รีวิวคอนโดตึกเสร็จ Life พหลฯ - ลาดพร้าว คอนโดใหม่กลางห้าแยกลาดพร้าว ห้องกว้าง ส่วนกลางหรู พร้อม Facility จัดเต็ม
เปิดตัวตึกเสร็จให้เข้าชมกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับสำหรับคอนโด ‘Life พหลฯ - ลาดพร้าว’ จาก AP Thailand คอนโดใหม่ใจกลางย่านห้าแยกลาดพร้าว ติด ถ.พหลโยธิน ใกล้ BTS ห้าแยกฯ ที่มีทั้ง เซ็นทรัล ลาดพร้าว และ เซ็นทรัล พหลโยธิน เป็นเพื่อนบ้านซึ่งอยู่ห่างไปแค่ไม่กี่ก้าว
Home Buyers กับแอดมิน #BoonWaranyu ก็ไม่พลาดที่จะเข้าไปเช็คอิน ชมบรรยากาศจริงของโครงการนี้ มารีวิวแบบเจาะลึกให้เพื่อนๆ ได้ชมภาพสวยๆ กันด้วยครับ บอกได้เลยว่าพื้นที่ส่วนกลางของที่นี่มีดีไซน์ที่สวยหรูในระดับ Luxury เลยทีเดียว พร้อมด้วยวิวพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่หากันไม่ได้ง่ายๆ ของสวนจตุจักรและสวนรถไฟ
วันนี้เราพาดู Facility ครบทุกมุมแบบจัดเต็ม รวมถึงเข้าไปชมห้องตัวอย่างอีก 3 แบบ 3 สไตล์ ซึ่งมีให้ทั้งฟังก์ชันที่ลงตัว และขนาดของห้องที่กว้างขวาง ตอบโจทย์ความต้องการของชีวิตคนเมือง จะเป็นอย่างไร เราไปรีวิวคอนโด Life พหลฯ - ลาดพร้าว กันเลยครับ
Fact Sheet
| ชื่อโครงการ : | ไลฟ์ พหลฯ - ลาดพร้าว |
|---|---|
| บริษัท : | บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) |
| ที่ตั้งโครงการ : | ถ.พหลโยธิน แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ |
| พื้นที่โครงการ : | 2-2-92.20 ไร่ |
| รูปแบบโครงการ : | คอนโดมิเนียม High Rise สูง 40 ชั้น |
| จำนวนห้องชุด : | ห้องชุดพักอาศัย 598 ยูนิต / ห้องชุดเชิงพาณิชย์ 1 ยูนิต |
| แบบห้องชุด : | Simplex / Vertiplex แบบ Studio, 1 Bedroom, 1 Bedroom Plus, 2 Bedrooms |
| พื้นที่ใช้สอย : | 28.50 - 65 ตร.ม. |
| ที่จอดรถ : | 283 ช่องจอด (ไม่รวมซ้อนคัน) |
| ค่าส่วนกลาง : | 60 บาท / ตร.ว. / เดือน, กองทุนอาคารชุด 500 บาท |
| ราคา : |
เริ่มต้น 5.29 ล้านบาท* (ณ เมษายน 2567 โปรดสอบถามโครงการอีกครั้ง) |
| โทร : | 1623 |
| เว็บไซต์ : | www.apthai.com/th/condominium/life-phahon-ladprao |
Highlight : Life พหลฯ - ลาดพร้าว

คอนโดใหม่ล่าสุด เปิดชมตึกสร้างเสร็จพร้อมอยู่เป็นครั้งแรก กับคอนโดแบรนด์ ‘Life’ โครงการที่ 3 จาก AP Thailand ตึกสูง 40 ชั้น บนทำเลใจกลางย่านห้าแยกลาดพร้าว
ทำเล North CBD ศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ตอนบน ติด ถ.พหลโยธิน ใกล้ BTS ห้าแยกฯ แวดล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ ตรงข้าม เซ็นทรัล ลาดพร้าว และ เซ็นทรัล พหลโยธิน
ส่วนกลางหรู 6 ชั้น มาพร้อมการออกแบบระดับ Luxury พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน ตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง เปิดรับวิวพระอาทิตย์ตกและพื้นที่สีเขียวของสวนจตุจักร
ฟังก์ชันห้องลงตัว ยูนิตน้อย ตึกสูง 40 ชั้นแต่มีห้องชุดเพียง 598 ยูนิต เลย์เอาต์หลากหลาย มาพร้อมห้อง Simplex และ Vertiplex บนพื้นที่ใช้ขนาดใหญ่สอยตั้งแต่ 28.5 - 65 ตร.ม.
Facility

เริ่มต้นกันที่หน้าทางเข้าของโครงการ จะมีป้ายชื่อโครงการ ไลฟ์ พหลฯ - ลาดพร้าว ให้เห็นได้อย่างชัดเจนจาก ถ.พหลโยธิน

ถนนทางเข้าออกของโครงการจะแบ่งเป็น 2 เลน รอบข้างมีการจัดพื้นที่สีเขียวไว้อย่างร่มรื่น

ซุ้มรักษาความปลอดภัยก่อนถึงบริเวณอาคารจะมีประตูราวกั้นไม้กระดกติดตั้งอยู่ โดยควบคุมการเปิดปิดด้วยระบบ KATSAN ที่จะอ่านป้ายทะเบียนรถของลูกบ้านแล้วเปิดให้โดยอัตโนมัติ ส่วนผู้มาติดต่อจะถูกบันทึกประวัติการเข้าออกผ่านกล้อง CCTV โดยมี รปภ.ประจำการอยู่ตลอด 24 ชม.

เมื่อผ่านจุดรักษาความปลอดภัยเข้ามาจะเป็นทางเข้าไปยังจุด Drop Off

จุดนี้คือประตูทางเข้าล็อบบี้ ที่ควบคุมการเข้าออกด้วยระบบจดจำใบหน้าของผู้พักอาศัย โดยจะมีทางเชื่อมต่อเข้าไปยังโถงลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังห้องพัก

ชั้น 1 - 7 ของอาคารคือพื้นที่ลานจอดรถ ซึ่งเป็นแบบ Conventional ทั้งหมด 283 ช่องจอด (ไม่รวมซ้อนคัน) ก่อนจะเริ่มมีห้องชุดพักอาศัยตั้งแต่ชั้น 8 เป็นต้นไป

บริเวณชั้น G มีจุดบริการ EV Charger รองรับลูกบ้านที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้าอยู่ 2 ช่องจอด

ด้านข้างอาคารมีการจัดสวนไล่ระดับความยาวประมาณ 100 ม. ที่ทางโครงการเรียกว่า Green Pavilion

Green Pavilion มีการจัด Landscape แบบไล่ระดับ ตกแต่งด้วยต้นไม้ใหญ่และ Pocket Garden โดยมีที่นั่งพักผ่อนแบบ Sunken Seat หลายมุมให้เลือกใช้งาน

รอบๆ พื้นที่โครงการมีการติดตั้งกล้อง CCTV เพื่อเสริมความปลอดภัยให้แน่นหนา

กลับมาที่บริเวณ Drop Off ถัดจากทางเข้าล็อบบี้ จะมีห้อง The Parlour ที่ใช้รับรองแขกผู้มาติดต่อ

The Parlour มาพร้อมสไตล์การตกแต่งที่ดูมีชีวิตชีวา มีโซฟาและโต๊ะให้เลือกใช้งานอยู่หลายจุด โดยในวันที่เราเข้าไปรีวิว ห้องนี้ถูกใช้ฟังก์ชันเป็นพื้นที่รับรองลูกค้าที่มาเยี่ยมชมโครงการหรือตรวจรับห้อง

ภายใน The Parlour ยังมีเคาน์เตอร์บาร์ไว้รองรับฟังก์ชันการเตรียมเสิร์ฟเครื่องดื่ม

อีกมุมหนึ่งจะเป็นโต๊ะทำงานที่รองรับการนัดพบปะทำธุระกับผู้มาติดต่อ สังเกตได้ว่าใน The Parlour จะมีบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง เพราะมีฝ้าเพดานที่สูง และล้อมรอบด้วยผนังกระจกรอบทิศทาง

คราวนี้เราจะเข้าไปดูพื้นที่ส่วนพักอาศัยของโครงการกันบ้าง โดยลูกบ้านสามารถสแกนใบหน้าแล้วเดินผ่านประตูเข้าไปยังโซนล็อบบี้ได้เลย

เมื่อเข้ามาข้างในล็อบบี้จะแบ่งออกเป็น 3 ฟังก์ชัน จุดแรกจะเจอกับมุม Exclusive Lobby ที่เปิดรับวิวสวนด้านข้างอาคาร

พื้นที่ตรงกลางล็อบบี้เรียกว่า Main Lobby เป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อนที่สีสันดูมีชีวิตชีวาแต่ก็ให้ความรู้สึกอบอุ่น

อีกฟังก์ชันของล็อบบี้คือมุม Cozy Lounge เป็นพื้นที่ Semi Outdoor ที่เชื่อมต่อกับสวนด้านข้างอาคาร เดินทะลุเชื่อมต่อกันได้เลย แต่ถ้าจะกลับเข้าไปในล็อบบี้ก็ต้องสแกนใบหน้าอีกครั้งเพื่อความปลอดภัย

ถัดจาก Front Desk จะมีโถงทางเดินไปยังห้อง Mail Box และโถงลิฟต์

ห้อง Mail Box ออกแบบให้มีความสว่างปลอดโปร่ง พื้นที่กว้างขวาง และสังเกตได้ว่ากล้องรับจดหมายแต่ละช่องจะมีขนาดใหญ่พอสมควรเลย

ต่อจากนั่นจะเจอกับโถงลิฟต์ โดยอาคารนี้จะมีลิฟต์โดยสารทั้งหมด 4 ตัว ยังไม่รวมลิฟต์เซอร์วิสอีก 1 ตัว

ปุ่มกดเรียกลิฟต์เป็นระบบไร้สัมผัส แค่วางมือหรือชี้นิ้วที่ปุ่มลิฟต์ก็จะลงมาเปิดให้ตามต้องการแล้ว ส่วนการจะให้ลิฟต์ไปส่งที่ชั้นต่างๆ จะใช้ระบบสแกนใบหน้าหรือคีย์การ์ด เพื่อจำกัดให้ลูกบ้านไปได้เฉพาะชั้นที่ตัวเองอยู่กับชั้นพื้นที่ส่วนกลางเท่านั้น

เราขึ้นมาที่ชั้น 8 ซึ่งนอกจากจะเป็นชั้นแรกที่มีห้องพัก ก็ยังมีสวนส่วนกลางบรรยากาศร่มรื่นอยู่ด้วย

สวนจะทอดตัวเป็นแนวยาวขนานไปกับอาคาร มีการปลูกต้นไม้ใหญ่และจัดไม้พุ่มเป็น Pocket Garden มาพร้อมกับที่นั่งพักผ่อนชมวิวเมืองฝั่งลาดพร้าว โดยห้องชุดที่อยู่ชั้น 8 - 10 ทางฝั่งนี้จะได้บรรยากาศที่ร่มรื่นเป็นพิเศษ

ติดกับสวนจะมี The Cardio Club ห้องออกกำลังกายแบบเป็นส่วนตัวที่หันหน้าออกมารับวิวสวนได้พอดี

The Cardio Club เป็นห้องออกกำลังกายที่เน้นเฉพาะลู่วิ่ง โดยแต่ละจุดจะมีความเป็นส่วนตัวสูงเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถโฟกัสกับตัวเองได้เต็มที่

นอกจากมุมที่แล้วซึ่งกั้นโซนด้วยเสาของอาคาร ก็ยังมีการกั้นห้องด้วยฉากกระจกใจ แบ่งเป็นห้องเดี่ยวพร้อมจอทีวี กับห้องคู่วิวสวน

ถ้ามาออกกำลังกายกันเป็นคู่ก็จะเหมาะกับห้องนี้ บรรยากาศร่มรื่นและปลอดโปร่งน่าใช้งานเลยทีเดียว

ข้ามไปโซนชั้น 38 - Rooftop ซึ่งเป็น ‘Quadruple Sky Facilities’ ส่วนกลางซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกันถึง 4 ชั้น เริ่มต้นที่ชั้น 38 Exclusive Sky Club พื้นที่นั่งเล่นพักผ่อนที่เปิดรับวิวเมืองได้ถึง 180 องศา โดยบริเวณนี้คือตรงกลางของห้อง มองออกไปเป็นวิวฝั่งห้าแยกลาดพร้าว

ฝั่งตะวันออกเป็นที่นั่งชมวิวเมืองโซนลาดพร้าว เรียกว่า The Sky Wing เปิดรับวิวท้องฟ้าแบบโล่งๆ ยังไม่มีตึกสูงขึ้นเยอะทางฝั่งนี้

ฝั่งตะวันตกเรียกว่า Sunset Wing เปิดโล่งรับวิวเมืองฝั่งสวนจตุจักรและสวนรถไฟ ในบรรยากาศพระอาทิตย์ตกดินช่วงเย็น

นอกจากมุมนั่งเล่นพักผ่อน ชั้น 38 นี้ยังมี The Entertainment เป็นมุมสันทนาการที่มาพร้อมกับโต๊ะพูล

ข้างๆ The Sky Wing มีลิฟต์แก้วที่ใช้เชื่อมต่อขึ้นลงกันเฉพาะพื้นที่ส่วนกลางชั้น 38, 39, 40 และ Rooftop

ออกจากลิฟต์มาที่ชั้น 39 จะมีโถงทางเดินไปยังพื้นที่ส่วนกลางอีกหลายฟังก์ชันของชั้นนี้

มุมแรกเป็นจุดชมวิวเมืองฝั่งห้าแยกลาดพร้าวที่สามารถมองเห็นคอนโด ไลฟ์ ลาดพร้าว และ ไลฟ์ ลาดพร้าว แวลลีย์ รุ่นพี่ 2 โครงการที่อยู่ใกล้ๆ กับตึกที่เราอยู่กันนี้

ฝั่งตะวันตกของชั้น 38 จะเน้นฟังก์ชันการใช้งานแบบเป็นส่วนตัว โดยห้องนี้คือ Private Living Room ที่มาใช้นั่งพบปะหรือดูทีวีกับเพื่อนๆ เปลี่ยนบรรยากาศจากในห้องพักกันได้

ห้องถัดมาที่อยู่ติดกันคือ Family Meeting ห้องประชุมกลุ่มเล็กซึ่งมีทีวีให้ใช้เปิดดู Presentation ในระหว่างประชุมกันได้ด้วย

อีกห้องที่อยู่ติดกันคือ Social Meeting ห้องประชุมขนาดกลางที่รองรับคนได้เพิ่มขึ้นมาเป็น 6 ที่นั่ง

นอกจากห้องประชุมแบบกลุ่ม ก็ยังมี Private Meeting แบบเป็นส่วนตัวอยู่อีก 2 ห้อง ซึ่งไฮไลต์อยู่ที่ห้อง 01 ซึ่งอยู่มุมอาคารพอดี ซึ่งผนังห้องเป็นกระจกล้อมไว้ 90 องศา จึงมองเห็นวิวสวนจตุจักรกับสวนรถไฟได้เต็มๆ ถ้าได้มานั่งทำงานหรือประชุมออนไลน์ในห้องนี้คงรู้สึกปลอดโปร่งมากๆ เลย

ดูฟังก์ชันของปีกตะวันตกไปแล้ว เราข้ามมาดูฝั่งตะวันออกกันบ้างครบ ทางเข้าอยู่ตรงข้ามกันเลย

ฟังก์ชันฝั่งตะวันออกของชั้น 39 คือ The Cloud Social Club เป็นพื้นที่พักผ่อนและนัดพบปะเข้าสังคมในบรรยากาศแบบสบายๆ มีห้องประชุมไซส์ใหญ่ที่มาพร้อมประตูบานเลื่อนซึ่งเปิดปิดได้ พร้อมด้วยผนังกระจก Full High ที่เปิดรับวิวเมืองฝั่งลาดพร้าว

มีโซฟาให้นั่งเล่นหรือนัดพบพูดคุยกับเพื่อนๆ แบบสบายๆ อยู่ 2 ชุด โดยไฮไลต์ของจุดนี้คือผนังที่ตกแต่งไว้ด้วยหินอ่อน Van Gogh Onyx ที่ส่งตรงจากตะวันออกกลาง ให้ลาดลายที่เป็นธรรมชาติ เสริมให้ดีไซน์ภายในโครงการดูโดดเด่นไม่ซ้ำใคร

ขึ้นมาบนชั้น 40 เรียกว่า Active Atrium เป็นศูนย์รวมกิจกรรมออกกำลังกายของโครงการ ห้องที่เราอยู่ในตอนนี้คือฟิตเนสขนาดใหญ่ บรยยากาศโปร่งโล่งเป็นพิเศษด้วนฝ้าเพดานสูงมากกว่า 4 ม. และผนังกระจก Full High ที่ล้อมรอบอยู่ โดยมุมนี้จะเน้นอุปกรณ์ Weight Training เป็นหลัก

จากมุมห้องฟิตเนสในภาพที่แล้ว จะมองเห็นวิวทางฝั่งสี่แยกรัชโยธิน โดยพื้นที่มุมซ้ายล่างของภาพคือไซต์ก่อสร้างศูนย์การค้า Mix Use แห่งใหม่อย่าง เซ็นทรัล พหลโยธิน

อีกมุมของฟิตเนสจะเป็นเครื่องเล่น Weight Training ที่มีความครบครัน

หน้าต่างในภาพที่แล้วจะมองออกไปวิวฝั่งตะวันตก สามารถสังเกตเห็นทั้ง BTS ห้าแยกลาดพร้าว, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, ทางด่วนโทลล์เวย์ และสวนจตุจักรกับสวนรถไฟ

โซน Cardio ของฟิตเนสจะแยกฟังก์ชันออกมาออกห้องหนึ่ง โดยมุมนี้นอกจากจะมองไปเห็นวิวฝั่งสี่แยกรัชโยธิน ด้านนอกห้องยังมีการจัดสวนหย่อมไว้เพิ่มความร่มรื่นอีกด้วย

พื้นที่กลางแจ้งของชั้น 40 มีการจัดสวนหย่อมเอาไว้ โดยต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกอยู่จะมียอดสูงโผล่ขึ้นไปบริเวณทางเดิน Canopy Walk ของชั้น Rooftop

เดินผ่านสวนมาฝั่งตะวันออกของชั้น 40 ยังมีห้องออกกำลังกายอเนกประสงค์อยู่อีกห้อง สามารถเลือกใช้งานได้หลากหลายฟังก์ชัน เช่น เล่นโยคะ หรือจัดเป็นคลาสเต้นต่างๆ

ออกจากโซนฟิตเนสมาจะเป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ในร่มแบบ Semi Outdoor โดยใกล้กับมุมที่เรายืนอยู่คือสระเด็ก ที่จะมีมุมนั่งคอยสำหรับผู้ปกครองอยู่ข้างๆ สระ

สระว่ายน้ำมีความยาวถึง 30 ม. รองรับการออกกำลังกายจริงจัง พร้อมถนอมผิวและเส้นผมด้วยระบบน้ำเกลือ

มุมสระฝั่งตะวันตกของชั้น 40 มี Pool Bed ไว้นั่งชมวิวพระอาทิตย์ตกดินในตอนเย็น หรือจะลงแช่จากุซชี่ในบริเวณนี้ก็ชวนผ่อนคลายเช่นกัน

จากมุมในภาพที่แล้ว สามารถมองเห็นวิวพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ของ North CBD อย่างสวนจตุจักรและสวนรถไฟได้แบบเต็มๆ ถือเป็นมุมมองที่หาได้ยาก ซึ่งไม่น่าจะถูกบล็อควิวได้แล้วพระมุมนี้มี เซ็นทรัล ลาดพร้าว ตั้งอยู่ และคงไม่ถูกทุบทิ้งแล้วสร้างตึกสูงขึ้นมาแทนในอนาคตอันใกล้แน่ๆ

บริเวณใกล้กับสระว่ายน้ำมีห้องน้ำแยกฝั่งชายหญิงให้ใช้งาน โดยในห้องน้ำชายมีทั้งตู้ล็อคเกอร์, ห้องอาบน้ำ และห้องซาวน่าให้ได้ผ่อนคลายหลังออกกำลังกาย

ส่วนทางฝั่งห้องน้ำหญิงจะเปลี่ยนจากซาวน่าเป็นห้องสตรีมแทน

ขึ้นมาบนดาดฟ้าจะเจอกับ The Park Rooftop สวนส่วนกลางที่เปิดรับวิวโดยรอบได้แบบ 360 องศา โดยมีมุมให้เลือกนั่งพักผ่อนอยู่ทั่วบริเวณ

ราวระเบียงโดยรอบเป็นกระจก Tempered Glass ที่มีความทนทานสูง เปิดรับวิวด้านนอกได้เต็มๆ ใครกลัวความสูงอาจจะขาสั่นได้เหมือนกันนะครับ

มุมนั่งเล่นแบบบาร์ก็มีให้นั่งชมวิวสวนจตุจักรกับสวนรถไฟขนาด 700 ไร่ได้เหมือนกัน

ชั้นดาดฟ้ายังมีบันไดให้เดินขึ้นไปได้อีกชั้นหนึ่งที่ถือเป็นยอดสุดของอาคาร โซนนี้จะเน้นปลูกไม้ยืนต้นและไม้พุ่มในแบบ Pocket Garden

มุมนี้มีชื่อว่า Private Sky Yard มีที่ให้นั่งพักชมวิวเมืองได้ทั้งฝั่งรัชโยธินและลาดพร้าว

จุดนี้คือ Canopy Walk ที่เราพูดถึงไปตอนอยู่ที่ชั้น 40 จะเห็นได้ว่ามียอดของต้นไม้ที่สวนหย่อมข้างฟิตเนสสูงพ้นขึ้นมาบริเวณทางเดิน

จุดสุดท้ายของพื้นที่ส่วนกลางที่เรายืนอยู่คือ Panoramic Sky Hill ลานที่เปิดโล่งรับวิวฟ้ากว้างได้เต็มๆ
ทั้งหมดนี้คือสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางของ ไลฟ์ พหลฯ - ลาดพร้าว ที่เรามามาชมกันครับ โดยค่าส่วนกลางของโครงการนี้จะจัดเก็บอยู่ที่ 60 บาท / ตร.ม. / เดือน
Design

คอนโด ไลฟ์ พหลฯ - ลาดพร้าว พัฒนาดีไซน์ของโครงการด้วยแนวคิดแบบ Simplicity Luxury ที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน แต่แฝงไว้ด้วยรายละเอียดของศิลปะและความคราฟต์ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครในทำเลห้าแยกลาดพร้าว
ดีไซน์หลักที่เห็นได้ชัดเจนคือ Sculptural Pattern ที่นำเส้นตรงมาใช้ทั้งบริเวณ Facade นอกอาคารกับฝ้าเพดานหลายๆ จุดภายในพื้นที่ส่วนกลาง เป็นสไตล์ของสถาปัตยกรรมยุคใหม่ทางซีกโลกฝั่งตะวันตก ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากถนนหลายสายซึ่งมุ่งมาบรรจบกันอยู่ที่ห้าแยกลาดพร้าว
ความ Simplicity Luxury ที่แฝงอยู่ตามส่วนกลางจุดต่างๆ ก็คือการใช้ Exclusive & Exotic Material มาตกแต่งผนังและพื้น โดยเน้นที่หินอ่อนจากอิตาลีกับหินโอนิกซ์จากตะวันออกกลาง ซึ่งให้ลาดลายที่เป็นธรรมชาติ เรียบหรู มีสีสันที่เสริมให้ดีไซน์ภายในโครงการมีความแตกต่างไม่เหมือนใคร
Floor Plan

ชั้น Ground Floor เป็นพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมด ภายนอกอาคารเป็นสวน Green Pavilion และช่องจอดรถสำหรับผู้มาติดต่อ รวมถึงจุด EV Charger ขณะที่ภายในอาคารจะเป็นล็อบบี้และเลาจน์ รวมถึงโถงลิฟต์

ชั้น 1 - 7 จะเป็นที่จอดรถทั้งหมด ก่อนจะมาเริ่มโซนห้องพักอาศัยกันที่ชั้น 8 ซึ่งมีห้องชุดทั้งหมด 17 ห้อง รวมถึงสวนลอยฟ้า และฟิตเนส The Cardio Club

ชั้น 9 มีห้องชุดเพิ่มขึ้นมาอีก 2 ห้อง แทนที่ของ The Cardio Club เมื่อเทียบกับชั้น 8 รวมแล้วจึงมีห้องชุดทั้งหมด 19 ห้อง

ชั้น 10 - 33 จะมีห้องชุดอยู่ชั้นละ 19 ห้อง เป็นแบบ Simplex ทั้งหมด

ชั้น 34 มีห้องชุดทั้งหมด 19 ห้อง เป็นแบบ Simplex ทั้งหมด

ชั้น 35 มีห้องชุดทั้งหมด 19 ห้อง โดยเป็นชั้นแรกที่เริ่มมีห้องเพดานสูง Vertiplex ยกชั้น

ชั้น 36 - 37 มีห้องชุด 19 ห้อง โดยเป็นห้องเพดานสูง Vertiplex ทั้งหมด

ชั้น 38 มีห้องชุด 15 ห้อง เป็นแบบเพดานสูง Vertiplex ทั้งหมด โดยแบ่งมุมอาคารฝั่งใต้เป็นพื้นที่ส่วนกลาง Exclusive Sky Club

ชั้น 38 มีห้องชุด 15 ห้อง เป็นแบบเพดานสูง Vertiplex ทั้งหมด โดยแบ่งมุมอาคารฝั่งใต้เป็นพื้นที่ส่วนกลาง The Cloud Social Club

ชั้น 40 เป็นพื้นที่ส่วนกลาง Active Atrium ทั้งหมด หลักๆ จะแบ่งเป็นฟิตเนสและสระว่ายน้ำ

ชั้นดาดฟ้าคือ The Park Rooftop เป็นพื้นที่สีเขียวทั้งหมด โดยแบ่งมุมนั่งเล่นพักผ่อนและชมวิวอยู่หลายจุด
Room Plan

ไลฟ์ พหลฯ - ลาดพร้าว มีห้องชุดทั้งหมด 598 ยูนิต แบ่งเป็นแบบ Simplex เพดานสูง 2.55 ม. กับห้องชุดแบบ Vertiplex เพดานสูง 4.40 ม. โดยแบ่งฟังก์ชันและขนาดพื้นที่ใช้สอยได้ดังนี้
ห้องชุด Simplex เพดานสูง 2.55 ม. จำนวน 511 ยูนิต
- Studio ขนาด 28.50 ตร.ม.
- 1 Bedroom ขนาด 35 ตร.ม.
- 1 Bedroom Plus ขนาด 42.50 ตร.ม.
- 2 Bedroom ขนาด 57 - 65 ตร.ม.
ห้องชุด Vertiplex เพดานสูง 4.40 ม. จำนวน 87 ยูนิต
- Type A ขนาด (ไม่รวมชั้นลอย) 28.50 ตร.ม.
- Type B ขนาด (ไม่รวมชั้นลอย) 35 ตร.ม.
- Type C ขนาด (ไม่รวมชั้นลอย) 40.50 ตร.ม.
- Type D ขนาด (ไม่รวมชั้นลอย) 42.50 ตร.ม.
- Type E ขนาด (ไม่รวมชั้นลอย) 57.00 ตร.ม.
- Type D ขนาด (ไม่รวมชั้นลอย) 65.00 ตร.ม.
โดยเราได้รวบรวมภาพแบบแปลนของห้องชุดแบบต่างๆ มาให้ได้ดูกันด้วยครับ แต่ขอข้ามแปลนที่แตกต่างแค่การสลับฝั่งซ้ายขวาออกไป เพื่อไม่ให้บทความยาวเกินนะครับ
ห้องชุด Simplex เพดานสูง 2.55 ม.









ห้องชุด Vertiplex เพดานสูง 4.40 ม.









Show Unit

ต่อไปเราจะพาชมห้องตัวอย่างกันบ้างครับ โดยลูกบ้านจะใช้ลิฟต์ไปได้เฉพาะชั้นส่วนกลางกับชั้นที่ตัวเองอยู่เท่านั้น ซึ่งลิฟต์จะควบคุมด้วยระบบสแกนใบหน้าหรือใช้คีย์การ์ด เพื่อควบคุมความปลอดภัยและเป็นส่วนตัว

บรรยากาศโถงทางเดินจากลิฟต์ไปยังห้องพักต่างๆ มีการติดไฟส่องสว่างไว้เต็มที่ พร้อมด้วยระบบสัญญาณแจ้งเตือนเหตุอัคคีภัยและสปริงเกอร์ดับเพลิง
Simplex 1 Bedroom 35 ตร.ม.

ห้องตัวอย่างที่เราจะเข้าชมเป็นห้องแรกคือแบบ Simplex 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 35 ตร.ม. จากแบบแปลนจะเห็นว่าแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนลงตัวดีเลยครับ โดยพื้นโซนห้องครัวจะปูด้วยกระเบื้องแกรนิโต้ขนาด 60x60 ซม. ส่วนพื้นห้องนั่งเล่นกับห้องนอนจะปูลามิเนตหนา 8 นิ้ว ขณะที่ระเบียงจะเป็นกระเบื้องเซรามิก 30x30 ซม.

ประตูห้องจะติดตั้ง Digital Door Lock มาให้เป็นมาตรฐาน เมื่อเข้ามาจะเจอกับห้องครัวก่อน โดยห้องชุดมาตรฐานจะส่งมอบพร้อมเคาน์เตอร์ครัวบิลต์อินเหมือนในห้องตัวอย่าง รวมถึงติดตั้งเครื่องดูดควัน เตาไฟฟ้า และอ่างล้างจานมาให้ด้วย

ติดกับครัวคือห้องน้ำที่มีพื้นที่กว้างพอสมควรเลยครับ มาพร้อมสุขภัณฑ์ครบชุด รวมถึงกระจกเงาบานใหญ่ และฉากกั้นอาบน้ำกระจก Tempered Glass

ถัดจากห้องครัวจะเป็นมุม Dining Area ที่อยู่ในส่วนของห้องนั่งเล่น โดยมีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นไว้อย่างเป็นสัดส่วน

ประตูกระจกบานเลื่อนเป็นแบบ 3 ตอน นอกจากช่วยเพิ่มความเป็นสัดส่วนให้กับห้อง ยังช่วยกันไม่ให้กลิ่นเวลาทำอาหารลอยไปติดตามโซฟาหรือผ้าม่านได้ด้วย

Dining Area รองรับโต๊ะขนาด 2 ที่นั่งได้พอดี (ถ้ามีญาติหรือเพื่อนมายังเสริมเก้าอีกได้อีก 1 ตัว) โดยถัดไปจะเป็นมุม Living Area ริมระเบียง

มุม Living Area รองรับโซฟาขนาด 2 - 3 ที่นั่งได้พอดี โดยจะอยู่ติดกับระเบียงของห้อง เปิดรับแสงสว่างในเวลากลางวันหรือแสงไฟ City Life ในยามค่ำคืน

ระเบียงมีพื้นที่กว้างพอสมควร โดยจุดติดตั้งคอมเพรสเซอร์แอร์จะเป็นแบบแขวนทั้งหมด เพื่อให้สามารถใช้พื้นระเบียงได้เต็มที่

ห้องนอนจะมีผนังทึบกันไว้อย่างเป็นสัดส่วน แยกฟังก์ชันการพักผ่อนกันได้ลงตัว

ห้องนอนสามารถเลือกวางเตียงขนาด 5 - 6 ฟุตได้ตามต้องการ โดยห้องตัวอย่างวางเตียงไซส์ 5 ฟุต เพื่อให้มีมุมสำหรับวางโต๊ะเครื่องแป้งได้กว้างมากขึ้น ส่วนหน้าต่างก็มีขนาดใหญ่ตามสไตล์คอนโดในเมืองยุคใหม่ที่เน้นความปลอดโปร่ง

ตู้เสื้อผ้าจะบิลต์อินมาให้เป็นมาตรฐานในทุกๆ ยูนิต โดยขนาดจะต่างกันไปตามไซส์ของห้อง ส่วนประตูที่อยู่ข้างๆ คือทางเข้าห้องน้ำ ซึ่งเข้าออกได้ทั้งฝั่งห้องนอนและห้องครัวนั่นเอง
Simplex 2 Bedrooms 57 ตร.ม.

ห้องต่อมาที่เราจะเข้าชมกันคือ Simplex 2 Bedrooms พื้นที่ใช้สอย 57 ตร.ม. เป็นอีกแบบห้องที่น่าสนใจ แบ่งสัดส่วนการใช้งานได้เป็นอย่างดี มีทั้งห้องนั่งเล่น 2 ห้องนอน และ 2 ห้องน้ำ โดยพื้นโซนพื้นห้องนั่งเล่นกับห้องนอนจะปูลามิเนตหนา 8 นิ้ว ขณะที่ระเบียงจะเป็นกระเบื้องเซรามิก 30x30 ซม.

พอเข้าห้องมาจะเจอกับเคาน์เตอร์ครัวบิลต์อินอยู่ติดผนังฝั่งข้างๆ

อีกฝั่งจากเคาน์เตอร์ครัวคือมุมโต๊ะอาหารกับห้องนั่งเล่น โดยสามารถวางโต๊ะอาหารขนาด 4 ที่นั่งได้เลย

มุม Living Area สามารถวางโซฟาขนาด 3 ที่นั่งได้อย่างลงตัว โดยจะอยู่ติดกับประตูระเบียง

ระเบียงมีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง สามารถวางคอมเพรสเซอร์แอร์ซ้อนกันในแนวดิ่งได้ถึง 3 ตัว

มองจากมุมนั่งเล่นย้อนไปทางเคาน์เตอร์ครัวจะเห็นฟังก์ชันความเป็น Dinning Area ที่รวมกลุ่มกันอย่างเป็นสัดส่วน ใช้งานได้จริงอย่างลงตัว

ตรงจากประตูห้องผ่านเคาน์เตอร์ครัวเข้าไปจะเป็นพื้นที่โซนพักผ่อนที่มี 2 ห้องนอน

ระหว่างทางเดินจะเจอกับห้องน้ำที่รองรับการใช้งานของโซนห้องนั่งเลนกับห้องนอน 2 มาพร้อมชุดสุขภัณฑ์ที่ครบครัน

ถัดจากห้องน้ำไปตามทางเดินจะมี 2 ห้องนอนที่ประตูอยู่ตรงข้ามกันพอดี

เริ่มที่ Master Bedroom กันก่อน เมื่อเข้ามาในห้องจะเจอกับมุม Walk - in Closet ที่บิลต์อินตู้เสื้อผ้าขึ้นมาเป็นตัวแบ่งโซนห้อง โดยจะมีห้องน้ำส่วนตัวให้ใช้งานอยู่ด้วย

พื้นที่ส่วนห้องนอนสามารถวางเตียงไซส์ 5 - 6 ฟุต พร้อมกับโต๊ะกลางขนาบทั้ง 2 ฝั่งได้สบายๆ โดยจะอยู่ริมหน้าต่างกระจกบานกว้างเป็นพิเศษ เปิดรับวิวเมืองได้เต็มๆ

ตรงข้ามกับปลายเตียงสามารถทำเป็นคอนโซลสำหรับวางทีวี หรือปรับเป็นโต๊ะเครื่องแป้งก็ได้

มาที่ห้องนอน 2 กันบ้าน เมื่อเข้าประตูมาจะเจอกับตู้เสื้อผ้าอยู่ด้านข้าง ก่อนจะเป็นทางเดินมาที่เตียงนอน

ห้องนอน 2 รองรับเตียงขนาด 5 ฟุตได้พอดี โดยยังเหลือพื้นที่ให้วางโต๊ะข้างเตียงได้ทั้ง 2 ฝั่ง รวมถึงมีมุมให้วางตู้เก็บของได้ตรงฝั่งตรงข้ามกับปลายเตียง
Vertiplex 2 Bedrooms 40.50 ตร.ม.

ห้องสุดท้ายที่เราจะไปดูกัน คราวนี้เป็นห้องเพดานสูงพร้อมชั้นลอยกันบ้าง กับแบบ Vertiplex 2 Bedrooms 40.50 ตร.ม. ที่มาพร้อมฟังก์ชันซึ่งใกล้เคียงกับทาวน์โฮมเลยทีเดียว มี 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ แยกโซนครัวเป็นสัดส่วน พร้อมมุมอเนกประสงค์บนชั้นลอย โดยพื้นโซนครัวและห้องนั่งเล่นกับห้องนอนทั้งชั้นล่างและชั้นลอยจะปูด้วยลามิเนตหนา 8 นิ้ว ขณะที่ระเบียงจะเป็นกระเบื้องเซรามิก 30x30 ซม.

เมื่อเข้ามาในห้องจะเจอกับมุมบิลต์อินเคาน์เตอร์ครัวตามมาตรฐานของโครงการ

ห้องน้ำอยู่ตรงข้ามกับครัว มาพร้อมกับสุขภัณฑ์ที่ครบครันและฉากกั้นอาบน้ำ

ถัดจากครัวเข้ามาในห้องจะเป็น Living Area เพดานสูงพิเศษ 4.40 ม. เปิดรับวิวภายนอกอาคารได้แบบเต็มๆ มีความปลอดโปร่ง เหมาะกับติดตั้งโคมไฟแชงเดอเลียเพื่อเสริมบรรยากาศตามสไตล์ที่ชอบ พื้นที่รองรับทั้งโต๊ะอาหาร 4 ที่นั่ง และโซฟา 2 - 3 ที่นั่ง

ข้างๆ Living Area คือ Master Bedroom ที่สามารถวางเตียงไซส์ 5 - 6 ฟุต พร้อมด้วยโต๊ะเครื่องแป้งได้ โดยยังมาพร้อมกับตู้เสื้อผ้าบิลต์อิน และประตูทางเข้าห้องน้ำได้โดยตรง รวมถึงมีประตูออกไปยังระเบียง

ขึ้นบันไดไปบนชั้นลอยแล้วมองลงมายัง Living Area ชั้นล่าง จะเห็นภาพรวมการใช้งานของฟังก์ชันห้องได้

พอขึ้นมาบนชั้นลอยจะเจอกับมุมอเนกประสงค์ที่สามารถจัดเป็น Working Station ได้อย่างลงตัว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ทั้งในเรื่องการงาน อาชีพเสริม หรืองานอดิเรกก็ได้

จากนั้นจะเจอกับห้องนอนซึ่งมีพื้นที่กว้าง รองรับทั้งเตียง 6 ฟุต โต๊ะเครื่องแป้ง และตู่เสื้อผ้า โดยผนังฝั่งที่หันไปทางโถง Double Volume จะเป็นกระจก เพิ่มความโปร่งให้กับห้อง ส่วนหน้าต่างด้านข้างก็จะมองลงไปยังระเบียงของชั้นล่าง
Location : Life พหลฯ - ลาดพร้าว
โครงการ ไลฟ์ พหลฯ - ลาดพร้าว ตั้งอยู่ติดกับ ถ.พหลโยธิน ฝั่งขาเข้า ทิศใต้ของอาคารอยู่ติดกับห้าง โลตัส ลาดพร้าว ส่วนทิศเหนือของอาคารติดกับกองบัญชาการสอบสวนกลาง ขณะที่ฝั่งตรงข้ามจะเป็น รร.หอวัง โดยอยู่ใกล้กับบันไดทางขึ้นรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว สถานีห้าแยกลาดพร้าวแค่ไม่กี่เมตร ซึ่งเป็นสถานีที่เชื่อมต่อกับ MRT สายสีน้ำเงิน สถานีพหลโยธิน ตอบโจทย์การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าของคนเมืองได้สะดวกสบาย ขณะที่ในด้านการใช้รถใช้ถนน ก็ยังเชื่อมต่อได้ทั้ง ถ.วิภาวดีรังสิต, ถ.ลาดพร้าว และ ถ.รัชดาภิเษก มีทางด่วนโทลล์เวย์ เป็นอีกทางเลือกที่รวดเร็วสำหรับเข้าออกตัวเมือง

ภาพมุมสูงจากอาคารสามารถบอกเล่าสภาพทำเลของโครงการได้เป็นอย่างดี โดยใกล้ๆ กันจะมีทั้ง รร.หอวัง, เซ็นทรัล ลาดพร้าว และรถไฟฟ้าสถานีลาดพร้าว

มองไปทางทิศเหนือของอาคาร ข้างๆ โครงการยังมีแดนเนรมิตรที่ปัจจุบันเป็นตลาดนัดรถไฟ รวมถึงไซต์ก่อสร้างโครงการ Mix Use ศูนย์การค้าใหญ่แห่งใหม่ เซ็นทรัล พหลโยธิน ที่จะเปิดในอีก 2 - 3 ปีข้างหน้านี้ หรือถ้ามองไปถึงสี่แยกรัชโยธิน ก็มีอาคารสำนักงานขนาดใหญอยู่หลายแห่ง เช่น รัชโยธิน ฮิลล์, เอสซีบี พาร์ค และตึกช้าง

พูดถึงเรื่องของแหล่งงานแล้ว ริม ถ.วิภาวดี มองไปทางฝั่งตะวันตกของโครงการก็ยังมีทั้งสำนักงานใหญ่กลุ่ม ปตท. และกระทรวงพลังงานตั้งอยู่ด้วย

สวนจตุจักรกับสวนรถไฟเป็นอีกไฮไลต์ของทำเลโครงการนี้ เพราะนอกจากจะเป็นวิวพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ยังสามารถไปพักผ่อนหย่อนใจท่ามกลางธรรมชาติได้ด้วย โดยพื้นที่รอบๆ สวนจตุจักรในปัจจุบันก็กำลังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเร็วๆ นี้โครงการ หมอชิต คอมเพล็กซ์ ก็ใกล้ที่จะสร้างเสร็จแล้ว

นอกจากสถานที่ที่เราพูดถึงไป ทำเลของโครงการยังมีแหล่งจับจ่ายใช้สอยและไลฟ์สไตล์อื่นๆ อยู่อีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น โลตัส ลาดพร้าว, ยูเนียนมอลล์, ตลาดนัดสวนจตุจักร, อเวนิว รัชโยธิน, เมเจอร์ รัชโยธิน และสถานศึกษาชื่อดังทั้ง รร.หอวัง, รร.สตรีวรนาถบางเขน รวมถึง ม.เกษตรศาสตร์ ที่นั่ง BTS ไปแค่ 4 สถานีก็ถึงแล้ว ขณะที่เรื่องการดูแลสุขภาพ ก็มีสถานพยาบาลชั้นนำอยู่หลายแห่งในบริเวณโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็น รพ.เปาโล สะพานควาย (เปลี่ยนชื่อเป็น รพ.พญาไท พหลโยธิน), รพ.วิมุต และ รพ.วิภาวดี
การเดินทาง

รีวิวตัวอย่างการเดินทางด้วยรถยนต์ในวันนี้ เราใช้ ถ.พหลโยธิน มุ่งหน้าออกจากสวนจตุจักรและ BTS สถานีหมอชิด ตรงไปยังห้าแยกลาดพร้าว

อยู่บน ถ.พหลโยธิน ขับตามป้ายไปยังรัชโยธิน ลอดใต้สะพานข้ามแยกของ ถ.วิภาวดีรังสิต

ขับตรงไปตาม ถ.พหลโยธิน มุ่งตรงตามป้ายบอกทางไปรัชโยธิน

ระหว่างทางจะผ่านทั่ง เซ็นทรัล ลาดพร้าว และ BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าว

หลังจากขับผ่าน รร.หอวัง และกองบัญชาการสอบสวนกลาง ก่อนถึง BTS สถานีพหลโยธิน 24 ให้กลับรถไปยังฝั่งขาเข้า

กลับรถมาแล้วให้อยู่เลนซ้ายสุด เตรียมเลี้ยวรถเข้าโครงการหลังจากผ่านแดนเนรมิตและกองบัญชาการสอบสวนกลาง

มาถึงโครงการ ไลฟ์ พหลฯ - ลาดพร้าว ให้เลี้ยวซ้ายเข้าโครงการได้เลยครับ
Price & Promotion

ห้องชุดคอนโดโครงการ ไลฟ์ พหลฯ - ลาดพร้าว มีราคาเริ่มต้นโดยแบ่งตามรูปแบบ Simplex และ Vertiplex ได้ดังนี้
1 Bedroom Simplex เริ่ม 5.29 ล้านบาท*
2 Bedroom Simplex เริ่ม 8.69 ล้านบาท*
Vertiplex เริ่ม 8.89 ล้านบาท*
*ข้อมูล ณ เดือน เมษายน 2567 ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามโครงการอีกครั้ง
Conclusion

จบลงเรียบร้อยแล้วครับสำหรับรีวิวคอนโด ไลฟ์ พหลฯ - ลาดพร้าว ที่ Home Buyers ได้มีโอกาสเข้าไปชมบรรยากาศจริงหลังเพิ่งสร้างเสร็จแบบสดๆ ร้อนๆ โดยก่อนจากกันไปในวันนี้ แอดมิน #BoonWaranyu ก็มีความเห็นส่วนตัวมาแชร์มุมมองให้เพื่อนๆ ผู้อ่านกันด้วยครับ
Design แอดมินคิดว่าภายนอกของโครงการมีความเรียบเท่ เข้มขรึม ตัดกับสีของท้องฟ้าแล้วดูสวยลงตัวดีเลยครับ แต่พอเข้าไปภายในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ จะเจอกับความเรียบหรูในโทนสว่าง ที่แอดมินรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น ชวนพักผ่อน แตกต่างกับภายนอกแต่เข้ากันได้พอดีเลยครับ
Facility สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางของโครงการมีให้อย่างครบครันเลยครับ แอดมินชอบตรงที่มีมุมให้เลือกนั่งเล่น พักผ่อน พบปะ หรือทำงานได้หลากหลายบรรยากาศ โดยเฉพาะชั้นสูงๆ ตั้งแต่ชั้น 38 - 40 ที่ทุกมุมเปิดรับทั้งวิวเมืองได้กว้างเต็มตา ไม่ว่าจะวิวพื้นที่สีเขียวหรือวิวพระอาทิยต์ตก เป็นอีกไฮไลต์ที่หาไม่ได้ง่ายๆ เลยครับสำหรับคอนโดในเมืองโดยเฉพาะโซน Nort CBD ที่ปัจจุบันมีตึกสูงขึ้นมาบังวิวกันเองเยอะแล้ว
Function เท่าที่ได้เข้าชมห้องตัวอย่างทั้ง 3 ห้องในวันนี้ แอดมินชอบที่ทุกห้องมีการจัดเลย์เอาต์ได้อย่างเป็นสัดส่วน แยกฟังก์ชันการใช้งานได้ดี ความรู้สึกที่ได้อยู่ในทั้ง 3 ห้องมีความปลอดโปร่ง อยู่สบาย สังเกตุได้เลยว่าเฟอร์นิเจอร์ชิ้นต่างๆ ที่โครงการเลือกใช้ตกแต่งห้อง ไม่จำเป็นต้องวางของชิ้นเล็ก แสดงถึงการอยู่ได้จริง นอกจากนี้จากที่แอดมินได้เลือกดูแบบแปลนอื่นๆ ก็เห็นว่ามีฟังก์ชันที่หลากหลาย ค่อนข้างครอบคลุมไลฟ์สไตล์คนเมืองได้ดีเลยครับ
Location ทำเลแบบนี้ แอดมินว่าหาได้ยากขึ้นเรื่อยๆ ครับสำหรับใครที่อยากอยู่ย่านห้าแยกลาดพร้าว เพราะที่ดินติด ถ.พหลโยธิน เท่าที่สำรวจดูตอนนี้เต็มเกือบจะหมดแล้ว ที่สำคัญเลยคือเรื่องความสะดวกสบาย ที่แอดมินมองว่าการอยู่ตรงข้ามทั้ง เซ็นทรัล ลาดพร้าว และ เซ็นทรัล พหลโยธิน นั้นพิเศษมากๆ เพราะทำเล North CBD นี้ยังเติบโตได้อีกไกล ในอนาคตอาจให้ความรู้สึกไม่ต่างกับมีคอนโดอยู่ตรงข้าม เอ็มสเฟียร์ กับ เอ็มโพเรียม เลยทีเดียวครับ ดังนั้นไม่ว่าจะในแง่ของคนที่ต้องการห้องเพื่ออยู่อาศัยจริง หรือลงทุนปล่อยเช่า ก็มีศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าที่ดีมากครับ
สำหรับคนที่สนใจโครงการ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือลงทะเบียนนัดหมายเยี่ยมชมสถานที่จริงของ ไลฟ์ พหลฯ - ลาดพร้าว ได้แล้ววันนี้ ติดต่อทาง https://apth.ly/5ejf หรือโทร 1623
การคำนวณยอดผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน
ปรับรายละเอียดด้านล่างเพื่อคำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือน