รีวิวคอนโด RHYTHM EKKAMAI ESTATE คอนโดพร้อมอยู่ เหมือนอยู่บ้านใจกลางเอกมัย Feel Like Home

วันนี้จะพาทุกคนมารีวิวคอนโดสร้างเสร็จพร้อมอยู่บนทำเลใจกลางเอกมัยที่ RHYTHM EKKAMAI ESTATE (ริธึ่ม เอกมัย เอสเตท) คอนโดที่พัฒนาโดยการร่วมทุนของบมจ. เอพี ไทยแลนด์ และ มิตซูบิชิ เอสเตท เรสซิเดนซ์ (ในเครือมิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป) พันธมิตรจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นโครงการลำดับที่ 16 ของการร่วมทุน 2 บริษัทนี้ มูลค่าโครงการประมาณ 3,350 ล้านบาท และเป็นโครงการแบรนด์ RHYTHM โครงการที่ 2 บนทำเลเอกมัยแห่งนี้ โครงกาแรก คือ RHYTHM Ekkamai ซึ่งตอนนี้ Sold Out เรียบร้อยแล้ว
คอนเซ็ปท์แบรนด์ RHYTHM เป็นคอนโดใน Luxury Segment ของเอพี ไทยแลนด์ ที่พัฒนาแบรนด์นี้มานานและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยเน้นทำเลใจกลางเมือง เช่น สุขุมวิท, สาทร, รัชดา, พระราม 9, เอกมัย

ในส่วนของ RHYTHM EKKAMAI ESTATE เป็นคอนโดที่สร้างเสร็จเมื่อปี 2565 และเอพีฯ ทำโครงการออกมาได้แตกต่างจากแบรนด์ RHYTHM โครงการก่อนๆ เยอะมาก เรียกได้ว่าเป็นการปรับโฉมของแบรนด์นี้เลยก็ว่าได้ เปลี่ยนภาพจำแบรนด์ RHYTHM ให้มีความพิเศษ และแตกต่างจากเดิม โดยโครงการนี้มีรายละเอียดที่น่าสนใจในทุกๆ จุด มีสตอรี่เน้นการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากบ้านเก่าโซนเอกมัย สู่การออกแบบคอนเซ็ปท์ Feel Like Home ที่มีเรื่องราวและเสน่ห์ของการอยู่อาศัยในบรรยากาศของเอกมัย ซึ่งรวมอดีตกับปัจจุบันไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ลงตัวยังไง เดี๋ยวพาทุกคนไปดูในบทความนี้ค่ะ
Fact Sheet
| ชื่อโครงการ : | ริธึ่ม เอกมัย เอสเตท |
|---|---|
| เจ้าของโครงการ : | บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) |
| ที่ตั้งโครงการ : | ถนนเอกมัย แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร |
| พื้นที่โครงการ : | 2-0-84.1 ไร่ |
| รูปแบบโครงการ : | คอนโดมิเนียม High Rise สูง 32 ชั้น |
| จำนวนยูนิต : | ห้องพักอาศัย 303 ยูนิต + 1 ร้านค้า |
| รูปแบบห้อง : | 1 - 2 ห้องนอน, 1 ห้องนอนพลัส, 2 ห้องนอนดูเพล็กซ์, เพนท์เฮ้าส์ |
| พื้นที่ใช้สอย : | 35 - 177 ตร.ม. |
| ที่จอดรถ : | 202 คัน (67%) |
| ค่าส่วนกลาง : | 55 บาท/ ตร.ม./เดือน |
| สถานะโครงการ : | สร้างเสร็จพร้อมอยู่ |
| ราคาเริ่มต้น : | 6.19 ล้านบาท (ณ ต.ค. 67 สอบถามโครงการอีกครั้ง) |
| โทร : | 1623 |
| เว็บไซต์ : | https://www.apthai.com/th/condominium/rhythm-ekkamai-estate |
Highlight : RHYTHM EKKAMAI ESTATE

- Feel Like Home อยู่คอนโดได้ฟีลเหมือนอยู่บ้าน กับบรรยากาศภายในโครงการที่ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ ออกแบบให้ส่วนกลางมีหลายฟังก์ชัน รองรับการใช้งานได้หลากหลาย ได้ความเงียบสงบ และเป็นส่วนตัว
- พื้นที่สีเขียวเยอะ มีพื้นที่สวนเล่นระดับตั้งแต่ชั้น 1 ถึงชั้น 7 เดินได้สบายๆ และปลูกต้นไม้ให้ร่มเงาล้อมรอบ ทำให้เหมือนอยู่ภายในบ้านส่วนตัว
- สระว่ายน้ำเทควิวเมืองมุมสูง 360 องศา รูปแบบ Infinity Edge Pool ขนาดใหญ่ว่ายได้รอบ 360 องศาเช่นกัน ส่วนที่ยาวที่สุด คือ 28 เมตร และเห็นวิวเมืองมุมสูงที่สวยมากๆ
- ทำเลเอกมัย ใจกลางเอกมัย ใกล้ๆ ทองหล่อ 10 ที่เชื่อมไปทองหล่อได้ง่าย ซึ่งเป็นทำเลไลฟ์สไตล์ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการใช้ชีวิตครบ ทั้งคอมมูนิตี้ มอลล์, ร้านอาหาร, คาเฟ่, โรงเรียนนานาชาติ และโรงพยาบาลมาตรฐาน
Design

RHYTHM EKKAMAI ESTATE การดีไซน์โครงการออกแบบให้มีเรื่องราวของความเป็นเอกมัย ด้วยคอนเซ็ปท์ Feel Like Home ที่มีแรงบันดาลใจมาจากบ้านเอกมัย ฟีลเหมือนบ้านเดี่ยวหลังใหญ่บนทำเลเอกมัยที่ได้ความเป็นส่วนตัว และลงตัวกับการอยู่อาศัยในบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติ มีต้นไม้ มีพื้นที่สีเขียวที่เป็นจุดเด่นของโครงการ

การออกแบบตัวอาคารเน้นเส้นสายแนวตั้งมาทำให้ตัวอาคารดูมีมิติและสวยงาม ซึ่งตัวอาคารเองจะไม่ได้ดูเรียบๆ จนเกินไป จะมีลูกเล่นของการเล่นระดับของบันไดที่มองเห็นจากภายนอกอาคาร และฟังก์ชันส่วนกลางต่างๆ ที่โครงการออกแบบให้มีการแยกพื้นที่ใช้งานกันชัดเจน
นอกจากนี้การเลือกใช้โทนสีของ RHYTHM EKKAMAI ESTATE ที่เป็นสีแดงเข้มออกน้ำตาลๆ ทำให้สีอาคารตัดกับสีเขียวของต้นไม้ โดยภาพรวมแล้วส่งเสริมให้ตัวโครงการดูโดดเด่นมากขึ้น เดี๋ยวพาทุกคนเข้าไปดูรายละเอียดภายในโครงการพร้อมๆ กันได้เลยค่ะ
ด้านหน้าโครงจะอยู่ติดถนนเอกมัย หรือสุขุวิท 63 เลยนะคะ มีป้ายชื่อโครงการขนาดใหญ่ ที่เป็นโลโก้แบรนด์หรูหราลักชัวรี่ตามคอนเซ็ปท์แบรนด์เลยค่ะ

ตัวอาคารจะถูกออกแบบให้มีระยะห่างจากถนนเอกมัยพอสมควรค่ะ เพิ่มความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย ประตูหน้าโครงการจะแบ่งโซนสำหรับรถ และคนเดินเข้า - ออก เพื่อความสะดวกในการใช้งานค่ะ ประตูเข้า - ออกสำหรับรถยนต์เป็นไม้กั้นกระดก ลูกบ้านเข้า - ออกผ่านระบบจดจำป้ายทะเบียน ประตูเปิดปิดอัตโนมัติ ส่วนเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยอื่นๆ ก็จะมี รปภ. ดูแล 24 ชั่วโมง ในโครงการมี CCTV 153 จุด รั้วโครงการสูง 3 เมตร มีทั้งแบบทึบและโปร่งสลับกันไป ส่วนการเข้า - ออก และขึ้น - ลงอาคาร เป็นแบบสแกนหน้าสะดวกสบายและทันสมัยสุดๆ ค่ะ
ส่วนบริเวณทางเข้า - ออก ของคนเดินก็ออกแบบได้ดีเลยค่ะ เป็นสเต็ปขั้นบันไดที่มีพื้นที่สีเขียวอยู่ด้วย ทำให้เราได้ฟีลกลับบ้านแล้วนะ ตั้งแต่ด้านหน้าโครงการเลย
Facilities

การออกแบบพื้นที่ส่วนกลางของโครงการจะกระจายอยู่ในหลายๆ จุดเลยค่ะ เริ่มตั้งแต่ชั้น 1 ไปเลย พอเข้ามาในโครงการ ด้านหน้าจะมีจามจุรี Terrace และพื้นที่สวนสีเขียวขนาดใหญ่ และต้นจามจุรี ต้นไม้เก่าแก่อายุ 50 ปี 3 ต้น ซึ่งอยู่บนทำเลตรงนี้มาก่อน โครงการอนุรักษ์เอาไว้เพื่อสร้างความร่มรื่นให้โครงการและบังสายตาจากภายนอก เพิ่มความสงบให้กับการอยู่อาศัยด้านในด้วย
ตรงนี้จะมีมุมน่งเล่นพักผ่อนนั่งชิล ใครเดินเข้าประตูรั้วคอนโดมาแล้วยังไม่อยากเข้าตัวอาคารขึ้นห้องเลย ก็แวะพักนั่งเล่นตรงนี้ก่อนได้

จามจุรี Terrace และสวนสีเขียวขนาดใหญ่ด้านหน้าโครงการ พื้นที่สำหรับเบรกอารมณ์ก่อนเข้าอาคาร

ชั้น 1 ของโครงการจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดค่ะ รอบๆ อาคารเป็นพื้นที่จอดรถ ซึ่งที่นี่ให้ที่จอดรถ 202 คัน ถือว่าให้เยอะเลยค่ะ คิดเป็นประมาณ 67% และสำหรับใครที่ซื้อห้องแบบ 2 ห้องนอน ก็จะได้สิทธิ์จอด 2 คันด้วยค่ะ สำหรับที่จอดรถโครงการจะเตรียมพื้นที่บริเวณชั้น 1 - 6 ค่ะ และในโครงการยังมีจุดชาร์จรถยนต์ EV ให้ 2 จุดด้วย รองรับลูกบ้านที่ใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า

ด้านหน้าอาคารจะมีพื้นที่เชื่อมเข้าตัวอาคารจะมี 2 จุดหลักค่ะ คือ บริเวณ Welcome Lounge ที่มีจุด Drop Off รับ - ส่ง ในร่มเตรียมไว้ให้จุดนี้จะเดินเข้าไปที่ Welcome Foyer และ Feature Mail ซึ่งจะเชื่อมกับพื้นที่โถงลิฟท์เข้าสู่ภายในอาคารค่ะ

ส่วนทางด้านซ้ายมือจากจุด Drop Off ก็จะเป็นพื้นที่สำนักงานนิติบุคคล และมี Smart Locker จุดสำหรับรับส่งของของจากพี่ๆ ไรเดอร์ค่ะ
ที่เห็นบันไดซ้ายมือในภาพ คือ ทางเดินเชื่อมเข้าส่วนกลางจากชั้น 1 ไปจนถึงชั้น 7 เลยค่ะ ตรงนี้แหละ คือ Land Scape พื้นที่สีเขียวของโครงการที่ออกแบบให้ได้ฟีลเหมือนอยู่บ้านเลย

พอเดินเข้ามาในตัวอาคารก็จะได้ความรู้สึกเหมือนกลับบ้านค่ะ Feel Like Home ตามคอนเซ็ปท์หลักโครงการเลย ด้วยความตั้งใจในการออกแบบที่ใช้โทนสีน้ำตาลธรรมชาติ และใช้เส้นสายแนวตั้ง บวกกับการเล่นเส้นสายของ Lighting ที่สร้างความรู้สึกอบอุ่น และทำให้รู้สึกหรูหราเพิ่มขึ้น

พอเราเดินเข้ามาด้านในสุดจะเจอกับ Welcome Lounge เป็นจุดนั่งพัก นั่งรอรถมารับ และจุดต้อนรับ ซึ่งจะมีเคาท์เตอร์สำหรับ Reception
ถัดเข้าไปด้านในเป็น Feature Mail จุดรับ - ส่งจดหมาย สำหรับลูกบ้านค่ะ ออกแบบได้หรูหราอลังการมาก เป็นเหมือน Gallery โชว์งานศิลปะจุดนึงเลย ออกแบบเป็น Sculture ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากต้นจามจุรี

ด้านซ้ายถือต่อเนื่องจาก Welcome Lounge เป็นโถงลิฟท์ที่จะขึ้นไปยังตัวอาคารค่ะ ออกแบบให้โทนสีน้ำตาลธรรมชาติ ให้ความรู้สึกอบอุ่น และเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยของที่นี่จะใช้ Face Scan ทั้งหมดตั้งแต่เข้าพื้นที่อาคาร ใช้ลิฟท์ และเข้าใช้พื้นที่ส่วนกลางค่ะ มีลิฟท์โดยสารรวม 3 ตัว


ชั้น 2 - 6 เป็นพื้นที่จอดรถค่ะ แต่ความพิเศษของ RHYTHM EKKAMAI ESTATE คือ การออกแบบพื้นที่ส่วนของด้านหน้าอาคารชั้นจอดรถเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่เชื่อมต่อกันตั้งแต่ชั้น 1 ถึงชั้น 7 เดี๋ยวเราไปดูกันว่ามีอะไรบ้างค่ะ


ชั้น 2 - 7 คือ Floating Lobby ที่สามารถเดินเชื่อมต่อกัน หรือจะใช้ลิฟท์ก็ได้ แบ่งพื้นที่ส่วนกลางตรงนี้ออกเป็น 2 โซน ตามไลฟ์สไตล์การใช้งานของลูกบ้าน คือ
- Social Zone จุดนี้เป็นห้องที่มีโถงสูง 10 เมตร เป็นพื้นที่สำหรับจัดปาร์ตี้ สังสรรค์ ชวนเพื่อนๆ มาจอยๆ ที่คอนโดได้ สามารถใช้เสียงได้
- Quiet Zone พื้นที่สำหรับใครที่ต้องการความเงียบสงบ เป็นส่วนตัว เช่น ใช้พื้นที่สำหรับนั่งทำงาน นั่งเงียบๆ ใช้สมาธิ ก็มาใช้บริการจุดนี้ได้


Social Zone พื้นที่ปาร์ตี้ สังสรรค์ ใช้เสียงได้ ชวนเพื่อนมาจอยๆ ได้

Social Zone เพดานสูงแบบ Double Volume เกือบ 10 เมตร เชื่อมต่อโซนชั้น 2 และชั้น 3 ไว้ด้วยกัน

จากพื้นที่ Social Zone ตำแหน่งห้องจะอยู่บริเวณด้านหน้าอาคาร สามารถมองเห็นวิวจามจุรี Terrace หรือว่าสวนสีเขียวหน้าโครงการได้ ทำให้ได้บรรยากาศเหมือนพักผ่อนเพิ่มขึ้นค่ะ

Quiet Zone

Vertical Co-Working อยู่ใน Quiet Zone ได้บรรยากาศความโปร่งสบาย

ต่อเนื่องมาที่ชั้น 4 จุดนี้เป็นพื้นที่ของ Vertical Co-Working อยู่ใน Quiet Zone นะคะ เป็นมุมสำหรับความเงียบสงบ นั่งทำงานเงียบๆ ในห้องโปร่งๆ ฝ้าเพดานสูง มีที่นั่งให้เลือกหลายจุดเลยค่ะ

มาต่อกันที่ชั้น 7 ค่ะ ชั้นนี้เป็นไฮไลต์เลย คือ Main Facilities โดยรวมแล้วเทียบเท่าโรงแรม 5 ดาวเลยก็ว่าได้ ชั้นนี้รวมพื้นที่การใช้งานไว้หลายฟังก์ชัน ซึ่งอย่างที่บอกไปว่าจุดนี้สามารถเดินบันไดขึ้นมาได้จากชั้น 1 เลย และชั้นนี้ก็จะมีโซนห้องพักอาศัยด้วยนะ ใครอยากใช้ส่วนกลางจุดนี้ง่ายๆ ก็เลือกซื้อชั้นนี้ได้ และไม่ต้องกังวลเรื่องความไม่เป็นส่วนตัวนะ เพราะโครงการแยกโซนไว้ชัดเจน และ Security มาตรฐานที่เข้า - ออกได้เฉพาะคนที่อยู่ชั้นนี้เท่านั้น

ชั้นนี้เป็นไฮไลต์ของพื้นที่ส่วนกลางโครงการเลยค่ะ เพราะเป็นคอนโดโครงการแรกที่ยก Lobby มาไว้ที่นี่ ได้บรรยากาศเหมือนห้องรับแขกขนาดใหญ่ ได้เทควิวมุมสูง ซึ่งมีทั้งพื้นที่แบบ Indoor และ Outdoor การเข้ามาใช้พื้นที่ก็สามารถเลือกใช้ลิฟท์ก็ได้ หรือจะเดินผ่านบันไดด้านหน้าอาคารมาก็ได้เช่นกัน

บริเวณ Outdoor โครงการออกแบบเน้นพื้นที่สีเขียว และความเป็นธรรมชาติ จะมีต้นไม้ใหญ่อยู่รอบๆ เพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และมี Court Yard ตรงกลางมีทั้งต้นไม้ น้ำ ที่ทำให้บรรยากาศโดยรวมรู้สึกได้ถึงการพักผ่อนในบ้านส่วนตัว และมีพื้นที่นั่งเล่น นั่งพักผ่อนเตรียมไว้หลายจุดเลยค่ะ


มีโซน Semi - Outdoor ด้วยนะ เป็นพื้นที่เชื่อมต่อกันระหว่าง Indoor และ Outdoor ทำให้รู้สึกว่าการใช้พื้นที่ในทุกๆ ส่วนมีความเชื่อมโยงกันได้ นั่งด้านในก็มองออกไปเห็นโซนด้านนอก ในขณะเดียวกันนั่งอยู่ข้างนอกก็มองเห็นโซนด้านใน


Tea Pavillion พื้นที่สำหรับนั่งจิบชา จิบกาแฟ ใช้เวลาพักผ่อน ได้แบบเป็นส่วนตัวในห้องนี้ได้เลย และจะสังเกตเห็นว่าการออกแบบผนังห้องนี้จะได้รับแรงบันดาลใจมาจากต้นจามจุรีค่ะ ให้ความรู้สึกเดียวกันกับด้านหน้าโครงการที่เป็นต้นจริง

Theater Pavillion ห้องดูหนังส่วนตัวของลูกบ้าน ที่โครงการเตรียมจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่รองรับการใช้งาน สำหรับดูหนังเรื่องโปรด


Grand Lobby ล็อบบี้ขนาดใหญ่ เพดานสูงที่ตั้งใจยกไว้ที่ชั้น 7 ให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง เห็นวิวทิศตะวันออก และสามารถมองเห็นถนนเอกมัย ซึ่งมีประตูบานหมุนเชื่อมต่อโซน เป็นเหมือนชานบ้าน หรือ Flexible Lobby จุดนี้สามารถมองเห็นสวนภายนอกอาคารที่เป็น Court Yard และ Water Feature ล้อมรอบด้วย บรรยากาศดีมากๆ ค่ะ

มาต่อกันที่ส่วนกลางชั้น 31 ค่ะ ชั้นนี้ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของโครงการเหมือนกัน เป็น High Zone Facilities รวม 3 ชั้นบนสุดของอาคาร

เริ่มกันที่ชั้น 31 เป็นสระว่ายน้ำที่ออกแบบได้ดีมากๆ มีทั้งโซน Indoor และ Outdoor โดยตัวสระจะล้อมรอบตัวอาคาร ว่ายน้ำได้แบบ 360 องศา และเห็นวิว 360 องศาเช่นกัน

จุดที่ยาวที่สุดจะอยู่ที่ 28 เมตร ว่ายออกกำลังกายได้แบบจริงจังเลยค่ะ พร้อมมีแยกสระเด็กไว้ให้ มี Hydro Air Jacuzzi 78 จุด นอกจากนี้ยังมีที่นั่งริมสระด้วย และยังออกแบบให้มีการดรอปพื้นที่ เพื่อมีทางเดินรอบสระ

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่น่าสนใจของชั้นนี้ คือ Crystal Hallway ทางเดินลอดใต้สระว่ายน้ำ หรืออุโมงค์ใต้สระ ด้านบนเป็นพื้นสระว่ายน้ำที่เป็นกระจกใส เหมือนเราเดินอยู่ในอควาเรียม และผนังด้านข้างก็เป็นกระจกที่ออกแบบให้มีมิติ ดูสวยงาม เท่ๆ สายโซเซียลใช้มุมนี้ถ่ายรูปได้ ให้ประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ไม่ซ้ำใครเลยค่ะ


ถัดจาก Crystal Hallway ออกมาด้านหน้าอาคาร เป็นทางเดินบันไดขึ้นไปอีก 1 สเต็ป ตรงนี้จะไปเจอกับ Observation Deck หรือ จุดชมวิวพื้นกระจกใส

ตรงนี้ Observation Deck หรือ จุดชมวิวพื้นกระจกใส (ใครกลัวความสูงอาจจะไม่กล้ามายืนจุดนี้ ฮ่าๆ ) เพราะสามารถมองลงไปจนถึงชั้นล่างเลย เป็น Iconic ใจกลางเอกมัยเลยค่ะ และจากจุดนี้ก็เห็นวิวเมืองสวยๆ ได้แบบ 180 องศาด้วย


พามาดู Honeymoon Seat กันบ้าง เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินค่ะ มีมุมให้นั่งเล่นชิล นั่งดูวิวเมืองมุมสูง และดูพระอาทิตย์ตกได้แบบเต็มสายตาเลย


มีภาพวิวสวยๆ จากชั้น 31 มาฝากทุกคนด้วยค่ะ นี่เป็นภาพช่วงกลางวันนะ ยังสวยขนาดนี้ ถ้าเป็นกลางคืนก็จะได้ฟีลอีกแบบ สวยไปอีกแบบค่ะ


ชั้น 32 จะออกแบบฟังก์ชันห้องส่วนกลางต่างๆ ไว้ด้านนอกอาคาร เพื่อรับวิวได้เต็มที่ ทั้ง Sky Fitness, Sky Lounge, Sky Library, Sauna, Steam, Sky Wellness Spa

Sky Fitness ที่แบ่งพื้นที่เป็น 2 โซน คือ Active Zone ที่มีเครื่องเล่นต่างๆ รองรับไว้ให้ ทั้งแบบ Weight และ Cardio ซึ่งที่นี่เลือกใช้เครื่องของ Techno Gym นะคะ

อีกโซนเป็น Private Zone ออกแบบพื้นที่เป็นห้องส่วนตัวที่สามารถจองแล้วพาเทรนเนอร์ส่วนตัวมาสอนออกกำลังแบบ Body Weight โยคะ หรือพิลาทิสได้


Sky Lounge ออกจากลิฟท์มาก็จะเจอกับมุมพักผ่อนบนชั้น 32 ที่สามารถเห็นวิวเมืองมุมสูงได้ มีที่นั่งเล่น ดูวิวรองรับไว้เรียบร้อยค่ะ

Sky Library ห้องอเนกประสงค์สำหรับนั่งเล่น นั่งทำงาน หรือนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ ไปพร้อมกับการดูวิวเมืองได้เลย


Sky Wellness Spa โครงการออกแบบให้เป็น 2 อ่างค่ะ คือ อ่างน้ำวนไว้สำหรับผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และ White ION Bath ที่จะมีระบบผลิตฟองอากาศขนาดเล็กกว่ารูขุมขน ทำให้สามารถเข้าไปขจัดสิ่งสกปรกตามรูขุมขนของเราได้เลย ช่วยดูแลผิวให้สะอาก และชุ่มชื้น เพราะผิวเราได้ผ่อนคลายจากการดูดซึมออกซิเจนเข้าไป


นอกจากนี้ยังมี Sauna สำหรับผู้ชาย และ Steam สำหรับผู้หญิง ซึ่งจะอยู่ในห้องน้ำแยกไว้ให้ค่ะ

Crown Garden ที่ชั้นดาดฟ้า หรือชั้นบนสุดของตัวอาคาร ออกแบบได้น่าสนใจและมีลูกเล่น ด้วยการทำทางเล่นระดับ ยกสเต็ปขึ้นไป ทำให้พื้นที่ดูมีมิติไม่น่าเบื่อ รวมทั้งเติมพื้นที่สีเขียวต้นไม้ใหญ่ และไม้ประดับแทรกในหลายๆ จุด


โดยรวมแล้วถ้าขึ้นมาชั้นก็จะได้ความรู้สึกผ่อนคลาย สบายๆ ค่ะ ยิ่งถ้าขึ้นมาตอนพระอาทิตย์ตก แล้วเจอลมเย็นๆ นะ อาจจะนั่้งเล่นแล้วเผลอหลับไปก็ได้
Room Type
รูปแบบห้องพักของที่นี่จะมีให้เลือกหลากหลาย เน้นห้องไซส์ใหญ่พื้นที่ใช้สอย 35 - 177 ตร.ม. มีรูปแบบห้องดังนี้
- 1 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 35 ตร.ม.
- 1 ห้องนอน พลัส พื้นที่ใช้สอย 39.5 - 40 ตร.ม.
- 2 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 74.5 - 86.5 ตร.ม.
- 2 ห้องนอน ดูเพล็กซ์ พื้นที่ใช้สอย 64 - 129.5 ตร.ม.
- สกายวิลล่า พื้นที่ใช้สอย 109 - 121 ตร.ม. (Sold Out)
- เพนท์เฮ้าส์ พื้นที่ใช้สอย 100 - 177 ตร.ม. (Sold Out)
วันนี้จะพาทุกคนไปรีวิวห้อง 2 แบบค่ะ คือ 1 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 35 ตร.ม. และแบบ 2 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 86.5 ตร.ม.
ห้องมาตรฐาน
- Fully Fitted (ชุดครัวและห้องน้ำ)
- ชุดครัว พร้อมเตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน ไมโครเวฟบิวท์อิน ยี่ห้อ Franke
- ห้องน้ำสำเร็จรูป สุขภัณฑ์แบรนด์ Kohler
- ฝ้าเพดานสูง 2.8 เมตร
- ผนังฉาบเรียบทาสี
- พื้นห้องส่วนพักอาศัย Hybrid Engineer Wood
- แอร์ 2 - 3 เครื่อง แบบ Wall Type
- ประตู Digital Door Lock ยี่ห้อ Kaadas ใช้งานได้ทั้งกดรหัส / คีย์การ์ด และสแกนนิ้วมือ
1 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 35 ตร.ม.

ห้องไซส์นี้เป็นแบบเริ่มต้นของโครงการเลยค่ะ และเป็นห้องขนาดใหญ่พอสมควรเลย การจัดเลย์เอาท์สำหรับห้องพื้นที่ใช้สอย 35 ตร.ม. ห้องนี้จะเป็นห้องหน้ากว้าง แยกฟังก์ชันการใช้งานแต่ละส่วนได้อย่างชัดเจน ทั้งห้องครัว / ห้องน้ำ / ห้องนั่งเล่น / ห้องนอน มาดูรายละเอียดกันค่ะว่าเป็นยังไง

เริ่มจากประตูห้องก่อนเลย โครงการให้เป็นบานประตูผิวลายไม้ ล้อไปกับพื้นบริเวณโถงทางเดินค่ะ และออกแบบให้เส้นแนวตั้ง 2 เส้นเพื่อเพิ่มลูกเล่น และความสวยงาม รวมทั้งติดตั้ง Digital Door Lock ไว้ให้ สามารถใช้งานได้หลายระบบ ทั้ง คีย์การด์, กดรหัส และสแกนนิ้วมือค่ะ

พอเข้ามาในห้องอันดับแรกที่รู้สึกได้ คือ ความโปร่งสบายของพื้นที่ด้านใน ที่โครงการออกแบบให้ฝ้าเพดานสูงถึง 2.8 เมตร ทำให้รู้สึกไม่อึดอัดเลย

โซนแรกของห้องเป็นพื้นที่ครัวแยกส่วน ที่มีขนาดพอดีๆ กับการใช้งาน และได้ฟังก์ชันครบถ้วน ซึ่งครัวโครงการจะบิวท์อินมาเป็นมาตรฐานให้อยู่แล้วค่ะ ท็อปครัวเป็นหินควอซ แบบ Food Grade สีขาวสวยๆ จะได้ทั้งไมโครเวฟบิวท์อิน, ซิงค์ล้างจาน, เตาไฟฟ้า 2 หัว, ที่ดูดควัน ทั้งหมดนี้เป็นยี่ห้อ Franke ค่ะ และก็มีตู้เก็บของด้านบนและล่างให้มาครบ รวมถึงเตรียมพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าบริเวณครัวไว้ให้เลย มีระบบน้ำระบบไฟรองรับเรียบร้อยค่ะ และในครัวก็ยังมีพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นไซส์ใหญ่ได้อีกตามห้องตัวอย่างเลย

พื้นที่เดียวกับห้องครัว ด้านขวามือออกแบบให้เป็นห้องน้ำค่ะ ซึ่งที่นี่ใช้เป็นห้องน้ำสำเร็จรูป ข้อดี คือ ดีเฟคน้อยมาก หรือแทบไม่มีเลย ดูแลรักษาง่าย และห้องน้ำก็เป็นแบบ Double Access ที่สามารถเข้า - ออกได้ 2 คือ จากห้องครัว และห้องนอน เพื่อความสะดวกในการใช้งานค่ะ

ห้องน้ำที่นี่จะเลือกใช้กระเบื้องสีอ่อน ทำให้บรรยากาศในห้องน้ำดูกว้างขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้วห้องน้ำก็ไม่ได้แคบนะ มีอ่างล้างหน้าพร้อมชั้นเก็บของด้านล่าง สุขภัณฑ์รุ่นประหยัดน้ำ และออกแบบให้มีชั้นวางของสำหรับวางอุปกรณ์ของใช้ในห้องน้ำต่างๆ รวมทั้งให้กระจกเงาบานใหญ่มาด้วย และมีปลั๊กไฟรองรับการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าในห้องน้ำ เช่น มีดโกนหนวดไฟฟ้า, ไดร์เป่าผม

บริเวณผนังโซนแห้งออกแบบให้มีการเจาะช่องสำหรับวางของให้ 2 ช่องใหญ่ จุดนี้อาจจะวางพวกสบู่ ยาสระผม หรือยาสีฟัน ที่เราซื้อมาเตรียมไว้ใช้งานก็เก็บในช่องนี้ได้ค่ะ

ส่วนโซน Shower โครงการก็จะติดฉากกั้นอาบน้ำมาไว้ให้เรียบร้อย พื้นที่ด้านในก็ใช้งานได้สะดวกค่ะ มาพร้อมอุปกรณ์ครบทั้ง Hand Shower และ Rain Shower อีกทั้งเตรียมพื้นที่สำหรับการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นไว้ให้ด้วย


ระหว่างห้องครัวกับโซนพักผ่อนด้านในจะถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานสไลด์บานกว้างแบบ 3 ระดับค่ะ ข้อดี คือ แบ่งพื้นที่การใช้งานได้ชัดเจน ป้องกันกลิ่นอาหารจากเวลาทำครัวเข้าไปในโซนพักผ่อน และการที่โครงการเลือกใช้กระจกใส ก็เพื่อความโปร่งสบายของบรรยากาศโดยรวมในห้องพัก ถึงแม้จะปิดประตูจุดนี้ก็ยังไม่รู้สึกอีดอัดค่ะ


ต่อเนื่องเข้ามาในโซนพักผ่อน พื้นที่ตรงนี้กว้างพอสมควรเลยค่ะ สามารถรองรับได้ 2 ฟังก์ชัน คือ มุมรับประทานอาหารที่วางชุดโต๊ะขนาด 2 ที่นั่งเข้ามุมกำลังดี และมุมนั่งเล่นพักผ่อนที่วางโซฟาไซส์ 2 - 3 ที่นั่ง วางโต๊ะกลาง และวางทีวี ในระยะที่พอดีกับสายตาได้สบายๆ ค่ะ

ถัดจากมุมนั่งเล่นพักผ่อนก็จะเป็นพื้นที่ระเบียงค่ะ ซึ่งห้องที่อยู่ในทิศใต้และทิศตะวันตกจะได้ระเบียงแบบ Double Skin สามารถปิดกระจกด้านนอกได้ด้วย ซึ่งการใช้งานแบบนี้มีข้อดี คือ เวลาเราตากผ้า หรือใช้พื้นที่ตรงนี้ แล้วเวลาฝนตกก็จะไม่เปียกค่ะ

มาดูส่วนของห้องนอนกันบ้าง จะถูกออกแบบให้แยกส่วนไว้อย่างชัดเจน ตำแหน่งห้องก็จะอยู่ติดกับห้องนั่งเล่นค่ะ

ในห้องก็มีพื้นที่สำหรับจัดเฟอร์นิเจอร์ได้ลงตัวค่ะ ผนังห้องด้านนอกอาคารเป็นกระจกบานกว้างเปิดรับวิวภายนอก เวลานอนบนเตียงก็สามารถเทควิวได้ พื้นที่ใช้สอยด้านในห้องก็วางเตียงไซส์ 5 ฟุตได้สบาย

รอบๆ เตียง วางโต๊ะข้างเตียงได้ทั้ง 2 ฝั่ง มีพื้นที่สำหรับวางตู้เส้อผ้าขนาดพอดีๆ ได้ เราสามารถบิวท์อินได้ตั้งแต่พื้นจรดเพดานเพื่อเพิ่มพื้นที่การใช้งานที่มากขึ้น วางโต๊ะเครื่องแป้งเพิ่มเติมก็ยังมีพื้นที่เพียงพอค่ะ

ห้องนี้แบบ 1 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 35 ตร.ม. เหมาะสำหรับอยู่ 1 - 2 คนกำลังดี คนโสด คู่รัก คู่แต่งงาน ใช้พื้นที่ลงตัวค่ะ
2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 86.5 ตร.ม.

มาดูห้องไซส์ใหญ่กันบ้างค่ะ ห้องนี้แบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ตำแหน่งห้องจะอยู่ที่มุมอาคารค่ะ ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และได้วิวที่กว้างขึ้นด้วย

พื้นที่ใช้สอยห้องขนาดใหญ่ รองรับสมาชิกที่อยู่กันเป็นครอบครัว 2 - 3 คน พ่อ - แม่ - ลูก สบายๆ เลยค่ะ และมีฟังก์ชันรองรับการอยู่อาศัยได้ครบถ้วน

ด้วยตำแหน่งห้องที่อยู่มุมอาคาร ลักษณะก็จะเป็นคล้ายๆ L-Shape พอเปิดประตูห้องเข้าไปส่วนแรกที่เจอจะเป็น Foyer หรือว่าโถงต้อนรับของห้อง จุดนี้เราสามารถทำมุมถอดรองเท้า - ใส่รองเท้าก่อนเข้า - ออกห้องได้เลย มีพื้นที่สำหรับวางที่นั่งและบิวท์อินตู้เก็บรองเท้าได้ค่ะ

ส่วนฝั่งซ้ายมือเป็นห้องครัวแยกส่วน ที่แบ่งพื้นที่ด้วยประตูกระจกบานสไลด์ ในครัวก็จะได้เป็นชุดครัวมาตรฐาน เคาท์เตอร์ครัวท็อปเป็นหินควอซ Food Grade อุปกรณ์ครัวเป็นยี่ห้อ Franke ทั้งเตาไฟฟ้าแบบ 4 หัว, เครื่องดูดควัน, ซิงค์ล้างจาน และไมโครเวฟบิวท์อิน

อีกทั้งยังได้ตู้เก็บของทั้งด้านบนและด้านล่าง ซึ่งสามารถเก็บของได้เยอะเลยค่ะ และยังเตรียมพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าไว้ให้ในครัวด้วย

พื้นที่ Foyer มีความกว้าง ทำให้ดูโอ่โถง เป็นพื้นที่ใช้สอยที่เชื่อมไปยังส่วนต่างๆ ภายในห้อง


ต่อจากพื้นที่ Foyer ก็จะเข้ามาในส่วนของ Common Area พื้นที่สำหรับมุมรับประทานอาหาร และมุมนั่งเล่นพักผ่อน จุดนี้มีพื้นที่ขนาดใหญ่ค่ะ สามารถลงเฟอร์นิเจอร์ไซส์ XL ได้ทั้งชุดโต๊ะรับประทานอาหาร 4 - 6 ที่นั่ง และวางโซฟาขนาด 4 - 5 ที่นั่งได้เหลือๆ อีกทั้งยังมีพื้นที่วางเดินไปมาได้สะดวกค่ะ


มุมนั่งเล่นพักผ่อนได้พื้นที่ติดระเบียงค่ะ ข้อดี คือ เราสามารถนั่งเล่นดูทีวีไปสลับกับการดูวิวด้านนอกเพลินๆ ได้เลย

ในส่วนของระเบียงที่โครงการให้มาก็มีพื้นที่ใหญ่พอสมควรค่ะ ทำเป็นโซนตากผ้า หรือใครจะใช้เป็นพื้นที่นั่งเล่นแบบ Semi Outdoor ก็ได้ ใครชอบธรรมชาติ ก็ปลูกต้นไม้ สร้างพื้นที่สีเขียวให้กับห้องเราก็ทำให้ห้องน่าอยู่มากขึ้นค่ะ


โซนนี้ใกล้ๆ กับมุมรับประทานอาหาร จะเป็นตำแหน่งของห้องน้ำส่วนกลางของห้องค่ะ รองรับสำหรับห้องนอนที่ 2 หรือเวลาแขกมาเยี่ยมก็ให้ใช้ห้องน้ำนี้ได้เลย ออกแบบให้อาบน้ำได้ ฟังก์ชันการใช้งานครบ แยกโซนเปียกแห้งไว้ให้เรียบร้อย สเปคห้องน้ำก็จะเหมือนกับห้องแบบ 1 ห้องนอนเลยค่ะ

ส่วนของห้องนอนจะถูกออกแบบให้อยู่โซนเดียวกันค่ะ จะได้คนละวิวโดยมีห้องน้ำของ Master Bedroom กั้นพื้นที่ไว้


ทางด้านซ้ายมือเป็นห้องนอนที่ 2 ห้องนี้เป็นห้องนอนรอง แต่ออกแบบมาให้ได้พื้นที่ขนาดใหญ่พอสมควร วางเตียง 6 ฟุตได้สบายๆ (ห้องตัวอย่างวาง 6 ฟุต ก็ยังไม่รู้สึกอึดอัด) และมีพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้า โต๊ะทำงาน โต๊ะแต่งตัวเพิ่มเติมได้

ส่วนผนังด้านนอกอาคารก็มีช่องแสงกระจกและหน้าต่างบานกระทุ้งให้ เพื่อเปิดรับลม ระบายอากาศ และให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาด้านในห้อง ทำให้การอยู่อาศัยโปร่งสบายมากขึ้นค่ะ


Master Bedroom ห้องนอนใหญ่ของห้องนี้ พื้นที่ใช้สอยภายในห้องกว้างขวางค่ะ ได้วิว 2 ฝั่ง ซึ่งผนังด้านนอกอาคารเป็นกระจกบานใหญ่มากๆ ที่เปิดรับวิวภายนอกได้เต็มๆ แถมยังออกแบบให้เป็นกระจกเข้ามุมด้วยนะ เพิ่มมุมมองการดูวิวให้กว้างมากขึ้นด้วย

พื้นที่ใช้สอยในห้องวางเตียง 6 ฟุตได้เลยค่ะ วางโต๊ะข้างเตียงได้ 2 ฝั่ง และมีพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ รองรับการใช้งานได้ครบถ้วน และเก็บของได้เยอะค่ะ


ส่วนของห้องน้ำใน Master Bedroom ที่นี่ก็ออกแบบได้ว้าวมากๆ ด้วยการใส่อ่างอาบน้ำเข้าไปด้วย แยกฟังก์ชันการใช้งานไว้เป็นสัดส่วน ระหว่างส่วนเปียกและส่วนแห้ง โดยจะวางตำแหน่งอ่างอาบน้ำไว้ริมสุด เพื่อที่จะได้แช่น้ำดูวิวเพลินๆ ได้
Location : RHYTHM EKKAMAI ESTATE

RHYTHM EKKAMAI ESTATE เป็นคอนโดที่อยู่บนโลเคชั่นเอกมัย ติดถนนเอกมัย ปากซอยเอกมัย 1 ใกล้ๆ กับเอกมัยซอย 5 หรือทองหล่อซอย 10 (ดองกี้ มอลล์) ระยะห่างจากรถไฟฟ้า BTS สถานีเอกมัย ประมาณ 1.2 กิโลเมตรค่ะ ซึ่งโครงการมีรถ Shuttle Bus รับส่งฟรีไปที่ BTS สถานีเอกมัย และสถานีทองหล่อ
การเดินทาง


ทำเลเอกมัย ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นทำเลไลฟ์สไตล์ ซึ่งตอนนี้เอกมัยเปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะมากค่ะ จากเดิมเมื่อพูดถึงเอกมัย อาจจะคิดสถานบันเทิง หรือผับบาร์ แต่ทุกวันนี้เอกมัยมีไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ที่เป็นคอมมูนิตี้ มอลล์, ร้านอาหาร, คาเฟ่ รวมถึงอาคารสำนักงานที่กำลังสร้างบริเวณริมถนนสุขุมวิทด้วยค่ะ

การเดินทางจากโครงการ RHYTHM EKKAMAI ESTATE สามารถใช้ถนนเอกมัยด้านหน้าโครงการเชื่อมต่อถนนสุขุมวิทเข้าใจกลางเมืองโซนทองหล่อ, พร้อมพงษ์, อโศก, ชิดลม ได้สะดวก หรือจะออกเมืองก็ใช้ถนนสุขุมวิทขาออกไปทางภาคตะวันออกโดยใช้ทางด่วนบูรพาวิถี ไปบางนา ไปสนามบินสุวรรณภูมิก็ง่าย หรือจะเชื่อมไปถนนพระราม 9 ใช้มอเตอร์เวย์ก็สะดวกเหมือนกัน

นอกจากจะเชื่อมต่อกับถนนสุขุมวิทแล้ว อีกฟากหนึ่งของเอกมัย ก็เชื่อมต่อกับถนนเพชรบุรี และถนนพัฒนาการได้ หรือจะวิ่งยาวไปถนนพระราม 9 เข้ารัชดา หรือไปเส้นเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทราก็ไม่ยากค่ะ

ทำเลตรงนี้เหมาะสำหรับคนที่ทำงานในย่านใจกลางเมือง ทองหล่อ, พร้อมพงษ์, อโศก, ชิดลม และชอบไลฟ์สไตล์ย่านนี้ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตครบครัน ทั้งห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่าง Em District ทั้ง Em Porium, Em Quartier และ Em Sphere


สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ในโซนนี้มีครบถ้วนของความเป็นเมือง ทั้งโรงเรียนนานาชาติ และโรงพยาบาลดัง
- โรงเรียนนานาชาติบางกอกเพรพ สุขุมวิท 77 (3.4 กิโเมตร)
- โรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูว์ส สุขุมวิท 71 (1.7 กิโลเมตร)
- โรงพยาบาลสิมิติเวช สุขุมวิท (1.4 กิโลเมตร)
- โรงพยาบาลกรุงเทพ (3 กิโลเมตร)


อีกทั้งยังมีอาคารสำนักงานหลายแห่งที่อยู่ในรัศมีไม่ไกลจากตัวโครงการ เช่น APAC Tower เอกมัย อาคารสำนักงานขนาดใหญ่ที่อยู่ริมถนนสุขุมวิท พื้นที่ใช้สอยกว่า 78,000 ตร.ม., ภิรัชทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์ และเอ็มโพเรียม ทาวเวอร์ รวมถึงอาคารสำนักงานโซนเพลินจิต และชิดลมที่มีแหล่งงานขนาดใหญ่


ด้วยทำเลที่เป็นใจกลางเมืองโซนเอกมัย ทำให้ RHYTHM EKKAMAI ESTATE ตอบโจทย์สำหรับคนที่ทำงานในย่านนี้และใกล้เคียง รวมถึงคนที่ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ไว้เป็นทรัพย์สิน เพื่อปล่อยเช่าระยะยาว ซึ่งที่นี่เป็นอีกโครงการที่มีผู้เช่ามาถามหาห้องเช่าตลอด และสามารถปล่อยเช่าที่ได้ผลตอบแทน 7% ต่อปี หรือถ้าเทียบห้องแบบ 1 ห้องนอน 35 ตร.ม. ก็สามารถปล่อยเช่าได้เรทที่ 30,000 - 40,000 บาท/เดือน หรือแบบ 2 ห้องนอน ก็ปล่อยที่ 80,000 - 100,000 บาท/เดือน
Price & Promotion

ตอนนี้โครงการมียอดขายไปกว่า 70% แล้วค่ะ ราคาห้องแบบ 1 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 35 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 6.19 ล้านบาท* และห้องแบบ 2 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 79.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 15.5 ล้านบาท* โดยมีราคาต่อตารางเมตรเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 190,000 บาท/ตร.ม.
โปรโมชั่นตอนนี้มี
- Free! Furniture Package*
- Get Exclusive Privilege up to 2,000,000 Baht*
(* ราคาและโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดสอบถามโครงการอีกครั้ง)
Conclusion

Location : RHYTHM EKKAMAI ESTATE คอนโดพร้อมอยู่บนทำเลใจกลางเอกมัย ทำเลที่มีความเป็นไลฟ์สไตล์คนเมืองสูง ทั้งร้านอาหาร อาคารสำนักงาน คอมมูนิตี้ มอลล์ และคาเฟ่ สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ครบถ้วน ทั้งโรงเรียนนานาชาติ และโรงพยาบาลดัง ใกล้แหล่งงาน อาคารสำนักงานขนาดใหญ่ทำเลใจกลางเมือง เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์ และรถไฟฟ้า
Design : การออกแบบในคอนเซ็ปท์ Feel Like Home ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านหลังใหญ่ๆ ใจกลางเอกมัย ด้วยตึกสูงโทนสีน้ำตาลแดง และใช้เส้นสายในการออกแบบ บวกกับสีเขียวของต้นไม้ใหญ่ด้านหน้าโครงการที่มีสีคอนทราสกันทำให้ตัวอาคารมีความโดดเด่นมากขึ้น และฟังก์ชันภายในก็มีการออกแบบให้มีความไม่ราบเรียบ ไม่น่าเบื่อในการใช้งานหรือใช้พื้นที่ รวมทั้งมีความหลากหลาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองยุคใหม่
Function : ห้องพักอาศัยที่ออกแบบให้เพดานสูงโปร่งที่ 2.8 เมตร และเน้นพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ภายในห้องพัก รวมถึงการแบ่งฟังก์ชันการใช้งานได้เป็นสัดส่วน ลงตัวกับใช้พื้นที่แต่ละโซน
Facilities : พื้นที่ส่วนกลางที่เป็นไฮไลต์ของโครงการ ออกแบบมาให้มีความหลากหลายทั้งเรื่องฟังก์ชันการใช้งาน บรรยากาศที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละพื้นที่ ตั้งแต่สวนเล่นระดับตั้งแต่ชั้น 1 - 7 และยก Main Lobby ไปไว้ที่ชั้น 7 รวมถึงการมีสระว่ายน้ำรอบอาคาร ที่สามารถเทควิวเมืองมุมสูงได้แบบ 360 องศา
*หมายเหตุ : ภาพในห้องตัวอย่างเป็นเพียงไอเดียการตกแต่ง ส่วนห้องจริงจะได้เป็นห้องมาตรฐาน ตามที่ระบุเท่านั้น
การคำนวณยอดผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน
ปรับรายละเอียดด้านล่างเพื่อคำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือน