่รัก อยู่อาศัย 2 ท่าน หรือ มีลูก 1 - 2 คน ส่วนบ้าน PORTIA มีการคำนึงถึง Universal Design จึงเหมาะกับบ้านที่มีผู้สูงอายุหรืออยู่ร่วมกันหลาย Generation นั่นเอง

ลานจอดรถหน้าบ้านสามารถจอดรถในร่มได้เต็มๆ ถึง 3 คันแบบไม่จำเป็นต้องต่อเติมหลังคากันสาดเพิ่มเลยทีเดียว โดยพื้นลานจอดรถทั้งหมดที่อยู่ใต้ร่มชายคาบ้านจะมีการลงเสาเข็มลึกเท่าตัวบ้านเอาไว้ทั่วพื้นที่ ไม่ต้องห่วงปัญหาเรื่องพื้นทรุดแตกแยกตัวในระยะยาว นอกจากนี้กระเบื้องที่ใช้ปูลานจอดกับเฉลียงบ้านก็ยังเป็นแบบที่เคลือบพื้นผิวด้วยเทคโนโลยี Smooth Grip ที่เวลาแห้งจะเดินแล้วให้ความรู้สึกนุ่มเท้า แต่เมื่อเปียกน้ำแล้วจะเพิ่มความฝืดเพื่อช่วยกันลื่น
ผนังบ้านที่อยู่ท้ายลานจอดจะมีประตูกระจกบานเลื่อนเชื่อมต่อเข้าไปโซน Dining Area ซึ่งเดินต่อไปยังห้องนอนกับห้องครัวได้ง่าย นอกจากนี้ผนังฝั่งที่อยู่ข้างๆ กันยังมีช่องว่างรองรับการบิลต์อินตู้เก็บของขนาดใหญ่อยู่ด้วย

เฉลียงหน้าประตูทางเข้าหลักของบ้านมีพื้นที่กว้างขวางเลยทีเดียว ส่วนประตูบ้านจะเป็นของแบรนด์ Tostem รุ่น Giesta ซึ่งทนทานต่อสภาวะร้อนชื้นของบ้านเราได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญคือสั่งผลิตไซส์พิเศษ สูงถึง 2.85 เมตร ให้ความภูมิฐาน เข้ากับดีไซน์บ้านได้อย่างลงตัว

เข้ามาในบ้านจะเจอกับโซน Foyer เป็นส่วนแรก โดยโถงรับรองโซนนี้จะมีบรรยากาศที่สว่างปลอดโปร่ง ด้วยช่องแสงธรรมชาติจากข้างๆ ประตู และหน้าต่างบานใหญ่ฝั่งข้างบ้าน เหมาะกับการจัดเป็นมุมนั่งใส่รองเท้า และบิลต์อินตู้เก็บของเท้าขนาดใหญ่

บ้านตัวอย่างบิลต์อินผนังและเจาะช่องทางเดินเป็นตัวแบ่งโซน Foyer ให้แยกออกจากพื้นที่พักผ่อนในบ้าน ได้ความเป็นสัดส่วนที่ดีเลยครับ โดยระยะความสูงของฝ้าเพดานชั้น 1 จะสูงถึง 3 เมตร ส่วนพื้นบ้านมาตรฐานทุกหลังจะปูด้วยกระเบื้องแผ่นใหญ่ไซส์ 120 x 60 ซม.

ถัดจากโถง Foyer เข้าไปจะเป็นพื้นที่ Common Area ของชั้น 1 ที่เปิดโล่งแบบ Open Space เชื่อมโยงหลายฟังก์ชันให้เป็นหนึ่งเดียวกันเลยครับ

มุมนี้ออกแบบเป็น Living Area พื้นที่กว้างขวาง รองรับโซฟาชุดใหญ่แล้วยังเหลือระยะห่างจากโซฟาถึงชั้นวางทีวีแบบที่วางโต๊ะกลางตัวใหญ่แล้วยังเหลือที่ให้เดินผ่านได้สบายๆ

Common Area ของชั้น 1 มีพื้นที่ดูกว้างและโปร่งทีเดียวครับ โดยถัดจากโซน Living Area ไปจะเป็นมุม Dining Area ขนาดใหญ่เลย

บ้านตัวอย่างจัด Dining Area วางโต๊ะสำหรับ 6 - 8 ที่นั่ง แต่ดูจากพื้นที่จริงๆ แล้วจะขยายถึง 10 ที่นั่งก็ยังไหว โดยบ้านตัวอย่างยังแบ่งพื้นที่ทำเป็นเคาน์เตอร์ไอร์แลนด์สำหรับเตรียมอาหารง่ายๆ รวมถึงมีที่ให้บิลต์อินชุดเคาน์เตอร์ Pantry อีกด้วย

มุมโต๊ะทานอาหารจะอยู่ใกล้กับประตูบานเลื่อนซึ่งเชื่อมต่อกับลานจอดรถหน้าบ้าน โดยประตูเป็นบานกระจกขนาดใหญ่ ช่วยทำหน้าที่เป็นช่องแสงธรรมชาติให้ชั้น 1 อีกทางหนึ่ง
ติดกับ Dining Area คือห้องนอนของชั้นล่าง ซึ่งชั้น 1 จะมีเฉพาะพื้นของห้องนี้ห้องเดียวที่ปูด้วย SPC หนา 5.3 มม. เพื่อปรับบรรยากาศห้องให้เหมาะกับการพักผ่อนอย่างอบอุ่นมากยิ่งขึ้น โดยขนาดของห้องก็กว้างพอสำหรับเตียงไซส์ 5 ฟุต รวมถึงมีมุมให้วางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะได้ครบฟังก์ชันห้องนอน หรือจะปรับให้เป็นห้องทำงานก็เลือกได้อย่างอเนกประสงค์เลยครับ

ภายในห้องนอนจะมีห้องน้ำส่วนตัวที่มาพร้อมกับสุขภัณฑ์ต่างๆ อย่างครบครัน อ่างล้างหน้ามีเคาน์เตอร์กว้างให้วางของใช้ได้เยอะ โดยใกล้ๆ กันจะมีช่องสำหรับเสียบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างไดร์เป่าผมอยู่ด้วย ขณะที่มุมฝั่งโถสุขภัณฑ์ก็มีช่องแสงใหญ่ ช่วยรับแสงธรรมชาติเข้ามาขจัดความชื้นในห้องได้เป็นอย่างดี

ฟังก์ชันห้องน้ำทำการแบ่งโซนเปียกกับโซนแห้งไว้อย่างเป็นสัดส่วน โดยผนังข้างๆ มุมอาบน้ำมีการเว้าช่องให้วางของได้เรียบร้อยเลยครับ

กลับออกมาที่ Dining Area อีกรอบ มุมนี้อยากให้เห็นความกว้างและเป็นสัดส่วนของพื้นที่ชั้น 1 ซึ่งวางทั้งโต๊ะอาหาร เคาน์เตอร์ไอร์แลนด์ และเคาน์เตอร์ Pantry ได้แบบสบายๆ ไม่อึดอัดเลยครับ

มุมบ้านฝั่งนี้ยังมีโถงทางเดินเชื่อมต่อไปยังห้องครัวและห้องน้ำ Powder Room โดยประตูที่เห็นอยู่ตรงกลางคือทางออกไปหลังบ้านนั่นเอง

แวะดู Powder Room กันก่อนครับ นี่คือห้องน้ำแบบแห้งที่มีอ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์ไว้ให้ใช้งานระหว่างวัน หรือใช้เป็นห้องน้ำสำหรับแขกเพื่อแยกความเป็นส่วนตัวให้กับห้องน้ำของห้องนอนต่างๆ

ตรงข้ามกับห้อง Powder Room คือห้องครัวแบบปิดซึ่งจัดพื้นที่มากว้างพอสมควรเลยทีเดียวครับ โดยบ้านตัวอย่างจะบิลต์อินเคาน์เตอร์ครัวเต็มผนังไปฝั่งหนึ่ง ส่วนอีกฝั่งจะเป็นที่วางตู้เย็นขนาดใหญ่และเคาน์เตอร์สำหรับงาน Laundry โดยยังมีตู้ที่บิลต์อินไว้ใส่เตาอบต่างๆ อยู่ด้วย
ความไม่ธรรมดาอีกอย่างในการเลือกใช้วัสดุต่างๆ ของบ้านโครงการนี้คือประตูครัวที่เชื่อมต่อกับลานซักล้างข้างบ้าน ซึ่งจะเป็นแบบ Airflow Slot ของแบรนด์ Tostem ที่สามารถเปิดกระจกให้อากาศระบายได้ดี โดยยังมีมุ้งลวดติดอยู่ ช่วยกันแมลงและสัตว์เลื้อยคลานต่างๆ เล็ดลอดเข้ามาในบ้าน

ดูชั้น 1 กันเกือบครบแล้ว คราวนี้มาดูพื้นที่บริเวณโถงบันไดที่มุมนี้กันบ้างครับ พื้นที่กว้างพอให้จัดอาร์มแชร์นั่งเล่นแบบบ้านตัวอย่างได้เลย หรือจะหาเปียโนมาตั้งไว้ก็ยังได้ โดยโครงสร้างของบันไดยังออกแบบไว้เผื่อการบิลต์อินตู้โชว์ได้เพิ่มเติม รวมถึงมีห้องเก็บของอยู่ใต้บันไดด้วยครับ

โซนโถงบันไดจะมีเพดานแบบ Double Volume สูง 6.80 เมตร ขึ้นไปถึงชั้น 2 ถือเป็นอีกมุมสวยของบ้านนี้ที่เหมาะกับการแขวนโคมไฟระย้าเพื่อสร้างบรรยากาศพิเศษให้กับบ้านครับ

บันไดมีโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ปูขั้นบันไดด้วย Hybrid SPC และติดราวจับเป็นไม้ยางพาราอัดประสาน ให้บรรยากาศที่อบอุ่น Cozy แถมยังเดินขึ้นลงได้เต็มๆ เท้า แบบไม่ส่งเสียงรบกวนเลยครับ

มาดูแปลนชั้น 2 กันนะครับ พอเราขึ้นบันไดมาถึงแล้วจะเจอกับพื้นที่ Living Area อยู่บริเวณโถงกลาง ก่อนจะแบ่งฟังก์ชันห้องออกเป็น 3 ห้องนอน ซึ่งทุกห้องจะมาพร้อมกับห้องน้ำในตัว โดยถ้าเรียงลำดับขนาดห้อง ห้องนอน 4 ฝั่งหน้าบ้านจะถือเป็น Master Bedroom ซึ่งกว้างขวางที่สุด ขณะที่ห้องนอน 3 จะมีขนาดรองลงมา ส่วนห้องนอน 2 ที่อยู่ฝั่งหลังบ้านจะมีพื้นที่เล็กที่สุดครับ
สำหรับบ้านตัวอย่าง ทางโครงการได้เลือกทุบผนังของห้องนอน 2 เพื่อรวมฟังก์ชันให้ Living Area มีขนาดใหญ่ขึ้น และสามารถเชื่อมต่อห้องน้ำได้โดยตรง ถือเป็นไอเดียที่น่าสนใจสำหรับครอบครัวที่ไม่ได้มีสมาชิกหลายคน และแสดงให้เห็นถึงข้อดีของการก่อผนังด้วยอิฐมวลเบาครับ

ขึ้นมาบนชั้น 2 ยังได้บรรยากาศที่ปลอดโปร่งเหมือนเดิม เพราะระยะพื้นถึงฝ้าจะมีความสูงถึง 3 เมตร เท่ากันกับชั้นล่าง แต่ภาพรวมดูอบอุ่นมากขึ้นเพราะเปลี่ยนมาปูพื้นด้วย SPC ลายไม้ทั้งชั้น โดยโซนแรกที่ขึ้นบันไดมาถึงจะเป็น Living Area

อิงตามแบบแปลนบ้านมาตรฐาน ด้านหลังโซฟาสีเขียวจะเป็นผนังของห้องนอน 2 แต่บ้านตัวอย่างทุบผนังทิ้งเพื่อขยายฟังก์ชัน Living Area ชั้น 2 ให้กว้างขวางขึ้นอย่างน่าสนใจเลยครับ

ตามเฟรมภาพนี้คือพื้นที่ของห้องนอน 2 พอดีเลยครับ โดยบ้านตัวอย่างตกแต่งเป็น Co - Working Space แบบกึ่งๆ คาเฟ่ มีเคาน์เตอร์ไอร์แลนด์ให้นั่งทำงานหรือจิบเครื่องดื่มเบาๆ ได้

ถัดจากเคาน์เตอร์ไอร์แลนด์ บ้านตัวอย่างยังบิลต์อินเคาน์เตอร์ Pantry เอาไว้เป็นพื้นที่เตรียมเครื่องดื่มด้วย ให้บรรยากาศเหมือนเป็นบาร์ส่วนตัวที่ชิลล์สุดๆ ไปเลยครับ ซึ่งจริงๆ แล้วผู้อยู่อาศัยก็สามารถปรับการใช้งานพื้นที่ห้องนอน 2 ได้อย่างยืดหยุ่นเลย อาทิ ห้องทำงาน, ห้องเลี้ยงสัตว์ หรือห้องสำหรับงานอดิเรกส่วนตัว

นี่คือห้องน้ำในตัวของห้องนอน 2 ครับ มาพร้อมกับสุขภัณฑ์ที่ครบครัน ในเลย์เอาต์ที่จัดมาอย่างเป็นสัดส่วน

ขยับกลับมาที่โถงกลางนะครับ ทางเดินตรงนี้จะเชื่อมต่อไปที่ 2 ห้องนอนทางฝั่งหน้าบ้าน สังเกตได้เลยว่ามีประตูอยู่ 2 บาน เดี๋ยวเราเข้าประตูทางซ้ายไปดูห้องนอน 3 กันก่อนนะครับ

เข้ามาในห้องนอน 3 จะเจอกับโถงทางเดิน โดยโซนตั้งแต่หน้าประตูห้องเข้าไปถึงหน้าประตูห้องน้ำจะรองรับการบิลต์อินตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่

ห้องน้ำในตัวของห้องนอน 3 ก็มีสุขภัณฑ์ที่ครบครันเช่นเดียวกันครับ สังเกตได้ว่าที่นี่เลือกใช้เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าที่กว้างเป็นพิเศษในห้องน้ำทุกห้องเลย

พอเดินผ่านมุมแต่งตัวเข้ามาในห้องก็จะมีพื้นที่รองรับการวางโต๊ะทำงานหรือโต๊ะเครื่องแป้ง โดยจะแบ่งมุมให้เป็นชั้นวางทีวีก็ได้ครับ แต่บ้านตัวอย่างเลือกบิลต์อินตู้เก็บของมาเพียบเลย

พื้นที่ห้องนอน 3 จัดว่างกว้างเลยครับ สามารถวางเตียง 3.5 ฟุตคู่กันได้ 2 หลังเลย เห็นเลยพอจะจินตนาการถึงห้องนอนสำหรับครอบครัวที่มีลูกวัยกำลังซน 2 คนได้ จริงๆ ด้วยเพดานที่สูงถึง 3 เมตร จะปรับเป็นเตียง 2 ชั้น เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้งานใต้เตียงก็ยังได้

ย้ายมาห้องนอน 4 หรือ Master Bedroom ซึ่งอยู่ข้างๆ กับห้องที่แล้วครับ ห้องนี้จะมีพื้นที่ใหญ่เป็นพิเศษ ซึ่งพอเข้ามาแล้วจะเจอกับมุมแต่งตัวแบบ Walk - in Closet ก่อนเลย

ผนังข้างๆ ประตูห้องนี้ก็สามารถบิลต์อินชั้นวางของและตู้เก็บของขนาดใหญ่ได้นะครับ ส่วนโซน Walk - in Closet ก็กว้างพอสำหรับตู้เสื้อผ้าใหญ่ เคาน์เตอร์ไอร์แลนด์เก็บเครื่องประดับ รวมถึงโต๊ะเครื่องแป้งกว้างๆ

ติดกับมุมแต่งตัวจะมีทางเข้าห้องน้ำส่วนตัวของ Master Bedroom โดยห้องนี้จะพรีเมี่ยมขึ้นด้วยกระจกเงาบานกว้างพิเศษและเคาน์เตอร์อ่างล้างมือที่นอกจากจะกว้างแล้วก็ยังใช้วัสดุเป็นหินอ่อนลายพิเศษกว่าอีก 3 ห้องก่อนหน้านี้

โซนอาบน้ำของ Master Bedroom จะติดตั้งฉากกั้นมาให้อย่างเป็นสัดส่วน โดยนอกจากมี Hand Shower ติดตั้งเป็นมาตรฐานแล้ว ก็ยังมี Rain Shower เพิ่มขึ้นมาด้วย

เดินผ่านโซน Walk - in Closet เข้ามาในห้องก็จะเจอกับโซนพักผ่อนที่กว้างขวาง โดยพื้นที่ผนังฝั่งปลายเตียงก็รองรับไซด์บอร์ดกว้างๆ ได้เลย เหลือมุมให้วางอาร์มแชร์เอาไว้นั่งเล่นชิลล์ๆ ได้ด้วยครับ

พื้นที่ห้องรองรับเตียงใหญ่ไซส์ 6 ฟุตได้แบบสบายๆ จริงๆ แล้วจะขยายเป็นไซส์สั่งทำพิเศษก็ยังได้ สังเกตุได้เลยจากความกว้างของตู่ข้างเตียง ส่วนปลายเตียงก็ยังสามารถวางโซฟาสตูลเอาไว้นั่งดูทีวีก่อนจะนอนก็ได้ครับ

นอกห้องมีระเบียงฝั่งหน้าบ้านพอให้เปิดออกมารับลม หรือจัดสวนกระถางเล็กๆ เพื่อเพิ่มความสดชื่นได้

ข้อดีของระเบียงบ้านทุกหลังคือเปิดออกมาแล้วไม่ชนกับระเบียงหน้าบ้านหลังอื่น เพราะบ้านทุกหลังจะอยู่ฝั่งเดียวกัน หันไปทางรั้วของหมู่บ้าน จึงได้ความเป็นส่วนตัวที่ดีนั่นเองครับ

นี่คือบ้านเดี่ยวแบบ Penn พื้นที่ใช้สอย 303 ตร.ม. ของโครงการ พอร์ทเทรท พระราม 9 - กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ที่เรามีรีวิวมาให้ชมกันครับ ครบถ้วนทั้ง 2 แบบบ้านแล้ว ต่อไปเรามารีวิวเรื่องทำเลที่ตั้งโครงการกันบ้าง
Location : พอร์ทเทรท พระราม 9 - กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่

โครงการ พอร์ทเทรท พระราม 9 - กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพสูงของกรุงเทพฯ ทางฝั่งตะวันออกอย่างย่าน ‘กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่’ ซึ่งปัจจุบันกำลังเป็นแหล่งรวมบ้านหรูระดับพรีเมียม โดยที่ตั้งของโครงการจะอยู่ติดทางคู่ขนานวงแหวนฯ กาญจนาภิเษก บริเวณมุมถนนที่ตัดเข้าเชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 ถัดมาจากจุดที่วงแหวนฯ ตัดกับ ถ.ศรีนครินทร์ - ร่มเกล้า (กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่) เล็กน้อย
ในด้านการเดินทางถือว่ามีความสะดวกสูง สามารถใช้มอเตอร์เวย์เชื่อมต่อกับทางด่วนศรีรัชเพื่อวิ่งเข้า New CBD พระราม 9 ได้สะดวกรวดเร็ว หรือจะออกไปทางสนามบินสุวรรณภูมิและจังหวัดเศรษฐกิจ EEC ภาคตะวันออกก็ง่ายเช่นกัน เรียกว่าตอบโจทย์คนที่ต้องเชื่อมต่อธุรกิจทั้งฝั่ง New CBD และภาคอุตสาหกรรมฝั่ง EEC ได้อย่างลงตัวเลข
นอกจากนี้จาก พอร์ทเทรท พระราม 9 - กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ยังเดินทางเข้าเมืองได้หลายเส้นทาง ไม่ว่าจะใช้ ถ.ศรีนครินทร์ - ร่มเกล้า หรือ ถ.รามคำแหง นอกจากนี้จะใช้วงแหวนฯ กาญจนาภิเษก เดินทางไปบางนาตอนต้นๆ ก็สะดวกเช่นกันครับ

ใกล้กับโครงการมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน โดยทางฝั่ง ถ.ศรีนครินทร์ - ร่มเกล้า ปัจจุบันมีศูนย์การค้าใหม่ๆ มาเปิดกันอย่างต่อเนื่อง อาทิ
- Little Walk กรุงเทพกรีฑา
- Market Place กรุงเทพกรีฑา
- The Park กรุงเทพกรีฑา
นอกจากนี้ไม่ไกลจากโครงการทางฝั่ง ถ.ลาดกระบัง ก็ยังมีทั้ง Robinson Lifestyle ลาดกระบัง กับ The Paseo ลาดกระบัง เป็นอีกทางเลือกในการจับจ่ายใช้สอยที่ใกล้บ้านด้วยครับ หรือถ้าจะใช้วงแหวนฯ วิ่งลงไปถึงแยกบางแก้ว ถ.บางนา - ตราด กม.8 ก็มีแหล่งไลฟ์สไตล์ใหญ่อย่าง Mega บางนา รอให้บริการอยู่

ส่วนเรื่องการศึกษา ทำเลกรุงเทพกรีฑาถือว่าตอบโจทย์ครอบครัวที่มีสมาชิกวัยเรียนได้เป็นอย่างดีเลยครับ โดยเฉพาะแนว ถ.ศรีนครินทร์ - ร่มเกล้า ที่มีโรงเรียนนานาชาติอยู่หลายแห่ง อาทิเช่น
- รร.นานาชาติไบร์ทตัน คอลเลจ กรุงเทพ
- รร.นานาชาติเวลลิงตัน คอลเลจ กรุงเทพ
- รร.นานาชาติแอสคอต
- รร.ร่วมฤดีวิเทศศึกษา
หรือถ้ามอไปงถึงระดับอุดมศึกษา จากโครงการก็ยังสามารถเดินทางไป ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, ม.รามคำแหง 2 (บางนา) และ ม.เอแบค (รามคำแหง) ได้สะดวกด้วยเหมือนกันครับ

อีกเรื่องที่จำเป็นต้องให้ความสำคัญเมื่อจะหาบ้านให้ครอบครัวก็คือการเข้าถึงสถานพยาบาลได้อย่างสะดวกรวดเร็วเมื่อมีคนเจ็บป่วย ซึ่งที่ตั้งของโครงการ พอร์ทเทรท พระราม 9 - กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ก็ตอบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดีเลยครับ เพราะสามารถเดินทางไปโรงพยาบาลชื่อดังหลายๆ แห่งได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็น
- รพ.สิรินธร
- รพ.วิภาราม
- รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์
- รพ.เกษมราษฎร์ รามคำแหง
- รพ.รามคำแหง 2
Journey
พิกัดที่ตั้งโครงการ : maps.app.goo.gl/hNa1h6ST8pUmDkKP9

เส้นทางไปยัง พอร์ทเทรท พระราม 9 - กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ถ้ามุ่งหน้าออกจากเมือง จริงๆ แล้วมีหลายเส้นทางให้เลือกใช้เลยครับ เช่น พระราม 9 > ศรีรัช > มอเตอร์เวย์ > วงแหวนฯ หรือ พระราม 9 > ศรีนครินทร์ > กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ > วงแหวนฯ ซึ่งทุกคนที่เคยไปโซนกรุงเทพกรีฑาน่าจะนึกภาพออกได้ไม่ยาก
วันนี้ Home Buyers เลยจะมานำเสนออีกเส้นทางที่น่าสนใจอย่าง ถ.รามคำแหง เพราะโซนนี้กำลังจะพลิกโฉมด้วยรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออก ซึ่งเตรียมจะเปิดเดินรถกันในปี 2570 แล้ว โดยเราตรงออกจากในเมืองโดยใช้ ถ.รามคำแหง ฝั่งขาออก มุ่งหน้าไปทางมีนบุรี โดยภาพนี้ถ่ายในช่วงที่ขับผ่านสถานีสัมมากร

ขับตรงมาตาม ถ.รามคำแหง ถึงบริเวณที่มีสะพานวงแหวนฯ กาญจนาภิเษก วิ่งตัดกัน ให้เราเตรียมเบี่ยงขวาเพื่อเลี้ยวเข้าสู่ทางคู่ขนานวงแหวนฯ กาญจนาภิเษก ฝั่งมุ่งหน้าบางนา

สามแยกที่เชื่อมต่อ ถ.รามคำแหง กับทางคู่ขนานวงแหวนฯ กาญจนาภิเษก จะอยู่บริเวณ ซ.รามคำแหง 151 รอสัญญาณไฟจราจรแล้วเลี้ยวขวาไปครับ

เลี้ยวขวาแล้วให้เราชิดซ้ายเพื่อวิ่งบนทางคู่ขนานวงแหวนฯ กาญจนาภิเษก ตามป้ายบอกทางไป ถ.ร่มเกล้า

ขับตรงไปตามทางคู่ขนานวงแหวนฯ กาญจนาภิเษก ได้เลยครับ โครงการตั้งอยู่ในช่วงที่ไม่จำเป็นต้องเข้าไปวิ่งในระบบทางด่วนวงแหวนฯ

ตรงมาระยะหนึ่งจะผ่านสะพาน ถ.ศรีนครินทร์ - ร่มเกล้า พาดข้ามวงแหวนฯ กาญจนาภิเษก ให้ตรงต่อไปครับ

ทางคู่ขนานวงแหวนฯ กาญจนาภิเษก ช่วงระหว่าง ถ.ศรีนครินทร์ - ร่มเกล้า (กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่) ไปจนถึจุดตัดกับมอเตอร์เวย์หมายเลข 7

ก่อนถึงหัวโค้งที่เชื่อมต่อเข้าสู่มอเตอร์เวย์หมายเลข 7 (กรุงเทพ - ชลบุรี) ก็จะเจอกับโครงการ พอร์ทเทรท พระราม 9 - กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ อยู่ทางฝั่งซ้ายมือครับ

มาถึงแล้วครับ พอร์ทเทรท พระราม 9 - กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ มีซุ้มประตูทางเข้าโอ่โถงแบบนี้รอต้อนรับอยู่
Price & Promotion

บ้านเดี่ยวโครงการ พอร์ทเทรท พระราม 9 - กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ทั้ง 2 แบบบ้าน มีราคาเริ่มต้น แบ่งได้ดังนี้
- บ้านเดี่ยว Penn พื้นที่ใช้สอย 303 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 21.9 ล้านบาท*
- บ้านเดี่ยว Portia พื้นที่ใช้สอย 367 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 26.45 ล้านบาท*
*ราคา ณ เดือนกรกฎาคม 2568 ข้อมูลอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากโครงการ หรือนัดหมายเข้าเยี่ยมชมโครงการพร้อมข้อเสนอพิเศษได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 081 171 5225 และเว็บไซต์ของโครงการ https://bit.ly/4lfm47o
Conclusion

จบลงเรียบร้อยแล้วครับสำหรับรีวิวบ้านเดี่ยวโครงการ พอร์ทเทรท พระราม 9 - กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ที่พวกเราทีมงาน Home Buyers มีโอกาสได้เข้าไปเก็บภาพบรรยากาศสวยๆ และข้อมูลเจาะลึกเข้มข้นมาฝากกัน โดยแอดมิน #BoonWaranyu ขอทิ้งท้ายบทความในวันนี้ด้วยความคิดเห็นส่วนตัวในด้านต่างๆ จากมุมมองที่ได้เข้าไปสัมผัสกับโครงการมาด้วยตัวเองนะครับ
Design ดีไซน์บ้านแบบ Timeless Modern Classic เป็นอีกสไตล์ที่กำลังได้รับความนิยมเมื่อเรามองหาบ้านหรูระดับ Luxury นะครับ ด้วยรูปแบบที่ให้ความรู้สึกหรูหราแต่เรียบง่ายไปพร้อมๆ กัน หลายคนจึงชอบบ้านที่ออกแบบในสไตล์นี้ โดยจากมุมมองส่วนตัวแล้วแอดมินเห็นว่าหน้าตาของบ้านโครงการนี้มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครเลยครับ ทางโครงการได้รับแรงบันดาลใจจากย่าน Brooklyn ของมหานครนิวยอร์ก เป็นงาน Modern Classic ที่แตกต่าง จากการที่ Developer ตั้งใจสร้างสรรค์การดีไซน์ขึ้นมาใหม่ทั้งหมดสำหรับ พอร์ทเทรท พระราม 9 - กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ เพียงที่เดียวนั่นเอง
Function เป็นบ้านหน้ากว้าง จอดรถได้ถึง 3 คัน* บรรยากาศภายในบ้านให้ความรู้สึกกว้างขวาง ปลอดโปร่งเป็นพิเศษ ด้วยระยะพื้นถึงฝ้าเพดานที่สูงถึง 3 เมตร ทั้งชั้นล่างและชั้นบน และ Double Volume 6.8 เมตร รับกับช่องแสงขนาดใหญ่ที่เปิดรับแสงธรรมชาติอยู่เกือบทั่วบ้าน ช่วยให้อยู่ในบ้านแล้วปลอดโปร่งตลอดทั้งวันเลยครับ โดยอีกจุดที่แอดมินชอบเป็นการส่วนตัวคือพื้นที่ Family Area บนชั้น 2 ของบ้านทั้ง 2 แบบ ที่เตรียมพื้นที่มาให้ค่อนข้างกว้าง ห้องนอนแต่ละห้อง หัวเตียงไม่ชิดติดกัน ซึ่ง ตอบโจทย์การจัดฟังก์ชันพักผ่อนแบบเป็นส่วนตัวของครอบครัวได้ดีทีเดียว
Facility จุดที่ถูกใจแอดมินเลยต้องยกให้การที่บ้านทุกหลังไม่หันหน้าชนใคร เพราะถนนเมนเป็น Single Load กว้างถึง 9 เมตร วางบ้านอยู่ฝั่งเดียวกันทั้งหมด ทำให้การพักผ่อนได้ความเป็นส่วนตัวสูง เวลามองออกไปนอกหน้าต่างหรือออกมายืนที่ระเบียงก็มองเห็นแค่แนวต้นไม้ริมรั้วฝั่งตรงข้ามบ้าน ไม่ต้องโผล่ไปเจอเพื่อนบ้านให้อัดอัด นอกจากนี้การที่บ้านในระดับราคางบ 20 ล้าน แต่ได้บ้านที่ไม่มีเสาไฟฟ้าหน้าบ้าน ก็ถือเป็นอะไรที่หาได้ยากในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ณ ปัจจุบันเลยครับ เพราะส่วนใหญ่โครงการที่เดินสายไฟฟ้าลงดินมักจะมีราคาเริ่มต้นเกิน 20 ล้านบาทขึ้นไป
Location ตัวโครงการตั้งอยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวกทั้งเข้า-ออกเมือง ด้วยตำแหน่งติดวงแหวนกาญจนาภิเษกและมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 จึงเชื่อมต่อกับทางพิเศษศรีรัชได้ง่าย เข้าเมืองฝั่ง New CBD ก็สะดวก จะไปใช้บริการแหล่งไลฟ์สไตล์กรุงเทพกรีฑาก็ง่าย จะออกไปสุวรรณภูมิหรือ EEC ก็รวดเร็ว นับเป็นอีกทำเลตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่มองหาบ้านที่อยู่ทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ เลยนะครับ
*หมายเหตุ : ภาพในบ้านตัวอย่างเป็นเพียงไอเดียการตกแต่ง ส่วนบ้านจริงจะได้เป็นบ้านมาตรฐานตามที่ระบุเท่านั้น
การคำนวณยอดผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน
ปรับรายละเอียดด้านล่างเพื่อคำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือน