รีวิวทาวน์โฮม ไอลีฟ ไพร์ม รามอินทรา - คู้บอน ทาวน์โฮมใหม่ ใกล้คอมมูนิตี้มอลล์ ทางด่วน และรถไฟฟ้าสายสีชมพู
รีวิวทาวน์โฮมโครงการใหม่ใจกลางย่านคู้บอน ใกล้คอมมูนิตี้มอลล์ JAS Green Village เพียง 200 ม. ‘ไอลีฟ ไพร์ม รามอินทรา - คู้บอน’
ทาวน์โฮม 2 ชั้น ฟังก์ชันรองรับสมาชิกทุกคนในครอบครัว กับหน้ากว้างตั้งแต่ 5.3 - 6.5 ม. พร้อมด้วย 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ในทุกแบบบ้าน
โครงการอยู่ที่ ถ.คู้บอน ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เดินทางสะดวก เชื่อมต่อทั้ง วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก, ทางด่วนฉลองรัช ด่านจตุโชติ รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีคู้บอน
ไอลีฟ ไพร์ม รามอินทรา - คู้บอน จะน่าสนใจอย่างไรบ้าง Home Buyers มีรีวิวเจาะลึกมาให้อ่านกันแล้ว ใครกำลังมองหาบ้านใหม่ในโซนรามอินทรา ไปติดตามบทความได้เลย
Fact Sheet
| ชื่อโครงการ : | โครงการ ไอลีฟ ไพร์ม รามอินทรา - คู้บอน |
|---|---|
| เจ้าของโครงการ : | บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด |
| ที่ตั้งโครงการ : | ซ.คู้บอน 38 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ |
| พื้นที่โครงการ : | 19 ไร่โดยประมาณ |
| จำนวนแปลงขาย : | 194 ยูนิต |
| รูปแบบโครงการ : | ทาวน์โฮม 2 ชั้น 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ |
| พื้นที่ใช้สอย : | 119 - 144 ตร.ม. |
| ค่าส่วนกลาง : | 900 บาท/หลัง/เดือน |
| ราคา : | เริ่มต้น 2.89 ล้านบาท* (สอบถามโครงการอีกครั้ง) |
| โทร : | 061 385 8142 |
| เว็บไซต์ : | www.kd.co.th/ไอลีฟ-ไพร์ม-รามอินทรา-คู |
Highlight : ไอลีฟ ไพร์ม รามอินทรา - คู้บอน

ทาวน์โฮม 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ หน้ากว้าง 5.3 - 6.5 ม. พื้นที่ใช้สอย 119 - 144 ตร.ม. ออกแบบฟังก์ชันบ้านให้ดูปลอดโปร่ง จัดวางห้องต่างๆ อย่างลงตัว ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนยุคใหม่
บ้านยั่งยืนในระยะยาว ด้วยหลัก 5 Kanda Concept ดูแลรักษาง่าย รองรับคนหลากหลาย Gen กับแนวคิด Eco Smart, Easy Maintenance, Multi Generation, Space Matter รวมถึง Flood Protection
ความสะดวกครบครัน มาพร้อมคลับเฮาส์ ฟิตเนส สระว่ายน้ำสำหรับเด็ก สวนส่วนกลางสไตล์อังกฤษ และมีระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม. รวมถึงช่วยประหยัดพลังงานด้วยเสาไฟฟ้าส่องสว่างระบบ Solar Cell
ทำเลดี ใกล้ศูนย์การค้า เพียง 200 ม. ถึง JAS Green Village แหล่งไลฟ์สไตล์ใจกลางคู้บอน และรายล้อมด้วยซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำอีกหลายแห่ง รองรับการจับจ่ายใช้สอยในครัวเรือนได้ลงตัว
เชื่อมต่อทางด่วน 2 สาย ใกล้วงแหวนฯ ฝั่งตะวันออก (ถ.กาญจนาภิเษก) รวมถึงทางด่วนฉลองรัช (เอกมัย - รามอินทรา) ด่านจตุโชติ และรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีคู้บอน
Facility

หน้าโครงการมีป้ายชื่อให้เห็นชัดเจน และมีถนนกว้าง 12 ม. 2 ฝั่งจราจร นำไปยังซุ้มประตูโครงการออกแบบในสไตล์โมเดิร์น ประยุกต์เข้ากับดีไซน์หลังคาจั่วที่ได้แรงบันดาลใจจากบ้านแบบอังกฤษ โดยซุ้มประตูจะมี รปภ. ดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชม. พร้อมกับติดตั้ง CCTV กั้นทางเข้าออกด้วยราวกั้นกระดกระบบ Easy Pass

เมื่อเข้ามาภายในโครงการ ถนนเมนจะมีหน้ากว้าง 12 ม. ส่วนถนนตามซอยจะกว้าง 9 ม. สัญจรเข้าออกได้สะดวก

โซนหน้าโครงการมีสวนสไตล์อังกฤษ English Garden บรรยากาศร่มรื่น

ในสวนมีที่นั่งพักผ่อนและทางเดินวิ่งออกกำลังกาย โดยตรงข้ามกันจะมีอาคารสโมสร พร้อมล็อบบี้ฟิตเนส และสระว่ายน้ำสำหรับเด็ก (ณ วันถ่ายทำยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง)

สำหรับไฟส่องสว่างตามถนนในโครงการจะใช้พลังงานสะอาดจากแผง Solar Cell และกังหันลม เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้า รวมถึงประหยัดค่าไฟส่วนกลาง ลดภาระให้ลูกบ้านในระยะยาว
Design & Function

ไอลีฟ ไพร์ม รามอินทรา - คู้บอน เป็นทาวน์โฮมทรงโมเดิร์นที่ได้แรงบันดาลใจจากบ้านสไตล์ English Garden ของประเทศอังกฤษ ซึ่งให้ความรู้สึกเรียบหรู อบอุ่น สวยสบายตา

จุดเด่นของทาวน์โฮม ไอลีฟ ไพร์ม คือการเป็นบ้านหน้ากว้าง ตั้งแต่ 5.3 - 6.5 ม. ทำให้มองจากภายนอกบ้านจะดูหลังใหญ่ ส่วนภายในก็มีความโปร่ง แสงสว่างจากหน้าบ้านส่องได้ทั่วถึง อีกทั้งยังจัดฟังก์ชันได้ลงตัว

เช่นกันกับทุกโครงการในเครือ Kanda Property คือทาวน์โฮม ไอลีฟ ไพร์ม รามอินทรา - คู้บอน จะพัฒนาขึ้นด้วยแนวคิด 5 Kanda Concept ที่ประกอบด้วย
- Eco Smart ออกแบบและเลือกใช้วัสดุ เพื่อลดใช้พลังงาน
- Easy Maintenance ออกแบบบ้านเพื่อง่ายต่อการบำรุงรักษา
- Multi Generation รองรับได้ทุกช่วงวัย เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์
- Space Matter ให้ความสำคัญกับการออกแบบทุกพื้นที่ใช้สอย
- Flood Protection จัดทำระบบป้องกันอุทกภัย
Home Type
แบบ Vanda

ทาวน์โฮมแบบแรกของโครงการมีชื่อว่า Vanda มีพื้นที่ใช้สอย 119 ตร.ม. สร้างบนที่ดินขนาดเริ่มต้น 18.9 ตร.ว. มาพร้อมฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ

ชั้น 1 หน้าบ้านจอดรถได้ 2 คัน เมื่อเข้าไปในบ้าน ฝ้าเพดานจะสูง 2.50 ม. ปูพื้นด้วยกระเบื้องแกรนิโต้ขนาด 60*60 ซม. โครงสร้างผนังเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูปแบบ Precast โดยแบ่งฟังก์ชันเป็น Living Area เชื่อมต่อกับ Dining Area ซึ่งรองรับครัวเปิด โดยมี 1 ห้องน้ำ และ 1 ห้องนอน
ชั้น 2 ฝ้าเพดานสูง 2.80 ม. ปูพื้นด้วยลามิเนตลายไม้ ผนังและพื้นมีโครงสร้างเป็น Precast แบ่งฟังก์ชันเป็น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ โดย Master Bedroom จะอยู่ฝั่งหน้าบ้านและมีห้องน้ำส่วนตัว

หน้าบ้านมีความกว้าง 5.3 ม. สามารถจอดรถได้ 2 คัน พื้นลานจอดรถลงเสาเข็มกระจายทั่วพื้นที่ จึงป้องกันการทรุดแยกตัวได้ดี

เมื่อเข้ามาในบ้านจะเจอกับ Living Area ซึ่งมีพื้นที่เชื่อมต่อกับ Dining Area แบบ Open Plan ได้ความปลอดโปร่ง

Living Area รองรับการวางโซฟาขนาด 2 - 3 ที่นั่ง พร้อมด้วยโต๊ะกลาง โดยมีระยะห่างจากชั้นวางทีวีแบบพอเหมาะ เหลือพื้นที่ให้เดินเข้าออกได้สบาย

พื้นที่บ้านที่อยู่ฝั่งเดียวกับชั้นทีวี จะแบ่งเป็นห้องน้ำ บันได และห้องนอน 4

ห้องน้ำจะหลบมุมอยู่หลังผนังฝั่งชั้นวางทีวี เป็นการวางแปลนที่ทำให้การใช้ห้องน้ำมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ทำให้ผู้ที่นั่งอยู่ตรงโซฟาไม่ต้องหันหน้าตรงกับประตูห้องน้ำ นอกจากนี้ใต้ชานพักบันไดยังมีช่องเก็บของ สังเกตในภาพจะเห็นประตูขนาดเล็กอยู่ตรงกลาง

ห้องน้ำชั้น 1 มีฟังก์ชันครบ ทั้งอ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ และมุมอาบน้ำแบบแบ่งส่วนเปียกส่วนแห้งเอาไว้ให้เรียบร้อย ที่สำคัญยังมีช่องแสงจากหน้าบ้าน ช่วยขจัดความชื้นในห้องน้ำได้ดี

มุมอาบน้ำมีพื้นที่พอใช้ ตำแหน่งอยู่ใต้ท้องบันได สามารถติดฉากกั้นอาบน้ำแบบเข้ามุมได้

Dining Area มีพื้นที่ลึกไปถึงผนังฝั่งหลังบ้าน โดยบ้านตัวอย่างเป็นแปลงมุม จึงมีประตูออกไปที่สวนข้างบ้าน แต่ถ้าเป็นแปลงกลางจะเป็นผนังทึบ

มุม Dining Area เลือกจัดฟังก์ชันได้หลากหลายแบบ โดยบ้านตัวอย่างเลือกวางโต๊ะอาหารขนาด 4 ที่นั่ง และทำเคาน์เตอร์แพนทรีอยู่ถัดเข้าไปติดกับผนังฝั่งหลังบ้าน โดยสำหรับบ้านแปลงกลางที่ไม่มีประตูด้านข้าง ก็สามารถสลับมาทำเคาน์เตอร์แพนทรีทางฝั่งนั้นได้

ไอเดียการทำเคาน์เตอร์แพนทรีภายในตัวบ้าน ถ้าใครไม่ค่อยทำอาหารหนักๆ ทานเอง จะเลือกไม่ต่อเติมครัวไทยหลังบ้าน แล้วมีแค่แพนทรีไว้อุ่นอาหารหรือชงเครื่องดื่มเบาๆ ในบ้านก็เป็นความคิดที่ดี

บ้านตัวอย่างต่อเติมลานซักล้างเป็นครัวไทยแบบปิด โดยโครงสร้างของพื้นลานซักล้างจะฝากน้ำหนักไว้ที่คานคอดินซึ่งเชื่อมต่อกับเสาเข็มของตัวบ้านและกำแพงหลังบ้าน

ห้องนอนชั้นล่างเรียกว่าห้องนอน 4 เป็นห้องที่มีขนาดปานกลาง สามารถวางเตียง 5 - 6 ฟุตได้ลงตัว โดยจะมีหน้าต่างเปิดออกไปฝั่งหลังบ้านเพื่อช่วยรับแสงสว่าง

พื้นที่ห้องนอกจากวางเตียง 5 ฟุตได้แล้ว ยังสามารถตั้งตู้เสื้อผ้าขนาดกลาง หรือลดขนาดตู้ลงก็จะวางโต๊ะเครื่องแป้งเพิ่มได้

บันไดของบ้านมีโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ได้ความแข็งแรงทนทาน เดินขึ้นลงแล้วไม่ส่งเสียงรบกวน รวมถึงไม่มีปัญหาเรื่องปลวกกัดกินเนื้อไม้ขั้นบันได เพราะทั้งลูกตั้งและลูกนอนเป็นแผ่นคอนกรีตทั้งหมด แต่ทำสีให้ดูเหมือนไม้

ชั้น 2 มีโถงทางเดินแบ่งฟังก์ชันห้องต่างๆ โดยจากซ้ายไปขวาจะเป็นประตูของ Master Bedroom, ห้องน้ำกลาง, ห้องนอน 2 และห้องนอน 3

เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดี เหนือโถงชั้น 2 จึงติดตั้งพัดลมระบายอากาศขึ้นใต้หลังคาไว้ด้วย เพื่อช่วยระบายความร้อนภายในบ้าน ตาม Concept Eco Smart

ที่โถงชั้น 2 มีการเตรียมจุดติดตั้ง Router Wi-Fi ไว้บนเพดาน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ทางโครงการคิดมาแล้วว่าสามารถกระจายสัญญาณได้ทั่วบ้าน

ห้อง Master Bedroom จะอยู่ฝั่งหน้าบ้าน มีหน้าต่างบานใหญ่เปิดออกไปด้านหน้า แต่บ้านตัวอย่างเป็นแปลงมุมจึงมีหน้าต่างด้านข้างเพิ่มขึ้นมาด้วย พื้นที่ห้องรองรับเตียง 6 ฟุต พร้อมกับติดตั้งชั้นวางทีวีฝั่งตรงข้ามเตียงได้อย่างลงตัว

Master Bedroom นั้นมีห้องน้ำในตัว โดยผนังฝั่งติดกับห้องน้ำยังมีพื้นที่ให้ทำเป็นตู้เสื้อผ้าขนาดกลางได้อีกด้วย

ห้องน้ำมีพื้นที่กว้าง ฟังก์ชันครบครัน แบ่งส่วนเปียกส่วนแห้งได้ชัดเจน รองรับการติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำ และสว่างปลอดโปร่ง ด้วยช่องแสงขนาดใหญ่ที่ช่วยขจัดความชื้นในห้องน้ำ

ช่องแสงของห้องน้ำเป็นประตูที่สามารถเปิดออกไปยังระเบียงขนาดเล็กฝั่งหน้าบ้านได้

ถัดจากห้อง Master Bedroom คือห้องน้ำกลางสำหรับให้ห้องนอน 2 - 3 ใช้งาน โดยแบบแปลนมีลักษณะคล้ายกับห้องน้ำของ Master Bedroom แบ่งพื้นที่เป็นส่วนเปียกกับส่วนแห้ง รองรับการติดฉากกั้นอาบน้ำ

ต่อจากห้องน้ำที่โถงกลาง จะเป็นห้องนอน 2 ซึ่งบ้านตัวอย่างตกแต่งเป็นห้องทำงานให้ดูเป็นไอเดียสำหรับบ้านที่ยังมีสมาชิกในครอบครัวไม่กี่คน ตอบรับไลฟ์สไตล์คนยุคปัจจุบันซึ่งทำงานที่บ้านกันมากขึ้น

บ้านตัวอย่างเป็นแปลงมุมจึงมีหน้าต่างด้านข้างเพิ่มเข้ามา โดยพื้นที่ของห้องสามารถรองรับเตียงขนาด 5 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้าและโต๊ะแป้งได้แบบครบฟังก์ชันห้องนอน

ติดกับห้องนอน 2 ก็คือห้องนอน 3 ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกัน เหมาะกับการวางเตียงขนาด 3.5 - 5 ฟุต

นอกจากวางเตียงนอนได้ ก็ยังมีที่ให้วางโต๊ะ และมุมสำหรับบิลต์อินตู้เสื้อผ้าใบใหญ่ได้ลงล็อคพอดี
แบบ Cattleya

ทาวน์โฮมอีกหลังที่เราจะรีวิวให้ชมกันคือแบบ Cattleya พื้นที่ใช้สอย 125 ตร.ม. สร้างบนที่ดินเริ่มต้น 20.4 ตร.ว. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ

ชั้น 1 หน้าบ้านจอดรถได้ 2 คัน ภายในบ้านฝ้าเพดานมีความสูง 2.50 ม. พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิโต้ขนาด 60*60 ซม. โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูปแบบ Precast แบ่งฟังก์ชันออกเป็น Living Area เชื่อมต่อพื้นที่กับ Dining Area ซึ่งรองรับครัวเปิด โดยมี 1 ห้องน้ำ และ 1 ห้องนอน
ชั้น 2 มีฝ้าเพดานสูงขึ้นเป็น 2.80 ม. พื้นปูด้วยวัสดุลามิเนตลายไม้ ผนังและพื้นเป็นโครงสร้างแบบ Precast แบ่งฟังก์ชันออกเป็น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ โดย Master Bedroom อยู่ฝั่งหน้าบ้านและมีห้องน้ำในตัว

หน้าบ้านกว้างถึง 5.7 ม. รองรับการจอดรถ 2 คันได้แบบสบายๆ โดยพื้นลานจอดมีการลงเสาเข็มทั่วพื้นที่และแยกจากตัวบ้านเอาไว้ให้ เพื่อป้องกันปัญหาการทรุดตัวในอนาคต

เมื่อเข้ามาในบ้านจะเจอกับ Living Area เป็นโซนแรก พื้นที่โปร่งแบบ Open Plan เชื่อมต่อกับ Dining Area

Living Area รองรับการวางโซฟาขนาด 2 - 3 ที่นั่ง พร้อมด้วยโต๊ะกลาง และมีพื้นที่ผนังฝั่งตรงข้ามโซฟาให้ติดตั้งชั้นวางทีวี

ด้านหลังชั้นวางทีวีจะมีประตูห้องน้ำหลบมุมอยู่อย่างเป็นสัดส่วน ไม่ดูรบกวนการพักผ่อน และให้ความเป็นส่วนตัวในการเข้าห้องน้ำ

ห้องน้ำชั้นล่างมีพื้นที่กว้างพอให้แบ่งส่วนเปียกกับส่วนแห้งอย่างชัดเจน สามารถติดฉากกั้นอาบน้ำเพิ่มได้

Dining Area จะอยู่ช่วงกลางบ้านไปจนถึงผนังหลังบ้าน โดยสามารถแบ่งพื้นที่เป็นเคาน์เตอร์แพนทรีได้

เหมาะกับการวางโต๊ะอาหารขนาด 4 ที่นั่งได้อย่างลงตัว สำหรับบ้านแปลงกลางที่ไม่มีประตูด้านข้าง ก็สามารถขยับขยายขนาดโต๊ะได้อีกด้วย

บ้านตัวอย่างเป็นยูนิตแปลงพิเศษซึ่งมีพื้นที่สวนข้างตัวบ้าน จึงมีประตูให้ออกไปข้างบ้านได้ โดยในบ้านตัวอย่างต่อเติมพื้นที่ข้างบ้านให้ดูเป็นไอเดีย

บ้านตัวอย่างเป็นยูนิตแปลงพิเศษซึ่งมีพื้นที่สวนข้างตัวบ้าน จึงมีประตูให้ออกไปข้างบ้านได้ โดยในบ้านตัวอย่างต่อเติมพื้นที่ข้างบ้านให้ดูเป็นไอเดีย

กลับมาที่ Dining Area ถัดจากโต๊ะอาหารมาทางผนังฝั่งหลังบ้านยังมีพื้นที่ให้ทำเคาน์เตอร์แพนทรีเพิ่มเติมได้ ตอบโจทย์การเตรียมอาหารหรือเครื่องดื่มเบาๆ

บ้านตัวอย่างตกแต่งลานซักล้างหลังบ้านให้เป็นห้องครัวไทย ตอบโจทย์คนที่ชอบทำอาหารจัดจ้านแบบไทยๆ ซึ่งส่งกลิ่นแรง จะได้ไม่รบกวนการพักผ่อนของคนในบ้าน

มองย้อนจากหลังบ้านออกไปฝั่งหน้าบ้าน จะเห็นถึงความกว้างขวางของพื้นที่ใช้สอยชั้น 1

ติดกับ Dining Area และบันได มีห้องนอน 4 รองรับครอบครัวที่มีสูงอายุ ให้สามารถมีพื้นที่พักผ่อนสบายๆ ได้ ด้วยขนาดของห้องซึ่งสามารถวางเตียง 5 ฟุตได้อย่างลงตัว

นอกจากเตียง 5 ฟุต ก็ยังสามารถวางตู้เสื้อผ้ากับโต๊ะแป้งได้ด้วย

ถัดจากห้องนอน 4 มาตรงกลางบ้านจะเป็นบันไดขึ้นชั้น 2 ซึ่งอยู่ใกล้กับห้องน้ำ และมีห้องเก็บของอยู่ใต้ชานพักบันได ตอบโจทย์การจัดระเบียบบ้านให้ดูเรียบร้อย โดยสำหรับบันไดนั้นจะมีโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก รวมไปถึงลูกตั้งกับลูกนอนที่เป็นวัสดุทดแทนไม้ มีความทนทาน

เมื่อขึ้นมาถึงชั้น 2 จะเจอกับห้องน้ำกลางอยู่ทางซ้ายมือพอดี โดยเป็นห้องน้ำสำหรับให้ห้องนอน 2 - 3 ใช้งานร่วมกัน

เหนือโถงชั้น 2 มีการติดตั้งพัดลมระบายอากาศ เพื่อการถ่ายเทอากาศที่ดี จะช่วยระบายความร้อนภายในบ้าน ทำให้บ้านเย็นไวขึ้น และที่สำคัญช่วยประหยัดไฟสำหรับเจ้าของบ้านได้ด้วย

โครงการยังคิดถึงไลฟ์สไตล์ยุคปัจจุบันที่อินเตอร์เน็ตมีความจำเป็น เพื่อความสวยงามเรียบร้อยในการติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ บ้านทุกหลังของ ไอลีฟ ไพร์ม รามอินทรา - คู้บอน จึงทำระบบรองรับสวิตซ์ไฟบนฝ้าเพดานไว้ให้ด้วย เพราะเป็นตำแหน่งที่ทางผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตมักแนะนำให้ติดอุปกรณ์ เนื่องจากส่งสัญญาณได้ดีทั่วถึงพื้นที่ในบ้าน

ห้องน้ำกลางของชั้น 2 มาพร้อมฟังก์ชันที่ครบครัน สามารถแบ่งพื้นที่เป็นส่วนเปียกได้อย่างชัดเจน รองรับการติดฉากกั้นอาบน้ำ

เข้ามาดูห้อง Master Bedroom ซึ่งอยู่ฝั่งหน้าบ้าน ห้องนี้มีพื้นที่กว้างจนสามารถกั้นโซน Walk - in Closet ได้อย่างเป็นสัดส่วน โดยนี่คือมุมมองจากประตูห้อง ซึ่งเมื่อเข้ามาถึงก็จะเจอกับ Walk - in Closet เป็นจุดแรก

บ้านตัวอย่างกั้นผนังเบาขึ้นมาให้ดูเป็นไอเดีย สามารถวางโต๊ะเครื่องแป้ง และตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่เต็มผนังได้เลย

อีกด้านของผนังเบา ยังสามารถใช้ประโยชน์เป็นจุดติดตั้งทีวีได้อีกด้วย

พื้นที่โซนเตียงนอนจะอยู่ติดกับผนังฝั่งหน้าบ้าน สามารถวางเตียงไซส์ 6 ฟุตได้พอดี โดยที่อยู่ใกล้ๆ ทางฝั่งซ้ายของภาพคือประตูเข้าห้องน้ำส่วนตัว

ห้องน้ำมีพื้นที่กว้างและปลอดโปร่ง มาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน มีโซนอาบน้ำแยกเป็นสัดส่วน สามารถติดฉากกั้นเพิ่มได้ ที่สำคัญยังเปิดโล่งรับแสงธรรมชาติได้ดี เพราะมีหน้าต่างบานใหญ่อยู่ทางฝั่งหน้าบ้าน

หน้าต่างสามารถเปิดออกไปยังระเบียงได้ เป็นพื้นที่ซึ่งสามารถใช้เป็นส่วนเซอร์วิสเครื่องปรับอากาศ หรือจัดเป็นสวนริมระเบียงก็ช่วยเพิ่มความสดชื่น

ออกจากห้อง Master Bedroom มองย้อนไปตามโถงทางเดินฝั่งหลังบ้าน จะเห็นประตูเข้าห้องนอน 2 อยู่ฝั่งซ้าย และประตูของห้องนอน 3 อยู่ตรงกลาง

ห้องนอน 2 มีพื้นที่ค่อนข้างกว้างเลยทีเดียว สามารถวางเตียง 3.5 - 5 ฟุตได้พอดี โดยยังมีมุมให้วางโต๊ะได้อีกด้วย

นอกจากเตียงและโต๊ะ ก็ยังมีพื้นที่ให้วางตู้เสื้อผ้าขนาด 2 - 3 ประตูได้เช่นกัน

ห้องนอน 3 บ้านตัวอย่างตกแต่งเป็นห้องเล่นเกมให้ดูเป็นไอเดีย โดยสำหรับครอบครัวที่ยังมีสมาชิกไม่มากก็สามารถเลือกปรับฟังก์ชันห้องนอน 2, 3 และ 4 ได้ตามไลฟ์สไตล์ รองรับงานอดิเรกได้หลากหลาย

ในห้องจะมีมุมที่สามารถทำเป็นตู้เสื้อผ้าหรือตู้เก็บของได้อย่างลงล็อคพอดี
Location : ไอลีฟ ไพร์ม รามอินทรา - คู้บอน
ไอลีฟ ไพร์ม รามอินทรา - คู้บอน ตั้งอยู่ใกล้ ถ.คู้บอน สามารถเข้าออกได้ผ่านทั้ง ซ.คู้บอน 38 และ 40 เป็นอีกทำเลที่อยู่อาศัยซึ่งเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะมีการคมนาคมที่สะดวกสบายต่อการเดินทางเข้าไปยังแหล่งงานในเมือง ไม่ว่าจะเป็นวงแหวนอบนอกฝั่งตะวันออก, ทางด่วนฉลองรัช หรือรถไฟฟ้าสายสีชมพู ซึ่งใกล้จะได้เริ่มเปิดบริการแล้วไม่เกินปี 2567 ที่จะถึงนี้ จึงตอบโจทย์คนที่ใช้ชีวิตทำงานในย่านเลียบทางด่วนรามอินทราฯ (ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม), ย่านลาดพร้าว, North CBD 5 แยกลาดพร้าว - รัชโยธิน ไปจนถึงใจกลางเมืองโซนเอกมัยเลยทีเดียว

การเดินทางในวันนี้ เราใช้ ถ.รามอินทรา ฝั่งขาออก จากวงเวียนหลักสี่ มุ่งหน้าตามป้ายมีนบุรี ตลอด ถ.รามอินทรา มีการก่อสร้างรางรถไฟฟ้าสายสีชมพู เชื่อม มีนบุรี - ปากเกร็ด ซึ่งเมื่อเสร็จสมบูรณ์จะช่วยให้ชาวกรุงเทพฯ และ ปริมณฑลฝั่งตะวันออก - ตะวันตกเดินทางได้สะดวกขึ้นอีกมาก

ระหว่างทางในภาพนี้เป็นจุดที่ตัดกับทางด่วนฉลองรัช ด่านวัชรพล พอดี สามารถใช้ไปลงด่านจตุโชติซึ่งอยู่ใกล้กับโครงการได้ด้วย

ขับตรงต่อมาเรื่อยๆ จะเห็นป้ายบอกทางเข้า ถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก) เป็นสัญญาณบอกว่าเราใกล้จะถึงย่านคู้บอนแล้ว

ถัดจากนั้นมาไม่ไกลจะเจอกับสถานีคู้บอนของโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ซึ่งในอนาคตจะเป็นอีกตัวเลือกที่ดีในการเดินทางเข้าเมืองของผู้ที่อยู่โครงการ ไอลีฟ ไพร์ม รามอินทรา - คู้บอน

หลังจากผ่านสถานีคู้บอน ให้ขับชิดซ้าย เพื่อเตรียมเลี้ยวเข้าสู่ ถ.คู้บอน แต่ถ้าหากเผลอชิดขวาขึ้นสะพานข้ามแยก ก็ยังสามารถไปเข้า ถ.คู้บอน ได้ผ่านทางคู่ขนานวงแหวนรอบนอกฯ

เลี้ยวซ้ายตามป้ายบอกทาง ถ.คู้บอน

อาคารพาณิชย์ปากทาง ถ.คู้บอน มีป้ายโฆษณาโครงการติดอยู่อย่างโดดเด่น

ขับตรงไปตาม ถ.คู้บอน ตลอด 2 ข้างทางนับเป็นชุมชนพื้นที่อยู่อาศัยซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ ครบพร้อมด้วย ซูเปอร์มาร์เก็ต, ร้านสะดวกซื้อ, ร้านอาหาร รวมถึงคาเฟ่

ขับมาตาม ถ.คู้บอน จนถึงจุดตัดกับวงแหวนรอบนอกฯ ให้ชิดขวา ขับตามป้ายเลียบคลองสอง ลอดใต้สะพานข้ามแยกของวงแหวนรอบนอกฯ ไปยังฝั่ง หทัยราษฎร์ - ปัญญาอินทรา

ตรงต่อไปตาม ถ.คู้บอน โดยโซนนี้ซอยต่างๆ จะเริ่มเป็นเลข 30 ขึ้นไป โดยยังมีความอุดมสมบูรณ์ไม่แพ้ช่วงต้นๆ ของ ถ.คู้บอน

เมื่อผ่าน JAS Green Village ทางฝั่งขวา ให้ชิดขวาแล้วกลับรถไปฝั่งขาเข้า

เมื่อกลับรถเแล้วให้เตรียมเบี่ยงซ้าย เพื่อเข้า ซ.คู้บอน 38 ซึ่งจะอยู่ก่อถึง JAS Green Village โดยมีป้ายโฆษณาโครงการขนาดใหญ่เป็นจุดสังเกต

เราเลี้ยวซ้ายเข้า ซ.คู้บอน 38 เข้า ซ.คู้บอน 40 ก็สามารถทะลุมาถึงโครงการได้เช่นกัน

พอเข้า ซ.คู้บอน 38 จะมีป้ายบอกทางไปโครงการให้เห็นอยู่ตลอด ให้ตรงไปแล้วเลี้ยวขวาตามป้าย

เมื่อเลี้ยวขวาเข้ามาจะเจอกับซอยซึ่งเชื่อมต่อ ซ.คู้บอน 38 กับ ซ.คู้บอน 40 ขับมาถึงกลางซอยก็จะเจอกับป้ายบอกทางให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่โครงการ

มาถึงโครงการ ไอลีฟ ไพร์ม รามอินทรา - คู้บอน มีถนนทางเข้าหน้ากว้าง 12 ม. นำไปยังซุ้มประตู นับว่าได้ความเป็นส่วนตัว มีระยะร่นจากซอยซึ่งเป็นทางสาธารณะ

ใกล้โครงการเพียง 200 ม. (อ้างอิงจากการประชาสัมพันธ์ของโครงการ) จะมี JAS Green Village เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ที่รวมร้านค้า ร้านอาหาร และซูเปอร์มาร์เก็ต ให้ใช้บริการได้อย่างสะดวกสบาย มีประตูทางเข้าออกฝั่งหลังศูนย์การค้าซึ่งเชื่อมต่อกับ ซ.คู้บอน 40 นอกจากนี้รอบๆ โครงการก็ยังมี MaxValu สาขาคู้บอน, Big C Market คู้บอน, Lotus’s Go Fresh คู้บอน และตลาดนัดสี่แยกพระพรหมคลอง 2 เป็นหลากหลายทางเลือกในการจับจ่ายใช้สอยใกล้บ้าน

ขยับออกจากย่านคู้บอนไปตาม ถ.รามอินทรา อีกเล็กน้อย ก่อนถึงจุดตัดกับวงแหวนฯ ฝั่งตะวันออก มี The Alley เป็นคอมมูนิตี้มอลล์อีกแห่งที่มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ซูเปอร์มาร์เก็ต และสถานีบริการน้ำมัน รองรับความต้องการก่อนเข้าวงแหวนฯ เพื่อเดินทางไกล หรือถ้าขับผ่านจุดตัดวงแหวนฯ ไป ก็จะเจอกับศูนย์การค้าแลนด์มาร์คประจำย่านรามอินทราอย่าง แฟชั่น ไอส์แลนด์ และ เดอะ พรอมานาด ซึ่งตอบโจทย์ด้านไลฟ์สไตล์ได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น

รอบโครงการรายล้อมด้วยสถานพยาบาลชั้นนำหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น รพ.อินทรารัตน์, รพ.สินแพทย์ รามอินทรา, รพ.พญาไท นวมินทร์ หรือ รพ.นพรัตน์ราชธานี จึงมีทางเลือกในการดูแลสุขภาพที่หลากหลาย รวมถึงให้ความอุ่นใจได้เมื่อเกิดเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉิน เพราะสามารถเดินทางจากบ้านไปถึงโรงพยาบาลต่างๆ ได้ในเวลาไม่กี่นาที

ในเรื่องของการศึกษา สำหรับครอบครัวที่มีลูกอยู่ในวัยเรียน ใกล้กับโครงการก็มีโรงเรียนชื่อดังทั้งฝั่งรัฐบาลและเอกชนอยู่หลายแห่ง เช่น รร.นานาชาติร่วมฤดี, รร.สาธิตพัฒนา, รร.นวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย และ รร.สายอักษร เป็นทางเลือกในการส่งเสริมบุตรหลานให้ได้เดินทางไปเรียนไม่ไกลจากบ้าน
Price & Promotion

ทาวน์โฮม ไอลีฟ ไพร์ม รามอินทรา - คู้บอน มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2.89 ล้านบาท* โดยสามารถแยกราคาเริ่มต้นตามแบบบ้านได้ดังนี้
- แบบ Vanda พื้นที่ใช้สอย 119 ตร.ม. เริ่มต้น 2.89 ล้าน*
- แบบ Cattleya พื้นที่ใช้สอย 125 ตร.ม. เริ่มต้น 3.2 ล้าน*
- แบบ Violet พื้นที่ใช้สอย 144 ตร.ม. เริ่มต้น 4.2 ล้าน*
*ณ เดือนมิถุนายน 2566 ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงภายหลัง โปรดสอบถามโครงการอีกครั้ง
Conclusion

บทสรุปการรีวิว ไอลีฟ ไพร์ม รามอินทรา - คู้บอน จากมุมมองของแอดมินที่ได้ไปสัมผัสบรรยากาศโครงการมาด้วยตัวเอง สามารถแบ่งเป็นข้อย่อยได้ดังนี้
Location เป็นจุดเด่นอันดับแรกๆ ของโครงการ ซึ่งตั้งอยู่ในซอยที่ไม่ลึก รวมถึงสามารถเชื่อมต่อกับคอมมูนิตี้มอลล์ JAS Green Village ได้ในระยะทางแค่ไม่กี่เมตร อีกทั้งยังรายล้อมด้วยซูเปอร์มาร์เก็ตอีกหลายแห่ง จึงตอบโจทย์ความสะดวกสบายได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญคือสามารถเดินทางได้ง่าย ใกล้กับระบบคมนาคมที่สำคัญหลายอย่าง ทั้ง วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก ซึ่งเชื่อมต่อได้กับมอเตอร์เวย์, ทางด่วนฉลองรัช ซึ่งเชื่อมต่อกับย่าน เลียบด่วนฯ - ลาดพร้าว - เอกมัย รวมถึงกำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีคู้บอน มาให้บริการอยู่ไม่ไกลจากโครงการ
Design & Function ทาวน์โฮมขนาด 119 - 144 ตร.ม. ว่ากันตามตรงคือขนาดมาตรฐานของบ้านทาวน์โฮมในยุคนี้ แต่ ไอลีฟ ไพร์ม สามารถดีไซน์แปลนให้บ้านดูใหญ่และปลอดโปร่งได้เป็นพิเศษ ห้องนอนชั้นล่างมีพื้นที่กว้าง รองรับเตียง 5 ฟุตได้จริง รวมถึงห้องน้ำชั้นล่างก็วางตำแหน่งได้อย่างเป็นสัดส่วน ขณะที่ฟังก์ชันชั้น 2 ก็มีความลงตัว ถือว่าสมกับการที่ Kanda Property พัฒนาบ้านขึ้นด้วยแนวคิด 5 Kanda Concept จนสะท้อนออกมาเป็นทาวน์โฮมซึ่งใช้พื้นที่ขนาดจำกัดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
Facility โครงการมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่พอเหมาะ ไม่มากไม่น้อยเกินความจำเป็น ซึ่งจะช่วยให้ลูกบ้านสามารถประหยัดค่าส่วนกลางได้ในระยะยาว รวมถึงมีการนำระบบพลังงานทดแทนอย่าง Solar Cell มาใช้กับไฟฟ้าส่องสว่างตามทาง ก็เป็นอีกเรื่องที่ช่วยประหยัดทั้งเงินและพลังงานได้อย่างยั่งยืน
นี่คือทั้งหมดของรีวิวทาวน์โฮม ไอลีฟ ไพร์ม รามอินทรา - คู้บอน สำหรับใครที่อ่านจบแล้ว สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการนัดหมายเยี่ยมชมโครงการ สามารถติดต่อสำนักงานขายได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 061-385-8142 หรือลงทะเบียนผ่าน www.kd.co.th
เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้เลย
*หมายเหตุ ภาพประกอบในบทความเป็นเพียงไอเดียการตกแต่งของบ้านตัวอย่างเท่านั้น
การคำนวณยอดผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน
ปรับรายละเอียดด้านล่างเพื่อคำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือน