รีวิวบ้าน H Villa บางแค - สาทร บ้านเดี่ยวและบ้านแฝดหลังใหญ่ ก่ออิฐมอญแดง เพียง 34 หลัง ในทำเล ซ.เพชรเกษม 69

ถ้าเพื่อนๆ มีงบประมาณ 5 - 6 ล้านกลางๆ แต่อยากได้บ้านหลังใหญ่ พื้นที่ใช้สอย 200 ตร.ม. ขึ้นไป วันนี้ทีมงาน Home Buyers มีโครงการที่ตอบโจทย์นั้นได้มาแนะนำกันแล้วครับกับ H Villa บางแค - สาทร มีทั้งบ้านแฝด บ้านเดี่ยวหลังใหญ่ และบ้านเดี่ยวพูลวิลล่า บนทำเล ซ.เพชรเกษม 69
นี่คือโครงการใหม่จาก หรรษา เรียลเอสเตท ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังประจำถิ่น บางแค - หนองแขม ที่คราวนี้กลับมาในคอนเซปต์ใหม่ กับดีไซน์บ้านแบบ Modern Nordic ที่เรียบง่าย ทันสมัย ให้พื้นที่ใช้สอยที่มีขนาดใหญ่ตั้งแต่ 211 - 285 ตร.ม. ในงบเริ่มต้นเพียง 5.49 ล้านบาท*
H Villa บางแค - สาทร ให้ความเป็นส่วนตัวสูง ด้วยจำนวนบ้านเพียงแค่ 34 ยูนิต บนทำเล ซ.เพชรเกษม 69 ใกล้ศูนย์การค้า Victoria Gardens เชื่อมต่อ ถ.เพชรเกษม, วงแหวนฯ กาญจนาภิเษก รวมถึง ถ.กัลปพฤกษ์ เพื่อเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ ชั้นในได้สะดวก
ใครกำลังมองหาบ้านหลังใหม่ในย่าน บางแค - หนองแขม - ทวีวัฒนา แอดมิน บอกเลยว่า H Villa บางแค - สาทร ถือเป็นอีกโครงการที่น่าสนใจ แอดมิน #BoonWaranyu เข้าชมบรรยากาศจริงของโครงการ และเก็บข้อมูลมารีวิวแบบเจาะลึกให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกันแล้วครับ
Fact Sheet
| ชื่อโครงการ : | เอช วิลล่า บางแค-สาทร |
|---|---|
| บริษัท : | บริษัท หรรษา เรียลเอสเตท จำกัด |
| ที่ตั้งโครงการ : | ซ.เพชรเกษม 69 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ |
| พื้นที่โครงการ : | 5-3-89.9 ไร่ |
| จำนวนยูนิต : | 34 ยูนิต |
| รูปแบบโครงการ : | บ้านเดี่ยวและบ้านแฝด 2 ชั้น สไตล์ Modern Nordic |
| พื้นที่ใช้สอย : | 211 - 285 ตร.ม. |
| ที่ดินเริ่มต้น : | 37 - 61 ตร.ว. |
| ราคาเริ่มต้น : | 5.49 ล้านบาท* (ข้อมูลอาจเปลี่ยนแปลง โปรดสอบถามโครงการอีกครั้ง) |
| ค่าส่วนกลาง : | 30 บาท / ตร.ว. / เดือน |
| โทร : | 065 789 6969 |
| เว็บไซต์ : | https://www.hunsa.co.th/hunsa-h-villa/ |
Highlight : H Villa บางแค - สาทร

บ้านสไตล์ Modern Nordic บ้านแฝดและบ้านเดี่ยวดีไซน์เรียบง่าย สะท้อนไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยของคนรุ่นใหม่ มาพร้อมพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ตั้งแต่ 211 - 285 ตร.ม. บางแปลงมีที่ดินหลังบ้านกว้างพอให้ทำสระว่ายน้ำส่วนตัวได้
ผนังก่ออิฐมอญแดงทั้งหลัง เป็นวัสดุที่หายากในปัจจุบันสำหรับบ้านจัดสรรโครงการใหม่ๆ เพราะใช้ต้นทุนสูงในการก่อสร้าง มีคุณสมบัติให้ความแข็งแรงทนทานสูง ทุบ ตอก เจาะ ต่อเติมได้ง่าย
เป็นส่วนตัวเพียง 34 ยูนิต ชุมชนมีความเงียบสงบสูง มาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. และซุ้มประตูทางเข้าออกระบบปิด ภายในโครงการมีสวนส่วนกลางเพิ่มบรรยากาศความร่มรื่น
ทำเลดี ซ.เพชรเกษม 69 อยู่ใกล้มอลล์ Victoria Gardens เดินทางง่าย สามารถเข้าออกได้หลายเส้นทาง ทั้ง ถ.เพชรเกษม, ถ.บางบอน 3 และวงแหวนฯ กาญจนาภิเษก เชื่อมต่อ ถ.กัลปพฤกษ์ เพื่อเข้าสู่ตัวเมืองชั้นในได้สะดวกสบาย
Facility

พอมาถึงหน้าโครงการ H Villa บางแค - สาทร จะเจอกับป้อมรักษาความปลอดภัยที่มีชุดเจ้าหน้าที่ รปภ. อยู่ประจำการตลอด 24 ชม.

ประตูทางเข้ากับทางออกจะแยกกัน 2 ฝั่งอย่างชัดเจนครับ โดยประตูเป็นประตูเหล็กรางเลื่อนไฟฟ้า เปิดปิดแบบอัตโนมัติด้วยระบบ Easy Pass

สำหรับผู้มาติดต่อจะต้องแลกบัตรกับ รปภ. ก่อนเข้าพื้นที่ของโครงการ โดยภายในหมู่บ้านจะมีการติดกล้อง CCTV เพื่อเสริมความปลอดภัยอยู่ทั่วพื้นที่เลยครับ

ถนนด้านหน้าซุ้มประตูทางเข้าออกจะมีความกว้างประมาณ 10.50 - 12 ม. ส่วนถนนหน้าบ้านทุกหลังภายในโครงการจะกว้าง 9 ม. สามารถขับรถสวนกันได้ 2 เลน รวมถึงถอยรถเข้าออกรั้วบ้านได้สบายๆ ครับ

โซนด้านหน้าโครงการ ใกล้ซุ้มประตูทางเข้าออกจะมีสวนส่วนกลางพื้นที่ประมาณ 100 ตร.ว. ตั้งอยู่ด้วยครับ

สวนส่วนกลางปูแผ่นหินทางเดินให้สามารถออกมายืดเส้นยืดสายเบาๆ ได้ โดยมีบ่อน้ำพุอยู่ตรงจุดศูนย์กลาง ให้บรรยากาศเหมือนจัตุรัสของชุมชนในทวีปยุโรป ตามคอนเซปต์แบบ Modern Nordic
Design & Function

H Villa บางแค - สาทร เป็นโครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด 2 ชั้น ขนาดแปลงที่ดินเริ่มต้น 37 - 61 ตร.ว. ตัวบ้านมีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 211 - 285 ตร.ม. ซึ่งจะมี 3 แบบบ้านให้เลือก โดยบ้านในภาพนี้คือบ้านเดี่ยวแบบ Rosenberg พื้นที่ใช้สอย 285 ตร.ม. 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ เป็นบ้านหลังใหญ่ที่สุดของโครงการ

ดีไซน์ของบ้าน H Villa บางแค - สาทร ได้แรงบันดาลใจมาจากบ้านในแถบ Nordic หรือ Scandinavian ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของยุโรป โดยเอกลักษณ์ของบ้านสไตล์ Nordic คือหลังคาทรงจั่วแหลมสูง และการใช้สี Earth Tone น้ำตาล ครีม ขาวนวล ที่ดู Minimal สะท้อนความใกล้ชิดธรรมชาติ ให้ความรู้สึกที่อบอุ่น

จุดเด่นอีกอย่างของบ้าน H Villa บางแค - สาทร คือเรื่องของโครงสร้าง โดยผนังของบ้านทุกหลังจะก่อด้วยอิฐมอญแดงในระบบก่อสร้างแบบ Conventional ซึ่งให้ความแข็งแรงสูง ทนทานต่อความร้อนและความชื้น ช่วยให้ภายในบ้านเย็น ไม่อบความร้อน นอกจากนี้ผนังก่ออิฐมอญแดงยังง่ายต่อการ ทุบ ตอก เจาะ ต่อเติม มากกว่าระบบก่อสร้างแบบผนังคอนกรีตสำเร็จรูปที่กำลังนิยมในปัจจุบัน
นอกจากนี้ ตามกรอบประตูและหน้าต่างรอบบ้านยังใช้วัสดุ UPVC ที่มีความทนทาน รวมถึงเปิดปิดได้อย่างแนบสนิทมากกว่ากรอบอลูมิเนียม ช่วยป้องกันน้ำซึมเมื่อฝนสาด และยังช่วยกันฝุ่นกับแมลงได้ดีอีกด้วย
Show Unit : บ้านแฝด Oslo 211 ตร.ม.

บ้านตัวอย่างหลังแรกที่เราจะเข้าไปชมกันคือบ้านแฝดแบบ Oslo บ้านแฝด 2 ชั้น มีที่ดินเริ่มต้น 37 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางถึง 211 ตร.ม. มาพร้อมกับฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ เป็นบ้านแฝดแบบเดียวของโครงการ โดยมีจำนวนทั้งหมด 20 ยูนิต

จากแบบแปลนชั้น 1 จะเห็นว่าบ้านแฝด Oslo มีผนังติดกันแค่จุดเดียวคือบริเวณห้องนอนชั้นล่าง แต่ส่วนอื่นๆ จะเว้นระยะห่างจากกันเพื่อให้ความรู้สึกที่ใกล้เคียงกับบ้านเดี่ยว โดยฟังก์ชันของชั้น 1 นอกจากห้องนอนชั้นล่างก็ยังมีห้องน้ำ ส่วนพื้นที่โซนหลักจะเป็น Open Space ที่เชื่อมต่อฟังก์ชัน Living Area, Dining Area รวมถึงครัวแบบเปิด ซึ่งสามารถเชื่อมต่อออกไปยังลานซักล้างหลังบ้านได้ ขณะที่หน้าบ้านจะมีลานจอดรถ 2 ช่องจอด
สำหรับระยะความสูงของฝ้าเพดานชั้น 1 จะอยู่ที่ 2.80 ม. ส่วนพื้นของชั้น 1 จะปูด้วยกระเบื้องแกรนิโต้ขนาด 60x60 ซม.

รั้วฝั่งหน้าบ้านจะมีความสูง 1.35 ม. เป็นรั้วลูกกรงเหล็กแบบโปร่ง ส่วนรั้วฝั่งด้านข้างและด้านหลังบ้านจะเป็นกำแพงทึบสูง 1.60 ม.

ลานจอดรถหน้าบ้านสามารถจอดรถได้ 2 คัน โดยพื้นลานจอดเป็นคอนกรีตผิวหยาบ พร้อมลงเสาเข็ม ปูพรมทั่วพื้นที่เพื่อป้องกันปัญหาพื้นทรุดตัวในระยะยาว

ผนังของบ้านแฝด Oslo จะเชื่อมต่อกันแค่บริเวณห้องนอนชั้นล่าง ส่วนบนชั้น 2 แยกผนังกันเป็นอิสระเหมือนบ้านเดี่ยวเลยครับ ให้ความเป็นส่วนตัวในการพักผ่อนมากกว่าบ้านแฝดแบบเดิมๆ

พื้นที่ผนังของห้องน้ำชั้น 1 ยังเว้นระยะแยกออกจากบ้านแฝดหลังข้างๆ อีกเล็กน้อย ทำให้เกิดพื้นที่ Pocket Garden สำหรับจัดสวนได้เพิ่มเติมอีกจุดครับ

หน้าบ้านฝั่งที่อยู่ติดกับลานจอดรถจะมีประตูเข้าบ้านได้อีกทาง นอกจากนี้ยังมีช่องเก็บของอยู่อีกด้วย เหมาะกับใช้เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดรถหรือดูแลสวนครับ

หน้าประตูทางเข้าหลักของบ้าจะมีเฉลียงกว้าง เชื่อมต่อกับสวนหน้าบ้านที่จะปูหญ้ามาให้เป็นมาตรฐาน โดยพื้นที่สวนก็พอให้จัดปาร์ตี้ปิ้งย่างเล็กๆ กันในครอบครัวได้ครับ

เข้ามาในบ้าน โซนแรกจะเจอกับ Living Area บรรยากาศในบ้านมีความปลอดโปร่ง ด้วยหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่เปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาได้เป็นอย่างดีครับ

Living Area มีพื้นที่กว้างขวาง วางโซฟา 3 ที่นั่งแล้วยังสามารถวางอาร์มแชร์ไว้ข้างๆ ได้อีกตัว นอกจากนี้ยังสามารถวางไซด์บอร์ดของทีวีแบบเว้นระยะทางสายตาได้อย่างพอเหมาะ เหลือทางให้เดินเข้าออกได้สะดวกด้วยครับ

Living Area จะมีพื้นที่เชื่อมต่อมาถึง Dining Area ซึ่งอยู่ลึกมาฝั่งหลังบ้าน โดยตรงกลางระหว่าง 2 พื้นที่นี้ยังสามารถวางตู้หนังสือหรือชั้นวางของสวยๆ ได้ด้วยครับ

Dining Area มีพื้นที่เพียงพอสำหรับโต๊ะอาหารขนาด 4 - 6 ที่นั่ง โดยจะอยู่ใกล้กับหน้าต่างฝั่งหลังบ้าน และประตูกระจกบานเลื่อนที่เชื่อมต่อออกไปยังสวนข้างบ้าน

บ้านตัวอย่างตกแต่งพื้นที่สวนข้างบ้านให้เป็นมุมนั่งจิบกาแฟ หรือจะใช้เป็นมุมปิ้งย่างทานบาร์บีคิวก็ได้ครับ

อีกฝั่งของ Dining Area จะเชื่อมต่อกับฟังก์ชันครัวแบบเปิดที่อยู่ติดกัน เท่าที่สังเกตจากระยะพื้นที่จะเห็นว่าสามารถทำประตูกระจกบานเลื่อนเพื่อกั้นห้องเป็นครัวแบบปิดได้นะครับ

พื้นที่ครัวเปิดมีการเดินระบบท่อน้ำไว้ให้เรียบร้อย รองรับเคาน์เตอร์ครัวสำหรับเตรียมอาหารเบาๆ รวมถึงมีมุมให้วางตู้เย็นขนาดกลางได้ด้วย ถ้าครอบครัวไหนไม่ค่อยทำอาหารหนักๆ มุมครัวแค่นี้ก็น่าจะเพียงพอกับการอุ่นอาหารหรือเตรียมเครื่องดื่มครับบ

ติดกับมุมครัวจะมีประตูเปิดออกมาที่ลานซักล้างหลังบ้าน ซึ่งมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างขวางเลยครับ ส่วนหนึ่งมาจากการฝังแทงค์น้ำลงไปอยู่ใต้ดินแทนที่จะวางบนพื้นให้เสียพื้นที่นั่นเองครับ ที่สำคัญคือพื้นลานซักล้างยังมีการตอกเสาเข็มไว้ลึกเท่ากับโครงสร้างหลักของบ้าน จึงรองรับการต่อเติมห้องครัวไทยได้โดยไม่มีปัญหาพื้นทรุดตัวในอนาคต

กลับเข้ามาภายในบ้าน บริเวณโถงกลางบ้านจะมีทางเดินไปยังบันได ห้องนอนชั้นล่าง และห้องน้ำ มุมนี้จะเห็นประตูทางเข้ารองของฝั่งลานจอดรถด้วยครับ

ห้องนอนชั้นล่างมีพื้นที่พอให้วางเตียงขนาด 3 - 3.5 ฟุต ได้แบบกำลังดี โดยบ้านตัวอย่างเลือกวางเตียงไซส์ 3 ฟุต จึงเหลือพื้นที่ข้างๆ เตียงให้ทำชั้นวางของและโต๊ะเครื่องแป้งตัวใหญ่ได้ นอกจากนี้ห้องยังมีบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง เพราะมีทั้งหน้าต่างฝั่งหลังบ้านและหน้าบ้านซึ่งเปิดออกไปทาง Pocket Garden นั่นเองครับ

ผนังห้องฝั่งปลายเตียงยังเหลือพื้นที่ให้วางตู้เสื้อผ้าขนาด 2 ประตูได้ด้วย ห้องนี้ถือว่าอยู่อาศัยจริงได้เลยครับ เหมาะกับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุอยู่ด้วย เพราะตั้งอยู่ติดกับห้องน้ำ เข้าออกใช้งานได้สะดวก

ห้องน้ำชั้น 1 มาพร้อมกับสุขภัณฑ์ที่ครบครันเลยครับ มุมอ่างล้างหน้าติดกระจกเงาขนาดใหญ่ ใกล้กับมุมอาบน้ำมีหน้าต่างช่วยระบายความชื้นและเปิดรับแสงธรรมชาติ

กลับออกมาที่บันได เดี๋ยวเราขึ้นไปชมชั้น 2 กันนะครับ โดยบันไดมีโครงสร้างเป็นเหล็ก ปูขั้นบันไดด้วยไม้ยางพาราประสานทำสีเข้ม

บริเวณชานพักบันไดก่อนถึงชั้น 2 จะมีหน้าต่างขนาดใหญ่เป็นพิเศษ เปิดรับแสงธรรมชาติจากฝั่งข้างบ้านเข้ามาทำให้บรรยากาศของโถงบันไดมีความปลอดโปร่งตลอดทั้งวัน

ชั้น 2 ของบ้าน ไม่มีผนังส่วนไหนที่เชื่อมต่อกับบ้านแฝดหลังข้างๆ เลยครับ ได้ความเป็นส่วนตัวที่ใกล้เคียงกับบ้านเดี่ยวเลยทีเดียว โดยแบ่งฟังก์ชันเป็น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ซึ่ง Master Bedroom จะมีขนาดใหญ่และมีห้องน้ำในตัว สำหรับความสูงของฝ้าเพดานชั้น 2 จะอยู่ที่ 2.80 ม. ปูพื้นด้วยวัสดุ SPC ลายไม้

ขึ้นมาถึงชั้น 2 จะเจอกับโถงกลางที่เชื่อมต่อไปยังห้องต่างๆ โดยห้องแรกที่อยู่ติดกับบันไดทางฝั่งซ้ายของภาพนี้คือห้องนอน 3 ซึ่งจะอยู่ติดกับห้องน้ำกลางของชั้น 2 ด้วยนั่นเองครับ

บ้านตัวอย่างตกแต่งห้องนอน 3 เป็นห้องอ่านหนังสือหรือห้องทำงาน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่ที่หลายๆ คน Work Frome Home หรือต้องการพื้นที่ให้เด็กๆ ใช้ทำการบ้านอย่างมีสมาธิ

บรรยากาศของห้องมีความปลอดโปร่ง ด้วยแสงธรรมชาติที่ส่องผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่เปิดไปทางฝั่งหลังบ้าน

ถ้าใช้ห้องนอน 3 เป็นห้องนอน ก็จะวางเตียงไซส์ 3.5 ฟุต ได้แบบกำลังดี โดยยังเหลือพื้นที่ใช้วางโต๊ะแป้งหรือตู้เสื้อผ้าได้ด้วยครับ

ถัดมาจะเป็นห้องน้ำกลางของชั้น 2 ที่ห้องนอน 2 - 3 จะใช้งานร่วมกัน ซึ่งห้องน้ำจะมีพื้นที่กว้างกว่าที่ชั้น 1 สามารถแบ่งพื้นที่ส่วนเปียกกับส่วนแห้งได้อย่างเป็นสัดส่วน โดยยังมาพร้อมกับสุขภัณฑ์ต่างๆ อย่างครบครันเลยครับ

ตรงข้ามกับห้องน้ำ อีกฝั่งของโถงกลางจะเป็นห้องนอน 2 นั่นเองครับ ห้องนี้จะอยู่ฝั่งหน้าบ้าน มีหน้าต่างไซส์ใหญ่ 2 บานเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างปลอดโปร่ง โดยพื้นที่มุมพักผ่อนสามารถวางเตียงไซส์ 3.5 - 5 ฟุตได้สบายๆ เลยครับ

พื้นที่ภายในห้องยังสามารถวางตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่และโต๊ะเครื่องแป้งได้ด้วย โดยบ้านตัวอย่างจัดห้องนี้ให้เป็นห้องนอนสำหรับเด็ก จึงเลือกวางตู้เสื้อผ้าขนาดกลางและโต๊ะทำการบ้านของเด็กครับ

มาถึงห้อง Master Bedroom แล้วครับ ห้องนี้วางแปลนเป็นแนวลึกจากฝั่งหน้าบ้านไปถึงหลังบ้าน โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 โซนคือมุมพักผ่อนฝั่งหน้าบ้าน และมุมแต่งตัวกับห้องน้ำที่อยู่ฝั่งด้านหลัง

โซนหน้าบ้านจัดเป็นมุมพักผ่อนไว้ครับ สามารถวางเตียงไซส์ 6 ฟุตได้อย่างลงตัว ข้างเตียงมีที่ให้วางโต๊ะหรือตู้หัวเตียง ส่วนผนังฝั่งตรงข้ามเตียงก็เหมาะกับไซด์บอร์ดวางทีวี

ฝั่งหน้าบ้านจะมีประตูกระจกบานเลื่อนเชื่อมต่อออกมาที่ระเบียงครับ มีพื้นที่พอให้ออกมานั่งรับลมหรือจัดสวนไม้กระถางเล็กๆ เพื่อเพิ่มความสดชื่น

มองจากด้านนอกบ้านจะเห็นว่าระเบียงห้อง Master Bedroom อยู่ใต้ร่มชายคาของหลังคาจั่ว

ลึกไปฝั่งหลังบ้านจะเป็นพื้นที่สำหรับมุมแต่งตัวครัว สามารถวางตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ได้ 2 ฝั่ง จัดเป็น Walk - in Closet ได้เลย

ตรงผ่านมุมแต่งตัวเข้าไปอีกก็จะเจอกับห้องน้ำของ Master Bedroom ครับ ห้องนี้ก็มีพื้นที่กว้างเช่นกัน แบ่งโซนเปียกกับโซนแห้งเป็นสัดส่วน มาพร้อมกับสุขภัณฑ์ที่ครบฟังก์ชันการใช้งานเลยทีเดียว

และนี่คือบรรยากาศจริงของบ้านตัวอย่างบ้านแฝด Oslo ที่เราเข้าไปเก็บภาพมารีวิวให้เพื่อนๆ ได้ชมกันครับ
Show Unit : บ้านเดี่ยว Bergen 270 ตร.ม.

บ้านตัวอย่างอีกแบบที่เราจะเข้าไปชมกันคือบ้านเดี่ยว Bergen ที่ดินเริ่มต้น 50 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 270 ตร.ม. ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน 1 ห้องอเนกประสงค์ 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ เป็นบ้านเดี่ยวไซส์เริ่มต้นของโครงการ H Villa บางแค - สาทร นั่นเองครับ โดยจะมีจำนวนทั้งหมด 7 ยูนิต

แปลนบ้านเดี่ยว Bergen ที่ดินจะมีรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้ง โดยตัวบ้านจะวางค่อนมาทางฝั่งหน้าบ้านมากกว่า เพื่อให้หลังบ้านมีพื้นที่สวนที่กว้างขวาง จนสามารถทำสระว่ายน้ำส่วนตัวเล็กๆ ได้เลยครับ
ที่จอดรถของบ้านเดี่ยว Bergen จะแยกออกเป็น 2 ฝั่ง โดยสามารถจอดได้ฝั่งละ 1 คัน รวมเป็น 2 คัน ส่วนภายในบ้าน ชั้น 1 จะวางแปลนแบบ Open Space โปร่งโล่งเชื่อมต่อ Living Area กับ Dining Area และครัวแบบเปิด โดยยังมี 1 ห้องอเนกประสงค์ และ 1 ห้องน้ำแบบแบ่งส่วนเปียกกับส่วนแห้ง
ฝ้าเพดานของชั้น 1 จะมีความสูง 2.80 ม. โดยพื้นบ้านชั้น 1 จะปูด้วยกระเบื้องแกรนิโต้ขนาด 60x60 ซม.

ลานจอดรถของบ้านเดี่ยว Bergen จะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งครับ ฝั่งที่เห็นอยู่ในภาพจะเชื่อมต่อไปถึงสวนหลังบ้าน ช่วงจอดจึงรองรับรถขนาดใหญ่อย่างรถกระบะหรือรถตู้ได้สบายๆ ครับ

ที่จอดรถอีกฝั่งจะอยู่ใต้ชายคาบ้าน ฝั่งนี้ก็จอดได้อีก 1 คันครับ โดยระยะความลึกจะเหมาะกับจอดรถเก๋งหรือ Eco Car ขนาดกระทัดรัดได้พอดีๆ และฝั่งนี้ยังเชื่อมต่อกับประตูทางเข้ารองของบ้านด้วยครับ

หน้าบ้านฝั่งที่อยู่ใกล้กับรั้วจะมีชานและประตูทางเข้าหลักที่เป็นบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่

พอเข้ามาภายในบ้านจะเจอกับ Living Area ที่กว้างขวางเลยครับ รองรับโซฟา 3 - 4 ที่นั่งและอาร์มแชร์ได้อย่างลงตัว พื้นที่มีบรรยากาศปลอดโปร่งด้วยประตูและหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่ที่เปิดรับแสงธรรมชาติ

ผนังฝั่งตรงข้ามกับโซฟาจะเป็นประตูทางเข้ารองทางฝั่งลานจอดรถ โดยด้านข้างมีมุมสำหรับชั้นวางทีวี

พื้นที่ Living Area จะเชื่อมต่อกับ Dining Area ไปจนถึงครัวเปิดแบบ Open Space ทำให้บรรยากาศในบ้านมีความปลอดโปร่งเป็นอย่างดีเลยครับ

Dining Area รองรับโต๊ะอาหารขนาด 4 - 6 ที่นั่งได้อย่างลงตัว หรือถ้าจัดเป็นโต๊ะกลม 4 ที่นั่งแบบบ้านตัวอย่าง ก็จะได้พื้นที่สำหรับตู้หนังสือและเคาน์เตอร์บาร์เพิ่มเติมอีกครับ

พื้นที่ครัวเปิดมีความกว้างขวาง ฝั่งติดผนังรองรับการทำเคาน์เตอร์ครัวและวางตู้เย็น ส่วนอีกฝั่งสามารถทำเป็นมุมเตรียมอาหารหรือเคาน์เตอร์ Pantry ได้ตามความต้องการ โดยพื้นที่ตรงกลางยังกว้างพอสำหรับวาง Island ได้ด้วยครับ

ถัดจากครัวออกมาฝั่งหลังบ้านจะเป็นลานซักล้างและสวน แต่ด้วยรูปทรงของแปลงที่ดินซึ่งเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้ง หลังบ้านจึงเหลือเนื้อที่มากพอให้ขุดสระว่ายน้ำส่วนตัวขนาดประมาณ 10 - 15 ม. ได้เลยค

จริงๆ แล้วพื้นที่ลานซักล้างหลังบ้านส่วนที่อยู่ติดกับตัวบ้าน ทางโครงการก็ได้ลงเสาเข็มลึกเท่ากับโครงสร้างหลักของบ้านไว้ให้เผื่อต่อเติมห้องครัวไทยได้โดยไม่มีปัญหาพื้นทรุดตัว แต่ใครอยากจะทำสระว่ายน้ำ หรือปลูกเรือนเล็กไว้ใช้สอยก็แล้วแต่ไลฟ์สไตล์เลยครับ

กลับเข้ามาในบ้าน อีกฝั่งที่ขนานอยู่กับ Dining Area และครัว ก็คือห้องอเนกประสงค์และโถงทางเดินไปยังห้องน้ำนั่นเองครับ

ห้องอเนกประสงค์เป็นห้องที่มีหน้าต่างเปิดรับแสงธรรมชาติได้ 2 ด้าน ทั้งฝั่งหน้าบ้านและข้างบ้าน ทำให้ห้องดูปลอดโปร่งแม้ว่าขนาดห้องจะไม่ใหญ่ โดยบ้านตัวอย่างจัดฟังก์ชันเป็นห้องทำงาน แต่จริงๆ แล้วจะใช้เป็นห้องนอนก็วางเตียงไซส์ 3 - 3.5 ฟุต ได้ครับ

ออกมาที่โถงทางเดินไปยังห้องน้ำซึ่งอยู่ติดกับบันได จะสังเกตได้ว่าใต้บันไดมีช่องเก็บของอยู่ด้วยครับ

ห้องน้ำมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างเลยครับ แบ่งโซนเปียกกับแห้งได้อย่างเป็นสัดส่วน มีสุขภัณฑ์ที่ครบครับ โดยมาพร้อมกับช่องหน้าต่างซึ่งทำหน้าที่ช่วยระบายความชื้น

บันไดมีโครงสร้างเป็นเหล็ก ปูขั้นบันได้ด้วยไม้ยางพาราประสาน โดยบริเวณโถงชานพักจะมีหน้าต่างขนาดใหญ่พิเศษอยู่ถึง 2 บาน ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาทำให้บรรยากาศภายในบ้านมีความสว่างปลอดโปร่งตลอดทั้งวันเลยครับ

ชั้น 2 แบ่งออกเป็น 3 ห้องนอน กับ 2 ห้องน้ำ โดย Master Bedroom จะเป็นห้องนอนใหญ่ที่มีห้องน้ำในตัว ส่วนห้องนอน 2 - 3 จะมีขนาดลดหลั่นกันลงไป มีห้องน้ำให้ใช้งานร่วมกันอยู่ที่โถงกลาง สำหรับฝ้าเพดานของชั้น 2 จะสูง 2.80 ม. ส่วนวัสดุปูพื้นจะเป็น SPC ลายไม้ครับ

ขึ้นมาถึงโถงชั้น 2 ห้องแรกที่อยู่ติดกับบันไดคือห้องน้ำกลางครับ โดยถัดไปจะเป็นห้องนอน 2

ห้องน้ำกลางของชั้น 2 ก็มีพื้นที่กว้าง แบ่งโซนเปียกกับแห้งอย่างเป็นสัดส่วน มีสุขภัณฑ์ต่างๆ ให้มาครบครัน พร้อมกับช่องหน้าต่างที่ช่วยระบายความชื้น

ถัดจากห้องน้ำกลางจะเป็นห้องนอน 2 ที่อยู่ทางฝั่งหน้าบ้าน ห้องนี้สามารถวางเตียงไซส์ 5 - 6 ฟุตได้ลงตัวเลยครับ

ผนังฝั่งปลายเตียงสามารถทำชั้นวางทีวีได้ เหลือระยะห่างระหว่างเตียงกับชั้นให้เดินได้แบบไม่อึดอัด

ผนังฝั่งข้างเตียงยังมีพื้นที่ให้วางตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่แบบ 4 ประตูได้เลยทีเดียวครับ

กลับออกมาที่โถงกลาง จะเห็นว่าบริเวณหน้าห้องนอน 3 กับ Master Bedroom มีพื้นที่อเนกประสงค์ให้ใช้งานได้ตามต้องการ จะทำเป็นมุมโต๊ะหมู่บูชาพระ มุมออกกำลังกาย มุมเลี้ยงสัตว์ หรือมุมนั่งทำงานก็ได้ครับ

มาดู Master Bedroom กันก่อนครับ พอเข้าห้องมาจะเจอกับห้องน้ำในตัวที่อยู่ทางฝั่งขวามือ

ห้องน้ำของ Master Bedroom ก็ออกแบบวางแปลนมาเหมือนกับอีก 2 ห้องก่อนหน้านี้เลยครับ แบ่งส่วนเปียกกับส่วนแห้งชัดเจน มาพร้อมสุขภัณฑ์ครบชุด ต่างกันที่ลายกระเบื้องที่แต่ละห้องจะไม่ซ้ำแบบกันเลย

ถัดเข้าไปในห้องจะเป็นโซนพักผ่อนที่มีบรรยากาศปลอดโปร่ง ด้วยช่องแสงธรรมชาติทั้งจากหน้าต่างบานใหญ่พิเศษ 2 บานทางฝั่งหน้าบ้าน และยังมีหน้าต่างฝั่งข้างบ้านมาเสริมอีกทาง โดยพื้นที่โซนนี้ก็สามารถวางเตียง 6 ฟุตได้สบายๆ ครับ เหลือพื้นที่ให้วางโต๊ะข้างเตียงหรือติดชั้นวางได้เลย

พื้นที่ปลายเตียงมีระยะห่างจากจุดวางชั้นทีวีมากพอให้วางชุดโต๊ะกับเก้าอี้ หรือโซฟานั่งดูทีวีได้เลย หรือถ้าไม่อยากมีทีวีในห้องนอน จะทำตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ให้เต็มผนัง หรือเหลือที่สำหรับโต๊ะแป้งไว้อีกหน่อยก็ได้

ห้องนอน 3 จะอยู่ติดกับ Master Bedroom ครับ แต่หน้าต่างห้องจะหันออกไปฝั่งหลังบ้าน ขนาดของห้องจะเล็กกว่าห้องนอน 2 แต่ยังวางเตียง 3.5 - 5 ฟุตได้

พื้นที่ของห้องยังเพียงพอสำหรับตู้เสื้อผ้าขนาด 2 - 3 บานประตู รวมถึงมีที่ให้วางโต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะอ่านหนังสือของเด็กๆ ได้ด้วยครับ

ทั้งหมดนี้คือรีวิวบ้านตัวอย่างของบ้านเดี่ยวแบบ Bergen พื้นที่ใช้สอย 270 ตร.ม. ที่ทีม Home Buyers ได้เก็บภาพมาฝากกันครับ เดี๋ยวส่วนต่อไปของบทความเรามาดูเรื่องของทำเลโครงการ H Villa บางแค - สาทร กันบ้างนะครับ
Location : H Villa บางแค - สาทร

โครงการ H Villa บางแค - สาทร ตั้งอยู่ใน ซ.อินทาปัจ 9 ซึ่งเป็นซอยย่อยของ ซ.เพชรเกษม 69 โซนต้นๆ ใกล้กับศูนย์การค้า Victoria Gardens และ ถ.เพชรเกษม โดยสามารถเชื่อมต่อกับ ถ.บางบอน 3 เพื่อทะลุไปออก ถ.เอกชัย รวมถึงมีเส้นทางลัดเลาะไปออกวงแหวนฯ กาญจนาภิเษก เพื่อเชื่อมต่อไป ถ.กัลปพฤกษ์ เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ชั้นในได้สะดวกด้วย หรือถ้าจะใช้รถไฟฟ้าก็อยู่ไม่ไกลจาก MRT สายสีน้ำเงินสถานีหลักสอง โดยในอนาคตก็มีแผนพัฒนาส่วนต่อขยายมาถึงสถานีทวีวัฒนา ใกล้ๆ กับ ซ.เพชรเกษม 69

ใกล้กับโครงการมีแหล่งไลฟ์สไตล์ที่ครบครันเลยครับ โดยบริเวณปากซอยเพชรเกษม 69 จะมีศูนย์การค้า Victoria Garden เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ใกล้บ้าน นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้กับ Big C เพชรเกษม 1 - 2 รวมถึงห้าง Makro Food Service เพชรเกษม โดยมี The Mall Lifestore บางแค เป็นแลนด์มาร์คใหญ่ด้านการจับจ่ายใช้สอยประจำทำเลนี้ครับ

ด้านการศึกษาเล่าเรียนของครอบครัวที่มีสมาชิกวัยเด็ก ใกล้กับโครงการก็มีโรงเรียนชื่อดังตั้งอยู่หลายแห่งเลยครับ อาทิเช่น รร.อนุบาลเด่นหล้า เพชรเกษม, รร.อัสสัมชัญธนบุรี, รร.สารสาสน์วิเทศธนบุรี และ รร.สารสาสน์วิเทศบางบอน รวมถึงมี ม.ธนบุรี กับ ม.เอเชียอาคเนย์ รองรับสมาชิกครอบครัวระดับอุดมศึกษาด้วย

ด้านการดูแลรักษาสุขภาพของคนในครัวครัว หากมีเหตุฉุกเฉินก็อุ่นใจได้พอสมควรเลยครับ เพราะใกล้กับโครงการมีสถานพยาบาลชั้นนำตั้งอยู่หลายแห่ง อาทิ รพ.วิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล หนองแขม, รพ.เกษมราษฎร์ บางแค, รพ.บุญญาเวช และ รพ.ราชพิพัฒน์ ซึ่งเปิดบริการกันตลอด 24 ชม.
การเดินทาง
พิกัดที่ตั้งโครงการ : maps.app.goo.gl/zCZwW25U3BPw1KbBA

รีวิวการเดินทางของทีมงาน Home Buyers ในวันนี้เราใช้วงแหวนฯ กาญจนาภิเษก มุ่งหน้าไปที่บางแคครับ

พอจะถึงทางออกที่แยกต่างระดับบางแค ให้เบี่ยงซ้ายออกทางคู่ขนาน แล้วขับตามป้ายบอกทางไปที่ถนนหมายเลข 4 หรือ ถ.เพชรเกษม นั่นเองครับ

พอถึงสามแยกไฟแดงหน้าห้าง The Mall Lifestore บางแค ให้ใช้ 2 ช่องทางขวาเพื่อเลี่ยวขวาเข้าไปสู่ ถ.เพชรเกษม ฝั่งขาออกครับ

ตรงตาม ถ.เพชรเกษม ฝั่งขาออก มุ่งหน้าตามป้ายบอกทางไปนครปฐ

ขับตรงไปเรื่อยๆ ตาม ถ.เพชรเกษม ระหว่างทางจะผ่านทางแยกไป ถ.พุทธมณฑลสาย 2 ด้วยครับ

พอจะถึง ซ.เพชรเกษม 69 ปากซอยจะเป็นสี่แยกไฟแดง ให้เบี่ยงออกเลนซ้ายสุดครั

เลนซ้ายสุดจะสามารถเลี้ยวเข้า ซ.เพชรเกษม 69 ได้โดยไม่ต้องติดไฟแดงครับ

ตรงเข้าไปตาม ซ.เพชรเกษม 69 ช่วงต้นๆ จะมีทางเข้า Victoria Gardens ได้โดยไม่ต้องออกไปถนนใหญ่

ตรงมาไม่ไกลจะเจอกับ ซ.อินทาปัจ 9 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยไปครับ

ซ.อินทาปัจ 9 เป็นชุมชนที่อยู่อาศัยดั้งเดิม เกือบทั้งหมดเป็นบ้านพักอาศัยครับ ขับเข้ามาแล้วจะเจอป้ายบอกทางไปโครงการ H Villa บางแค - สาทร

ตรงเข้าไปอีกไม่กี่เมตรจะเจอกับโครงการ H Villa บางแค - สาทร อยู่ถัดจากสะพานข้ามคลองบางแค

พอลงจากสะพานข้ามคลองก็จะถึงหน้าทางเข้าโครงการ H Villa บางแค - สาทร พอดีครับ
Price & Promotion

บ้านในโครงการ H Villa บางแค - สาทร มีราคาเริ่มต้น แบ่งตามประเภทของบ้านได้ดังนี้ครับ
- บ้านแฝด ราคาเริ่มต้น 5.49 ล้านบาท*
- บ้านเดี่ยว ราคาเริ่มต้น 6.50 ล้านบาท*
สำหรับข้อเสนอพิเศษในช่วงนี้ โครงการ H Villa บางแค - สาทร แถมฟรี มิเตอร์น้ำ, มิเตอร์ไฟ, ปั๊มน้ำ, แทงก์น้ำ และเครื่องปรับอากาศ 1 เครื่อง* เงื่อนไขต่างๆ เป็นไปตามที่โครงการกำหนด สอบถามเพิ่มเติมกันได้ทาง 065 789 6969, Facebook : Hunsa Family Club และ www.hunsa.co.th/hunsa-h-villa
Conclusion

ครบถ้วนเป็นที่เรียบร้อยครับสำหรับรีวิวบ้านโครงการ H Villa บางแค - สาทร โดยปิดท้ายบทความนี้ แอดมิน #BoonWaranyu ก็มีความคิดเห็นส่วนตัวจากมุมมองที่ได้ไปเยี่ยมชมโครงการด้วยตัวเอง มาแชร์ให้เพื่อนๆ ที่สนใจได้เก็บข้อมูลเพิ่มเติมด้วยครับ
Design & Function บ้านสไตล์ Nordic คืออีกรูปแบบบ้านที่กำลังได้รับความนิยม ใครชอบบ้านแนวนี้อยู่แล้ว ก็น่าจะถูกใจ H Villa ได้ไม่ยากครับ โดยจุดที่แอดมินชอบเป็นการส่วนตัวคือดีไซน์บ้านแฝดแบบ Oslo ที่ผนังเชื่อมต่อกันแค่ชั้น 1 ทำให้ชั้น 2 ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น
Facility นี่คือโครงการขนาดเล็กที่มีจำนวนบ้านเพียง 34 ยูนิต บรรยากาศจึงมีความเป็นส่วนตัวสูง แต่ก็ยังมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัยและแน่นหนา และถึงจะมีแค่สวนส่วนกลาง ไม่มีคลับเฮาส์ ฟิตเนส หรือสระว่ายน้ำ แต่ก็แลกมาด้วยค่าส่วนกลางที่ไม่แพงครับ เพราะต้องคำนึงด้วยว่าจำนวนบ้านในโครงการมีน้อย เท่ากับมีคนช่วยกันหารค่าส่วนกลางน้อย ดังนั้นมีแค่สวนส่วนกลางที่ค่า Maintianance ต่ำ จึงเป็นเรื่องที่ดูสมเหตุสมผลดีครับ
Location โครงการอยู่ใน ซ.เพชรเกษม 69 ซึ่งปากซอยมี Victoria Gardens ตั้งอยู่ ทำให้ได้แง่ของความสะดวกสบายถือว่าตอบโจทย์เลยครับ ส่วนเรื่องการเดินทางก็เข้าออกได้ทั้ง ถ.เพชรเกษม และ ถ.บางบอน 3 รวมถึงเชื่อมต่อไปวงแหวนฯ กาญจนาภิเษก, ถ.กัลปพฤกษ์ และรถไฟฟ้าสถานีหลักสองได้ไม่ยาก จึงน่าจะตอบโจทย์เพื่อนๆ ที่มองหาบ้านโซน บางแค - หนองแขม - ทวีวัฒนา ได้ดีทีเดียวครับ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจาก โครงการ H Villa บางแค - สาทร กันได้ทาง 065 789 6969, Facebook : Hunsa Family Club และ www.hunsa.co.th/hunsa-h-villa
*หมายเหตุ : ภาพในบทความเป็นภาพบ้านตัวอย่างที่ตกแต่งให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น บ้านที่ส่งมอบให้ลูกค้าเป็นบ้านมาตรฐานที่ไม่รวมการตกแต่ง
การคำนวณยอดผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน
ปรับรายละเอียดด้านล่างเพื่อคำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือน