รีวิว Grand Morgen พรานนก - สาย 2 บ้านเดี่ยวหรูที่ดินเริ่ม 100 ตร.ว. เพียง 64 หลัง ทำเล ถ.พุทธมณฑล สาย 2

ครอบครัวไหนกำลังมองหาบ้านเดี่ยวที่ดินใหญ่ พื้นที่ใช้สอยเยอะ บนทำเลพรีเมียมของฝั่งธนบุรี วันนี้ทีมงาน Home Buyers มีอีกโครงการใหม่ที่น่าสนใจมาแนะนำกันแล้วครับกับ “Grand Morgen พรานนก - สาย 2”
แกรนด์ มอร์เกน พรานนก - สาย 2 เป็นบ้านเดี่ยวหรูหลังใหญ่ พื้นที่ใช้สอย 320 - 390 ตร.ม. บนแปลงที่ดินเริ่มต้น 100 ตร.ว. ขึ้นไป ในสังคมที่เป็นส่วนตัวสูง ด้วยจำนวนบ้านเพียงแค่ 64 ยูนิต บนทำเลผังเมืองสีเขียวของกรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรี ซึ่งแวดล้อมไปด้วยโครงการที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียม
บรรยากาศจริงของโครงการ แกรนด์ มอร์เกน พรานนก - สาย 2 จะน่าอยู่แค่ไหน Home Buyers โดยแอดมิน #BoonWaranyu เข้าไปเยี่ยมชมโครงการพร้อมกับเก็บภาพและข้อมูลแบบจัดเต็มมาฝากกันแล้ว ติดตามได้ในบทความรีวิวชิ้นนี้เลยครับ
Factsheet
| ชื่อโครงการ : | แกรนด์ มอร์เกน พรานนก-สาย2 |
|---|---|
| บริษัท : | บริษัท เมซัน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด |
| ที่ตั้งโครงการ : | 168 พุทธมณฑลสาย 2 ซอย 21 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ |
| พื้นที่โครงการ : | 28-0-97.0 ไร่ |
| รูปแบบโครงการ : | บ้านเดี่ยว 2 ชั้น สไตล์ French Colonial |
| จำนวนยูนิต : | 64 ยูนิต |
| พื้นที่ใช้สอย : | 320 - 390 ตร.ม. |
| พื้นที่ : | 100 ตร.ว. |
| ราคาเริ่มต้น : | 14 - 18 ล้านบาท* (ข้อมูลอาจเปลี่ยนแปลง โปรดสอบถามโครงการอีกครั้ง) |
| ค่าส่วนกลาง : | 35 บาท / ตร.ว. / เดือน |
| โทร : | 063 904 7447 |
| เว็บไซต์ : | www.maison.co.th/projects/grandmorgenphrannoksai2 |
Highlight

บ้านหรูที่ดิน 100 ตร.ว.+ พร้อมพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง 320 - 390 ตร.ม. รองรับครอบครัวขนาดใหญ่ได้กับฟังก์ชันครบครันและลงตัว 4 - 5 ห้องนอน 5 - 6 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องแม่บ้าน จอดรถได้มากถึง 4 คัน
สไตล์ French Colonial ดีไซน์เรียบหรูมีระดับด้วยแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมฝรั่งเศส แต่ยังให้ความอบอุ่นน่าอยู่แบบ Long Term Living พร้อมด้วยวัสดุคุณภาพเกรดพรีเมียม และนวัตกรรมการอยู่อาศัยยุคใหม่
ส่วนกลางใหญ่น่าใช้งาน ใกล้ชิดธรรมชาติด้วยสวนสไตล์ฝรั่งเศสที่ขนาดกว่า 2 ไร่ พร้อมคลับเฮาส์ดีไซน์หรู มีสระว่ายน้ำผู้ใหญ่และเด็กแยกกัน 2 สระ ให้ความอุ่นใจด้วยระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.
ทำเล พุทธมณฑลสาย 2 พื้นที่ผังเมืองสีเขียวของฝั่งธนบุรี สังคมมีระดับ แหล่งรวมบ้านหรู 100 ตร.ว. ใกล้ทั้ง ถ.บรมราชชนนี และ ถ.พรานนก - พุทธมณฑลสาย 4 เชื่อมต่อ ปิ่นเกล้า - ศิริราช ข้ามฝั่งเข้าเมืองได้ง่าย
Facility

เริ่มต้นกันที่หน้าโครงการ จะมีถนนทางเข้าออกกว้าง 20 ม. เชื่อมต่อไปที่ Main Gate ซึ่งแบ่งทางเข้าออกเป็น 2 ช่องทางจราจร โดยมีซุ้มรักษาความปลอดภัยอยู่ตรงกลาง

หน้าทางเข้าโครงการจะมีป้ายชื่อ Grand Morgen พรานนก - สาย 2 ติดตั้งพร้อมตกแต่งสวนหย่อมไว้อย่างสวยงาม โดยในป้ายจะมาพร้อมกับเลข 168 เป็นเลขที่อยู่ของทางโครงการ บ้านทุกหลังใน Grand Morgen พรานนก - สาย 2 ก็เลยมีเลขที่บ้านขึ้นต้นด้วย 168/xx ซึ่งเลข 168 ในทางฮวงจุ้ยถือเป็นเลขมงคลด้วยครับ

ทางเข้าออกของโครงการจะเป็นประตูรั้วเหล็กบานสวิง ที่ควบคุมการเปิดปิดแบบอัตโนมัติด้วยระบบจดจำเลขป้ายทะเบียนรถของผู้ผักอาศัย (LPR - License Plate Recognition) ส่วนผู้มาติดต่อจะต้องบันทึกประวัติกับเจ้าหน้าที่ รปภ. โดยมีการติดตั้งกล้อง CCTV ไว้เพื่อเสริมความปลอดภัย

พอผ่าน Main Gate เข้ามาแล้วจะเจอกับวงเวียนที่ปลูกต้นไม้ใหญ่ไว้ตรงกลาง โดยบริเวณใกล้กันจะมีคลับเฮาส์และสวนส่วนกลาง พร้อมเชื่อมต่อกับถนนเมนที่มีความกว้าง 12 ม.

ทั้งบริเวณทางเข้าออกและพื้นที่จุดสำคัญทั่วโครงการจะมีการติดตั้งกล้อง CCTV ไว้เพื่อเสริมความปลอดภัยในการอยู่อาศัย นอกจากนี้รั้วรอบโครงการยังเป็นกำแพงทึบและรั้วระแนงเสริมที่มีความสูงรวมถึง 5 ม.

มาชมคลับเฮาส์กันก่อนนะครับ ด้านหน้าของคลับเฮาส์จะมีที่จอดรถรองรับได้ 3 คัน และทางเดินขึ้นไปคลับเฮาส์มีทั้งแบบเป็นขั้นๆ และทางลาดเพื่อรองรับผู้ใช้งานรถเข็นวีลแชร์ตามหลัก Universal Design

คลับเฮาส์จะแบ่งเป็น 2 อาคารครับ โดยตึกที่มีทางเข้าอยู่ด้านหน้าจะเป็นโซนล็อบบี้เลาจน์ เราเข้าไปดูกันนะครับ

ภายในคลับเฮาส์โซนเลานจ์จะมีฝ้าเพดานสูง ล้อมรอบไว้ด้วยประตูและหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่ บรรยากาศมีความปลอดโปร่งเป็นอย่างดีเลยครับ มาพร้อมกับมุมนั่งเล่นพักผ่อนที่แบ่งได้หลายชุดเลย

นอกจากพื้นที่ Sharing ตรงกลางแล้ว ตามมุมห้องยังมีมุมให้นั่งพักผ่อนหรือนัดพบปะพูดคุยกับแขกแบบเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้นอยู่ด้วย

นอกจากมุมโซฟาสบายๆ แล้วก็ยังมีชุดโต๊ะให้นั่งคุยหรือทำงานเป็นกลุ่มเล็กอยู่ด้วยเช่นกันครับ

ออกมาทางด้านหลังของอาคารคลับเฮาส์ฝั่งล็อบบี้เลาจน์จะเจอกับสระว่ายน้ำสำหรับเด็กอยู่ครับ

สระเด็กจะเป็นรูปทรงวงกลม มีหลังคาช่วยบังแดด ตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่สีเขียว แยกโซนจากสระผู้ใหญ่ออกมาอย่างชัดเจนเลยครับ

จากสระเด็กจะมีทางเดินเชื่อมต่อมาที่สระผู้ใหญ่ เป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือที่มีความยาว 15 ม.

สระทำมุมเป็นรูป L Shape นอกจากระยะความยาว 15 ม. แล้วยังเลี้ยวมาที่มุมนี้เพื่อมองไปที่วิวสวนได้ด้วย โดยบริเวณชั้น 1 ของอาคารที่อยู่ติดกับสระว่ายน้ำจะมีห้องน้ำชาย - หญิง และห้องน้ำ Handicap พร้อมให้บริการอยู่ครับ

อาคารคลับเฮาส์ฝั่งที่อยู่ติดกับสระว่ายน้ำจะมี 2 ชั้น โดยภายในจะมีโถงบันไดบรรยากาศปลอดโปร่งพาขึ้นไปยังชั้น 2

ชั้น 2 คือห้องฟิตเนสที่ล้อมไว้ด้วยหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่แบบ Full Height ที่เปิดรับวิวสวนส่วนกลางเข้ามาสร้างความปลอดโปร่งและสดชื่นในการออกกำลังกาย

เครื่องเล่นและอุปกรณ์ออกกำลังกายของฟิตเนสมีจัดเตรียมไว้อย่างครบครันทั้งกลุ่ม Cardio และ Weight Training เลยครับ

ออกจากคลับเฮาส์มาที่สวนส่วนกลางกันบ้างนะครับ สวนของโครงการ แกรนด์ มอร์เกน พรานนก - สาย 2 มีขนาดใหญ่ 1 ไร่กว่า ตกแต่งภูมิทัศน์ในสไตล์สวนฝรั่งเศสที่เน้นความสมมาตรเป็นระเบียบเรียบร้อย

โซนที่อยู่ใกล้กับคลับเฮาส์จะเป็นพื้นที่กิจกรรม Active กลางแจ้งที่เทพื้นเป็นเม็ดยาง EPDM ไว้ดูดซับแรงกระแทกเพื่อถนอมข้อเข่า โดยมีการติดตั้งเครื่องเล่นออกกำลังกายและทำสนามฟุตซอลขนาดเล็กเอาไว้

ภายในสวนจะมีช่องทางเดินขนาดใหญ่อยู่โดยรอบ ซึ่งนอกจากจะเป็นตัวแบ่งโซนฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ ของสวนแล้ว ก็ยังเป็นทางให้ลูกบ้านสามารถวิ่งจ็อกกิ้งออกกำลังกายได้ด้วยครับ

อีกโซนของสวนจะเน้นพื้นที่สีเขียว มีสนามหญ้าขนาดใหญ่ที่รายล้อมด้วยไม้ยืนต้นที่กำลังรอวันแตกกิ่งใบให้ความร่มรื่นในระยะยาวได้เลยครับ

ติดกับลานสนามหญ้าจะมี Gazebo ทรงสูง ที่เป็นทั้งมุมสำหรับนั่งเล่นพักผ่อนในช่วงเย็น และเป็นเหมือนจุด Landmark ของสวนส่วนกลางโครงการ แกรนด์ มอร์เกน พรานนก - สาย 2 อีกด้วยครับ

ถนนซอยหน้าบ้านจะมีความกว้างอยู่ที่ 9 ม. โดยแต่ละซอยจะมีจำนวนบ้านสูงสุดเพียงแค่ 4 หลังเท่านั้น ได้ความเป็นส่วนตัวสูงทีเดียวครับ และสำหรับค่าส่วนกลางของโครงการ แกรนด์ มอร์เกน พรานนก - สาย 2 จะจัดเก็บในอัตรา 35 บาท/ตร.ว./เดือน
Design & Function

จุดเด่นด้านดีไซน์และฟังก์ชันของบ้าน แกรนด์ มอร์เกน พรานนก - สาย 2 แบ่งออกเป็น 2 เรื่องหลักๆ ครับ โดยเรื่องแรกคือขนาดแปลงที่ดินที่มีความกว้างขวางตั้งแต่ 100 ตร.ว. เป็นต้นไป ซึ่งทางโครงการวางผังให้เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า และสร้างบ้านตามแนวหน้ากว้าง เพื่อให้บ้านออกมาดูกว้างใหญ่และจัดฟังก์ชันในบ้านได้เป็นสัดส่วน นอกจากนี้ยังเหลือพื้นที่สวนขนาดใหญ่อยู่บริเวณข้างๆ ตัวบ้านด้วยครับ
อีกเรื่องที่ทำให้ แกรนด์ มอร์เกน พรานนก - สาย 2 มีความโดดเด่นและน่าสนใจไม่เหมือนใครก็คือดีไซน์ในสไตล์ French Colonial ที่นำความหรูหราของสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศสมาประยุกต์ให้เรียบง่าย อบอุ่น น่าอยู่ในระยะยาว ด้วยการใช้สีขาว Warm Tone ที่ดูอบอุ่น ตัดกับสีเทาเข้ม - อ่อน ที่ให้ความรู้สึกมั่นคง ตกแต่งด้วยราวระเบียงเหล็กดัดและโคมไฟกิ่งสไตล์ฝรั่งเศส รวมถึงไฮไลต์อย่างซุ้ม Arch เหนือเฉลียงทางเข้าบ้าน ที่นำความคลาสสิกมาลดทอนรายละเอียดความชดช้อยให้โมเดิร์นร่วมสมัยยิ่งขึ้น

นอกจากความสวยงามสไตล์ French Colonial ที่มองเห็นได้จากภายนอก แกรนด์ มอร์เกน พรานนก - สาย 2 ยังสร้างบ้านโดยคำนึงถึง Long Term Living หรือความยั่งยืนในระยะยาว ผ่านการเลือกใช้วัสดุคุณภาพในระดับพรีเมียมที่เทียบได้กับบ้านหรูระดับ Super Luxury ได้เลยทีเดียวครับ
โครงสร้างพื้น ผนัง และบันไดของบ้านเป็นระบบ Precast ประกอบขึ้นจากคอนกรีตเสริมเหล็กซึ่งมีความแข็งแรงสูง และไม่มีเสาหรือคานเกะกะการตกแต่งภายในบ้าน โดยรั้วรอบแปลงที่ดินบ้านจะมีความสูง 2 ม. แต่สำหรับหลังไหนที่อยู่ติดกับรั้วโครงการ ก็จะได้รั้วสูง 5 ม. ทางด้านนั้นไปด้วยครับ
พื้นลานจอดรถในบริเวณใต้ชายคาก็มีการลงเสาเข็มไว้ลึกเท่ากับโครงสร้างหลักของบ้านเพื่อป้องกันการทรุดตัวในระยะยาว ขณะที่พื้นนอกชายคาจะตอกเสาเข็มแบบ I15 ลึก 6 ม. ตัดพื้นแยก Joint ไว้เพื่อป้องกันการแตกร้าวของลานจอดในอนาคต
ภายในบ้าน พื้นชั้น 1 จะปูด้วยกระเบื้องแกรนิโต้ลายหินอ่อนขนาดใหญ่ 60*120 ซม. ส่วนภายในห้องนอนจะปูด้วย พื้น Absorption Floor ขณะที่ชั้น 2 ปูพื้นด้วยวัสดุลามิเนตเกรดพรีเมียมความหนา 12 มม. ซึ่งจะให้สัมผัสที่ใกล้เคียงกับไม้ แต่ทนต่อรอยขีดข่วน ความชื้น และไม่กลัวปลวก
ส่วนเรื่องของความสูงฝ้าเพดาน ชั้น 1 จะมีความสูง 2.80 ม. ส่วนชั้น 2 จะสูงเป็นพิเศษถึง 3 ม. ซึ่งให้ความปลอดโปร่ง รับกับขนาดของหน้าต่างที่กว้างขวาง สร้างบรรยากาศที่ปลอดโปร่งภายในบ้านได้เป็นอย่างดีเลยครับ

ในด้านนวัตกรรมการอยู่อาศัย บ้านทุกหลังในโครงการ แกรนด์ มอร์เกน พรานนก - สาย 2 จะเดินระบบไฟฟ้าไว้รองรับการติดตั้งอุปกรณ์ EV Charger ได้หากผู้อยู่อาศัยต้องการ ส่วนภายในก็เตรียมระบบรองรับอุปกรณ์ Smart Home ไว้ให้เช่นกันครับ
ถ้าเป็นแง่ของความปลอดภัย บ้านทุกๆ หลังก็มีระบบ Smart Security ติดตั้งไว้ให้เรียบร้อยเลย โดยมีความครบครันทั้ง Digital Door Lock ที่ประตูทางเข้ารอง, สัญญาณกันขโมย Magnetic Sensor ตามประตู - หน้าต่างรอบบ้าน รวมถึงมีอุปกรณ์ Smoke Detector ช่วยตรวจจับควันไฟ โดยทั้งหมดจะควบคุมได้ผ่านทั้งแผง Control และมือถือสมาร์ทโฟนเลยครับ
อีกความพรีเมียมที่ต้องพูดถึงคือการเลือกใช้วัสดุประตูและหน้าต่างที่ให้ของเกรดดีแบบเทียบเท่าบ้านหรู 30 - 50 ล้านได้เลย (โครงการนี้เริ่มเพียง 14 ล้าน) ไม่ว่าจะเป็นบานประตูทางเข้าหลัก และห้องครัว ที่เป็นของ Tostem แบรนด์ระดับท็อปของประเทศญี่ปุ่น เช่นกันกับกรอบหน้าต่างทั้งบ้านที่เป็นของแบรนด์พรีเมียมอย่าง SankyoAlumi
นอกจากนี้ก็อกน้ำและฝักบัวอาบน้ำในห้องน้ำก็ยังเลือกแบบดีไซน์สีดำที่กำลังนิยมใช้กันในโครงการบ้านและคอนโด Luxury โดยตามห้องน้ำในห้องนอน 2 - 5 จะใช้ของ Englefield ส่วนในห้อง Master Bedroom จะเป็นแบรนด์ Kohler เลยทีเดียวครับ ของจริงจะเป็นอย่างไร เดี๋ยวเราจะได้เห็นกันแล้วในช่วงรีวิวบ้านตัวอย่างที่อยู่ถัดไปนี้ครับ
Show Unit : Léonie

บ้านตัวอย่างหลังแรกที่เราจะเข้าไปรีวิวกันคือแบบบ้าน Léonie ซึ่งเป็นบ้านไซส์ใหญ่ที่สุดของโครงการ โดยมีจำนวน 56 หลัง เรียกว่าเป็น Product หลักของโครงการเลยครับ ซึ่ง Léonie จะปลูกบนแปลงที่ดินขนาดเริ่มต้น 100 ตร.ว. ขึ้นไป ภายในบ้านมีพื้นที่ใช้สอย 390 ตร.ม. รองรับครอบครัวขนาดใหญ่ได้ด้วยฟังก์ชัน 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 2 พื้นที่นั่งเล่น 1 พื้นที่รับแขก 1 ครัวเปิด 1 ห้องครัวปิด 1 ห้องแม่บ้าน และจอดรถได้ถึง 4 คัน

ก่อนเข้าไปในบ้านเรามาทำความเข้าใจกับแบบแปลนของชั้น 1 กันก่อนนะครับ โดยหน้าบ้านจะสามารถจอดรถได้ 4 คัน และมีเฉลียงซุ้มโค้งอยู่หน้าประตูทางเข้าหลักของบ้าน ที่เมื่อเข้าไปแล้วจะเจอกับโถง Foyer ที่มีเพดานสูงแบบ Double Volume ซึ่งข้างๆ โถงจะมี Living Area ที่อยู่มุมฝั่งหน้าบ้าน เชื่อมต่อได้กับสวนข้างตัวบ้าน
ถัดจากโถง Foyer เข้าไปโซนด้านหลังของบ้านจะเจอกับพื้นที่ Open Space ที่เชื่อมต่อรวมฟังก์ชัน Living Area โซนที่ 2 กับ Dining Area ขนาดใหญ่ และพื้นที่รองรับครัวแบบเปิดหรือ Pantry นอกจากนี้มุมบ้านฝั่งที่อยู่ติดสวนยังมีห้องนอน 5 ที่มาพร้อมกับห้องน้ำในตัวแบบ Universal Design ขณะที่อีกฝั่งของบ้านจะเน้นที่ Service Area แบ่งเป็นห้องน้ำ Powder Room, ห้องครัว, ห้องพักแม่บ้าน, ห้องน้ำแม่บ้าน และพื้นที่ซักล้างในร่ม

ภาพแรกที่เห็นไปข้างบนคือภาพจากบ้านตัวอย่างที่ตกแต่งแล้ว ส่วนภาพนี้คือแบบบ้านมาตรฐานที่ส่งมอบ ซึ่งจะมีรั้วความสูง 2 ม. และประตูเหล็กรางเลื่อนแบบ 3 ตอน ที่เดินไฟฟ้าไว้ให้รองรับการติดตั้งระบบประตูแบบอัตโนมัติได้เลย

บริเวณรั้วหน้าบ้านจะมีกล่องรับพัสดุและถังขยะแบบฝังผนังติดตั้งมาให้เรียบร้อย พร้อมสลักเลขที่บ้านขนาดใหญ่ไว้อย่างชัดเจน โดยช่องรับพัศดุจะรองรับกล่องขนาดใหญ่ได้

กลับมาดูบ้านตัวอย่างกันนะครับ ลานจอดรถที่นี่มีความกว้างขวาง สามารถจอดรถได้ถึง 4 คัน โดยมีชายคาช่วยบังแดดฝน โดยพื้นลานจอดรถของแบบบ้านมาตรฐานจะเทคอนกรีตผิวหยาบไว้นะครับ ลายคอนกรีตแสตมป์ของบ้านตัวอย่างเป็นการตกแต่งเพิ่มเติม

ติดกับผนังฝั่งลานจอดรถจะมีตู้เก็บของแบบฝังผนังขนาดใหญ่บิลต์อินมาให้เรียบร้อย เหมาะกับใช้กับอุปกรณ์ดูแลรถยนต์หรือทำสวนครับ

ฝั่งลานจอดรถจะมีประตูทางเข้าบ้านบานเล็กอยู่ด้วย หน้าทางเข้าจะมีชานให้วางตู้เก็บรองเท้าหรือม้านั่งใส่รองเท้า โดยประตูนี้จะเชื่อมต่อเข้าไปบริเวณครัวเปิดภายในบ้านนั่นเองครับ

จากลานจอดรถจะมีทางเดินเชื่อมไปที่เฉลียงหน้าทางเข้าหลักของบ้าน ซึ่งจะทำเป็นทางลาดไว้เพื่อรองรับผู้ใช้งานรถเข็นวีลแชร์ด้วยครับ

เฉลียงหน้าประตูทางเข้าหลักของบ้านจะอยู่ใต้ร่มชายคาของหน้ามุขที่ยื่นออกมาจากโครงสร้างหลักของตัวบ้าน โดยบริเวณด้านหน้าเฉลียงยังสามารถจัดสวนหรือทำทางเดินเชื่อมต่อไปที่ประตูรั้วได้ด้วย

ถัดไปทางฝั่งข้างบ้านยังมีพื้นที่ให้จัดสวนได้อย่างกว้างขวาง เพราะแปลงที่ดินบ้านมีขนาดถึง 100 ตร.ว.

ด้วยแปลงที่ดินขนาดใหญ่ จึงมีพื้นที่สวนให้เดินได้โดยรอบตัวบ้านเลยครับ แต่ตามแบบแปลนแล้วจะเห็นว่าสวนฝั่งที่อยู่ติดกับห้องนอนชั้นล่างจะมีพื้นที่กว้างกว่าฝั่งที่อยู่ติดกับลานซักล้าง เพื่อเชื่อมต่อฟังก์ชันพักผ่อน

สำหรับบ้านมาตรฐาน โครงการจะปูหญ้า ปลูกไม้รั้ว และลงไม้ยืนต้นไว้ให้ที่สวนฝั่งติดกับห้องนอนชั้นล่าง

หน้ามุขที่ครอบเฉลียงประตูทางเข้าหลักของบ้าน ถือเป็นอีกไฮไลต์ด้านดีไซน์ของบ้าน Léonie เลยนะครับ สะท้อนความเป็น French Colonial ผ่านทั้งซุ้ม Arch, ลูกกรงเหล็กดัด, โคมไฟกิ่ง และโทนสีเทาเข้ม - อ่อน ออกมาเป็นทางเข้าบ้านที่ดูเรียบหรูมีระดับเลยทีเดียว ขณะที่ประตูทางเข้าบ้านก็จะเป็นบานเปิดแบบทึบ เจาะช่องแสงเป็นแนวยาว โดยเป็นของแบรนด์ Tostem รุ่น Giesta

พอเข้ามาในบ้านจะเจอกับโถง Foyer ที่อยู่ติดกับโถงบันได ซึ่งมีฝ้าเพดานสูงแบบ Double Volume ขึ้นไปถึงชั้น 2 ซึ่งมีระยะความสูงรวมกว่า 5.80 ม.

โถง Double Volume ของบริเวณ Foyer และบันได ทำให้เข้าบ้านมาแล้วรู้สึกถึงความปลอดโปร่ง โดยยังมีช่องแสงขนาดใหญ่ช่วยเสริมให้ภายในบ้านดูสว่าง

เมื่อเข้ามาในบ้าน ถ้ายืนอยู่หน้าประตู มองตรงไปจะเป็นพื้นที่ Open Space ส่วนทางฝั่งซ้ายจะเป็นบันได และทางฝั่งขวาจะเป็น Living Area

พื้นที่ Living Area จะอยู่ติดสวนทั้งฝั่งหน้าบ้านและข้างตัวบ้าน เชื่อมต่อกับวิวพื้นที่สีเขียวได้ตลอดวัน บ้านตัวอย่างตกแต่งเป็นห้องทำงาน แต่จริงๆ แล้วปรับฟังก์ชันได้หลากหลาย ไม่ว่าจะห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่น

Living Area เป็นฟังก์ชันที่แยกตัวออกมาจากโซน Open Space ที่อยู่ถัดเข้าไปในบ้าน สามารถกั้นห้องเพื่อเพิ่มความเป็นสัดส่วนได้

บ้านตัวอย่างทำประตูกระจกกั้นห้องไว้ให้ดูเป็นแนวทางในการตกแต่งบ้าน เหมาะกับคนที่ใช้ฟังก์ชัน Living Area ฝั่งหน้าบ้านเป็นห้องทำงาน หรือถ้าใช้เป็นห้องรับแขกก็ได้ความเป็นส่วนตัวในการพบปะพูดคุยธุระ

ถัดเข้ามาที่โซน Open Space ฝั่งหลังบ้าน จะเป็นพื้นที่โล่งซึ่งสามารถแบ่งฟังก์ชันได้เป็น 3 ส่วน ไล่ตั้งแต่ Living Area ต่อเนื่องถึง Dining Area และเชื่อมต่อกับโซนครัวเปิด

Living Area มีพื้นที่กว้างขวาง วางโซฟาขนาด 5 - 6 ที่นั่งได้แบบสบายๆ เชื่อมต่อกับหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่เปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาจากฝั่งหลังบ้าน และห้องที่อยู่ติดกันก็คือห้องนอน 5 นั่นเอง

ห้องนอน 5 จะต่างกับฟังก์ชันอื่นๆ ของชั้น 1 ตรงที่จะปูพื้นด้วยวัสดุ Soft Absorbtion Floor ที่ช่วยดูดซับแรงกระแทก เพื่อถนอมข้อเข่าของผู้สูงวัย และให้บรรยากาศที่อบอุ่นเหมาะกับการพักผ่อนมากยิ่งขึ้น โดยเมื่อเข้ามาในห้องจะเจอกับโซนสำหรับวางตู้เสื้อผ้าและประตูทางเข้าห้องน้ำ

ห้องน้ำของห้องนอน 5 มาพร้อมกับสุขภัณฑ์ที่ครบครัน พื้นที่กว้างและแบ่งโซนเปียกไว้อย่างเป็นสัดส่วน มีความพิเศษตรงที่ออกแบบให้รองรับผู้สูงวัยและผู้ใช้รถเข็น โดยพื้นห้องนอนกับห้องน้ำจะอยู่ในระนาบเดียว ไม่มี Step แต่ติดตั้ง Floor Drain แนวยาวไว้ที่หน้าประตูแทน เพื่อให้ผู้สูงวัยเดินได้แบบไม่ต้องกลัวสะดุด ส่วนผู้ใช้รถเข็นก็เข้าออกได้ง่าย

ห้องนอนชั้นล่างมีพื้นที่กว้างขวางทีเดียวครับ สามารถวางเตียงใหญ่ 5 - 6 ฟุตได้แบบสบายๆ

ห้องนี้จะถูกล้อมไว้ด้วยสวนทั้งฝั่งหน้าบ้านและข้างตัวบ้าน มองผ่านกระจกขนาดใหญ่ออกไปแล้วจะได้เห็นความสดชื่นของพื้นที่สีเขียว เหมือนกับว่าเรานอนอยู่ใน Glass House เลยทีเดียว

กลับมาที่โถง Open Space ถัดจาก Living Area จะเป็น Dining Area ที่อยู่ตรงกลางบ้านพอดี พื้นที่รองรับโต๊ะอาหารขนาด 8 - 10 ที่นั่งได้อย่างลงตัว โดยจะอยู่ติดกับประตูกระจกบานใหญ่ที่เปิดออกไปเจอกับสวนหลังบ้าน ซึ่งสามารถทำเป็นชานนั่งเล่นเพิ่มได้

ต่อเนื่องจาก Dining Area ไปอีกฝั่งของบ้าน จะเชื่อมกับฟังก์ชันครัวเปิด ที่เรียกว่าครัวเปิดเพราะมีพื้นที่ใหญ่กว่าจะใช้คำว่า Pantry แล้วครับ

ใกล้กับครัวเปิดจะเห็นว่ามีประตูทางเข้าออกฝั่งลานจอดรถอยู่พอดี เหมาะกับเวลาซื้อของกินของใช้แล้วจะได้เข้าไปเก็บในครัวได้ง่าย

พื้นที่ครัวเปิดสามารถบิลต์อินชุดเคาน์เตอร์ครัว 3 มุม เป็นรูป U Shape ได้เลยครับ มีพื้นที่ให้เตรียมอาหาร อบขนม หรือทำเครื่องดื่มต่างๆ ได้เยอะเลย

ข้างๆ ทางเดินที่อยู่ติดกับพื้นที่ครัวเปิดจะมีตู้เก็บของขนาดใหญ่อยู่คู่กับห้องน้ำ Powder Room จริงๆ แล้วตู้เก็บของเป็นประตูบานเปิดคู่นะครับ แต่ฝั่งซ้ายถูกตกแต่งด้วยไม้สีดำเพื่อให้เข้ากับซุ้มโค้งที่ Interior ทำไว้ ข้างในสามารถเก็บของชิ้นใหญ่ๆ และเป็นจุดติดตั้งงานระบบต่างๆ ครับ

ห้องน้ำกลางของชั้น 1 เป็นแบบ Powder Room รองรับการใช้งานระหว่างวันหรือรับแขก มาพร้อมกับโถสุขภัณฑ์ระบบอัตโนมัติ นวัตกรรมจากประเทศญี่ปุ่น และมีเคาน์เตอร์อ่างล้างมือขนาดใหญ่เลยทีเดียว

ถัดจากมุมครัวเปิดและห้องน้ำกลางจะมีประตูออกไปที่โซน Service Area ที่จะมีห้องครัวไทยและห้องพักของแม่บ้านอยู่ครับ

ออกมาจากประตูบานสีน้ำตาลจะเจอกับโซน Service Area ครับ โดยจะแบ่งฟังก์ชันเป็นห้องครัวไทย ตู้เก็บของ ห้องพักแม่บ้าน ห้องน้ำแม่บ้าน และพื้นที่ซักล้างในร่ม

ประตูในภาพฝั่งขวาคือตู้เก็บของขนาดใหญ่อีกบานหนึ่งครับ ส่วนประตูในภาพฝั่งซ้ายคือห้องครัวไทย โดยประตูบานนี้ก็เป็นของ Tostem เช่นกัน พิเศษด้วยการมีเหล็กดัดและมุ้งลวดในตัว สามารถดันเปิดบานกระจกเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้โดยไม่มีปัญหาว่าแมลงหรือสัตว์เลื้อยคลานจะเล็ดลอดเข้าไปในห้อง

ครัวไทยมีพื้นที่กว้างขวางยิ่งกว่าครัวเปิดในบ้านอีกครับ สามารถบิลต์อินเคาน์เตอร์ครัวและชั้นแขวนติดผนังได้รอบห้องเลย

นอกจากจะมีหน้าต่างบานใหญ่ เปิดรับแสงและระบายอากาศออกไปภายนอกแล้ว ก็ยังมีช่องหน้าต่างที่เชื่อมต่อกับครัวเปิด เพื่อให้รับส่งจานอาหารกันได้ง่ายอีกด้วย

มาดูห้องพักแม่บ้านกันบ้างนะครับ ห้องนี้จะมีหน้าต่างเปิดออกไปที่ลานจอดรถ พื้นที่ห้องสามารถวางเตียง 3 - 3.5 ฟุตได้ หรือจะจัดเป็นห้องนั่งพัก วางโซฟา 2 ที่นั่ง กับโต๊ะและเก้าอี้ไว้ให้แม่บ้านพักทานอาหารก็ได้

ห้องน้ำแม่บ้านที่นี่ทำออกมากว้างขวาง ฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ เตรียมมาให้แบบครบครัน แยกโซนอาบน้ำไว้อย่างเป็นสัดส่วนอีกด้วย ถือเป็นโครงการที่ใส่ใจห้องน้ำแม่บ้านมากกว่าบ้านหรูหลายๆ แห่งที่แอดมินเคยไปเยี่ยมชมมาเลยนะครับ

มุมนี้เป็นจุดสำหรับติดตั้งเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้า ซึ่งยังอยู่ใต้ร่มชายคาของบ้าน โดยยังมีพื้นที่ลานซักล้างกลางแจ้งยื่นออกไปที่ชานด้านข้างอยู่อีกด้วย

กลับเข้ามาในบ้าน เดี๋ยวเราจะขึ้นไปชมบรรยากาศชั้น 2 กันบ้าน โดยบริเวณใต้ชานพักบันไดจะมีห้องเก็บของอยู่อีกจุด เท่าที่ดูชั้น 1 มา ต้องยอมรับเลยครับว่าบ้านหลังนี้ออกแบบที่เก็บของไว้ค่อนข้างเยอะทีเดียว

บันไดมีโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ปูขั้นบันไดและราวจับด้วยไม้ประสาน เดินขึ้นลงได้เต็มๆ เท้าแบบไม่ส่งเสียงดังรบกวนเลยครับ

บนเพดาน Double Volume เหมาะกับการติดตั้งโคมไฟระย้าเพื่อเสริมบรรยากาศให้บ้านตั้งแต่แรกที่เข้ามาข้างใน ทุกวันนี้มีหลายดีไซน์ให้เลือกเลยครับทั้งสไตล์คลาสสิกระยิบระยับและโมเดิร์นเรียบหรู

ก่อนชมบ้านตัวอย่างชั้น 2 เรามาทำความเข้าใจแบบแปลนกันนะครับ ชั้น 2 จะแบ่งออกเป็น 4 ห้องนอน ที่มีห้องน้ำในตัวทุกห้อง และที่โถงกลางจะมีพื้นที่อเนกประสงค์อยู่ด้วย โดยความพิเศษจะอยู่ที่ห้อง Master Bedroom ซึ่งกว้างขวางกว่าห้องอื่นๆ และภายในห้องน้ำจะมีอ่างอาบน้ำ

พอขึ้นบันไดมาชั้น 2 จะเจอกับทางเดินยาวที่ขนานไปกับโถง Double Volume โดยมีพื้นที่อเนกประสงค์อยู่ติดกับเชิงบันไดเลยครับ

พื้นที่อเนกประสงค์สามารถจัดฟังก์ชันได้หลากหลาย บ้านตัวอย่างทำเป็นมุมนั่งเล่นไว้อีกจุดให้ดูเป็นไอเดีย หรือจะปรับเป็นมุมสำหรับสัตว์เลี้ยง, ทำงาน, ออกกำลังกาย, ไหว้พระสวดมนต์ ก็เลือกได้ตามไลฟ์สไตล์ของครอบครัว

จากพื้นที่อเนกประสงค์จะสามารถออกมาที่ระเบียงฝั่งหน้าบ้านได้ด้วยครับ

ติดกับพื้นที่อเนกประสงค์จะเป็นห้องนอน 2 ห้องนี้มีขนาดใหญ่รองลงมาจาก Master Bedroom เราเข้าไปดูกันนะครับ

ห้องนอน 2 วางแปลนเป็นแนวลึกจากหน้าบ้านไปถึงหลังบ้าน โดยฝั่งหน้าบ้านจะเป็นมุมพักผ่อนที่อยู่ใกล้กับหน้าต่าง เลือกวางเตียงไซส์ 5 - 6 ฟุต พร้อมตู้ข้างเตียงทั้ง 2 ฝั่งได้อย่างลงตัว

ผนังฝั่งปลายเตียงยังมีพื้นที่ให้ทำชั้นวางทีวี และมีมุมให้วางอาร์มแชร์นั่งเล่นได้อีกด้วย ส่วนถ้ามองลึกไปฝั่งหลังห้องจะเห็นว่าบ้านตัวอย่างบิลต์กันตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่กั้นพื้นที่เอาไว้

ผนังฝั่งติดกับประตูสามารถบิลต์อินตู้เสื้อผ้าขนาด 4 ประตูได้เต็มๆ ส่วนอีกฝั่งทำเป็นชั้นวางของ ตรงกลางทำซุ้มประตูเพื่อเป็นตัวแบ่งโซนก่อนเข้าไปเจอกับโต๊ะเครื่องแป้งและห้องน้ำ

พื้นที่ระหว่างชั้นวางของกับห้องน้ำจะสามารถวางโต๊ะเครื่องแป้งได้พอดีเลยครับ

ห้องน้ำในห้องนอน 2 แบ่งพื้นที่ส่วนเปียกกับส่วนแห้งไว้อย่างลงตัว มาพร้อมกับสุขภัณฑ์ที่ครบครัน สังเกตุได้ว่าก็อกน้ำและฝักบัวทุกชิ้นตั้งแต่ชั้นล่างจะเป็นสีดำทั้งหมด ซึ่งเป็นดีไซน์ระดับพรีเมียมที่กำลังนิยมในบ้านและคอนโดหรูยุคใหม่นั่นเองครับ

ขนานไปตามโถงทางเดินจะมีอีก 2 ห้องนอนขนาดกลางตั้งอยู่ครับ โดยห้องนี้จะมีประตูอยู่ตรงข้ามกับพื้นที่อเนกประสงค์ที่แวะดูไปแล้ว มาพร้อมกับมุมแต่งตัวที่เหมาะกับตู้เสื้อผ้า 2 ประตูได้พอดี และมีทางเข้าห้องน้ำอยู่ติดกัน

ห้องน้ำมีขนาดใกล้เคียงกับห้องน้ำในห้องนอน 2 เมื่อครู่นี้เลยครับ มาพร้อมกับสุขภัณฑ์ที่ครบครันเช่นกัน น่าสังเกตอีกจุดว่า ถึงจะเป็นห้องน้ำของห้องนอนที่มีขนาดเล็ก แต่ก็ยังได้กระจกเงาบานใหญ่เป็นพิเศษนะครับ

พื้นที่ภายในห้องนอน 4 - 5 จริงๆ แล้วไม่เล็กเลยครับ สามารถวางเตียงไซส์ 5 - 6 ฟุตได้สบายๆ ถ้าใช้เป็นห้องนอนเด็กก็สามารถอยู่จนเติบโตได้ในระยะยาว

เดินต่อมาตามโถงจะมีอีกห้องนอนที่อยู่ก่อนถึงห้อง Master Bedroom สุดมุมอีกปีกของบ้าน

ห้องนี้มีขนาดใกล้เคียงกับห้องที่แล้วเลยครับ การวางแปลนก็ Mirror กันมาพอดี มุมแต่งตัวในห้องก่อนหน้า คราวนี้ถูกจัดเป็นมินิบาร์สำหรับเครื่องดื่ม โดยข้างๆ ยังมีห้องน้ำอยู่เหมือนเดิม

ห้องน้ำเหมือนกับห้องน้ำห้องก่อนหน้านี้แบบเป๊ะๆ เลยครับ ทั้งขนาด ฟังก์ชัน และวัสดุสุขภัณฑ์ต่างๆ

ถ้าไม่ใช้งานเป็นห้องนอน ก็สามารถจัดเป็นห้องนั่นเล่น จิบเครื่องดื่ม ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม อ่านหนังสือ ได้ตามไลฟ์สไตล์ที่ชอบกันเลยครับ

มาถึง Master Bedroom กันแล้วครับ ห้องนี้มีพื้นที่กว้างขวางเป็นพิเศษ วางผังเป็นแนวยาวตั้งแต่หน้าบ้าน ลึกไปถึงหลังบ้าน โดยโซนหน้าบ้านจะเป็นพื้นที่พักผ่อนขนาดใหญ่

สามารถวางเตียงคิงไซส์ได้แบบสบายๆ เหลือพื้นที่ให้วางตู้ข้างเตียงขนาบทั้ง 2 ฝั่ง และยังมีที่ให้วางโซฟาที่ปลายเตียงได้อีกด้วย

ตรงข้ามกับเตียงรองรับการติดตั้งชั้นทีวี และข้างเตียงทางฝั่งหน้าบ้านจะมีประตูกระจกบานใหญ่ เปิดเชื่อมต่อไปที่ระเบียง

Master Bedroom คือห้องนอนเดียวของบ้านนี้ที่มีระเบียงให้ออกมารับลมได้ครับ ถ้าจะจัดเป็นสวนกระถางเล็กๆ ก็เพิ่มความสดชื่นให้การพักผ่อนได้ดีเหมือนกัน

ลึกไปฝั่งหลังบ้านคือฟังก์ชัน Walk - in Closet ขนาดใหญ่ที่บ้านตัวอย่างกั้นพื้นที่ไว้อย่างเป็นสัดส่วนแล้ว แต่ถ้าเป็นบ้านมาตรฐานจะเป็นพื้นที่โล่งเข้าไปนะครับ

Walk - in Closet มีพื้นที่กว้างขวาง บิลต์อินตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ทำมุมเป็นรูป U Shape ได้เลย โดยยังเหลือพื้นที่ตรงกลางให้วางเคาน์เตอร์ไอส์แลนด์เก็บ Accessories ได้อีกด้วย

ติดกับฟังก์ชัน Walk - in Closet จะเป็นห้องน้ำใหญ่ของ Master Bedroom นั่นเองครับ

ห้องน้ำของ Master Bedroom มีพื้นที่กว้างขวางเป็นพิเศษครับ แบ่งโซนแห้งกับโซนเปียกชัดเจนด้วยฉากกั้นกระจก โดยฝั่งโซนแห้งจะมีอ่างล้างหน้าแบบ His & Her พร้อมตู้เก็บของและกระจกเงาขนาดใหญ่

โถสุขภัณฑ์ของ Master Bedroom จะติดตั้งแบบระบบอัตโนมัติ เป็นห้องนอนเดียวในบ้านหลังนี้เลยครับ

ฝั่งโซนเปียกจะมีอ่างอาบน้ำ และด้วยพื้นที่กว้างขวางทำให้ติดตั้งฝักบัวอาบน้ำได้ถึง 2 จุดเลยครับ โดยเป็นแบบ Rain Shower ทั้งคู่เลยด้วย

นี่คือทุกซอกทุกมุมของบ้านเดี่ยวแบบ Léonie พื้นที่ใช้สอย 390 ตร.ม. ซึ่งเป็นบ้านหลังใหญ่ที่สุดภายในโครงการ แกรนด์ มอร์เกน พรานนก - สาย 2 นั่นเองครับ
Show Unit : Mylène

บ้านเดี่ยวแบบเริ่มต้นของโครงการมีชื่อว่า Mylène ขนาดที่ดินเริ่มต้น 100 ตร.ว. ตัวบ้านมีพื้นที่ใช้สอย 320 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องแม่บ้าน 4 ที่จอดรถ

แบบแปลนชั้น 1 หน้าบ้านจอดรถได้ 4 คัน โดยจอดใต้ชายคา 3 คัน และจอดกลางแจ้งอีก 1 คัน ภายในบ้านเป็น Open Space ที่เชื่อมต่อ Living Area กับ Dining Area โดยมีห้องนอนพร้อมห้องน้ำในตัวอยู่ฝั่งหน้าบ้าน ส่วนโซน Service จะรวมกันอยู่มุมหลังบ้าน โดยแบ่งเป็นห้องน้ำ Powder Room, ห้องครัว และห้องพักแม่บ้านกับห้องน้ำแม่บ้าน

หน้าบ้านจอดรถได้ 4 คัน แบ่งเป็นจอดในร่ม 3 คัน กับจอดกลางแจ้งที่ด้านข้างอีก 1 คัน แต่บ้านตัวอย่างแต่งเป็นสวนหย่อมไว้เลยจะไม่เห็นภาพนะครับ

ผนังบ้านด้านหลังลานจอดรถจะมีประตูทางเข้ารองที่เชื่อมต่อไปโซนหน้าห้องครัว

อีกฝั่งของบ้านจะเป็นพื้นที่สวนที่กว้างขวาง โดยจะอยู่ติดกับมุม Living Area พอดี เพื่อให้ภายในบ้านเปิดรับมุมมองพื้นที่สีเขียว

ประตูทางเข้าหลักจะอยู่ถัดจากซุ้มประตูและเฉลียง โดยประตูเปิดบานเปิดแบบทึบของ Tostem

พอเข้ามาในบ้านจะเจอกับโถง Foyer ก่อนเลย เหมาะกับจัดเป็นมุมพักคอยหรือนั่งใส่รองเท้าก่อนออกจากบ้าน มีพื้นที่ให้วางตู้เก็บรองเท้าขนาดใหญ่และ Drop Off ของใช้เล็กๆ น้อยๆ อย่างกุญแจ หมวก หรือร่ม

โถง Foyer มีเพดานสูงปลอดโปร่งแบบ Double Volume ความสูงกว่า 5.80 ม. เชื่อมขึ้นไปถึงโถงชั้น 2

ตรงผ่าน Foyer เข้ามาในบ้านจะเจอกับ Dining Area เป็นส่วนแรก โดยพื้นที่ตรงนี้สามารถวางโต๊ะอาหาร 6 - 8 ที่นั่งได้อย่างลงตัว โดยยังเหลือพื้นที่ให้ทำเคาน์เตอร์ Pantry ได้อีกด้วย

พื้นที่โซนหลักของชั้น 1 จะเป็น Open Space ที่เชื่อมต่อ Dining Area กับ Living Area โดยผนังฝั่งหลังบ้านจะมีหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่เปิดรับวิวพื้นที่สีเขียวและแสงธรรมชาติเข้ามาสร้างความปลอดโปร่ง

Living Area ก็มีพื้นที่กว้างขวาง สามารถวางโซฟา 4 ที่นั่ง ร่วมกับอาร์มแชร์และโต๊ะกลางได้อย่างลงตัว

ผนังฝั่งข้างบ้านรองรับการติดตั้งทีวี โดยมีหน้าต่างบานใหญ่ขนาบข้าง เปิดรับวิวพื้นที่สีเขียวจากสวนเข้ามาเพิ่มความสดชื่น

ข้างๆ Living Area คือห้องนอนชั้นล่าง ห้องนี้จะมีหน้าต่างหันออกไปทางฝั่งหน้าบ้าน พื้นที่ห้องกว้างขวาง วางเตียงไซส์ 5 - 6 ฟุตพร้อมจัดฟังก์ชันตู้เสื้อผ้าและชั้นทีวีได้อย่างลงตัว รองรับครอบครัวที่มีสมาชิกหลายคนหรืออยู่ร่วมกับผู้สูงวัยได้ แต่บ้านตัวอย่างเสนอไอเดียในการใช้เป็นห้องทำงาน ซึ่งก็ออกมาลงตัวเช่นกัน

ภายในห้องจะมีห้องน้ำในตัวสำหรับรองรับการใช้งานเป็นห้องนอน โดยเฉพาะห้องของผู้สูงวัย สังเกตได้ว่าที่ธรณีประตูจะไม่มี Step ต่างระดับ แต่พื้นจะเป็นระนาบเดียวกันเพื่อป้องกันการสะดุดล้ม และช่วยให้เข็นรถวีลแชร์เข้าออกได้สะดวก

ภายในห้องน้ำมาพร้อมกับสุขภัณฑ์ที่ครบครัน แบ่งส่วนเปียกและส่วนแห้ง โดยพื้นโซนอาบน้ำก็ไม่มี Step เช่นกัน แต่ฝัง Floor Drain ไว้ที่พื้นเพื่อช่วยให้น้ำไม่ล้นมาที่โซนแห้ง

ออกมาที่โถง Open Space ถัดจาก Dining Area ไปอีกฝั่งของบ้านจะเป็นบันได ห้องครัว และห้องน้ำแบบ Powder Room

ผนังห้องครัวฝั่งที่อยู่ติดกับ Dining Area จะมีหน้าต่างที่ออกแบบไว้ให้ยื่นรับส่งอาหารได้สะดวก เหมาะกับการทำเคาน์เตอร์เตรียมอาหารตามแบบบ้านตัวอย่าง

มุมนี้จะเห็นทางเข้าบ้านทั้งประตูหลักและประตูรองที่เชื่อมต่อกับลานจอดรถ ซึ่งสะดวกเวลาที่ออกไปจ่ายตลาดแล้วสามารถขนของกินของใช้เข้าไปเก็บในครัวได้ง่าย

ห้องครัวแบบปิดมีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง สามารถทำเคาน์เตอร์ครัวขนานกันได้ 2 ฝั่งผนัง โดยฝั่งที่เห็นในภาพจะมีหน้าต่างเชื่อมต่อกับโซน Dining Area

อีกฝั่งยังมีพื้นที่ให้วางตู้เย็นและทำเคาน์เตอร์ล้างจานได้ รวมถึงมีหน้าต่างและประตู Tostem แบบมีมุ้งลวดในตัว สามารถเปิดให้อากาศถ่ายเทได้ดี

ออกมาฝั่งหลังบ้านจะเจอกับลานซักล้างที่เดินเชื่อมต่อไปห้องพักแม่บ้านและห้องน้ำแม่บ้านได้ครับ

ลานซักล้างกลางแจ้งจะเชื่อมต่อกับพื้นที่ซักล้างในร่มที่ออกแบบไว้เป็นมุมสำหรับวางเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้า

ห้องพักแม่บ้านกับห้องน้ำแม่บ้านจะอยู่ติดกันที่มุมหลังบ้านพอดีครับ

ห้องพักถือว่ากว้างพอสำหรับวางเตียง 3 ฟุต หรือจัดเป็นมุมนั่งพักทานอาหารระหว่างวันก็ได้

ห้องน้ำแม่บ้านมีสุขภัณฑ์ที่ครบครัน แบ่งพื้นที่ใช้งานอย่างเป็นสัดส่วนลงตัวเลยครับ

กลับมาภายในบ้าน เดินตามโถงต่อจากห้องครัวไปที่ห้องน้ำ หน้าห้องน้ำจะมีตู้เก็บของอยู่ 2 จุด คือบานใหญ่ฝังผนังและบานเล็กที่อยู่ใต้บันได

สุดโถงทางเดินจะเจอกับห้องน้ำแบบ Powder Room ที่มาพร้อมกับอ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์อัตโนมัติ

ขึ้นไปชมชั้น 2 กันบ้างนะครับ บันไดของบ้านวางตำแหน่งหลบมุมอยู่อย่างเป็นสัดส่วน

บริเวณชานพักบันไดมีหน้าต่างขนาดใหญ่ เปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาช่วยให้บริเวณโถงบันไดมีความสว่างตลอดวัน

แปลนชั้น 2 พอขึ้นมาแล้วจะเจอกับมุมอเนกประสงค์อยู่ติดกับเชิงบันได จากนั้นจะเป็นห้องนอน 2 ที่อยู่ทางฝั่งหน้าบ้าน และห้องนอน 3 ที่อยู่ฝั่งหน้าบ้าน แล้วพอผ่าน Void ของโถง Foyer ที่สูงมาถึงชั้น 2 ก็จะเจอกับ Master Bedroom โดยทุกๆ ห้องนอนจะมีห้องน้ำในตัวครับ

ขึ้นมาถึงชั้น 2 จะเจอกับมุมอเนกประสงค์ที่ล้อมไว้ด้วยหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่ ได้บรรยากาศที่ปลอดโปร่งมากๆ เลยครับ เหมาะกับการจัดเป็นมุมทำงานตามแบบที่บ้านตัวอย่างแต่งให้ดูเป็นไอเดีย

หรือจะปรับเป็นมุมนั่งเล่น อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย ไหว้พระ หรือเลี้ยงหมา - แมว ก็ทำได้ตามสไตล์ครับ

เดินตรงจากบันไดไปตามโถงทางเดินจะเจอกับห้องนอน 2 ที่อยู่ฝั่งหน้าบ้าน ประตูทางซ้ายของภาพครับ

ห้องนอน 2 มีพื้นที่กว้างเลยครับ โซนแรกที่เข้ามาเจอจะเป็นมุมพักผ่อนที่วางเตียงไซส์ 5 - 6 ฟุตได้สบายๆ มีหน้าต่างขนาดใหญ่เปิดรับแสงธรรมชาติจากฝั่งหน้าบ้าน

อีกฝั่งของห้องจะเป็นมุมสำหรับชั้นวางทีวี และพื้นที่แต่งตัวที่บิลต์อินเป็น Walk - in Closet ได้ หรือจะเปิดโล่งแบบบ้านตัวอย่างก็ได้ความปลอดโปร่งดีเหมือนกันครับ

หน้าต่างฝั่งมุมแต่งตัว สามารถเลือกวางโต๊ะเครื่องแป้งก็ได้ หรือจะทำเป็นมุมนั่งเล่นแบบ Bay Window ก็เหมาะกับหน้าต่างที่มีขนาดใหญ่เหมือนกันครับ

ห้องน้ำในห้องนอน 2 มีพื้นที่กว้างขวาง จัดฟังก์ชันได้เป็นสัดส่วนลงตัวเลยครับ ติดตั้งสุขภัณฑ์ต่างๆ มาให้แบบครบครัน

เดินต่อมาที่ห้องนอน 3 ที่อยู่เยื้องกันมาทางฝั่งหลังบ้าน พอเข้าห้องมาจะเจอกับมุมแต่งตัวและประตูห้องน้ำ

ห้องน้ำของห้องนอน 3 จะเหมือนกับห้องน้ำของห้องนอน 2 เลยครับ ทั้งในแง่ของขนาด การจัดฟังก์ชัน และวัสดุสุขภัณฑ์ต่างๆ ภายในห้องที่ครบครัน

ถึงขนาดห้องจะเล็กกว่าห้องนอน 2 แต่พื้นที่พักผ่อนของห้องนอน 3 ก็ยังสามารถวางเตียงใหญ่ 5 - 6 ฟุตได้เช่นกันครับ

ออกจากห้องนอน 3 เดินตรงต่อไปทางโถง จะผ่านระเบียงที่เชื่อมต่อกับ Double Volume ของ Foyer ชั้น 1 แล้วถึงจะเป็น Master Bedroom ที่อยู่ทางปีกอีกฝั่งของบ้านนั่นเองครับ

Master Bedroom เป็นห้องนอนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบ้านหลังนี้ วางแปลนเป็นแนวลึกจากหน้าบ้านไปถึงหลังบ้านเลยครับ โดยโซนฝั่งหน้าบ้าน ติดกับหน้าต่างกระจกบานใหญ่จะเป็นมุมสำหรับเตียง 6 ฟุต และมุมนั่งเล่นแบบส่วนตัว

มุมนั่งเล่นสามารถจัดโซฟา 2 ที่นั่ง คู่กับอาร์มแชร์ โต๊ะกลาง และชั้นวางทีวี เอาไว้นั่งเล่นแบบเป็นส่วนตัวได้เลยครับ

ลึกไปทางฝั่งหลังบ้านจะเป็นโซน Walk - in Closet ที่ก็มีพื้นที่กว้างขวางเช่นกันครับ

พื้นที่ Walk - in Closet สามารถวางตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ทำมุมเป็นรูป L Shape ได้เลย โดยยังเหลือพื้นที่ตรงกลางให้วางเคาน์เตอร์ไอส์แลนด์ไว้เก็บของหรือยืนแต่งหน้าได้ด้วยครับ

ติดกับ Walk - in Closet จะเป็นห้องน้ำขนาดใหญ่ของ Master Bedroom ที่แบ่งพื้นที่ส่วนเปียกกับส่วนแห้งไว้อย่างเป็นสัดส่วนด้วยการติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำกระจก โดยส่วนแห้งจะมีอ่างล้างหน้าแบบ His & Her พร้อมกระจกเงาบานกว้าง

ส่วนแห้งยังมีโถสุขภัณฑ์ระบบอัตโนมัติติดตั้งมาให้ด้วยครับ

พื้นที่ส่วนเปียกจะมีทั้งอ่างอาบน้ำและมุมอาบน้ำแบบมาพร้อม Rain Shower เลยครับ สังเกตได้ว่าก็อกน้ำและฝักบัว รวมถึงมือจับต่างๆ ในห้องน้ำทุกห้องจะใช้สีดำ ซึ่งเป็นวัสดุเกรดพรีเมียมดังที่เล่าให้ฟังไปตั้งแต่ตอนต้นบทความครับ

นี่คือรีวิวบ้านตัวอย่างแบบ Mylène บ้านเดี่ยวพื้นที่ใช้สอย 320 ตร.ม. ไซส์เริ่มต้นของโครงการ แกรนด์ มอร์เกน พรานนก - สาย 2 นะครับ เรารีวิวบ้านตัวอย่างกันครบทั้ง 2 แบบแล้ว ต่อไปมาว่าด้วยเรื่องของทำเลที่ตั้งของโครงการกันบ้างครับ
Location

แกรนด์ มอร์เกน พรานนก - สาย 2 ตั้งอยู่ที่ ถ.พุทธมณฑลสาย 2 ซอย 21 ในพื้นที่แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรี ทำเลนี้ตามผังเมือแล้วจัดเป็นโซนสีเขียวที่อนุญาติให้สร้างบ้านจัดสรรขนาดที่ดิน 100 ตร.ว. ขึ้นไปเท่านั้น บรรยากาศโดยรวมจึงค่อนข้างพรีเมียมมีระดับทีเดียว เพราะเพื่อนบ้านจะมีแต่โครงการหรูระดับราคา 10 ล้านบ้านขึ้นไปทั้งนั้นเลยครับ
ในแง่การเดินทาง ที่ตั้งของโครงการบน ถ.พุทธมณฑลสาย 2 ก็สามารถเชื่อมต่อกับถนนสำคัญได้หลายเส้นทางเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น ถ.บรมราชชนนี, ถ.พรานนก - พุทธมณฑลสาย 4 (พระเทพตัดใหม่), วงแหวนฯ กาญจนาภิเษก รวมถึง ถ.เพชรเกษม มุ่งตรงเข้าตัวเมืองฝั่งธนบุรีย่าน ปิ่นเกล้า - ศิริราช ได้สะดวกครับ และที่สำคัญยังอยู่ใกล้จุดขึ้นทางคู่ขนานบรมราชชนนี เชื่อมทางด่วนประจิมรัถยา ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าตัวเมืองชั้นในของกรุงเทพฯ ได้ไม่ยากเลยด้วย
นอกจากนี้ในแง่ของศักยภาพทำเล ไม่ไกลจากโครงการยังมีรถไฟฟ้าอยู่ถึง 2 สาย ทั้ง MRT สายสีน้ำเงินที่อยู่ขนานไปกับ ถ.เพชรเกษม และรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอ่อนที่ในอนาคตมีโครงการขยายจากชุมทางตลิ่งชันมาจนถึงศาลาธรรมสพน์และศาลายาเลยด้วย แม้ว่าอยู่บ้านหรูระดับ 14 - 18 ล้าน อาจไม่ค่อยได้ใช้รถไฟฟ้าเดินทาง แต่ก็ถือเป็นเครื่องชี้วัดมูลค่าทำเลในระยะยาวได้ดีนะครับ

รอบๆ โครงการ แกรนด์ มอร์เกน พรานนก - สาย 4 มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันเลยครับ ออกไปทางวงแหวนฯ กาญจนาภิเษก แค่ประมาณ 1 กม. มีคอมมูนิตี้มอลล์ใหญ่อย่าง เดอะ พาซิโอ้ พาร์ค กาญจนาภิเษก หรือถ้าไปทางฝั่ง ถ.บรมราชชนนี ก็มี ดีไซน์ วิลเลจ พุทธมณฑล กับตลาดสดธนบุรี เป็นแหล่งจับจ่ายใช้สอยระดับพรีเมียมของย่านทวีวัฒนา หรือข้ามไปฝั่งเพชรเกษม ก็ยังมี เดอะ มอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางแค ให้เลือกใช้บริการ แม้แต่จะตรงขึ้นไปทาง ถ.พระเทพตัดใหม่ ก็ถึง เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ได้ในเวลาไม่กี่นาทีเท่านั้น


ส่วนเรื่องการศึกษา ครอบครัวใหญ่หลายบ้านคงต้องมองหาโรงเรียนดีๆ ที่อยู่ใกล้บ้านกันไว้ใช่ไหมครับ ซึ่งโครงการ แกรนด์ มอร์เกน พรานนก - สาย 2 ก็ตอบโจทย์นี้ได้ดีเลย เพราะโซนทวีวัฒนา, บางแค และตลิ่งชัน มีโรงเรียนชื่อดังตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก อาทิ รร.เพลินพัฒนา, รร.นานาชาติฮัมมิ่งเบิร์ด, รร.อัสสัมชัญธนบุรี, รร.สารสาสน์วิเทศธนบุรี, รร.กสิณธรอคาเดมี่, รร.สาธิต ม.กรุงเทพธนบุรี และ รร.นานาชาติสิงคโปร์ธนบุรี เป็นทางเลือกที่ดีในการรับส่งเด็กๆ ไปเรียนใกล้บ้าน หรือสำหรับระดับนิสิตนักศึกษา ก็ยังเดินทางไปเรียนที่ ม.มหิดล ศาลายา, ม.กรุงเทพธนบุรี และ ม.เอเชียอาคเนย์ ได้สะดวกอีกด้วย

ส่วนเรื่องการดูแลสุขภาพ ใกล้กับโครงการ แกรนด์ มอร์เกน พรานนก - สาย 2 ก็มีสถานพยาบาลชื่อดังพร้อมรองรับความต้องการอยู่หลายแห่งเลยเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น รพ.ธนบุรี ทวีวัฒนา, รพ.เกษมราษฎร์ บางแค, รพ.วิชัยเวช อินเตอร์เนชันแนล, รพ.ราชพิพัฒน์ และ รพ.พญาไท 3 นอกจากนี้ยังใช้ ถ.พระเทพตัดใหม่ ตรงไปศูนย์กลางการแพทย์ฝั่งธนบุรีอย่าง รพ.ศิริราช ได้ไม่ยากด้วยนะครับ
การเดินทาง
พิกัดโครงการ : maps.app.goo.gl/R3dTxXuVrjULPVfv6

รีวิวการเดินทางไปยังโครงการ แกรนด์ มอร์เกน พรานนก - สาย 2 ของเราในวันนี้ ทีมงาน Home Buyers ใช้เส้นทาง ถ.จรัญสนิทวงศ์ มุ่งหน้าไปที่สี่แยกไฟฉายครับ

พอจะผ่านสถานีรถไฟฟ้าไฟฉาย ให้อยู่เลนซ้ายตามป้าย พรานนก - พุทธมณฑล ไม่ต้องลงอุโมงค์นะครับ

พอถึงสี่แยกไฟฉาย แล้วให้เลี้ยวขวาออกจาก ถ.จรัญสนิทวงศ์ เข้าไปที่ ถ.พรานนก - พุทธมณฑลสาย 4

ขับตรงไปตาม ถ.พรานนก - พุทธมณฑลสาย 4 หรือที่นิยมเรียกกันว่า ถ.พระเทพตัดใหม่

ขับตรงตามทางไปยาวๆ เลยครับ โดยให้โฟกัสที่ป้ายบอกทางไป ถ.กาญจนาภิเษก

ใช้ 2 เลนซ้าย ขึ้นสะพานข้าม ถ.พุทธมณฑลสาย 1 ตามป้ายบอกทางไป ถ.พุทธมณฑลสาย 2 ครับ

อยู่บนสะพาน ให้ใช้เลนกลางหรือเลนขวา ตามป้ายบอกทางไป ถ.พุทธมณฑลสาย 2 ครับ

พอถึงทางลงสะพาน ให้ใช้เลนกลางตามป้ายบอกทางไป ถ.พุทธมณฑลสาย 2

ลงจากสะพานข้ามแยกมาแล้วจะเป็น ถ.พระเทพตัดใหม่ ที่มุ่งหน้าไปทางพุทธมณฑลครับ

พอถึงทางแยก ให้เลี้ยวซ้ายตามป้ายเพชรเกษม เพื่อเข้าสู่ ถ.พุทธมณฑลสาย 2 เลยครับ

ถ.พุทธมณฑลสาย 2 ที่เราเลี้ยวซ้ายเข้ามาจะเป็นฝั่งมุ่งหน้าไป ถ.เพชรเกษม ให้เรากลับรถไปทาง ถ.พุทธมณฑลสาย 2 ฝั่งมุ่งหน้า ถ.บรมราชชนนี

ขับตรงตาม ถ.พุทธมณฑลสาย 2 มุ่งตรงขึ้นไปตามป้ายบอกทางไป ถ.บรมราชชนนี

ตรงยาวไปเรื่อยๆ ผ่านแยกทางลัดไป ถ.พุทธมณฑลสาย 3 และ ถ.กาญจนาภิเษก

พอถึงแยกตัด ถ.ทวีวัฒนา - กาญจนาภิเษก จะเป็นแยกสุดท้ายก่อนถึงซอยที่ตั้งโครงการแล้วครับ

ผ่านแยกตัด ถ.ทวีวัฒนา - กาญจนาภิเษก จะมีสะพานข้ามคลอง พอลงจากสะพานแล้วให้เบี่ยงซ้าย เพื่อเตรียมเลี้ยวซ้ายเข้าซอยครับ

เลี้ยวซ้ายเข้าซอยพุทธมณฑลสาย 2 ซอย 21 ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการนั่นเอง

ซอยพุทธมณฑลสาย 2 ซอย 21 จะมีบ้านคนตั้งอยู่เป็นระยะ โดยรวมค่อนข้างเงียบสงบเลยครับ

ตลอดซอยจะมีต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่นอยู่เป็นระยะเลยครับ

ในบางช่วงจะผ่านหมู่บ้านจัดสรรเล็กๆ ด้วยครับ ภาพรวมถือว่าเป็นซอยที่สงบมาก ไม่มีห้างร้าน อู่รถ หรือโกดังสินค้าตั้งอยู่เลย

ขับมาสักระยะก็จะถึงทางเข้าโครงการ แกรนด์ มอร์เกน พรานนก - สาย 2 ซึ่งอยู่ทางฝั่งขวามือครับ

เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนทางเข้าโครงการได้เลยครับ มีป้ายบอกชื่อโครงการให้สังเกตได้อย่างชัดเจน
Price & Promotion

บ้านเดี่ยวหรูโครงการ แกรนด์ มอร์เกน พรานนก - สาย 2 มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 14 - 18 ล้านบาท* โดยในช่วงนี้ทางโครงการมีข้อเสนอพิเศษ ลงทะเบียนรับส่วนลดสูงสุดถึง 1 ล้านบาท* โดยสามารถเข้าไปกรอกข้อมูลลงทะเบียนได้ที่ www.maison.co.th/projects/grandmorgenphrannoksai2/
*ราคาและโปรโมชั่น ณ เดือนธันวาคม 2567 ข้อมูลอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามโครงการอีกครั้ง
Conclusion

รีวิวโครงการ แกรนด์ มอร์เกน พรานนก - สาย 2 จบลงเรียบร้อยแล้วครับ ก่อนจากกันไปสำหรับบทความนี้ แอดมิน #BoonWaranyu ก็มีความคิดเห็นส่วนตัวจากมุมมองที่ได้ไปสัมผัสโครงการด้วยตัวเองมาฝากไว้เป็นการทิ้งท้ายครับ
Design บ้านเดี่ยว แกรนด์ มอร์เกน พรานนก - สาย 2 เป็นบ้านหรูที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นได้ดีเลยครับ แม้สไตล์สถาปัตยกรรมแบบ French Colonial จะเป็นอะไรที่หรูหรา แต่ทางโครงการก็ได้ปรับดีไซน์ให้มีความเรียบง่าย จับต้องได้ง่าย ออกมาเป็นบ้านที่มีดีไซน์แปลกใหม่ไม่เหมือนใครอีกหนึ่งโครงการเลยครับ
Function ขนาดที่กว้างใหญ่คือไฮไลต์ของบ้านเดี่ยวโครงการนี้เลยครับ ทั้งแปลงที่ดินซึ่งมีขนาดเริ่มต้นกว่า 100 ตร.ว. และพื้นที่ใช้สอยที่ใหญ่ถึง 320 - 390 ตร.ม. ภายในบ้านจึงสามารถแบ่งฟังก์ชันได้อย่างครบครัน โดยจุดที่แอดมินคิดว่าโดดเด่นเป็นพิเศษคือการมีที่เก็บของเตรียมไว้ค่อนข้างเยอะ และอีกจุดที่โครงการนี้ใส่ใจกว่าที่อื่นคือห้องน้ำของแม่บ้านที่ใช้งานจริงได้แบบไม่อึดอัดเลยครับ ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยที่หลายคนมองข้าม แต่ Maison Development เลือกใส่ใจ ที่สำคัญอีกเรื่องคือการเลือกใช้วัสดุต่างๆ ที่ยอมรับเลยว่ากล้าให้เกินกว่าราคาบ้าน Segment นี้ ไม่ว่าจะประตู หน้าต่าง หรือสุขภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งได้ความพรีเมียมมีระดับเลยทีเดียวครับ
Facility สิ่งอำนวยความสะดวกของโครงการมีการเตรียมพร้อมมาอย่างครบครันเลยนะครับ ซึ่งในความครบนี้ก็ถือว่าไม่มากหรือน้อยเกินไป ช่วยควบคุมค่าส่วนกลางให้เหมาะสมกับจำนวนบ้านที่มีเพียง 64 ยูนิตได้แบบกำลังดีครับ โดยถ้าให้ชี้ไปถึงจุดที่แอดมินชอบเป็นพิเศษคงเป็นสวนส่วนกลางสไตล์ฝรั่งเศสที่กว้างใหญ่ถึง 2 ไร่เลยนั่นเอง
Location โครงการนี้ตั้งอยู่บนทำเลผังเมืองสีเขียว ซึ่งจัดสรรให้มีได้เฉพาะบ้านขนาดที่ดิน 100 ตร.ว. เท่านั้น รอบๆ โครงการจึงถือเป็นแหล่งบ้านหรูระดับพรีเมียม สังคมคุณภาพดีทีเดียวครับ ในแง่ของการเดินทางเข้าเมืองก็มีทั้ง ถ.พรานนก - พุทธมณฑลสาย 4 (ถ.พระเทพตัดใหม่), ถ.บรมราชชนนี และทางคู่ขนานลอยฟ้าฯ จึงถือว่าเข้าไปตัวเมืองธนบุรีโซน ปิ่นเกล้า - ศิริราช ได้ง่ายเลยครับ นอกจากนี้รอบๆ โครงการก็ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ไปเดิน เดอะ พาซิโอ้ พาร์ค กาญจนาภิเษก ได้ง่ายๆ หรือจะหาหมอที่ รพ.ธนบุรี 2 ก็ใช้เวลาเดินทางไม่กี่นาที เรื่องเรียนของลูกหลานก็มีตัวเลือกดีๆ นับสิบสถาบันเลยด้วยครับ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมของโครงการ หรือลงทะเบียนรับข้อเสนอพิเศษได้ที่เบอร์ 063 904 7447 หรือเว็บไซต์ www.maison.co.th/projects/grandmorgenphrannoksai2
การคำนวณยอดผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน
ปรับรายละเอียดด้านล่างเพื่อคำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือน