รีวิวบ้านเดี่ยว เดอะ คาแนล พระราม 2 บ้านเดี่ยว 2 - 3 ชั้น ที่ดินใหญ่ บรรยากาศเป็นส่วนตัวใกล้ชิดพื้นที่สีเขียวและสายน้ำ
ใครกำลังมองหาบ้านเดี่ยวที่ดินกว้าง พร้อมบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวและร่มรื่น บนทำเลโซนพระราม 2 ย่านพันท้ายนรสิงห์ เชื่อมต่อมหาชัยเมืองใหม่ บทความนี้ Home Buyers จะพาไปรีวิวโครงการ ‘The Canal พระราม 2’ บ้านเดี่ยว 2 - 3 ชั้น หลังใหญ่ ใจกลาง สาริน ซิตี้ เมืองริมทะเลสาบใกล้ ถ.พระราม 2
เดอะ คาแนล พระราม 2 เป็นโครงการบ้านเดี่ยว 2 - 3 ชั้น ที่ดินกว้างขวาง เริ่มต้นตั้งแต่ 50.8 - 168 ตร.ว. โดยบ้านที่เรารีวิวครั้งนี้ แบบ 2 ชั้นมีที่ดินเริ่มต้น 64 ตร.ว. ส่วนแบบ 3 ชั้นมีที่ดินเริ่ม 80 ตร.ว. เลยทีเดียว
โครงการมีความสงบ เป็นส่วนตัวเพียง 128 ยูนิต ท่ามกลางบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติ มีลำคลองไหลผ่านกลางโครงการ รายล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวที่จัดภูมิทัศน์ไว้อย่างร่มรื่น รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน
เดอะ คาแนล พระราม 2 ยังมีความน่าสนใจอีกหลายอย่าง ซึ่งทาง Home Buyers ได้รีวิวเจาะลึกมาให้เพื่อนๆ ได้อ่านข้อมูลและชมภาพกันอย่างเต็มอิ่มแล้วในบทความนี้
Fact Sheet
| ชื่อโครงการ : | เดอะ คาแนล พระราม 2 |
|---|---|
| เจ้าของโครงการ : | บริษัท สาริน พรอพเพอร์ตี้ จำกัด |
| ที่ตั้งโครงการ : | ซ.วัดพันท้ายนรสิงห์ ถ.เจษฎาวิถี ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร |
| พื้นที่โครงการ : | 45-2-44 ไร่ |
| จำนวนแปลงขาย : | 128 ยูนิต |
| รูปแบบโครงการ : | บ้านเดี่ยว 2 - 3 ชั้น |
| ขนาดที่ดินเริ่มต้น : |
50 - 168 ตร.ว. |
| พื้นที่ใช้สอย : | 147.8 - 291.5 ตร.ม. |
| ค่าส่วนกลาง : | 29 บาท / ตร.ว. / เดือน |
| ราคาเริ่มต้น : | 4.99 ล้านบาท* (สอบถามโครงการอีกครั้ง) |
| โทร : | 084 999 2000 |
| เว็บไซต์ : | www.sarinproperty.com/?projects=the-canal |
Highlight : เดอะ คาแนล พระราม 2

บ้านเดี่ยวที่ดินใหญ่ ขนาดตั้งแต่ 50 - 168 ตร.ว. สูง 2 - 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 147.8 - 291.5 ตร.ม. สร้างเสร็จพร้อมอยู่ ฟังก์ชันครบครัน รองรับความต้องการของครอบครัวยุคใหม่
ใกล้ชิดธรรมชาติ บรรยากาศร่มรื่นด้วยสวนพื้นที่สีเขียวและลำคลองที่ทอดผ่านกลางโครงการ ได้ความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนบ้านในโครงการเพียงแค่ 128 ครอบครัวเท่านั้น
ความสะดวกครบ มาพร้อมคลับเฮาส์สูง 2 ชั้นที่มีทั้งฟิตเนสและสระว่ายน้ำในร่ม รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ติดตั้งกล้อง CCTV ทั่วทั้งพื้นที่ภายในโครงการ
ทำเลศักยภาพสูง เป็นส่วนตัวใน สาริน ซิตี้ เมืองริมทะเลสาบ ติด ถ.เจษฎาวิถี ใกล้ ถ.พระราม 2 - มหาชัยเมืองใหม่ เชื่อมต่อทางด่วนวงแหวนรอบนอกฝั่งใต้และมอเตอร์เวย์ M82
Facility

เมื่อเข้ามาใน สาริน ซิตี้ จะเจอกับถนนส่วนกลางขนาดใหญ่ ท่ามกลางบรรยากาศที่ร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่ตลอด 2 ข้างทาง

จากทางเข้า ขับตรงมาเล็กน้อยจะเจอกับ Sales Gallery ของ บริษัท สาริน พรอพเพอร์ตี้ จำกัด ซึ่งดูแลงานขายของหลายๆ โครงการใน สาริน ซิตี้ รวมถึง เดอะ คาแนล พระราม 2 ด้วยนั่นเอง

บรรยากาศภายใน Sales Gallery จะมองเห็นวิวทะเลสาบขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหลัง

นอกจากมุมสำหรับนั่งปรึกษาพนักงานขายในภาพที่แล้ว ก็ยังมีพื้นที่ล็อบบี้วิวทะเลสาบให้ลูกค้าหรือลูกบ้านมานั่งพักผ่อนได้

บรรยากาศทะเลสาบขนาดใหญ่ภายใน สาริน ซิตี้

จาก Sales Gallery ขับรถตรงต่อมาตามถนนส่วนกลางมาเรื่อยๆ จะเจอกับโครงการ เดอะ คาแนล พระราม 2 ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ กับอีกประตูทางเข้าออกของ สาริน ซิตี้ ที่เชื่อมต่อกับ ถ.เจษฎาวิถี ซึ่งตรงเข้าสู่ตัวเมืองสมุทรสาครอย่างง่ายดาย

ทางเข้าออกโครงการเป็นซุ้มประตูขนาดใหญ่ ดีไซน์เรียบหรูสไตล์โมเดิร์น แบ่งช่องทางขาเข้าและขาออกกันอย่างชัดเจน

ทั่งฝั่งทางเข้าออกยังแบ่งเลนจราจรเป็นฝั่งลูกบ้านและผู้มาติดต่อ โดยลูกบ้านสามารถผ่านราวกั้นไม้กระดกได้อัตโนมัติด้วย Key Card ระยะไกลระบบ Easy Pass ส่วนผู้มาติดต่อต้องบันทึกประวัติแลกบัตรกับเจ้าหน้าที่ รปภ.

ถนนภายในโครงการมีความกว้างตั้งแต่ 10 - 12 ม. ส่วนถนนซอยหน้าบ้านจะกว้าง 9 ม. มีการติดตั้งกล้อง CCTV ทั่วพื้นที่โครงการทั้งตามถนนหลักและซอยต่างๆ ส่วนรั้วรอบโครงการนั้นจะมีความสูง 2.5 ม.

ภายในโครงการมีคลับเฮาส์สูง 2 ชั้นเป็นจุดรวมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ โดยจะตั้งอยู่ริมคลองที่ตัดผ่านกลางโครงการ

ชั้น 1 ของคลับเฮาส์ จะมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ พร้อมด้วยห้องน้ำกับที่ล้างตัว รวมถึงมีตู้ล็อคเกอร์ให้เก็บของ

ทางเข้าคลับเฮาส์จะอยู่ฝั่งติดถนน โดยลำคลองจะอยู่ด้านหลังคลับเฮาส์

คลับเฮาส์ออกแบบให้รองรับการใช้งานแบบ Universal Design มีทางลาดเพื่อให้ลูกบ้านที่ใช้งานรถเข็น ไม่ว่าจะเด็กเล็ก คนชรา หรือผู้พิการ สามารถขึ้นมายังคลับเฮาส์ได้สะดวก

สระว่ายน้ำจะมีทั้งโซนในร่มและกลางแจ้ง จึงสามารถมาใช้บริการได้ทั้งวัน โดยใกล้ๆ กับสระจะมีมุมล้างตัวอยู่

สระว่ายน้ำมีความยาวระดับ Half Olympic จึงสามารถว่ายออกกำลังกายจริงจังได้เลย โดยยังมีมุมสระเด็กแยกส่วนไว้ด้วย

ชั้น 2 ของคลับเฮาส์จะมีสำนักงานบริการนิติบุคคลและห้องฟิตเนส โดยฟิตเนสจะมีบรรยากาศที่โล่ง ปลอดโปร่งด้วยเพดานสูงพิเศษและหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่ เปิดรับวิวพื้นที่สีเขียวและสายน้ำ

ฟิตเนสมาพร้อมกับอุปกรณ์ออกกำลังกายที่ครบครันทั้งแบบ Cardio และ Weight Training

สองฝั่งริมคลองที่ไหลผ่านกลางโครงการ มีการจัดภูมิทัศน์เป็นสวนไว้อย่างร่มรื่น มาพร้อมกับทางเดินและวิ่งจ็อกกิ้งออกกำลังกาย

เหนือลำคลองจะมีสะพานข้ามคลองทั้งแบบคนเดินและรถขับผ่าน

สวนในโครงการยังมีพื้นที่นั่งพักผ่อนและลานกิจกรรมอเนกประสงค์ไล่ระดับแบบ Amphitheater

ริมคลองมีการทำผนังคันดินลึกถึง 7 ม. จึงมั่นใจได้ว่าถนนหรือบ้านแปลงที่อยู่ริมคลองจะไม่ทรุดตัวในระยะยาว อยู่กับบรรยากาศธรรมชาติได้อย่างสบายใจ
Design & Function

เดอะ คาแนล พระราม 2 เป็นโครงการบ้านเดี่ยว 2 - 3 ชั้นสไตล์โมเดิร์น ดีไซน์เรียบง่ายสบายตา อยู่กับบรรยากาศธรรมชาติได้อย่างลงตัว โดยบ้านทุกหลังในโครงการจะหันหน้าบ้านไปทางทิศเหนือหรือใต้ ซึ่งรับลมและแสงแดดได้ในปริมาณที่พอเหมาะ นอกจากนี้สำหรับใครที่สนใจในเรื่องศาสตร์เลขมงคล บ้านทุกหลังในโครงการนี้ยังมีเลขที่ขึ้นต้นด้วย 168 ซึ่งเป็นเลข ‘ฮก ลก ซิ่ว’ ที่เป็นมงคลภาพนี้คือบ้านเดี่ยวแบบ Wadi ขนาด 147.8 ตร.ม. สร้างบนที่ดินเริ่มต้น 50.8 ตร.ว. ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ

บ้านเดี่ยว เดอะ คาแนล พระราม 2 ก่อสร้างด้วยระบบ Conventional ก่ออิฐฉาบปูน โดยใช้อิฐชนิด Tan Brick ซึ่งเป็นวัสดุทดแทนอิฐมอญ มีคุณสมบัติทนทานสูง รับแรงอัดได้มากกว่าอิฐชนิดอื่น ลดปัญหาแตกร้าวได้ดี อีกทั้งยังสามารถเก็บเสียง และทนไฟได้นานถึง 4 ชม.
บ้านเดี่ยวในภาพคือแบบบ้าน Ravine เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นไซส์ใหญ่ของโครงการ มีพื้นที่ใช้สอย 165.9 ตร.ม. ขนาดที่ดินเริ่มต้น 64.8 ตร.ว. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ

นอกจากบ้านเดี่ยว 2 ชั้นแล้ว เดอะ คาแนล พระราม 2 ยังมีไอเทมพิเศษเป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้นขนาดใหญ่ จำนวนจำกัดเพียง 8 ยูนิต โดยแบบบ้านนี้มีชื่อว่า Orbit พื้นที่ใช้สอย 291.5 ตร.ม. ขนาดที่ดินเริ่มต้นถึง 80.4 ตร.ว. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
Home Type
บ้านเดี่ยว Ravine พื้นที่ใช้สอย 165.9 ตร.ม.

บ้านแบบแรกที่เราจะรีวิวกันคือบ้านเดี่ยว 2 ชั้น Ravine พื้นที่ใช้สอย 165.9 ตร.ม. ที่ดินเริ่มต้น 64.8 ตร.ว. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 2 ที่จอดรถในร่ม โดยจะมีการติดตั้งสัญญาณเตือนภัยแบบ Siren ซึ่งจะมีปุ่มกดอยู่ 3 จุดภายในบ้าน

แปลนชั้น 1 หน้าบ้านจอดรถได้ 2 คัน มีประตูทางเข้าบ้าน 2 จุด จุดแรกคือประตูบริเวณลานจอดรถที่เชื่อมเข้ามายังโถงทางเดิน ส่วนอีกประตูจะอยู่ตรงเฉลียง เชื่อมต่อเข้าสู่ Living Area โดยชั้น 1 มีระยะพื้นถึงฝ้าเพดานสูง 2.6 ม. ปูพื้นด้วยกระเบื้องพอร์ชเลน แบ่งฟังก์ชันเป็นห้องนอน 4, ห้องครัว และห้องน้ำ โดยพื้นที่เปิดตรงกลางจะเชื่อมรวม Living Area, Dining Area และ Pantry

ชั้น 2 มีระยะพื้นถึงฝ้าเพดานสูง 2.6 ม. ปูพื้นด้วยกระเบื้องยางไวนิลลายไม้ แบ่งฟังก์ชันเป็น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ โดย Master Bedroom จะมีระเบียงและห้องน้ำส่วนตัว

หน้าบ้านจอดรถในร่มได้ 2 คัน โดยจากลานจอดจะมีชายคากันแดดฝนเชื่อมต่อไปถึงเฉลียงหน้าทางเข้าหลักของบ้านที่เป็นประตูกระจกบานเลื่อน

เมื่อเข้ามาในบ้านจะเจอกับ Living Area พื้นที่กว้าง เปิดโล่งแบบ Open Space เชื่อมต่อไปถึงมุม Dining Area

Living Area จะมีความปลอดโปร่งด้วยช่องแสงธรรมชาติจากทั้งประตูกระจกและหน้าต่างฝั่งข้างตัวบ้าน โดยพื้นที่มุมนี้สามารถวางโซฟา 3 - 4 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลาง อาร์มแชร์ และชั้นทีวีได้ลงตัว

ถัดจาก Living Area จะเป็น Dining Area ซึ่งอยู่ติดกับหน้าต่างขนาดใหญ่ฝั่งหลังบ้าน จึงได้แสงธรรมชาติเข้ามาภายในบ้านอย่างปลอดโปร่ง โดยพื้นที่มุมนี้สามารถวางโต๊ะอาหารขาด 4 - 6 ที่นั่งได้ และยังมีมุมให้จัดตู้โชว์ได้ตามแบบบ้านตัวอย่างอีกด้วย

ระหว่าง Living Area กับ Dining Area จะมีประตูทางเข้าห้องนอน 4 ซึ่งพื้นที่ยื่นออกไปบริเวณสวนข้างบ้าน

ห้องนอน 4 มีขนาดกลางๆ วางเตียง 3.5 - 5 ฟุตได้พอดี โดยยังเหลือพื้นที่สำหรับตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งได้

ห้องนอน 4 สามารถใช้เป็นห้องของผู้สูงอายุที่เดินขึ้นลงบันไดไม่สะดวก หรือจะปรับเป็นห้องทำงาน ห้องทำการบ้าน ห้องออกกำลังกาย ห้องทำกิจกรรมงานอดิเรก ก็เลือกได้อย่างอเนกประสงค์

ห้องนอน 4 จะมีประตูกระจกบานเลื่อนเปิดออกมายังสวนข้างบ้าน เหมาะกับการทำชานยกพื้นสูงไว้เป็นมุมพักผ่อนกลางแจ้งหรือใช้จัดปาร์ตี้ปิ้งย่าง

กลับมาที่ Dining Area ขยับไปทางอีกฝั่งตรงข้ามกับห้องนอน 4 จะเป็นห้องครัว โดยระหว่างนั้นจะมีพื้นที่ Pantry ให้สามารถจัดเป็นมุมเตรียมอาหาร - เครื่องดื่ม ซึ่งเชื่อมต่อกับครัวและโต๊ะอาหารได้

มุม Pantry มีพื้นที่เหมาะสำหรับทำเคาน์เตอร์ครัวติดผนังและเคาน์เตอร์ Island หรือจะเชื่อมต่อกันเป็นเคาน์เตอร์รูปทรง U Shape ก็จะได้พื้นที่ทำอาหารเพิ่มมากขึ้น

ห้องครัวมีพื้นที่เป็นสัดส่วน กั้นจากโซน Open Space ด้วยประตูบานเลื่อน โดยภายในห้องครัวนั้นเหมาะกับการทำเคาน์เตอร์ครัวเข้ามุมแบบ L Shape ซึ่งตำแห่งอ่างล้างจานจะอยู่ติดหน้าต่าง ช่วยขจัดความชื้นได้เป็นอย่างดี

จากห้องครัวจะมีประตูเปิดออกมายังลานซักล้างหลังบ้าน ซึ่งพื้นลานซักล้างนั้นอยู่บนโครงสร้างเสาเข็มเดียวกับตัวบ้าน จึงไม่มีปัญหาเรื่องพื้นทรุดแยกตัวแน่นอน

กลับเข้ามาในบ้าน โถงทางเดินที่ขนานผ่าน Dining Area และ Pantry จะพาไปยัง บันได ห้องเก็บของ ประตูลานจอด และห้องน้ำ

ติดกับประตูลานจอดจะมีห้องเก็บของขนาดใหญ่ ลึกไปถึงพื้นที่ว่างใต้บันได สามารถใช้เก็บของได้อย่างจุใจ ลดปัญหาบ้านรกได้เป็นอย่างดี

ห้องน้ำชั้น 1 แบ่งพื้นที่เป็นส่วนเปียกกับส่วนแห้ง รองรับการใช้งานอาบน้ำของคนที่อยู่ห้องนอน 4 โดยสามารถติดฉากกั้นอาบน้ำเพิ่มเติมได้

บันไดบ้านมีโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก จึงแข็งแรงในระยะยาว ไม่มีปัญหาเรื่องเสียงรบกวน ส่วนขั้นบันไดกับราวจับเป็นวัสดุคอมแพ็คลามิเนตลายไม้ ซึ่งมีความแข็งแรง ทนต่อความชื้น กันลื่น และไม่กลัวปลวก

เหนือชานพักบันไดมีหน้าต่างขนาดใหญ่เปิดรับแสงธรรมชาติให้โถงบันไดดูสว่างตลอดวัน โดยพื้นที่แนวสูงเหนือชานพักยังสามารถติดตั้งโคมไฟระย้าเพื่อเพิ่มบรรยากาศให้บ้านได้ตามสไตล์

เมื่อขึ้นมาถึงชั้น 2 จะเจอกับห้องนอน 2 ที่อยู่ฝั่งหน้าบ้าน (ติดบันได) และห้องนอน 3 ซึ่งอยู่ฝั่งหลังบ้าน

ห้องนอน 2 จะอยู่มุมฝั่งหน้าบ้าน จึงมีหน้าต่างเปิดออกไปทั้งข้างบ้านและหน้าบ้าน ทำให้ห้องสว่างสดชื่น พื้นที่ห้องก็ค่อนข้างกว้าง วางเตียงไซส์ 5 ฟุตได้อย่างลงตัว

นอกจากเตียง 5 ฟุต พื้นที่ห้องก็ยังรองรับตู้เสื้อผ้าขนาดกลางไปถึงใหญ่ รวมถึงมีมุมสำหรับโต๊ะแป้งหรือโต๊ะทำงาน

ห้องนอน 3 จะอยู่มุมหลังบ้าน มีหน้าต่างเปิดรับแสงสว่างจากทั้งฝั่งข้างบ้านและหลังบ้าน โดยขนาดของห้องจะเท่ากับห้องนอน 2 สามารถวางเตียง 3.5 - 5 ฟุต พร้อมด้วยโต๊ะทำงานหรือโต๊ะแป้งได้

นอกจากเตียงและโต๊ะ ห้องนอน 3 ก็ยังมีพื้นที่พอสำหรับตู้เสื้อผ้าขนาดกลางได้อีกด้วย

ตรงกลางโถงทางเดินชั้น 2 ถัดจากห้องนอน 3 จะเป็นห้องน้ำ

ห้องน้ำโถงกลางมีไว้ให้ห้องนอน 2 - 3 แชร์การใช้งานร่วมกัน โดยพื้นที่ก็มีแบ่งเป็นส่วนเปียกกับส่วนแห้ง ซึ่งสามารถติดฉากกั้นอาบน้ำเพิ่มความเป็นสัดส่วนได้

อีกฝั่งของชั้น 2 ตรงข้ามกับห้องนอน 2 - 3 คือห้อง Master Bedroom ซึ่งเป็นห้องแนวลึกจากหน้าบ้านไปถึงหลังบ้าน จึงได้พื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของชั้น 2 เลยทีเดียว

ฝั่งด้านหน้าของ Master Bedroom คือส่วนพักผ่อน สามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุตได้สบายๆ โดยยังมีพื้นที่สำหรับโต๊ะแป้งหรือโต๊ะทำงาน รวมถึงโต๊ะข้างเตียง และชั้นวางทีวี

มุมเตียงนอนจะอยู่ติดกับประตูที่เปิดออกมาเป็นระเบียงฝั่งหน้าบ้าน ซึ่งอยู่ใต้ชายคา ช่วยบังแดดฝน

ย้อนกลับมาในห้อง ลึงไปฝั่งหลังบ้านจะเป็นมุมแต่งตัวที่สามารถกั้นพื้นที่แบบ Walk - in Closet ได้

มุมแต่งตัวรองรับตู่เสื้อผ้าขนาดใหญ่และตู้ไซด์บอร์ด ซึ่งสามารถปรับเป็นโต๊ะแป้งได้ โดยมุมนี้จะอยู่ติดกับห้องน้ำพอดี

ห้องน้ำส่วนตัวของห้องนอน Master Bedroom มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง แบ่งมุมส่วนเปียกไว้อย่างเป็นสัดส่วน สามารถติดฉากกั้นอาบน้ำเพิ่มได้ และสังเกตได้เลยว่าทุกห้องน้ำในบ้านนี้จะมีช่องแสงใหญ่ ซึ่งช่วยขจัดความอับชื้นได้เป็นอย่างดี

และนี่คือการรีวิวบ้านตัวอย่างแบบ Ravine พื้นที่ใช้สอย 165.9 ตร.ม. สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ ยังมีเรื่องความสูงของรั้วบ้านซึ่งอยู่ที่ 1.5 ม. และบ้านมาตรฐานจะมีการจัดสวนปูหญ้าให้รอบพื้นที่บ้าน
บ้านเดี่ยว Orbit พื้นที่ใช้สอย 291.5 ตร.ม.

บ้านอีกหลังที่เราจะรีวิวกันคือบ้านเดี่ยว 3 ชั้นแบบ Orbit พื้นที่ใช้สอย 291.5 ตร.ม. บนที่ดินเริ่มต้น 80.4 ตร.ว. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ 1 ห้องครัว พร้อมห้องแม่บ้าน และจอดรถได้ 2 คันในร่ม มาพร้อมกับระบบสัญญาณเตือนภัยแบบ Siren ที่มีปุ่มฉุกเฉิน 3 จุดอยู่ภายในบ้าน

แปลนชั้น 1 (สลับฝั่งกับบ้านตัวอย่าง และวางเป็นแนวนอน) หน้าบ้านจอดรถได้ 2 คัน ในบ้านมีระยะพื้นถึงฝ้าเพดานสูง 2.6 ม. โดยโซน Living Area ฝั่งติดหน้าบ้านจะมีเพดานสูงพิเศษแบบ Double Volume เชื่อมต่อขึ้นไปถึงชั้น 2 ด้วยความสูงประมาณ 5 ม. ขณะที่พื้นบ้านปูด้วยกระเบื้องพอร์ชเลน แบ่งฟังก์ชันเป็น 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ส่วน Living Area, Dining Area และครัวเป็นแบบเปิดโล่ง Open Space โดยมีลานซักล้างอยู่ข้างตัวบ้าน พร้อมห้องพักแม่บ้านกับห้องน้ำแยกเป็นสัดส่วน

แปลนชั้น 2 แบ่งฟังก์ชันเป็น 1 ห้องนอน Master Bedroom พร้อมห้องน้ำในตัว รวมถึงมีห้องอเนกประสงค์ให้เลือกจัดเป็นห้องนั่งเล่นหรือฟังก์ชันอื่นๆ ได้ตามไลฟ์สไตล์ โดยจะมีพื้นที่โล่งซึ่งเชื่อมต่อขึ้นมาจากโถง Double Volume ของชั้น 1 สำหรับความสูงเพดานชั้น 2 จะอยู่ที่ 2.6 ม. ปูพื้นด้วยวัสดุกระเบื้องยางไวนิลลายไม้

ชั้น 3 แบ่งฟังก์ชันเป็น 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ โดยห้องนอน 4 จะอยู่ฝั่งหน้าบ้าน มีระเบียงกว้าง ส่วนห้องนอน 3 จะอยู่ฝั่งหลังบ้าน ทั้ง 2 ห้องแชร์ห้องน้ำใช้งานร่วมกัน โดยความสูงเพดานชั้น 3 จะอยู่ที่ 2.6 ม. ปูพื้นด้วยวัสดุกระเบื้องยางไวนิลลายไม้เหมือนกับชั้น 2

หน้าบ้านจอดรถได้ 2 คัน โดยลานจอดจะมีหลังคากันแดดฝน และผนังบ้านฝั่งที่อยู่ท้ายลานจอดมีตู้เก็บของฝั่งผนังขนาดใหญ่ เหมาะกับใช้เก็บอุปกรณ์ดูแลรถและทำสวน

จากลานจอดจะมีทางเดินใต้ชายคามายังประตูเล็กที่เชื่อมต่อไปโถงบันได และประตูใหญ่ที่เป็นบานเลื่อนกระจก ซึ่งเชื่อมต่อเข้าไปที่ Living Area

ประตูเล็กจะเชื่อมต่อเข้ามาที่โถงบันได ซึ่งมีห้องเก็บของขนาดใหญ่อยู่ใกล้ๆ เหมาะกับใช้เป็นตู้เก็บรองเท้า เวลาเข้าออกบ้านจะได้หยิบใส่ได้สะดวก โดยพื้นที่โถงยังสามารถวางตู้ไซด์บอร์ดสำหรับวางของใช้ต่างๆ หรือวางม้านั่งใส่รองเท้าก็ได้

ประตูกระจกบานเลื่อนจะเปิดเข้ามาเจอกับ Living Area ขนาดใหญ่ ซึ่งมีบรรยากาศที่ปลอดโปร่งทั้งจากโถงเพดานสูงแบบ Double Volume รวมถึงประตูกับหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่เกือบเต็มผนังฝั่งที่เชื่อมต่อกับสวนข้างบ้าน

มองย้อนไปฝั่งประตูหน้าบ้าน จะเห็นความกว้างของพื้นที่ Living Area ซึ่งนอกจากจะใช้เป็นบ้านอยู่อาศัยได้แล้ว ก็ยังรองรับฟังก์ชันโฮมออฟฟิศสำหรับคนที่มีธุรกิจส่วนตัวได้ โดยโซนนี้สามารถปรับเป็นล็อบบี้รับรองหรือมุมทำงานแบบ Co - Working Space 4 - 6 ที่นั่งได้เลย

ประตูและหน้าต่างขนาดใหญ่ด้านข้าง Living Area เปิดเชื่อมต่อกับพื้นที่สีเขียวของสวนข้างบ้าน

เหนือประตูขึ้นไปบนพื้นที่ Double Volume ยังมีหน้าต่างขนาดใหญ่ จึงทำให้ภายในบ้านมีความสว่างเพราะรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อกับระเบียงทางเดินของชั้น 2 อีกด้วย

ต่อเนื่องจาก Living Area ยังมีพื้นที่สำหรับจัดเป็น Dining Area ได้อีกด้วย โดยขนาดพื้นที่รองรับโต๊ะอาหารได้ 4 - 8 ที่นั่งเลยทีเดียว โดยสำหรับฟังก์ชันโฮมออฟฟิศก็สามารถปรับเป็นมุมจิบกาแฟไว้พักผ่อนจากการทำงานก็ได้

ถัดจาก Dining Area ไปฝั่งหลังบ้านจะมีห้องน้ำและห้องนอน 4

ห้องน้ำจะอยู่ติดกับห้องนอน 4 เลย จึงสะดวกในการใช้งาน กรณีที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ที่ห้องนอนนี้

ห้องนอน 4 แบ่งพื้นที่ส่วนเปียกกับส่วนแห้ง โดยบ้านมาตรฐานที่ส่งมอบจากมาพร้อมสุขภัณฑ์ครบชุด (บ้านตัวอย่างยังไม่ได้ติดตั้งกระจกเงา)

ห้องนอน 4 จะเปลี่ยนมาปูพื้นด้วยกระเบื้องยางไวนิลลายไม้แบบเดียวกับชั้น 2 - 3 เพื่อบรรยากาศที่ชวนพักผ่อนมากขึ้น โดยห้องมีความโปร่งจากหน้าต่างขนาดใหญ่ถึง 2 ฝั่ง โดยสามารถวางเตียง 5 - 6 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้าและโต๊ะแป้งได้อย่างลงตัว ส่วนถ้าเป็นฟังก์ชันโฮมออฟฟิศ จะเป็นห้องนอน 4 เป็นห้องทำงานสำหรับ 4 - 6 โต๊ะ หรือเป็นห้องประชุมขนาดเล็กก็ทำได้

จาก Dining Area ฝั่งริมสวน มองไปยังฝั่งตรงข้ามอีกด้านของบ้านจะเป็นพื้นที่ครัวแบบเปิด

พื้นที่ครัวของบ้านออกแบบให้เปิดโล่งแบบ Open Space โดยสามารถกั้นผนังเพิ่มเติมได้ เหมาะกับทำฉากกั้นกระจกเพื่อความโปร่งโล่งเชื่อมต่อกัน โดยขนาดพื้นที่ครัวก็รองรับเคาน์เตอร์ครัวได้ 2 มุม รวมถึงสามารถวางเคาน์เตอร์ Island ตรงกลางได้ด้วย

ออกจากครัวมานอกบ้านจะเป็นลานซักล้างขนาดใหญ่ ซึ่งเชื่อมต่อกับห้องพักแม่บ้านและห้องน้ำแม่บ้านซึ่งแยกมุมไว้อย่างเป็นสัดส่วน

กลับเข้ามาในบ้าน ติดกับพื้นที่ครัวก็คือโถงบันไดซึ่งเชื่อมต่อกับประตูทางเข้าเล็กนั่นเอง

บันไดมีโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ปูขั้นบันไดด้วยวัสดุคอมแพ็คลามิเนต ซึ่งมีความแข็งแรงสูง ไม่ส่งเสียงรบกวนเวลาเดินขึ้นลง รวมถึงไม่มีปัญหาเรื่องปลวก อีกทั้งพื้นผิวสัมผัสยังมีคุณสมบัติกันลื่น

ขึ้นมาถึงชั้น 2 จะเจอกับโถงทางเดิน โดยฝั่งหน้าบ้านจะมีหน้าต่างขนาดใหญ่และประตูออกไปยังระเบียง

ริมโถงทางเดินชั้น 2 จะมีระเบียงเชื่อมต่อกับ Void ของโถง Double Volume ที่สูงขึ้นมาจากชั้น 1

จากโถงทางเดินชั้น 2 มองลงไปที่ Living Area โดยเพดานจุดนี้จะเหมาะกับการติดตั้งโคมไฟระย้าเพื่อตกแต่งบรรยากาศในบ้านให้สวยได้ตามสไตล์ที่ชอบ

จากโถงทางเดินมาทางฝั่งหน้าบ้านจะมีประตูเปิดออกมาที่ระเบียง ซึ่งสามารถจัดเป็นมุมสวนกระถางเล็กเพื่อเพิ่มพื้นที่พักผ่อนให้ชั้น 2 ได้

เดินย้อนไปฝั่งหลังบ้าน ทางขวามือของภาพที่อยู่ติดกับบันไดคือพื้นที่อเนกประสงค์ ส่วนประตูที่อยู่ฝั่งซ้ายคือทางเข้า Master Bedroom

พื้นที่อเนกประสงค์มีขนาดค่อนข้างกว้าง สามารถกั้นเป็นห้องเพื่อเพิ่มความเป็นสัดส่วนได้ เหมาะกับจัดเป็นห้องนั่งเล่นแบบ Family Area หรือห้องทำงาน ในกรณีที่อยู่เป็นบ้าน ส่วนถ้าใช้งานเป็นโฮมออฟฟิศก็อาจจัดมุมนี้เป็นอีก Co - Working Space สำหรับ 4 - 6 ที่นั่ง หรือกั้นเป็นห้องประชุมก็ได้เช่นกัน

ตรงข้ามกับพื้นที่อเนกประสงค์คือห้อง Master Bedroom

ห้อง Master Bedroom มีพื้นที่กว้างขวางแบบที่จัดเป็น Penthouse มีทั้งห้องนอนและห้องนั่งเล่นส่วนตัวได้เลย

มุมฝั่งเยื้องไปทางหน้าบ้านสามารถจัดเป็นห้องนั่งเล่นส่วนตัว หรือจะใช้วางเตียงขนาด 6 ฟุตก็ได้

มุมฝั่งหลังบ้านเลือกได้เลยว่าจะจัดมุมนั่งเล่น วางเตียง หรือกั้น Walk - in Closet ขนาดใหญ่ ส่วนกรณีที่ใช้พื้นที่เป็นโฮมออฟฟิศ ห้องนี้จะเป็นพื้นที่สำนักงานขนาดย่อมๆ ได้เลยทีเดียว

Master Bedroom มาพร้อมกับห้องน้ำในตัว ซึ่งพื้นที่หน้าห้องน้ำเหมาะกับใช้จัดเป็นมุม Walk - in Closet ขนาดใหญ่

ห้องน้ำ Master Bedroom มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ แบ่งฟังก์ชันส่วนเปียกกับส่วนแห้งไว้ครบครัน

มาพร้อมกับอ่างล้างหน้าแบบคู่ His & Her โดยบ้านที่ส่งมอบจะติดตั้งกระจกเงาขนาดใหญ่มาด้วย

มีอ่างอาบน้ำและมุม Shower Box กั้นพื้นที่มาใหอย่างเป็นสัดส่วน

ขึ้นมาที่ชั้น 3 จะเห็นว่าชานพักบันไดมีความสว่างเป็นอย่างดี ด้วยช่องแสงธรรมชาติทั้งฝั่งหน้าบ้านและหลังบ้าน

เดินตามโถงมาที่ห้องนอนฝั่งหน้าบ้าน ซึ่งในแปลนระบุว่าเป็นห้องนอน 3

ห้องนอน 3 จะมีความปลอดโปร่งเป็นพิเศษ ด้วยประตูและหน้าต่างขนาดใหญ่เต็มผนังแบบ Full High ทางฝั่งหน้าบ้าน เข้ามุมกินพื้นที่มาถึงฝั่งข้างบ้าน จึงเปิดรับวิวในโครงการได้แบบ Panorama

ประตูกระจกจะเชื่อมต่อกับระเบียงหน้าบ้าน ที่มีชายคากันแดดฝน สามารถจัดสวนกระถางริมระเบียงเล็กๆ เพื่อเพิ่มความร่มรื่นได้

พื้นที่ของห้องมีขนาดใหญ่ สามารถวางเตียง 5 - 6 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้ากับโต๊ะแป้งได้ โดยฝั่งหลังห้องจะเชื่อมต่อกับห้องน้ำ

ห้องน้ำเป็นแบบแบ่งส่วนเปียก ก็ฉากกั้นมาให้ส่วนหนึ่งสามารถติดฉากกระจกเพื่อเพิ่มความเป็นสัดส่วนได้

ฝั่งหลังบ้านมีอีกห้องนอนที่แบบแปลนระบุว่าเป็นห้องนอน 2 โดยขนาดดูใหญ่กว่าห้องนอน 3 เล็กน้อย รองรับเตียง 5 - 6 ฟุต พร้อมโต๊ะแป้งและตู้เสื้อผ้า

จากห้องนอน 2 จะมีประตูเชื่อมต่อเข้าห้องน้ำได้โดยตรง ซึ่งเป็นห้องน้ำเดียวกับที่ห้องนอน 3 ได้ใช้งาน

ห้องน้ำชั้น 3 จะมี 2 ประตู เพื่อให้ห้องนอน 2 - 3 ได้แชร์การใช้งานร่วมกันนั่นเอง

ทั้งหมดนี้คือรายละเอียดของบ้านเดี่ยว 3 ชั้นแบบ Orbit พื้นที่ใช้สอย 291.5 ตร.ม. โดยส่วนต่อไปเราจะมาพูดถึงทำเลและการเดินทางของโครงการ เดอะ คาแนล พระราม 2 กันบ้างครับ
Location : เดอะ คาแนล พระราม 2
โครงการ เดอะ คาแนล พระราม 2 ตั้งอยู่ใน สาริน ซิตี้ เมืองริมทะเลสาบขนาดใหญ่ที่แบ่งพื้นที่เป็นบ้านจัดสรรหลายโครงการ ซึ่งมีทางเข้าออกอยู่ติดกับ ถ.เจษฎาวิถึ ซึ่งเชื่อมต่อได้กับ ถ.วัดพันท้ายนรสิงห์, ถ.เอกชัย และ ถ.พระราม 2 เป็นทำเลใกล้เมืองใหม่มหาชัย เดินทางสะดวกทั้งไปตัวเมืองสมุทรสาคร รวมถึงไป บางขุนเทียน - ดาวคะนอง เพื่อใช้ทางด่วนกาญจนาภิเษกและเฉลิมมหานครเพื่อเดินทางไปพื้นที่อื่นๆ รวมถึงเข้าสู่กรุงเทพฯ ชั้นใน

รีวิวการเดินทางครั้งนี้ เราใช้ทางด่วนเฉลิมมหานครจากในตัวเมืองโซนพระราม 3 ขับรถมุ่งหน้าไปดาวคะนอง

ข้ามสะพานพระราม 9 ไปฝั่งธนบุรี

มุ่งตรงตามทางด่วนเฉลิมมหานครตามป้ายไปสมุทรสาครและ ถ.พระราม 2

อยู่บน ถ.พระราม 2 ขับตรงตามป้ายไปสมุทรสาคร โดยระหว่างทางจะมีโครงการก่อสร้างทางด่วนมอเตอร์เวย์ M82 ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จ การเดินทางลงสู่ภาคใต้จะมีความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น

ขับตรงมาถึงช่วงบางขุนเทียนจะมีป้ายบอกทางเข้าวงแหวนรอบนอกฝั่งใต้ ซึ่งในโซนนี้จะเป็นทางพิเศษกาญจนาภิเษกช่วง บางพลี - สุขสวัสดิ์ ซึ่งก็ยังสามารถเชื่อมต่อวงแหวนฯ ไปยังทางด่วนประจิมรัถยา เพื่อมุ่งหน้าจตุจักรได้อีกด้วย

ขับตาม ถ.พระราม 2 มาจนถึงช่วงแสมดำ ให้เตรียมเบี่ยงซ้ายออกไปอยู่บนทางคู่ขนาน

ขับตามทางคู่ขนานมาจนเจอ บุญถาวร พระราม 2 ให้เตรียมตัวเลี้ยวเข้าสู่ ถ.วัดพันท้ายนรสิงห์ ที่อยู่ถัดไปอีกเล็กน้อย

ปากทางเข้า ถ.วัดพันท้ายนรสิงห์ สังเกตได้ว่าจะต้องขับผ่านวัดพันท้ายนรสิงห์ซึ่งอยู่ติด ถ.พระราม 2 มาก่อน

ตรงเข้าไปตาม ถ.วัดพันท้ายนรสิงห์ ตามป้ายศาลพันท้ายนรสิงห์

ระหว่างทางจะมีป้ายบอกทางไป สาริน ซิตี้ ให้เห็นอยู่เป็นระยะ โดย ถ.วัดพันท้ายนรสิงห์ในปัจจุบันมีห้างร้านสิ่งอำนวยความสะดวกรวมถึงร้านสะดวกซื้อมาเปิดอยู่มากมาย รองรับบ้านจัดสรรจำนวนมากที่เข้ามาพัฒนาพื้นที่ทำเลนี้กันอย่างคึกคัก

ลงจากสะพานข้ามคลองมหาชัย แล้วเตรียมเลี้ยวขวาเข้าสู่ ถ.เจษฎาวิถี ตามป้ายบอกทางไป สาริน ซิตี้

ตรงไปตาม ถ.เจษฎาวิถี ช่วงนี้จะมีป้ายโฆษณาโครงการ เดอะ คาแนล พระราม 2 ให้เห็นเป็นระยะ

ระหว่างมุ่งตาม ถ.เจษฎาวิถี ไปยัง สาริน ซิตี้ จะผ่านสถานที่สำคัญคือ รร.อัสสัมชัญ แคมปัส พระราม 2 และนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร

ถ.เจษฎาวิถี มี 4 ช่องจราจร ตลอด 2 ข้างทางมีห้างร้านต่างๆ คึกคักไม่ต่างจาก ถ.วัดพันท้ายนรสิงห์ โดยหากตรงต่อไปเรื่อยๆ จะเจอกับจุดเชื่อมต่อ ถ.เอกชัย และมหาชัยเมืองใหม่

มาถึงทางเข้าของ สาริน ซิตี้ ซึ่งอยู่ทางฝั่งซ้ายมือตามทางที่เราขับมา

ตรงเข้าไปใน สาริน ซิตี้ จนถึงทะเลสาบ จะเจอกับ Sales Gallery ของทั้งโครงการ เดอะ คาแนล พระราม 2 และโครงการอื่นๆ ของ สาริน พร็อพเพอร์ตี้

สาริน ซิตี้ คือเมืองริมทะเลสาบขนาดใหญ่ บรรยากาศจึงมีความใกล้ชิดธรรมชาติสูง

ขับต่อจาก Sales Gallery ตรงมาเรื่อยๆ ก็จะเจอกับ เดอะ คาแนล พระราม 2 โดยระหว่างทางนั้นก็จะผ่านอาคารพาณิชย์ซึ่งมีร้านค้ากับร้านอาหารเปิดบริการอยู่

สำหรับความสะดวกสบายโดยรอบโครงการ ไม่ไกลจาก สาริน ซิตี้ มีคอมมูนิตี้มอลล์ พอร์โต ชิโน่ อยู่ติด ถ.พระราม 2 ขาออก นอกจากนั้นในโซนตัวเมืองสมุทรสาคร ก็ยังมี แม็คโคร สมุทรสาคร, เซ็นทรัล มหาชัย, โลตัส มหาชัย และ บิ๊กซี มหาชัย เป็นตัวเลือกในการจับจ่ายใช้สอย แต่ถ้ามุ่งหน้าเข้าเมืองไปตาม ถ.พระราม 2 ฝั่งขาเข้า ก็จะมี เซ็นทรัล พระราม 2 เป็นแหล่งไลฟ์สไตล์ประจำมุมเมืองฝั่งนี้

ใกล้กับโครงการมีสถานศึกษาชื่อดังทั้งหลักสูตรสามัญและนานาชาติให้เลือกส่งลูกหลานไปเรียนได้หลายแห่ง โดยใน สาริน ซิตี้ นั้นมี รร.สมฤดีสารินซิตี้ รองรับครอบครัวที่อยากให้เด็กๆ เดินทางไปเรียนได้ง่าย หรือถ้าออกมาที่ ถ.เจษฎาวิถี เพียงแค่ 1.7 กม. ก็มี รร.อัสสัมชัญหลักสูตรภาษาอังกฤษ แคมปัส พระราม 2 นอกจากนี้ไม่ไกลจาก สาริน ซิตี้ ก็ยังมีทั้ง รร.ทานตะวันไตรภาษา รวมถึง รร.นานาชาตินอริชพระราม 2 อยู่ในระยะทางที่ไปรับส่งเด็กๆ ได้สะดวก

ในด้านการดูแลสุขภาพ โดยรอบโครงการก็มีสถานพยาบาลชั้นนำตั้งอยู่อีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น รพ.พานาชี พระราม 2, รพ.สมุทรสาคร, รพ.มหาชัย, รพ.เอกชัย ไปจนถึง รพ.นครธน

นอกจากนี้ใกล้กับ สาริน ซิตี้ ยังมีแหล่งงานขนาดใหญ่อย่างนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร จึงสะดวกในการเดินทางสำหรับใครที่ทำงานในนิคมฯ แล้วมองหาบ้านจัดสรรใกล้ที่ทำงาน
Price & Promotion

บ้านเดี่ยวโครงการ เดอะ คาแนล พระราม 2 มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 4.99 ล้านบาท* โดยสามารถแบ่งราคาเริ่มต้นตามแบบบ้านได้ตามนี้
- แบบบ้าน Wadi พื้นที่ใช้สอย 147.8 ตร.ม. เริ่มต้น 4.99 ล้าน*
- แบบบ้าน Ravine พื้นที่ใช้สอย 165.9 ตร.ม. เริ่มต้น 6.99 ล้าน*
- แบบบ้าน Orbit พื้นที่ใช้สอย 291.5 ตร.ม. เริ่มต้น 9.9 ล้าน*
ราคา ณ เดือนกันยายน 2566 ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดสอบถามโครงการอีกครั้ง
Conclusion

ทั้งหมดนี้คือการรีวิวบ้านเดี่ยวโครงการ เดอะ คาแนล พระราม 2 จาก Home Buyers โดยก่อนจากกันไปในบทความนี้ แอดมินผู้เขียนที่ได้ไปสัมผัสบรรยากาศโครงการจริงๆ มาด้วยตัวเอง ก็มีบทสรุปสั้นๆ ตามความคิดเห็นส่วนตัวมาฝากกันด้วยครับ
Design & Function เหมาะกับคนที่ชอบบ้านซึ่งมีเนื้อที่รอบตัวบ้านให้จัดสวนหรือใช้ทำกิจกรรมได้เยอะ รวมถึงใครที่มองหาบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติ โครงการนี้ออกแบบผังให้มีลำคลองเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งถือว่าหาได้ยากทีเดียว โดยบ้านส่วนใหญ่จะเข้าถึงวิวของคลองกับสวนได้ เพราะโครงการมีบ้านเพียง 128 ยูนิตเท่านั้น
Facility นอกจากบรรยากาศสงบและใกล้ชิดธรรมชาติ ในโครงการก็ยังมีทั้งสระว่ายน้ำขนาดใหญ่กับฟิตเนสวิวพาโนราม่า ซึ่งนับว่าลงตัวกำลังดีกับวิถีชีวิตของครอบครัว ไม่มากไม่น้อยเกินไป และเหมาะสมกับอัตราค่าส่วนกลางที่เก็บเพียง 29 บาท / ตร.ว. / เดือน ยังไม่รวมถึงความปลอดภัยที่ได้ ทั้งจาก รปภ.ตลอด 24 ชม. และกล้อง CCTV ที่ติดตั้งให้ทั่วทั้งโครงการ
Location โครงการตั้งอยู่ใน สาริน ซิตี้ เมืองริมทะเลสาบที่บรรยากาศสงบ ไม่พลุกพล่านวุ่นวาย แต่ก็ยังรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ตอบโจทย์คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในโซนเมืองใหม่มหาชัย หรือจะไปตัวเมืองสมุทรสาคร, บางบอน, บางขุนเทียน, สุขสวัสดิ์ หรือแม้แต่ข้ามฝั่งเข้าเมืองย่านพระราม 3 ก็ทำได้ไม่ยาก ที่สำคัญยังเป็นทำเลศักยภาพสูง รองรับความเจริญที่ขยายตัวเมื่อทางด่วนมอร์เตอร์เวย์ลอยฟ้าสาย M82 เสร็จสมบูรณ์ในอนาคต
สำหรับผู้ที่สนใจโครงการ เดอะ คาแนล พระราม 2 สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือนัดหมายเยี่ยมชมบ้านตัวอย่างโดยตรงจากทางโครงการได้ที่เบอร์ 084 999 2000 หรือลงทะเบียนให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้ทาง www.sarinproperty.com/?projects=the-canal
*หมายเหตุ : ภาพในบ้านตัวอย่างเป็นเพียงไอเดียการตกแต่ง ส่วนบ้านจริงจะได้เป็นบ้านมาตรฐานตามที่ระบุเท่านั้น
การคำนวณยอดผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน
ปรับรายละเอียดด้านล่างเพื่อคำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือน