รีวิวบ้าน ละไม หทัยราษฎร์ 39 จากปรัชญาการออกแบบบ้านญี่ปุ่นสู่บ้านต้นไม้สไตล์ Modern Japanese
เมื่อได้ยินคำว่า “ละไม” คิดถึงอะไรกันบ้างคะ หลายๆ คน อาจนึกถึงบ้านที่มีกลิ่นอายแบบไทยๆ บ้านไม้บรรยากาศอบอุ่น หรือความละมุนละไมของบ้านที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย จริงๆ แล้วก็ไม่ผิดไปซะทั้งหมด เพราะแม้ว่าละไมในที่นี้คือการออกแบบอย่างละเมียดละไม ด้วย Universal Design แต่ก็ครอบคลุมถึงการออกแบบที่ตอบโจทย์คนทุกวัย การออกแบบหน้าตาและสภาพแวดล้อมของบ้านที่ให้บรรยากาศแห่งการพักผ่อนอยู่อาศัย
รวมไปถึงการผสมผสานกับแนวความคิดแบบปรัชญาการออกแบบบ้านญี่ปุ่น การอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติ รวมถึงที่ทำให้ทุกพื้นที่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ กลายมาเป็นโครงการ ละไม หทัยราษฎร์ 39 บ้านต้นไม้แนวคิดใหม่สไตล์ Modern Japanese ที่มี Courtyard กลางบ้านซึ่งเป็นมากกว่าพื้นที่สีเขียวแต่เป็นพื้นที่เพื่อสุขภาพ
โครงการตั้งอยู่บนถนนหทัยราษฎร์ 39 รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ การเดินทางสะดวกด้วยรถส่วนตัว ตรงไปยังรถไฟฟ้าสายสีส้มและสายสีชมพูได้ไม่ยาก เป็นโครงการบ้านแนวคิดใหม่ที่มีแบบบ้านให้เลือก 3 แบบด้วยกัน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 153 - 216 ตร.ม. ฟังก์ชัน 3 - 4 ห้องนอน 3 - 4 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องครัว 1 พื้นที่อเนกประสงค์ 2 - 3 ที่จอดรถ
Factsheet
| ชื่อโครงการ : | โครงการ ละไม หทัยราษฏร์ 39 |
|---|---|
| เจ้าของโครงการ : | บริษัท คราฟท์เวิร์ค จำกัด |
| ที่ตั้งโครงการ : | ซอยหทัยราษฏร์ 39 แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร |
| พิกัดโครงการ : | https://goo.gl/maps/7VukV3BHE6RLjwvr6 |
| พื้นที่โครงการ : | 35-1-82.44 ไร่ |
| ประเภท : | บ้านแฝด 2 ชั้น |
| จำนวนหลัง : |
144 หลัง |
| แบบบ้าน : | • ARUN : พื้นที่ใช้สอย 153 ตร.ม. 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องครัว 1 พื้นที่อเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ • TIWA : พื้นที่ใช้สอย 160 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องครัว 1 ห้องพระ 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ พร้อมช่อง Void แบบ Double Volume • SURI : พื้นที่ใช้สอย 216 ตร.ม. 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องครัว 1 ห้องอเนกประสงค์ 3 ที่จอดรถ |
| สิ่งอำนวยความสะดวก : |
Clubhouse, Co-working Space,Kids Room, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ฟิตเนส,สวนส่วนกลาง |
| ระบบรักษาความปลอดภัย : | เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม., กล้อง CCTV, เข้า-ออกด้วยระบบ Auto Pass |
| ค่าส่วนกลาง : | 40 บาท/ตร.ว./เดือน |
| เบอร์โทร : | 061 215 1000 |
| ราคา : |
เริ่มต้น 6 - 9 ล้านบาท* (ราคา ณ เดือนกันยายน 66) |
| เว็บไซต์ : | https://shorturl.asia/cuxLq |
Highlight : ละไม หทัยราษฎร์ 39

- ออกแบบด้วย Modern Japanese Philosophy ที่ใช้ทุกพื้นที่ของบ้านได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ภายนอกหรือภายในบ้านก็ลงตัวทุกฟังก์ชันการใช้งาน รองรับความต้องการของทุกคนในครอบครัว มีพื้นที่ส่วนตัวของแต่ละคนอย่างลงตัวแต่ก็มีพื้นที่สำหรับครอบครัวที่ทุกๆ คนสามารถมาใช้งานร่วมกันได้
- เพิ่มพื้นที่สีเขียว…เพิ่มพื้นที่เพื่อสุขภาพ แนวคิดบ้านต้นไม้ที่ออกแบบให้บ้านโอบล้อม Courtyard ด้วยแปลนบ้านแบบตัว U ที่ล้อมธรรมชาติ จึงทำให้พื้นที่หลายๆ มุมในบ้านได้ทั้งบรรยากาศ ความร่มรื่น และความสบายตาจากต้นไม้
- พื้นที่ส่วนกลางที่ใช้ได้จริงสำหรับทุกคนทุกวัย รวมไปถึงเพื่อนรักสี่ขา ใส่ใจทุกรายละเอียดตั้งแต่การออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน จนไปถึงพื้นที่ส่วนกลางด้วยออกแบบให้เป็นพื้นที่ Mix-use ทั้ง Indoor และ Outdoor รองรับไลฟ์สไตล์ของคนทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นสายชิล สายทำงาน สายสุขภาพ เด็กๆ หรือคนรักสัตว์เลี้ยง
- เพิ่มความสะดวกในการใช้ชีวิตด้วยทำเลที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ อยู่ในทำเลพักอาศัยที่มีความสงบเหมาะสำหรับการพักผ่อนแต่ก็ไม่ไกลจากสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานศึกษาชื่อดัง โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่างๆ
Design

โครงการออกแบบด้วยสไตล์ Modern Japanese ที่สามารถเห็นได้เด่นชัดจากสถาปัตยกรรมภายในโครงการไม่ว่าจะเป็นตัวบ้านหรืออาคาร Clubhouse สำหรับบ้านภายในโครงการนั้นจะผสมผสานกับปรัชญาบ้านญี่ปุ่นอีกด้วย โดยจะออกแบบให้ทุกพื้นที่ภายในบ้านสามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ ไม่มีพื้นที่เสียเปล่าไม่ว่าจะเป็นพื้นที่นอกบ้านหรือในบ้าน
นอกจากนั้นยังเป็นบ้านต้นไม้ที่ออกแบบแปลนบ้านเป็นตัว U ล้อมรอบ Courtyard กลางบ้านไว้ ทำให้ภายในบ้านสามารถสัมผัสพื้นที่สีเขียวตรงนี้ได้จากหลากหลายมุม สามารถเปิดรับธรรมชาติแม้จะอยู่ในบ้าน รวมไปถึงมีพื้นที่อเนกประสงค์ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย ดังนั้นทุกพื้นที่ ทุกฟังก์ชันการใช้งานและดีไซน์ของสถาปัตยกรรมจึงเกิดจากการออกแบบที่ละเมียดละไมเพื่อให้บ้านเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย
Facility

Main Gate เป็นซุ้มประตูใหญ่ที่ยังคงโดดเด่นด้วยสไตล์ Modern Japanese ที่ดึงเอกลักษณ์ของบ้านสไตล์ญี่ปุ่นจากเส้นสาย และสี พร้อมรั้วที่และป้ายโครงการที่ดูเรียบง่ายแต่สามารถเห็นได้อย่างเด่นชัดและเป็นเอกลักษณ์ รอบๆ มีต้นไม้ทำให้โครงการดูร่มรื่น

ประตูเข้า-ออกเป็นแบบ Double Gate ที่เพิ่มระดับความปลอดภัยและจุดนี้จะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำอยู่ 24 ชั่วโมงพร้อม CCTV และระบบเข้า-ออกแบบอัตโนมัติ

เข้ามาภายในโครงการจะดูร่มรื่นเพราะมีต้นไม้ตลอดสองข้างทาง ใกล้กับ Main Gate คืออาคาร Clubhouse

Clubhouse เป็นอาคาร 2 ชั้นที่มีความร่มรื่นโดยรอบ มีพื้นที่กิจกรรมทั้งภายนอกและภายในอาคาร

มีทางลาดเพื่อเข้าไปภายในตัวอาคารทำให้ผู้ที่ใช้รถเข็นสามารถเข้าไปใช้งานตัวอาคารได้สะดวก

สระว่ายน้ำอยู่ภายนอกอาคารแต่ยังอยู่ภายใต้หลังคาอาคารที่ยกขึ้นสูงบางส่วน ทำให้ตรงนี้ดูโปร่งเหมือนสระกลางแจ้งแต่ยังพอมีร่มเงา สามารถมาใช้งานตอนกลางวันได้สบายๆ เป็นสระระบบเกลือขนาดใหญ่ที่แยกสระเด็กและสระผู้ใหญ่ มีฉากกั้นบังสายตาเพื่อความเป็นส่วนตัวบางส่วนและมีต้นไม้ให้ความร่มรื่น

ภายในอาคารมีพื้นที่รับรองที่เป็นมุมนั่งเล่น นั่งพักผ่อน

ติดกันนั้นเป็นห้อง Kids Room ด้วยสีสันที่สดใส เฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะสำหรับเด็กและมีมุมของเล่นหลากหลายอีกทั้งยังติดกับสระว่ายน้ำ เด็กๆ จึงสามารถมาใช้งานตรงนี้ได้ ถ้าแม่ๆ อยากเปลี่ยนบรรยากาศไม่อยากให้ลูกๆ อยู่แต่ในบ้าน

ขึ้นมายังชั้นบนจะมีห้องฟิตเนส ขนาดห้องกว้างมีเครื่องเล่นหลากหลายทั้งมุมเวทเทรนนิ่ง ดัมเบลครบชุด ลู่วิ่งและจักรยานไฟฟ้า ห้องนี้เป็นห้องกระจกรอบด้านที่ได้วิวพื้นที่ภายในโครงการและสระว่ายน้ำ

อีกห้องที่อยู่บนชั้นนี้คือ Co-working Space เป็นห้องที่แต่งด้วยโทนสีอบอุ่นสบายตา ภายในมีทั้งมุมโต๊ะทำงานแบบกลุ่มและมุมโซฟาที่ทั้งนั่งทำงานและนั่งเล่น หรือจะมานั่งอ่านหนังสือเปลี่ยนบรรยากาศตรงนี้ก็ได้

มุมโซฟาสำหรับนั่งเล่น นั่งพักผ่อนหรือจะนั่งทำงานก็สะดวก

ชุดโต๊ะทำงานที่สามารถมาทำงานกลุ่มกับเพื่อนหรือนัดมาคุยงานที่นี่ก็สะดวก ตรงนี้จะอยู่ติดกับระเบียงอาคารที่มีต้นไม้ใหญ่ทำให้ภายในดูร่มรื่น

ระเบียงอาคาร Clubhouse มีขนาดกว้างสามารถมานั่งพักผ่อนหรือทำกิจกรรมต่างๆ ตรงนี้ได้
เป็นพื้นที่ที่ได้วิวภายในโครงการและสระว่ายน้ำของอาคาร

จากมุมระเบียงจะเห็นเลยนะคะว่าสระว่ายน้ำเป็นสระขนาดใหญ่ที่สามารถว่ายออกกำลังกายและเล่นน้ำพักผ่อน มีร่มเงาจากหลังคาที่ยกขึ้นสูง แต่มุมสระก็ยังดูโปร่งโล่ง
Home Type
- ARUN : พื้นที่ใช้สอย 153 ตร.ม. 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องครัว 1 พื้นที่อเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ
- TIWA : พื้นที่ใช้สอย 160 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องครัว 1 ห้องพระ 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ พร้อมช่อง Void แบบ Double Volume
- SURI : พื้นที่ใช้สอย 216 ตร.ม. 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องครัว 1 ห้องอเนกประสงค์ 3 ที่จอดรถ
สำหรับบ้านทุกแบบจะมี Courtyard กลางบ้านและแต่ละแบบจะมีการออกแบบที่เป็นจุดเด่นแตกต่างกันออกไปโดยในครั้งนี้ทีมงาน Home Buyers จะพาไปดูแบบบ้าน TIWA และ SURI จะมีความน่าสนใจอย่างไร ตามไปชมกันค่ะ
แบบ TIWA

แบบ TIWA มีพื้นที่ใช้สอย 160 ตร.ม. ฟังก์ชันบ้านมี 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องครัว 1 ห้องพระ 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ ซึ่งหลังนี้มีจุดเด่นในการออกแบบคือมีช่อง Void แบบ Double Volume ที่เปิดเชื่อมต่อพื้นที่ระหว่างชั้น 1 และชั้น 2 เป็นพื้นที่ที่ตรงกับส่วนที่เป็น Courtyard
ตัวบ้านยังคงออกแบบด้วยสไตล์ Modern Japanese ที่สีหลักของบ้านเป็นสีขาวและตัดด้วยสีน้ำตาลอ่อนพร้อมหลังคาสไตล์ญี่ปุ่น หน้าบ้านที่เป็นบ้านแปลงคู่กันจะมีให้เลือกทั้งบ้านที่มีหน้าจั่วอยู่ด้านหน้าและแบบไม่มีจั่วค่ะ ดังนั้นสามารถเลือกแบบที่ชอบได้
มีการวางผนังและออกแบบให้มีช่องเปิด เสา และเส้นสายที่ทำให้บ้านดูมีมิติ เพิ่มความเป็นส่วนตัวแต่ก็เปิดรับธรรมชาติจากนอกบ้านได้ในคราวเดียว ชั้น 2 มีระเบียงขนาดใหญ่ที่มีระแนงเพิ่มความเป็นส่วนตัวและความสวยงาม

ชั้น 1 : พื้นที่ด้านหน้าเป็นพื้นที่จอดรถ 2 คันและสวนหน้าบ้าน โดยบ้านจะวางผังแบบตัว U ล้อม Courtyard ไว้ตรงกลางจึงทำให้ส่วนหน้าบ้านได้วิวสวนแบบเต็มๆ และส่วนอื่นๆ ของบ้านได้วิวและความร่มรื่นจากส่วนตรง Courtyard
ด้านในเป็นห้องนั่งเล่นที่เปิดเชื่อมกับพื้นที่ทานอาหารทำให้บ้านดูกว้าง อยู่ติดกับห้องอเนกประสงค์ที่เป็นแบบ Double Volume ขนาบพื้นที่ทางเดินซึ่งตรงนี้เป็นจุดเด่นของบ้านแบบ TIWA เลยค่ะ อีกด้านของบ้านเป็นห้องน้ำ และห้องครัวซึ่งเปิดไปเชื่อมกับพื้นที่ข้างบ้านซึ่งจุดที่เชื่อมต่อกับแปลงข้างๆ เป็นเพียงส่วนซักล้างทำให้บ้านมีความเป็นส่วนตัวได้อารมณ์และฟังก์ชันแบบบ้านเดี่ยวนั่นเอง
ชั้น 2 : เป็นพื้นที่พักผ่อนทั้งหมดโดยมี 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ห้องนอนใหญ่หรือ Master Bedroom มีขนาดพื้นที่ใช้สอยมากที่สุด มีระเบียงและห้องน้ำส่วนตัว ขนาดห้องทำมุมนั่งเล่นและ Walk-in Closet ได้ ผังบ้านเป็นตัว U วาง Courtyard ไว้ตรงกลางทำให้พื้นที่หลายๆ จุดจากชั้นนี้ได้วิว Courtyard เมื่อปลูกต้นไม้ใหญ่ก็จะได้สัมผัสธรรมชาติแม้อยู่ในห้องนอน
ความใส่ใจในการออกแบบบ้านนั้นนอกจากจะมีฟังก์ชันการใช้งานยังมีพื้นที่เก็บของซึ่งทางโครงการก็มีให้เป็นห้องเก็บของใต้บันไดและห้องเก็บของที่ชั้น 2 ซึ่งอยู่ตรงข้ามบันไดนั่นเอง

หน้าบ้านเป็นพื้นที่สวนที่สามารถตกแต่งสวนได้ตามความต้องการ จะวางไม้พุ่มและไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่นและเพิ่มเก้าอี้นั่งกลางแจ้งทำเป็นมุมนั่งเล่นในสวนก็ได้ สำหรับข้างบ้านทำทางเดินและมีต้นไม้บางสวนซึ่งเป็นไอเดียที่ดีมากค่ะ เพราะเดินรอบบ้านสะดวกแต่ก็ยังทำให้บ้านดูร่มรื่น ส่วนหลังบ้านนั้นเนื่องจากเว้นระยะห่างจากอีกแปลงพอสมควรทำให้ด้านหลังทำเป็นมุมบาร์บีคิวกลางแจ้งแบบนี้ได้สบาย

หน้าบ้านเป็นพื้นที่จอดรถสำหรับ 2 คันโดยพื้นเป็นคอนกรีตพิมพ์ลายให้ตามนี้เลย บ้านมีทางเข้า 2 ทางคือทางเข้ารองที่สามารถเข้าจากพื้นที่จอดรถได้โดยตรงเป็นประตู WPC ปิดผิวลายไม้ และทางเข้าหลักที่อยู่หน้าสวนซึ่งทางเข้าหลักนั้นเชื่อมต่อกับที่จอดรถเช่นกันดั้งนั้นก็สะดวกเข้าบ้านได้ทั้งสองทางและประตูหลักจะมี Digital Door Lock ให้ค่ะ

จากพื้นที่จอดรถไปยังประตูหลักจะผ่าน Courtyard กลางบ้านที่สามารถลงต้นไม้ใหญ่และไม้พุ่ม ซึ่งจะทำให้ภายในบ้านได้รับความร่มรื่นทั้งชั้นบนและชั้นล่างแบบนี้ อีกทั้งทางเดินตรงนี้สามารถปรับเป็นทางลาดได้ไม่ยากเพื่อความสะดวกสำหรับผู้ใช้รถเข็นนะคะ

เข้ามาในบ้านส่วนแรกคือห้องนั่งเล่นที่เปิดเชื่อมกับมุมทานอาหาร ติดกันนั้นเป็นห้องอเนกประสงค์ที่ทั้ง 3 ฟังก์ชันนี้เปิดพื้นที่เชื่อมต่อกันทำให้บ้านดูโปร่ง นอกจากนั้นยังมีหน้าต่างกระจกหลายมุมเปิดรับแสงและลมธรรมชาติ พื้นบ้านชั้น 1 เป็นแกรนิตโต้ขนาด 60x60 ซม.

มุมนั่งเล่นติดกับประตูหน้าบ้านซึ่งเป็นประตูไม้และมีช่องแสงด้านข้าง ทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นแต่ก็ยังสามารถเปิดรับแสงธรรมชาติเพื่อให้บ้านดูสว่างได้ ขนาดพื้นที่กว้างขวางพอให้วางโซฟาตัวใหญ่ขนาด 6 ที่นั่งได้สบายๆ ตรงข้ามวางชั้นวางทีวีและวางโต๊ะกาแฟด้านหน้าก็ยังเดินผ่านใช้งานสะดวก

มุมนี้อยู่ติดกับ Courtyard ทำให้ได้วิวสวนกลางบ้านแบบนี้ มุมนี้จึงดูร่มรื่นเหมาะกับการพักผ่อนเพราะได้ทั้งวิวสวนหน้าบ้านก็ยังได้วิวสวนกลางบ้าน

ถัดไปนั้นเป็นมุมทานอาหารที่สามารถวางโต๊ะสำหรับ 4-6 ที่นั่งได้สบาย จะวางเป็นโต๊ะ 4 ที่นั่งแบบนี้พื้นที่ด้านข้างก็ทำเป็น Pantry สำหรับเป็นมุมอาหารว่างหรือมุมเครื่องดื่มก็ได้ จะเห็นว่าผนังมุมห้องนี้เป็นกระจกแบบเข้ามุมซึ่งทำให้บ้านดูกว้างขึ้นค่ะ

พื้นที่อเนกประสงค์อยู่ติดกับมุมทานอาหารค่ะ เป็นพื้นที่เปิดโล่งเชื่อมต่อกันแต่สามารถกั้นเป็นห้องให้กลายเป็นห้องนั่งเล่นหรือห้องทำงานได้ โดยบ้านตัวอย่างกั้นเป็นกระจกใสบานใหญ่ซึ่งเป็นการกั้นพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนแต่ไม่ทำให้ห้องดูเล็กลง
หรือถ้าอีกไอเดียดัดแปลงจากบ้านตัวอย่างสามารถยกพื้นให้สูงขึ้นแบบนี้ กลายเป็นมุมนั่งเล่นแบบนั่งพื้น ซึ่งการยกพื้นให้สูงเป็นการแบ่งพื้นที่แบบง่ายๆ โดยไม่ต้องกั้นผนังนั่นเอง

มุมนั่งเล่นที่สามารถวางต้นไม้ประดับ ทำเป็นมุมนั่งพื้น มุมอ่านหนังสือตรงนี้ได้ค่ะเพราะเนื่องจากเป็นส่วนที่เป็น Double Volume ที่ฝ้าเพดานตรงนี้สูงถึง 6 ม. เลยทีเดียวทำให้มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่เปิดรับแสงธรรมชาติได้สบายๆ
ตรงจุดนี้จะเห็นประตูบานเล็กทางขวามือ นั่นก็คือประตูห้องเก็บของใต้บันไดค่ะ พื้นที่ภายในสามารถเก็บของได้เยอะทีเดียว

Double Volume เปิดเชื่อมพื้นที่ชั้น 1 ไปถึงชั้น 2 แบบนี้ ทำให้บ้านดูโปร่งและจะเห็นว่าหน้าต่างก็จะมีตั้งแต่ที่ชั้น 1 จนถึงชั้น 2 เปิดรับแสงธรรมชาติได้บ้านจึงดูโปร่งมากขึ้น

อีกฝั่งของบ้านจะเป็นทางเดินตรงไปยังบันได ห้องน้ำและห้องครัว ซึ่งส่วนแรกที่อยู่ตรงข้ามกับห้องอเนกประสงค์นั้นจะมีพื้นที่ริม Courtyard สามารถทำเป็น Bay Window กลายเป็นมุมนั่งเล่นเล็กๆ ที่ได้วิวสวนแบบนี้ค่ะ ติดกันนั้นวางตู้ใบใหญ่สำหรับเก็บของและวางของต่างๆ ที่ต้องหยิบจับบ่อยๆ อย่างกุญแจบ้าน กุญแจรถไว้ตรงนี้ก็สะดวก เพราะอยู่ติดกับประตูรองที่เปิดไปยังพื้นที่จอดรถหน้าบ้าน

ห้องน้ำเป็นโทนสีเทาอ่อน ภายในห้องมีหน้าต่างกระจกบานกระทุ้งที่เปิดรับแสงสว่างเข้ามาในห้อง ภายในแยกโซนแห้งและเปียกได้เป็นสัดส่วน อีกทั้งยังมีทั้งโถสุขภัณฑ์และโถปัสสาวะชายแยกให้ซึ่งหลายๆ บ้านอาจจะชอบตรงจุดนี้ สำหรับโซนเปียกมีขอบปูนกั้นขึ้นมาทำให้น้ำไม่ไหลมายังโซนแห้งตอนอาบน้ำ

ตรงเข้ามาด้านในสุดของบ้านเป็นห้องครัว ขนาดครัวกว้างสามารถทำเคาน์เตอร์ตัว L ได้ พื้นที่สำหรับทำอาหารเมื่อวางเตาและอ่างล้างจานก็ยังเหลืออีกเยอะ ตรงนี้มีหน้าต่างกระจกให้ 2 จุดทำให้เปิดเพื่อถ่ายเทอากาศได้ดี บ้านมาตรฐานที่ได้จะเป็นเคาน์เตอร์พร้อมอ่านล้างจาน ไม่มีตู้บานปิดด้านล่างให้นะคะ

อีกมุมของห้องครัวยังมีพื้นที่เหลือสำหรับวางตู้เย็นใบใหญ่ มีหน้าต่างกระจกบานยาวที่ทั้งเปิดรับลมและเปิดรับแสงสว่างได้แบบนี้

ถัดจากครัวเปิดออกไปจะเป็นพื้นที่ซักล้างซึ่งตรงนี้พื้นวางบนคานทำให้ลดปัญหาเรื่องการทรุดตัวที่ไม่เท่ากันของพื้นด้านนอกและด้านในบ้าน จะเห็นว่าจุดนี้เป็นจุดเดียวเท่านั้นที่เชื่อมต่อกับบ้านแปลงข้างๆ ดังนั้นแทบจะเรียกได้ว่าเป็นบ้านเดี่ยวได้เลยค่ะ

บันไดขึ้นมายังชั้นบนจะมีราวจับเป็นไม้โทนสีเดียวกับพื้นบันได ซี่ระแนงกันตกเป็นสีขาวแบบเดียวกับตัวบ้านทำให้ได้โทนที่อบอุ่นสบายตา บันไดจะมีชานพักเป็นสีเหลี่ยมทำให้ขึ้นลงสะดวก และยังตรงขึ้นไปยังชั้นลอย
จากตรงบันไดนี้จะตรงกับพื้นที่ส่วนที่เป็นช่องเปิดแบบ Double Volume และขึ้นมาจะตรงกับ Courtyard ด้วยค่ะทำให้ขึ้นมาก็ได้วิวธรรมชาติจากนั้นเป็นทางเดินที่แบ่งฟังก์ชันบ้านเป็นห้องนอนต่างๆ และจากรูปนี้ก็จะเห็นห้องเก็บของตรงข้ามบันได สำหรับบ้านมาตรฐานที่ได้จะมีบานปิดให้นะคะ ส่วนพื้นชั้น 2 จะเป็น SPC ลายไม้

ชั้นลอยเป็นพื้นที่ขนาดพอเหมาะทำเป็นมุมนั่งเล่น นั่งอ่านหนังสือเล็กๆ เพราะมีหน้าต่างกระจกเปิดรับแสงธรรมชาติ หรือจะทำเป็นห้องพระก็สามารถวางหิ้งพระพร้อมเบาะสำหรับนั่งสวดมนต์ได้

จากชั้น 2 มองผ่านส่วนที่เป็น Double Volume ลงไปยังชั้น 1 ก็จะได้วิวแบบนี้ ซึ่งมุมนี้ทำให้บ้านดูโปร่ง

ห้องนอน 3 ภายในห้องยังคงปูด้วย SPC ลายไม้เช่นเดียวกัน มีหน่าต่างกระจกบานใหญ่ 1 จุดเปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามา ขนาดห้องสามารถทำเป็นห้องนอนที่วางเตียง 3.5 - 5 ฟุตได้หรือจะทำเป็นห้องทำงานแบบนี้ก็มีความเป็นส่วนตัวมาก วางโต๊ะทำงานตัวใหญ่ มีมุมนั่งเล่นริมหน้าต่าง วางตู้และชั้นหนังสือ พร้อมต้นไม้กระถางให้ความร่มรื่น

ห้องนอน 2 ขนาดใหญ่กว่าห้องนอน 3 เล็กน้อยซึ่งห้องนี้บ้านตัวอย่างตกแต่งให้เป็นห้องนอน ทำให้เห็นว่าขนาดพื้นที่ของห้องสามารถวางเตียง 5 ฟุตพร้อมเฟอร์นิเจอร์อื่นได้ครบครัน และไม่ดูคับแคบ
ข้างเตียงนอกจากทำเป็นตู้เสื้อผ้ายังแบ่งเป็นโต๊ะทำงานหรือโต๊ะเครื่องแป้งแบบนี้ได้ ปลายเตียงวางตู้เก็บของหรือชั้นวางของได้ สำหรับห้องนี้มีหน้าต่างกระจกให้ถึง 3 มุมทำให้ห้องดูสว่างและโปร่ง และยังเป็นห้องที่ได้วิว Courtyard จึงทำให้ความร่มรื่นของต้นไม้สามารถมองเห็นได้จากในห้อง

ห้องน้ำที่ห้องนอน 2 - 3 ใช้ร่วมกัน ขนาดห้องใหญ่และแบ่งโซนแห้ง โซนเปียกได้เป็นสัดส่วน สำหรับโซนเปียกจะมีขอบปูนกั้นขึ้นมาซึ่งสามารถติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำเองได้ภายหลัง ในห้องมีหน้าต่างกระจกบานกระทุ้ง มี Low Wall หลังสุขภัณฑ์ เพิ่มพื้นที่วางของใช้ ของตกแต่งต่างๆ ได้

Master Bedroom เป็นห้องที่มีพื้นที่ใช้สอยมากที่สุดอีกทั้งยังเป็นห้องที่มีระเบียงและหน้าต่างวิว Courtyard จึงทำให้ห้องได้บรรยากาศที่ร่มรื่นจากธรรมชาตินอกบ้าน ในห้องสามารถวางเตียง 6 ฟุตได้สบาย ข้างเตียงวางโต๊ะหัวเตียงได้ทั้งสองข้างซึ่งตรงหัวเตียงก็มีหน้าต่างกระจกบานยาวให้ด้วยค่ะ

ปลายเตียงเป็นมุมวางทีวีซึ่งยังมีพื้นที่เหลือสามารถวางโซฟาตัวเล็ก 2 ที่นั่งทำเป็นมุมนั่งเล่นในห้อง ตรงนี้จะอยู่ติดกับ Courtyard ดังนั้นเมื่อปลูกไม้ใหญ่ก็จะได้สีเขียวธรรมชาติจากใบไม้แบบนี้เลย จากภาพนี้จะเห็นว่าอีกด้านของห้องแบ่งเป็นโซนแต่งตัวและห้องน้ำ

ระเบียงห้องขนาดกว้างสามารถวางชุดโต๊ะนั่งเล่นกลางแจ้ง เป็นมุมจิบกาแฟหรือมุมอ่านหนังสือได้ มีระแนงไม้บังสายตาเพิ่มความเป็นส่วนตัว และยังอยู่ติดกับ Courtyard ทำให้บรรยากาศของความเป็นธรรมชาติสัมผัสจากชั้น 2 ของบ้านได้ไม่ยาก

มุมแต่งตัวแบบ Walk-in Closet ทำเป็นตู้เสื้อผ้าแบบไม่มีบานปิดก็จะได้พื้นที่โปร่งๆ หรือใครชอบให้ห้องดูเป็นระเบียงก็ทำเป็นตู้บานปิดได้ค่ะ มุมนี้มีหน้าต่างกระจกทำให้มุมนี้สว่าง โดยตรงหน้าต่างตั้งเป็นโต๊ะเครื่องแป้งก็ทำให้สาวๆ แต่งหน้าสะดวกเพราะได้แสงธรรมชาติ

ห้องน้ำภายในห้อง Master Bedroom ขนาดห้องกว้างมีหน้าต่างกระจกเหนือส่วนอาบน้ำ ตรงพื้นกั้นขอบปูนทำให้กั้นโซนแห้งและเปียกได้ สามารถติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำแบบนี้ได้เช่นกัน เหนือสุขภัณฑ์มี Low Wall สามารถวางของใช้ของตกแต่งทำให้มีพื้นที่ใช้งานเพิ่ม
แบบ SURI

แบบ SURI เป็นแบบบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยมากที่สุดโดยมีขนาด 216 ตร.ม. ฟังก์ชันบ้านมี 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องครัว 1 ห้องอเนกประสงค์ 3 ที่จอดรถ หลังนี้จึงเหมาะกับครอบครัวใหญ่หรือครอบครัวขยายที่ต้องการห้องนอนชั้น 1 ที่สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ตามกาลเวลา ตัวบ้านยังคงเป็นสไตล์ Modern Japanese โดยมีระเบียงให้ถึง 2 จุดทำให้มีระแนงเพิ่มลวดลายของบ้านได้มากขึ้น และยังคงวาง Courtyard กลางบ้านทำให้พื้นที่ต่างๆ ภายในบ้านได้สัมผัสธรรมชาติจากสวนตรงนี้แม้อยู่ในบ้านนั่นเอง หลังนี้จะมีความสูงฝ้าเพดานที่สูงถึง 3 ม. เลยค่ะบ้านจึงดูสูงโปร่งกว่าหลังอื่นๆ

ชั้น 1 : หลังนี้เป็นบ้านที่ตอบโจทย์ทุกวัยเนื่องจากมีฟังก์ชันห้องนอน 4 และห้องน้ำที่อยู่ชั้น 1 รองรับการใช้งานสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ใช้รถเข็น อีกทั้งห้องนอน 4 ยังเป็นห้องที่อยู่ติดกับชานข้างบ้านซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับพื้นที่จอดรถหน้าบ้านได้โดยตรง สะดวกสำหรับผู้ใช้รถเข็นเพราะไม่ต้องเข็นอ้อมผ่านเข้าไปในตัวบ้าน
ผังบ้านยังคงเป็นตัว U ล้อม Courtyard และเปิดพื้นที่เชื่อมต่อกันทำให้เกิดเป็นพื้นที่กว้างภายในบ้าน แต่ก็จะแบ่งห้องอื่นๆ เป็นสัดส่วนไม่ว่าห้องครัวก็เป็นครัวปิด มีห้องเก็บของใต้บันได ตู้เก็บของตรงที่จอดรถและหน้าห้องน้ำ
ชั้น 2 : เป็นพื้นที่พักผ่อนทั้งหมดโดยมี 3 ห้องนอนซึ่งแต่ละห้องมีห้องน้ำส่วนตัว นอกจากนั้นยังมีห้องอเนกประสงค์ที่สามารถกั้นให้เป็นห้องทำงานเล็กๆ ได้ และถ้าวางต้นไม้ใหญ่ที่ Courtyard จะทำให้ห้องนอน Master Bedroom และห้องนอน 3 ได้วิวต้นไม้

ประตูหลักหน้าบ้านจะอยู่ติดกับสวนโดยมีทางเดินเชื่อมที่เดินผ่าน Courtyard ตรงไปยังพื้นที่จอดรถ สามารถทำเป็นทางลาดเพื่อให้สะดวกในการใช้งานสำหรับผู้ใช้รถเข็นได้ ประตูเป็นประตู WPC ปิดผิวลายไม้พร้อมติดตั้ง Digital Door Lock

ส่วนของ Courtyard เมื่อวางต้นไม้ใหญ่ก็จะทำให้ต้นไม้ส่งกิ่งก้านใบและความร่มรื่นไปจนถึงชั้นบนได้แบบนี้

พื้นที่จอดรถสามารถจอดได้ 3 คันโดยจอดใต้บ้าน 2 คันและด้านนอก 1 คัน พื้นเป็นคอนกรีตพิมพ์ลายให้ตามนี้ ตรงนี้จะมีจุดรองรับการติดตั้ง EV Charger และตู้เก็บของให้ ข้างกันนั้นมีประตูทางเข้าบ้านซึ่งมีพื้นเฉลียงยกระดับจากพื้นดิน

เข้ามาในบ้านส่วนแรกจะเป็นห้องนั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับมุมทานอาหาร เปิดพื้นที่แบบ Open Plan เกิดเป็นพื้นที่ใช้งานที่กว้าง ชั้นนี้ฝ้าเพดานสูงถึง 3 ม. และยังมีหน้าต่างกระจกโดยรอบทำให้บ้านดูโปร่ง สามารถเห็นได้จากบ้านตัวอย่างที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์โทนเข้มแต่บ้านก็ยังดูไม่ทึบหรืออึดอัด

มุมห้องนั่งเล่นเป็นมุมที่มีหน้าต่างกระจกถึง 3 ด้านและยังอยู่ติดกับสวนหน้าบ้านและ Courtyard ทำให้ได้วิวธรรมชาติจากจุดนี้ นอกจากนั้นประตูบ้านเป็นประตูไม้ทำให้บ้านมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นและเปิดรับแสงธรรมชาติและความโปร่งโล่งจากหน้าต่างกระจกมุมอื่นๆ แทน ขนาดพื้นที่สามารถวางโซฟาสำหรับ 6 ที่นั่งได้สบาย ตรงกลางวางโต๊ะกาแฟและตรงข้ามวางชั้นวางทีวีก็ยังเดินผ่านใช้งานสะดวก

สำหรับบ้านตัวอย่างจะวางโซฟาสำหรับ 4 ที่นั่งนะคะแต่จะเห็นว่าเป็นโซฟาชุดและต่อเติมผนังเข้ามาทางขวามือ สำหรับบ้านมาตรฐานจะไม่มีผนังยื่นออกมาดังนั้นสามารถวางโซฟาตัวยาวเป็นตัว L เพื่อให้เป็นมุมนั่งเล่นสำหรับ 6 ที่นั่งได้

ติดกันนั้นเป็นมุมทานอาหารที่มีพื้นที่กว้างสามารถวางโต๊ะสำหรับ 6 ที่นั่งได้สบาย พื้นที่ด้านข้างจะติดตั้งตู้วางของที่ทำเป็นเคาน์เตอร์เครื่องดื่มแบบนี้ก็ได้ หรือจะทำเป็น Pantry ที่ไว้เป็นมุมอาหารว่างแบบง่ายๆ ก็สะดวกในการใช้งาน
ตรงนี้มีหน้าต่างเข้ามุมและประตูกระจกบานเลื่อนบานใหญ่ที่เปิดไปยังพื้นที่ข้างบ้าน จึงสามารถเปิดเชื่อมต่อกันระหว่างพื้นที่ด้านนอกและในบ้านได้ อีกทั้งเปิดรับวิวสวนข้างบ้านได้อีกด้วย

ระหว่างห้องนั่งเล่นและมุมทานอาหารเป็นพื้นที่เปิดเชื่อมกัน มีหน้าต่างและประตูกระจกเปิดรับวิวสวนข้างบ้านได้แบบนี้ ทำให้นั่งในบ้านยังได้ความสดชื่นจากต้นไม้ต่างๆ ได้

อีกฝั่งของบ้านเป็นทางเดินที่จะเป็นจุดกระจายไปยังฟังก์ชันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบันได ห้องน้ำ ห้องครัว และห้องนอน 4

มุมที่อยู่ติดกับห้องนั่งเล่นจะเป็นส่วนที่ติดกับ Courtyard สามารถทำเป็นมุมนั่งเล่นแบบ Bay Window ได้ค่ะ วางเบาะนุ่มๆ พร้อมหมอนใบเล็กก็จะได้มุมเอนตัวสบายๆ ในบ้านที่รับวิวสวนข้างนอก

ตรงข้ามเป็นบันไดและห้องเก็บของใต้บันได ขนาดห้องเก็บของใหญ่สามารถเก็บของได้เยอะ บ้านมาตรฐานที่ได้จะมีประตูห้องเก็บของให้นะคะ

ถัดเข้ามาอีกนิดด้านซ้ายมือคือประตูที่เปิดไปเชื่อมกับพื้นที่จอดรถหน้าบ้าน ตรงข้ามเป็นห้องครัวซึ่งประตูเป็นประตูกระจกบานเลื่อน เป็นการกั้นห้องที่เป็นสัดส่วนแต่ไม่ทำให้บ้านดูแคบ กรอบเป็นอลูมิเนียม Powder Coat สีดำ

ครัวเป็นครัวปิดที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอยกว้าง เหมาะสำหรับคนที่ชอบทำอาหารเพราะสามารถวางเคาน์เตอร์ขนานกับผนังได้ทั้งสองฝั่งทำให้มีพื้นที่ประกอบอาหารได้เยอะ จากบ้านตัวอย่างจะเห็นเลยว่าเมื่อวางอ่างล้างจานและเตาแล้วยังมีพื้นที่สำหรับเตรียมอาหารอีกเยอะ
ด้านบนและด้านล่างสามารถติดตั้งตู้เก็บของได้ ทำช่องสำหรับวางไมโครเวฟหรือช่องวางเตาอบก็ทำได้ค่ะ ข้างกันนั้นเหลือพื้นที่สำหรับตู้เย็นก็วางตู้แบบ 2 ประตูได้สบาย ในห้องมีหน้าต่างกระจกทำให้มีแสงธรรมชาติส่องเข้ามาด้านในและสามารถเปิดถ่ายเทอากาศได้ดี

ออกไปด้านนอกเป็นส่วนซักล้างซึ่งพื้นตรงนี้วางบนคานเดียวกับตัวบ้านซึ่งจะลดปัญหาการทรุดตัวของพื้นบ้านที่มักเกิดปัญหาการทรุดตัวไม่เท่ากัน

อย่างที่ได้บอกไปว่าหลังนี้รอบรับการใช้งานสำหรับอนาคต นั่นก็คือห้องน้ำมีรองรับการใช้งานของผู้สุงอายุ ดูได้จากพื้นกระเบื้องที่เป็นแบบกันลื่น พื้นห้องน้ำไม่มีการลดระดับให้เกิดความต่างหรือขอบปูน อีกทั้งยังมีที่นั่งภายในห้องน้ำที่สามารถนั่งอาบน้ำได้ ขนาดห้องกว้างและสว่าง อากาศถ่ายเทได้ดีเพราะมีหน้าต่างกระจกบานกระทุ้งบานเล็กให้

ห้องนอน 4 พื้นเป็น Soft Floor ที่ช่วยลดแรงกระแทกเหมาะสำหรับห้องผู้สุงอายุค่ะ ภายในห้องกว้างและโปร่งมีทางเชื่อมไปยังพื้นที่ข้างบ้านที่ตรงไปยังพื้นที่จอดรถได้ ขนาดห้องสามารถวางเตียงใหญ่ 5 ฟุตพร้อมโต๊ะปลายเตียง ตู้เสื้อผ้าและโซฟาไว้นั่งเล่นได้
ห้องนี้จะทำเป็นห้องนอนผู้สูงอายุ ห้องนอนแขก หรือห้องทำงานก็สะดวกเพราะมีความเป็นส่วนตัว อยู่ใกล้ห้องน้ำทำให้ไปใช้งานสะดวก

เปิดออกมาจากห้องนอน 4 จะเป็นพื้นที่ข้างบ้านซึ่งเป็นจุดเดียวที่เชื่อมต่อแปลงข้างๆ ทำให้ไม่มีผนังของบ้านหรือห้องพักที่ใช้ผนังร่วมกัน บ้านจึงมีความเป็นส่วนตัวและได้อารมณ์แบบบ้านเดี่ยวอย่างเต็มที่

บันได้เป็นพื้นไม้โทนสีอ่อน มีราวจับให้ตลอดแนวและชานพักแบบสี่เหลี่ยม เหนือชานพักมีช่องแสงที่ทำให้บันไดสว่างไม่ต้องเปิดไฟใช้งานในตอนกลางวันก็ได้ ขึ้นมาที่ชั้น 2 เป็นพื้น SPC ลายไม้ซึ่งตรงกับบันไดจะเป็น Courtyard และทางเดินที่สามารถเดินไปยังห้องต่างๆ ของชั้นนี้

Courtyard เมื่อวางต้นไม้ใหญ่ที่กิ่งก้านใบสูงถึงชั้น 2 ก็จะทำให้บ้านดูร่มรื่นได้แบบนี้ค่ะ ความร่มรื่นและสีเขียวธรรมชาติจากใบไม้จะเห็นได้จากหลากหลายมุมของบ้านเลย

บ้านตัวอย่างเปิดเชื่อมระหว่างห้องอเนกประสงค์และห้องนอน 3 เกิดเป็นพื้นที่สำหรับครอบครัว เป็นมุมนั่งเล่นแบบส่วนตัวที่ชั้น 2 ส่วนบ้านมาตรฐานที่ได้นั้นห้องอเนกประสงค์จะเป็นพื้นที่โล่งไม่มีการกั้นประตู สามารถทำเป็นมุมโต๊ะทำงานหรือมุมนั่งเล่นชั้นบนได้

ห้องนอน 3 เป็นห้องที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอยสามารถทำเป็นห้องนอนที่วางเตียง 3.5 - 5 ฟุตพร้อมวางเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ได้ หรือจะทำเป็นห้องนั่งเล่นแบบนี้ก็จะเห็นว่าวางโซฟาสำหรับ 3 - 4 ที่นั่งได้สบาย ด้านข้างยังวางชั้นวางของ ชั้นหนังสือได้

ตรงข้ามวางเป็นชั้นวางทีวีหรือจะเปิดเชื่อมกับห้องอเนกประสงค์แบบนี้ก็เป็นอีกไอเดียนะคะ แต่ตรงนี้ต้องปรึกษากับโครงการก่อนเพราะโครงสร้างบ้านเป็นแบบผนัง Precast ห้องนี้ขนาดใกล้เคียงกับห้องนอน 2 แต่พิเศษกว่าตรงที่มีระเบียงส่วนตัว

พื้นที่ระเบียงกว้างสามารถทำเป็นมุมนั่งเล่นนอกบ้านได้ และยังติดกับ Courtyard จังได้ความร่มรื่นจากต้นไม้กลายเป็นมุมพักผ่อนรับลมธรรมชาติ

ห้องน้ำในห้องนอน 3 ขนาดพื้นที่กว้างและแบ่งโซนแห้งโซนเปียกอย่างเป็นสัดส่วนด้วยขอบปูนกั้น ภายในห้องเป็นโทนสีขาวครีมและเทาอ่อน มีหน้าต่างกระจกบานกระทุ้งเปิดรับแสงธรรมชาติและช่วยถ่ายเทอากาศ นอกจากนั้นหลังสุขภัณฑ์จะมี Low Wall ที่เป็นจุดเพิ่มพื้นที่ใช้งาน สามารถวางของใช้และของตกแต่งได้

ห้องนอน 2 เป็นห้องที่อยู่ติดกับบันได หน้าห้องมีพื้นที่กว้างที่สามารถวางชั้นวางของ จะเป็นของตกแต่งแบบนี้หรือจะวางเป็นตู้เก็บของก็สามารถทำได้ พื้นเป็น SPC ลายไม้ปูต่อเนื่องจากทางเดินเข้าไปในห้องเลย

ในห้องขนาดต่างกับห้องนอน 3 เล็กน้อย ภายในสามารถวางเตียง 3.5 ฟุตได้ ข้างเตียงมีพื้นที่วางโต๊ะหัวเตียง ปลายเตียงทำเป็นตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งไปในตัวแบบนี้ได้ หรือจะทำเป็นห้องนอนเด็กที่มีมุมนั่งเล่นข้างเตียง

ห้องน้ำในห้องนอน 2 ยังคงเป็นโทนครีม-เทา มีหน้าต่างกระจกเปิดรับแสงธรรมชาติทำให้ห้องดูโปร่ง ส่วนอาบน้ำห้องนี้กว้างหน่อยและมีขอบปูนกั้นขึ้นมาสามารถติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำได้ไม่ยาก หลังโถสุขภัณฑ์ยังคงมี Low Wall ที่เป็นมุมวางของใช้ ของตกแต่ง

Master Bedroom เป็นห้องนอนที่มีพื้นที่ใช้สอยมากที่สุด มีห้องน้ำ มุมแต่งตัวและระเบียงส่วนตัว ขนาดห้องกว้างขวางและมีหน้าต่างกระจกหลายมุมทำให้ห้องดูโปร่ง พื้นที่สามารถวางเตียง 5 - 6 ฟุตได้ สองข้างเตียงวางโต๊ะหัวเตียงเพื่อสะดวกในการใช้งานได้แบบนี้

ปลายเตียงนอกจากเป็นมุมติดตั้งทีวียังมีพื้นที่เหลือสำหรับทำเป็นมุมนั่งเล่น หรือจะวางเป็นโต๊ะทำงานก็ได้ค่ะ

สามารถวางโซฟาเดี่ยวให้กลายเป็นมุมโปรดในห้องได้ไม่ยาก เพราะเป็นมุมที่อยู่ติดกับ Courtyard สามารถนั่งเล่น นั่งอ่านหนังสือแบบได้ความร่มรื่นจากต้นไม้

ระเบียงเป็นระเบียงกว้างที่ประตูระเบียงเป็นประตูกระจกบานเลือนบานใหญ่ แต่มีความเป็นส่วนตัวมากกว่าที่เคยเห็นเพราะราวกันตกเป็นผนังทึบและมีระแนงไม้บังสายตา ดังนั้นสามารถเปิดม่าน เปิดกระจกรับลมธรรมชาติแต่ห้องนอนยังมีความเป็นส่วนตัว

อีกด้านของห้องเป็นมุมแต่งตัวและห้องน้ำ

มุมแต่งตัวทำเป็น Walk-in Closet เป็นตู้ตัว L แบบนี้ได้ และยังมีพื้นที่หน้าห้องน้ำวางตู้เก็บของ จะทำเป็นตู้แบบไม่มีบานเปิดเพื่อให้ห้องดูโปร่ง หรือถ้าใครกลัวฝุ่นแต่ยังอยากให้ห้องโปร่งแนะนำว่าทำหน้าบานเป็นกระจกก็สวยไปอีกแบบนะคะ

ห้องน้ำภายใน Master Bedroom เป็นห้องใหญ่ที่มีการแบ่งพื้นที่ใช้สอยเป็นสัดส่วน อีกทั้งยังมีอ่างล้างหน้าแบบ His & Her ซึ่งสามารถเข้ามาใช้ห้องน้ำพร้อมกันและแบ่งโซนกันได้ไม่ยาก ด้านบนเป็นกระจกเงาบานใหญ่ก็ยิ่งสะดวกเวลาแต่งตัว
บ้านมาตรฐานและตัวอย่างวัสดุ

- ประตูทางเข้าบ้านทั้งประตูหลักและประตูรองเป็นประตู WPC ปิดผิวลายไม้ โดยประตูหลักทางโครงการจะติดตั้ง Digital Door Lock ให้
- พื้นที่จอดรถหน้าบ้านมีจุดรองรับการติดตั้ง EV Charger ให้ทุกหลัง
- พื้นชั้น 1 เป็นแกรนิตโต้ ชั้น 2 เป็น SPC ลายไม้ สำหรับห้องนอน 4 ของบ้านแบบ SURI พื้นเป็น Soft Floor
- พื้นที่จอดรถหน้าบ้านและพื้นลานซักล้างเป็นพื้นวางบนคาน (Slab on Beam) สำหรับพื้นที่จอดรถเป็นพื้นคอนกรีตพิมพ์ลาย (Concrete Stamp) แบบเดียวกับบ้านตัวอย่าง
Location : ละไม หทัยราษฎร์ 39
ทำเลที่ตั้งโครงการ ละไม หทัยราษฎร์ 39 ตั้งอยู่บนถนนหทัยราษฎร์ 39 ทำให้จากที่ตั้งโครงการสามารถเข้า-ออกได้สองเส้นทางคือจากถนนหทัยราษฎร์ 39 และถนนปัญญาอินทรา โดยจากถนนหทัยราษฎร์เป็นเส้นยาวที่ตรงไปถึงสายไหม และเป็นเส้นที่เชื่อมกับถนนคู้บอน, ถนนสุวินทวงศ์ ใกล้แยกเมืองมีนที่เชื่อมกับถนนรามอินทราและถนนสีหบุรานุกิจ ทำให้การเดินทางนั้นสามารถไปได้หลากหลายเส้นทาง ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนสามารถเข้า-ออกตัวเมืองได้โดยง่าย สำหรับรถสาธารณะสาธารณะสามารถไปยังรถไฟฟ้าสายสีชมพูได้ค่ะ ซึ่งเส้นนี้เชื่อมกับสายสีส้ม เดินทางไปยังพระราม 9, หลักสี่ ตรงยาวไปถึงนนทบุรีได้
รอบๆ โครงการเป็นย่านพักอาศัยที่มีความเงียบสงบแต่ก็มีร้านค้าและร้านอาหารในซอย 39 ออกมาปากซอยที่ถนนหทัยราษฎร์จะมีร้านค้าเยอะขึ้น ถ้าไปยังถนนคู้บอนและรามอินทราเรียกได้ว่าสิ่งอำนวยความสะดวกและความอุดมสมบูรณ์อัดแน่นอยู่มากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด ตลาดสดรวมไปถึง Communitimall

จากที่ตั้งโครงการสามารถเดินทางไปยังถนนคู้บอนและถนนรามอินทราได้สะดวก ซึ่งเส้นนั้นเป็นเส้นที่เชื่อมกับถนนหลักหลายสายและมีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก ไม่ต้องห่วงเรื่องสุขภาพเพราะไม่ไกลจากโรงพยาบาลเช่น รพ.สินแพทย์, รพ.นพรัตนราชธานี, รพ.นวมินทร์ 9 ส่วนสถานที่ราชการก็ใกล้สำนักงานเขตคลองสามวา ไม่ไกลจากสถานศึกษาทั้ง รร.สาธิตพัฒนา, รร.นวมินทราชินูทิศ, วิทยาลัยบริหารธุรกิจ และการท่องเที่ยว ดังนั้นใครทำงานละแวกนี้ก็เดินทางไปได้ง่ายค่ะ

แน่นอนว่าจากที่ตั้งทำเลเป็นย่านพักอาศัยก็คงไม่ต้องห่วงเรื่องปากท้อง เพราะใกล้ๆ โครงการมีร้านค้าและร้านอาหารต่างๆ มากมาย หรือใครอยากมาจับจ่ายใช้สอยและพักผ่อนหย่อนใจก็สามารถเลือกได้หลากหลายมากเลยค่ะเพราะมีตั้งแต่ตลาดสด ตลาดนัดอย่างตลาดนายใหญ่ Communitimall อย่างปัญญาวิลเลจ และ JAS Green Village ส่วนศูนย์การค้าก็มีตั้งแต่ BigC, Lotus, Makro, Fashion Island และ The Promenade
การเดินทาง

การเดินทางวันนี้ทางทีมงานเริ่มจากถนนรามอินทราซึ่งเป็นถนนเส้นใหญ่และเป็นเส้นที่มีรถไฟฟ้าสายสีชมพูที่เราจะเห็นอยู่ตลอดเส้นทางอีกด้วย

ตรงมาเรื่อยๆ ตามป้ายมุ่งหน้าสู่ถนนคู้บอน จุดนี้จะผ่านรถไฟฟ้าสายสีชมพูสถานีคู้บอนค่ะ

เมื่อผ่านรถไฟฟ้ามาแล้วให้ตรงมาไม่ไกลจะถึงทางแยก ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนคู้บอน

ตรงมาตามถนนคู้บอน สองข้างทางเป็นย่านพักอาศัยที่มีความคึกคักและเป็นถนน 4 เลน

จากถนนคู้บอนจะเชื่อมกับถนนเลียบคลอง 2 ซึ่งสามารถเลี้ยวไปถนนพระยาสุเรนทร์มุ่งหน้าไปรามอินทราได้จากตรงนี้ แต่เราจะต้องตรงไปเพื่อไปยังถนนหทัยราษฎร์นะคะ

ตรงมาสุดเส้นทางที่ถนนเลียบคลองสองเชื่อมกับถนนหทัยราษฎร์ ตรงนี้ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหทัยราษฎร์

วิ่งมาตามทางถนนหทัยราษฎร์เป็นถนน 4 เลนมีเกาะกลาง จากเส้นนี้จะเริ่มเห็นป้ายโครงการกันบ้างแล้ว สองข้างทางเป็นย่านพักอาศัยที่มีร้านค้าและร้านอาหารอยู่เป็นระยะ

ตรงมาไม่ไกลให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหทัยราษฎร์ 39

ตรงเข้ามาจากปากซอยถนนหทัยราษฎร์ 39 เพียง 1.3 กม. จะเจอกับโครงการ ละไม หทัยราษฎร์ 39 ตั้งอยู่ทางขวามือ **การเดินทางสามารถเข้าได้สองทางค่ะ โดยอีกเส้นทางคือซอยข้างซาฟารีเวิลด์ เป็นเส้นที่ผ่านโรงเรียนและหมู่บ้านต่างๆ ดังนั้นใครสะดวกเส้นไหนก็สามารถเลือกเส้นทางการเดินทางเองได้เลย
Price & Promotion

ปัจจุบันโครงการ ละไม หทัยราษฎร์ 39 มีแบบบ้านให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ และมีบ้านตัวอย่างให้ชมครบทุกแบบ แบบบ้านข้างต้นคือบ้านแบบ ARUN นะคะซึ่งถ้าใครอยากชมก็สามารถไปชมบ้านตัวอย่างได้ที่โครงการเลย
- ARUN : พื้นที่ใช้สอย 153 ตร.ม. 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องครัว 1 พื้นที่อเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ
- TIWA : พื้นที่ใช้สอย 160 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องครัว 1 ห้องพระ 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ พร้อมช่อง Void แบบ Double Volume
- SURI : พื้นที่ใช้สอย 216 ตร.ม. 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องครัว 1 ห้องอเนกประสงค์ 3 ที่จอดรถ
ราคาเริ่มต้น 6 - 9 ล้านบาท
ส่วนกลาง 40 บาท/ตร.ว./เดือน
โปร!! ฟรีค่าส่วนกลาง 5 ปี พร้อมประกันคุ้มครองบ้านจาก MSIS มูลค่ารวม 3 ล้านบาท นาน 5 ปี
ราคาและโปรโมชัน ณ เดือน กันยายน 2566 **โปรดสอบถามโครงการอีกครั้ง
Conclusion

โครงการ ละไม หทัยราษฎร์ 39 เป็นโครงการบ้าน 2 ชั้นที่ให้บรรยากาศและฟังก์ชันแบบบ้านเดี่ยว เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาบ้านหลังแรกไปจนถึงครอบครัวใหญ่ หรือคนที่กำลังขยับขยายครอบครัวเพราะมีฟังก์ชันรองรับความต้องการ ชอบธรรมชาติและต้องการสภาพแวดล้อมรอบบ้านเหมาะสำหรับการพักผ่อนอยู่อาศัย
โครงการนี้พัฒนาโดย Craftwork ที่มีการพัฒนาโครงการมาอย่างต่อเนื่องทั้งแนวราบและแนวสูง โดยเป็นโครงการที่มีเอกลักษณ์ มีดีไซน์ที่โดดเด่นแต่ยังตอบโจทย์การใช้งานในด้านฟังก์ชันได้เป็นอย่างดี เนื่องจากการออกแบบของ Craftwork จะคำนึงถึงความต้องการของผู้อยู่อาศัยเพื่อให้ได้ที่พักอาศัยที่คุ้มค่าสำหรับชีวิตในระยะยาว
Location : ทำเลที่ตั้งโครงการอยู่ในย่านชุมชนทำให้รอบๆ มีร้านค้าและร้านอาหาร ถนนหน้าโครงการเชื่อมต่อกับถนนใหญ่หลายสายทำให้ไม่ไกลจากสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล ตลาด ศูนย์การค้า การเดินทางก็สะดวกเนื่องจากตรงไปเชื่อมได้หลายเส้นทาง ไม่ไกลจากทางด่วนที่เป็นเส้นทางการเข้า-ออกตัวเมือง
Design & Function : จากสไตล์ Modern Japanese ที่ผสมผสานปรัชญาบ้านญี่ปุ่น ออกแบบมาเป็นบ้านแนวคิดใหม่ที่มีแนวคิดแบบ Life-Centric ที่เข้าใจสไตล์การใช้ชีวิตภายในบ้านและไลฟ์สไตล์ของคนที่มีความหลากหลาย เกิดเป็นพื้นที่ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ความชอบและเปิดรับธรรมชาติ เพิ่มพื้นที่สีเขียวที่สามารถสัมผัสแม้อยู่ภายในบ้าน ทำให้บรรยากาศแห่งการพักผ่อนนั้นอยู่ในทุกมุมบ้าน รวมไปถึงสถาปัตยกรรมภายนอกที่มีความเรียบง่ายแต่อบอุ่น เส้นสายและสีสันที่เป็นเอกลักษณ์ของความเป็นญี่ปุ่นก็ดึงมาใช้ได้อย่างพอเหมาะพอดี
Facility : ส่วนกลางถือว่าครบครันเพราะมีพื้นที่สำหรับคนทุกวัยรวมไปถึงพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง อีกทั้งยังออกแบบด้วย Universal Design ที่รองรับการใช้งานของผู้ใช้รถเข็นอีกด้วย มีพื้นที่กิจกรรมทั้งภายนอก และภายในอาคารโดยออกแบบสระว่ายน้ำเปิดโล่งนอกอาคารแต่มีหลังคาสูง เพื่อให้ได้ทั้งความโปร่งแบบที่ควรเป็นแต่ก็มีหลังคาไว้กันแดด พร้อมทั้งระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานเป็น Smart Village ที่สามารถเข้าถึงจุดต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย
*หมายเหตุ : ภาพในบ้านตัวอย่างเป็นเพียงไอเดียการตกแต่ง ส่วนบ้านจริงจะได้เป็นบ้านมาตรฐานตามที่ระบุเท่านั้น
การคำนวณยอดผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน
ปรับรายละเอียดด้านล่างเพื่อคำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือน