รีวิวบ้านเดี่ยวหรู Grand Bangkok Boulevard Yard Bangna ที่ดินใหญ่ สังคมส่วนตัว ทำเลบางนา
เมื่อได้ยินว่าเป็นโครงการบ้านเดี่ยวหรูจาก SC Asset มั่นใจได้เลยว่างานดีไซน์บ้านและโครงการ มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะด้วยแนวคิดการออกแบบที่แตกต่างจากโครงการอื่นๆ ทั้งยังมีทัศนียภาพสวยงาม สมกับเป็นบ้านที่มีคุณภาพระดับ Super Luxury เพื่อมอบประสบการณ์ในการพักอาศัยที่ดีที่สุดให้กับทุกครอบครัว
Grand Bangkok Boulevard Yard Bangna เป็นอีกหนึ่งโครงการบ้านเดี่ยวหรู 3 ชั้นที่มีความโดดเด่นในเรื่องของงานดีไซน์ ที่ได้หยิบยกบรรยากาศการพักผ่อนเหนือระดับอย่าง The Vessel, New York มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบโครงการ เพื่อให้ทุกรายละเอียดมีความเป็นหนึ่งเดียวในการใช้ชีวิตเรียบหรูบนสังคมส่วนตัวเพียง 31 ครอบครัว
ไม่เพียงเท่านั้นบ้านเดี่ยวทุกหลังจะสร้างอยู่ในแปลงที่ดินขนาดใหญ่ เริ่มต้น 115 ตร.ว. ฟังก์ชันภายในบ้านถือว่าให้มาแบบจัดเต็ม รองรับครอบครัวใหญ่ได้สบายและลงตัว มีพื้นที่ส่วนกลางให้ได้พักผ่อนใกล้ชิดธรรมชาติ พร้อมทั้งมีพื้นที่ส่วนตัวให้พักอาศัยได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังมีลิฟต์ให้กับทุกหลัง พร้อมกับได้ติดตั้งนวัตกรรมล้ำสมัย เพื่อให้ทุกครอบครัวมีคุณภาพในการใช้ชีวิตได้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น
ซึ่งความพิเศษทั้งหมดของโครงการนี้จะอยู่บนทำเลดี ใกล้ทางคู่ขนาน ถนนบางนา-ตราด ที่ครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและเดินทางได้ง่าย
หากใครสนใจอยากรู้รายละเอียดของโครงการ Grand Bangkok Boulevard Yard Bangna ให้ลึกขึ้น ตามไปอ่านกันต่อได้ในรีวิวนี้เลยค่ะ
Factsheet
| ชื่อโครงการ : | แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ยาร์ด บางนา |
|---|---|
| บริษัท : | บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) |
| ที่ตั้งโครงการ : | ถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษก แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพฯ |
| รายละเอียดโครงการ : | บ้านเดี่ยว 3 ชั้น “New Series” 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 4 - 5 ที่จอดรถ |
| พื้นที่โครงการ : | 13 - 3 - 91.3 ไร่ |
| จำนวน : | 31 ยูนิต |
| ขนาดที่ดิน : | เริ่มต้น 115.1 - 173.1 ตร.ว. |
| พื้นที่ใช้สอย : | 620 และ 776 ตร.ม. |
| ราคา : | เริ่มต้น 40 - 60 ล้านบาท* (สอบถามโครงการอีกครั้ง) |
| ค่าส่วนกลาง : | 75 บาท/ ตร.ว./เดือน |
| รูปแบบการก่อสร้าง : | ก่ออิฐฉาบปูน (อิฐมวลเบา Q-CON) |
| สิ่งอำนวยความสะดวก : | Clubhouse พร้อม Solar Roof ประหยัดพลังงาน, Lobby, Fitness, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, Co-Working Space, Golf Simulator, Sky Terrace และสวนส่วนกลาง |
| ระบบรักษาความปลอดภัย : | Main Gate อัตโนมัติ, เข้า-ออกด้วยระบบ Smart Gate, CCTV ทั่วโครงการ, รปภ.ดูแลความปลอดภัย 24 ชม., รั้วโครงการสูง 3 ม., ภายในบ้านมี Digital Door Lock, สัญญาณกันขโมย, Magnetic & Shock Sensor, ระบบป้องกันอัคคีภัย, Smoke & Heat Detector, ติดตั้ง CCTV รอบตัวบ้าน 4 จุด, |
| โทร : | 1749 / 065-919-2345 |
| เว็บไซต์ : | https://m.scasset.com/HNYo |
Highlight

บ้านเดี่ยวหรู 3 ชั้น แบบบ้านใหม่ ที่ดินใหญ่เริ่ม 115 ตร.ว. แบบบ้านในโครงการจะเป็น New Series ออกแบบใหม่ทั้งหมดด้วยสไตล์ Modern Luxury ที่มี Fome คล้ายกับรูปทรงเรขาคณิตวางซ้อนกันให้มีความตื้นลึกทำให้บ้านดูมีมิติไม่เหมือนใคร รวมทั้งภายในบ้านมีความโปร่งสบายด้วยช่องแสงหลายจุด และมีเพดานสูง Double Volume พร้อมทั้งออกแบบให้มีทางลาดรูปแบบ Universal Design เพื่อรองรับครอบครัวที่มีหลาย Generation สามารถพักอาศัยได้อย่างลงตัว
ฟังก์ชันให้มาแบบจัดเต็ม พร้อมพื้นที่ใช้สอยเยอะ ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันใช้งานได้อย่างอิสระ โดยโครงการจะมี 2 แบบบ้านขนาดใหญ่ทั้งคู่ ซึ่งภายในบ้านจะมีฟังก์ชัน 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 4-5 ที่จอดรถ ติดตั้งลิฟต์มาให้ ทั้งยังออกแบบให้ภายในบ้านมีพื้นที่ใช้สอยเป็นสัดส่วน ง่ายต่อการใช้งานของแต่ละฟังก์ชัน มีระเบียงที่กว้างมากๆ สามารถออกมาทำกิจกรรม Outdoor ร่วมกันภายในครอบครัวได้อย่างส่วนตัว มีห้องแม่บ้านและพื้นที่ซักรีดในร่ม พร้อมห้องครัวและห้องนอนขนาดใหญ่ ซึ่งแบบบ้านทั้ง 2 หลังนี้สามารถตอบโจทย์ในการอยู่อาศัยได้ทุกไลฟ์สไตล์
สังคมส่วนตัวที่สุด 31 ครอบครัว ท่ามกลางบรรยากาศเหนือระดับ แรงบันดาลใจจาก The Vessel, New York ถือว่าเป็นโครงการที่มียูนิตไม่เยอะ แน่นอนเลยว่าบรรยากาศจะมีความเงียบสงบ เหมาะต่อการใช้ชีวิตพักผ่อนได้เต็มที่ในทุกๆ วัน อีกทั้งมีความโดดเด่นและเป็นหนึ่งเดียวของทัศนียภาพสวยงามที่ได้กลิ่นอายสถาปัตยกรรมล้ำสมัยจากนครนิวยอร์ก พร้อมทั้งโครงการได้นำสายไฟฟ้าลงดินทั้งหมด ทำให้ที่นี่น่าอยู่อาศัยมากๆ
ยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกครอบครัวให้ดียิ่งขึ้น ด้วย 7 นวัตกรรม Living Solutions ซึ่งจะมีติดตั้งทั้งในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางที่เป็นระบบความปลอดภัยต่างๆ พร้องทั้งยังติดตั้งนวัตกรรมที่เอื้อความสะดวกสบายให้กับบ้านทุกหลัง รวมถึงมี SOLAR-ROOF ให้ด้วย เพื่อเป็นการประหยัดพลังงานทั้งพื้นที่ส่วนกลางและบ้านที่ใช้ในการอยู่อาศัย
ทำเลศักยภาพ ใกล้ทางคู่ขนาน ถนนบางนา-ตราด เชื่อมต่อความสะดวกสบายทุกด้านในการใช้ชีวิต เรียกได้ว่าที่ตั้งโครงการอยู่บนทำเลดี ติดถนนใหญ่อย่างถนนกาญจนาภิเษก และอยู่ใกล้กับทางคู่ขนาน ถนนบางนา-ตราด ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับถนนได้หลายสาย ไม่ไกลจากทางพิเศษบูรพาวิถี อีกทั้งยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสบาย มีทั้งศูนย์การค้า โรงพยาบาล โรงเรียน แวดล้อมอยู่รอบๆ โครงการอย่างครบครัน
Facility

ความเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร จะเห็นได้ตั้งแต่การดีไซน์ Main Gate ซึ่งจะอยู่ด้านหน้าโครงการ โดยจะออกแบบให้มีเส้นสายที่ลื่นไหลไปตามรูปทรงของ Main Gate ด้วยโทนสี Copper สะดุดตาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น ทั้งยังเพิ่มความ Luxury ด้วยองค์ประกอบของกระเบื้องลายหินเข้ามาสอดแทรกผสมผสานได้อย่างสวยงามลงตัว ขณะเดียวกันด้านหน้านี้จะมีสวนหย่อมที่จะช่วยให้ความรู้สึกสดชื่นชุ่มฉ่ำด้วยสีเขียวจากธรรมชาติ เป็นการต้อนรับกลับบ้านได้อย่างผ่อนคลายดีมากทีเดียว

การเข้า-ออกของที่นี่จะใช้ระบบ Smart Gate With License Plate จดจำป้ายทะเบียนรถ ประตูจะเป็นระบบอัตโนมัติแบบรางเลื่อน และได้แบ่งช่องทางเข้า-ออกให้แยกออกจากกันอย่างชัดเจน พร้อมทั้งมีช่องประตูบานเปิดไว้สำหรับให้คนเดินเท้าใช้งานได้สะดวก และในส่วนของพื้นที่ Main Gate นี้จะมีป้อมของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และติดตั้ง CCTV คอยตรวจจับความเคลื่อนไหว 24 ชม.ทั้งด้านหน้าและภายในโครงการ อีกทั้งยังมีรั้วรอบโครงการที่สูง 3 ม. เสริมความอุ่นใจให้กับผู้พักอาศัยทุกครอบครัว

พื้นที่ส่วนกลางของโครงการหลักๆ จะมีอยู่ 2 ส่วน ส่วนแรกจะเป็นอาคาร Clubhouse อยู่โซนด้านหน้าใกล้กับ Main Gate อีกส่วนหนึ่งจะเป็นพื้นที่ของสวนส่วนกลาง หรือ Main Park ซึ่งจะอยู่ตำแหน่งตรงกลางของโครงการ โดยการออกแบบ Master Plan จะเป็นการกระจายที่ตั้งของพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อที่จะให้สมาชิกของบ้านทุกหลัง สามารถที่จะเข้าถึง Facility ต่างๆ ได้ง่ายและทั่วถึงกัน

สำหรับอาคาร Clubhouse จะมี 3 ชั้น รูปแบบการดีไซน์ได้แรงบันดาลใจมาจาก The Vessel, New York สถานที่ท่องเที่ยวชมวิวชื่อดัง ซึ่งมีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมคล้ายรังผึ้งสีทองแดงให้ความแวววาวที่ออกแบบได้อย่างล้ำสมัยในเมืองนิวยอร์ก ทำให้บรรยากาศของโครงการนี้มีกลิ่นอายของความทันสมัย และเรียบหรูไปในตัวด้วยโทนสีเข้ม มีการใช้วัสดุลายหินและเส้นขอบของอาคารสี Copper ที่ล้อไปกับงานดีไซน์ของ Main Gate เข้ากันได้อย่างดี พร้อมคลุกเคล้าไปด้วยบรรยากาศร่มรื่น เพื่อให้ที่นี่เหมาะกับเป็นที่อยู่อาศัยที่มอบความสบายใจ อุ่นใจ และได้ใช้ชีวิตที่เหนือระดับสมกับที่ได้เป็นเจ้าของบ้านในโครงการนี้ค่ะ

ด้านหน้าของอาคาร Clubhouse จะมีการออกแบบพื้นให้เป็นทางลาด เพื่อรองรับให้กับกลุ่มคนที่ต้องนั่งรถวีลแชร์หรือเด็กเล็กๆ ที่ต้องนั่งรถเข็นเด็ก ซึ่งสามารถที่จะเข็นเข้าไปด้านใน Clubhouse และทำกิจกรรมต่างๆ ได้สะดวก ไม่ต่างจากผู้คนทั่วไปค่ะ


ในมุมด้านข้างทั้งสองฝั่งของอาคาร Clubhouse จะมีพื้นที่ให้นั่งเล่นรับลมแบบ Outdoor ฟีลแบบให้ธรรมชาติโอบล้อม ฮีลใจในวันที่อยากพักเหนื่อยได้อย่างดี หรืออยากจะเปลี่ยนบรรยากาศจากการนั่งเล่นที่บ้าน เข้ามานั่งเล่นอ่านหนังสือตรง Clubhouse ก็จะได้รับการพักผ่อนอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งบริเวณนี้จะไม่มีคนขวักไขว่กันมากนัก เพราะเป็นพื้นที่ขนาดไม่ใหญ่มาก มีความสงบและร่มรื่น

ส่วนสระว่ายน้ำระบบเกลือจะอยู่ด้านหน้าโครงการ เป็นรูปแบบ Outdoor เปิดโล่งรับความเป็นธรรมชาติด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ที่อยู่รอบๆ ให้สดชื่นทุกครั้งเมื่อได้มาว่ายน้ำออกกำลังกาย บริเวณตรงขอบสระจะมีมุมให้นั่งผ่อนคลายด้วยเก้าอี้ Sunbed หรือถ้าใครอยากจะว่ายน้ำเพื่อการพักผ่อน ในสระว่ายน้ำจะมีมุมให้นั่งแช่น้ำสบายๆ ไว้ให้ด้วย ทั้งยังแบ่งให้มีสระเด็ก สระผู้ใหญ่อย่างชัดเจน เพื่อใช้งานกันได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น

รวมถึงบริเวณเดียวกันกับสระว่ายน้ำ จะมีมุมให้นั่งพักผ่อนตามริมสระ ที่ออกแบบคล้ายกับ Sunken Seat ด้วยการลดระดับพื้นต่ำลงไปกว่าพื้นปกติ มีทั้งแบบเก้าอี้ยาวพาดเป็นม้านั่งไม้สบายๆ ส่วนอีกจุดจะเป็นมุมเก้าอี้สูง ที่สามารถชวนเพื่อนมานั่งพบปะพูดคุยกันได้แบบชิลๆ หรือจะนั่งรอเด็กๆ ที่กำลังว่ายน้ำเล่นกันตรงมุมนี้ก็ได้เหมือนกันค่ะ

ชั้น 1 ของอาคาร Clubhouse จะมี Lobby ถ้าใครอยากเข้ามานั่งคุยธุรกิจในแบบเป็นกันเองและได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ห้องนี้ถือว่าตอบโจทย์ได้ดี ด้านในจะมีชุดโต๊ะและโซฟาทรงโค้งหลากหลายมุม ทั้งยังมีช่องหน้าต่างขนาดใหญ่ เปิดมุมมองเห็นวิวภายนอกได้กว้าง พร้อมกับตกแต่งด้วยสีเอิร์ธโทน และประดับด้วย Chandelier ดีไซน์ที่เข้ากัน เสริมให้ห้องนี้มีความ Luxury ลงตัวกับการออกแบบ Facade ของตัวอาคาร Clubhouse ที่มีความโดดเด่นสวยหรูได้มากทีเดียว

เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มคนทุกวัย ทางโครงการจึงได้มีการติดตั้งลิฟต์ให้ได้ใช้งานขึ้น-ลงกันได้อย่างคล่องตัว หรือถ้าใครอยากเดินขึ้นบันไดด้านข้างก็มีโถงบันไดให้อีกด้วยค่ะ


ชั้น 2 จะมีห้องสำหรับให้ทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยกันอยู่ 2 ห้อง ซึ่งห้องแรกจะเป็น Co-Working Space หรือจะเรียกว่าเป็น Lounge ก็ได้ ด้านในมีหลายฟังก์ชันให้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นมุมนั่งทำงาน มุมนั่งเล่นพักผ่อน โดยออกแบบการจัดวางที่นั่งหลายรูปแบบ รองรับได้ทั้งมานั่งคนเดียว เป็นคู่ หรือกลุ่มใหญ่ พร้อมทั้งออกแบบให้เป็นผนังกระจก รับแสงธรรมชาติได้ทั่วถึงกันทำให้ห้องนี้โปร่งสบายมากๆ

ด้านในสุดของห้องจะมีห้องที่สามารถรองรับการทำกิจกรรมได้แบบส่วนตัว โดยจะมีประตูกระจกบานสไลด์สีเทา-ดำ กั้นไว้เป็นสัดส่วน ภายในก็จะมีโซฟาขนาดใหญ่ พร้อมกับโต๊ะกลางและเก้าอี้เดี่ยว ลงตัวทั้งการมานั่งพักผ่อนพูดคุยกันเป็นกลุ่ม หรืออยากจะมานั่งทำงาน นั่งประชุมจะได้ความเงียบสงบ ซึ่งผู้พักอาศัยสามารถเลือกใช้งานให้ตรงตามความต้องการได้

ติดกันจะมีห้อง Golf Simulator ให้มาฝึกตีกอล์ฟในช่วงที่ไม่มีเวลาออกไปสนามกอล์ฟได้ หรืออยากจะชวนเพื่อนๆ มาพบปะพูดคุยธุรกิจในบรรยากาศที่คลายเครียด ด้วยการชวนมาประชันวงสวิงและคุยงานไปด้วยได้พร้อมกัน ซึ่งห้องนี้สามารถที่จะเปิดใช้งานร่วมกันกับห้องนั่งพักผ่อนส่วนตัวได้อีกด้วยค่ะ

ส่วนฝั่งตรงข้ามจะเป็นห้อง Fitness โดยจะมีทางเดินเชื่อมถึงกันให้เดินไปมาได้อย่างสะดวก ทั้งยังเป็นมุมให้สามารถยืนรับลม ชื่นชมวิวรอบๆ ของโครงการได้กว้างอย่างเต็มสายตา


ห้อง Fitness มีขนาดการใช้งานพอดีและลงตัวกับจำนวนยูนิตในโครงการ ด้านในติดตั้งอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายไว้ให้อย่างครบครัน จะสายคาร์ดิโอ หรือเวทเทรนนิ่งสร้างกล้ามเนื้อ มาใช้งานกันได้อย่างเต็มที่ โดยห้องนี้จะมีบรรยากาศที่เปิดโล่งด้วยผนังกระจกเช่นเดียวกัน ทำให้สามารถที่จะออกกำลังกายและมองวิวไปด้วยได้ ช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายและได้สุขภาพดีทั้งกายและใจกลับไปทุกครั้งเมื่อมาออกกำลังกายจากที่นี่ค่ะ

ขึ้นมาชั้น 3 ชั้นนี้จะเป็นพื้นที่ให้นั่งพักผ่อนแบบกึ่งกลางแจ้ง หรือโซน Sky Terrace โดยจะมีพื้นที่กว้างๆ ให้เลือกนั่งได้หลายจุด หรืออยากจะชวนครอบครัว เพื่อนที่มาเยี่ยมบ้าน มานั่งปาร์ตี้เบาๆ บนชั้นนี้ จะได้บรรยากาศที่แสนชิลด้วยวิวมุมสูงที่เห็นได้กว้างและไกลสุดสายตา พร้อมทั้งมองเห็นบรรยากาศความสวยงามของโครงการในภาพรวมได้อย่างดีมากๆ

ซึ่งโซน Sky Terrace นี้ จะมีทั้งมุมม้านั่งยาวริมระเบียง มีมุมให้นั่งสบายๆ ด้วยเก้าอี้เบาะนุ่ม ส่วนนี้จะมีหลังคาปกคลุม คอยบังแดด บังฝนให้ ทั้งยังมีพื้นที่ออกแบบให้เป็นเคาน์เตอร์ รองรับการใช้งานทำเป็นบาร์ชงเครื่องดื่มง่ายๆ ได้ค่ะ

ที่สำคัญโครงการ Grand Bangkok Boulevard Yard Bangna ได้นำสายไฟฟ้าลงดินทั้งหมด ทำให้ทัศนียภาพของโครงการมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม ช่วยให้ผู้พักอาศัยได้รู้สึกถึงความสบายตาสบายใจมากที่สุด ส่วนถนนภายในโครงการจะกว้างประมาณ 11-12 ม. บ้านทุกหลังจะอยู่ติดกับถนนเส้นหลักทั้งหมด เพราะ Master Plan จะเป็นลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้าลึกเข้าไปด้านใน ไม่มีถนนซอกซอย ซึ่งข้อดีของการออกแบบในลักษณะนี้คือ ผู้พักอาศัยทุกคนสามารถสัญจรเชื่อมต่อกับถนนกว้างๆ ที่อยู่หน้าบ้านได้อย่างสะดวก
นอกจากนั้นแล้ว โครงการยังมีพื้นที่สวนส่วนกลางที่มีมุมให้นั่งพักผ่อน พร้อมทั้งมี Sky Walk ให้เดินเล่นท่ามกลางธรรมชาติได้อีกด้วย โดยในวันที่ทางทีมงาน Home Buyers ไปเยี่ยมชมโครงการมานั้น พื้นที่ส่วนนี้ยังไม่เสร็จเรียบร้อยดี ซึ่งกำลังพัฒนาและตกแต่งสวนอยู่ และจะเสร็จภายในอนาคตอันใกล้เร็วๆ นี้ค่ะ
Design & Function

ความน่าสนใจของแบบบ้านโครงการนี้ จะเป็นบ้าน New Series ออกแบบใหม่ทั้งหมดด้วยสไตล์ Modern Luxury ที่มีความสมัยใหม่และเท่มากๆ ด้วย Form ของตัวบ้านที่มีความคล้ายกับรูปทรงเรขาคณิต วางเรียงซ้อนกันให้มีมุมตื้น-ลึกสลับกันไป เพื่อให้บ้านดูมีมิติ สร้างความแตกต่างจากบ้านเดี่ยวโครงการทั่วไป อีกทั้งยังผสมผสานด้วยการหยิบพวกวัสดุลายหินเข้ามาตกแต่ง Facade ให้บ้านดูเรียบหรู มีความพิเศษเฉพาะตัว เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่ชอบความเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนและบ่งบอกความเป็นตัวตนได้อย่างดี

พร้อมทั้งออกแบบให้มีระเบียงที่กว้าง ซึ่งใช้งานสำหรับเป็นมุม Outdoor Living Area ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ตามความความต้องการของแต่ละครอบครัว รวมถึงบ้านทุกหลังจะออกแบบให้มีโถงเพดานสูง Double Volume และมีช่องแสงขนาดใหญ่หลายจุด เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติให้ส่องเข้ามาได้อย่างทั่วถึงกัน ทำให้ทุกมุมการใช้งานภายในบ้านจะได้รับแสงสว่างอย่างเพียงพอในช่วงเวลากลางวัน พร้อมทั้งยังทำให้บ้านดูโปร่งโล่งเป็นพิเศษ ทุกคนในครอบครัวสามารถใช้ชีวิตพักผ่อนทั้งแบบส่วนตัวหรือทำกิจกรรมร่วมกันได้อย่างสบายในทุกๆ วัน
ขณะเดียวกันแบบบ้านทุกหลังของโครงการนี้จะก่อสร้างรูปแบบก่ออิฐฉาบปูนด้วยอิฐมวลเบา Q-CON มีความแข็งแรง ระบายความร้อนได้ดี หากในอนาคตอยากเพิ่มหรือขยับขยายพื้นที่ก็สามารถทำได้ง่าย

อีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการ Grand Bangkok Boulevard Yard Bangna นั้นคือ เป็นโครงการที่มี นวัตกรรมล้ำสมัยเพื่อการพักอาศัยที่สะดวกสบาย อย่าง 7 นวัตกรรม Living Solutions จาก SC Asset ซึ่งจะติดตั้งให้ทั้งพื้นที่ส่วนกลางและทุกแบบบ้าน ครอบคลุมทั้งเรื่องความปลอดภัยและช่วยยกระดับการใช้ชีวิตให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดยจะมีตั้งแต่
- RUEJAI HOME OS แอปพลิเคชันควบคุมบ้านอัจฉริยะ สามารถเปิด-ปิดไฟและเช็กระบบความปลอดภัยภายในบ้านได้ง่าย ด้วยการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันบน Smart Phone
- จุดรองรับ EV CHARGER ติดตั้งให้ทุกหลัง ตรงบริเวณพื้นที่จอดรถ
- AIS FIBER อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ใช้งานฟรีในเวลา 1 ปี
- SMART GATE WITH LICENSE PLATE เข้า-ออกด้วยระบบจดจำป้ายทะเบียน
- SMOKE & HEAT DETECTOR ตรวจจับควันไฟและความร้อนพร้อมสัญญาณเตือนภายในบ้าน
- SOLAR-ROOF HOUSE & CLUBHOUSE มีให้กับบ้านทุกหลังและพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อช่วยประหยัดพลังงานและลดค่าไฟฟ้าไปได้ในตัว
- ACTIVE AIR QUALITY ระบบขจัดมลพิษทางอากาศในบ้าน ช่วยให้บ้านมีอากาศที่ดีและบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น
Home Type
โครงการ Grand Bangkok Boulevard Yard Bangna มีบ้านเดี่ยว 3 ชั้นให้เลือก 2 แบบบ้านด้วยกัน ดังนี้
- BELVEDERE : ที่ดินเริ่มต้น 115.1 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 620 ตร.ม. ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ 2 ส่วนรับแขก 2 ส่วนพักผ่อนด้านบน 1 Outdoor Living Area 1 ส่วนรับประทานอาหาร 1 ห้องครัว 2 ห้องแม่บ้าน พร้อม Maid Plaza และลิฟต์ภายในบ้าน
- BETHESDA : ที่ดินเริ่มต้น 131.6 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 776 ตร.ม. ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 5 ที่จอดรถ 2 ส่วนรับแขก 2 ส่วนพักผ่อนด้านบน 2 Outdoor Living Area ห้องพระ 1 ส่วนรับประทานอาหาร 1 ห้องครัว 2 ห้องแม่บ้าน พร้อม Maid Plaza และลิฟต์ภายในบ้าน
แบบบ้าน BELVEDERE

บ้านเดี่ยว 3 ชั้นหลังแรกที่จะพาไปรีวิวเข้าไปดูฟังก์ชันภายในบ้านกันทุกมุม จะเป็นแบบบ้าน BELVEDERE ซึ่งเป็นขนาดเริ่มต้นของโครงการ สร้างอยู่บนขนาดที่ดินเริ่มต้น 115.1 ตร.ว. มีพื้นที่ใช้สอย 620 ตร.ม. ด้านในมีพื้นที่ให้ใช้งานได้เยอะ ชั้นล่างเป็นแบบ Open Plan กว้างๆ แบ่งการใช้งานได้หลายฟังก์ชัน ชั้น 2 และ 3 มีพื้นที่ส่วนตัวที่เป็นสัดส่วน มาพร้อมกับพื้นที่ส่วนกลางทำเป็นมุม Family Area ได้ ทั้งยังมี Outdoor Living Area ให้ใช้สอยได้เพิ่ม รวมถึงยังแบ่งพื้นที่ให้มี 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ มีห้องแม่บ้านและติดตั้งลิฟต์มาให้เรียบร้อยพร้อมใช้งาน

ชั้น 1 : บริเวณด้านหน้าบ้านมีพื้นที่ลานจอดรถ จอดได้ 4 คัน ภายในบ้านของชั้นนี้จะเป็นพื้นที่เปิดโล่ง และมีฟังก์ชันการใช้งานที่เชื่อมต่อกัน ซึ่งจะมีตั้งแต่ 2 มุมนั่งเล่นอยู่ใกล้กับพื้นที่รับประทานอาหารที่เชื่อมต่อกับมุม Pantry ใกล้กันจะเป็นห้องครัวขนาดใหญ่ที่มีประตูเปิดไปเจอกับห้องแม่บ้านและพื้นที่ซักรีดในร่ม บริเวณเดียวกันกับมุมรับประทานอาหารจะมีประตูทางเข้าที่เปิดไปเชื่อมกับพื้นที่จอดรถด้านนอก ตรงนี้จะมีห้องเก็บรองเท้า และห้องน้ำส่วนกลาง ส่วนข้างบ้านอีกฝั่งจะเป็นตำแหน่งของห้องนอนที่ 5 ซึ่งอยู่ใกล้กับโถงบันได ลิฟต์และห้องเก็บของ
ชั้น 2 : เป็นโซนพักผ่อนที่แบ่งพื้นที่ให้เป็นส่วนของ 2 ห้องนอนใหญ่ ที่มีห้องน้ำในตัว และภายในห้องมีพื้นที่กว้างพอที่จัดสรรให้ใช้งานได้หลากหลายตามไลฟ์สไตล์ ตรงโถงกลางจะเป็นตำแหน่งของ Family Area และ Outdoor Living Area ขนาดใหญ่ สามารถออกไปใช้งานทำเป็นมุมพักผ่อน นั่งเล่น กลางแจ้งของครอบครัวได้แบบส่วนตัว
ชั้น 3 : จะมีห้องนอนรองอีกสองห้อง นั้นก็คือ ห้องนอนที่ 3 และ 4 บรรยากาศของชั้นนี้จะได้รับความเงียบสงบ ส่วนตัวมากเป็นพิเศษ เพราะว่าอยู่ชั้นบนสุด และมีฟังก์ชันที่น้อยกว่าชั้นอื่นๆ มาพร้อมกับพื้นที่อเนกประสงค์ที่ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้อย่างอิสระ

ด้านหน้าของชั้นล่างจะเป็นพื้นที่ลานจอดรถ ซึ่งจอดได้มากถึง 4 คันในร่ม พร้อมกับลงเสาเข็มจนถึงแนวเสาของอาคารบ้าน ส่วนพื้นในร่มจะเป็นโครงสร้าง Slab on beam ด้านนอกจะปูพื้นโครงสร้างแบบ On ground ตัด Joint แยกออกจากตัวบ้าน และพื้นทั้งหมดจะปูด้วยวัสดุคอนกรีตพิมพ์ลายอย่างสวยงาม

บริเวณพื้นที่ลานจอดรถนี้ จะมีประตูทางเข้า-ออกบ้าน 1 จุด ซึ่งเมื่อเปิดเข้าไปจะเจอกับพื้นที่รับประทานอาหารที่อยู่ใกล้กับห้องครัว ทำให้สะดวกมากๆ เวลาที่เราซื้อของใช้ของกินกลับบ้านมาก็สามารถเปิดประตูจากตรงนี้เดินเข้าไปเก็บของในห้องครัวได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งบริเวณนี้จะมีห้องเก็บของ ไว้เก็บพวกอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้กับรถหรือสวนได้ รวมทั้งยังมีจุดรองรับ EV Charger ให้ถึง 2 จุด เพื่อตอบโจทย์กับครอบครัวยุคใหม่ที่มีรถยนต์ไฟฟ้า

จากพื้นที่ลานจอดรถ เดินมาด้านหน้าอีกฝั่งของบ้าน ตรงนี้จะเป็นประตูทางเข้า-ออกหลักของบ้านตัวอย่างหลังนี้ ได้ออกแบบให้เป็นโถงสูง พร้อมกับยกพื้นทำเป็นเฉลียง มีขั้นบันไดไว้เดิน-ขึ้นลง เสริมให้ทางเข้าบ้านมีความโอ่โถ่งและดูยิ่งใหญ่ บวกกับประตูด้านหน้านี้จะเป็นประตูไม้สักทั้งบาน รูปแบบบานเปิดคู่ ติดตั้ง Digital Door Lock ให้ความเรียบหรู สวยงาม ลงตัวกับแบบบ้านได้อย่างดี

ความพิเศษของแบบบ้านทุกหลังในโครงการนี้ จะมีการดีไซน์พื้นทางลาด ไว้สำหรับครอบครัวที่มีญาติผู้ใหญ่ที่จะต้องนั่งรถวีลแชร์ หรือมีลูกเล็กนั่งรถเข็นเด็ก ให้สามารถพารถเข็นต่างๆ เข้าบ้านได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

พร้อมทั้งมีพื้นที่สวนด้านข้างบ้าน ให้ไว้จัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นกันภายในครอบครัว หรือจะปูสนามหญ้า จัดสวนปลูกต้นไม้เพิ่มสีเขียวให้กับบ้าน ก็ทำให้บรรยากาศรอบบ้านมีชีวิตชีวาได้มากเลยล่ะค่ะ

เมื่อเปิดประตูเข้ามาด้านในบ้าน จะถูกต้อนรับด้วยพื้นที่ส่วนแรกที่เป็นโถงเพดานสูงแบบ Double Volume ซึ่งจะสูงประมาณ 6.8 ม. อีกทั้งยังออกแบบให้มีช่องแสงบานสูงแบบ Oversize ให้ได้รับแสงธรรมชาติลอดส่องเข้ามาในบ้านได้อย่างทั่วถึงกัน ทำให้บ้านดูสว่างและโปร่งโล่ง อยู่สบายมากทีเดียว

โซนแรกนี้จะเป็นพื้นที่ของมุมนั่งเล่นไว้สำหรับรองรับแขกที่มาเป็นกลุ่มเพื่อน หรือญาติๆ ที่มาเยี่ยมบ้าน ด้วยชุดโซฟาขนาดใหญ่ 5-6 ที่นั่ง พร้อมกับมีโต๊ะกลางและโต๊ะเล็กๆ ด้านข้างอีก 1 ตัวจัดวางได้อย่างพอดี ตรงข้ามมีพื้นที่ให้ตั้งชั้นวางสำหรับวางทีวีแบบตั้งโต๊ะหรือจะติดตั้งแบบแขวนได้ทั้งหมด ซึ่งแต่ละครอบครัวสามารถที่จะออกแบบการใช้งานได้ตามความต้องการ

มุมนั่งเล่นนี้จะเชื่อมต่อกับพื้นที่ด้านในที่เป็นส่วนของพื้นที่นั่งเล่นอีกจุด พร้อมกับออกแบบกั้นพื้นที่เป็นสัดส่วนให้ดูเป็นไอเดีย เพื่อที่จะอยากแบ่งฟังก์ชันต่างๆ ให้ใช้งานได้อย่างสะดวกสบายชัดเจนยิ่งขึ้น หากเป็นบ้านมาตรฐานส่งมอบจะได้เป็นพื้นที่เปิดโล่ง ฟังก์ชันของชั้นล่างจะใช้งานเชื่อมต่อเนื่องกันได้อย่างกว้างๆ ซึ่งก็มีข้อดีในการตกแต่งบ้านได้อย่างยืดหยุ่น สร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่

มุมด้านในถัดเข้ามาจากมุมนั่งเล่นโซนด้านหน้า ตรงนี้ทางบ้านตัวอย่างได้ออกแบบทำเป็นพื้นที่พักผ่อนที่ได้ความเป็นกันเองมากขึ้น เหมาะสำหรับให้สมาชิกในครอบครัวหรือญาติสนิทไว้นั่งคุยเล่น ทำกิจกรรมร่วมกันภายในบ้าน ในส่วนของความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานของทั้ง 3 ชั้น จะสูงประมาณ 3 ม. สำหรับพื้นของชั้นล่างนี้จะปูด้วยพื้นกระเบื้อง Cotto Italia ลายหินธรรมชาติ ที่ให้ความลงตัวในสไตล์เรียบหรูเป็นอย่างมาก

เดินมาฝั่งด้านข้างบ้านใกล้กับมุมนั่งเล่น โซนนี้จะเป็นตำแหน่งของห้องนอนชั้นล่าง ที่มีขนาดกว้างพอที่จะวางเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้งได้แบบครบเซต ส่วนบ้านตัวอย่างได้ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันใช้งานเป็นห้องอเนกประสงค์ จัดวางเป็นมุมนั่งดูหนังฟังเพลงในแบบส่วนตัว หรือจะรองรับให้เป็นห้องรับแขกแบบ Exclusive ไว้นั่งคุยธุรกิจกันได้อย่างสบายๆ ภายในห้องจะมีทั้งช่องหน้าต่างและประตูกระจกบานสไลด์ เปิดรับแสงธรรมชาติได้ทั้งสองทิศทาง ช่วยให้ห้องมีความสว่างและบรรยากาศที่ผ่อนคลาย

พร้อมทั้งมีห้องน้ำในตัวที่ออกแบบพื้นให้ไม่มีธรณีประตู ราบเรียบเสมอกันไปกับพื้นห้อง ซึ่งหากครอบครัวไหนมีสมาชิกหลาย Generation ก็เหมาะที่จะให้ห้องนี้ทำเป็นห้องนอนของผู้สูงวัยให้พักอาศัยได้สะดวกสบาย สามารถที่จะเดินเข้าไปใช้งานหรือจะเข็นรถวีลแชร์เข้าไปในห้องน้ำได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น

ด้านในของห้องน้ำส่วนตัวจะมีพื้นที่กว้าง พื้นในห้องน้ำจะไม่ได้ทำพื้นต่างระดับ เพื่อป้องกันการสะดุดและรองรับรถวีลแชร์เข็นเข้ามาใช้งานได้ พร้อมติดตั้งสุขภัณฑ์ครบชุด มีทั้งอ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ และชุดฝักบัว ด้านข้างโถสุขภัณฑ์และตรงฝักบัวได้ติดตั้งราวจับ ทั้งยังมีช่องต่างมาให้เปิดระบายถ่ายเทอากาศได้ทุกเมื่อ

เมื่อออกมาจากห้องนอนชั้นล่าง ฝั่งตรงข้ามยังมีพื้นที่ให้ใช้สอยได้อีกกว้าง โดยจะแบ่งให้มีฟังก์ชันของพื้นที่รับประทานอาหารที่เชื่อมต่อกับมุม Pantry ซึ่งบริเวณเดียวกันนี้จะมีห้องเก็บรองเท้าและห้องน้ำส่วนกลางอยู่ตรงประตูทางเข้าบ้านอีก 1 จุด ส่วนห้องครัวจะอยู่ติดกับพื้นที่รับประทานอาหาร ด้านในห้องครัวจะมีประตูที่เปิดเชื่อมไปยังห้องแม่บ้านและพื้นที่ซักรีดในร่ม

พื้นที่ส่วนแรกโซนอีกฝั่งของบ้าน ตรงนี้จะมีประตูทางเข้าอีกจุด ซึ่งเมื่อเปิดออกไปจะเชื่อมต่อกับพื้นที่ลานจอดรถที่อยู่ด้านนอก ในพื้นที่เดียวกันนี้จะมีห้องน้ำส่วนกลางและมีห้องเก็บรองเท้ามาให้ด้วย

ห้องน้ำส่วนกลางของชั้นล่าง จะออกแบบให้มีการใช้งานรูปแบบ Powder Room ที่ใช้งานได้เฉพาะโซนแห้ง ภายในติดตั้งอ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์ พร้อมติดตั้งกระจกเงาขนาดใหญ่ให้เรียบร้อย เสริมให้ห้องน้ำดูกว้าง สะดวกต่อการใช้งานทั้งแขกที่มาเยี่ยมและสมาชิกในบ้าน

ติดกันกับห้องน้ำส่วนกลาง จะมีห้องเก็บรองเท้าที่มีขนาดกำลังดี สามารถ Built-in ชั้นวางได้เต็มผนังทั้งสามฝั่งสูงจนถึงฝ้าเพดาน ทำให้มีพื้นที่เก็บรองเท้าได้อย่างจุใจ อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับประตูทางเข้า เมื่อเวลาที่จะออกจากบ้าน ก็สามารถที่จะมาหยิบรองเท้าตรงมุมนี้ใช้งานต่อเนื่องกันได้อย่างลงตัว

จากบริเวณประตูทางเข้าบ้าน (ฝั่งพื้นที่ลานจอดรถ) เดินเข้ามาด้านในจะเชื่อมต่อกับพื้นที่รับประทานอาหาร ซึ่งอยู่ใกล้กับมุมนั่งเล่น ที่สามารถจัดวางโต๊ะยาวพร้อมกับเก้าอี้ชุดใหญ่ได้ 8-10 ที่นั่งอย่างหลวมๆ ให้เหลือพื้นที่โดยรอบเป็นทางเดินได้กว้าง ทั้งยังมีช่องแสงให้ขนาดใหญ่ เพื่อเปิดรับแสงสว่างจากฝั่งหน้าบ้าน


อีกทั้งยังมีพื้นที่เพียงพอให้ทำเป็นมุม Pantry ที่ Built-in เคาน์เตอร์พร้อมกับตู้เก็บของได้เต็มผนังหนึ่งฝั่ง จะติดตั้งเตาไฟฟ้าเพิ่มเติมได้ หากอยากจะทำอาหารง่ายๆ ในบริเวณนี้ ขณะเดียวกันก็ยังมีพื้นที่เหลือ ให้จัดวางโต๊ะนั่งทานอาหารแบบส่วนตัว 3-4 คนได้อีก ถือว่ามีพื้นที่ให้สอยได้เยอะพอสมควรเลยค่ะสำหรับโซนนี้

สำหรับห้องครัวของบ้านตัวอย่างหลังนี้มีขนาดใหญ่ ตำแหน่งจะอยู่ใกล้กับพื้นที่รับประทานอาหาร มาในรูปแบบครัวปิดอีกด้วย คือสามารถทำอาหารได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะต้ม ผัด แกง ทอดได้ทั้งหมดอย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลว่ากลิ่นจะไปรบกวนโซนด้านในบ้าน ซึ่งด้านในห้องครัวนี้มีพื้นที่ให้จัดวางเคาน์เตอร์ครัวและตู้ลอยด้านบนได้ทั้งสามฝั่ง พร้อมทั้งแบ่งพื้นที่ให้วางตู้เย็นขนาดใหญ่สองบานประตูได้แบบพอดี ทั้งยังมีช่องหน้าต่างแบบบานเลื่อน ซึ่งเปิดระบายถ่ายเทกลิ่นและควันต่างๆ ให้ออกทางหลังบ้านได้อย่างสะดวก


ในห้องครัวจะมีประตูที่เปิดออกมาเชื่อมต่อกับพื้นที่ซักรีดในร่ม ซึ่งจะอยู่ด้านข้างบ้าน มีพื้นที่ให้วางเครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้าได้ และบริเวณเดียวกันนี้จะมี 2 ห้องแม่บ้านพร้อมกับมีห้องน้ำให้ใช้ได้อย่างส่วนตัว

กลับเข้ามาในบ้านอีกครั้ง คราวนี้จะพาไปดูชั้น 2 กันบ้าง แต่ก่อนจะขึ้นไป เรามาดูตรงโถงกลางบ้านจะมีลิฟต์ที่ติดตั้งพร้อมใช้มาให้ สามารถรองรับน้ำหนักได้ 260 กก. มาอำนวยความสะดวกให้กับผู้พักอาศัยทุกช่วงวัยให้ขึ้น-ลงได้สบาย ในส่วนของด้านข้างจะมีโถงบันไดให้เป็นทางเลือกในการเดินขึ้น-ลงได้ สำหรับด้านข้างอีกฝั่งจะเป็นตำแหน่งของห้องเก็บของ ที่สามารถเก็บของใช้ต่างๆ ได้เยอะ เพราะด้านในมีขนาดค่อนข้างกว้างค่ะ

โถงบันไดจะมีโครงสร้างรูปแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก ที่ให้ทั้งความแข็งแรง การเดินขึ้น-ลงจะเก็บเสียงได้ดี ปูลูกนอนลูกตั้งด้วยวัสดุไม้สักทาสีโทนเข้ม ส่วนราวจับจะเป็นไม้แดง ซึ่งติดตั้งให้ตลอดแนว เพื่อความปลอดภัยในการเดินขึ้น-ลงของคนในบ้าน รวมถึงบริเวณทุกๆ ชานพักบันได จะมีช่องแสงบานสูงติดตั้งให้ เพื่อให้โถงบันไดมีแสงสว่างเพียงพอในช่วงเวลากลางวัน และเป็นการช่วยเสริมให้ให้บ้านดูโปร่งโล่งได้ยิ่งขึ้นในทุกๆ ส่วนพื้นที่การใช้งาน

ขึ้นมาชั้น 2 จะได้ความรู้สึกโล่งสบายด้วยดีไซน์ที่เป็นโถงเพดาน Double Volume ที่เชื่อมต่อระหว่างชั้น 1 และชั้น 2 ซึ่งพื้นที่ส่วนนี้ที่เป็นมุม Family Area ได้ประโยชน์ในเรื่องของการได้รับแสงธรรมชาติเข้าสู่ภายในได้เต็มที่ พร้อมกับมองเห็นวิวด้านนอกแบบเปิดกว้างด้วยช่องแสงของมุมโถงเพดานสูง สำหรับพื้นของชั้น 2 จะปูด้วยวัสดุปาร์เก้ไม้สัก สีเข้ม นอกจากจะมีบรรยากาศที่ผ่อนคลายแล้ว ยังรู้สึกถึงความเป็นโฮมมี่ ชวนน่าพักผ่อนเป็นอย่างมาก

มุม Family Area สามารถที่จะออกแบบการใช้งานได้อย่างหลากหลายตามการอยู่อาศัย ส่วนบ้านตัวอย่างได้จัดวางชุดโซฟาขนาดใหญ่ 4-5 ที่นั่ง พร้อมกับตั้งชั้นวางและติดตั้งทีวีให้เป็นมุมดูหนังส่วนตัว หรือไว้พบปะพูดคุยเล่นกันตามประสาคนในครอบครัวก่อนแยกย้ายกันเข้านอน ทั้งยังมีพื้นที่กว้างพอที่จะแบ่งให้เป็นมุมนั่งอ่านหนังสือ นั่งทำงานให้ใช้งานร่วมกันได้

จากมุม Family Area เมื่อมองลงไปจะเห็นมุมนั่งเล่นที่อยู่ชั้นล่างได้พอดี ถึงแม้ว่าบ้านจะใหญ่ แต่การเชื่อมปฏิสัมพันธ์กับคนในครอบครัวยังมีความแนบแน่น เพราะจะมีมุมที่สามารถทักทาย พูดคุยกันได้ตลอดทุกเมื่อที่ต้องการ

ในส่วนฝั่งตรงข้ามมุม Family Area จะเป็นตำแหน่งของลิฟต์และโถงบันได ขณะเดียวกันจากจุดที่ยืนอยู่ตรงนี้ ด้านหน้าจะเป็นทางเดินที่เชื่อมกับฟังก์ชัน Outdoor Living Area และ Grand Suite Master Bedroom

ระหว่างที่จะเดินเข้ามาใน Grand Suite Master Bedroom เราจะเจอกับพื้นที่ Outdoor Living Area หรือเป็นพื้นที่ระเบียงกว้างๆ ซึ่งจะอยู่ติดกับมุม Family Area โดยบริเวณนี้สามารถที่จะใช้สอยด้วยการวางชุดโต๊ะและเก้าอี้ได้กำลังเหมาะที่จะทำเป็นฟังก์ชันของมุมนั่งเล่นรับลมยามเย็นแบบกลางแจ้ง ให้ได้เปลี่ยนบรรยากาศในการพักอาศัยจากด้านในมานอกบ้านบ้าง ทำให้การอยู่บ้านไม่น่าเบื่อจนเกินไปในการที่มีมุมให้ใช้ชีวิตพักผ่อนได้หลากหลายจุดอย่างเป็นส่วนตัว

Grand Suite Master Bedroom ห้องนอนไฮไลต์ของบ้านตัวอย่างหลังนี้ มีความพิเศษตรงที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอยกว้างถึงขนาดสามารถเพิ่มฟังก์ชันของมุมนั่งเล่นขนาดใหญ่ภายในห้องได้เลยนะคะ อย่างมุมนั่งเล่นตรงนี้ จัดวางโซฟา 4-5 ที่นั่งพร้อมกับโต๊ะกลางได้อย่างหลวมๆ พร้อมทั้งมีช่องแสงขนาดใหญ่ทั้งฝั่งด้านหน้าและด้านข้าง มองดูวิวได้กว้าง เพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับห้องนอนได้อย่างดี

สำหรับมุมพักผ่อนตรงโซนนี้มีพื้นที่ให้วางเตียงนอนขนาด 5-6 ฟุต ตรงข้ามติดตั้งทีวีนอนดูซีรีส์ได้สบาย ซึ่งมุมนี้จะอยู่ใกล้กับประตูกระจกบานสไลด์ ที่เปิดออกไปจะเจอกับระเบียงส่วนตัวฝั่งหน้าบ้าน สามารถออกไปยืดเส้นยืดสายรับแสงแดดยามเช้า หรือจะทำเป็นสวนลอยฟัาเล็กๆ ปลูกต้นไม้ที่ชอบก็ได้เช่นเดียวกัน รวมถึงบริเวณพื้นที่ปลายเตียงจะมีอีกหนึ่งประตูกระจกบานสไลด์ ซึ่งถ้าเลื่อนเปิดจะไปเชื่อมต่อกับมุม Outdoor Living Area ได้อีกด้วยค่ะ

ฝั่งด้านหลังใกล้กับมุมนั่งเล่น จะมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างให้ใช้สอยเพิ่มเป็นส่วนของมุม Walk-in Close


มุม Walk-in Close มีพื้นที่ให้ใช้งานได้เยอะ ทั้งยังสามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่กั้นพื้นที่เป็นสัดส่วนได้แบบนี้เลย อีกทั้งตรงกลางยังสามารถวางตู้ Island เก็บเครื่องประดับสำหรับใช้ในการแต่งตัวเพิ่มได้อีก พร้อมกับมีพื้นที่แบ่งให้ทำเป็นมุมโต๊ะเครื่องแป้งใช้งานสองคนพร้อมกันได้ลงตัว


ภายในห้องจะมีห้องน้ำให้ใช้ได้อย่างเป็นส่วนตัว ซึ่งจะอยู่เชื่อมกับมุม Walk-in Close ให้สามารถเดินไปใช้งานต่อเนื่องได้อย่างสะดวกมากๆ ซึ่งด้านในมีขนาดค่อนข้างกว้าง ออกแบบการจัดวางฟังก์ชันโซนแห้งและโซนเปียกให้แยกออกจากกันชัดเจนเป็นส่วนๆ ทั้งยังติดตั้งสุขภัณฑ์มาให้ครบ เพิ่มเติมโดยมีอ่างล้างหน้ารูปแบบ His&Her มีอ่างอาบน้ำสำหรับ 2 คน และติดตั้งหน้าต่างบานกระทุ้งเรียงกัน 6 ช่องแสง ห้องน้ำจึงดูโล่งโปร่ง มีความสว่างใช้งานได้อย่างสบายใจ

ฝั่งตรงข้าม Grand Suite Master Bedroom เป็นตำแหน่งของห้องนอนที่ 2

สำหรับห้องนอนที่ 2 หรือจะเรียกว่าเป็น Master Bedroom ได้อีกห้องเลยนะคะ เพราะภายในห้องจะมีพื้นที่ขนาดค่อนข้างกว้าง แปลนห้องเป็นลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้าเชื่อมจากฝั่งด้านหน้าไปถึงด้านหลังบ้าน ทำให้ด้านในมีช่องแสงมาให้ทั้งสามฝั่ง ซึ่งจะติดตั้งทั้งในส่วนพื้นที่ใช้งานในห้องนอน และห้องน้ำส่วนตัว ด้วยความที่มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง ห้องนี้จึงสามารถแบ่งฟังก์ชันการใช้งานได้ครบในการพักอาศัย แต่ละฟังก์ชันก็จะมีพื้นที่ให้สอยได้เยอะอีกด้วยค่ะ

โซนพักผ่อน มีพื้นที่เพียงพอที่จะวางเตียงนอนขนาด 5-6 ฟุต พร้อมกับวางโต๊ะเล็กๆ ตรงหัวเตียงได้ทั้งสองฝั่ง บริเวณปลายเตียงยังมีพื้นที่ให้วางเก้าอี้นั่งเล่น ชั้นวาง และติดตั้งทีวีได้ครบ ลงตัวในการใช้ชีวิตพักผ่อนไม่ว่าจะนอนดูหนัง นั่งอ่านหนังสือ เช็กข่าวสารตอนเช้าก่อนไปทำงาน ส่วนมุมด้านข้างเตียงนอนยังเหลือพื้นที่ให้เพิ่มการใช้งานฟังก์ชันอื่นๆ ได้อีก อย่างบ้านตัวอย่างได้ตกแต่งเป็นมุมนั่งทำงานริมหน้าต่างให้ดูเป็นไอเดียค่ะ

ส่วนฝั่งด้านหลัง จะให้เป็นพื้นที่ของ Walk-in Close ที่เชื่อมต่อกับห้องน้ำในตัว ซึ่งมุมนี้มีขนาดกำลังดีที่จะ Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่จัดเต็มได้ทั้งสองฝั่ง ทำให้มีพื้นที่เก็บเสื้อผ้าได้เยอะ มีมุมแต่งตัวกว้างขวาง พักอาศัยคนเดียวอยู่ได้อย่างสบายเลยค่ะ


ด้านในของห้องน้ำส่วนตัว มีฟังก์ชันการใช้งานที่ครบทั้งโซนแห้งและโซนเปียก จะมีเพิ่มเติมในส่วนของฟังก์ชันอ่างอาบน้ำที่ติดตั้งมาให้ สามารถนั่งแช่น้ำผ่อนคลายได้อย่างเป็นส่วนตัวสบายๆ ทั้งยังมีช่องหน้าต่างที่เปิดรับลมระบายอากาศได้ดี พร้อมกับรับแสงสว่างเข้ามาในห้องน้ำให้ดูโปร่ง จะอาบน้ำนานแค่ไหนก็ไม่อึดอัด

เดินขึ้นบันไดมาชั้น 3 กันบ้าง ส่วนแรกจะเจอกับพื้นที่อเนกประสงค์ แอดมินชอบมุมนี้มากๆ เพราะเป็นพื้นที่ให้ใช้งานได้อย่างอิสระ อย่างบ้านตัวอย่างได้ออกแบบเป็นมุมนั่งทำงาน หรือทำการบ้านสำหรับเด็กๆ ให้ดูเป็นไอเดีย โดยการ Built-in ชั้นวางและทำเป็นโต๊ะให้นั่งใช้งาน 2 คนได้กำลังดี

จากพื้นที่อเนกประสงค์ จะมีทางเดินที่เชื่อมต่อไปยัง 2 ห้องนอนรอง ระหว่างตรงโถงทางเดินได้ติดตั้งช่องแสงขนาดใหญ่ ในช่วงเวลากลางวัน บริเวณนี้จะมีความสว่างเต็มทีไม่ต้องเปิดไฟก็ได้ค่ะ เป็นการช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าไปได้ในตัว ส่วนพื้นของชั้น 3 นี้จะปูด้วยวัสดุปาร์เก้ไม้สัก สีเข้มเช่นเดียวกับชั้น 2

ห้องนอนที่ 3 ถือว่ามีพื้นที่ขนาดค่อนข้างกว้างเช่นเดียวกัน จัดสรรฟังก์ชันต่างๆ ได้ครบ อย่างมุมแรกที่ติดกับประตูทางเข้าจะเป็นโซนของมุมแต่งตัวที่ออกแบบด้วยการวางตู้เสื้อผ้ากั้นพื้นที่เป็นสัดส่วน พร้อมกับให้มีมุมโต๊ะเครื่องแป้งใช้งานได้แบบครบเซต

มุมแต่งตัวจะอยู่ติดกับห้องน้ำส่วนตัวภายในห้อง ซึ่งสะดวกมาก หากอาบน้ำเสร็จสามารถเดินออกมาแต่งตัวได้ในทันที


ห้องน้ำในห้องนอนที่ 3 จะได้บรรยากาศที่แตกต่างจากห้องน้ำอื่นๆ ด้วยการปูผนังด้วยกระเบื้องโทนสีสว่าง ทำให้ห้องน้ำดูกว้างยิ่งขึ้น ภายในมีสุขภัณฑ์ติดตั้งให้ครบพร้อมใช้ โดยแบ่งให้โซนแห้งและโซนเปียกอยู่คนละฝั่ง แยกการใช้งานอย่างเป็นสัดส่วน ทั้งยังทำชั้นวางและติดตั้งช่องหน้าต่างมาให้บริเวณโซนเปียก

ด้านในห้องจะเป็นพื้นที่พักผ่อนกว้างๆ สามารถวางเตียงนอนขนาด 5-6 ฟุต และมีพื้นที่ให้วางเก้าอี้ตรงบริวณปลายเตียง เพิ่มให้เป็นมุมนั่งพักผ่อนได้อีกจุด ตรงหัวเตียงวางพวกโต๊ะลิ้นชันเล็กๆ เลือกดีไซน์ที่ชอบได้เลย ไว้สำหรับวางโคมไฟ หรือเป็นที่ตั้ง Smart Phone ให้หยิบจับได้ง่าย ฝั่งตรงข้ามเตียงนอนยังสามารถ Built-in ชั้นวางได้เต็มผนังพร้อมกับติดตั้งทีวี เติมเต็มการใช้ชีวิตพักผ่อนส่วนตัวในบรรยากาศการมองเห็นวิวที่ผ่อนคลายเปิดรับแสงธรรมชาติจากภายนอก ทำให้ห้องสว่างน่าอยู่อาศัย

ห้องนอนที่ 4 อยู่ฝั่งด้านหลัง ตรงข้ามกับห้องนอนที่ 3 แปลนห้องจะเป็นลักษณะหน้ากว้าง ไม่ลึก การวางฟังก์ชันต่างๆ จะอยู่สองฝั่งทั้งด้านซ้ายและขวาของห้อง โดยมุมพักผ่อนมีขนาดความกว้างของพื้นที่เพียงพอเหมาะที่จะวางเตียง 5-6 ฟุต ติดตั้งทีวีและชั้นวางได้ลงตัว ด้านข้างเตียงนอนมีช่องหน้าต่างมาให้เป็นแบบบานสูง 2 จุด เปิดรับลม รับแสงสว่างจากฝั่งด้านข้างบ้าน
ส่วนด้านข้างอีกฝั่งของห้องยังมีพื้นที่เหลือตกแต่งเพิ่มทำเป็นมุม Walk-in Close ออกแบบตู้เสื้อผ้าใช้งานได้ขนาดใหญ่ พร้อมกับมีมุมให้วางโต๊ะไว้สำหรับนั่งทำการบ้านได้ ซึ่งฝั่งนี้จะมีการใช้งานที่เชื่อมไปยังห้องน้ำส่วนตัว
ด้านในห้องน้ำจะมีฟังก์ชันการใช้งานครบ แบ่งพื้นที่โซนแห้งและโซนเปียกให้เรียบร้อย ติดตั้งสุขภัณฑ์ให้ครบตามมาตรฐาน พร้อมทั้งโดดเด่นด้วยผนังที่ปูด้วยกระเบื้องลายหินที่มีความเท่ ชิคๆ ใครชอบความเป็นเอกลักษณ์ น่าจะถูกใจห้องนี้ค่ะ
แบบบ้าน BETHESDA

บ้านตัวอย่างหลังถัดมา จะเป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้น แบบบ้านขนาดใหญ่สุดของโครงการ สร้างอยู่บนที่ดินขนาดเริ่มต้น 131. 6 ตร.ว. ภายในบ้านจะมีพื้นที่ใช้สอย 776 ตร.ม. ฟังก์ชันให้มาแบบจัดเต็มเยอะจุใจ ด้วย 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 5 ที่จอดรถ มีลิฟต์ส่วนตัวติดตั้งมาให้ พร้อมทั้งยังมี Common Area ขนาดใหญ่ ที่สามารถแบ่งพื้นที่มุมใช้งานต่างๆ ได้เพียงพอกับสมาชิกในบ้าน ซึ่งมีตั้งแต่ 2 ส่วนรับแขก 2 ส่วนพักผ่อนด้านบน 2 Outdoor Living Area กว้างๆ ห้องพระ 1 ส่วนรับประทานอาหาร 1 ห้องครัวขนาดใหญ่รูปแบบครัวปิด มาพร้อมกับ 2 ห้องแม่บ้านและพื้นที่ซักรีดในร่ม

ชั้น 1 : เริ่มต้นด้วยด้านหน้าบ้านมีพื้นที่ลานจอดรถ ที่จอดได้มากถึง 5 คัน เรียงแถวเป็นหน้ากระดาน ด้านในบ้านมีพื้นที่ใช้สอยกว้างลักษณะ Open Plan ที่ง่ายต่อการตกแต่งบ้านและจัดวางเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ซึ่งมุมแรกที่ติดกับประตูทางเข้าหลักของบ้าน จะเป็นโซนของ 2 มุมนั่งเล่นที่เชื่อมต่อกัน มุมนี้จะอยู่ใกล้กับโถงบันได ลิฟต์ และห้องเก็บของ ด้านข้างบ้านจะเป็นตำแหน่งของห้องนอนชั้นล่าง ส่วนมุมรับประทานอาหารจะมีพื้นที่ขนาดใหญ่ อยู่ตรงโถงกลางบ้าน ใช้งานร่วมกันกับมุม Pantry ติดกันจะเป็นฟังก์ชันของห้องครัว ซึ่งห้องครัวจะมีประตูที่เปิดออกไปเชื่อมกับพื้นที่ซักรีดและ 2 ห้องแม่บ้านที่มีห้องน้ำให้ใช้ได้อย่างสะดวก
ชั้น 2 : เป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวที่แบ่งให้มี 2 ห้องนอน อยู่ด้านข้างบ้านทั้งสองฝั่ง โดยตรงกลางจะเชื่อมด้วยมุม Family Area สำหรับ Grand Suite Master Bedroom มีขนาดใหญ่มาก รองรับฟังก์ชันได้เยอะ มีมุมระเบียงกว้างๆ ให้ใช้งานเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ได้อย่างเป็นส่วนตัว
ชั้น 3 : จะเป็นส่วนของพื้นที่ห้องนอนที่ 2 และ 4 ภายในห้องจะมีห้องน้ำส่วนตัวมาให้เรียบร้อย พร้อมทั้งแบ่งพื้นที่ให้มีฟังก์ชันของห้องอเนกประสงค์ มีระเบียงกว้างอีกจุดของบ้าน ทั้งยังมีพื้นที่สำหรับทำเป็นมุมวางหิ้งพระอย่างลงตัว

บ้านเดี่ยวหลังนี้มีขนาดใหญ่ จึงออกแบบด้านหน้าให้มีฟังก์ชันพื้นที่ลานจอดรถ ที่สามารถจอดได้มากถึง 5 คัน ในส่วนของโครงสร้างจะเป็นรูปแบบ Slab on beam เฉพาะพื้นที่อยู่ในร่ม ปูด้วยวัสดุคอนกรีตพิมพ์ลาย และลงเสาเข็มให้บริเวณสุดชายคาบ้าน พร้อมทั้งยังดีไซน์ให้มีพื้นทางลาดตรงบริเวณประตูทางเข้าบ้านฝั่งพื้นที่ลานจอดรถ เพื่อตอบโจทย์ครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกพักอาศัยกันหลายช่วงวัย อีกทั้งยังมีห้องเก็บของและติดตั้งจุดรองรับ EV Charger ให้ 2 จุด

ประตูทางเข้า-ออกหลักของแบบบ้านนี้จะอยู่ด้านหน้า สามารถเดินเชื่อมมาจากพื้นที่ลานจอดรถได้แบบไม่เปียกฝน ไม่โดนแดด เพราะว่ามีหลังคาปกคลุมเป็นโถงเพดานสูงอย่างโดดเด่น สมกับเป็นบ้านระดับ Super Luxury ประตูจะเป็นแบบบานเปิดคู่มีขนาดใหญ่เช่นเดียวกัน วัสดุจะเป็นไม้สักทั้งบ้าน พร้อมทั้งติดตั้ง Digital Door Lock เพิ่มความปลอดภัยให้กับทุกคนในครอบครัว

สำหรับบ้านตัวอย่างจะมีพื้นที่สวนด้านข้าง ออกแบบให้เป็นมุมนั่งพักผ่อนใกล้ชิดธรรมชาติแบบ Sunken Seat ให้ดูเป็นไอเดีย หรือจะปลูกต้นไม้ ปูสนามหญ้าทำสวนในแบบที่ชอบได้ทั้งหมด ในส่วนของบ้านมาตรฐานส่งมอบแต่ละหลังจะมีพื้นที่แปลงที่ดินไม่เท่ากัน พื้นที่สวนที่ได้ก็จะมีขนาดแตกต่างกัน ซึ่งแต่ละครอบครัวสามารถที่จะเลือกบ้านให้ตอบโจทย์กับความต้องการในการใช้ชีวิตส่วนตัว และครีเอทมุมพักผ่อนได้อย่างเต็มที่

จากประตูทางเข้าหลัก เปิดเข้ามาจะเจอกับโถงเพดานสูง Double Volume ประมาณ 6.8 ม.เป็นอันดับแรก ซึ่งเป็นการต้อนรับแขกที่มาเยี่ยมมาบ้านได้อย่างน่าภาคภูมิใจ เมื่อมีเพดานที่สูงโล่งกว้างแบบนี้ ก็สามารถที่จะติดตั้ง Chandelier ดีไซน์ที่เข้ากับงานออกแบบตกแต่งภายใน เสริมให้บ้านดูหรูหราได้มากขึ้นยิ่งไปอีก

ตรงมุมโถงเพดานสูง สามารถที่จะทำเป็นพื้นที่นั่งเล่นหรือมุมรับแขกได้ขนาดค่อนข้างใหญ่ จัดวางโซฟายาวและเก้าอี้นั่งเดี่ยวโดยรวมประมาณ 6-7 ที่นั่งได้พอดี พร้อมกับมีพื้นที่ให้วางโต๊ะกลาง ตู้เก็บของที่สามารถวางทีวีได้ ประดับประดาด้วยโคมไฟหลากหลายขนาด ตามมุมต่างๆ ได้ลงตัว ทั้งยังมีความโปร่งสบาย รับแสงธรรมชาติได้อย่างดี ด้วยช่องแสงรอบๆ ของโซนนี้ ทำให้บรรยากาศภายในบ้านสว่าง กว้าง โล่ง น่าอยู่อาศัย

ด้านในถัดเข้ามาเป็นพื้นที่ของมุมพักผ่อนอีก 1 จุด เชื่อมต่อกับมุมนั่งเล่นในโซนด้านหน้า มีขนาดเหมาะที่จะวางโซฟาชุดใหญ่ 4-5 ที่นั่งและโต๊ะกลาง ตรงข้ามสามารถ Built-in ชั้นวางพร้อมกับทีวี นั่งดูกันได้แบบส่วนตัว ซึ่งถ้าหากมีเพื่อนหรือแขกมาเยี่ยมเป็นกลุ่มหลายคน สามารถที่จะใช้สองพื้นที่นี้ให้เป็นมุมรองรับแขกได้ทั้งหมด ถือว่าเป็นพื้นที่ยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนได้ตามการใช้งาน

มุมพักผ่อนด้านในตรงนี้ จะอยู่ติดกับลิฟต์และโถงบันไดส่วนกลางของบ้าน ส่วนด้านข้างลิฟต์จะเป็นห้องเก็บของขนาดใหญ่ใช้ได้ สามารถเก็บของใช้ต่างๆ ได้เยอะ ช่วยให้บ้านดูเป็นระเบียบเรียบร้อย และใกล้กับห้องเก็บของจะเป็นตำแหน่งของห้องนอนชั้นล่าง ซึ่งอยู่โซนด้านข้างของบ้าน

ห้องนอนชั้นล่าง มีพื้นที่ใช้งานได้อย่างลงตัวและจัดวางได้ครบทุกฟังก์ชันสำหรับการอยู่อาศัย โปร่งโล่งดีมากด้วยช่องหน้าต่างและประตูกระจกบานสไลด์ขนาดใหญ่ ที่เปิดออกไปสามารถชมสวนยามเช้าได้ทุกวัน พร้อมทั้งโครงการได้ออกแบบพิเศษให้เป็นห้องนอนที่สามารถรองรับผู้สูงอายุให้อยู่ได้อย่างปลอดภัยมากขึ้นอีกด้วย ไม่ว่าจะปูด้วยพื้น Soft Floor ที่ช่วยลดแรงกระแทก ภายในห้องมีขนาดค่อนข้างกว้าง สามารถที่จะเข็นรถวีลแชร์เข้ามาได้ มีมุมให้วางเตียงนอน มุมวางเก้าอี้ไว้นั่งเล่นพักผ่อน ด้านในมีพื้นที่ให้สามารถ Built-in ชั้นวางของและทำเป็นมุมแต่งตัวใช้งานเชื่อมต่อเนื่องกันได้อย่างสะดวก


มุมแต่งตัว จะมีพื้นที่ให้ Built-in ตู้เสื้อผ้าได้ทั้งสองฝั่ง พร้อมกับแบ่งพื้นที่ให้ทำเป็นมุมโต๊ะเครื่องแป้งที่สามารถใช้งานเป็นโต๊ะนั่งทำงานไปด้วยได้พร้อมกัน

ห้องน้ำภายในห้องนอนชั้นล่าง ก็ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานของผู้สูงวัยด้วยเช่นกัน โดยจะติดตั้งราวจับให้ตรงบริเวณฝักบัวและโถสุขภัณฑ์ รวมถึงไม่ได้ทำพื้นให้เป็นต่างระด้บ เพื่อที่จะลุกนั่งได้ง่าย และสามารถที่จะเข้ามาใช้งานได้อย่างปลอดภัย

ฝั่งตรงข้ามห้องนอนชั้นล่าง จะเป็นพื้นที่ใช้งานฟังก์ชันอื่นๆ อย่างพื้นที่รับประทานอาหาร มุม Pantry ติดกันจะเป็นห้องครัว และมี 2 ห้องแม่บ้านที่อยู่ในบริเวณเดียวกันกับพื้นที่ซักรีด อีกทั้งยังมีโซนของประตูทางเข้าบ้านอีกจุด ตรงนั้นจะมีห้องเก็บรองเท้าและห้องน้ำส่วนกลาง สำหรับความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานของทุกชั้นในแบบบ้านหลังนี้จะมีความสูงประมาณ 3 ม. ถือว่าเป็นความสูงกำลังดี อยู่ได้อย่างสบาย ส่วนพื้นจะปูด้วยกระเบื้อง Cotto Italia ลายหินธรรมชาติสวยงาม

นอกจากด้านหน้าจะมีประตูทางเข้าหลักแล้ว มุมด้านข้างตรงบริเวณพื้นที่ลานจอดรถจะมีประตูบานเปิดเข้าบ้านได้อีกจุด ซึ่งพื้นที่บริเวณใกล้เคียงกันนี้ จะมีห้องน้ำส่วนกลาง เมื่อกลับเข้าบ้านมาและอยากจะทำธุระส่วนตัว หรืออยากจะล้างมือล้างหน้าก่อนเข้าบ้าน สามารถเข้าไปงานในห้องน้ำได้อย่างสะดวกสบาย ส่วนอีกห้องด้านข้างจะเป็นห้องเก็บรองเท้าค่ะ

ห้องน้ำส่วนกลางชั้นล่างมีรูปแบบการใช้งานเฉพาะโซนแห้ง หรือที่เรียกว่าเป็นแบบ Powder Room มีขนาดลงตัวกับฟังก์ชันที่ให้มา ติดตั้งสุขภัณฑ์ที่เป็นอ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ และกระจกเงาแบบครบเซต พร้อมกับตกแต่งปูผนังด้วยกระเบื้องลายหินสีดำ มีความเรียบหรูและดูทันสมัยมากทีเดียว

ห้องเก็บรองเท้า ถือว่าให้มาแบบคุ้มมากๆ สามารถใช้ประโยชน์ในการเก็บรองเท้าได้เยอะ มีพื้นที่ให้ Built-in ชั้นวางและตู้ลิ้นชักได้ทั้งสามฝั่งเต็มผนัง ซึ่งน่าจะเพียงพอในการเก็บรองเท้าของสมาชิกในบ้านเลยล่ะค่ะ

ด้านในส่วนนี้จะอยู่ถัดจากมุมประตูทางเข้าตรงบริเวณพื้นที่ลานจอดรถ ซึ่งเป็นโซนของพื้นที่รับประทานอาหารที่มีขนาดกว้างมากทีเดียว แบ่งให้ใช้งานได้หลายฟังก์ชัน เริ่มจากมุมรับประทานอาหาร สามารถนำโต๊ะยาวพร้อมกับเก้าอี้มาวางได้ 9-10 ที่นั่ง เชื่อมไปยังมุม Pantry ที่มีโต๊ะ Island กั้นเป็นสัดส่วนและวางเก้าอี้เพิ่ม เป็นมุมนั่งทานอาหารได้อีกจุด ส่วนมุมอีกฝั่งยังมีพื้นที่ให้วางพวกตู้เก็บขวดไวน์ได้ด้วย
สำหรับบ้านตัวอย่างได้ปรับเปลี่ยนและก่อกำแพงเพิ่ม กั้นพื้นที่ระหว่างมุมนั่งเล่นและโซนรับประทานอาหารให้ดูเป็นไอเดีย เพื่อให้เกิดการใช้งานแต่ละส่วนมีความชัดเจนและสะดวกมากขึ้น ถ้าหากบ้านเป็นมาตรฐานส่งมอบจะได้เป็นพื้นที่เปิดโล่งทั้งหมดค่ะ

มุม Pantry จะอยู่โซนด้านหลังติดกับมุมรับประทานอาหาร ส่วนนี้มีพื้นที่ให้จัดวางเคาน์เตอร์และตู้เก็บของด้านบนได้เต็มผนังหนึ่งฝั่ง ด้านข้างจะเหลือพื้นที่ให้ทำเป็นตู้เก็บของพร้อมกับแบ่งให้มีพื้นที่สำหรับวางตู้เย็น เครื่องอบขนม ให้สามารถทำเป็นมุมประกอบอาหารง่ายๆ หรือมุมทำขนมได้ค่ะ

ใกล้กันจะมีห้องครัว ที่มีฟังก์ชันการใช้งานเชื่อมต่อทั้งมุมรับประทานอาหาร พื้นที่ซักรีดและห้องแม่บ้าน ซึ่งครัวของบ้านหลังนี้จะเป็นรูปแบบครัวปิดเช่นเดียวกัน โดยด้านในมีพื้นที่กว้างพอให้ติดตั้งเคาน์เตอร์ครัวและตู้ลอยบานปิดด้านบนเป็นรูปตัว U และมีพื้นที่ให้วางตู้เย็นขนาดใหญ่ให้สามารถใช้งานร่วมกันได้ ตรงกลางยังวางโต๊ะ Island เพิ่มได้อีก ช่วยให้มีพื้นที่การใช้งานเยอะมากขึ้น


เปิดประตูจากในห้องครัว ออกมาฝั่งด้านข้างบ้าน โซนนี้เป็นพื้นที่ซักรีดในร่มและเป็นตำแหน่งของ 2 ห้องแม่บ้าน พร้อมกับมีห้องน้ำในตัว ทางโครงการได้ออกแบบและคิดมาแล้วว่าให้ฟังก์ชันครัว พื้นที่ซักรีด และห้องแม่บ้านอยู่ใกล้กัน เพื่อให้แม่บ้านสามารถอยู่อาศัยได้อย่างสบายใจ อยากจะทำงานในครัว หรือทำงานบ้านอื่นๆ ก็เดินไปได้อย่างสะดวกไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นการรบกวนสมาชิกคนอื่นๆ ในบ้าน

เดินขึ้นบันไดไปดูชั้น 2 กันต่อ สำหรับโถงบันได มีรูปแบบโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ปิดลูกนอนลูกตั้งด้วยไม้สักทาสี ติดตั้งราวจับให้ตลอดแนวด้วยวัสดุไม้แดง และตรงชานพักจะติดตั้งช่องแสงบานสูงมาให้ เปิดรับแสงธรรมชาติให้ส่องเข้ามาภายในบ้านได้อย่างทั่วถึง

เมื่อขึ้นมาถึงชั้น 2 ตรงบริเวณโถงกลางจะเป็นพื้นที่ของมุม Family Area ขนาดค่อนข้างใหญ่ เป็นอีกหนึ่งมุมพักผ่อนส่วนตัวของสมาชิกในบ้าน โดยทางบ้านตัวอย่างได้ออกแบบให้พื้นที่ตรงนี้สามารถวางชุดโซฟา 6-7 ที่นั่งพร้อมกับโต๊ะกลางให้ใช้งานได้อย่างลงตัว ทั้งยังติดตั้งทีวีแบบแขวน นั่งดูหนังฟังเพลงเพลินๆ ได้ตลอดทั้งวัน

สำหรับพื้นที่ชั้น 2 ถ้าหากเป็นบ้านมาตรฐานส่งมอบ ในส่วนของพื้นที่ด้านข้างที่ติดกับมุม Family Area ตรงนี้จะเป็นพื้นที่ของห้องนอนที่ 3 ซึ่งจะกั้นด้วยผนังทึบพร้อมกับมีประตูบานเปิด แต่บ้านตัวอย่างได้ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันใหม่ เพื่ออยากจะออกแบบให้ดูเป็นไอเดียว่าบ้านหลังนี้สามารถที่จะต่อเติม ขยับขยายพื้นที่ให้ตอบโจทย์การใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์ ด้วยการทุบผนังทึบออก เพื่อให้เป็นพื้นที่กว้างๆ ใช้งานร่วมกัน ทำให้บรรยากาศของชั้นนี้คล้ายกับการพักอาศัยอยู่ใน Penthouse หรูๆ ได้มากทีเดียว

พื้นที่ส่วนนี้จากที่กล่าวมาข้างต้น จะเป็นโซนของห้องนอนที่ 3 อย่างบ้านตัวอย่างตกแต่งฟังก์ชันใหม่ขยายพื้นที่ให้กว้างขึ้น ทำเป็นมุมบาร์ชงเครื่องดื่ม หรือจัดเตรียมอาหารว่างง่ายๆ เพื่อสำหรับที่อยากจะเปลี่ยนบรรยากาศมาจัดปาร์ตี้เบาๆ ชั้นบนในแบบส่วนตัว
โดยมีพื้นที่กว้างเพียงพอในการจัดวางเคาน์เตอร์พร้อมกับโต๊ะ Island มุมด้านข้าง Built-in ชั้นวางของได้เต็มผนังหนึ่งฝั่ง ด้านหลังจะเป็นโซนของพื้นที่อเนกประสงค์ที่ครีเอททำเป็นมุมใช้งานต่างๆ ได้ ติดกันจะเป็นพื้นที่ของห้องน้ำ มีฟังก์ชันให้ใช้งานได้ครบทั้งโซนแห้งและโซนเปียก

จากโถงทางเดินตรงมุมนี้ ด้านหน้าจะเป็นตำแหน่งของ Grand Suite Master Bedroom ซึ่งจะอยู่ด้านข้างอีกฝั่งหนึ่งของบ้าน ส่วนพื้นของชั้น 2 จะปูด้วยวัสดุปาร์เก้ไม้สัก สีเข้ม

Grand Suite Master Bedroom กินพื้นที่ขนาดเกินครึ่งของชั้น 2 นั้นเท่ากับว่าห้องนี้มีขนาดใหญ่มากๆ แต่ละฟังก์ชันภายในห้องมีพื้นที่ให้ใช้สอยได้เยอะแบบเหลือๆ พักอาศัยกันสองคนได้อย่างสบายมาก ความพิเศษของห้องนี้จะมีโถงเพดานสูง Double Volume ประมาณ 6.8 ม. เชื่อมไปถึงชั้น 3 อยู่ในบริเวณพื้นที่อเนกประสงค์ ทั้งยังมีระเบียงที่ออกแบบมาให้กว้างมากๆ สามารถใช้สอยให้เป็นมุมพักผ่อนแบบกลางแจ้งอยู่ภายในห้องนอนซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัว

มุมแรกของ Grand Suite Master Bedroom ที่จะพาไปดู คือพื้นที่อเนกประสงค์ ตรงนี้จะเชื่อมต่อกับโถงทางเดินภายในห้องนอน บรรยากาศจะดูโปร่งโล่งมากทีเดียวด้วยเพดานสูงเชื่อมไปถึงชั้น 3 อีกทั้งด้านข้างจะมีประตูกระจกบานเปิดคู่ เมื่อเปิดออกไปจะเจอกับพื้นที่ระเบียงที่อยู่ด้านนอก ทำให้บริเวณนี้มีฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะนั่งทำงานหรืออยากนั่งพักผ่อนแบบไหน ก็สามารถที่จะเปิด-ปิดประตูเชื่อมต่อกับพื้นที่ด้านนอกได้ตามความต้องการ

จากพื้นที่อเนกประสงค์เดินออกมาด้านนอก โซนนี้จะเป็นระเบียงกว้างๆ หรือมุม Outdoor Living Area เป็นมุมที่สามารถมานั่งพักผ่อนมองเห็นวิวโครงการได้อย่างเต็มสายตา ทั้งยังมีพื้นที่กว้างที่สามารถจัดวางชุดโต๊ะและเก้าอี้ 3-4 ที่นั่งได้ลงตัว หรือจะเพิ่มฟังก์ชันรองรับในการทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ชอบได้ ไม่ว่าจะเป็นมุมออกกำลังกายเล่นโยคะ วาดรูป มุมทำงานอดิเรก หรือจะวางสนามกอล์ฟจำลอง เพื่อฝึกตีกอล์ฟคลายเครียดยามว่างเหมือนกับบ้านตัวอย่างแบบนี้ก็เป็นไอเดียที่น่าสนใจ

มุม Outdoor Living Area จะเป็นพื้นที่เปิดโล่ง โอบล้อมด้วยอาคารบ้านเป็นรูปตัว U ซึ่งจะทำให้มุมนี้ได้ความเป็นส่วนตัวอย่างดีมากๆ


กลับเข้ามาใน Grand Suite Master Bedroom ฝั่งตรงข้ามกับพื้นที่อเนกประสงค์ ด้านในนี้เป็นพื้นที่ Walk-in Closet ขนาดใหญ่ Built-in ตู้เสื้อผ้าได้แบบจัดเต็ม สามารถแบ่งฝั่งการใช้งานสำหรับสองคนได้อย่างพอดี หากใครเป็นสายแฟชั่นสบายใจได้เลยว่าจะมีพื้นที่ให้เก็บเสื้อผ้าได้เยอะจุใจเลยล่ะค่ะ


ห้องน้ำส่วนตัวภายในห้อง กว้างมากสุดๆ รองรับการใช้งานสองคนพร้อมกัน โดยจะมีอ่างล้างหน้าแบบ His&Her มีอ่างอาบน้ำสำหรับสองคน นอกจากนั้นก็ติดตั้งสุขภัณฑ์อื่นๆ มาให้ครบ รวมทั้งยังแบ่งพื้นที่ให้มีการใช้งานได้อย่างเป็นสัดส่วน พร้อมกับติดตั้งช่องหน้าต่างบานกระทุ้งมาให้ชุดใหญ่ 6 ช่องแสง รับแสงธรรมชาติ ระบายอากาศได้อย่างเต็มที่

ในส่วนของมุมพักผ่อน บรรยากาศบริเวณนี้ดูโปร่ง กว้าง และอยู่สบาย ซึ่งจะมีประตูกระจกบานสไลด์และช่องหน้าต่างติดตั้งมาให้ทั้งสองฝั่ง อีกทั้งยังสามารถที่จะจัดวางฟังก์ชันการใช้งานในมุมต่างๆ ได้ลงตัวดี

มุมพักผ่อนด้านใน มีพื้นที่ใช้สอยเยอะ ทำให้สามารถจัดวางมุมนั่งเล่นภายในห้องด้วยชุดโซฟาขนาดใหญ่ ไว้สำหรับให้นั่งผ่อนคลายอย่างเป็นส่วนตัว หรือจะชวนสมาชิกคนอื่นๆ มานั่งเล่นด้วยกันตรงนี้ก็ได้ ใกล้ๆ กันยังเหลือพื้นที่ให้จัดวางเป็นโต๊ะทำงานริมหน้าต่างเพิ่มเติมได้อีก

ฝั่งด้านหน้าออกแบบให้เป็นพื้นที่วางเตียงนอนขนาดใหญ่ พร้อมกับวางเก้าอี้โซฟาตรงปลายเตียง ไว้เปลี่ยนบรรยากาศอยากจะนั่งอ่านหนังสือ นั่งดูทีวีภายในห้อง ตรงข้ามเตียงนอนมีพื้นที่อีกกว้าง จัดสรรการใช้งานได้ตามใจ อยากจะวางชั้นทีวี ตู้เก็บของ ชั้นวางหนังสือได้ทั้งหมด ที่สำคัญมุมวางเตียงนอนจะอยู่ใกล้กับประตูกระจกบานสไลด์ เมื่อเปิดออกไปจะเชื่อมต่อกับระเบียงอีกหนึ่งจุดของบ้าน

นอกจากจะมีมุม Outdoor Living Area แล้ว ภายในห้องนอนใหญ่ ยังมีระเบียงส่วนตัวตรงนี้อีกหนึ่งมุม ซึ่งจะมีขนาดกำลังดีไม่เล็กไม่ใหญ่ ออกมายืนรับลม หรือจะปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างบรรยากาศให้ห้องดูสดชื่นยิ่งขึ้น

บนชั้น 3 เป็นพื้นที่ของห้องนอนที่ 2 และ 4 รวมทั้งยังมีพื้นที่ส่วนกลางที่เป็นห้องอเนกประสงค์ และมุม Outdoor Living Area อีกหนึ่งจุด ซึ่งตำแหน่งจะอยู่ด้านข้างบ้าน สำหรับงานพื้นของชั้นนี้จะปูด้วยวัสดุปาร์เก้ไม้สัก สีเข้มเช่นเดียวกันกับชั้น 2

จากมุมตรงทางเดิน ฝั่งด้านหน้าที่อยู่ตรงข้ามกับลิฟต์ จะมีประตูกระจกบานสไลด์กันไว้ เมื่อเปิดออกไปจะเจอกับทางเดินอีกจุดที่เชื่อมไปยังห้องอเนกประสงค์และมุม Outdoor Living Area

ห้องอเนกประสงค์บนชั้น 3 สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์ โดยทางบ้านตัวอย่างได้ตกแต่งให้เป็นห้องสำหรับออกกำลังกาย ที่สามารถวางเครื่องออกกำลังกาย มุมเสื่อโยคะ หรือจะทำเป็นห้องเต้นแอโรบิคก็ได้เหมือนกัน ห้องนี้จะโอบล้อมด้วยผนังกระจก บรรยากาศเปิดโล่งและช่วยให้ห้องดูกว้าง


ในบริเวณใกล้เคียงกันกับพื้นที่อเนกประสงค์ จะมีพื้นที่ Outdoor Living Area อยู่ด้านข้างบ้าน ทำเป็นมุมพักผ่อนกลางแจ้งนั่งรับลมได้อีกจุด เรียกได้ว่าบ้านทุกหลังของโครงการนี้จะมีระเบียงที่สามารถออกมาใช้งานได้กว้างหากเทียบกับบ้านเดี่ยวทั่วไป

กลับเข้ามาด้านใน เดินตามไปยังตรงโถงทางเดิน เราจะเห็นว่าชั้น 3 กับชั้น 2 จะมีเพดานสูงที่เชื่อมต่อกันตรงพื้นที่อเนกประสงค์ที่อยู่ใน Grand Suite Master Bedroom ซึ่งตำแหน่งนี้จะอยู่ตรงข้ามกับห้องนอนที่ 4

ห้องนอนที่ 4 อยู่ฝั่งด้านหลังเป็นห้องหน้ากว้างให้ความเป็นส่วนตัว พร้อมกับมีช่องหน้าต่างเปิดรับแสงและลมธรรมชาติจากฝั่งด้านข้าง ภายในห้องสามารถจัดวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุต ทั้งยังแบ่งพื้นที่ให้มีฟังก์ชันของมุมโต๊ะนั่งทำงานและพื้นที่ Walk-in Closet ทำเป็นมุมแต่งตัวที่อยู่ตรงข้ามกับห้องน้ำส่วนตัวภายในห้อง

ห้องน้ำภายในห้องนอนที่ 4 มีขนาดพอดีกับการใช้งานทั้งโซนแห้งและโซนเปียก โดยจะออกแบบให้โซนแห้งอยู่ใกล้กับประตูทางเข้า ส่วนโซนเปียกจะอยู่ด้านใน ทั้งติดตั้งสุขภัณฑ์ให้ครบตามมาตรฐาน และมีช่องหน้าต่างให้ตรงบริเวณโซนเปียก

โถงทางเดินบนชั้น 3 มีขนาดค่อนข้างกว้าง ถ้าอยากได้มุมพักคอยก็สามารถที่จะวางเก้าอี้ยาวเพิ่มได้ ส่วนมุมด้านหน้าของห้องนอนที่ 2 จะมีพื้นที่อเนกประสงค์อีกจุด จัดสรรให้เป็นมุมวางหิ้งพระ มุมวางงานศิลปะ หรือจะเป็นมุมชั้นวางของสะสม จัดแต่งได้อิสระในแบบที่ชอบได้เลยค่ะ

ห้องนอนที่ 2 เป็นห้องที่มีขนาดใหญ่รองจากห้อง Grand Suite Master Bedroom ด้านในสามารถวางเตียงนอนขนาด 5-6 ฟุต มีพื้นที่ให้วางโซฟาทำเป็นมุมนั่งเล่น ฝั่งตรงข้ามเตียงนอนสามารถ Built-in โต๊ะยาวที่ใช้งานได้ทั้งเป็นที่วางทีวี หรือจะนั่งทำงานไปได้ในตัว มาพร้อมกับบรรยากาศสบายๆ ที่มีแสงสว่างลอดเข้ามาภายในห้องด้วยช่องแสงขนาดใหญ่ทั้งฝั่งด้านหน้าและด้านข้างบ้าน

ในโซนด้านหลัง จะเป็นพื้นที่รองรับฟังก์ชัน Walk-in Closet ที่วางตู้เสื้อผ้าได้ทั้งสองฝั่ง จะดีไซน์เป็นตู้บานปิดหรือบานเปิดได้ทั้งหมด ส่วนตรงกลางสามารถวางตู้ Island เก็บพวกเครื่องประดับตกแต่งได้แบบครบเซน ถัดจากมุม Walk-in Closet ด้านในสุดจะเป็นห้องน้ำส่วนตัวภายในห้องนอนที่ 2


ห้องน้ำส่วนตัว มาพร้อมกับสุขภัณฑ์ที่ครบครันเช่นเดียวกันกับห้องน้ำอื่นๆ แต่ห้องนี้จะติดตั้งอ่างอาบน้ำมาให้ด้วย ทั้งแยกโซนแห้งและโซนเปียกให้อยู่กันคนละฝั่งอย่างเป็นสัดส่วน ในโซนเปียกได้มีการติดตั้งชั้นวาง สำหรับวางพวกสบู่ ยาสระผม ของใช้ต่างๆ เพื่อหยิบจับใช้งานได้ง่าย ส่วนโซนแห้งจะติดตั้งช่องหน้าต่าง เพื่อเปิดระบายถ่ายเทอากาศ ช่วยให้ห้องน้ำแห้งเร็วขึ้น
บ้านมาตรฐานและวัสดุ
ทุกแบบบ้านที่เป็นบ้านมาตรฐานส่งมอบของโครงการ Grand Bangkok Boulevard Yard Bangna จะได้บ้านเปล่าด้านในไม่ได้ตกแต่งภายใน ด้านหน้าบ้านจะมีประตูรั้วเหล็กแบบรางเลื่อนสูง 1.9 ม. พร้อมออกแบบให้มีช่องประตูบานเปิดไว้สำหรับคนเดินเท้า ประตูทางเข้า-ออกบ้าน ทั้งที่เป็นประตูตรงโถงสูงและประตูตรงบริเวณพื้นที่จอดรถจะได้เป็นประตูไม้สักทั้งบาน
ด้านในบ้านติดตั้งวัสดุคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นพื้นชั้น 1 ปูด้วยกระเบื้อง Cotto Italia ลายหินธรรมชาติ ชั้น 2 และชั้น 3 เป็นพื้นปาร์เก้ไม้สัก สีเข้ม ห้องนอนชั้นล่างปูด้วยพื้น Soft Floor สำหรับบันได ลูกนอนลูกตั้งจะเป็นไม้สักทาสี ราวจับเป็นไม้แดง

บ้านทุกหลังในโครงการจะติดตั้งนวัตกรรมล้ำสมัยทั้งบริเวณรอบบ้านและภายในบ้าน ดังนี้
- Home Automation สั่งงานผ่านแอปพลิเคชัน RueJai Home OS
- CCTV ติดตั้ง 4 จุด บริเวณพื้นที่ลานจอดรถและรอบบ้าน
- จุดรองรับ EV Charger 2 จุด ตรงพื้นที่จอดรถ
- Digital Door Lock ประตูทางเข้า-ออกหลักของบ้าน
- Active Air Quality ระบบขจัดมลพิษทางอากาศในบ้าน ติดตั้งให้ทุกชั้น
- ระบบสัญญาณกันขโมย Magnetic & Shock Sensor ติดตั้งให้ทุกชั้น พร้อมติดตั้งแผงหน้าจอแสดงผล-ควบคุมระบบสัญญาณกันขโมยรอบบ้าน
- VDO Door Phone
- Smoke & Heat Detector
- Solar-Roof ติดตั้งให้ทุกแบบบ้าน

มาพร้อมกับลิฟต์ส่วนตัวที่ติดตั้งมาให้ทุกแบบบ้านของแบรนด์ Mitsubishi รับน้ำหนักได้ไม่เกิน 260 กก.

สุขภัณฑ์ในห้องน้ำติดตั้งมาให้ครบชุดพร้อมใช้งานของแบรนด์ KASCH และ GROHE สำหรับห้องน้ำใน Grand Suite Master Bedroom และห้องนอนที่ 2 จะติดตั้งอ่างอาบน้ำ โถสุขภัณฑ์อัตโนมัติ และฉากกั้นมาให้เพิ่ม แต่จะมีอ่างล้างหน้า His & Her ที่จะให้มาเฉพาะห้องน้ำของ Grand Suite Master Bedroom
Location
โครงการ Grand Bangkok Boulevard Yard Bangna ตั้งอยู่ติดกับถนนทางคู่ขนานกาญจนาภิเษก วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ใกล้กับทางคู่ขนาน ถนนบางนา-ตราด ซึ่งเป็นถนนสายหลักเส้นใหญ่ทั้งคู่ อย่างถนนกาญจนาภิเษก สามารถใช้เส้นทางนี้วิ่งรอบนอกกรุงเทพได้อย่างสะดวก ส่วนทางคู่ขนาน ถนนบางนา-ตราด จะเป็นถนนเส้นหลักในโซนบางนา เชื่อมต่อกับถนนหลายสำคัญอย่างถนนศรีนครินทร์, ถนนกิ่งแก้ว, ถนนสุขุมวิท จะเข้า-ออกเมืองเดินทางได้ง่าย
นอกจากนั้นแล้วโครงการยังอยู่ไม่ไกลจากเส้นทางด่วนตรงถนนบางนา-ตราด จะมีจุดขึ้น-ลงทางพิเศษบูรพาวิถี ที่สามารถขับยาวตรงไปจังหวัดชลบุรี หรือจะขับเข้าใจกลางเมืองย่านธุรกิจเชื่อมไปยังทางพิเศษฉลองรัช ทางพิเศษศรีรัชได้อย่างคล่องตัวมากๆ

อย่างถนนศรีนครินทร์ จะมีเส้นรถไฟฟ้าสายสีเหลืองวิ่งพาดผ่าน ซึ่งจะมีสถานีศรีเอี่ยมอยู่ไม่ไกลจากโครงการมากนัก หากใครอยากจะเดินทางด้วยบริการขนส่งสาธารณะ ก็สามารถใช้เส้นทางรถไฟฟ้าเชื่อมต่อเข้าเมืองได้ ซึ่งเส้นรถไฟฟ้าสายสีเหลืองจะวิ่งระยะไกล ตั้งแต่สำโรงผ่านพัฒนาการและเข้าเส้นถนนลาดพร้าว จะมีจุด Interchange 3 จุด จุดแรกตรงสถานีสำโรง เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว จุดที่สองสถานีหัวหมาก เปลี่ยนสายไปใช้รถไฟฟ้า Airport Rail Link ได้ จุดที่สามอยู่ตรงสถานีลาดพร้าว เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน

รวมถึงพื้นที่โดยรอบโครงการจะรายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งสามารถที่จะรองรับการใช้ชีวิตอยู่อาศัยได้อย่างสบาย ไม่ต้องไปไหนไกล เพราะในย่านที่ตั้งโครงการมีให้ครบครัน โดยเฉพาะเรื่องจับจ่ายใช้สอยไม่ไกลจากโครงการจะมีเมกาบางนา ศูนย์รวมแหล่งไลฟ์สไตล์ขนาดใหญ่ของโซนบางนา ไม่ว่าจะไปพักผ่อนในวันหยุดหรือหาร้านอร่อยๆ ทานกัน ที่นี่มีร้านให้เลือกมากมาย อีกทั้งยังมีอีเกียอยู่ในโซนเดียวกัน จะหาของตกแต่งบ้าน ของใช้ในบ้าน ไปที่เดียวได้ของครบจบเลยค่ะ นอกจากนั้นจะมี มาร์เก็ตวิลเลจ สุวรรณภูมิ, แอท ยู พาร์ค บางนา, เซ็นทรัล พลาซ่า บางนา, อินเด็กซ์ ลิฟวิ่ง มอลล์ บางนา, บุญถาวร สาขาสุวรรณภูมิ
และที่สำคัญในโซนบางนาจะมีศูนย์การค้าและแหล่งรวมความบันเทิงทันสมัยแห่งใหม่อย่าง Bangkok Mall ซึ่งเมื่อสร้างเสร็จจะมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย อยู่ในเครือ The Mall Group ด้านในจะมีทั้งโซนห้างสรรพสินค้า พื้นที่จัดคอนเสิร์ต และมีโซนให้ทำกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย ทำเลที่ตั้งจะอยู่ฝั่งตรงข้ามศูนย์ประชุมไบเทค บางนา ซึ่งคาดการณ์ไว้ว่าจะเปิดให้บริการครบทุกโซนในปี 69

สำหรับด้านสุขภาพก็มีโรงพยาบาลที่อยู่รอบๆ โครงการในระยะที่เดินทางไปได้ง่ายเช่นเดียวกัน ซึ่งจะมีตั้งแต่โรงพยาบาลสิรินธร, โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์, โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ, โรงพยาบาลศิครินทร์ ที่สำคัญหากมีลูกหลานอยากจะพาเข้าโรงเรียนใกล้บ้าน ในย่านที่ตั้งโครงการจะมีโรงเรียนนานาชาติชื่อดังอยู่หลายแห่ง อย่างโรงเรียน VERSO International School, D-PREP International School, International Community School (ICS) , Concordian International School Bangkok เป็นต้น ซึ่งสามารถที่รับ-ส่งลูกหลานไปเรียนได้อย่างสะดวก ประหยัดเวลาในการเดินทาง ทำให้มีเวลาทำกิจกรรมอื่นๆ กับครอบครัวได้มากยิ่งขึ้น

หรือถ้าใครต้องเดินทางออกต่างจังหวัด ต่างประเทศบ่อยๆ จากที่ตั้งโครงการก็สามารถที่จะเดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิได้ไม่ยาก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 กว่านาทีก็ถึงแล้วค่ะ
การเดินทาง
พิกัดโครงการ : https://goo.gl/maps/b2p4SPi5yAXwPHsc8

การเดินทางไปโครงการ Grand Bangkok Boulevard Yard Bangna ในครั้งนี้ทางทีม Home Buyers ได้เลือกเดินทางจากเส้นทางคู่ขนาน ถนนบางนา-ตราด ฝั่งขาออก ขับตรงไปยาวๆ มุ่งหน้าไปทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งระหว่างทางจะขับผ่านห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่างเซ็นทรัล บางนา, บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ บางนา, อินเด็กซ์ ลิฟวิ่ง มอลล์ บางนา

ขับตรงไปเรื่อยๆ และให้สังเกตป้ายบอกทางไปถนนกาญจนาภิเษก จากป้ายนี้จะเจอกับทางออกไปทางถนนกาญจนาภิเษกอีก 2 กม.

เมื่อขับมาถึงป้ายถนนกาญจนาภิเษกที่บอกให้ชิดซ้าย ให้เตรียมตัวขับเบี่ยงซ้ายเพื่อออกไปยังทางคู่ขนานถนนเลนนอก

เมื่อขับออกมายังทางคู่ขนานถนนเลนนอก ให้ขับตรงไปอีกไม่ไกลจะเจอกับทางแยก โดยให้ขับไปตามป้ายบอกทางถนนอ่อนนุช เพื่อเชื่อมไปยังทางคู่ขนาน ถนนกาญจนาภิเษก

หลังจากเลี้ยวซ้ายมาแล้ว ตรงนี้จะเป็นทางคู่ขนาน ถนนกาญจนาภิเษก ให้ขับตรงไปเรื่อยๆ ประมาณเกือบ 4 กม. จะเจอที่กลับรถใต้สะพาน จุดสังเกตคือจะอยู่ใกล้กับโรงเรียนคลองปักหลัก ซึ่งรถที่จะขับไปกลับรถใต้สะพานนี้ได้ จะต้องสูงไม่เกิน 1.8 ม.

เมื่อมาถึงที่กลับรถ ให้เลี้ยวเข้าไปกลับรถใต้สะพานเพื่อไปยังอีกฝั่งของเส้นทางคู่ขนาน ถนนกาญจนาภิเษก

หลังจากขับมาตรงทางออกใต้สะพาน ให้ขับตรงไปและกลับรถอีกครั้งบนทางคู่ขนาน ถนนกาญจนาภิเษก และขับตรงไปเรื่อยๆ อีกไม่ไกลก็จะถึงโครงการ Grand Bangkok Boulevard Yard Bangna ซึ่งอยู่ฝั่งซ้ายมือ

จากตรงนี้จะเห็นป้ายบิดบอร์ดโครงการ ซึ่งด้านหน้าอีกไม่ไกลจะเจอกับทางเข้าไปยัง Main Gate จุดสังเกตด้านหน้าโครงการจะมี Skytube สีส้ม เมื่อเห็นแล้วให้เตรียมตัวชิดซ้าย เพื่อที่จะเลี้ยวเข้าโครงการค่ะ

ถึงแล้วค่ะ โครงการ Grand Bangkok Boulevard Yard Bangna โดยโครงการจะมี Main Gate ที่โดดเด่นมากๆ ในโทนสีส้มออกไปทางสี Copper หากวิ่งมาจากถนนสามารถสังเกตได้ไม่ยาก ซึ่งโครงการจะเปิดให้เข้าไปเยี่ยมชมได้ทุกวัน
Price & Promotion

Grand Bangkok Boulevard Yard Bangna โครงการบ้านเดี่ยวหรู 3 ชั้น สร้างอยู่บนที่ดินใหญ่ เริ่มต้น 115 ตร.ว. มี 2 แบบบ้านให้เลือก ตอบโจทย์ครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกหลาย Generation โดยจะมีราคาเริ่มต้นของแต่ละแบบบ้าน ดังนี้
- แบบบ้าน BELVEDERE ราคาเริ่มต้น 45.90 ล้านบาท*
- แบบบ้าน BETHESDA ราคาเริ่มต้น 55.49 ล้านบาท*
*ราคาขาย ณ เดือนกันยายน 66 โปรดสอบถามทางโครงการอีกครั้ง
สนใจลงทะเบียน รับข้อมูลเพิ่มเติม : https://shorturl.asia/KCqkO
(โปรโมชัน และส่วนลดอื่นๆ เพิ่มเติมอยู่ที่เงื่อนไขของบริษัทฯ กำหนด)
Conclusion

Design & Function : การออกแบบที่อยู่อาศัยให้มีบรรยากาศการใช้ชีวิตที่เหนือระดับ สำหรับโครงการนี้ทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยมมากๆ โดยโครงการจะได้แรงบันดาลใจจาก The Vessel, New York สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง ลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมที่ดีไซน์ล้ำสมัย มีความแวววาวด้วยสี Copper ซึ่งเป็นจุดไฮไลต์ที่ให้โครงการนี้มีความโดดเด่น เอกลักษณ์เฉพาะที่ไม่เหมือนใคร
รวมทั้งแบบบ้านทุกหลังจะเป็นรูปแบบ New Series บ้านเเดี่ยวหรูขนาดใหญ่ 3 ชั้น สไตล์ Modern Luxury ถ้ามองเผินๆ จะคล้ายกับการนำตึกอาคารทรงเหลี่ยมมาวางซ้อนกันเป็นมิติ ให้มีความเรียบหรูและทันสมัย ภายในบ้านจะเน้นออกแบบให้ดูโปร่งสบายด้วยโถงเพดานสูง Double Volume และติดตั้งช่องแสงให้ทุกมุมการใช้งาน
ซึ่งมาพร้อมฟังก์ชันที่ให้มาเยอะสุดๆ ด้วย 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 4-5 ที่จอดรถ บนที่ดินขนาดใหญ่ เริ่มต้น 115 ตร.ว. ภายในบ้านจะมีลิฟต์ส่วนตัวติดตั้งมาให้ มีพื้นที่ส่วนกลางหลากหลายมุมให้ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะระเบียงที่ให้มากว้างมากๆ ห้องนอนและห้องครัวใหญ่ มี 2 ห้องแม่บ้าน พร้อมกับพื้นที่ซักรีดในร่ม และยังติดตั้ง 7 นวัตกรรม Living Solutions เพื่อให้การพักอาศัยที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
Facility : พื้นที่ส่วนกลางของโครงการนี้มีให้ครบครัน Clubhouse จะมี 3 ชั้น ด้านในจะมีพื้นที่รองรับทำกิจกรรมสำหรับทุกช่วงวัย ความพิเศษของที่นี่ที่มีความแตกต่างจากโครงการอื่นๆ นั้นก็คือจะมีห้อง Golf Simulator มาฝึกตีวงสวิงสวยๆ และมี Sky Terrace มุมพักผ่อนที่มองเห็นวิวสูงได้อย่างเต็มสายตา ทั้งยังมีสวนส่วนกลางให้ได้ไปผ่อนคลายใกล้ชิดธรรมชาติ มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยที่เข้มข้นและทันสมัย ดูแลให้ 24 ชม.
Location : อยู่ในทำเลดี โครงการอยู่ติดถนนใหญ่อย่างทางคู่ขนาน ถนนกาญจนาภิเษก อยู่ใกล้กับถนนบางนา-ตราด และช้อปปิ้งได้สบายเพราะไม่ไกลจากเมกาบางนา ไม่ว่าจะเดินทางวิ่งรอบนอกกรุงเทพ เข้าใจกลางเมือง หรือออกต่างจังหวัด เดินทางไปได้ไม่ยาก อีกทั้งโครงการยังอยู่ใกล้กับทางพิเศษบูรพาวิถีที่เชื่อมต่อกับทางด่วนสายอื่นๆ ได้สะดวก ไม่ไกลมากนักก็ยังมีสถานีศรีเอี่ยม รถไฟฟ้าสายสีเหลืองให้เป็นทางเลือกในการเดินทางขนส่งสาธารณะได้อีกด้วย รวมถึงจากที่ตั้งโครงการสามารถเดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิโดยใช้เวลาสั้นๆ 20 กว่านาที ถึงสนามบินได้เร็วสบายใจ
โครงการนี้เหมาะกับ คนที่กำลังมองหาบ้านเดี่ยวหรูหลังใหญ่ ต้องการมีฟังก์ชันที่รองรับครอบครัวขยับขยาย มีไลฟ์สไตล์ที่ชอบความเป็นเอกลักษณ์ในบรรยากาศสังคมคุณภาพที่มียูนิตไม่เยอะ และตั้งงบไว้ประมาณ 40-60 ล้านบาท* ให้ลองมาดูโครงการ Grand Bangkok Boulevard Yard Bangna นอกจากบ้านดีไซน์สวย ภายในบ้านมีพื้นที่ใช้สอยเยอะ ที่นี่ยังเป็นโครงการที่มีนวัตกรรมทันสมัย การใช้ชีวิตจะมีความสะดวกสบาย ทั้งยังอยู่บนทำเลดี เชื่อมต่อเข้าใจกลางเมืองและหาของกินได้ง่ายมากๆ
*หมายเหตุ ภาพประกอบในบทความเป็นเพียงไอเดียการตกแต่งของบ้านตัวอย่างเท่านั้น
การคำนวณยอดผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน
ปรับรายละเอียดด้านล่างเพื่อคำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือน