รีวิวบ้านหรู Winston The Private Residence Collection บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ทำเลใจกลางเมืองทอง

ถ้าคุณกำลังมองหาบ้านหลังใหม่ที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร บนทำเลโซนเหนือของกรุงเทพฯ ที่เชื่อมต่อเข้าใจกลางเมืองได้สะดวก วันนี้ Home Buyers มีบ้านเดี่ยว Rare Item มาแนะนำกันแล้วครับ
โครงการนี้มีชื่อว่า Winston the Private Residence Collection เป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้นที่ออกแบบด้วยสไตล์ Modern English ซึ่งมีแรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมยุค Neo Classic มีความเรียบหรู ให้ความเป็นส่วนตัวสูง ท่ามกลางบรรยากาศภายในบ้านที่ปลอดโปร่ง
ที่นี่มีจำนวนบ้านเพียงแค่ 4 ยูนิต ซึ่งแต่ละหลังจะมีดีไซน์ภายนอกและฟังก์ชันภายในที่แตกต่างกัน โดยจุดที่น่าสนใจเลยคือการมีสระว่ายน้ำส่วนตัว และโถงเพดานสูงแบบ Double Space มาพร้อมฟังก์ชัน 3 - 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ สามารถจอดรถได้ถึง 3 คัน นอกจากนี้ยังรองรับการปรับเป็นโฮมออฟฟิศได้ด้วย
Winston the Private Residence Collection ตั้งอยู่ใจกลางเมืองทองธานี อยู่ใกล้กับจุดขึ้นลงทางด่วนด่านเมืองทอง และรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายสถานีทะเลสาบเมืองทอง เดินทางเชื่อมต่อเข้าสู่ตัวเมืองชั้นในของกรุงเทพฯ ได้ง่าย ที่สำคัญคือรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเลยครับ
แอดมิน #BoonWaranyu มีโอกาสดีได้เข้าไปเยี่ยมชมโครงการมาแล้วครับ วันนี้ Home Buyers มีภาพจากสถานที่จริงพร้อมข้อมูลเจาะลึก มารีวิวให้ทุกคนที่สนใจได้ติดตามอ่านกันแล้วครับ
Fact Sheet
| ชื่อโครงการ : | วินสตัน เดอะ ไพรเวท เรสซิเดนซ์ คอลเลคชั่น |
|---|---|
| บริษัท : | บริษัท พ็อกเก็ต ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด |
| ที่ตั้งโครงการ : | ซอย B4 หมู่บ้านเมืองทองธานี โครงการ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.ปทุมธานี |
| พื้นที่โครงการ : | 160 ตร.ว. |
| จำนวนยูนิต : | 4 ยูนิต |
| รูปแบบโครงการ : | บ้านเดี่ยว Private Residence หรือ Home Office สูง 3 ชั้น |
| พื้นที่ใช้สอย : | 250 - 380 ตร.ม. |
| ที่ดินเริ่มต้น : | 33 - 50 ตร.ว. |
| ราคาเริ่มต้น : | 19.9 ล้านบาท* (ข้อมูลเดือน เม.ย. 2568 โปรดสอบถามโครงการอีกครั้ง) |
| โทร : | 095 665 8111 |
| เว็บไซต์ : | www.pocketdevelopment.co.th/winston |
Highlight

บ้านเดี่ยวหรูสูง 3 ชั้น ภายในมีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางตั้งแต่ 250 - 380 ตร.ม. มาพร้อมฟังก์ชัน 3 - 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ รองรับทั้งการอยู่อาศัยเป็นครอบครัว รวมถึงสามารถปรับเป็นโฮมออฟฟิศได้ด้วย
ออกแบบอย่างมีระดับ ด้วยสไตล์ Modern English ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรม Neo Classic ที่มีความเรียบหรู เสริมความพิเศษด้วย Living Area โถงเพดานสูงแบบ Double Space และสระว่ายน้ำส่วนตัว
ตอบโจทย์การเดินทาง ใกล้ทั้งทางด่วนด่านเมืองทองและรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายสถานีทะเลสาบเมืองทองเพียงแค่ไม่กีนาทีด้วยระยะทางไม่ถึง 1 กม. เข้าตัวเมืองชั้นในโซน North CBD และ CBD ได้ง่าย
ใจกลางเมืองทองธานี รอบโครงการรายล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ที่ครบครัน ทั้งศูนย์การค้า Community Mall ซูเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงตลาดและร้านอาหารมากมาย ใกล้แหล่งงานย่าน เมืองทอง - แจ้งวัฒนะ ใกล้โรงเรียนนานาชาติชื่อดัง
Design & Function

ต่อไปนี้รีวิวของเราจะเรียกชื่อโครงการแบบย่อลงมาหน่อยว่า Winston Private Residence ตามที่โซเชียลมีเดียของโครงการใช้นะครับ นี่คือโครงการบ้านเดี่ยว 3 ชั้นจำนวน 4 ยูนิต ที่สร้างอยู่บนแปลงที่ดินขนาด 160 ตร.ว. นำมาซอยแบ่งออกเป็น 4 แปลง ขนาดที่ดินตั้งแต่ 33 - 50 ตร.ว.
Winston Private Residence จะไม่ใช่โครงการบ้านจัดสรรนะครับ ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเมืองทองธานีโครงการ 6 ซอย B4 ไม่มีพื้นที่ส่วนกลาง จึงไม่ต้องจ่ายค่าส่วนกลาง เหมาะกับคนที่รู้ว่าตัวเองไม่ค่อยใช้สิ่งอำนวยความสะดวกตามโครงการบ้านหรือคอนโด แต่อยากยังอยากมีพื้นที่พักผ่อนที่ตรงตามไลฟ์สไตล์ของตัวเองภายในพื้นที่ส่วนตัวครับ ส่วนเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยก็ถือว่าเซฟค่าส่วนกลางไปจ้างบริษัท Smart Security ยุคใหม่ให้มาดูแลทดแทนกันได้

การจัดวาง Layout ของบ้านแต่ละยูนิตน่าสนใจทีเดียวครับ มีบ้าน 3 หลังที่วางแปลนเป็นแนวลึก และมีอีก 1 หลังที่วางแปลนแบบหน้ากว้าง โดยดีไซน์ภายนอกจะคุมโทนเดียวกัน แต่รายละเอียดต่างๆ จะไม่เหมือนกัน เช่นกันกับ Layout ภายในบ้านที่ก็คราฟต์ขึ้นมาให้มีความเฉพาะตัวไม่ซ้ำกันด้วย มีแค่แปลงที่ 2 - 3 นะครับที่ฟังก์ชันต่างๆ จะเหมือนกัน

ภาพนี้คือบ้านแปลงที่ 1 กับ 4 ครับ โดยแปลงที่ 1 จะเป็นบ้านหน้ากว้างหลังที่อยู่ทางฝั่งขวา ส่วนแปลงที่ 4 คือบ้านแนวลึกรูปทรง C Shape ทางฝั่งซ้าย โดยวันนี้เราจะเข้าไปรีวิวบ้าน 2 หลังนี้ให้ได้ชมบรรยากาศจริงกันนะครับ

อีก 2 หลังจะเลี้ยวเข้าไปอยู่ในซอย B4 เป็นบ้านแปลงที่ 2 - 3 ซึ่งวางแปลนเป็นแนวลึก โดยดีไซน์ภายนอกและฟังก์ชันต่างๆ ภายในบ้านจะเหมือนกันเลยครับ แต่ไม่เหมือนกับแปลงที่ 1 และ 2
ขนาดที่ดินของแปลงที่ 2 จะอยู่ที่ 36.5 ตร.ว. ส่วนแปลงที่ 3 จะอยู่ที่ 38.6 ตร.ว. โดยพื้นที่ใช้สอยของทั้ง 2 หลังนี้จะเท่ากันที่ 250 ตร.ม. มาพร้อมกับฟังก์ชัน 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ครัว จอดรถได้ 3 คัน มี Living Area เพดานสูง Double Space ด้วยครับ

บ้านทั้ง 4 หลังก่อสร้างในระบบ Conventional ก่ออิฐมวลเบา มีเสา - คาน สามารถทุบผนังเพื่อปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ไม่ยากเหมือนกับระบบ Precast เผื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงในอนาคตได้ครับ ส่วนในด้านการออกแบบ Winston Private Residence ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรม Neo Classic ซึ่งนำมาปรับเป็นสไตล์ Modern English ที่เรียบหรู มีความร่วมสมัยแต่ก็สะท้อนรสนิยมแบบคลาสสิก ทั้งโทนสีและเส้นสายต่างๆ ที่นำมาใช้ ให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายตา น่ามองทีเดียวครับ
Residence : Plot 1

เราจะพาเข้าไปรีวิวบ้านแปลงที่ 1 กันก่อนนะครับ หลังนี้ตกแต่งครบครันพร้อมเข้าอยู่เลย โดยขนาดที่ดินจะกว้าง 33.6 ตร.ว. มีพื้นที่ใช้สอย 250 ตร.ม. หน้ากว้าง 8 เมตร มาพร้อมกับฟังก์ชัน 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ครัว จอดรถได้ 3 คัน และมีสระว่ายน้ำขนาดเล็กอยู่ข้างๆ ตัวบ้านด้วยครับ

บ้านแปลงที่ 1 จะตั้งอยู่บริเวณหัวมุมถนนพอดีครับ โดยเป็นเพียงหลังเดียวในโครงการที่เลือกวาง Layout เป็นแนวหน้ากว้าง การจัดวางฟังก์ชันต่างๆ ภายในบ้านจึงจะแตกต่างกับหลังอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง เรียได้กว่าคราฟต์ขึ้นมาเป็นพิเศษเพียงหลังเดียวเลยครับ

ก่อนเข้าบ้าน เรามาดูแปลนชั้น 1 เพื่อทำความเข้าใจฟังก์ชันกันก่อนนะครับ โดยหน้าบ้านสามารถจอดรถได้ 3 คัน ส่วนภายในบ้านเมื่อเข้ามาจะเจอกับโซนครัวเปิด เชื่อมต่อกับห้องน้ำ Powder Room โดยตรงกลางจะเป็น Multi Purpose Area ที่เลือกใช้เป็น Dining Area กับ Living Area ได้ หรือถ้ามองบ้านหลังนี้เป็นโฮมออฟฟิศก็สามารถจัดเป็นพื้นที่ต้อนรับแขก หรือ Co - Working Space พร้อม Pantry
สำหรับความสูงของฝ้าเพดานชั้น 1 จะอยู่ที่ 3 ม. ได้ความปลอดโปร่งเป็นอย่างดีเลย ส่วนวัสดุปูพื้นจะเป็นกระเบื้องแกรนิโต้แผ่นใหญ่ครับ ส่วนกรอบประตูและหน้าต่างทุกจุดจะใช้วัสดุพรีเมียมจากญี่ปุ่นแบรนด์ Tostem

รั้วรอบบ้านมีความสูง 2 ม. โดยประตูรั้วหน้าบ้านจะเป็นระบบรางเลื่อนไฟฟ้า สั่งการได้สะดวกผ่านรีโมทครับ ส่วนพื้นลานจอดจะเป็นคอนกรีตพิมพ์ลาย

พื้นลานจอดรถหน้ากว้าง มีการลงเสาเข็มไว้ลึกเท่ากับโครงสร้างของตัวบ้าน ทำให้ไม่ต้องห่วงเรื่องดินทรุดจนพื้นแตกตัวไม่เท่ากัน ที่สำคัญคือรองรับการต่อเติมเพิ่มห้องได้โดยไม่ต้องลงเสาเข็มเพิ่มเติมแล้วด้วยครับ

ใต้ถุนชั้นล่างสามารถจอดรถในร่มได้ 2 คัน ส่วนฝั่งกลางแจ้งจะจอดได้อีก 1 คันครับ ถ้าเป็นบ้านครอบครัวก็เหมาะกับจอดรถแวน หรือถ้าทำธุรกิจก็สามารถจอดรถกระบะตู้ทึบสูงได้ครับ โดยบริเวณที่จอดรถจะเดินระบบไฟฟ้าไว้รองรับการติดตั้ง Wall Charge สำหรับคนที่ใช้รถยนต์ EV

ก่อนถึงประตูบ้านจะมีเฉลียงพอให้ตั้งชั้นวางรองเท้าได้ โดยประตูทางเข้าบ้านของโครงการนี้จะสั่งทำไซส์พิเศษ ความสูงถึง 2.85 ม. ทำจากไม้สักแท้ และติดตั้งระบบ Digital Door Lock ของแบรนด์ Lockin ซึ่งจะรองรับทั้ง Key Card, ลายนิ้วมือ หรือกดรหัส Pin ก็ได้ครับ

หน้าบ้านจะมีพื้นที่ให้จัดสวนเพื่อเพิ่มความร่มรื่น โดยจะอยู่ติดกับถึงขยะแบบฝังอยู่ในรั้ว สามารถเปิดทิ้งจากภายในพื้นที่บ้านได้เลย ไม่ต้องเดินออกไปนอกบ้านครับ

พอเข้ามาในบ้านจะเจอกับพื้นที่ครัวแบบเปิดที่อยู่ข้างๆ ประตู ซึ่งจะเชื่อมต่อกับ Multi Purpose Area ชั้น 1

มุมครัวเหมาะกับครอบครัวที่ไม่ใหญ่มาก แต่สามารถวางเคาน์เตอร์ขนานกันได้ 2 ตัวเลยครับ ยังเหลือที่ให้วางตู้เย็นได้อีกด้วย เหมาะกับครอบครัวที่ไม่ได้ทำอาหารแบบจริงจัง ชงกาแฟชิลๆ ในวันหยุด

เคาน์เตอร์ฝั่งที่อยู่ติดหน้าต่างจะมีอ่างล้างจานและเตาไฟฟ้า สามารถเปิดให้อากาศถ่ายเท รวมถึงรับแสงจากธรรมชาติเข้ามาลดความชื้นบริเวณอ่างล้างจานได้ด้วยครับ โดยถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าผนังที่อยู่ติดกับครัวนั้นมีประตูซ่อนอยู่เนียนๆ ด้วยครับ

ห้องที่ว่าก็คือ Powder Room หรือห้องน้ำรับแขกนั่นเองครับ ภายในห้องจะมีอ่างล้างมือพร้อมเคาน์เตอร์กับกระจกเงา รวมถึงโถสุขภัณฑ์

พื้นที่ Multi Purpose ของบ้านแปลงที่ 1 ตกแต่งเป็น Dining Area วางโต๊ะอาหารขนาด 6 - 8 ที่นั่งได้ลงตัว โดยสามารถเชื่อมต่อกับแสงธรรมชาติได้อย่างปลอดโปร่งเลยครับ เพราะมุมบ้านฝั่งด้านข้างและด้านหน้าจะเป็นช่องเปิดขนาดใหญ่

พื้นที่ทางฝั่งด้านหน้าทำเป็น Bay Window อารมณ์แบบ Glass House ยื่นออกไปเชื่อมต่อกับวิวสวนหย่อม

บ้านแปลงที่ 1 จัดมุมนี้เป็นพื้นที่นั่งเล่น สามารถเลือกโซฟาขนาด 3 - 4 ที่นั่งมาใช้ได้เลยครับ หรือถ้าใช้งานชั้น 1 เป็นโฮมออฟฟิศก็ปรับเป็นมุมรับรองแขกผู้มาติดต่อ หรือจัดโต๊ะทำงานก็ได้

ติดกับ Multi Purpose Area จะมีห้องเก็บของซ่อนอยู่ใต้บันไดด้วยครับ และถัดจากนั้นมาถึงผนังฝั่งข้างบ้านจะมีประตูกระจกบานเลื่อนแบบ Full High เปิดออกไปเชื่อมกับสระว่ายน้ำส่วนตัวได้

บ้านแปลงที่ 1 ทำพื้นที่ข้างบ้านเป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือไว้เรียบร้อยแล้วครับ เชื่อมต่อความสดชื่นเข้ามาในบ้านได้เป็นอย่างดีเลย ขนาดอาจจะไม่ใหญ่มากแต่ก็พอให้ลงแช่ผ่อนคลาย จิบเเชมเปญ หรือลงเล่นกับเด็กๆ ได้

มองจากมุมบนจะเห็นความกว้างของสระว่ายน้ำแบบเต็มๆ ครับ โดยที่กำแพงบ้านยังมีการฝังระบบน้ำล้นเอาไว้ด้วย เวลาเปิดก็จะได้ยินเสียงน้ำไหล ให้ความรู้สึกผ่อนคลายได้ดีเลยนะครับ

ขึ้นบันไดไปชมชั้น 2 กันต่อนะครับ ก่อนอื่นขอพูดถึงโครงสร้างของบันไดที่นี่จะเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ปูขั้นบันไดด้วยไม้ประสานที่ทำสีดำไว้เข้ากันดีกับสไตล์ Modern English ของตัวบ้าน

ดูแปลนชั้น 2 กันก่อนนะครับ พอขึ้นมาถึงจะเจอกับโถงทางเดินที่แยกออกไปยังห้องต่างๆ เริ่มต้นกันด้วยห้องอเนกประสงค์ที่เชื่อมต่อกับระเบียงฝั่งข้างบ้าน จากนั้นจะเป็นห้องนอนขนาดกลางและห้องน้ำที่เข้าออกได้ 2 ฝั่ง ทั้งจากโถงทางเดินและจากห้องนอน ต่อมาคือระเบียงฝั่งหน้าบ้านที่ทำหน้าที่เหมือนเป็น Courtyard อยู่กลางบ้านพอดี ก่อนที่จะมาเจอ Living Area ขนาดใหญ่ที่อยู่อีกมุมของบ้านครับ
สำหรับชั้น 2 จะยังมีความสูงของฝ้าเพดานปลอดโปร่งที่ 3 ม. เช่นเดิม แต่วัสดุปูพื้นจะเปลี่ยนเป็น SPC หนา 5 มม. ลายไม้เนื้อเข้ม ขณะที่กรอบประตูหน้าต่างทุกจุดยังเป็นของ Tostem ครับ

ขึ้นมาถึงชั้น 2 จะเจอกับโถงทางเดินแยกไปยังห้องต่างๆ ไล่เรียงจากขวาไปซ้ายจะมีห้องอเนกประสงค์ ห้องนอน ห้องน้ำ และประตูฝั่งซ้ายสุดของภาพคือช่อง Service ที่รวมงานระบบต่างๆ เอาไว้ ช่างสามารถเปิดเข้าทำงานได้ง่ายดีครับ

บ้านแปลงที่ 1 ตกแต่งห้องอเนกประสงค์เป็นห้องพักของสัตว์เลี้ยง บิลต์อินตู้เก็บของต่างๆ พร้อมใช้งานจริง หรือถ้าไม่ใช้เลี้ยงสัตว์จะปรับฟังก์ชันเป็นห้อง Laundry ซัก อบ รีด ก็ได้ครับ มีระเบียงให้ออกไปซักล้างหรือใช้ตากผ้าได้พอดี

ระเบียงมีพื้นที่กว้างขวางเลยครับ หันหน้าออกไปทางฝั่งข้างบ้านทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวพอสมควร โดยมีที่ให้วางเครื่องซักผ้าได้สบายๆ

ออกจากห้องอเนกประสงค์มาแล้วเราจะเข้าไปดูห้องนอนชั้น 2 กัน แต่ขอแวะที่ห้องน้ำก่อน โดยห้องน้ำของชั้น 2 จะมีประตูเข้าออกได้ 2 ทาง ทั้งฝั่งโถงทางเดินและภายในห้องนอน

ห้องน้ำเตรียมมุมอาบน้ำพร้อม Hand Shower ไว้ โดยมีทั้งโถสุขภัณฑ์ เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า รวมถึงยังมีกระจกเงาบานใหญ่ติดตั้งมาให้เรียบร้อย โดยจุดสำคัญที่ต้องพูดถึงคือความปลอดโปร่งของห้อง ที่รับแสงธรรมชาติเข้ามาได้เยอะมากๆ ผ่านหน้าต่างกระจกขุ่นขนาดใหญ่ถึง 2 บาน ช่วยให้ห้องน้ำไม่อับชื้นตลอดวัน

ห้องนอนที่ชั้น 2 ถูกตกแต่งให้เป็นห้องทำงาน รองรับโต๊ะทำงานไซส์ใหญ่ และมีมุมอาร์มแชร์ให้เอนหลังพักผ่อนได้ รวมถึงมีมุมสำหรับชั้นโชว์ของอยู่ด้วย บรรยากาศของห้องแม้จะตกแต่งในโทนสีเข้ม แต่ยังได้ความปลอดโปร่งเป็นพิเศษ ด้วยช่องแสงธรรมชาติจากหน้าต่างขนาดใหญ่ทั้งฝั่งหน้าบ้านและข้างบ้าน

ห้องนอนชั้น 2 จะมีประตูให้เข้าห้องน้ำได้โดยตรงด้วยครับ โดยข้างๆ ประตูห้องน้ำยังมีที่ให้ตั้งชั้นวางของได้อีกด้วย กลับกันถ้าใช้ห้องนี้เป็นห้องนอนก็สามารถวางเตียงไซส์ 3.5 - 5 ฟุต พร้อมกับตู้เสื้อผ้าขนาดกลางๆ และโต๊ะเครื่องแป้งได้เช่นกันครับ

จากบริเวณโถงทางเดินหน้าบันไดจะมีทางเดินเชื่อมต่อไปยัง Living Area ที่ตั้งอยู่อีกมุมของชั้น 2 ครับ

ระหว่างทางเดินไป Living Area พอผ่านตรงกลางของชั้น 2 จะมีประตูทางออกไปที่ระเบียง โดยผนัง ประตู และหน้าต่างทางฝั่งที่ติดระเบียงจะเป็นกระจกใส เพื่อดึงแสงสว่างธรรมชาติเข้ามาภายในบ้านครับ

ระเบียงกลางชั้น 2 ทำหน้าที่เป็นเหมือน Courtyard เปิดพื้นที่ตรงกลางบ้านให้มีช่องแสงธรรมชาติมากขึ้น เหมาะกับการปลูกต้นไม้ลงกระถางขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มความร่มรื่นสบายตาให้การพักผ่อน

Living Area จะอยู่สุดมุมชั้น 2 พอดีเลยครับ พื้นที่ใช้สอยดูกว้างขวางและให้บรรยากาศที่ปลอดโปร่งอย่างดี เพราะเจาะช่องแสงธรรมชาติใส่เป็นหน้าต่างขนาดใหญ่มาถึง 2 มุมนั่นเองครับ

ฝั่งที่อยู่ติดกับระเบียงมีหน้าต่างเชื่อมต่อกันด้วยครับ โดยมุมนี้ตกแต่งเป็นชั้นวางของกับอาร์มแชร์ไว้ลงตัว

Living Area รองรับโซฟาขนาดใหญ่เเบบ L Shape 5 - 6 ที่นั่ง ได้แบบสบายๆ วางโต๊ะกลางกับชั้นทีวีแล้วยังเหลือทางให้เดินไปบันไดได้สะดวกอยู่ครับ

ขึ้นบันไดไปชมชั้น 3 กันนะครับ โครงสร้างของบันไดยังเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ปูขั้นบันไดด้วยไม้ประสานสีเข้ม พร้อมกับติดราวจับไว้ให้เดินขึ้นลงได้อย่างปลอดภัยครับ

ชั้น 3 จะแบ่งพื้นที่ออกเป็นห้องนอนขนาดใหญ่ 2 ห้องนอน จากแปลนจะเห็นว่าทั้ง 2 ห้องไม่มีหน้าต่างหันออกไปทางหน้าบ้านโดยตรงเพื่อความเป็นส่วนตัวในการพักผ่อน โดยหน้าต่างจะอยู่ทางฝั่งข้างบ้านแทน ซึ่งทั้ง 2 ห้องจะมีห้องน้ำในตัว แต่พื้นที่ใช้สอยของ Master Bedroom จะกว้างขวางกว่าอีกห้อง
ความสูงฝ้าเพดานชั้น 3 อยู่ที่ 3 ม. พื้นปูด้วยวัสดุ SPC และใช้กรอบประตูหน้าต่างทุกจุดเป็นของแบรนด์ Tostem เหมือนกันทั้งบ้านเลยครับ

ขึ้นมาบันไดมาถึงชั้น 3 จะยังไม่เจอกับประตูทางเข้าห้องนอนโดยตรงนะครับ แต่จะมีโถงทางเดินเชื่อมออกไปอีกหน่อย โดยตรงกลางระหว่างทั้ง 2 ห้องจะมีพื้นที่ทำเป็นตู้เก็บของและชั้นวางของ

มาดู Master Bedroom กันก่อนนะครับ ห้องนี้มีพื้นที่กว้างขวางเลย โดยสามารถแบ่งโซนมาเป็น Walk - in Closet และวางเตียงไซส์ใหญ่ได้สบายๆ

มุมด้านข้างของประตูห้องออกแบบให้เป็นตู้เสื้อผ้า L Shape แบบเข้ามุม และมีโต๊ะเครื่องแป้งอยู่ข้างๆ ด้วยครับ

มุมพักผ่อนสามารถวางเตียงไซส์ 6 ฟุต ได้แบบเหลือพื้นที่ให้วางโต๊ะข้างเตียงขนาบได้ทั้ง 2 ด้าน ส่วนที่ฝั่งตรงข้ามกับเตียงจะรองรับการติดตั้งทีวี ขณะที่ฝั่งข้างๆ เตียงจะเป็นหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดรับแสงธรรมชาติได้เป็นอย่างดีเลยครับ

ตรงข้ามกับมุมแต่งตัวจะมีประตูทางเข้าห้องน้ำ Master Bedroom โดยห้องนี้จะมีเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าให้ 2 อ่างแบบ His & Her พร้อมกับติดตั้งกระจกเงาบานใหญ่พิเศษ โดยมีโถสุขภัณฑ์แบบชิ้นเดียวติดตั้งมาให้

ในห้องน้ำยังมีพื้นที่ส่วนเปียกสำหรับอาบน้ำแบ่งโซนไว้อย่างเป็นสัดส่วน มาพร้อมกับฝักบัวอาบน้ำทั้งแบบ Hand Shower และ Rain Shower บรรยากาศห้องมีความปลอดโปร่งด้วยแสงธรรมชาติจากหน้าต่างและประตูที่ติดกระจกขุ่นเอาไว้ ไม่ต้องห่วงปัญหาอับชื้นเลยครับ

ประตูที่อยู่ติดกับโซนอาบน้ำจะเป็นออกไปที่โซน Service นอกห้อง ซึ่งเป็นที่วางคอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศ ช่วยให้การซ่อมบำรุงล้างแอร์ทำได้สะดวกครับ

ตรงข้ามกับ Master Bedroom จะมีอีก 1 ห้องนอนครับ โดยเมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอกับโซนแต่งตัวก่อน

โซนแต่งตัวสามารถวางตู้เสื้อผ้าไซส์ใหญ่ชิดผนังแบบนี้ได้เลย โดยฝั่งตรงข้ามกับตู้เสื้อผ้าจะมีหน้าต่างเปิดออกไปทางฝั่งหน้าบ้านด้วย จึงเห็นว่าบรรยากาศทางเดินเมื่อเข้ามาในห้องนอนนี้จะดูสว่างดีครับ

ต่อเนื่องจากตู้เสื้อผ้าจะเป็นโต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนจะถึงมุมสำหรับวางเตียงนอนที่อยู่ติดกับผนังฝั่งข้างบ้านครับ

ช่องผนังที่ลึกเข้าไปบริเวณมุมห้องสามารถใส่เตียงไซส์ 5 ฟุตได้พอดีเลยครับ ถ้าใช้ห้องนี้เป็นห้องนอนของเด็ก หากลดขนาดเตียงเป็น 3 - 3.5 ฟุต ก็จะได้พื้นที่มากขึ้น ทำให้วางโต๊ะข้างเตียงได้เพิ่มอีกครับ โดยผนังฝั่งชิดเตียงของห้องนอนนี้จะมีหน้าต่างบานใหญ่เปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่เลย

ห้องนอนนี้ก็มีห้องน้ำในตัวเช่นกันครับ เมื่อเข้ามาแล้วจะเจอกับอ่างล้างหน้าและกระจกเงา จากนั้นจะเป็นมุม Shower ที่แยกโซนเปียกไว้อย่างเป็นสัดส่วน ติดทั้ง Hand Shower และ Rain Shower ไว้เรียบร้อย โดยห้องนี้จะสว่างเป็นพิเศษเพราะมีผนังฝั่งหนึ่งเป็นกระจกขุ่นแบบ Full High ขจัดความอับชื้นได้ดีเลยครับ

มุมโถสุขภัณฑ์แยกโซนมาหลบมุมอยู่อีกฝั่งของห้อง และสังเกตได้ว่าประตูของห้องนี้เป็นประตูบานเลื่อนซึ่งประหยัดเนื้อที่ได้มากกว่าประตูบานสวิงครับ

ทั้งหมดนี้คือบ้านเดี่ยว 3 ชั้นแปลงที่ 1 ของ Winston Private Residence เป็นหลังที่ตกแต่งครบพร้อมเข้าอยู่ได้เลยครับ ส่วนบ้านอีก 3 หลังจะเป็นบ้านเปล่า
Residence : Plot 4

บ้านเดี่ยวอีกหลังใน Winston Private Residence ที่เราจะพาเข้าไปชมบรรยากาศจริงกันคือแปลงที่ 4 ครับ แปลงที่ดินมีขนาด 50 ตร.ว. ตัวบ้านมีพื้นที่ใช้สอย 380 ตร.ม. มาพร้อมฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว จอดรถได้ 3 คัน และมีสระว่ายน้ำส่วนตัว

หน้าบ้านแปลงที่ 4 จะอยู่ข้างๆ กับแปลงที่ 1 เลย แต่หลังนี้จะวางแปลนเป็นแนวลึก และตัวบ้านมี Layout เป็นรูปทรง U Shape ล้อมสวน Courtyard ที่อยู่กลางบ้าน

ดูแปลนชั้น 1 กันก่อนนะครับ หน้าบ้านสามารถจอดรถเรียงกันได้ 3 คัน พอเข้ามาข้างในจะเจอกับโถง Foyer ก่อนจะถัดไปเป็นห้องครัวปิด ห้องนอนชั้นล่าง และห้องน้ำ จากนั้นมีทางเดินผ่าน Courtyard ตรงกลางบ้าน แล้วถึงมาเจอกับ Living Area อยู่ที่มุมหลังบ้าน โดยมีโถงเพดานสูงปลอดโปร่งแบบ Double Space และภายนอกมีสระว่ายน้ำ L Shape ล้อมอยู่พอดีเลยครับ
ระยะความสูงจากพื้นถึงฝ้าของชั้น 1 จะอยู่ที่ 3 ม. แต่โซน Double Space จะสูงเกือบๆ 7 ม. เลยครับ ส่วนพื้นจะปูด้วยกระเบื้องแกรนิโต้ และกรอบประตูหน้าต่างทุกจุดใช้ของแบรนด์ Tostem

ประตูรั้วทางเข้าบ้านมีความสูง 2 ม. เป็นประตูไฟฟ้าที่ควบคุมการเปิดปิดได้ผ่านรีโมต โดยพื้นลานจอดจะเป็นคอนกรีตพิมพ์ลายสีเทาเข้มเข้ากับโทนโดยรวมของบ้าน ซึ่งบริเวณที่จอดรถจะเดินระบบไฟฟ้าไว้รองรับการติดตั้ง Wall Charge สำหรับคนที่ใช้รถยนต์ EV ไว้ให้แล้ว

เฉลียงหน้าประตูทางเข้าตัวบ้านมีพื้นที่กว้างขวาง สามารถวางเก้าอี้สนามหรือม้านั่งใส่รองเท้าและชั้นวางรองเท้าได้เลยครับ โดยประตูบ้านจะเป็นบานไม้สักที่มีความสูงถึง 2.85 ม. และติด Digital Door Lock ของแบรนด์ Lockin ไว้ให้ด้วย

บ้านแปลงที่ 4 จะเป็นบ้านเปล่านะครับ เข้ามาถึงจะเจอกับ Foyer ก่อน โดยผนังทางฝั่งซ้ายของภาพจะบิลต์อินชั้นเก็บรองเท้าหรือทำเป็นเคาน์เตอร์ Drop Off ของกระจุกกระจิกได้ครับ

มองจากในบ้านย้อนไปที่ Foyer และประตูทางเข้า โดยถัดมาจะเจอกับห้องครัวแบบปิดที่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน

ห้องครัวเตรียมระบบไฟฟ้าและสุขาภิบาลไว้แล้วครับ รองรับเคาน์เตอร์ครัวแบบ L Shape ได้เลย พื้นที่กว้างพอสมควร ใช้ทำอาหารจริงจังได้ครับ มีหน้าต่างให้เปิดเชื่อมต่อระบายอากาศไปทาง Courtyard ได้ด้วย

อีกฝั่งของห้องครัวจะเป็นมุมสำหรับวางตู้เย็น และมีทางเข้าไปที่ห้องเก็บของด้วยครับ เหมาะกับใช้เก็บของชิ้นใหญ่หรือ Hardware ต่างๆ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

ทางฝั่งตรงข้ามกับห้องครัวจะมีห้องน้ำของชั้น 1 และห้องที่อยู่ข้างๆ กันจะเป็นห้องนอนของชั้น 1 ครับ

ห้องน้ำชั้น 1 ออกแบบมาให้รองรับการอาบน้ำได้ด้วยครับ มาพร้อมสุขภัณฑ์ที่ครบครัน ถ้าใช้ห้องข้างๆ เป็นห้องนอนก็สะดวกต่อผู้ใช้งานครับ

ห้องนอนชั้น 1 มีหน้าต่างหันออกไปทางหน้าบ้าน พื้นที่ห้องมีขนาดปานกลาง เหมาะกับการวางเตียงไซส์ 3 - 5 ฟุต โดยจะยังวางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะให้ครบฟังก์ชันห้องนอนได้อยู่ครับ บ้านไหนมีผู้สูงอายุอยู่อาศัยด้วย หรือเตรียมไว้ให้ญาติผู้ใหญ่เวลามาเยี่ยมลูกหลานก็ใช้ห้องนี้ได้เลย

ถ้าไม่ได้ใช้ห้องนี้เป็นห้องนอน ก็สามารถปรับฟังก์ชันเป็นห้องทำงานได้ครับ หรือถ้าบ้านเป็นโฮมออฟฟิศจะใช้เป็นห้องเก็บสต็อกสินค้า หรือสตูดิโอถ่ายภาพ - ไลฟ์สด ก็เลือกปรับได้ตามความต้องการ

ออกจากห้องนอนจะมีโถงทางเดินเข้าไปยัง Living Area ครับ โดยระหว่างทางจะเจอกับห้องเก็บของอีกจุด

ห้องนี้จะเป็นห้องเก็บของใต้บันไดครับ เหมาะกับการเก็บของชิ้นใหญ่ที่ไม่ค่อยนำออกมาใช้บ่อยๆ หรือเก็บของใช้ทำความสะอาดบ้านให้เป็นระเบียบ

เดินตามโถงมาถึงตรงกลางบ้านจะเจอกับ Courtyard ที่เชื่อมต่อภายในบ้านกับนอกบ้านด้วยประตูกระจกบานเลื่อน Full High ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาในบ้านได้เป็นอย่างดีเลย

ออกจากประตูมาจะมีชานให้จัดมุมนั่งเล่นได้ครับ โดยสวนตรง Courtyard จัดเป็นสวนหินโรยกรวด ลงไม้พุ่มกับไม้ยืนต้นไว้สร้างความสดชื่นให้บรรยากาศบ้าน

ผ่านโถงทางเดินเข้ามาสุดมุมบ้านจะเป็น Common Area ขนาดใหญ่ที่สามารถแบ่งโซนเป็น Living Area กับ Dining Area และมีมุม Pantry ได้เลย หรือถ้าใช้บ้านเป็นโฮมออฟฟิศก็สามารถจัดเป็น Working Space ที่รองรับพนักงานได้นับสิบคนเลยครับ

พื้นที่ Common Area มีความปลอดโปร่ง รับแสงธรรมชาติผ่านหน้าต่างขนาดใหญ่ที่ล้อมอยู่ 3 ฝั่งได้เต็มที่ โดยมีทั้งวิวสวนและวิวสระว่ายน้ำให้มองได้ทั้งวัน

ออกมาทางหลังบ้านจะเจอกับทางเดินลงสระว่ายน้ำ โดยสระจะเป็นระบบเกลือ ทำมุมเป็นรูปทรง L Shape ลงแช่เล่นสบายๆ ได้ครับ มีระบบน้ำล้นให้เกิดเสียงน้ำกระทบกัน ช่วยสร้างความผ่อนคลายได้ดี

มองย้อนจากหลังบ้านไปทางด้านหน้า จะเห็นโถงทางเดินจากหน้าบ้านและบันไดขึ้นชั้น 2 โดยพื้นที่โซนนี้จะมีเพดานสูงแบบ Double Space

เพดานของ Common Area จะทะลุขึ้นไปถึงชั้น 2 แบบ Double Space ทำให้เกิดบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง เหมาะกับการติดโคมไฟแชงเดอเลียเพื่อเสริมบรรยากาศให้การอยู่อาศัย

โดยรวมแล้ว Common Area ของชั้น 1 มีความปลอดโปร่งมากๆ เลยครับ ด้วยปัจจัยทั้งเรื่องหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่ที่ล้อมพื้นที่ไว้ และฝ้าเพดานที่สูงเป็นพิเศษเกือบๆ 7 ม.

ขึ้นไปดูชั้น 2 กันนะครับ โดยโครงสร้างของบ้านไดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ขั้นบันไดปูไม้ประสานทำสีเข้ม

ชั้น 2 ของบ้านแปลงที่ 4 จะมี 1 ห้องนอนพร้อมห้องน้ำในตัวและระเบียง จากนั้นจะมีโถงทางเดินไปยังพื้นที่อเนกประสงค์ที่เชื่อมต่อกับระเบียงโถง Double Space ที่ทะลุขึ้นมาจากชั้น 1
ฝ้าเพดานชั้น 2 จะมีความสูง 3 ม. ปูพื้นด้วย SPC ลายไม้ความหนา 5 มม. ส่วนกรอบประตูหน้าต่างใช้ของ Tostem ครับ

เดินขึ้นมาชั้น 2 แล้วเลี้ยวจากบันไดไปตามโถงจะเจอกับประตูทางเข้าห้องนอนก่อนเลยครับ

ห้องนอนชั้น 2 มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง โซนแรกที่เข้ามาเจอจะเหมาะกับการวางเตียงไซส์ 5 - 6 ฟุต โดยจะมีหน้าต่างเชื่อมต่อกับพื้นที่ Courtyard กลางบ้าน

เดินต่อไปในห้องจะเจอกับห้องน้ำส่วนตัว โดยผนังบริเวณข้างๆ ประตูห้องน้ำสามารถวางตู้เสื้อผ้าได้ด้วยครับ

ห้องน้ำมีสุขภัณฑ์ครบครัน พร้อมด้วยช่องแสงธรรมชาติขนาดใหญ่ทั้งประตูและหน้าต่างแบบขุ่น

ตรงข้ามกับอ่างล้างหน้าจะแยกโซนส่วนเปียกไว้อย่างเป็นสัดส่วน มุมนี้จัดเตรียม Hand Shower ไว้ให้ครับ

ตรงข้ามกับโถสุขภัณฑ์จะมีประตูออกไประเบียงเล็กฝั่งหน้าบ้าน ซึ่งจะเป็นโซน Service เหมาะกับการวางคอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศ

ออกจากห้องน้ำแล้วเดินเลี้ยวไปจะเป็นพื้นที่ Walk - in Closet ที่รองรับตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่เข้ามุมเป็นทรง L Shape ได้เลย โดยสามารถเปิดประตูกระจกออกไปที่ระเบียงหน้าบ้านได้ด้วย

ระเบียงของห้องนอนชั้น 2 จัดว่ามีพื้นที่กว้างขวางเลยครับ สามารถวางชุดโต๊ะสนามไว้นั่งพักผ่อน 2 - 3 คนได้เลย หรือจะจัดเป็นสวน Pocket Garden ก็เพิ่มความร่มรื่นได้อย่างดี

ชายคาของระเบียงชั้น 2 เป็นโถงสูงแบบ Double Space สูงขึ้นไปถึงชายคาชั้น 3 เลยทีเดียว จึงสามารถเลือกต้นไม้กระถางขนาดใหญ่แบบไม่ต้องห่วงเรื่องความสูงได้เลย

ออกจากห้องนอนชั้น 2 จะเจอกับโถงทางเดินที่บรรยากาศปลอดโปร่งเป็นพิเศษครับ ตลอดทางจะมีหน้าต่างเปิดรับแสงธรรมชาติจากภายนอก ทำให้อาคารที่เป็นแนวลึกยังมีความสว่างตลอดทั้งวัน

สุดทางเดินจะเจอกับพื้นที่อเนกประสงค์ซึ่งเชื่อมต่อกับ Void ของพื้นที่ Double Space ที่สูงขึ้นมาจากชั้น 1 โดยระเบียงตรงนี้จะใช้กระจก Tempered Glass เพื่อความโปร่ง เปิดให้แสงธรรมชาติทผ่านได้เต็มที่

มองจากระเบียงพื้นที่อเนกประสงค์ลงไปที่ชั้น 1 จะได้มุมมองแบบนี้ครับ เชื่อมต่อการใช้ชีวิตของคนที่อยู่ชั้น 1 กับชั้น 2 ได้อย่างกลมกลืน

พื้นที่นี้เลือกใช้ฟังก์ชันได้หลากหลายเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นมุมนั่งเล่น, พื้นที่ทำงานแบบผ่อนคลายเพื่อระดมความคิด จะกั้นเป็นห้องประชุม หรือห้องทำงานของผู้บริหาร ก็เลือกได้เลย หรือถ้าใช้บ้านนี้เพื่อการอยู่อาศัยก็อาจปรับเป็นฟิตเนสส่วนตัว, พื้นที่เลี้ยงสัตว์ หรือมุมทำการบ้านสำหรับเด็กๆ ก็เลือกได้หมดเลยครับ

ขึ้นไปชมบรรยากาศชั้น 3 กันต่อนะครับ โดยบันไดจะมีโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กและปูขั้นบันไดด้วยไม้ประสานทำสีเข้ม เหมือนกับบันไดชั้น 1 - 2 เลยครับ

ชั้น 3 ของบ้านแปลงที่ 4 จะแบ่งพื้นที่เป็น 2 ห้องนอนครับ โดยทั้ง 2 ห้องจะมาพร้อมกับห้องน้ำในตัว ซึ่งห้องใหญ่ Master Bedroom จะอยู่ฝั่งหลังบ้าน ส่วนอีกห้องถึงจะวางผังไว้ฝั่งหน้าบ้านแต่ก็เลือกหันหน้าต่างไปทาง Courtyard เพื่อความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้จากโถงทางเดินยังสามารถออกไปที่ระเบียงหน้าบ้านได้อีกด้วยฏ
เพดานชั้น 3 มีความสูง 3 ม. ส่วนวัสดุปูพื้นจะใช้เป็น SPC ลายไม้ หนา 5 มม. เหมือนกับชั้น 2 ขณะที่เฟรมประตูหน้าต่างก็ใช้ Tostem เหมือนกันทั้งหลังเลยครับ

ขึ้นบันไดมาถึงชั้น 3 จะเจอกับช่อง Service งานระบบต่างๆ และประตูทางออกไปยังระเบียงฝั่งหน้าบ้าน

ระเบียงมีพื้นที่กว้างพอสมควรเลยครับ จัดเป็นมุมนั่งเล่นหรือทำเป็น Pocket Garden ได้ หรือจะใช้เป็นโซน Laundry ก็ตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้เหมือนกันครับ

ระเบียงชั้น 3 จะย่นระยะเข้าไปลึกกว่าระเบียงชั้น 2 เพื่อให้เกิดโถง Double Volume อันเป็นเอกลักษณ์ของการออกแบบบ้านหลังนี้ครับ

ถัดจากประตูที่ออกไประเบียง เมื่อเลี้ยวตามโถงทางเดินมาแล้วจะเจอกับห้องนอนฝั่งหน้าบ้านก่อนเลยครับ

ห้องนอนห้องนี้จะวางผังเป็นตอนลึก โดยผนังฝั่งที่ติดกับ Courtyard จะมีหน้าต่างเปิดรับแสงธรรมชาติอยู่ 1 จุด พื้นที่ของห้องกว้างขวางพอสมควรเลยครับ สามารถวางเตียงไซส์ 5 - 6 ฟุตได้สบายๆ

อีกฝั่งของห้องจะรองรับการทำเป็น Walk - in Closet วางตู้เสื้อผ้าขนานกันได้ 2 ฝั่ง โดยยังวางโต๊ะเครื่องแป้งได้ด้วย แล้วพอสุดพื้นที่ห้องก็จะมีประตูเข้าไปยังห้องน้ำส่วนตัว

ห้องน้ำมีหน้าต่างกระจกบานขุ่นขนาดใหญ่เปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาได้อย่างเต็มที่ ฟังก์ชันภายในห้องมีสุขภัณฑ์ต่างๆ ครบครัน แยกส่วนเปียกสำหรับอาบน้ำโดยติดตั้งทั้ง Rain Shower และ Hand Shower มาให้เรียบร้อย

อีกฝั่งของห้องจะเป็นมุมโถสุขภัณฑ์ที่แยกโซนไว้อย่างเป็นสัดส่วน โดยโถที่ติดตั้งมาให้จะเป็นแบบชิ้นเดียว

ออกจากห้องนอนฝั่งหน้าบ้าน เดินตามโถงไปยัง Master Bedroom กันครับ โดยตลาดแนวโถงทางเดินจะมีหน้าต่างเปิดรับแสงธรรมชาติ สร้างความปลอดโปร่งให้โถงบันไดสว่างตลอดทั้งวัน

Master Bedroom มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ วางแปลนเป็นรูป L Shape โดยมีห้องน้ำส่วนตัวให้ใช้งาน

โซนหน้าประตูห้องออกแบบให้รองรับ Walk - in Closet สามารถวางตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ร่วมกับโต๊ะแป้งได้อย่างลงตัว โดยจะอยู่ติดกับห้องน้ำครับ

ห้องน้ำ Master Bedroom มีความพิเศษคืออ่างล้างหน้าคู่แบบ His & Her และกระจกเงาขนาดใหญ่ โดยมุมส่วนเปียกจะติดทั้ง Rain Shower และ Hand Shower มาให้ โดยจะมีประตูกระจกบานขุ่นเปิดออกไปที่โซน Service ด้านนอกได้

ตรงข้ามกับอ่างล้างหน้าจะมีโถสุขภัณฑ์แบบชิ้นเดียวให้ใช้งาน โดยมีพื้นที่ด้านข้างเหลือให้ตั้งชั้นวางของได้

ต่อเนื่องจาก Walk - in Closet อีกมุมของห้องสามารถจัดเป็น Living Area เล็กๆ แบบส่วนตัวได้ โดยจะมีหน้าต่างเปิดออกไปทางฝั่ง Courtyard ด้วยครับ

ลึกไปทางหลังบ้านจะเป็นโซนสำหรับวางเตียงนอนที่รองรับเตียงไซส์ 6 ฟุตได้สบายๆ ครับ โดยผนังฝั่งหลังบ้านจะมีหน้าต่างขนาดใหญ่เปิดรับแสงธรรมชาติ ได้บรรยากาศที่ปลอดโปร่งระหว่างวัน

ทั้งหมดนี้คือบรรยากาศของแบบบ้านแปลงที่ 4 ในโครงการ Winston Private Residence ที่พวกเราเข้าไปชมแบบทุกซอกทุกมุมแล้วเก็บภาพมาฝากกันครับ โดยส่วนต่อไปของรีวิวเราขอพูดถึงเรื่องของทำเลกันบ้าง
Location

Winston Private Residence ตั้งอยู่ที่ซอยหมู่บ้านเมืองทองธานีโครงการ 6 ซอย B4 บริเวณหัวมุมปากซอยพอดีครับ ใกล้ ถ.บอนด์สตรีท ซึ่งเชื่อมต่อไป ถ.ติวานนท์ และ ถ.แจ้งวัฒนะ รวมถึงใกล้ ถ.ป็อปปูลาร์ ซึ่งเชื่อมไปจุดขึ้นทางด่วนอุดรรัถยาด่านเมืองทองธานีได้ใกล้ๆ เลยครับ ถือเป็นทำเลใจกลางเมืองทองธานีในโซนอยู่อาศัย เดินทางสะดวก อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ แต่ก็ไม่อยู่ใกล้กับฮอลล์จัดอีเวนต์จนเกินไป ยังมีความสงบเป็นส่วนตัวอยู่ครับ

อ้างอิงจากเว็บไซต์ของโครงการ www.pocketdevelopment.co.th/winston Winston Private Residence จะอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีชมพูสถานีทะเลสาบเมืองทองแค่ประมาณ 700 ม. และใกล้กับทางด่วนอุดรรัถยาด่านเมืองทองแค่ราวๆ 800 ม. เท่านั้น ถือเป็นทำเลบ้านใหม่ Rare Item ที่อยู่ใกล้ทางด่วนกับรถไฟฟ้ามากที่สุดในย่านนี้เลยก็ว่าได้ครับ เพราะโครงการอื่นๆ ส่วนใหญ่จะอยู่ตาม ถ.ติวานนท์ และ ถ.เลียบคลองประปา โดยสถานีทะเลสาบเมืองทองและสถานีอิมแพคมีกำหนดเปิดบริการภายในปี 2568 นี้แล้วครับ จริงๆ ถ้ามองว่าใช้บ้านเป็นโฮมออฟฟิศ พนักงานก็สามารถเดินทางไปกลับกันได้สะดวกทีเดียว

ปากซอยหมู่บ้านเมืองทองธานีโครงการ 6 จะมี PTT Active Park พร้อมกับ Makro Food Service อยู่ใกล้บ้านแค่ไม่กี่เมตรเท่านั้นเองครับ โดยเยื้องกับ PTT Active Park ยังมี Bee Hive Lifestyle Mall อยู่อีกด้วย นอกจากนี้ถ้าขยับไปโซน Impact Arena นอกจากมีฮอลล์คอนเสิร์ตและจัดอีเวนต์ ก็ยังมี The Portal และ Cosmo Bazaar เป็นหลากหลายตัวเลือกด้านไลฟ์สไตล์ที่มีทั้ง ร้านอาหาร คาเฟ่ ซูเปอร์มาร์เก็ต และโรงภาพยนต์ ให้ไปใช้บริการกันได้ครบครันแบบแทบไม่ต้องออกนอกเมืองทองเลยครับ

ทำเลโดยรอบเมืองทองธานียังมีศูนย์การค้าอีกหลายแห่ง โดยฝั่ง ถ.ติวานนท์ จะมี Lotus’s ติวานนท์ ส่วนฝั่ง ถ.แจ้งวัฒนะ จะมีทั้ง Central แจ้งวัฒนะ และ Charn At The Avenue แจ้งวัฒนะ ให้เลือกใช้บริการ หรือถ้าใช้ทางด่วนไปลงงามวงศ์วานที่ก็อยู่ไม่ไกล ยังมี The Mall Lifestore งามวงศ์วาน พร้อมตอบโจทย์ความต้องการพื้นฐานของครอบครัวได้ด้วยครับ

สำหรับครอบครัวที่มีเด็กๆ อยู่ในวัยเรียน ทำเลรอบๆ เมืองทองธานี - แจ้งวัฒนะ - ดอนเมือง ก็ยังมีโรงเรียนนานาชาติชื่อดังตั้งอยู่หลายแห่งเลยครับ อาทิ รร.นานาชาติแฮมพ์ตัน แจ้งวัฒนะ, รร.นานาชาติ ISB นิชดาธานี, รร.นานาชาติเซนต์แอนดรูว์ส สามัคคี และ รร.นานาชาติฮาร์โรว์ ดอนเมือง หรือภายในเมืองทองธานีเลยก็ยังมี รร.เซนต์ฟรังซีสเซเวียร์, ม.ศิลปากร วิทยาเขตเมืองทองธานี และ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช ตั้งอยู่ด้วย

ส่วนเรื่องการดูแลสุขภาพก็อุ่นใจได้ด้วยสถานพยาบาลเอกชนหลายแห่งที่อยู่รอบๆ ทำเลโครงการ ไม่ว่าจะเป็น รพ.กรุงไทย ติวานนท์, รพ.เวิลด์เมดิคอล, รพ.มงกุฏวัฒนะ, รพ.วิภาราม ปากเกร็ด หรือจะขึ้นทางด่วนไป รพ.นนทเวช ที่ ถ.งามวงศ์วาน ก็ใช้เวลาไม่กี่นาทีเท่านั้นเองครับ
พิกัดที่ตั้งโครงการ : maps.app.goo.gl/EMT9tpDBdFmMv8Zn6

ดูภาพรวมของทำเลโครงการแล้ว มาดูรีวิวเส้นทางไปยัง Winston Private Residence กันบ้างนะครับ พวกเราใช้ทางด่วนศรีรัช ออกจากตัวเมืองชั้นใน เชื่อมต่อทางด่วนอุดรรัถยา มุ่งหน้าตามป้ายไป ม.ธรรมศาสตร์ - บางปะอิน

พอถึงเมืองทองธานี ให้เบี่ยงซ้ายลงจากทางด่วนตามป้ายทางออก 2 - 12 ด่านเมืองทองธานี จะมีด่านเก็บเงินอยู่ครับ

ลงจากทางด่วนมาแล้วให้ขับตรงเลียบไปกับรางรถไฟฟ้าสายสีชมพู พอถึงทาง 3 แยกแล้วให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ถ.ป็อปปูล่าร์

ขับตรงตาม ถ.ป็อปปูล่าร์ ไปเลยครับ จุดสังเกตของโซนนี้คืออาคารพาณิชย์ทางฝั่งซ้าย และสนามแข่งรถที่อยู่ทางฝั่งขวา

พอเห็นสามแยกที่มีอาคารออฟฟิศอยู่สุดทาง ตรงนั้นคือ ถ.บอนด์สตรีทครับ ให้เบี่ยงซ้ายเตรียมเข้าซอยไว้นะครับ

เลี้ยวซ้ายเข้าซอยหมู่บ้านเมืองทองธานีโครงการ 6 แล้วขับตรงเข้าไปเรื่อยๆ ครับ

โครงการตั้งอยู่ปากซอย B4 โดยด้านข้างจะเป็นร้านอาหาร ส่วนฝั่งตรงข้ามคือด้านหลังของคอนโดที่อยู่บน ถ.บอนด์สตรีท

ก่อนถึงปากซอย B4 ก็จะเจอกับบ้านแปลงที่ 1 กับแปลงที่ 4 ของ Winston Private Residence ครับ โดยถ้าเลี้ยวเข้าซอย B4 ไปจะเจอกับแปลงที่ 2 - 3

หากตรงต่อไปตาม ซ.หมู่บ้านเมืองทองธานีโครงการ 6 จะออกไปเจอกับ PTT Active Park และ Bee Hive
Price & Promotion

บ้านเดี่ยวโครงการ Winston Private Residence ปัจจุบันสร้างเสร็จพร้อมอยู่ครบทั้ง 4 หลังแล้วครับ โดยจะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 19.9 ล้านบาท* โดยทางโครงการได้แจ้งข้อมูลว่ามีข้อเสนอพิเศษให้ส่วนลดเป็นล้าน* ดังนั้นใครที่อ่านรีวิวนี้แล้วสนใจ ก็สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือนัดเข้าเยี่ยมชมโครงการกันได้ที่เบอร์ 095 665 8111 หรือลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ www.pocketdevelopment.co.th/winston
*ราคาและโปรโมชั่น ณ เดือนมีนาคม 2568 ข้อมูลอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามโครงการอีกครั้ง
Conclusion

รีวิวบ้านหรู Winston Private Residence โดยทีมงาน Home Buyers จบครบถ้วนเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ โดยก่อนจากกันไปในวันนี้แอดมิน #BoonWaranyu ก็มีความเห็นส่วนตัวในมุมมองที่ได้สัมผัสกับโครงการด้วยตัวเอง มาแชร์ให้เพื่อนๆ ที่สนใจได้ลองพิจารณาประกอบการตัดสินใจดูนะครับ
Design นอกจากภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูเรียบหรู สิ่งที่แอดมินชื่นชมเป็นพิเศษคือความปลอดโปร่งของมุมต่างๆ ภายในบ้าน ที่ถูกออกแบบให้แสงสว่างธรรมชาติส่องเข้าไปได้อย่างทั่วถึง การอยู่อาศัยจริงจึงได้ความปลอดโปร่งเป็นอย่างดีครับ
Function บ้าน 3 ชั้นโครงการนี้ เป็นได้ทั้งบ้านสำหรับครอบครัวคนรุ่นใหม่ที่อยู่กัน 3 - 4 คน หรือจะเป็นโฮมออฟฟิศก็รองรับธุรกิจขนาดกลางๆ ได้เลยครับ โดยนอกจากฟังก์ชันต่างๆ จะจัดสรรมาให้อย่างลงตัวแล้ว ด้วยความที่ผนังของบ้านเป็นอิฐมวลเบาจึงรองรับการ ทุบ เจาะ ต่อเติม ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลายตามความต้องการเลยครับ
Facility เพราะเป็นโครงการนอกจัดสรร บ้านจึงไม่มีพื้นที่ส่วนกลาง แต่ถ้ามองว่าภายในบ้านรองรับฟังก์ชัน ฟิตเนส ห้องทำงาน และมีสระว่ายน้ำอยู่แล้ว การไม่มีพื้นที่ส่วนกลางก็ช่วยประหยัดค่าส่วนกลางในแต่ละปีได้เยอะเลยนะครับ เราสามารถนำเงินส่วนนั้นไปจ้างระบบรักษาความปลอดภัยให้มาติดตั้งระบบ Smart Home Security ที่ทันสมัยให้ช่วยดูแลบ้านเราอย่างมีประสิทธิภาพได้ไม่แพ้โครงการระบบปิดเลยครับ
Location ที่นี่คือ Rare Item สำหรับคนอยากมีบ้านอยู่ใกล้ทางด่วนและรถไฟฟ้าในโซนแจ้งวัฒนะเลยครับ เพราะปัจจุบันบ้านเดี่ยวโครงการใหม่จะอยู่ทำเลรอบๆ เมืองทอง มีแค่ Winston Private Residence เพียงแห่งเดียวที่มาตั้งอยู่ใจกลางเมืองทองซึ่งถือเป็นเมืองขนาดย่อมๆ ที่ความสะดวกสบายครบครัน ถือว่าตอบโจทย์ความเป็นบ้านในเมืองได้ดี และมีศักยภาพที่จะเติบโตไปได้อีกไกลในอนาคตเลยครับ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือนัดเข้าเยี่ยมชมโครงการกันได้ที่เบอร์ 095 665 8111 หรือลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ www.pocketdevelopment.co.th/winston
การคำนวณยอดผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน
ปรับรายละเอียดด้านล่างเพื่อคำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือน