รีวิวบ้านหรู สราญสิริ แกรนเด พุทธมณฑล สาย 3 บ้านเดี่ยวที่ดินเริ่ม 100 ตร.ว. 3 - 6 ที่จอดรถ ใกล้ ถ.บรมราชชนนี

สำหรับการอยู่อาศัยกันเป็นครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกหลายเจเนอเรชัน ขนาดพื้นที่บ้านที่กว้างขวาง น่าจะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกคนในครอบครัวได้ดีกว่าใช่ไหมครับ? และคงจะดียิ่งขึ้นไปอีกถ้าความกว้างขวางมาพร้อมกับบรรยากาศที่ อบอุ่น ร่มรื่น และเป็นส่วนตัว…
คุณสมบัติทั้งหมดนี้มีอยู่ที่ สราญสิริ แกรนเด พุทธมณฑล สาย 3 บ้านเดี่ยวหรูโครงการใหม่ล่าสุดจากแสนสิริ ที่ยกดีไซน์แสนอบอุ่นของแบบบ้านสไตล์ Modern Farmhouse มาวางอยู่บนแปลงที่ดินขนาดเริ่มต้นตั้งแต่ 100 ตร.ว. ขึ้นไป ท่ามกลางความเป็นส่วนตัวขั้นสูง ด้วยจำนวนบ้านเพียงแค่ 51 ครอบครัว
วันนี้ทีมงาน Home Buyers โดยแอดมิน #BoonWaranyu จะพาทุกคนไปรีวิวเยี่ยมชมโครงการกันก่อนใครเลยครับ เก็บรายละเอียดต่างๆ มาให้ครบเลยทั้งภาพและข้อมูล แง้มไว้นิดนึงก่อนว่า ส่วนกลางของที่นี่กว้างใหญ่มากเมื่อเทียบกับจำนวนบ้าน 51 ยูนิต เพื่อให้ทั้งโครงการได้ความร่มรื่นใกล้ชิดธรรมชาติ
บ้านเดี่ยวโครงการ สราญสิริ แกรนเด พุทธมณฑล สาย 3 จะน่าอยู่ขนาดไหน ติดตามรีวิวแบบเจาะลึกไปพร้อมๆ กันได้เลยครับ…
Fact Sheet
| ชื่อโครงการ : | สราญสิริ แกรนเด พุทธมณฑล สาย 3 |
|---|---|
| บริษัท : | บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) |
| ที่ตั้งโครงการ : | ซ.ทวีวัฒนา - กาญจนาภิเษก 24 ถ.พุทธมณฑล สาย 3 เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ |
| พิกัดโครงการ : | https://siri.ly/nGXCgL9 |
| พื้นที่โครงการ : | 24-2-83.07 ไร่ |
| จำนวนยูนิต : | 51 ยูนิต |
| รูปแบบโครงการ : | บ้านเดี่ยว 2 ชั้น สไตล์ Modern Farmhouse |
| พื้นที่ใช้สอย : | 264 - 290 ตร.ม. |
| ที่ดินเริ่มต้น : | 100 ตร.ว. เป็นต้นไป |
| ราคาเริ่มต้น : | 15 - 20 ล้านบาท* (ข้อมูลอาจเปลี่ยนแปลง โปรดสอบถามโครงการอีกครั้ง) |
| ค่าส่วนกลาง : | 54 บาท / ตร.ว. / เดือน |
| โทร : | 1685 |
| เว็บไซต์ : | siri.ly/upYFy69 |
Highlight : สราญสิริ แกรนเด พุทธมณฑล สาย 3

บ้านเดี่ยวที่ดินใหญ่ เริ่มต้น 100 ตร.ว. ขึ้นไป พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 264 - 290 ตร.ม. จอดรถได้ 3 - 6 คัน อบอุ่นด้วยสไตล์ Modern Farmhouse เชื่อมต่อทุกเจเนอเรชันในครอบครัวด้วยฟังก์ชัน Open Space
มีความเป็นส่วนตัวสูง สังคมคุณภาพ เอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับ 51 ครอบครัวเท่านั้น ใน 1 ซอยจะมีบ้านเพียงแค่ 2 - 6 หลัง วางผังโครงการให้เกือบทุกยูนิตมีบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติ พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยจาก LIV-24 ดูแลตลอด 24 ชั่วโมงตามมาตรฐานของแสนสิริ
ส่วนกลางขนาดใหญ่ สวนพื้นที่สีเขียวมากกว่า 2 ไร่ พร้อมคลับเฮาส์ที่มี Facility ให้ครบครัน ในบรรยากาศ Modern Farmhouse ที่ทั้งอบอุ่นและร่มรื่น สัมผัสกับความเป็นธรรมชาติได้ในทุกๆ วัน
นวัตกรรมเพื่ออนาคต ตอบโจทย์การอยู่อาศัยทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า ติดตั้ง Solar Cell ให้กับบ้านทุกหลังและพื้นที่ส่วนกลาง พร้อมระบบบ้านปลอดฝุ่นที่ช่วยกรอง PM2.5 และฝุ่นละอองขนาดเล็กเพื่อสร้างอากาศสะอาดในบ้าน และยังติดตั้งสัญญาณกันขโมย และระบบไฟที่รองรับการติดตั้ง EV Charger สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าไว้ให้ด้วย
ทำเลพรีเมียมฝั่งธนบุรี ย่านทวีวัฒนา - พุทธมณฑลสาย 3 แหล่งรวมบ้านหรูที่ดิน 100 ตร.ว. ใกล้ ถ.บรมราชชนี และทางคู่ขนานลอยฟ้า เชื่อมต่อเมืองชั้นในได้ง่าย รายล้อมด้วยความเจริญที่ตอบโจทย์ครอบครัวทุกช่วงวัย
Facility

เริ่มต้นกันที่หน้าทางเข้าโครงการเลยนะครับ Main Gate ของ สราญสิริ แกรนเด พุทธมณฑล สาย 3 จะมาพร้อมกับดีไซน์ที่โดดเด่นตามคอนเซปต์ Modern Farmhouse เข้ากับธรรมชาติได้อย่างลงตัวด้วยความโค้งและเฉดสีเอิร์ธโทน ซึ่งมองแล้วให้ความอบอุ่น ผ่อนคลายตั้งแต่เดินทางมาถึง

ซุ้มประตูไม่ได้มีดีแค่ความสวยงามนะครับ ระบบรักษาความปลอดภัยของที่นี่ก็ยังจัดเต็มตามมาตรฐานขั้นสูงของแสนสิริ โดยมีทีมเจ้าหน้าที่ รปภ. ประจำการทั้งที่ Main Gate และภายในโครงการตลอด 24 ชม. พร้อมด้วยระบบ LIV - 24 ศูนย์มอนิเตอร์ความปลอดภัยของทางแสนสิริที่คอยจับตาดูสิ่งแปลกปลอมเพื่อแจ้งเตือนมายังทีม รปภ. โครงการ ให้เข้าระงับเหตุได้อย่างรัดกุม

ประตูรั้วของโครงการจะแบ่งช่องทางเข้าออกแยกจากกัน โดยจะเป็นประตูเหล็กรางเลื่อนไฟฟ้า ที่เปิดปิดให้โดยอัตโนมัติผ่านระบบ Licence Plate Recognition จดจำป้ายทะเบียนรถลูกบ้าน รวมถึงมีการติดตั้งกล้อง CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ เพื่อเสริมความปลอดภัย ในส่วนของ Visitor จะใช้ระบบ VMS (Visitor Management System) หรือระบบตรวจสอบและบันทึกข้อมูลผู้มาติดต่อที่รวดเร็วแม่นยำ และไม่ต้องทิ้งบัตรประชาชนไว้ที่ รปภ.

ดีไซน์ของซุ้ม Main Gate จะมีพื้นที่ฝั่งหนึ่งเป็นยอดโดมแหลมสูง โดยภายในจะเป็นโถงเพดานสูงโปร่ง เดี๋ยวเราเข้าไปชมบรรยากาศกันครับ

พอเข้ามาภายในโครงการจะเจอกับถนนเมนที่กว้างขวางถึง 12 ม. ตกแต่งพื้นถนนด้วย พื้นคอนกรีตพิมพ์ลาย (Stamped Concrete) พร้อมกับจัดสวนหย่อมไว้ตาม 2 ฝั่งทาง ซึ่งช่วยให้บ้านในแต่ละซอยสามารถเชื่อมต่อพื้นที่สีเขียวได้อย่างใกล้ชิด และนอกจากนี้รั้วรอบโครงการก็ยังเป็นรั้วกำแพงทึบที่มีความสูงถึง 3 ม. รวมถึงต่อรั้วระแนงขึ้นไปอีก 1.50 ม. ให้ทั้งความปลอดภัยและเป็นส่วนตัวจากภายนอก

ข้างๆ ประตูทางเข้าจะมีสวนหย่อมพร้อมกับทางเดินที่เชื่อมต่อไปยังอาคารอเนกประสงค์ซึ่งอยู่ติดกับ Main Gate ที่เราได้ชมจากภายนอกไปเมื่อสักครู่นี้

สวนหน้าทางเข้าอาคารจัดเป็นลานกว้างและมีม้านั่งหิน รองรับการมาเดินเล่นพักผ่อน หรือจัดกิจกรรมเล็กๆ ในกลุ่มลูกบ้านกันได้

ภายในอาคารอเนกประสงค์ของ Main Gate เป็นโถงเพดานสูง มีช่องเปิดรับลมจากภายนอก ให้บรรยากาศที่ปลอดโปร่ง รองรับการจัดกิจกรรมต่างๆ ของลูกบ้านได้ในอนาคต

เดินมาถึงบริเวณใจกลางโครงการจะเจอกับไฮไลต์คือสวนส่วนกลางขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อไปถึงคลับเฮาส์ ซึ่งโครงการมีพื้นที่สีเขียวรวมกว่า 2 ไร่เลยครับ บรรยากาศมีความร่มรื่นด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ที่จัด Landscape อย่างสวยงาม และเพิ่มความชุ่มฉ่ำสบายตาด้วยทะเลสาบจำลอง และน้ำพุที่ช่วยสร้างความผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี

และโครงการยังได้สร้างสะพานหินข้ามน้ำเข้ามาเป็นกิมมิคที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในชนบท Countryside ตามคอนเซปต์ Modern Farmhouse กลายเป็นอีกมุมถ่ายรูปสวยภายในโครงการนี้เลยครับ

ตามจุดต่างๆ ในสวนจะมีม้านั่งหินให้ลูกบ้านได้มาพักผ่อนฟังเสียงน้ำชมบรรยากาศธรรมชาติได้ในทุกๆ วันเลยครับ นอกจากนี้ยังปูพื้นทางเดินลัดเลาะไปทั่วพื้นที่สวน เหมาะกับการมาเดินยืดเส้นยืดสายหรือจ็อกกิ้งเบาๆ ในช่วงเช้าหรือเย็น

สระน้ำพุจะยาวจากหน้าสวน โค้งมาจนถึงหน้าคลับเฮาส์พอดีครับ โดยทางโครงการยังเพิ่มกิมมิคความเป็นชุมชนสไตล์ Modern Farmhouse ด้วยหุ่นรูปแกะคู่ตัวผู้กับตัวเมีย

ในบริเวณเดียวกันยังมีสนามเด็กเล่นเสริมสร้างพัฒนาการ ที่มีทั้งเครื่องปีนป่ายกับไม้ลื่น รวมถึงทำพื้นเป็นเนินและปูด้วยเม็ดยาง EPDM นุ่มๆ ให้เด็กๆ เล่นสนุกกันได้แบบไม่ต้องกลัวว่าล้มแล้วจะเจ็บ

มาถึงอีกไฮไลต์ของโครงการอย่างคลับเฮาส์ ด้านหน้าอาคารฝั่งที่อยู่ติดกับสวนจะเป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือขนาดใหญ่ ความกว้าง 6 x 23.50 ม. ที่แบ่งเป็นสระผู้ใหญ่ จากุซชี และสระเด็กที่มาพร้อมกับน้ำพุรูปดอกไม้

สระผู้ใหญ่ที่มีความยาวถึง 23.50
ใกล้ๆ กับมุมสระเด็ก จะมี Pavilion ที่ล้อมด้วยสวน ซึ่งมาพร้อมกับที่นั่งพักผ่อนและชิงช้า เหมาะสำหรับผู้ปกครองที่มานั่งรอดูแลเด็กๆ เล่นน้ำอย่างใกล้ชิดครับ

อาคารคลับเฮาส์ฝั่งที่อยู่ติดกับ Pavilion จะเป็นเฉลียงทางเดินยาวจากสระว่ายน้ำไปถึงด้านหลังอาคาร ซึ่งมีโซฟาแบบ Semi Outdoor ให้นั่งพักชมสวนอยู่หลายจุดเลยครับ

เข้ามาภายในคลับเฮาส์ ชั้น 1 จะเป็นพื้นที่เปิดโล่งรับลมธรรมชาติ อากาศถ่ายเทสะดวกผ่านช่องประตูและหน้าต่างที่อยู่โดยรอบ เข้ากับบรรยากาศโครงการที่ล้อมไว้ด้วยสวน รวมถึงบริบทของทำเลที่ตั้งซึ่งเป็นพื้นที่ผังเมืองสีเขียว โดยตามพื้นและผนังบางส่วนจะตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสกที่ช่วยเพิ่มสีสันให้คลับเฮาส์ได้อย่างดี
กระเบื้องที่พื้นตรงโต๊ะยาว จะเป็นกระเบื้องในกลุ่มของ Eco Collection จาก SCG ในส่วนของกระเบื้องผนังโมเสกทางขึ้นบันได ก็เป็นกระเบื้องที่ทำมาจากวัสดุกากกาแฟ และธรรมชาติอื่นๆ ร้อยเรียงเป็น Concept Farmhouse ที่ผนังซึ่งมีกระเบื้องลายแมวอยู่ในกรอบภาพ ก็ทำเพื่อสื่อถึงความเป็น Pet Friendly ของทางโครงการ

โซนด้านหน้าที่อยู่ติดกับสระว่ายน้ำจะมีมุมนั่งเล่นชุดใหญ่ รองรับ 4 - 5 ที่นั่ง แบ่งฝั่งกันอยู่ 2 จุด พร้อมกับติดตั้งพัดลมเพดานไว้เพิ่มความเย็นสบาย ดูๆ แล้วให้บรรยากาศเหมือนล็อบบี้ในรีสอร์ตตามภูเขาเลยนะครับ

โซนด้านหลังของคลับเฮาส์จะมีโถงเพดานสูงโปร่งแบบ Double Volume พร้อมด้วยช่องแสงขนาดใหญ่กับต้นไม้เทียมที่โผล่ขึ้นมากลางโต๊ะยาว ซึ่งรองรับฟังก์ชัน Co - Working Space หรือจะใช้เป็นพื้นที่ประชุม พบปะกับเพื่อนบ้านก็ได้

ขึ้นมาบนชั้น 2 ของคลับเฮาส์จะเจอกับฟิตเนส โซนนี้จะติดตั้งเครื่องปรับอากาศไว้ด้วยครับ โดยมาพร้อมกับเครื่องเล่นและอุปกรณ์ออกกำลังกายที่ครบครัน

พื้นที่ฟิตเนสกว้างขวางกำลังดี วางเครื่องเล่นต่างๆ ได้อย่างไม่อึดอัด โดยโซนด้านหน้าที่ใช้วางลู่วิ่งจะมีฝ้าเพดานเป็นทรงจั่วแหลมสูง และเพิ่มความปลอดโปร่งด่วยผนังกระจก Full High ที่เปิดรับวิวสวนส่วนกลางได้พอดี

มองจากลู่วิ่งออกไปจะเห็นบรรยากาศสวนสวยๆ แบบนี้เลยครับ ทั้งพื้นที่สีเขียวและสายน้ำจะช่วยสร้างความสดชื่นระหว่างออกกำลังกายได้เป็นอย่างดี ถือว่าทางโครงการจัดวางผังของคลับเฮาส์มาได้ฉลาดเลยครับ

ออกมาทางด้านหลังของคลับเฮาส์จะยังมีสวนหย่อมจัดเอาไว้ด้วย เป็นอาคารส่วนกลางของโครงการที่มองจากมุมไหนก็เห็นได้ถึงความสวยงาม

ทางโครงการได้ให้ความสำคัญกับ Universal Design เพื่อให้ลูกบ้านทุกคนสามารถเข้าถึงสวนและคลับเฮาส์ได้สะดวก จึงออกแบบทางลาดไว้รองรับรถเข็นเด็กหรือ Wheelchair เอาไว้ด้วยครับ

อีกฝั่งของถนนตรงข้ามกับหลังคลับเฮาส์ยังมีแปลงผักสวนครัว Sansiri Backyard ให้ลูกบ้านสามารถมาเก็บผักปลอดสารพิษไปทำอาหารทานกันได้จริงๆ สำหรับที่ สราญสิริ แกรนเด พุทธมณฑล สาย 3 ถือว่าจัดแปลง Sansiri Backyard มาให้กว้างขวางเป็นพิเศษเลยด้วยครับ

นี่คือสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางของ สราญสิริ แกรนเด พุทธมณฑล สาย 3 ในภาพรวมจะเห็นถึงความร่มรื่น ใกล้ชิดธรรมชาติ ปลูกต้นไม้เอาไว้เยอะมากๆ เลยครับ ทำให้บ้านในโซนส่วนกลางจะเข้าถึงวิวสวนได้เกือบทุกหลัง หรือถ้าอยู่ตามซอยก็ยังได้ความเป็นส่วนตัวสูง เพราะมีจำนวนบ้านแค่ 2 - 6 หลังต่อซอยเท่านั้นเอง โดยถนนซอยหน้าบ้านจะมีความกว้างที่ 9 ม. ขับรถสวนกันหรือถอยรถเข้าออกจากบ้านได้สบายๆ ครับ
สำหรับค่าส่วนกลางของโครงการ สราญสิริ แกรนเด พุทธมณฑล สาย 3 จะจัดเก็บที่อัตรา 54 บาท/ตร.ว./เดือน
Design & Function

อย่างที่ได้เริ่มเขียนถึงไปก่อนหน้านี้ครับว่า สราญสิริ แกรนเด พุทธมณฑล สาย 3 ออกแบบโครงการในสไตล์ Modern Farmhouse ซึ่งเป็นคอนเซปต์ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นได้เป็นอย่างดี โดยได้นำแรงบันดาลใจมาจากชุมชนในชนบทแบบ Countryside ทางฝั่งยุโรปและอเมริกาเหนือ การออกแบบหลังคาบ้าน, คลับเฮาส์ และซุ้มประตูของโครงการ รวมถึงการใช้สีของอาคาร จึงออกแบบให้สะท้อนถึง สถานที่ดังกล่าวนั่นเองครับ

ในส่วนของดีไซน์บ้านจะเป็นการนำดีไซน์ของบ้านเรือนแบบ Farmhouse มาปรับให้มีความทันสมัยมากขึ้น แต่ยังคงองค์ประกอบเด่นๆ อย่างหลังคาจั่วทรง Gable Roof กับซุ้มโค้งหน้าทางเข้า และฟาซาดตามกรอบหน้าต่างและระเบียงที่ตั้งใจให้ดูเหมือนกับเป็นโครงไม้ นอกจากนี้ยังนำสีเอิร์ธโทน น้ำตาล - เทา มาใช้ทาภายนอก เพื่อให้กลมกลืนไปกับพื้นที่สีเขียวที่ล้อมรอบอยู่ทั่วโครงการนั่นเอง

ฟังก์ชันของบ้านก็ไม่ธรรมดาเลยครับ โครงการพัฒนาแบบบ้านขึ้นมาด้วยแนวคิด ‘More Space, Seamless Love’ ให้พื้นที่กว้างขวาง ปลอดโปร่ง รองรับฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างครบครัน มีพื้นที่ให้ทุกคนในครอบครัวทั้งมุมส่วนตัวและส่วนรวม ตอบโจทย์ครอบครัวขยายได้ทั้ง 3 เจเนอเรชัน บนแปลงที่ดินขนาดใหญ่ เริ่มต้น 100 ตร.ว. ขึ้นไป ซึ่งที่นี่จะไม่สร้างบ้านคับเต็มแปลง เพื่อเหลือพื้นที่ให้จัดสวน เลี้ยงสัตว์ ทำกิจกรรมกลางแจ้งในวันว่างได้อย่างเป็นอิสระ
สำหรับโครงสร้างของตัวบ้านจะเป็นผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก (Precast) ที่มีความคงทนแข็งแรงสูง ให้สัมผัสที่เรียบเนียนสม่ำเสมอ ภายในบ้านจะไม่มีเหลี่ยมมุมของเสาซึ่งเป็นอุปสรรคของการจัดวางเฟอร์นิเจอร์เลยนะครับ ถือเป็นระบบก่อสร้างที่ได้รับความนิยมสูงในหมู่ Developer ยุคนี้

อีกความพิเศษของ สราญสิริ แกรนเด พุทธมณฑล สาย 3 คือการติดตั้งแผง Solar Cell ให้ที่บ้านทุกหลังเพื่อช่วยผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ไว้ใช้งาน และก็ยังติดตั้งที่คลับเฮาส์อีกด้วย นอกจากนี้ภายในพื้นที่สวนส่วนกลางยังใช้เสาไฟแบบ Solar Cell เพื่อช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าส่วนกลางในระยะยาว

ภายในบ้านทุกหลังยังมีนวัตกรรม Smart Home Security เข้ามาเสริมความปลอดภัยแบบทันสมัย ติดตั้งให้ครบครันทั้งสัญญาณกันขโมยแบบ Magnetic & Motion Sensor ตามประตูและหน้าต่างรอบบ้านชั้นล่างสามารถควบคุมได้ที่แผง Control Panel และแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์สมาร์ตโฟน พร้อมด้วย Photo Switch ที่โรงจอดรถ ที่จะตรวจจับแสงแดดเพื่อให้หลอดไฟบริเวณโรงจอดรถเปิดปิดได้อัตโนมัติ อีกทั้งยังมี Smoke Detector ช่วยตรวจจับควันไฟเกินขนาด

ความพิเศษอีกอย่างที่มาพร้อมกับบ้านมาตรฐานทุกหลังคือเรื่องของระบบอากาศภายในบ้าน ซึ่งมีทั้งช่องลม Breeze Panel ตามกรอบหน้าต่างที่จะช่วยให้อากาศระบายถ่ายเทได้ดีโดยไม่ต้องเปิดหน้าต่าง รวมถึงยังมีนวัตกรรมใหม่อย่าง Dust Free House นวัตกรรมบ้านปลอดฝุ่น ที่จะดึงอากาศภายนอกนำมากรองฝุ่นละอองและฆ่าเชื้อโรคจนเป็นอากาศสะอาดเข้ามาในตัวบ้าน แล้วดันอากาศเก่าให้ระบายออกไปภายนอก ช่วยสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับคนในครอบครัว ซึ่งเครื่องนี้สามารถกรองฝุ่น PM2.5 และฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ถึงระดับ 0.1 ไมครอนเลยทีเดียว โดยตัวเครื่องนั้นจะติดตั้งอยู่ภายนอกตัวบ้าน และอากาศที่ผ่านการกรองจนเป็นอากาศบริสุทธิ์แล้วจะถูกส่งผ่านท่อเข้ามายังห้องนอนด้านบนทุกห้อง
Show Unit : River 290 ตร.ม.

มาถึงส่วนของการรีวิวบ้านตัวอย่างกันแล้วครับ เราขอเริ่มต้นที่ Type ใหญ่สุดกันก่อน กับแบบบ้าน River ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 100 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 290 ตร.ม. กับฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ 1 Living Area 1 Family Area 1 ห้องครัว 1 ห้องแม่บ้าน หน้าบ้านรองรับการจอดรถได้ 3 + 3 คัน

ก่อนดูฟังก์ชันจริงของบ้าน เรามาทำความเข้าใจแบบแปลนกันก่อน (แปลนจะสลับฝั่งกับบ้านตัวอย่างนะครับ) ในแปลนจะเห็นว่าจอดรถได้ 3 คัน แต่ด้วยแปลงที่ดินขนาดใหญ่เริ่มต้นถึง 100 ตร.ว. จึงสามารถจอดซ้อนคันนอกชายคาบ้านได้อีก 3 คัน รวมสูงสุดถึง 6 คันเลยครับ
ชั้น 1 ของบ้านจะปูพื้นด้วยวัสดุ SPC ที่ให้ผิวสัมผัสคล้ายไม้ แต่ทนทานต่อความเปียกชื้นและรอยขีดข่วน ทำความสะอาดได้ง่าย เข้ากับดีไซน์บ้านที่มีความอบอุ่น ส่วนระยะความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานจะอยู่ที่ 2.70 ม. ปลอดโปร่ง ให้ความรู้สึกสบาย ไม่ทึบตันเลยครับ
ฟังก์ชันของชั้น 1 จะแบ่งออกเป็น 4 โซนหลักๆ โดยมีโถง Open Space เป็นศูนย์กลาง รองรับการจัดเป็นทั้ง Living + Dining Area ขณะที่โซนด้านหน้าบ้านจะมีห้องอเนกประสงค์ขนาดกลาง และมีห้องนอนไซส์ใหญ่พร้อมห้องน้ำในตัว นอกจากนี้ยังมีห้องครัวแบบปิด ซึ่งเชื่อมต่อไปพื้นที่ซักล้างกับห้องแม่บ้านทางด้านหลังบ้าน

สำหรับบ้านแบบ River จะมี 2 สีให้เลือก คือโทนสีน้ำตาลของบ้านตัวอย่าง และอีกสีจะเป็นโทนสีเทาเหมือนกับหลังนี้ซึ่งเป็นบ้านมาตรฐาน มีรั้วรอบขอบชิด แบ่งฝั่งรั้วทางเดินคนเข้าออกกับรั้วลานจอดแยกกันชัดเจน

ลานจอดรถหน้าบ้าน บริเวณใต้ชายคาลงเสาเข็มโครงสร้างเดียวกับตัวบ้าน ส่วนพื้นที่ด้านหน้าออกมานอกหลังคาจะมีการลงเสาเข็มลึก 6 ม. และทำพื้นทรายล้างเป็นลายแบบนี้ให้เลยครับ โดยจะเห็นได้ว่าสามารถจอดรถในแนวกว้างได้ 3 คัน และจอดซ้อนกันมาด้านหน้าได้อีก 3 คัน รวมเป็น 6 คันเลยทีเดียว

ข้างๆ ลานจอดรถจะมีพื้นที่จากรั้วไปถึงเฉลียงหน้าบ้านให้สามารถจัดเป็นสวนได้ บ้านตัวอย่างตกแต่งเป็น Pavilion ขยาดย่อมๆ ให้ดูเป็นไอเดียไว้ด้วยครับ

พื้นที่ลานจอดใต้ชายคาจะมีตู้เก็บของไซส์ใหญ่ฝังไว้กับผนัง รวมถึงมีจุดรองรับการติดตั้ง EV Charger เตรียมระบบไว้ให้เรียบร้อยเลยครับ

ก่อนถึงประตูทางเข้าบ้านจะมีเฉลียงกว้าง พื้นที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส เป็นจุดบังแดดฝนก่อนเข้าออกจากบ้าน ที่ยังช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวจากมุมมองภายนอกได้อีกด้วย

เฉลียงมีพื้นที่ให้วางตู้เก็บรองเท้าเพิ่มได้อีกเยอะเลยครับ โดยทางเข้าบ้านจะเป็นประตูกระจกบานเปิดคู่ ซึ่งสามารถเปิดแค่ฝั่งเดียวเวลาเดินเข้าออกได้ หรือจะเปิดทั้ง 2 ฝั่งเพื่อเพิ่มความกว้างเวลาต้องขนของชิ้นใหญ่ก็ได้

พอเข้ามาในบ้านเราจะเจอกับโถงต้อนรับ (Foyer) ที่ช่วยเพิ่มระยะความลึกให้พื้นที่ Living & Dining Area ขยับเข้าไปอยู่โซนหลังบ้าน ได้ความเป็นส่วนตัวแบบที่ภายนอกมองไม่เห็นกิจกรรมภายในบ้านอย่างแน่นอน

Foyer เหมาะสำหรับจัดเป็นมุมนั่งใส่รองเท้าและส่องกระจกเช็คความเรียบร้อยก่อนออกจากบ้าน โดยยังมีมุมให้ทำเป็นตู้เก็บรองเท้าและชั้นวางของ Drop Off ของจุกจิกที่หยิบใช้บ่อยๆ เวลาจะเข้าจะออกจากบ้าน

เดินต่อเข้ามาในโซน Open Space กลางบ้าน จะเจอกับความปลอดโปร่งและกว้างขวางของ Living Area ที่เชื่อมรวมกับ Dining Area ท่ามกลางบรรยากาศที่สดชื่นจากสวนที่ล้อมรอบอยู่นอกบ้าน

มุมฝั่งที่ต่อเนื่องมาจาก Foyer จัดให้เป็น Living Area ที่รองรับชุดโซฟาขนาด 5 - 6 ที่นั่งได้แบบสบายๆ มีระยะห่างจากจุดติดตั้งทีวีแบบกำลังดี และเหลือช่องทางให้เดินจากหน้าบ้านไปหลังบ้านได้สะดวก

ติดกับ Living Area ไปทางฝั่งหน้าบ้าน ไม่ได้มีแค่ Foyer แต่ยังมีอีก 2 ฟังก์ชันอยู่ด้วยครับ จากภาพจะเห็นว่าบ้านตัวอย่างกั้นโถงทางเดินเอาไว้

เดินเข้ามาจะเจอกับห้องน้ำและห้องอเนกประสงค์ที่อยู่ติดกับสวนหน้าบ้านนั่นเอง

ห้องน้ำเป็นแบบ Powder Room ไม่มีมุมอาบน้ำ ฟังก์ชันรองรับการใช้งานระหว่างวันเมื่ออยู่ที่ Living Area หรือห้องอเนกประสงค์ มีช่องเปิดให้แสงสว่างเข้ามาลดความชื้นในห้องน้ำได้ดี

ห้องอเนกประสงค์ให้บรรยากาศเหมือนเป็น Glass House ที่ล้อมรอบด้วยสวนเลยครับ เพราะหน้าต่างที่อยู่รอบๆ เป็นบานใหญ่พิเศษเกือบๆ จะ Full High เปิดรับแสงธรรมชาติและพื้นที่สีเขียวได้ดี

บ้านตัวอย่างจัดฟังก์ชันห้องนี้เป็นห้องออกกำลังกาย ถือว่าเหมาะกับบรรยากาศที่ปลอดโปร่งดีเลยครับ เราจะปรับเป็นห้องทำงาน ห้องสัตว์เลี้ยง ห้องทำการบ้านหรือติวเตอร์ส่วนตัว ก็เลือกได้ตามไลฟ์สไตล์ของคนในครอบครัว

ออกจากห้องอเนกประสงค์ กลับมาที่ Living Area มองลึกเข้าไปโซนหลังบ้านจะเป็น Dining Area และบันไดทางขึ้นชั้น 2

พื้นที่ระหว่าง Dining Area กับหน้าทางขึ้นบันได จะมีมุมเล็กๆ อยู่ใกล้กับประตูทางออกไปที่สวนข้างบ้าน ซึ่งบ้านตัวอย่างตกแต่งเป็นมุมพักผ่อนของสัตว์เลี้ยงเอาไว้ครับ โดยเราจะเปลี่ยนเป็นวางกระถางต้นไม้หรือเพิ่มตู้เก็บของก็ได้

สวนข้างบ้านจะเชื่อมต่อมาถึงสวนหน้าบ้านเลยครับ โดยบ้านตัวอย่างก็ได้ทำรั้วเล็กๆ ไว้ให้ดูเป็นไอเดีย เผื่อว่าใครเลี้ยงสุนัขจะได้เห็นถึงข้อดีของการสร้างบ้านแบบไม่คับเต็มแปลงที่ดิน ซึ่งจะเหลือเนื้อที่ให้สัตว์เลี้ยงได้ใช้ชีวิตกลางแจ้งได้กว้างขวางมากกว่า

กลับมาที่ Dining Area มุมนี้รองรับโต๊ะอาหารขนาด 6 - 8 ที่นั่งได้เลยครับ แต่บ้านตัวอย่างทำเคาน์เตอร์บาร์เครื่องดื่มเพิ่มเข้ามา เลยลดขนาดโต๊ะลงเป็น 6 ที่นั่ง

ใต้บันไดซึ่งอยู่ติดกับ Dining Area จะมีห้องเก็บของอยู่ด้วย เหมาะกับการอยู่อาศัยจริงๆ ของครอบครัวที่มักมีข้าวของเครื่องใช้อยู่เยอะ โดยเฉพาะของใช้ชิ้นใหญ่ที่ไม่ได้หยิบออกมาบ่อยๆ การมีห้องเก็บของเป็นที่เป็นทางก็จะช่วยให้บ้านไม่รก

จาก Dining Area จะมีทางเดินเชื่อมต่อไปยังอีกโซนของบ้าน ซึ่งเป็นห้องนอนชั้นล่างกับห้องครัวนั่นเอง

โถงทางเดินจะมาเจอกับประตู 2 บานครับ ฝั่งขวาของภาพคือห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัว ส่วนฝั่งซ้ายจะเป็นห้องครัว

ห้องครัวมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างเลยครับ รวมฟังก์ชันได้ทั้งทำอาหารและซักผ้า โดยเคาน์เตอร์ต่างๆ ทางบ้านมาตรฐานจะก่อและติดตั้งบานตู้มาให้เรียบร้อยเลย (ไม่รวมตู้แขวนติดผนังนะครับ)

สังเกตได้ว่าพื้นและผนังของห้องครัวจะเปลี่ยนมาปูด้วยกระเบื้อง เพื่อให้สามารถทำความสะอาดได้ง่ายกว่านั่นเอง โดยบริเวณตำแหน่งของอ่างล้างจานจะตรงกับหน้าต่าง เพื่อให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาลดความชื้น

ต่อเนื่องจากห้องครัวจะมีทางออกมายังโซนซักล้างในร่ม ซึ่งจะแยกไปเป็นห้องพักแม่บ้านและห้องน้ำของแม่บ้านที่รองรับการพักผ่อนได้จริง

ออกมาทางฝั่งหลังบ้านจะเป็นลานซักล้าง โดยทางโครงการจะติดตั้งแทงค์น้ำแบบมีปั๊มน้ำในตัวมาให้ด้วย

กลับเข้ามาในบ้าน ข้างๆ ห้องครัวจะมีห้องนอนชั้นล่าง ซึ่งมาพร้อมกับห้องน้ำในตัวเลยครับ

ห้องน้ำของห้องนอนชั้นล่างจะมีสุขภัณฑ์ต่างๆ อย่างครบครัน พร้อมกับแบ่งพื้นที่ส่วนเปียกสำหรับอาบน้ำให้เป็นที่เรียบร้อย

ห้องนอนชั้น 1 จะมีตำแหน่งอยู่ติดกับโรงจอดรถหน้าบ้าน จึงได้แสงธรรมชาติจากทั้งฝั่งหน้าบ้านและสวนข้างบ้าน พื้นที่ห้องมีความกว้างขวางพอสมควรเลยครับ วางเตียงไซส์ 5 - 6 ฟุตได้สบายๆ

บ้านตัวอย่างวางเตียงขนาด 5 ฟุต ยังเหลือพื้นที่ให้วางโต๊ะข้างเตียง โซฟาเล็ก โต๊ะเครื่องแป้ง และตู้เสื้อผ้าได้อีกด้วย รองรับครอบครัวที่มีผู้ใหญ่วัย Senior ให้ได้พักผ่อนสบายๆ ไม่ต้องเดินขึ้นลงบันไดให้ลำบากเลย

บันไดบ้านเป็นโครงสร้างบันไดสำเร็จรูป Precast ปูขั้นบันไดและราวจับด้วยไม้สำเร็จรูป มีความแข็งแรงสูง เดินขึ้นลงได้เต็มเท้าโดยไม่ส่งเสียงรบกวนเหมือนบันไดโครงเหล็กเลยครับ

ก่อนไปต่อกันที่ชั้นบนเรามาดูแบบแปลนของฟังก์ชันชั้น 2 กันก่อนนะครับ ชั้นนี้จะมีความสูงฝ้าเพดานเพิ่มขึ้นเป็น 2.85 ม. ปูพื้นด้วยวัสดุลามิเนตลายไม้ โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วน โถงกลางจะเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ ยาวจากหน้าบ้านไปถึงหลังบ้าน ส่วนห้องนอนจะแบ่งเป็น 2 ฝั่ง Master Bedroom มีขนาดใหญ่ วางแปลนเป็นแนวลึก แบ่งโซน Walk - in Closet ได้กว้างขวาง ส่วนอีก 2 ห้องนอนจะมีขนาดใกล้เคียงกัน ทุกห้องมีห้องน้ำส่วนตัว

ขึ้นมาถึงชั้น 2 จะเจอกับโถงอเนกประสงค์ที่ทางบ้านตัวอย่างจัดเป็นมุมนั่งเล่นแบบ Family Area ไว้รองรับการพักผ่อนได้อีกจุด

ต่อเนื่องไปถึงฝั่งหน้าบ้านจะสามารถเพิ่มมุมนั่งเล่นได้อีกจุดเช่นกัน หรือสำหรับบางครอบครัวอาจใช้พื้นที่ฝั่งหน้าบ้านเป็นมุมไหว้พระสวดมนต์ก่อนนอนก็ได้ครับ

เข้ามาดู Master Bedroom กันก่อนเลย ห้องนี้มีพื้นที่กว้างขวาง โซนด้านหน้าบ้านจะเป็นมุมพักผ่อน วางเตียงใหญ่ 6 ฟุตได้สบายๆ แบบที่ยังเหลือพื้นที่สำหรับอาร์มแชร์และม้านั่งปลายเตียง

มุมสำหรับเตียงนอนจะอยู่ใกล้กับประตูกระจกที่เปิดออกไปยังระเบียงหน้าบ้าน

ระเบียงของ Master Bedroom จะอยู่ใต้ร่มชายคา ช่วยบังแดดบังฝนไม่ให้ปะทะกับประตูห้องโดยตรง

พื้นที่ระเบียงทำมุมเป็นรูป L Shape อ้อมมาถึงด้านข้าง สามารถจัดเป็นมุมนั่งเล่นรับลมและจัดสวนเล็กๆ ริมระเบียงได้

กลับเข้ามาภายใน Master Bedroom มองลึกไปฝั่งหลังบ้านจะเป็นโซน Walk - in Closet ต่อเนื่องไปจนถึงห้องน้ำ

พื้นที่ Walk - in Closet มีความกว้างขวาง สามารถบิลต์อินตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งขนานกันได้ทั้ง 2 ฝั่ง

ฝั่งที่อยู่ติดกับหน้าต่าง บ้านตัวอย่างวางตู้เก็บของขนาบโต๊ะเครื่องแป้งไว้ตรงกลาง เป็น Layout ที่ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของได้เยอะดีครับ

มาถึงอีกไฮไลต์ของ Master Bedroom ก็คือห้องน้ำส่วนตัวที่มาพร้อมกับฟังก์ชันแบบจัดเต็ม นอกจากจะกว้างขวางแล้วยังมีความพิเศษอยู่อีกหลายอย่างเลยครับ

อ่างล้างหน้าจะเป็นแบบ His & Her แยก 2 ก็อกให้ใช้งานพร้อมกันได้ 2 คัน พร้อมด้วยตู้เก็บของใต้อ่างไซส์ใหญ่ นอกจากนี้ยังมีโถสุขภัณฑ์ระบบอัตโนมัติติดตั้งมาให้ด้วย

ด้วยขนาดห้องที่กว้างเป็นพิเศษ จึงมีอ่างอาบน้ำติดตั้งมาให้ด้วยครับ โดยจะแยกจากมุมอาบน้ำส่วนเปียก ที่ก็สามารถติดตั้ง Shower Box เพิ่มความเป็นสัดส่วนได้

ตรงข้ามกับประตูห้อง Master Bedroom จะเป็นห้องนอน 2 เข้าไปดูกันครับ

ห้องนอน 2 จะมาพร้อมกับห้องน้ำส่วนตัว พอเข้ามาในห้องจะเจอกับโถงทางเดินไปที่มุมพักผ่อนและทางเข้าห้องน้ำ

ห้องน้ำของห้องนอน 2 มีสุขภัณฑ์ต่างๆ อย่างครบครัน แบ่งโซนเปียกสำหรับอาบน้ำไว้ชัดเจน สามารถติดตั้งฉากกั้นเพิ่มความเป็นสัดส่วนได้

ผนังระหว่างประตูห้องนอน 2 กับประตูห้องน้ำ จะมีพื้นที่ว่างให้วางตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ไซส์ 4 ประตูได้

ถัดมาทางโซนพักผ่อน มีพื้นที่ให้วางโต๊ะทำการบ้านหรือโต๊ะเครื่องแป้ง รวมถึงมีมุมให้วางโซฟาจัดเป็นพื้นที่พักผ่อนได้ด้วย

มุมหน้าบ้านจะรองรับการวางเตียงไซส์ 5 - 6 ฟุต แบบยังเหลือพื้นที่ให้วางโต๊ะข้างเตียงขนาบได้ทั้ง 2 ฝั่ง บรรยากาศของห้องก็มีความปลอดโปร่ง จากช่องแสงทั้งฝั่งหน้าบ้านและข้างบ้าน

ออกจากห้องนอน 2 เดินย้อนไปหลังบ้าน ใกล้กับบันไดจะมีห้องนอน 3 ตั้งอยู่ครับ

จริงๆ แล้วห้องนอน 3 มีขนาดพื้นที่ใกล้เคียงกับห้องนอน 2 เลย ถ้าจัดเป็นห้องนอนอีก Layout การวางเฟอร์นิเจอร์ก็จะคล้ายๆ กัน บ้านตัวอย่างเลยจัดเป็นห้องทำงานให้ดูบ้างครับ

ห้องน้ำของห้องนอน 3 จะมีฟังก์ชันทุกอย่างเหมือนกับห้องนอน 2 เลยครับ

พอจัดฟังก์ชันเป็นห้องทำงาน ก็สามารถแบ่งโซนได้ทั้งโต๊ะทำงานและโซฟาสำหรับเวลาพักผ่อนเลยครับ

จริงๆ ถ้าใช้ห้องอเนกประสงค์ชั้นล่าง หรือโถงกลางชั้น 2 เป็นมุมทำงานไปแล้ว จะใช้ห้องนอน 3 เป็นห้อง Entertainment Room ไว้ดูหนังฟังเพลงหรือทำกิจกรรมตามความชอบก็เลือกได้เหมือนกันครับ

ทั้งหมดนี้คือรีวิวบ้านตัวอย่างแบบ River พื้นที่ใช้สอย 290 ตร.ม. ซึ่งเป็น Type ใหญ่ที่สุดของโครงการ โดย สราญสิริ แกรนเด พุทธมณฑล สาย 3 จะมี 2 แบบบ้านให้เลือก ต่อไปเรามาดูอีก Type กันบ้างนะครับ
Show Unit : Luna 264 ตร.ม.

อีกแบบบ้านที่มีให้เลือกในโครงการ สราญสิริ แกรนเด พุทธมณฑล สาย 3 คือ ‘Luna’ บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 107 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 264 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 Living Area 1 Family Area 1 ห้องครัว 3 ที่จอดรถ จากตัวเลขจะเห็นว่าบ้าน Type นี้ มีพื้นที่ใช้สอยน้อยกว่าแบบ River เล็กน้อย แต่ปลูกบนแปลงที่ดินขนาดใหญ่กว่าครับ

จากแปลนมาตรฐานของบ้านจะเห็นเลยว่าบ้านแบบ Luna นั้นตอบโจทย์ครอบครัวที่อยากได้พื้นที่สวนรอบบ้านกว้างๆ เพราะตัวบ้านจะปลูกอยู่แค่ครึ่งเดียวของพื้นที่ทั้งหมด ส่วนที่ดินที่เหลือจะเป็นโรงจอดรถในร่มสำหรับจอด 3 คัน แยกออกมาไว้ด้านข้างบ้าน และด้านหลังโรงจอดยังมีพื้นที่สวนขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถทำเป็นที่จอดรถเพิ่มได้อีก 3 คัน หรือจะทำเป็นสระว่ายน้ำส่วนตัว หรือทำเรือนเล็กเพิ่มอีกหลังก็ยังได้เลยครับ
ภายในบ้าน ชั้น 1 จะปูด้วยวัสดุ SPC มีความสูงของฝ้าเพดานอยู่ที่ 2.70 ม. แบ่งฟังก์ชันออกเป็น 4 ส่วน โซนแรกเป็น Living Area อยู่ฝั่งหน้าบ้าน ใกล้กันจะมีห้องนอนชั้นล่างและห้องน้ำ ส่วนฝั่งหลังบ้านจะเป็น Dining Area ที่อยู่ติดกับสวนข้างบ้าน รวมถึงมีห้องครัวปิดขนาดใหญ่อยู่ใกล้ๆ กันครับ

เช่นกันกับแบบบ้าน River โดยแบบบ้าน Luna ก็มี 2 โทนสีให้เลือกตามชอบครับ คือสีน้ำตาลกับสีเทา

ลานจอดรถบริเวณใต้ชายคาลงเสาเข็มโครงสร้างเดียวกับตัวบ้าน และปูพื้นผิวด้วยทรายล้าง โดยบ้าน Luna จะสร้างโรงจอดรถในร่มแบบรองรับ 3 ช่องจอดไว้ให้แบบนี้เลยครับ

ในโรงจอดรถจะมีตู้เก็บของขนาดใหญ่ 2 ใบ ฝังลงไปในเสาของโรงจอดทางฝั่งหลังบ้านเลย และติดตั้ง Photo Switch เพื่อตรวจจับแสงแดดให้ไฟบริเวณโรงจอดรถเปิดปิดได้อัตโนมัติ

พื้นที่ด้านหลังโรงจอดรถยังมีสวนกว้างๆ ให้จัดเป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อน จัดปาร์ตี้ปิ้งย่าง เลี้ยงสัตว์ และปลูกต้นไม้ใหญ่ไว้ให้ความร่มรื่นได้ตามต้องการ จะต่อเติมเพิ่มที่จอดรถ สร้างเรือนเล็ก Glass House หรือทำแปลงผักสวนครัว ก็เลือกได้ตามไลฟ์สไตล์ครอบครัวเลยครับ

หน้าทางเข้าบ้านจะมีเฉลียงทางเดินในร่มก่อนถึงประตูบ้าน เป็นจุดให้ใส่รองเท้าได้โดยมีชายคากันแดดฝน และเพิ่มระยะห่างให้พื้นที่ในบ้านมีความเป็นส่วนตัวจากสายตาภายนอก

เข้ามาภายในบ้านจะเจอกับโถงทางเดินที่ลึกไปถึงฝั่งหลังบ้าน โดยทางซ้ายของภาพจะเป็น Living Area

มองย้อนไปทางประตู จะเห็นว่าพื้นที่โซนหน้าประตูบ้านสามารถกั้นโซนเป็น Foyer เพิ่มเติมให้แยกจากฝั่ง Living Area อย่างเป็นสัดส่วนได้เพิ่มเติม

พื้นที่ Living Area มีความกว้างขวางเลยครับ บรรยากาศโซนนี้จะล้อมไว้ด้วยสวนทั้งฝั่งหน้าบ้านและฝั่งข้างบ้าน ให้ความปลอดโปร่งและเชื่อมต่อกับพื้นที่สีเขียวได้ดี

พื้นที่สวนข้างบ้าน บ้านตัวอย่างตกแต่งเป็นชานนั่งเล่นพักผ่อนเอาไว้อีกมุม จะเห็นว่าด้วยพื้นที่กว้างขวางเริ่มต้น 107 ตร.ว. จึงทำอะไรกับพื้นที่รอบบ้านได้เยอะเลยครับ

พื้นที่ Living Area สามารถวางชุดโซฟา 4 - 5 ที่นั่งได้แบบสบายๆ ไม่จำเป็นต้องวางชิดติดผนังเลยครับ

ผนังฝั่งตรงข้ามกับโซฟารองรับทั้งทีวีและชั้นวางของขนาดใหญ่ และมองลึกไปอีกฝั่งของชั้น 1 จะมีทางเดินไปที่ฟังก์ชันห้องนอนกับห้องน้ำ

สุดทางเดินจะมีห้องน้ำของชั้น 1 ตั้งอยู่ โดยข้างๆ จะเป็นห้องนอนของชั้นล่างอยู่ทางฝั่งหน้าบ้าน

ห้องนอนชั้น 1 จะมีบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง หน้าต่างฝั่งหน้าบ้านมีขนาดใหญ่ เชื่อมต่อกับวิวพื้นที่สีเขียว ซึ่งบ้านตัวอย่างจัดห้องนี้เป็นห้องนั่งเล่นที่ได้ความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น เหมาะกับการหลบมุมมาจิบเครื่องดื่ม อ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือทำกิจกรรมบันเทิงอื่นๆ ตามใจชอบ โดยถ้าใช้เป็นห้องนอนจะรองรับเตียง 3.5 - 5 ฟุตได้แบบกำลังดี เหลือพื้นที่สำหรับตู้เสื้อผ้าและโต๊ะแป้งได้อีกด้วยครับ

ห้องน้ำของชั้น 1 จะมีสุขภัณฑ์ต่างๆ รองรับการใช้งานอยู่ครบครันเลยครับ โดยฝั่งส่วนแห้งจะมีอ่างล้างหน้ากับโถสุขภัณฑ์

ส่วนโซนเปียกสำหรับอาบน้ำจะหลบมุมอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโถสุขภัณฑ์ รองรับการใช้งานของคนที่นอนชั้น 1 ได้จริงครับ

จากโซนหน้าบ้าน เราจะเดินลึกเข้าไปโซนหลังบ้านกันต่อนะครับ บ้านตัวอย่างบิลต์อินซุ้มประตูและชั้นวางของไว้แบ่งพื้นที่บ้านให้เกิดความเป็นสัดส่วน

เชื่อมต่อมาฝั่งหลังบ้านจะเป็น Dining Area นั่นเองครับ พื้นที่โซนนี้มีความกว้างขวางและปลอดโปร่งมาก มีช่องแสงขนาดใหญ่โอบล้อมอยู่ทั้งฝั่งหลังบ้านและฝั่งสวนข้างบ้าน

พื้นที่ Dining Area รองรับโต๊ะอาหารขนาด 6 - 8 ที่นั่งได้แบบสบายๆ เลยครับ ที่สำคัญคือได้บรรยากาศเหมือนนั่งทานอาหารใน Glass House กลางสวน มองออกไปแล้วสบายตาทีเดียว วันไหนที่จัดปาร์ตี้ปิ้งย่างในสวนก็เชื่อมต่อพื้นที่ได้อย่างลงตัวเลย

มองย้อนไปอีกฝั่งของ Dining Area จะเป็นห้องครัวและบันไดขึ้นชั้น 2 ที่หลบมุมอยู่ครับ

หน้าห้องครัวมีพื้นที่ให้สามารถทำเป็นเคาน์เตอร์บาร์หรือ Pantry เพิ่มเติมได้ด้วยครับ โดยห้องครัวจะมีหน้าต่างเป็นกระจกให้เกิดความเชื่อมต่อกันระหว่างคนที่อยู่ในครัวกับคนที่อยู่บริเวณ Dining Area

ห้องครัวมีพื้นที่กว้างขวางเลยครับ มาพร้อมกับเคาน์เตอร์ทำครัวรูปทรง U Shape 1 มุม กับเคาน์เตอร์ทรง I Shape อีก 1 มุม บ้านมาตรฐานจะก่อเคาน์เตอร์และติดบานตู้มาให้เรียบร้อย ยกเว้นตู้แขวนกับชั้นวางของและเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เป็นแค่ตัวอย่างนะครับ

ตรงลึกไปจนสุดทางเดินในครัวจะเป็นประตูออกไปที่ลานซักล้างข้างบ้าน โดยประตูข้างๆ กันจะเป็นห้องเก็บของขนาดใหญ่เลยครับ

ห้องเก็บของอยู่ตำแหน่งตรงกับชานพักบันได มีพื้นที่กว้างพอสมควรเลยครับ รองรับการเก็บของชิ้นใหญ่ๆ ที่หยิบใช้ไม่บ่อยได้จุใจเลย

ขึ้นไปดูชั้น 2 กันบ้างครับ บันไดเป็นโครงสร้างบันไดสำเร็จรูป Precast ปูขั้นบันไดด้วยไม้ยางพาราประสาน โดยบริเวณชานพักจะมีหน้าต่างบานใหญ่เปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาช่วยให้โถงบันไดไม่อับทึบเลย

ชานพักบันไดจะมีมมุมเล็กๆ ให้สามารถเลือกใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์เลยครับ บ้านตัวอย่างจัดเป็นมุมจิบกาแฟ แต่จะทำเป็นตู้เก็บของก็เหมาะกับครอบครัวที่อยู่กันหลายคน มีข้าวของเยอะๆ เวลาอยู่จริงบ้านจะได้ดูเรียบร้อยเป็นระเบียบครับ

ชั้น 2 ของบ้านจะแบ่งออกเป็น 4 ฟังก์ชันหลักๆ ครับ ที่โถงกลางจะมีมุมอเนกประสงค์ ส่วนฝั่งหน้าบ้านจะมี Master Bedroom ขนาดใหญ่ วางแปลนเป็นแนวยาวเต็มพื้นที่หน้าบ้าน ส่วนอีก 2 ห้องนอนจะมีขนาดใกล้เคียงกัน ห้องหนึ่งอยู่ตรงกลาง ส่วนอีกห้องอยู่ฝั่งหลังบ้าน ทุกห้องมาพร้อมกับห้องน้ำในตัว โดยพื้นชั้น 2 จะปูด้วยลามิเนต ฝ้าเพดานมีความสูง 2.85 ม.

ขึ้นบันไดมาถึงชั้น 2 จะเจอกับโถงกลางที่มีมุมให้จัดเป็นโต๊ะทำงานตามแบบบ้านตัวอย่างก็ได้ จะจัดเป็นมุมไหว้พระสวดมนต์ มุมนั่งเล่นแบบ Family Area หรือมุมพักผ่อนของน้องหมาน้องแมวก็เลือกได้ตามต้องการ

ต่อเนื่องจากโถงทางเดิน ห้องฝั่งหน้าบ้าน (ประตูด้านขวาของภาพ) จะเป็น Master Bedroom

Master Bedroom มีพื้นที่เต็มหน้ากว้างของบ้านเลยครับ โดยจะซอยแบ่งย่อย 3 โซนเพื่อความเป็นสัดส่วน ซึ่งตรงกลางห้องเมื่อเข้ามาถึงจะเจอกับพื้นที่พักผ่อนที่รองรับเตียงใหญ่ 6 ฟุตได้ลงตัว

ติดกับหน้าต่างด้านหน้า สามารถวางโซฟาเป็น Bay Window ไว้นั่งพักผ่อนสบายๆ ได้ และถ้าเดินลึกต่อไปตามทางเดินก็จะเป็น Walk - in Closet และห้องน้ำนั่นเองครับ

มุม Walk - in Closet จะรองรับโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ไซส์ 4 ประตูได้พอดีเลยครับ

ใกล้กับ Walk - in Closet จะเป็นห้องน้ำส่วนตัวของ Master Bedroom ที่นอกจากจะมาพร้อมกับสุขภัณฑ์ครบครัน ก็ยังแบ่งส่วนเปียกไว้ชัดเจน และติดโถสุขภัณฑ์เป็นแบบระบบอัตโนมัติไว้ให้ด้วย

ออกจาก Walk - in Closet มา มองไปทางฝั่งหัวเตียงจะมีอีกฟังก์ชันที่ซ้อนอยู่ใน Master Bedroom ครับ

นี่คือพื้นที่อเนกประสงค์ของ Master Bedroom ที่ทางโครงการพัฒนาต่อยอดมาจากดีไซน์ของบ้านเดี่ยวทั่วไป ซึ่งพื้นที่ระเบียงมักไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์ แบบบ้าน Luna เลยทำพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นห้องไปเลย เพื่อประโยชน์ใช้สอยที่มากขึ้น บ้านตัวอย่างแต่งห้องนี้เป็น Play Room ของแมว น่าจะตอบโจทย์คนรักสัตว์เลยครับ จะจัดเป็นห้องทำงาน ห้องอ่านหนังสือ หรือสตูดิโอทำงานอดิเรก ก็เลือกได้ตามไลฟ์สไตล์เลย

ตรงข้ามกับ Master Bedroom ฝั่งหลังบ้านจะมีอีกหนึ่งห้องนอนขนาดกลางอยู่ครับ พื้นที่โซนพักผ่อนจะรองรับเตียงไซส์ 5 - 6 ฟุตได้เลย

อีกฝั่งของห้องจะมีพื้นที่สำหรับ Walk - in Closet สามารถกั้นแบ่งพื้นที่เพิ่มได้ หรือจะเปิดโล่งแบบบ้านตัวอย่างก็ช่วยให้ห้องดูกว้างขวางดีครับ

มุมนี้รองรับตู้เสื้อผ้าขนาด 3 ประตู และจะอยู่ใกล้กับทางเข้าห้องน้ำส่วนตัว

ในห้องน้ำของห้องนอนฝั่งหลังบ้านก็มีสุขภัณฑท์มาให้ครบครัน ที่สำคัญคือกว้างพอที่จะแบ่งโซนส่วนเปียกกับส่วนแห้งได้ด้วย

สุดโถงทางเดินจะมีอีก 1 ห้องนอน ตั้งอยู่ตรงกลางพอดีครับ มองจากมุมนี้จะเห็นพื้นที่สำหรับโต๊ะเรียนของเด็กๆ หรือจะเป็นโต๊ะเครื่องแป้งก็ได้ ส่วนลึกเข้าไปจะเป็นมุมแต่งตัวที่รองรับการกั้นเป็น Walk - in Closet

ต่อเนื่องจาก Walk - in Closet จะเป็นห้องน้ำส่วนตัว ซึ่งก็แบ่งพื้นที่ส่วนแห้งกับส่วนเปียกให้อาบน้ำได้อย่างเป็นสัดส่วน มาพร้อมกับสุขภัณฑ์พื้นฐานครบชุดเช่นเดียวกับห้องอื่นๆ ครับ

อีกฝั่งของห้องจะเป็นพื้นที่พักผ่อน รองรับเตียงขนาด 3.5 - 6 ฟุตได้ตามความต้องการ หรือจะวางเป็นเตียงเด็ก 2 ชั้นก็ตอบโจทย์ครอบครัวที่มีสมาชิกวัยซนได้น่าสนุกดีครับ ชั้น 2 นอนได้แบบไม่อึดอัดเลย เพราะระยะจากพื้นถึงฝ้าสูงกว่า 2.85 ม.

และนี่คือรีวิวบ้านตัวอย่างแบบ Luna พื้นที่ใช้สอย 264 ตร.ม. ครับ พาชมครบถ้วนทั้ง 2 Type ในโครงการ สราญสิริ แกรนเด พุทธมณฑล สาย 3 เรียบร้อยแล้ว คราวนี้แอดมินของเปลี่ยนโหมดไปว่าด้วยเรื่องของทำเลที่ตั้งโครงการกันบ้างนะครับ
Location : สราญสิริ แกรนเด พุทธมณฑล สาย 3

โครงการ สราญสิริ แกรนเด พุทธมณฑล สาย 3 ตั้งอยู่ใน ซ.ทวีวัฒนา - กาญจนาภิเษก 24 ซึ่งสามารถทะลุเชื่อมต่อได้ทั้ง ถ.พุทธมณฑลสาย 3 และ ถ.เลียบคลองทวีวัฒนา รวมถึงอยู่ใกล้กับถนนสำคัญอีกหลายสาย ไม่ว่าจะถนนใหญ่อย่าง ถ.บรมราชชนนี, ทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี, ถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนฯ รอบนอกฝั่งตะวันตก) และ ถ.เพชรเกษม รวมถึงถนนสายรองอย่าง ถ.พรานนก - พุทธมณฑลสาย 4, ถ.บางแวก, ถ.อุทยาน และ ถ.พุทธมณฑลสาย2
ปัจจุบันที่ตั้งของโครงการนับเป็นทำเลแหล่งรวมบ้านหรูหลังใหญ่ เพราะอยู่ในเขตผังเมืองพื้นที่สีเขียว ซึ่งกฏหมายกำหนดให้แบ่งแปลงสร้างที่อยู่อาศัยได้ขนาด 100 ตร.ว. เป็นต้นไป และเพราะมีบ้านหรูระดับพรีเมียมอยู่เยอะ สิ่งอำนวยความสะดวกในย่าน พุทธมณฑลสาย 3 - ทวีวัฒนา จึงมีระดับตามไปด้วยนั่นเองครับ

ใกล้ๆ กับโครงการ ริม ถ.บรมราชชนนี จะมี ดีไซน์ วิลเลจ พุทธมณฑล เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ขนาดกลางซึ่งมาพร้อม กูร์เมต์ มาร์เก็ต และยูนิโคล หรือถ้าเป็น ถ.เลียบคลองทวีวัฒนา ก็มีตลาดเวิลด์มาร์เก็ต ทวีวัฒนา เป็นตลาดระดับพรีเมียมขนาดใหญ่ หรือถ้าไปทาง ถ.พุทธมณฑลสาย 4 จะมีทั้ง ฟู๊ดแลนด์ เดอะ บริโอ้ สาย 4 และ เดอะ โฟร์ท สาย 4 เป็นตัวเลือกในการจับจ่ายใช้สอยใกล้บ้าน

ขยับออกจากทำเลโครงการไปแค่เล็กน้อย ถ.บรมราชชนนี ยังมีตลาดสดธนบุรี แหล่งรวมอาหารสดชั้นนำตั้งอยู่อีกแห่ง หรือถ้าออกไปทางศาลายาก็มี เซ็นทรัล ศาลายา ขณะที่ฝั่งวงแหวนฯ กาญจนาภิเษก ใกล้ๆ กับ ถ.พุทธมณฑลสาย 2 จะเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ใหญ่อย่าง เดอะ พาซิโอ พาร์ค กาญจนาภิเษก นอกจากนี้ยังเดินทางไป เดอะ มอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางแค, เดอะ เซอร์เคิล ราชพฤกษ์ และฟู๊ดวิลล่า ราชพฤกษ์ ได้ไม่ยากครับ


ในมุมของครอบครัวที่มีเด็กๆ วัยเรียนอาศัยอยู่ด้วยกัน ทำเลรอบๆ โครงการ สราญสิริ แกรนเด พุทธมณฑล สาย 3 ก็จัดว่าเป็นแหล่งรวมสถานศึกษาชื่อดังเลยทีเดียวครับ ใกล้กับโครงการแค่ไม่กี่นาทีจะมีทั้ง รร.สาธิต ม.กรุงเทพธนบุรี, รร.สตรีวิทยา 3, รร.กสิณธร อคาเดมี่, รร.สารสาสน์วิเทศธนบุรี และ รร.อัสสัมชัญ ธนบุรี นอกจากนี้ยังอยู่ไม่ไกลจาก ม.มหิดล, รร.สาธิตนานาชาติ ม.มหิดล, รร.อนุบาลนานาชาติฮัมมิ่งเบิร์ด รวมถึง รร.เพลินพัฒนา จึงมีตัวเลือกที่หลากหลายในการมอบการศึกษาที่มีคุณภาพให้กับลูกหลาน

สำหรับการดูแลสุขภาพของคนในครอบครัว โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุ ถ้าอยากอุ่นใจอยู่ใกล้หมอ ทำเลโดยรอบโครงการนี้ก็พร้อมรองรับความต้องการ เพราะมีโรงพยาบาลชั้นนำตั้งอยู่ใกล้ๆ หลายแห่งเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น รพ. ธนบุรี ทวีวัฒนา, รพ.วิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล หนองแขม, ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก, รพ.ราชพิพัฒน์ หรือ รพ.เกษมราษฎร์ บางแค มีใครเจ็บป่วยเมื่อไร ก็เข้าถึงการรักษาได้รวดเร็วตลอด 24 ชม.
การเดินทาง
พิกัดโครงการ : maps.app.goo.gl/cN1mfngeUXvmnJuG9

รีวิวโครงการกันไปเรียบร้อยแล้ว เราขอย้อนกลับมารีวิวเส้นทางการเดินทางไปยัง สราญสิริ แกรนเด พุทธมณฑล สาย 3 บ้างนะครับ พวกเราใช้ทางด่วนประจิมรัถยา (ศรีรัช - วงแหวนรอบนอก) เดินทางออกจากตัวเมืองชั้นใน มาลงที่ทางออก 9 ถ.สิรินธร

ลงจากทางด่วนแล้วให้ชิดขวา ขึ้นสะพานข้ามแยกไปตามป้าย ถ.สิรินธร (ปิ่นเกล้า - ตลิ่งชัน)

พอลงจากสะพานแล้วให้เบี่ยงขวาตามป้ายบอกทางไปตลิ่งชันก่อนนะครับ

ขับตรงไปตาม ถ.สิรินธร แล้วชิดขวาตามป้ายไปนครปฐม เพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่ ถ.บรมราชชนนี

พอเข้ามาใน ถ.บรมราชชนนี ก็ให้ขับตรงไปตามป้ายนครปฐมเลยครับ ระหว่างนี้เราจะผ่านทั้ง ถ.พุทธมณฑลสาย 2 และวงแหวนฯ กาญจนาภิเษก

พอเห็นป้ายบอกทางไป ถ.พุทธมณฑลสาย 3 ก็ค่อยเบี่ยงซ้ายออกสู่ทางคู่ขนานครับ

ขับตรงขึ้นไปตามทางคู่ขนาน จนผ่าน ดีไซน์วิลเลจ พุทธมณฑล และป้ายบอกทางไป พุทธมณฑลสาย 3 - 4 ก็เตรียมเบี่ยงซ้ายรอไว้ได้เลยครับ

พอถึง ถ.พุทธมณฑลสาย 3 จะมีจุดสังเกตคือสะพานข้าม ถ.บรมราชชนนี ให้เลี้ยวซ้ายตามป้ายเลยครับ

เข้ามายัง ถ.พุทธมณฑลสาย 3 ตลอด 2 ข้างทางจะมีการปลูกต้นไม้ไว้เป็นทัศนียภาพที่สวยงามร่มรื่น โดยถนนสายนี้สามารถเชื่อมต่อได้ทั้ง ถ.บรมราชชนนี, ถ.เพชรเกษม, ถ.อุทยาน, ถ.เลียบคลองทวีวัฒนา และ ถ.พรานนก - พุทธมณฑลสาย 4 ถนนตัดใหม่ที่ตรงถึงย่านพรานนก - ศิริราช ได้อย่างรวดเร็ว

พอเจอป้ายบอกทางไปทวีวัฒนาให้เราชิดขวา สังเกตสัญลักษณ์เลี้ยวขวาที่พื้นถนนไว้ครับ

พอเราเลี้ยวขวาจะสามารถตรงเข้าสู่ ซ.ทวีวัฒนา - กาญจนาภิเษก 24 ได้เลย โดยซอยนี้จะเป็นที่ตั้งของโครงการ ซึ่งสามารถทะลุไปออกที่ ถ.เลียบคลองทวีวัฒนา และ ถ.พุทธมณฑลสาย 4 ได้เลยด้วย

ตลอดเส้นทางก่อนถึงโครงการจะมีความเป็นธรรมชาติสูง มีบ้านเรือนและโครงการบ้านจัดสรรอยู่ประปราย ไม่แออัดเลยครับ

ตรงมาเรื่อยๆ จะเจอกับทางเข้าโครงการอยู่ทางฝั่งขวามือ โดยฝั่งตรงข้ามโครงการในปัจจุบันยังเป็นพื้นที่สีเขียว ไม่มีสิ่งก่อสร้างอยู่ครับ

มาถึงแล้วครับ สราญสิริ แกรนเด พุทธมณฑล สาย 3 ถ้าใครสนใจ มีโอกาสอยากให้ลองเดินทางมาสำรวจทำเลดูที่ทางกันนะครับว่าถูกใจไหม ส่วนตัวแล้วแอดมินคิดว่าทำเลโครงการสงบร่มรื่นดีครับ พื้นที่รอบๆ ทั้งโซนพุทธมณฑลสาย 3 และเลียบคลองทวีวัฒนา ก็มีร้านค้าร้านอาหารอยู่เยอะ รองรับความต้องการพื้นฐานของครอบครัวได้จริงในทุกวันเลยครับ
Price & Promotion

บ้านเดี่ยวโครงการ สราญสิริ แกรนเด พุทธมณฑล สาย 3
มีราคาเริ่มต้น 15 - 20 ล้านบาท*
*ราคาอัปเดตเมื่อเดือนมกราคม 2568 ข้อมูลอาจเปลี้ยนแปลงได้ โปรดสอบถามโครงการอีกครั้ง
Conclusion

จบลงเรียบร้อยนะครับสำหรับรีวิวบ้านเดี่ยว สราญสิริ แกรนเด พุทธมณฑล สาย 3 ที่ทีมงาน Home Buyers และแอดมิน #BoonWaranyu ลงพื้นที่ไปเก็บข้อมูลกันมา โดยก่อนจากไปในวันนี้ ผมก็มีบทสรุปจากความคิดเห็นส่วนตัว มาทิ้งท้ายให้ เผื่อว่าจะช่วยให้ผู้อ่านบางคนนำไปประกอบการตัดสินใจได้นะครับ
Function : น่าจะตอบโจทย์ครอบครัวขยายที่มีสมาชิกตั้งแต่ 3 - 6 คนได้อย่างลงตัวกำลังดีครับ เพราะมีห้องนอนทั้งชั้นบนและชั้นล่าง รองรับบ้านที่มีทั้งเด็กและผู้สูงวัยได้ นอกจากนี้เหมาะกับคนรักสัตว์เลี้ยง เพราะว่ามีแปลงที่ดินขนาดใหญ่ แต่ไม่ได้ปลูกบ้านจนคับพื้นที่ เลยเหลือสนามหญ้าให้น้องหมาน้องแมววิ่งเล่นกันได้ ที่สำคัญยังรองรับการจอดรถได้ตั้ง 3 - 6 คัน หมดห่วงเรื่องปัญหาที่จอดรถไปได้ในระยะยาวเลยครับ
Design : บ้านหลังใหญ่ระดับ Segment 15 - 20 ล้าน* กับดีไซน์ที่เน้นความอบอุ่นแบบ Modern Farmhouse ถือเป็น Rare Item ที่หาได้ไม่ง่ายเหมือนกันนะครับ ส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่สไตล์ Modern Classic ก็จะเป็นทรงกล่องโมเดิร์นจ๋าๆ ไปเลยมากกว่า โครงการนี้ก็เลยน่าจะตรงใจใครหลายคนที่ชอบบ้านแบบตะวันตกในสไตล์ฟาร์มเฮาส์ ส่วนตัวแอดมินเองมองว่าดูเรียบง่าย เข้าถึงง่าย ให้ความรู้สึก Warm & Cozy จริงๆ ครับ
Facility : ถือว่าน่าประทับใจตั้งแต่ซุ้มประตูทางเข้าไปจนถึงสวนส่วนกลางและคลับเฮาส์เลยครับ โครงการคุมธีมความเป็น Modern Farmhouse ไว้ได้อย่างดี มีความร่มรื่นจากพื้นที่สีเขียวและได้ความชุ่มชื่นจากธารน้ำซึ่งช่วยเพิ่มมิติความลื่นไหลไม่น่าเบื่อให้กับบรรยากาศของโครงการ โดยอีกสิ่งที่แอดมินคิดว่าทำได้ดีคือการติด Solar Cell ช่วยผลิตพลังงานไฟฟ้าไว้ใช้ที่คลับเฮาส์ ซึ่งช่วยประหยัดค่าไฟส่วนกลางได้เยอะในระยะยาวครับ
Location : แอดมินมองว่าทำเล ทวีวัฒนา - พุทธมณฑล เป็นอีกย่านที่ค่อนข้างพรีเมียมของทางฝั่งธนบุรีเลยนะครับ อาจจะไกลเมืองหน่อยถ้าเทียบกับโซนพุทธมณฑลสาย 1 หรือแนว ถ.ราชพฤกษ์ แต่ก็มีข้อเด่นตรงที่เป็นทำเลผังเมืองพื้นที่สีเขียว ซึ่งจะสร้างบ้านได้ต้องมีแปลงที่ดินขนาดตั้งแต่ 100 ตร.ว. ขึ้นไปเท่านั้น สังคมในภาพรวมจึงเป็นแหล่งรวมบ้านหรูมีระดับ แถมยังคงความปลอดโปร่ง ร่มรื่น ใกล้อุทยานพุทธมณฑล รวมถึงไม่ค่อยมีรถบรรทุกวิ่งผ่าน เพราะเป็นเขตที่ห้ามก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม
ดังนั้นใครที่กำลังมองหาบ้านหลังใหญ่ในสังคมคุณภาพ บนทำเลชานเมืองกรุงเทพฯ ที่ยังได้ความสงบสูง สราญสิริ แกรนเด พุทธมณฑล สาย 3 เป็นอีกโครงการที่ Home Buyers และแอดมิน #BoonWaranyu แนะนำให้ลองไปสัมผัสด้วยตัวเองดูครับว่าจะถูกใจครอบครัวคุณแค่ไหน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือลงทะเบียนนัดหมายเยี่ยมชมโครงการล่วงหน้า
ได้ที่เบอร์ 1685
หรือเว็บไซต์ siri.ly/upYFy69 ได้เลยครับ
หรือ Add line เพื่อพูดคุยกับฝ่ายขายโดยตรง : https://lin.ee/tsrdW2d
ที่ตั้งโครงการ : https://siri.ly/nGXCgL9
*หมายเหตุ : ภาพในบ้านตัวอย่างเป็นเพียงไอเดียการตกแต่ง ส่วนบ้านจริงจะได้เป็นบ้านมาตรฐานตามที่ระบุเท่านั้น
การคำนวณยอดผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน
ปรับรายละเอียดด้านล่างเพื่อคำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือน