รีวิวคอนโดหรู The Forestias Signature Series ห้องชุดเน้นพื้นที่ขนาดใหญ่เพื่อชีวิตครอบครัว ในบรรยากาศส่วนตัวใกล้ชิดธรรมชาติ
เปิดให้เข้าชมห้องตัวอย่างเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับคอนโดหรูซึ่งตั้งอยู่ในทำเลดีที่สุดของโครงการ The Forestias บางนา กม.7 อย่าง ‘The Forestias Signature Series’
เดอะ ฟอเรสเทียส์ ซิกเนเจอร์ ซีรีส์ คือคอนโดหรูสูง 44 ชั้น ซึ่งมาพร้อมกับห้องชุดขนาดใหญ่ ตั้งแต่แบบ 2 Bedrooms 140 ตร.ม. ไปจนถึง Duplex Penthouse ขนาด 917 ตร.ม. ในจำนวนรวมทั้งโครงการเพียงแค่ 122 ยูนิต
ความพิเศษของโครงการคือห้องชุดทุกๆ ยูนิตจะเปิดรับวิวสวนป่า เดอะ ฟอเรสเทียส์ แบบพาโนราม่า พร้อมทั้งมีห้องพักแม่บ้านแยกโซนเป็นสัดส่วน รวมถึงมีลิฟต์โดยสารส่วนตัว นอกจากนี้บางยูนิตยังมีสระว่ายน้ำริมระเบียงเป็นของตัวเองอีกด้วย
วันนี้ Home Buyers จะพาคุณไปชมห้องตัวอย่างแบบ 2 Bedrooms พื้นที่ใช้สอย 185 ตร.ม. ซึ่งจัดแสดงให้ชมแล้วที่ Forest Pavilion ใน เดอะ ฟอเรสเทียส์ ความน่าสนใจของโครงการนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง มาติดตามกันได้เลยครับ
Factsheet
| ชื่อโครงการ : | โครงการ เดอะ ฟอเรสเทียส์ ซิกเนเจอร์ ซีรีส์ |
|---|---|
| บริษัท : | บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด |
| ที่ตั้งโครงการ : | ถ.บางนา - ตราด กม.7 ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ |
| พื้นที่โครงการ : | 2-3-93.2 ไร่ |
| รายละเอียดโครงการ : | คอนโดสูง 44 ชั้น และ 1 ชั้นใต้ดิน |
| จำนวนห้องชุด : | 122 ยูนิต |
| พื้นที่ใช้สอย : | 140 - 917 ตร.ม. |
| แบบห้องชุด : | 2 - 5 Bedrooms และ Duplex Penthouse |
| ที่จอดรถ : | ที่จอดรถอัตโนมัติ 200% |
| ราคาเริ่มต้น : | 37 ล้านบาท* (ณ กรกฎาคม 2566 โปรดสอบถามโครงการอีกครั้ง) |
| ปีที่สร้างเสร็จ : | ไตรมาสที่ 1 ปี 2569 |
| โทร : | 1265 |
| เว็บไซต์ : | mqdc.com/th/discover-project/signature-series/theforestias |
Highlight

คอนโดพื้นที่ขนาดใหญ่พิเศษ รองรับการอยู่อาศัยร่วมกันหลายคนหรือเป็นครอบครัว ตอบโจทย์ทั้งเป็นบ้านใกล้เมืองและบ้านตากอากาศใกล้ชิดธรรมชาติ แบบห้องมีตั้งแต่ 2 Bedrooms ถึง 5 Bedrooms และ Duplex Penthouse พื้นที่ใช้สอย 140 - 917 ตร.ม.
มีความเป็นส่วนตัวสูง มีห้องชุดไม่เกิน 4 ยูนิตต่อ 1 ชั้น ทุกห้องมีลิฟต์ส่วนตัวของครอบครัว มาพร้อมห้องพักแม่บ้านแยกโซนเป็นสัดส่วน และออกแบบอาคารให้มี ลิฟต์ บันได ทางเดิน สำหรับช่างซ่อมบำรุงโครงการโดยเฉพาะ ไม่รบกวนผู้พักอาศัย
ใกล้ชิดติดธรรมชาติ ทุกยูนิตเปิดรับวิวพื้นที่สีเขียวของ เดอะ ฟอเรสเทียส์ มุมมองแบบพาโนราม่า ผ่านหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่ และมีทางเดิน Canopy Walkway เชื่อมต่อตรงสู่สวนป่าพื้นที่ 30 ไร่ ให้อากาศที่สดชื่นและบรรยากาศที่ร่มรื่นในทุกวัน
ความสะดวกครบครัน จัดเต็ม Facility กินพื้นที่ถึง 7 ชั้น มาพร้อมหลากหลายกิจกรรมเพื่อคนทุกวัยในครอบครัว พร้อมด้วยระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. และที่จอดรถอัตโนมัติ รองรับช่องจอดได้ 200% จากจำนวนยูนิตทั้งโครงการ
ทำเลเมืองแห่งอนาคต ตำแหน่งดีที่สุดตำแหน่งหนึ่งในโครงการ The Forestias ศูนย์รวมที่อยู่อาศัยแนวคิดใหม่ ที่มาพร้อมพื้นที่สีเขียว พื้นที่ไลฟ์สไตล์ กิน ดื่ม ช้อป และกิจกรรมหลากหลายมากมาย รวมถึงสถานพยาบาล แบบครบวงจร บนทำเลติด ถ.บางนา - ตราด กม.7 ใกล้ทั้ง วงแหวนฯ และ ถ.ศรีนครินทร์
Facility

Sale Gallery ของโครงการ เดอะ ฟอเรสเทียส์ ซิกเนเจอร์ ซีรีส์ ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของ Forest Pavilion อาคารฝั่งด้านหลัง

พอขึ้นบันไดหรือลิฟต์มาที่ชั้น 2 ของอาคาร จะเจอกับป้ายโครงการ เดอะ ฟอเรสเทียส์ ซิกเนเจอร์ ซีรีส์ รอต้อนรับอยู่ โดยประตูที่อยู่ถัดจากป้ายคือที่ตั้งของ Sale Gallery

บรรยากาศภายใน Sale Gallery จะมีโซฟาให้นั่งพักอยู่หลายจุด

ใน Sale Gallery จะมีห้องรับรองแบบส่วนตัวสำหรับลูกค้า Exclusive อยู่ด้วย

Sale Gallery มีห้องแสดงวิดีโอที่เล่าถึงรายละเอียดต่างๆ ของโครงการ พร้อมด้วยไฮไลต์อีกอย่างคือจอที่แสดงแบบแปลนห้องชุดด้วยภาพ Animation 3D จำลองการใช้ชีวิตในฟังก์ชันต่างๆ ของห้องให้ดูอย่างสมจริง

ที่ Sale Gallery จะจัดแสดงโมเดลจำลองอาคารคอนโด เดอะ ฟอเรสเทียส์ ซิกเนเจอร์ ซีรีส์ ซึ่งมีความสูง 44 ชั้น โดยจะรายล้อมไปด้วยสวนป่าขนาดใหญ่และบึงน้ำ พร้อมด้วยสะพานทางเดิน Canopy Walkway ที่เชื่อมต่อโดยตรงจากอาคาร

ทุกยูนิตของโครงการจะหันหน้าต่างและระเบียงออกมาทางสวนป่า เพื่อเปิดรับวิวพื้นที่สีเขียวแบบพาโนราม่า โดยจะมีอีกโครงการในอนาคตอย่างโรงแรม Hotel Indigo สร้างอยู่ใกล้ๆ โดยที่ไม่บังทัศนียภาพของกันและกัน

จากโมเดลจำลองจะเห็นว่าระเบียงของห้องชุดใน เดอะ ฟอเรสเทียส์ ซิกเนเจอร์ ซีรีส์ นั้นหันออกไปรับวิวพื้นที่สีเขียวแบบเต็มๆ

สะพานทางเดิน Canopy Walkway จะทอดยาวเชื่อมต่อตั้งแต่ตัวโครงการไปถึงสวนป่า 30 ไร่ใจกลาง เดอะ ฟอเรสเทียส์ ซึ่งสามารถใช้เดินไปที่ Forest Pavilion, Town Center รวมถึงไปถึงพื้นที่ไลฟ์สไตล์และกิจกรรมหลากหลาย อย่าง Happitat ได้ด้วย

Sale Gallery ของ เดอะ ฟอเรสเทียส์ ซิกเนเจอร์ ซีรีส์ จะเป็นอาคารที่อยู่ด้านหลัง Forest Pavilion ซึ่งมีทางเดินเชื่อมถึงกันได้

เราลองเดินผ่าน Forest Pavilion ไปที่สะพาน Canopy Walkway เพื่อชมบรรยากาศบางส่วนของสวนป่าในโครงการ

บริเวณด้านหน้า Forest Pavilion จะมีสวนขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถใช้เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมภายในโครงการได้

จาก Canopy Walkway มองย้อนไปที่ Forest Pavilion ศูนย์กลางของ เดอะ ฟอเรสเทียส์ ซึ่งเป็นทั้ง Sale Gallery และศูนย์การเรียนรู้ รวมถึงพื้นที่จัดกิจกรรมของโครงการ โดยสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นของอาคาร ทำให้ Forest Pavilion ได้รับรางวัลด้านการออกแบบมาแล้วหลายรายการ ส่วน 3 อาคารที่อยู่ด้านหลัง คือคอนโดวิสดอม ซึ่งการก่อสร้างรุดหน้าไปมากแล้ว

บรรยากาศของบันไดทางขึ้นไป Forest Pavilion มีความร่มรื่นเป็นพิเศษ ตามแนวคิดในการพัฒนาเมืองให้เป็นหนึ่งเดียวกันกับธรรมชาติ

เดอะ ฟอเรสเทียส์ เป็นโครงการเมืองที่มุ่งเน้นส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพที่ดี และมีความสุข โดยนอกเหนือจากคอนโดหรูและบ้านเดี่ยวหรู ภายในเดอะ ฟอเรสเทียส์ ก็ยังมีอาคาร Town Center ซึ่งเป็นพื้นที่พาณิชย์และศูนย์จัดกิจกรรมต่างๆ ที่รองรับไลฟ์สไตล์ของผู้พักอาศัยได้อย่างหลากหลาย

ไม่เพียงเท่านั้น โซนด้านหน้าของ เดอะ ฟอเรสเทียส์ ยังมีพื้นที่ไลฟ์สไตล์และกิจกรรมต่างๆ แบบ Mix Use ที่ชื่อว่า Happitat ตั้งอยู่ติด ถ.บางนา - ตราด ซึ่งจะแบ่งพื้นที่เป็นทั้งค้าขาย กินอื่มช้อป อาคารสำนักงาน รวมถึงพื้นที่จัดกิจกรรมต่างๆ เสริมความเป็นเมืองที่ครบวงจรให้กับ เดอะ ฟอเรสเทียส์

สำหรับโครงการ เดอะ ฟอเรสเทียส์ ซิกเนเจอร์ ซีรีส์ จะมีซุ้มประตูทางเข้าโครงการซึ่งมาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. โดยภายในโครงการจะมีที่จอดรถอัตโนมัติซึ่งรองรับรถได้ถึง 200% จากจำนวนยูนิตทั้งหมด

คอนโดจะมีลิฟต์ทั้งหมด 6 ตัว โดยเป็นลิฟต์โดยสารสำหรับผู้พักอาศัยจำนวน 4 ตัว ซึ่งเป็นระบบล็อคชั้น จอดเฉพาะหน้าห้องชุดของตัวเองและพื้นที่ส่วนกลางเท่านั้น โดยจะจำกัดให้ขึ้นลงได้ทีละครอบครัวเพื่อความเป็นส่วนตัว ส่วนลิฟต์อีก 2 ตัวที่เหลือ ตัวหนึ่งจะเป็นลิฟต์ส่วนกลางที่เชื่อมต่อกับโถง Corridor สำหรับให้แม่บ้านใช้งาน และอีก 1 ตัวจะเป็นลิฟต์ Service สำหรับงานซ่อมบำรุงรวมถึงขนของชิ้นใหญ่

Facility ของโครงการมีความครบครัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยได้ทุกวัย โดยจะกระจายอยู่ถึง 7 ชั้น ซึ่งมีรายการสิ่งอำนวยความสะดวกดังต่อไปนี้
ชั้น G
- Treehouse
- Multi-purpose Lawn
- Forest Terrace
- Woodlands Lobby
- Great Forest Lobby
- Co-working Space
- Smart Lockers
- Bicycle Parking
ชั้น 2
- The Enchanted Lounge
- Playroom
- Immersia Theater
- Evergreen Dining Room
- Private Salon
- Private Spa
ชั้น 20
- Yoga Room
- Pilates Room
- Golf Simulator
ชั้น 21
- Gym
- Swimming Pool
- Thermal Pool
- Kids Pool
- Separate Male & Female Saunas
ชั้น 22
- Moonwake Club
ชั้น 35
- Forest View Terrace
ชั้น 39
- Sunset View Terrace
สำหรับค่าส่วนกลางของโครงการ เดอะ ฟอเรสเทียส์ ซิกเนเจอร์ ซีรีส์ จะจัดเก็บอยู่ที่ 100 บาท / ตร.ม. / เดือน และค่ากองทุนอาคารชุดอยู่ที่ 1,000 บาท / ตร.ม. (ชำระครั้งเดียวหลังโอนกรรมสิทธิ์)
Product

เดอะ ฟอเรสเทียส์ ซิกเนเจอร์ ซีรีส์ เป็นคอนโดสูง 44 ชั้น (+1 ชั้นใต้ดิน) มีห้องชุดจำนวนทั้งหมด 122 ยูนิต โดยแต่ละชั้นจะมีจำนอนห้องชุดสูงสุดไม่เกิน 4 ยูนิต ซึ่งบางชั้นจะมีเพียง 1 ยูนิตเท่านั้น จึงมอบความเป็นส่วนตัวขั้นสูงในการอยู่อาศัย
ห้องชุดในโครงการมีจุดเด่นอยู่ที่ขนาดพื้นที่ใช้สอยของห้องที่กว้างขวางเป็นพิเศษ โดนเริ่มต้นที่ 140 ตร.ม. ไปจนถึง 917 ตร.ม. เลยทีเดียว โดยประเภทของห้องชุดสามารถแบ่งได้ดังนี้
- 2 Bedrooms 140 - 228 ตร.ม.
- 2 Bedrooms + Plunge Pool* 185 - 189 ตร.ม.
- 2 Bedrooms Duplex 228 ตร.ม.
- 3 Bedrooms 185 - 300 ตร.ม.
- 3 Bedrooms + Plunge Pool * 313 - 341 ตร.ม.
- 3 Bedrooms Duplex + Plunge Pool* 348 ตร.ม.
- 4 Bedrooms 350 ตร.ม.
- 5 Bedrooms Duplex + Plunge Pool* 335 ตร.ม.
- Duplex Penthouse + Lap Pool & Garden 917 ตร.ม.
*สระว่ายน้ำส่วนตัวขนาดเล็กริมระเบียง
Show Unit : 2 Bedrooms 185 ตร.ม.

ห้องตัวอย่างที่ Sale Gallery ของ เดอะ ฟอเรสเทียส์ ซิกเนเจอร์ ซีรีส์ มีจัดแสดงอยู่ 1 แบบ คือห้อง 2 Bedrooms พื้นที่ใช้สอยประมาณ 185 ตร.ม. โดยในภาพนี้คือมุมมองจากลิฟต์ส่วนตัวจำลอง ที่เมื่อลิฟต์เปิดออกจะเจอกับโถง Foyer ของห้องชุด

จาก Foyer มองย้อนกลับไปที่ลิฟต์ ซึ่งเป็นระบบล็อคชั้น ให้ขึ้นลงได้เฉพาะห้องของตัวเองและพื้นที่ส่วนกลางเท่านั้น

โถง Foyer หน้าห้องชุดมีพื้นที่ค่อยข้างเยอะเลยทีเดียว โดยห้องที่ส่งมอบจะมีการบิลต์อินตู้เก็บรองเท้า ตู้เก็บของ และที่นั่งใส่รองเท้ามาให้เป็นมาตรฐาน ตามแบบห้องตัวอย่างทีเห็นนี้เลย

ก่อนถึงประตูทางเข้าพื้นที่โซนพักอาศัยของห้อง จะมีอีกประตูอยู่ข้างๆ ซึ่งเปิดไปแล้วจะเจอกับทางเดินไปยังห้องครัวซึ่งอยู่ทางขวาของภาพ ส่วนประตูที่อยู่สุดทางเดินนั้นคือประตูออกไปที่โถงทางเดิน Corridor ส่วนกลาง

ห้องครัวมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างขวาง โดยห้องมาตรฐานจะมาพร้อมกับเคาน์เตอร์ครัวเข้ามุมรูปทรง L Shape ซึ่งรองรับการทำอาหารได้พอดี รวมถึงมีมุมให้วางตู้เย็นขนาดใหญ่ได้ด้วย และถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นช่องเปิดที่ดูเหมือนหน้าต่าง ที่จริงๆ แล้วคือช่องส่งอาหารไปยัง Western Kitchen ภายในห้อง ที่สามารถเปิดปิดได้นั่นเอง

ติดกับห้องครัวยังมีห้อง ซัก - อบ - รีด ให้ได้ใช้งานกันอย่างเป็นสัดส่วน รองรับได้ทั้งเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้า

เราจะลองออกไปที่โถงทางเดิน Corridor นอกห้องกันดูนะครับ เพราะยังมีฟังก์ชันอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับห้องชุดนี้ให้ดูอีก

ข้างประตูซึ่งติดตั้ง Digital Door Lock จะมีตู้รับจดหมายและพัสดุอยู่ข้างๆ โดยทางโครงการจะมีเจ้าหน้าที่บริการนำพัสดุขึ้นมาส่งให้ถึงหน้าห้องเลย ส่วนตู้สีขาวที่ฝั่งอยู่ในผนัง ถัดจากตู้จดหมาย คืองานระบบของโครงการ ที่ออกแบบให้ช่างสามารถทำงานได้ง่าน โดยที่ไม่ต้องเข้าไปรบกวนการพักผ่อนของผู้อยู่อาศัยในห้องชุด

ใกล้กับตู้รับจดหมายจะมีห้องพักของแม่บ้าน แยกพื้นที่ออกมาจากห้องชุดโซนพักอาศัยอย่างชัดเจน โดยที่สามารถเดินไปรับจดหมาย รวมถึงทำงานในห้องซักรีดและห้องครัวได้อย่างสะดวก ซึ่งแม้แต่ห้องพักแม่บ้านก็ยังมีหน้าต่างขนาดใหญ่ถึง 2 มุม เพื่อความรู้สึกปลอดโปร่งในการพักผ่อน

ห้องน้ำของห้องแม่บ้าน มาพร้อมชุดสุขภัณฑ์ที่ครบครัน รวมถึงมีมุมอาบน้ำแบบ Shower Box เรียกได้ว่าไม่แพ้ห้องน้ำในคอนโดทั่วๆ ไปเลยทีเดียว

สำหรับผู้พักอาศัยที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในห้องชุด ถ้ายังไม่ตื่นนอน หรือไม่อยู่ที่ห้อง ก็สามารถกำหนดให้แม่บ้านผ่านประตูเข้าออกเฉพาะห้องครัว ห้องซักรีด และโถง Foyer ได้ด้วย เพราะโซนพักอาศัยจะมีประตูติด Digital Door Lock อยู่อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งมีความพิเศษเพิ่มเติมตรงที่ประตูทำมาจากไม้วีเนียร์ระบบอคูสติก ซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันเสียงรบกวนได้เป็นอย่างดี

เปิดประตูเข้าไปจะเจอกับพื้นที่โซนพักอาศัยของเจ้าของห้อง เราเข้าไปชมกันเลยครับ

จากประตูจะมีทางเดินมาที่ Common Area โดยความระยะพื้นถึงฝ้าเพดานจะสูงเป็นพิเศษที่ 3 ม. จึงได้ความรู้สึกปลอดโปร่งอย่างมาก ส่วนพื้นห้องจะใช้วัสดุไม้ Engineering Wood ปูสลับแบบก้างปลาเพื่อความโคซี่

ระหว่างทางเดินจากประตูไปที่โซน Common Area จะผ่านห้องน้ำแบบ Powder Room ให้ได้แวะล้างมือกันก่อนเมื่อกลับมาถึงบ้าน โดยห้องน้ำมีเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้ารวมถึงกระจกเงาขนาดใหญ่

ช่องเปิดที่เห็นอยู่มุมผนังในภาพคือช่องรับส่งอาหารจากห้องครัว โดยมีฉากไม้ให้เลื่อนเปิดปิดได้

ใกล้กับช่องส่งอาหารคือพื้นที่ครัวเปิดแบบ Western Kitchen ซึ่งมีทั้งเคาน์เตอร์ครัวบิลต์อินและไอส์แลนด์ โดยห้องมาตรฐานจะมาพร้อมชุด Western Kitchen แบบ Fully Fitted เหมือนกับในห้องตัวอย่าง

ครัวเปิดจะเชื่อมต่อกับ Dining Area ซึ่งสามารถวางโต๊ะอาหารขนาด 6 ที่นั่งได้อย่างลงตัว โดยทั้งครัวเปิดและมุมทานอาหารจะอยู่ใกล้กับหน้าต่างขนาดใหญ่ที่สูงจากพื้นถึงฝ้า รับวิวพื้นที่สีเขียวจากภายนอกได้เต็มๆ

Common Area ของห้องจะเชื่อมต่อทั้ง Western Kitchen, Dining Area และ Living Area แบบ Open Plan เพื่อบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง ที่สำคัญคือมีช่องเปิดทั้งประตูและหน้าต่างกระจก 2 ฝั่ง จึงรับวิวพื้นที่สีเขียวกับแสงธรรมชาติได้เป็นอย่างดี

Living Area ของห้องสามารถวางโซฟาขนาด 2 - 3 ที่นั่ง พร้อมด้วยเก้าอี้อาร์มแชร์ได้อีก 2 ตัว เป็นมุมพักผ่อนที่ดูอบอุ่น เหมาะกับการมารวมตัวใช้เวลาร่วมกันในครอบครัว โดย Living Area จะอยู่ติดกับประตูกระจกบานเลื่อนซึ่งเชื่อมต่อไปยังระเบียงห้อง

ระเบียงของห้องมีพื้นที่กว้าง รองรับชุดเก้าอี้พักผ่อนแบบ Semi Outdoor ได้ 3 - 4 ที่นั่ง โดยพื้นของโซนระเบียงจะเปลี่ยนมาปูด้วยกระเบื้องพอร์ซเลนผิวสัมผัสธรรมชาติ ซึ่งทนแดดทนฝนและทำความสะอาดได้ง่าย ส่วนใต้รางเลื่อนประตูกระจกจะมี Floor Drain ฝังไว้เพื่อป้องกันไม่ให้มีน้ำซึมผ่านเข้าไปภายในห้องพักได้

ราวกันตกของระเบียงใช้วัสดุ Temper Glass หนาพิเศษเพื่อความแข็งแรง และที่ผนังระเบียงจะมีการบิลต์อินตู้เก็บของ ซ่อนช่องเสียบปลั๊กไฟและก็อกน้ำไว้อย่างเรียบร้อย เหมาะกับใช้เป็นที่เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดไม่ให้เกะกะในห้อง

ตรงข้ามกับ Living Area จะเป็นประตูทางเข้าห้อง Master Bedroom

Master Bedroom รองรับเตียงคิงส์ไซส์ 6 ฟุต พร้อมด้วยพื้นที่สำหรับวางโต๊ะข้างเตียงได้ทั้ง 2 ฝั่ง นอกจากนั้นยังมีที่ให้ทำตู้โชว์และชั้นวางทีวีได้อีกด้วย

Master Bedroom จะมีห้องน้ำส่วนตัว โดยเพิ่มลูกเล่นด้วยการทำผนังห้องน้ำเป็นกระจกใส

นอกจากจะมีห้องน้ำส่วนตัว Master Bedroom ก็ยังมี Walk - in Closet เป็นอีกฟังก์ชันของห้อง

Walk - in Closet รองรับตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ และโต๊ะเครื่องแป้ง

ห้องน้ำของ Master Bedroom ก็มีขนาดใหญ่ และแบ่งฟังก์ชันหลาย4 ส่วน ทั้งมุมโถสุขภัณฑ์ และ Shower Box ที่มาพร้อมกับ Rain Shower

เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าเป้นแบบ His & Her ให้แบ่งการใช้งานกันได้อย่างชัดเจน มาพร้อมตู้เก็บของและกระจกเงาขนาดใหญ่ รวมถึงมีอ่างอาบน้ำให้ได้นอนแช่ผ่อนคลาย

สำหรับอุปกรณ์ต่างๆ ในห้องน้ำทุกห้อง ทางโครงการจะใช้ของนำเข้าจากอิตาลี แบรนด์ Gessi ซึ่งเป็นของคุณภาพสูง ราคาระดับ Luxury

เดินย้อนมาตามโถงทางเดิน ถัดจาก Western Kitchen ไปอีกฝั่งของห้องชุด จะเป็นที่ตั้งของห้องอเนกประสงค์และห้องนอน 2

อีกฝั่งหลังผนังระหว่างห้องอเนกประสงค์กับครัวเปิด คือส่วนงานระบบของอาคาร ซึ่งช่างซ่อมบำรุงสามารถเข้าไปทำงานได้โดยไม่ต้องรบกวนผู้พักอาศัยในห้องชุด เพราะโครงการได้ออกแบบทางเดินสำหรับช่างโดยเฉพาะไว้แล้ว

ห้องอเนกประสงค์มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง สามารถจัดเป็นห้องทำงาน ทำการบ้าน อ่านหนังสือ หรือทำงานอดิเรกต่างๆ ได้ตามไลฟ์สไตล์

ติดกับห้องอเนกประสงค์คือห้องนอน 2 ซึ่งก็มีพื้นที่ใหญ่ไม่แพ้ห้อง Master Bedroom โดยสามารถรองรับเตียงขนาด 5 - 6 ฟุตได้แบบสบายๆ มีที่สำหรับวางโต๊ะข้างเตียงได้ทั้ง 2 ฝั่ง รวมถึงตู้โชว์และโต๊ะทำงาน โดยยังมีหน้าต่างขนาดใหญ่ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติอยู่ถึง 2 ฝั่ง

แปลนห้องนอน 2 จะมีลักษณะเป็นตอนลึก โดยอีกโซนของห้องที่แยกไว้อย่างเป็นสัดส่วนก็คือ Walk - in Closet กับห้องน้ำส่วนตัว

โซนติดประตูของ Walk - in Closet เหมาะกับการวางโต๊ะเครื่องแป้ง ส่วนตรงกลางสามารถวางตู้เคาน์เตอร์สำหรับเก็บ Accessorie ได้พอดี

อีกฝั่งของห้องมีพื้นที่ให้บิลต์อินตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่

พื้นที่ตู้เสื้อผ้าทำมุมลึกเป็นรูปทรง L Shape รองรับการบิลต์อินตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ เก็บเสื้อผ้าและของต่างๆ ได้อย่างจุใจ

ห้องน้ำส่วนตัวของห้องนอน 2 มาพร้อมเครื่องสุขภัณฑ์ที่ครบชุด แบ่งพื้นที่เป็นส่วนเปียกกับส่วนแห้ง โดยมีทั้งฉากกั้นอาบน้ำและ Rain Shower ติดตั้งมาให้ด้วย

ฟังก์ชันพิเศษของห้องชุดโครงการ เดอะ ฟอเรสเทียส์ ซิกเนเจอร์ ซีรีส์ จะมาพร้อมกับระบบฟอกอากาศที่สามารถกรองฝุ่นละออกขนาดเล็ก PM 2.5 ได้ โดยช่องอากาศเข้าและระบายอากาศออกจะอยู่ที่ระเบียง ส่วนเครื่องปล่อยอากาศสะอาดจะอยู่ทั้งที่ห้องนอน โถง รวมถึงห้องครัว

สวิตช์ไฟภายในห้องจะรองรับระบบ Smart Home สั่งการเปิดปิดไฟฟ้าได้ทุกจุด ตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคใหม่ นอกจากนี้บริเวณโถง Foyer หน้าห้อง ยังมีระบบ Motion Sensor ช่วยเปิดไฟให้ทันทีที่เรากลับมาถึงบ้านแล้วเดินผ่านเซ็นเซอร์

ในด้านของความปลอดภัย นอกจากประตู Digital Door Lock โครงการก็ยังใส่ใจกับเรื่องอัคคีภัย ด้วยการติดตั้งอุปกรณ์ Heat Detector ตรวจจับความร้อนผิดวิสัย โดยจะทำงานร่วมกับเครื่องส่งสัญญาณเตือน ซึ่งหากเกิดเหตุจะส่งเสียงร้องพร้อมกับเปิดไฟกระพริบ เพื่อให้ผู้พิการทางการได้ยินสามารถรับรู้ถึงเหตุอันตรายได้ นอกจากนี้ยังมีสปริงเกลอร์ดับเพลิงแบบฝั่งอยู่ในฝ้า ซึ่งจะยื่นออกมาทำงานก็ต่อเมื่อเกิดเหตุแล้วเท่านั้น เป็นการออกแบบเพื่อความสวยงามสะอาดตาของห้องชุดที่ไม่ค่อยมีให้เห็นได้โดยทั่วไป

และนี่คือภาพบรรยากาศของห้องตัวอย่างแบบ 2 Bedrooms พื้นที่ใช้สอย 185 ตร.ม. ที่เรามีโอกาสได้มาเข้าชม โดยในพาร์ตต่อไปจะเป็นการพูดถึงเรื่องทำเลกันบ้างครับ
Location
คอนโด เดอะ ฟอเรสเทียส์ ซิกเนเจอร์ ซีรีส์ เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ เดอะ ฟอเรสเทียส์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ ถ.บางนา - ตราด กม.7 ฝั่งขาเข้า บริเวณระหว่างสี่แยกบางแก้ว จุดตัดกับวงแหวนฯ กาญจนาภิเษก และสี่แยกศรีเอี่ยม จุดตัดกับ ถ.ศรีนครินทร์ รวมถึงอยู่ไม่ไกลจากสี่แยกบางนา ที่เป็นจุดเชื่อมต่อกับ ถ.สุขุมวิท จากโครงการจึงสามารถมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองได้หลากหลายเส้นทาง นอกจากนี้ยังก็มีทางพิเศษบูรพาวิถี เป็นตัวเชื่อมไปยังทางด่วนฉลองรัช ทำให้การเดินทางเข้าตัวเมืองโซนสุขุมวิทตอนกลาง, พระราม 4 ไปจนถึง CBD มีความสะดวกสบาย
การเดินทาง

จำลองการเดินทางจากใจกลางเมืองโซน New CBD พระราม 9 ตอนแรกเราขึ้นทางด่วนศรีรัช ก่อนจะเชื่อมต่อเข้าสู่ทางด่วนฉลองรัช มุ่งหน้าไป บางนา - ดาวคะนอง

ขับตรงไปบนทางด่วนฉลองรัชตามป้าย บางนา - ดาวคะนอง พอถึงช่วงอาจณรงค์ ถ้าเลี้ยวซ้ายตามป้ายจะเชื่อมต่อสู่ทางพิเศษเฉลิมมหานคร หรือถ้าตรงไปจะเข้าสู่ทางด่วนบูรพาวิถี ซึ่งสามารถใช้ไปยัง เดอะ ฟอเรสเทียส์ ได้ทั้ง 2 ทางด่วน

เราเลือกเบี่ยงซ้ายเข้าสู่ทางพิเศษฉลองรัช (S1) ขับลงจากทางยกระดับ มุ่งหน้าตามป้ายบางนา

พอใกล้ถึงสี่แยกบางนาจะมีป้ายบอกทางให้เลี้ยวซ้ายไปบางนา

เราเลี้ยวซ้าย ขึ้นสะพานข้ามแยกบางนา แล้วลงมาเชื่อมต่อเข้าสู่ ถ.บางนา - ตราด

ขับตรงไปเรื่อยๆ ตาม ถ.บางนา - ตราด จนถึงบริเวณ กม. 7 ให้เบี่ยงซ้ายออกทางคู่ขนาน

เมื่อออกมาทางคู่ขนาน ก่อนถึง โลตัส บางนา กม.8 จะมีป้ายบอกทางกลับรถ ให้ชิดเลนขวาเพื่อขึ้นสะพานกลับรถ

ใช้สะพานกลับรถไป ถ.บางนา - ตราด ฝั่งขาเข้า โดยให้ชิดขวาไว้ เพราะถ้าชิดซ้ายจะเป็นการเลี้ยวเข้าห้าง เมกา บางนา

ลงจากสะพานกลับรถ เข้าสู่ทางคู่ขนาน ถ.บางนา - ตราด ฝั่งขาเข้า

ขับตรงไปตามทางคู่ขนาน ถ.บางนา - ตราด จาก กม.8 ย้อนขึ้นไป กม.7

เมื่อถึงทางเข้าโครงการซึ่งอยู่ทางฝั่งซ้ายมือ ให้มองหาป้ายบอกทางไป ‘Forest Pavilion’ เมื่อเจอแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไป จะมีซุ้ม รปภ. รออำนวยความสะดวกในการแนะนำเส้นทางภายในโครงการ แต่ต้องลงทะเบียนนัดหมายเข้าชมล่วงหน้ามาก่อนเท่านั้นนะครับถึงมีสิทธิเข้าไปข้างในได้

ถนนในโครงการ เดอะ ฟอเรสเทียส์ มี 4 ช่องจราจร แบ่งเป็นฝั่งละ 2 ช่อง โดยมีต้นไม้ปลูกไว้อย่างร่มรื่นตลอดทาง ตามคอนเซปต์เมืองใกล้ชิดธรรมชาติ

ในช่วงต้นๆ ของโครงการ เราจะขับผ่านศูนย์ไลฟ์สไตล์ Happitat ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ซึ่งจากที่ได้เห็นด้วยตาเปล่าแล้ว บอกได้เลยว่ามีขนาดใหญ่โตมาก เมื่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ พร้อมเปิดบริการเมื่อใด จะต้องกลายเป็นแลนด์มาร์คใหม่ที่สำคัญของกรุงเทพฯ โซนตะวันออกอย่างแน่นอน

ตลอดทางจะมีเจ้าหน้าที่คอยส่งสัญญาณนำเรามาที่ Forest Pavilion ซึ่งเป็นศูนย์กลางของ เดอะ ฟอเรสเทียส์ ในปัจจุบัน โดย Sale Gallery ของคอนโดโครงการต่างๆ จะรวมกันอยู่ในบริเวณนี้ รวมไปถึงคอนโดที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ล่าสุดอย่าง เดอะ ฟอเรสเทียส์ ซิกเนเจอร์ ซีรีส์

ภายในอาคาร Forest Pavilion มีการแบ่งพื้นที่เป็นหลายส่วน ทั้ง Sale Gallery, พื้นที่กิจกรรม และร้านคาเฟ่ รวมถึงมีทางเดิน Canopy Walk เชื่อมต่อไปสู่สวนป่า 30 ไร่ ใจกลาง เดอะ ฟอเรสเทียส์
สถานที่ใกล้เคียง

เดอะ ฟอเรสเทียส์ ตั้งอยู่ในช่วงต้นของ ถ.บางนา - ตราด บริเวณระหว่างจุดตัดกับวงแหวนรอบนอก ถ.กาญจนาภิเษก และ ถ.ศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นทำเลที่มีการพัฒนาพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีศูนย์การค้าให้บริการอยู่หลายแห่ง ไม่ว่าจะ เมกา บางนา, อิเกีย บางนา, โลตัส บางนา กม.8, ชิค รีพับลิค บางนา, อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ บางนา, ลิตเติ้ลวอร์ค บางนา และ เซ็นทรัล บางนา หรือถ้าไปทาง ถ.ศรีนครินทร์ ก็จะมีทั้ง พาราไดซ์ พาร์ค, ซีคอนสแควร์ และธัญญา พาร์ค อยู่ในระยะทางที่ไม่ไกลจาก เดอะ ฟอเรสเทียส์

ถ้าพูดถึง ถ.ศรีนครินทร์ นอกจากศูนย์การค้าที่กล่าวไปข้างต้น ก็ยังมีสวนหลวง ร.9 เป็นอีกแหล่งพักผ่อนใกล้ชิดธรรมชาติขนาดใหญ่ ซึ่งก็อยู่ใกล้กับ เดอะ ฟอเรสเทียส์ เพียงแค่ไม่กี่นาที

ในด้านของแหล่งงาน เดอะ ฟอเรสเทียส์ อยู่ใกล้ทั้งสนามบินสุวรรณภูมิ, นิคมอุตสาหกรรมบางพลี และกลุ่มอาคารสำนักงานใหม่ๆ ที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องตามแนว ถ.บางนา - ตราด ตอนต้น โดยเฉพาะบริเวณสี่แยกบางนา ซึ่งมีทั้งศูนย์แสดงสินค้าและอาคารออฟฟิศ BITEC บางนา รวมถึงอีกโครงการใหญ่อย่าง บางกอก มอลล์ ศูนย์การค้า Mix Use ขนาดใหญ่ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม นอกจากนี้ ถ้าจะเดินทางไปยังศูนย์กลางธุรกิจแนว ถ.สุขุมวิท ตั้งแต่อุดมสุข ขึ้นไปจนถึงอโศก ก็สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย ผ่านทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวอ่อน

อีกเรื่องที่สำคัญอย่างการดูแลสุขภาพ นอกจากเดอะ ฟอเรสเทียส์ จะมีแผนสร้างศูนย์การแพทย์ชั้นนำอยู่ภายในโครงการเองแล้ว ใกล้ๆ กับโครงการก็ยังมีสถานพยาบาลชื่อดังพร้อมรองรับให้บริการอีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น รพ.พรินซ์สุวรรณภูมิ ที่อยู่ห่างไปแค่ไม่กี่เมตร รวมถึง รพ.WIH อินเตอร์เนชั่นแนล, รพ.ศิครินทร์ และ รพ.ไทยนครินทร์ ซึ่งพร้อมเป็นตัวเลือกในการดูแลและส่งเสริมสุขภาพ

โดยรอบ เดอะ ฟอเรสเทียส์ ยังเต็มไปด้วยสถานศึกษาชั้นนำอีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะโรงเรียนอินเตอร์ฯ ที่มีทั้ง รร.นานาชาติคอนคอร์เดียน, รร.นานาชาติ ไทย - สิงคโปร์, รร.ประชาคมนานาชาติ, รร.บางกอกพัฒนา และ รร.นานาชาติเบิร์คลีย์ อยู่ใกล้กับโครงการในระยะที่เดินทางถึงได้ในไม่กี่นาที ตอบโจทย์ครอบครัวที่มองถึงการประหยัดเวลาบนท้องถนน ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้และพักผ่อนได้อย่างเต็มที่
Price & Promotion

ราคาเริ่มต้นของห้องชุดในคอนโด เดอะ ฟอเรสเทียส์ ซิกเนเจอร์ ซีรีส์ สำหรับห้อง 2 Bedrooms จะเริ่มที่ 37 ล้านบาท* ส่วนแบบ 3 Bedrooms จะเริ่มต้นที่ 49 ล้านบาท* ซึ่งราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรของทั้งโครงการจะอยู่ที่ประมาณ 250,000 บาท*
*ข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม 2566 ราคาอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ โปรดสอบถามโครงการอีกครั้ง
Conclusion

บทสรุปของรีวิวคอนโด เดอะ ฟอเรสเทียส์ ซิกเนเจอร์ ซีรีส์ จากมุมมองของแอดมินที่ได้ไปสัมผัสกับโครงการมาด้วยตัวเอง สามารถแบ่งออกเป็นข้อย่อยได้ดังนี้ครับ
Design & Function มีความน่าสนใจหลายอย่าง ไม่ว่าจะการวางแปลนให้ทุกยูนิตหันหน้าต่างกับระเบียงไปรับวิวสวนป่า หรือการมีห้องพักแม่บ้านแยกโซนเป็นสัดส่วน รวมไปถึงการออกแบบให้งานระบบทุกชนิดสามารถเข้าถึงได้จากนอกห้อง ทำให้ผู้อยู่อาศัยไม่ต้องเปิดห้องให้ช่างเข้ามาวุ่นวาย มีความเป็นส่วนตัวสูงในระดับที่หาได้ยากจากดีไซน์คอนโดในยุคนี้เลยทีเดียว
Facility สิ่งอำนวยความสะดวกเท่าที่โครงการเผยรายละเอียดมาจัดว่าครบครันและหลากหลาย สมกับความเป็นคอนโดระดับ Super Luxury ที่รองรับการอยู่อาศัยเป็นครอบครัว แต่สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือการเชื่อมต่อกับสวนป่าขนาดใหญ่กว่า 30 ไร่ด้วยทางเดิน Canopy Walkway ได้โดยตรงจากตัวคอนโด ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะสำหรับคอนโดในเมือง เดอะ ฟอเรสเทียส์ ที่มอบความใกล้ชิดธรรมชาติให้ผู้อยู่อาศัยได้จริงๆ แม้ว่าโครงการจะตั้งอยู่ใกล้ตัวเมืองกรุงเทพฯ ไม่ใช่เมืองพักตากอากาศ
Location เป็นที่น่าจับตามองอย่างมากว่าเมื่อโครงการ เดอะ ฟอเรสเทียส์ สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อไร เมืองนี้จะอลังการขนาดไหน เพราะจากที่ได้เข้าชมโครงการซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ก็พอจะเห็นได้ถึงความยิ่งใหญ่ของ เดอะ ฟอเรสเทียส์ ได้แล้ว โดยจากข้อมูลของ MQDC ที่เผยมาอย่างต่อเนื่องนั้น จะเห็นว่าโครงการนี้มีความเป็นเมืองที่ครบวงจร มีทั้งพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่, ศูนย์การค้า, สถานพยาบาล, อาคารสำนักงานที่ทันสมัย และรวมถึงสถานศึกษาชั้นนำเข้าไปด้วย ดังนั้นนอกจากการตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพสูงอย่าง บางนา - ตราด กม.7 ลำพังเพียงแค่ได้เป็นคอนโดในตำแหน่งที่ดีที่สุดของ เดอะ ฟอเรสเทียส์ ก็ทำให้ เดอะ ฟอเรสเทียส์ ซิกเนเจอร์ ซีรีส์ มีความน่าสนใจมากๆ แล้วครับ
สำหรับผู้ที่ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ หรือสนใจเข้าไปเยี่ยมชมห้องตัวอย่าง ก็ สามารถติดต่อลงทะเบียนนัดหมายกับทาง Sale Gallery ของ เดอะ ฟอเรสเทียส์ ซิกเนเจอร์ ซีรีส์ ได้ที่เว็บไซต์ mqdc.com/th/discover-project/signature-series/theforestias หรือทาง Call Center โทร 1265
การคำนวณยอดผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน
ปรับรายละเอียดด้านล่างเพื่อคำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือน