รีวิวบ้าน เดอะ เจนทริ สุขุมวิท - บางนา วิลล่าหรู 3 ชั้น บรรยากาศส่วนตัวใกล้ชิดธรรมชาติ ติดทางด่วนเฉลิมมหานคร

บ้านเดี่ยวในเมืองที่อยู่ใกล้ ถ.สุขุมวิท ติดทางด่วนเฉลิมมหานคร เดินทางไป CBD ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว จัดเป็นของหายากระดับ Rare Item แต่ทาง SC Asset ก็สามารถหาที่ดินทำเลดีจนได้ เกิดเป็นโครงการบ้านเดี่ยวหรูใหม่ล่าสุดอย่าง ‘The Gentry สุขุมวิท - บางนา’
เดอะ เจนทริ สุขุมวิท - บางนา คือบ้านเดี่ยวสไตล์โมเดิร์น 3 ชั้น ที่ตั้งอยู่บนทำเล สุขุมวิท - บางนา แบบจริงๆ ใน ซ.สุขุมวิท 68 ที่อยู่ใกล้กับสี่แยกบางนาแค่ไม่กี่เมตร สามารถเชื่อมต่อกับ ถ.สุขุมวิท โซนปุณณวิถีได้ผ่าน ซ.สุขุมวิท 64 และที่สำคัญคือมีปากทางอยู่ติดกับทางด่วนเฉลิมมหานครฝั่งขาเข้า ด่านบางนา จึงตอบโจทย์การเดินทางของคนเมืองชั้นในโซน CBD ได้อย่างสะดวกสุดๆ
นอกจากทำเลที่ดีแบบหาได้ยาก ภายในโครงการและตัวบ้านยังมีฟังก์ชันที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง ซึ่งบทความนี้ Home Buyers ก็จะพาคุณไปรีวิวบ้าน เดอะ เจนทริ สุขุมวิท - บางนา กันแบบเจาะลึกกันเลยครับ
Factsheet
| ชื่อโครงการ : | เดอะ เจนทริ สุขุมวิท-บางนา |
|---|---|
| บริษัท : | บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) |
| ที่ตั้งโครงการ : | ซ.สุขุมวิท 68 แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร |
| พื้นที่โครงการ : | 7-1-7.4 ไร่ |
| จำนวนแปลงขาย : | 17 ยูนิต |
| รายละเอียดโครงการ : | บ้านเดี่ยว 3 ชั้น |
| ขนาดที่ดินเริ่มต้น : | 68.9 - 156.1 ตร.ว. |
| พื้นที่ใช้สอย : | 442 - 695 ตร.ม. |
| ค่าส่วนกลาง : | 117 บาท / ตร.วา / เดือน |
| ราคาเริ่มต้น : | 45 ล้านบาท* (สอบถามโครงการอีกครั้ง) |
| โทร : | 065 919 3456 |
| เว็บไซต์ : | https://m.scasset.com/HNri |
Highlight

วิลล่าหรูสูง 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 442 - 695 ตร.ม. ทุกห้องนอนมาพร้อมห้องน้ำในตัวกับระเบียงส่วนตัว หรูหราด้วยโถง Double Volume และรองรับลิฟต์โดยสาร ครบครันด้วยนวัตกรรมทันสมัย ติดตั้งแผง Solar Roof รวมถึงระบบ Smart Home Automation
เป็นส่วนตัวขั้นสุด มีจำนวนบ้านเพียง 17 หลัง ออกแบบแปลนให้ภายนอกดูทึบแต่ภายในโปร่งโล่ง ได้ความ Private สูง ท่ามกลางบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติในโครงการ พร้อมด้วยระบบรักษาความปลอดภยมาตรฐาน SC Asset ที่ดูแลแน่นหนาตลอด 24 ชม.
ความสะดวกครบ Facility รองรับทุกความต้องการของครอบครัวคนเมือง ดีไซน์ด้วยแรงบันดาลใจจาก Swedish Forest ป่าสนที่มีความอุดมสมบูรณ์แม้จะอยู่ใกล้ชิดแหล่งชุมชนในสวีเดน ถ่ายทอดเป็นสถาปัตยกรรมซุ้มประตูและคลับเฮาส์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น
เข้าเมืองได้ง่าย ติดจุดขึ้นลงทางด่วนเฉลิมมหานคร ด่านบางนา เชื่อมต่อ CBD พระราม 4 - สีลม - สาทร ได้อย่างรวดเร็ว ใกล้ ถ.สุขุมวิท โซนปุณณวิถี และสี่แยกบางนา รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และโครงการ Mega Project ขนาดใหญ่หลายแห่ง
Facility

หน้าโครงการจะมีซุ้มประตูทางเข้าออกที่มาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ติดตั้งกล้อง CCTV ทั้งจุดนี้และทั่วโครงการ โดยซุ้มประตูจะควบคุมการเปิดปิดด้วยระบบ License Plate อ่านป้ายทะเบียนแล้วเปิดประตูให้แบบอัตโนมัติ

เมื่อเข้ามาในโครงการ ถนนจะมีความกว้าง 9 - 12 ม. โดยรั้วรอบโครงการจะมีความสูง 3 ม. ไฟส่องสว่างตามทางเป็นแบบ Solar Cell ช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าส่วนกลาง

บรรยากาศพื้นที่สีเขียวในโครงการได้แรงบันดาลใจมาจาก Swedish Forest ป่าสนขนาดใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์ของประเทศสวีเดน

ตามสวนส่วนกลางจะตกแต่งด้วยซุ้มระแนงไม้ที่เข้ากับคอนเซปต์ Swedish Forest สื่อแทนต้นไม้ใหญ่ที่ถ่ายทอดออกมาผ่านสิ่งก่อสร้าง

โครงระแนงไม้ตกแต่งสวนยังมีฟังก์ชันให้เด็กๆ ปีนป่ายเล่นได้อีกด้วย

ติดกับสวนจะมีคลับเฮาส์ซึ่งเชื่อมต่อกับพื้นที่สีเขียวอย่างกลมกลืนด้วยธารน้ำจำลอง ให้บรรยากาศที่สดชื่นร่มรื่น

คลับเฮาส์สูง 2 ชั้น ออกแบบในคอนเซปต์ Swedish Forest ธีมเดียวกับซุ้มประตูและสวน ตกแต่งภายนอกด้วยระแนงไม้ที่เข้ากับพื้นที่สีเขียว

ด้านหน้าคลับเฮาส์จะมีที่จอดรถสำหรับรองรับแขก และมีทางลาดสำหรับให้บริการผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์

ชั้น 1 ของคลับเฮาส์มีสระว่ายน้ำระบบเกลือความยาว 16 ม. รองรับการออกกำลังกายได้จริงจัง

สระว่ายน้ำเป็นแบบ Semi Outdoor มีทั้งโซนในร่มและกลางแจ้ง โดยพื้นที่กลางแจ้งเพดานจะสูงโปร่ง อากาศถ่ายเทดี

โซนสระเด็กแยกพื้นที่เป็นสัดส่วน มีชายคาให้ร่มเงากับเด็กๆ ที่มาเล่นน้ำ

ภายในคลับเฮาส์ชั้น 1 จะเป็นล็อบบี้เพดานสูงแบบ Double Volume พร้อมผนังกระจกบานใหญ่เปิดรับวิวสระว่ายน้ำ

ชั้น 2 มี Co - Working Space ขนาดใหญ่ แบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 โซน มุมที่เห็นในภาพเป็นที่นั่งทำงานสไตล์คาเฟ่พร้อมเคาน์เตอร์ Pantry

อีกฝั่งจะเป็นมุมโซฟาขนาดใหญ่ รองรับการพบปะเป็นกลุ่ม โดยมีหน้าต่างเชื่อมต่อกับโถง Double Volume ของล็อบบี้ชั้น 1

อีกมุมของ Co - Working Space มีห้องประชุมขนาดกลางให้จองใช้งานเป็นกลุ่มได้

ชั้น 2 ของคลับเฮาส์ยังมีห้องฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ออกกำลังกายที่ครบครัน ท่ามกลางบรรยากาศที่ปลอดโปร่งด้วยหน้าต่างกระจกที่ล้อมรอบห้อง
สำหรับค่าส่วนกลางของ เดอะ เจนทริ สุขุมวิท - บางนา จะจัดเก็บอยู่ที่ 117 บาท / ตร.ว. / เดือน
Design & Function

คอนเซปต์การออกแบบโครงการ เดอะ เจนทริ สุขุมวิท - บางนา มีแรงบันดาลใจมาจาก Swedish Forest ป่าสนที่อุดมสมบูรณ์ในประเทศสวีเดน ตามอาคารคลับเฮาส์และซุ้ม Main Gate จึงใช้ระแนงไม้ตกแต่งเป็นหลักเพื่อความกลมกลืนกับพื้นที่สีเขียวในโครงการ

ในส่วนของตัวบ้านจะออกแบบในสไตล์แบบโมเดิร์นทรงกล่องที่ดูเรียบหรู ภายนอกดูปิดมิดชิดเพื่อความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย แต่ภายในมีความสว่างปลอดโปร่งจากหน้าต่างและระเบียงที่หลบอยู่ตามมุมต่างๆ ของบ้าน
ตัวบ้านก่อสร้างด้วยระบบ Conventional ก่ออิฐมวลเบา จึงสามารถทุบผนังเพื่อปรับฟังก์ชันต่างๆ ได้ตามความต้องการ นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรม Living Solution ที่ทันสมัย ทั้งเรื่อง Home Automation, พลังงานทางเลือก, ระบบรักษาความปลอดภัย และนวัตกรรมอากาศสะอาด
Home Type
Sanctuary - T 695 ตร.ม.

บ้านหลังแรกที่เราจะรีวิวให้ชมกันคือพูลวิลล่า 3 ชั้นขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการที่ชื่อว่า Sanctuary - T พื้นที่ใช้สอย 695 ตร.ม. ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน 7 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ 1 ห้องครัว พร้อมสระว่ายน้ำ ลิฟต์โดยสาร และห้องพักแม่บ้าน จอดรถได้ 5 คัน

ก่อนชมบรรยากาศจริงเรามาดูแบบแปลนบ้านกันก่อน ชั้น 1 มีพื้นที่ส่วนหลักเป็น Open Space ที่รวมฟังก์ชัน Living Area, Dining Area และ Pantry ไว้ด้วยกัน โดยมีส่วนที่เพดานสูงแบบ Double Volume อยู่ใกล้กับสระว่ายน้ำบริเวณ Court กลางบ้าน
นอกจากนี้ ชั้น 1 ยังมีห้องนอนที่ 5 พร้อมห้องน้ำในตัว รวมถึงมีห้องครัวขนาดใหญ่ และห้องน้ำแบบ Powder Room รองรับการใช้งานในระหว่างวัน อีกทั้งยังมีห้องซักรีด และห้องพักแม่บ้าน แยกโซนเป็นสัดส่วน

ลานจอดรถหน้าบ้านรองรับรถได้ 5 คัน อยู่ภายใต้ชายคาชั้น 2 โดยจะมีจุดรองรับ EV Charger เตรียมไว้ 2 จุด พร้อมกับติดตั้ง CCTV อีก 3 ตัวอยู่ภายนอกตัวบ้าน

ผนังลานจอดรถหน้าบ้านจะทำหน้าที่ช่วยบังสระว่ายน้ำที่อยู่กลางบ้านให้มีความเป็นส่วนตัวจากสายตาของภายนอก

ผนังลานจอดรถมีตู้เก็บของขนาดใหญ่ เหมาะกับใช้เก็บอุปกรณ์ดูแลรถและสวน

หน้าประตูทางเข้าบ้านมีชานยกสูงจากพื้นลานจอดรถอีก 3 ขั้น โดยประตูบ้านบานใหญ่มีวัสดุเป็นไม้สัก ติดตั้ง Digital Doorlock

เมื่อเข้ามาในบ้านจะเจอกับโถง Foyer ที่มีห้องเก็บของอยู่ข้างๆ สามารถทำเป็นที่เก็บรองเท้าได้ และที่ประตูกับหน้าต่างทั้ง 3 ชั้น รอบบ้านจะติดตั้งสัญญาณกันขโมยระบบ Magnetic & Shock Sensor ซึ่งเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนและแผงควบคุมระบบภายในบ้าน นอกจากนี้ยังมีเครื่อง Video Door Phone สำหรับสื่อสารกับแขกแบบเห็นหน้าก่อนเปิดประตูต้อนรับ

พื้นที่ Foyer หน้าประตูทางเข้า บ้านตัวอย่างตกแต่งเป็นเคาน์เตอร์บาร์ไว้ให้ดูเป็นไอเดีย ซึ่งจริงๆ แล้วจะเป็นพื้นที่เปิดโล่ง ให้เลือกจัดฟังก์ชันได้ตามต้องการ

ชั้น 1 โซนปกติจะมีระยะพื้นถึงฝ้าเพดานสูง 3.2 ม. ส่วนโซน Double Volume เพดานจะสูงพิเศษเป็น 7.2 ม. ขณะที่พื้นชั้น 1 จะปูด้วยกระเบื้อง Cotto Italia ลายหินอ่อนขนาด 90x90 ซม.

ถัดจากมุม Foyer จะเป็น Living Area โถงสูงแบบ Double Volume

Living Area มีพื้นที่กว้าง จัดโซฟาขนาดใหญ่ได้ถึง 2 ชุด และสังเกตได้ว่าบรรยากาศในบ้านมีความสว่างปลอดโปร่ง แม่ว่าหน้าบ้านจะดูปิดทึบ นั่นก็เป็นเพราะมีหน้าต่างขนาดใหญ่เปิดรับแสงธรรมชาติข้างบ้าน

มุม Living Area อยู่ติดกับประตูทางออกไปยังสระว่ายน้ำที่บริเวณ Court กลางบ้าน เวลานั่งพักผ่อนจึงได้เห็นวิวสายน้ำสดชื่นสบายตา

สระว่ายน้ำจะมาพร้อมบ้าน Sanctuary - T ทุกหลัง โดยสระจะมีขนาด 6x2.6 ม. พอให้ผู้ใหญ่ลงแช่ หรือให้เด็กๆ ได้เล่นสนุก

ถัดจาก Living Area ไปทางหลังบ้านจะเป็นมุม Dining Area

Dining Area มีพื้นที่รองรับโต๊ะอาหารขนาก 8 - 10 ที่นั่ง โดยผนังฝั่งหลังบ้านยังรองรับการบิลต์อินเป็น Pantry เตรียมอาหารได้อีกด้วย

ถัดจาก Dining Area ไปทางมุมบ้านฝั่งหลังสระว่ายน้ำคือห้องนอน 5 แต่บ้านตัวอย่างทุบผนังห้องเพื่อรวมฟังก์ชันเป็นอีกมุมพักผ่อนแบบเปิดเชื่อมต่อกับ Common Area โซนหลักของชั้น 1

ผนังฝั่งขวาที่มีจอโปรเจคเตอร์ จริงๆ แล้วเป็นประตูกระจกบานเลื่อนที่เชื่อมต่อออกไปยังสระว่ายน้ำ โดยในบ้านมาตรฐานห้องนอน 5 จะปูพื้นด้วยวัสดุ Soft Absorbtion Floor ที่ช่วยลดแรงกระแทกได้หากเกิดหกล้ม เพื่อรองรับการใช้งานห้องนี้เป็นห้องนอนผู้สูงวัย

ห้องนอน 5 มาพร้อมห้องน้ำในตัวขนาดใหญ่ รองรับการใช้งานรถเข็นวีลแชร์ โดยพื้นห้องน้ำจะอยู่ในระนาบเดียวกับห้องนอนเพื่อการเข้าออกที่สะดวก รวมถึงภายในห้องจะมีอุปกรณ์มือจับช่วยพยุงตัวติดตั้งไว้ด้วย

ออกจากห้องนอน 5 ย้อนกลับมาที่ Dining Area ตรงไปอีกฝั่งจะเป็นห้องครัว

ห้องครัวมีขนาดใหญ่ รองรับเคาน์เตอร์ครัวแบบ U Shape รองรับการทำอาหารได้อย่างจุใจ โดยในครัวจะมี Smoke Detector กับ Heat Detector ติดตั้งไว้ด้วย

นอกจากเคาน์เตอร์แบบ U Shape อีกฝั่งของห้องครัวก็ยังมีพื้นที่สำหรับเคาน์เตอร์ครัว ตู้เก็บของ และตู้เย็นขนาดใหญ่ ส่วนประตูที่อยู่สุดทางเดินในภาพคือทางออกไปพื้นที่ซักล้าง

ออกมานอกครัวจะเจอกับพื้นที่ซักล้างในร่ม และประตูทางฝั่งซ้ายก็ยังเป็นห้องซักรีดที่รองรับการวางเครื่องซักผ้า - อบผ้า หรือจะใช้เป็นห้องพักแม่บ้านก็ได้

เดินเลาะจากพื้นที่ซักล้างย้อนขึ้นมาหน้าบ้านฝั่งข้างสวน จะมีห้องพักแม่บ้านกับห้องน้ำแม่บ้านแยกไว้อย่างเป็นสัดส่วน

กลับเข้ามาภายในบ้าน อีกฝั่งของโถง Foyer จะเป็นบันได ถัดจากนั้นคือห้องน้ำที่อยู่ตรงข้ามกับลิฟต์โดยสาร

ลิฟต์โดยสารที่มาพร้อมบ้านมาตรฐานเป็นของ Hitachi รองรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 260 กก. ใช้ขึ้นลงได้ถึงชั้น 3

ห้องน้ำชั้น 1 เป็นแบบ Powder Room ไม่มีส่วนเปียก รองรับการใช้งานระหว่างวันและหลังกลับมาถึงบ้าน โดยโถสุขภัณฑ์ในห้องนี้จะเป็นแบบอัจฉริยะ

ขึ้นบันไดไปชมชั้น 2 กันต่อ บริเวณชานพักบันไดมีหน้าต่างบานใหญ่เปิดรับแสงสว่างธรรมชาติให้โถงมีความโปร่ง โดยบันไดจะมีโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ปูขั้นบันไดและราวจับด้วยปาเกต์ไม้สัก คงทนแข็งแรง เดินขึ้นลงแล้วไม่ส่งเสียงรบกวน

แปลนชั้น 2 เป็นรูปทรง U Shape ล้อมโถง Double Volume ที่ต่อเนื่องขึ้นมาจากชั้น 1 โดยชั้น 2 เองก็ยังมีพื้นที่อเนกประสงค์โถง Double Volume สูงเชื่อมต่อขึ้นไปถึงชั้น 3 อีกด้วย
ชั้น 2 จะมี 2 ห้องนอนพร้อมห้องน้ำในตัว และมีห้องนั่งเล่นพร้อมระเบียงขนาดใหญ่อยู่ด้วย นอกจากนี้ที่โถงทางเดินยังมีห้องน้ำแบบ Powder Room เหมือนที่ชั้น 1 ให้ใช้งานอยู่อีกห้อง

หน้าบันไดชั้น 2 จะเป็นจุดขึ้นลงลิฟต์ โดยชั้น 2 จะปูด้วยปาเกต์ไม้สักสีเข้มดูเรียบหรู และมีระยะพื้นถึงฝ้าสูง 3 ม.

ถัดจากบันไดจะมีพื้นที่อเนกประสงค์เพดานสูงแบบ Double Volume อยู่ระหว่างทางเดิน โดยบ้านตัวอย่างได้ติดประตูกระจกกั้นเป็นห้องเอาไว้

ภายในห้องมีพื้นที่กว้าง สามารถตกแต่งเป็นห้องซ้อมดนตรีได้เลยทีเดียว หรือจะจัดเป็นห้องนั่งเล่น ห้องพระ ห้องทำงาน ก็เลือกได้ตามไลฟ์สไตล์

เพดานของพื้นที่อเนกประสงค์จุดนี้จะสูงขึ้นไปถึงชั้น 3 โดยมีความสูงรวมแล้ว 7.2 ม. เหมาะกับการติดโคมไฟระย้าตกแต่ง

พื้นที่อเนกประสงค์ยังอยู่ติดกับระเบียงกว้างๆ ที่สามารถออกไปจัดมุมพีกผ่อนกลางแจ้งได้

ตรงข้ามกับห้องอเนกประสงค์จะมีห้องน้ำแบบ Powder Room ให้ใช้งานอยู่อีกห้อง รองรับการใช้งานเวลาอยู่ทึ่ห้องนั่งเล่นหรือห้องอเนกประสงค์

โถงทางเดินของชั้น 2 เป็นรูปทรง U Shape ล้อม Double Volume ที่ต่อเนื่องขึ้นมาจากชั้น 1

มองจากโถงชั้น 2 ลงไปยังชั้น 1 จะเห็นทั้ง Living Area และสระว่ายน้ำ

มาดูห้องฝั่งหน้าบ้านกันก่อน ห้องแรกที่ประตูฝั่งขวาของภาพคือห้องนอน 4 ส่วนห้องถัดไปคือห้องนั่งเล่น

ห้องนอน 4 มีพื้นที่กว้างขวาง แบ่งฟังก์ชันลงตัวเป็นสัดส่วน ฝั่งหน้าประตูห้องเป็นมุมสำหรับตู้เสื้อผ้า อยู่ติดกับห้องน้ำส่วนตัว

ห้องน้ำในห้องนอน 4 แบ่งพื้นที่ส่วนเปียกและส่วนแห้ง มาพร้อมสุขภัณฑ์ที่ครบครัน

ถัดจากมุมตู้เสื้อผ้าไปจะเป็นโซนพัดผ่อน รองรับเตียงใหญ่ 6 ฟุต พร้อมด้วยพื้นที่รองรับทั้งตู้ข้างเตียง ชั้นวางทีวี และโต๊ะทำงาน

นอกห้องนอน 4 ก็มีระเบียงส่วนตัวให้จัดสวนเล็กๆ หรือทำเป็นมุมพักผ่อนได้ด้วย

ห้องถัดมาจากห้องนอน 4 คือห้องนั่งเล่นหรือห้องอเนกประสงค์ซึ่งดูกว้างและปลอดโปร่งด้วยหน้าต่างขนาดใหญ่ทางฝั่งหน้าบ้านและประตูกระจกขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับระเบียง ทำให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาภายในห้องได้ดี

พื้นที่ห้องสามารถวางโซฟาขนาดใหญ่รวมถึงวางตู้โฮมเธียร์เตอร์ได้เลย โดยบ้านตัวอย่างแต่งห้องนี้ด้วยโต๊ะพูล ตู้หนังสือ และอาร์มแชร์สำหรับนั่งพักผ่อน จึงได้อีกอารมณ์ที่แตกต่างจาก Living Area ที่ชั้น 1

ระเบียงของห้องนั่งเล่นชั้น 2 มีพื้นที่กว้างพอให้จัดเป็นมุมจิบกาแฟหรือปาร์ตี้ปิ้งย่างได้เลย โดยฝั่งหนึ่งจะหันไปทางหน้าบ้าน ส่วนอีกฝั่งจะหันไปหาสระว่ายน้ำตรงกลางบ้าน

มองลงไปจากระเบียงจะเห็นสระว่ายน้ำที่อยู่ตรง Court กลางพื้นที่บ้านชั้นล่าง

จาก 2 ห้องที่อยู่ฝั่งหน้าบ้าน เราจะไปดูห้องนอนที่อยู่ฝั่งหลังบ้านกันบ้าง

นี่คือห้องนอน Junior Master Bedroom (ห้องนอน 3) ซึ่งจะมีขนาดใหญ่กว่าห้องนอน 4 อยู่พอสมควร โดยเมื่อเข้ามาถึงจะเจอกับมุมสำหรับตู้เสื้อผ้า ถัดจากนั้นจะเป็นห้องน้ำส่วนตัว

ห้องน้ำในห้องนอน 3 มีขนาดใหญ่ มาพร้อมชุดสุขภัณฑ์ครบครัน มีความพิเศษตรงที่มีอ่างอาบน้ำ

อ่างอาบน้ำจะอยู่ติดกับฝักบัวอาบน้ำแบบ Rain Shower ภายในส่วนเปียกที่กั้นด้วยประตูกระจก รวมถึงมีหน้าต่างขนาดใหญ่เปิดรับแสงเข้ามาช่วยลดความชื้นภายในห้องน้ำ

ถัดจากมุมแต่งตัวและห้องน้ำจะเป็นมุมนั่งเล่นที่สามารถวางโซฟาขนาดกลางคู่กับชั้นวางทีวีหรือตู้ไซด์บอร์ดก็ได้

ต่อเนื่องจากมุมนั่งเล่นจะเป็นพื้นที่สำหรับวางเตียงนอนซึ่งรองรับเตียงขนาด 6 ฟุตได้สบายๆ

ติดกับเตียงนอนจะเป็นประตูกระจกที่เชื่อมต่อออกมายังระเบียงส่วนตัวของห้องนอน 3

ระเบียงห้องนอน 3 จะอยู่ตรงข้ามกับระเบียงห้องนั่งเล่น เมื่อมองลงมาตรงกลางจะเห็นสระว่ายน้ำ

ไปต่อกันที่ชั้น 3 โดยบริเวณชานพักบันไดจะมีหน้าต่างขนาดใหญ่เปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาสร้างบรรยากาศที่สว่างปลอดโปร่งภายในบ้านได้เป็นอย่างดี

แปลนชั้น 3 ไล่จากบันไดมาจะเจอกับห้องอเนกประสงค์ ถัดจากนั้นจะเป็นห้อง Master Bedroom ที่อยู่ทางฝั่งหน้าบ้าน และเลี้ยวตามโถงทางเดินไปทางหลังบ้านจะเจอกับห้องนอน 2 โดยสังเกตได้ว่าทุกห้องนอนนั้นมีห้องน้ำในตัว และทุกห้องนอนจะมีระเบียงส่วนตัวกันทั้งหมด

ขึ้นบันไดมาถึงชั้น 3 จะเจอกับลิฟต์โดยสาร และสำหรับความสูงของฝ้าเพดานชั้น 3 นั้นอยู่ที่ 3 ม. ปูพื้นด้วยปาเกต์ไม้สักเช่นกันกับชั้น 2

ถัดจากลิฟต์จะเป็นโถงทางเดิน โดยฝั่งซ้ายของภาพที่เป็นผนังกระจกนั่นคือจุดเชื่อมต่อกับ Void ของโถง Double Volume ซึ่งต่อเนื่องมาจากห้องอเนกประสงค์ที่ชั้น 2 ส่วนฝั่งขวาของภาพคือห้องอเนกประสงค์ของชั้น 3 ซึ่งจริงๆ แล้วจะมีประตูบานเลื่อนกั้นห้องจากโถงทางเดิน แต่บ้านตัวอย่างเลือกที่จะนำออกไปเพื่อความปลอดโปร่ง

ห้องอเนกประสงค์มีพื้นที่พอให้จัดเป็นซาลอนย่อมๆ ส่วนตัวได้เลย จะปรับเป็นห้องทำงาน หรือห้องนั่งเล่นอีกห้องก็ยังได้

ห้องอเนกประสงค์ก็มีระเบียงด้วยเหมือนกัน โดยฝั่งนี้จะหันออกไปทางหน้าบ้าน

เดินต่อมาตามโถงทางเดินจะเจอกับห้อง Master Bedroom โดยประตูห้องจะอยู่ทางฝั่งขวาของภาพ ส่วนถ้าเดินต่อไปตามโถงทางฝั่งหลังบ้านจะเจอกับห้องนอน 2 แต่บ้านตัวอย่างทุบผนังโซนหน้าห้องนอน 2 ออก เพื่อขยายพื้นที่โถงกลางให้กลายเป็นห้องแต่งตัวขนาดใหญ่แทน

มาดู Master Bedroom กันก่อน เมื่อเข้ามาภายในห้องจะเจอกับทางเข้าห้องน้ำ ซึ่งเป็นห้องน้ำขนาดใหญ่พิเศษ

อ่างล้างหน้าเป็นแบบ His & Her แบ่งการใช้งานกันอย่างชัดเจน ส่วนโถสุขภัณฑ์จะเป็นแบบระบบอัจฉริยะ

มีอ่างอาบน้ำระบบจากุชชี่ และมุมอาบน้ำแบบ Shower Box กั้นพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน

พอเข้ามาใน Master Bedroom จะพบกับพื้นที่กว้างขวาง แบ่งเป็นมุมนั่งเล่นและเตียงนอน รวมถึงยังมีมุมให้ทำเป็น Walk - in Closet ได้ด้วย แต่บ้านตัวอย่างเลือกแต่งโถงกลางเป็นห้องแต่งตัวไปแล้ว ในห้องนี้จึงไปขยายมุมนั่งเล่นให้กว้างขึ้นแทน

Master Bedroom สามารถวางเตียงคิงไซส์ได้แบบสบายๆ

มุมนั่งเล่นจะอยู่ติดกับระเบียงที่ทำมุมเป็นรูปทรง L Shape ทั้งประตูและหน้าต่างมีขนาดใหญ่ เปิดรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่

ออกมาที่ระเบียงจะเจอกับพื้นที่กว้าง สามารถจัดเป็นมุมพักผ่อนกลางแจ้งได้ โดยจะอยู่ตรงข้ามกับระเบียงของห้องนอน 2 ทางฝั่งหลังบ้าน

อีกฝั่งของระเบียงจะหันไปทางหน้าบ้าน โดยมีทางเดินต่อเข้าไปอีก

ทางเดินจะเชื่อมต่อไปยังระเบียงฝั่งหน้าบ้าน

เพื่อความเป็นส่วนตัวของ Master Bedroom ฟาซาดหน้าบ้านจึงมีการติดตั้งฉากระแนงอลูมิเนียมเพื่อพรางสายตาจากภายนอก

โถงกลางชั้น 3 ถูกปรับให้กว้างขึ้นโดยทุบผนังส่วนแต่งตัวของห้องนอน 2 ออก แล้วบิลต์อินพื้นที่ทั้งหมดให้กลายเป็น Walk - in Closet ขนาดใหญ่ของ Master Bedroom

เพราะกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ของบ้าน เดอะ เจนทริ คือครอบครัวคนรุ่นใหม่ที่อาจยังมีสมาชิกไม่กี่คน โครงการเลยปรับห้องนอน 2 ให้กลายเป็นห้องแต่งตัวอีกธีมหนึ่ง สื่อได้ว่า Walk - in Closet ที่โถงกลางเป็นของผู้หญิง แล้วแยกห้องแต่งตัวของผู้ชายมาไว้ที่ห้องนอน 2 เลย (Double Walk-in Closet) เป็นไอเดียที่น่าสนใจสำหรับครอบครัวที่มีเสื้อผ้าเป็นจำนวนมาก

ใกล้กับประตูทางเข้าห้องจะมีห้องน้ำส่วนตัวซึ่งแบ่งพื้นที่ส่วนเปียกและแห้งไว้อย่างเป็นสัดส่วน

พื้นที่ห้องนอน 2 จริงๆ แล้วสามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุต พร้อมกับจัดมุมนั่งเล่นได้เหมือนกับห้องนอน 3 ซึ่งอยู่ที่ชั้น 2 ได้เลย

และก็เหมือนกับทุกห้องนอนที่เราได้ดูกันไป ห้องนอน 2 ก็มีระเบียงส่วนตัวเช่นกัน

นี่คือบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการอย่าง Sanctuary - T โดยนอกจากฟังก์ชันบ้านที่ได้ชมกันไป พูลวิลล่าหลังนี้ก็ยังมีระบบ Smart Home Automation ติดตั้งอยู่ทั่วพื้นที่บ้าน เพื่อความสะดวกในการสั่งเปิดปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ได้ผ่านสมาร์ตโฟน และที่สำคัญในยุคนี้อีกอย่างก็คือการมีระบบ Active Air Quality ช่วยปรับให้อากาศภายในบ้านสะอาด มีความหมุนเวียนดี ปลอดภัยจากฝุ่นละออกและเชื้อโรคต่างๆ อีกทั้งยังติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อเป็นอีกพลังงานทางเลือก
Hideaway - T 553 ตร.ม.

บ้านเดี่ยวอีกหลังที่เราจะรีวิวให้ชมกันคือบ้านขนาดกลางของโครงการที่มีชื่อว่า Hideaway - T ซึ่งมีขนาดพื้นที่ใช้สอยกว้างใหญ่ถึง 553 ตร.ม. สร้างบนแปลงที่ดินขนาดเริ่มต้น 77.5 ตร.ว. มาพร้อมกับฟังก์ชัน 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ พร้อมด้วยลิฟต์โดยสาร

แปลนชั้น 1 หน้าบ้านจอดรถได้ 4 คัน ภายในบ้านโซนหลักตรงกลางจะเป็น Common Area แบบ Open Plan ที่เชื่อมต่อ Living Area กับ Dining Area เข้าด้วยกัน โดยมีมุม Pantry อยู่ใกล้ๆ และยังมีห้องนอนพร้อมห้องน้ำส่วนตัว ห้องครัว ห้องซักล้าง และห้องพักแม่บ้านแยกพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน (แบบแปลนจะสลับฝั่งกับบ้านตัวอย่างที่เราพาชมนะครับ)

ลานจอดรถหน้าบ้านจะอยู่ใต้ชายคาช่วยบังแดดฝน โดยจะมีจุดรองรับการติดตั้ง EV Charger เตรียมไว้ รวมถึงติดตั้งกล้อง CCTV เพื่อเสริมความปลอดภัย

ถัดจากลานจอดรถไปด้านในจะมีเฉลียงที่อยู่ระหว่าง Living Area ในบ้านกับสวนข้างบ้าน โดยมีฉากระแนงช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว

ประตูทางเข้าหลักของบ้านเป็นประตูไม้สัก ติดตั้ง Digital Door Lock และสัญญาณกันขโมยระบบ Magnetic Sensor

เมื่อเข้ามาในบ้านจะเจอกับโถง Foyer ที่มีตู้เก็บของขนาดใหญ่ และใกล้ๆ กับประตูจะมีแผงควบคุมระบบ Home Automation และระบบ Smart Security

ถัดจาก Foyer เข้ามาในบ้าน ทางฝั่งขวามือจะเป็นทางเดินไปที่บันได ห้องน้ำ และลิฟต์โดยสาร

สุดทางเดินจะเป็นลิฟต์โดยสารของ Hitachi ที่รองรับน้ำหนักได้ 260 กก. ติดตั้งมาพร้อมกับบ้านมาตรฐาน

ตรงข้ามกับลิฟต์จะเป็นห้องน้ำแบบ Powder Room รองรับการใช้งานระหว่างวัน หรือเป็นจุดล้างมือหลังกลับเข้าบ้านเพื่อสุขอนามัยในการอยู่อาศัย

จาก Foyer หน้าประตูทางเข้า คราวนี้มองเยื้องมาทางฝั่งซ้ายมือจะเจอกับ Dining Area และ Living Area ที่มีเพดานสูงแบบ Double Volume โดยมีหน้าต่างขนาดใหญ่เปิดเชื่อมต่อกับเฉลียงข้างบ้าน รับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่

Dining Area มีพื้นที่กว้าง เลือกวางโต๊ะอาหารขนาด 8 - 10 ที่นั่งได้ตามต้องการ

Living Area รองรับโซฟาขนาดใหญ่ พร้อมด้วยโต๊ะกลางและชุดอาร์มแชร์ โดยจะอยู่ติดกับเฉลียงข้างบ้าน ทำให้ได้ความสดชื่นสบายตาจากบรรยากาศสวน

เฉลียงข้างบ้านมีพื้นที่กว้าง สามารถจัดเป็นมุมพักผ่อนกลางแจ้ง มุมจิบกาแฟริมสวน หรือจุดปาร์ตี้บาร์บีคิวได้ตามต้องการ โดยจะอยู่ติดกับสวนข้างบ้าน ซึ่งขนาดนั้นึ้นอยู่กับที่ดินของแปลงบ้าน

แม้ด้านหน้าบ้านจะดูปิดทึบเพื่อความเป็นส่วนตัว แต่พอดูบ้านจากมุมด้านข้างจะเห็นว่ามีช่องแสงจำนวนมากที่ชั้นต่างๆ ซึ่งช่วยให้บรรยากาศในบ้านสว่างปลอดโปร่ง

พื้นที่ Double Volume มีระดับความสูงของเพดานอยู่ที่ 7.2 ม. เชื่อมต่อไปยังโถงทางเดินชั้น 2

ถัดจาก Dining Area ไปทางฝั่งหลังบ้านจะมีมุมสำหรับจัดเป็น Pantry แบบที่ใหญ่พอจะเป็นครัวเปิดได้เลย โดยนอกจากมีเคาน์เตอร์ Pantry ก็ยังมีพื้นที่ให้ทำเป็น Island ได้อีกด้วย

ติดกับส่วน Pantry ทางฝั่งเดียวกับ Living Area จะมีห้องนอน 5

บ้านตัวอย่างตกแต่งห้องนอน 5 ให้เป็นห้องออกกำลังกาย โดยห้องนี้จะปูพื้นด้วยวัสดุ SGC Soft Absorbtion Floor เพื่อรองรับการใช้งานเป็นห้องนอนผู้สูงอายุ เพราะพื้นชนิดนี้มีคุณสมบัติช่วยลดแรงกระแทกเมื่อหกล้ม ต่างจากโซนอื่นๆ ของชั้น 1 ที่พื้นเป็นกระเบื้อง Cotto Italia

ห้องนอน 5 มีห้องน้ำในตัว ซึ่งออกแบบให้รองรับการใช้งานของผู้สูงวัยและผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์ พื้นห้องน้ำกับห้องนอนเรียบในระดับเดียวกันเพื่อการนำรถเข็นเข้าออกได้สะดวก รวมถึงติดตั้งอุปกรณ์ช่วยพยุงตัวไว้ด้วย

ตรงข้ามกับห้องนอน 5 อีกฝั่งของ Pantry จะเป็นห้องครัว

ห้องครัวมีพื้นที่ใหญ่ รองรับการทำเคาน์เตอร์ครัวเข้ามุมรูปทรง U Shape และ I Shape ได้อย่างละ 2 จุด

ออกจากครัวมาจะเป็นพื้นที่ซักล้างในร่ม โดยมีห้องสำหรับซักรีดแยกอยู่ด้วย

เดินเลาะสวนข้างบ้านมาทางฝั่งหน้าบ้านจะมีห้องพักแม่บ้านกับห้องน้ำแม่บ้านหลบมุมอยู่อย่างเป็นสัดส่วน

กลับมาที่โถงบันได เราจะขึ้นไปชมชั้น 2 กันต่อ โดยบันไดมีโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ปูขั้นบันไดด้วยปาร์เกต์ไม้สัก

แปลนชั้น 2 เป็นรูปทรง U Shape โอบล้อมโถง Double Volume ที่เชื่อมต่อขึ้นมาจากชั้น 1 โดยชั้น 2 จะมี 2 ห้องนอนพร้อมห้องน้ำและระเบียงส่วนตัว รวมถึงมีห้องนั่งเล่นอยู่อีกห้อง

ขึ้นมาถึงชั้น 2 จะเจอกับลิฟต์ โดยพื้นชั้นนี้จะเปลี่ยนมาปูด้วยไม้สักปาร์เกต์

โถงทางเดินจะเลียบไปกับระเบียงที่เชื่อมต่อถึงพื้นที่ Double Volume จากโถงชั้น 1

มุมมองจากโถงชั้น 2 ลงไปที่ Dining Area และ Living Area ของชั้น 1

ติดกับบันไดจะเป็นทางเดินไปที่ห้องนอน 3 ที่อยู่ฝั่งหลังบ้าน

เมื่อเข้ามาในห้องนอน 3 จะเจอกับมุมตู้เสื้อผ้าที่อยู่ใกล้กับห้องน้ำ

ห้องน้ำในห้องนอน 3 มีพื้นที่กว้าง โดยนอกจากแบ่งส่วนเปียกกับแห้ง ก็ยังมีอ่างอาบน้ำติดตั้งมาให้ด้วย

ถัดจากโถงทางเดินเข้ามาจะมีมุมให้วางโซฟาหรือโต๊ะเครื่องแป้งได้ตามต้องการ

โซนพักผ่อนของห้องนอน 3 สามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุต พร้อมด้วยชั้นวางทีวีหรือโต๊ะทำงานได้

ถัดจากเตียงนอนจะเป็นระเบียงส่วนตัวของห้องนอน 3

ออกจากห้องนอน 3 เดินตามโถงทางเดินมาฝั่งหน้าบ้านจะเจอกับห้องนอน 4

บ้านตัวอย่างตกแต่งห้องนอน 4 ให้เป็นห้องทำงาน ตามไลฟ์สไตล์ของครอบครัวคนรุ่นใหม่ที่อาจไม่จำเป็นต้องใช้ห้องนอนมากถึง 4 - 5 ห้อง

ห้องนอน 4 เองก็มีระเบียงส่วนตัวเช่นกัน โดยระเบียงจะหันไปฝั่งข้างบ้านเพื่อความเป็นส่วนตัว

ห้องนอน 4 มีพื้นที่พอสำหรับเตียง 6 ฟุตและมุมแต่งตัว รวมถึงมีห้องน้ำส่วนตัวด้วย

ห้องน้ำในห้องนอน 4 แบ่งพื้นที่เป็นส่วนเปียกกับส่วนแห้ง มาพร้อมชุดสุขภัณฑ์ครบครัน

ถัดจากห้องนอน 4 ไปตามโถงทางเดินจะเป็นห้องนั่งเล่นของชั้น 2

ห้องนั่งเล่นชั้น 2 จะอยู่ฝั่งหน้าบ้าน มีหน้าต่างขนาดใหญ่ล้อมไว้ 2 ฝั่งผนังเพื่อให้รับแสงธรรมชาติได้ดี

บ้านตัวอย่างแต่งห้องนั่งเล่นชั้น 2 ให้เป็น Entertainment Room สำหรับเล่นเกมหรือชมภาพยนตร์ เพื่ออารมณ์ที่แตกต่างจาก Living Area ที่ชั้น 1 โดยยังสามารถเพิ่มมินิบาร์มาในห้องได้ด้วย

ติดกับประตูออกไประเบียงยังมีมุมให้จัดเป็นที่จิบเครื่องดื่มหรือนั่งอ่านหนังสือได้ด้วย

ระเบียงของห้องนั่งเล่นจะอยู่ฝั่งด้านข้างตัวบ้าน โดยสามารถมองเห็นวิวทั้งทางหน้าบ้านและสวนข้างบ้านได้

ขึ้นไปชมชั้น 3 กันต่อ โดยโถงบันไดเหนือชานพักจะมีระยะความสูงพอสำหรับติดตั้งโคมไฟระย้าได้

ชั้น 3 จะมี 2 ห้องนอนใหญ่พร้อมห้องน้ำและระเบียงส่วนตัว รวมถึงมีห้องอเนกประสงค์อีก 1 ห้อง (แปลนบ้านจะสลับฝั่งกับ้านตัวอย่าง)

ขึ้นมาถึงชั้น 3 จะเจอกับลิฟต์ และถัดจากนั้นคือห้องอเนกประสงค์

ห้องอเนกประสงค์ในบ้านตัวอย่างถูกแต่งเป็นชั้นวางของสะสม โดยสามารถเลือกปรับฟังก์ชันได้หลากหลาย เช่น ห้องทำงาน ห้องทำการบ้าน หรือห้องไหว้พระสวดมนต์

ถัดจากห้องอเนกประสงค์จะเป็นห้อง Master Bedroom

เมื่อเข้ามาใน Master Bedroom จะเจอกับ Walk - in Closet และห้องน้ำ

ห้องน้ำ Master Bedroom มีขนาดใหญ่ แบ่งพื้นที่เป็นส่วนเปียกและส่วนแห้ง

อ่างล้างหน้าเป็นแบบคู่ His & Her ส่วนโถสุขภัณฑ์จะเป็นระบบอัจฉริยะ

มาพร้อมกับอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่และ Shower Box ที่กั้นพื้นที่อาบน้ำเป็นสัดส่วน

ฝั่ง Walk - in Closet ก็มีพื้นที่กว้าง รองรับตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่และโต๊ะเครื่องแป้งแบบคู่

ถัดเข้าไปจะเป็นพื้นที่พักผ่อนที่แบ่งเป็น 2 มุม ในภาพคือตำแหน่งของเตียงนอนขนาด 6 ฟุต

อีกฝั่งจะอยู่ด้านหน้าบ้าน เป็นมุมนั่งเล่นที่รองรับโซฟาขนาดใหญ่และอาร์มแชร์ได้ โดยมีระเบียงล้อมเข้ามุมเป็นทรง L Shape

ระเบียงห้อง Master Bedroom จะกว้างและทำมุมแบบ L Shape โดยฝั่งหน้าบ้านจะมีระแนงอลูมิเนียมช่วยพรางสายตา เพิ่มความเป็นส่วนตัว

มุมระเบียงฝั่งข้างบ้านจะตรงข้ามกับระเบียงของห้องนอน 2 โดยสามารถมองลงไปเห็นสวนกับเฉลียงข้างบ้านได้

ออกจากห้อง Master Bedroom แล้วเดินเลี้ยวไปฝั่งหลังบ้านจะเจอกับห้องนอน 2

ห้องนอน 2 ก็มีพื้นที่กว้าง สามารถจัดฟังก์ชันต่างๆ ได้เหมือนกับห้อง Master Bedroom โดยข้างเตียงมีพื้นที่ให้วางโซฟาหรืออาร์มแชร์ได้ ส่วนฝั่งปลายเตียงก็รองรับชั้นวางทีวี

ตำแหน่งสำหรับที่นอนรองรับการวางเตียงไซส์ 6 ฟุตได้แบบสบายๆ เหลือพื้นที่ให้วางโต๊ะข้างเตียงได้ทั้ง 2 ฝั่ง

ห้องนอน 2 จะมีระเบียงส่วนตัว หันออกไปทางฝั่งข้างบ้าน

มองย้อนกลับไปในห้อง จะเห็นว่ามีห้องน้ำ และริมทางเดินที่เข้ามาจากประตูห้องนั้นสามารถบิลต์อินตู้เสื้อผ้าได้เต็มๆ ผนัง

ห้องน้ำของห้องนอน 2 แบ่งพื้นที่ส่วนเปียกกับส่วนแห้ง มาพร้อมสุขภัณฑ์ครบครัน รวมถึงมีหน้าต่างขนาดใหญ่ช่วยเปิดรับแสงไล่ความชิ้น

นี่คือบ้านตัวอย่างของบ้านเดี่ยวแบบ Hideaway - T ขนาด 553 ตร.ม. และเช่นกันกับบ้านแบบ Sanctuary - T ที่บ้านมาตรฐานจะมาพร้อมกับระบบ Home Automation, Smart Security, Active Air Quality และแผง Solar Rooftop ตามแนวคิด Living Solution ของ SC Asset
Location

เดอะ เจนทริ สุขุมวิท - บางนา ตั้งอยู่ที่ ซ.สุขุมวิท 68 ซึ่งมีทางเข้าออกติดกับหน้าจุดขึ้นทางด่วนเฉลิมมหานคร ด่านบางนา จึงสะดวกอย่างมากในการเดินทางไป CBD สีลม - สาทร และสามารถเชื่อมต่อกับ ซ.สุขุมวิท 64 เพื่อออกไปที่ ถ.สุขุมวิท โซนปุณณวิถี รวมถึงทะลุผ่าน ถ.สรรพาวุธ ไปที่สี่แยกบางนาได้อีกด้วย นับเป็นทำเลขอบเมืองที่เดินทางเข้าตัวเมืองชั้นในได้สะดวก รายล้อมด้วยสถานที่สำคัญหลากหลายแห่ง

จากโครงการสามารถเดินทางไปยัง ทรู ดิจิทัล พาร์ค สุขุมวิท 101 ได้ง่ายๆ ผ่าน ซ.สุขุมวิท 64 เช่นกันกับ ไบเทค บางนา ที่อยู่บริเวณหัวมุมสี่แยกบางนา นอกจากนี้ก็ยังอยู่ไม่ไกลจาก เซ็นทรัล บางนา รวมถึงสามารถเดินทางไปแหล่งช็อปปิ้งและไลฟ์สไตล์สุขุมวิทตอนกลาง เอกมัย - ทองหล่อ - พร้อมพงษ์ ได้สะดวกผ่าน ถ.สุขุมวิท และรถไฟฟ้าสายสีเขียว

ใกล้กับโครงการยังมี Mega Project ที่กำลังก่อสร้างอยู่อีก 2 แห่ง ทั้ง บางกอก มอลล์ บริเวณสี่แยกบางนาฝั่ง ถ.บางนา - ตราด ขาออก และ คลาวด์ อีเลฟเว่น ใกล้ BTS ปุณณวิถี ที่จะยกระดับทำเลนี้ให้เป็น Digital District ในอนาคต

ใกล้กับโครงการเป็นแหล่งรวมโรงเรียนนานาชาติชั้นนำจำนวนมากทั้งฝั่ง ถ.สุขุมวิท และ ถ.บางนา - ตราด เช่น รร.นานาชาติเบิร์คลีย์, รร.นานาชาติแองโกล สิงคโปร์, รร.นานาชาติเวลส์, รร.เซนต์แอนดรูว์ สุขุมวิท 107 และ รร.บางกอกพัฒนา นอกจากนี้ด้วยที่ตั้งโครงการซึ่งอยู่ติดทางด่วนเฉลิมมหานคร ผู้ปกครองจึงยังสามารถขับรถไปส่งเด็กๆ ที่โรงเรียนนานาชาติชั้นนำย่านพระราม 3 หรือสาทรได้สะดวกรวดเร็วเช่นกัน

นอกจากความสะดวกสบาย แหล่งงาน และสถานศึกษา ที่ตั้งของ เดอะ เจนทริ สุขุมวิท - บางนา ยังรายล้อมด้วยสถานพยาบาลชั้นนำอีกหลายแห่ง เช่น รพ.ไทยนครินทร์, รพ.สุขุมวิท, รพ.พรินซ์สุวรรณภูมิ และ รพ.สมิติเวช สุขุมวิท จึงตอบโจทย์ความอุ่นใจในการดูแลสุขภาพได้อย่างลงตัว
การเดินทาง

รีวิวการเดินทางในครั้งนี้ เราใช้ทางด่วนเฉลิมมหานคร มุ่งหน้าไปบางนา

ลงจากทางด่วนที่บางนา ให้ขับตรงตามป้ายบอกทางไปบางนาอีกหน่อย

ใช้ทางออก 17B ตามป้ายไปสมุทรปราการ เพื่อเข้าสู่ ถ.สุขุมวิท ฝั่งที่มุ่งหน้าไป แบริ่ง - สำโรง

ทางออกจากทางด่วนเฉลิมมหานครจะวิ่งข้ามแยกบางนามาลงที่ ถ.สุขุมวิท และจะผ่าน BTS สายสีเขียว สถานีบางนา ให้ชิดขวาเพื่อกลับรถ

กลับรถมาที่ ถ.สุขุมวิท ฝั่งขาเข้า ให้ชิดซ้ายเพื่อเลี้ยวเข้าทางด่วนเฉลิมมหานคร

กลับรถมาสุขุมวิท ชิดซ้ายเพื่อมาทางด่วน

ทางด่วนเฉลิมมหานคร ด่านบางนา ถือว่าอยู่ปากซอยโครงการเลยทีเดียว สามารถออกมาใช้เดินทางไปโซน พระราม 3, คลองเตย, พระราม 4, สีลม และสาทร ได้อย่างสะดวก

เบี่ยงซ้ายออกจากทางคู่ขนานทางด่วนเฉลิมมหานคร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ซ.สุขุมวิท 68 โดยจะมีป้ายโฆษณาโครงการตั้งอยู่ให้สังเกต

ตรงไปตาม ซ.สุขุมวิท 68 ระหว่างทางเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบที่ค่อนข้างเงียบสงบในเวลากลางวัน

เข้ามาในซอยแค่ไม่ไกลก็จะเจอกับซุ้มประตูโครงการอยู่ทางฝั่งขวามือ โดยหากตรงต่อไปจะสามารถทะลุออกสู่ ถ.สรรพาวุธ ได้ด้วย

หากย้อนกลับมาที่ปากซอยสุขุมวิท 68 จะมีถนนที่คู่ขนานไปกับทางด่วนเฉลิมมหานคร ชื่อว่า ซ.พูลสิน ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับ ซ.สุขุมวิท 64 เพื่อออกไปที่ ถ.สุขุมวิท ได้

ตรงไปตาม ซ.สุขุมวิท 64 ขึ้นสะพานข้ามทางด่วนเฉลิมมหานคร

ขับตรงต่อไปบน ซ.สุขุมวิท 64 จะมองเห็นโครงการก่อสร้าง คลาวด์ อีเลฟเว่น ศูนย์การค้ามิกซ์ยูสอยู่ข้างหน้า

ซ.สุขุมวิท 64 มีสภาพเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและสำนักงานขนาดย่อย ระหว่างทางจะผ่านคอนโดอยู่ 3 - 4 แห่ง

ปากซอยสุขุมวิท 64 เป็นที่ตั้งของ รร.นานาชาติแองโกล สิงคโปร์

ออกสู่ ถ.สุขุมวิท ฝั่งขาเข้าได้อย่างง่ายดาย โดยใกล้กับปากซอยสุขุมวิท 64 จะมี BTS สายสีเขียว สถานีปุณณวิถี เป็นอีกทางเลือกในการเข้าสู่สุขุมวิทชั้นในได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
Price & Promotion

บ้านเดี่ยวโครงการ เดอะ เจนทริ สุขุมวิท - บางนา มีราคาเริ่มต้นของแบบบ้านต่างๆ ดังนี้
บ้านเดี่ยว Haven - T พื้นที่ใช้สอย 442 ตร.ม. เริ่ม 45.9 ล้านบาท*
บ้านเดี่ยว Hideaway - T พื้นที่ใช้สอย 553 ตร.ม. เริ่ม 57.9 ล้านบาท*
บ้านเดี่ยว Sanctuary - T พื้นที่ใช้สอย 695 ตร.ม. เริ่ม 72.9 ล้านบาท*
*ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2566 ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดสอบถามโครงการอีกครั้ง
Conclusion

จบลงแล้วสำหรับรีวิวบ้านเดี่ยวโครงการ เดอะ เจนทริ สุขุมวิท - บางนา โดยในช่วงท้ายนี้เรามีบทสรุปรีวิวจากมุมมองของแอดมินที่ได้สัมผัสกับบรรยากาศจริงๆ ของโครงการมาฝากกันครับ
Design & Function ดีไซน์ของพื้นที่ส่วนกลางโครงการมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร และคอนเซปต์ Swedish Forest ก็เข้ากันดีกับบริบทของทำเลโครงการที่ถึงจะเป็นบ้านในเมืองแต่ก็มีความเป็นส่วนตัวใกล้ชิดกับธรรมชาติ ส่วนดีไซน์บ้านก็มีความเรียบหรู ดูเท่แบบมีสไตล์ ตอบโจทย์รสนิยมคนเมืองได้ดี รวมถึงมีนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยยุคใหม่ที่จัดเต็มสมกับเป็นบ้านหรูของคนรุ่นใหม่ได้ดี
Facility โครงการโดดเด่นในเรื่องความเป็นส่วนตัว ด้วยจำนวนบ้านเพียงแค่ 17 ยูนิต บรรยากาศจึงมีความสงบ โดยยังได้ความปลอดภัยที่แน่นหนาในมาตรฐานของบ้าน SC Asset รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน พอดีกับความต้องการของคนเมืองได้อย่างลงตัว
Location ทำเลที่ตั้งโครงการเป็นอีกจุดแข็งของ เดอะ เจนทริ สุขุมวิท - บางนา เพราะหาได้ยากสำหรับโครงการบ้านหรูทึ่ทั้งติดจุดขึ้นทางด่วนเฉลิมมหานครและเข้าออกผ่าน ซ.สุขุมวิท 64 ไปยัง ถ.สุขุมวิท โซนปุณณวิถี ได้อย่างรวดเร็ว จัดเป็นบ้านในเมืองแบบ Rare Item ที่ไม่ว่าจะเข้าเมืองโซนสุขุมวิทตอนกลาง หรือไป CBD สีลม - สาทร ก็สะดวกง่ายดาย
สำหรับใครที่สนใจ เดอะ เจนทริ สุขุมวิท - บางนา สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากโครงการได้ที่เบอร์ 065 919 3456 หรือลงทะเบียนบนเว็บไซต์ https://m.scasset.com/HNri เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้เลย
การคำนวณยอดผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน
ปรับรายละเอียดด้านล่างเพื่อคำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือน