รีวิวคอนโด ลุมพินีวิลล์ ประชาชื่น - พงษ์เพชร 2
Fact Sheet
| ชื่อโครงการ : | ลุมพินี วิลล์ ประชาชื่น-พงษ์เพชร 2 |
|---|---|
| บริษัท : | บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) |
| ที่ตั้ง : | ถ.ประชาชื่น (ระหว่าง ซ.ประชาชื่น 42 และ ซ.พงษ์เพชร 8) แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ |
| พื้นที่โครงการ : | 10 ไร่ |
| รูปแบบโครงการ : | คอนโดมิเนียม สูง 32 ชั้น 2 อาคาร 1395 ยูนิต |
| สิ่งอำนวยความสะดวก : | โถงรับรอง, ร้านค้า, ห้องอเนกประสงค์, ห้องสมุด, ที่จอดรถประมาณ 540 คัน (รวมจอดซ้อนคัน) |
| ราคาเริ่มต้น : | 2.2 ล้านบาท (สอบถามโครงการอีกครั้ง) |
| โทรศัพท์ : | 02-580-3232 |
| เว็บไซต์ : | www.lpn.co.th/คอนโดลุมพินี/โครงการ/ลุมพินี-วิลล์-ประชาชื่น-พงษ์เพชร-2 |
LPN หรือนามเต็มว่า บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ถือว่าเป็นผู้ประกอบการรายหลักและเป็นรายใหญ่ของตลาดคอนโดมิเนียม โดยโครงการส่วนใหญ่ของ LPN จะจับกลุ่มผู้ต้องการซื้อคอนโดมิเนียมราคา 1 - 3 ล้านบาทเป็นหลัก
ทำเลเหมาะสำหรับพักผ่อน ทุกสิ่งอย่างใกล้ แค่อีกนิด
รีวิวฉบับนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ผมรีวิวโครงการของ LPN ทั้งที่ผมเองก็เคยแวะไปเยี่ยมเยียนห้องตัวอย่างและงานแถลงข่าวของ LPN อยู่บ่อย ๆ เพิ่งจะมีคราวนี้ล่ะที่จะได้จับ LPN มารีวิวสักที
LPN หรือนามเต็มว่า บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ถือว่าเป็นผู้ประกอบการรายหลักและเป็นรายใหญ่ของตลาดคอนโดมิเนียม โดยโครงการส่วนใหญ่ของ LPN จะจับกลุ่มผู้ต้องการซื้อคอนโดมิเนียมราคา 1 - 3 ล้านบาทเป็นหลัก โดยทาง LPN นั้นชูจุดขายเรื่องสังคมและสภาพแวดล้อมน่าอยู่เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกบ้านและผู้ที่กำลังมองหาคอนโดมิเนียม และแก้ปัญหาของสภาพการอยู่อาศัยคอนโดมิเนียมที่ใคร ๆ ก็มองว่าตัวใครตัวมัน กลับถึงบ้านเข้าห้องตัวเองแล้วไม่ยุ่งกับใคร ว่าที่ LPN ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ที่นี่ดูแลกันดีอบอุ่นปลอดภัยเหมือนคนในครอบครัว


สิ่งอำนวยความสะดวก
- สนามเด็กเล่น

- ร้านค้าอำนวยความสะดวก
- สวนหย่อม

- สระว่ายน้ำ


- ห้องออกกำลังกาย
- ห้องอเนกประสงค์ มีทุกอาคาร
- ที่จอดรถ 540 คัน (รวมจอดซ้อนคัน)
- เงินค่าส่วนกลาง 30 บาท/ตารางเมตร จ่ายล่วงหน้า 12 เดือน
- เงินกองทุน 300 บาท/ตารางเมตร
- ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด 800 บาท
ทำเล
ที่ตั้งโครงการอยู่บนถนนประชาชื่น ระหว่างซอยประชาชื่น 42 และประชาชื่น 43 บนช่วงถนนที่น่าจะเรียกได้ว่าเงียบสงบและน่าอยู่ที่สุดของถนนประชาชื่น ถ้าใครเคยใช้เส้นทางนี้คงจะพอเดาออกว่าตรงจุดนั้นไม่วุ่นวายพลุกพล่านสักเท่าไร เรื่องอาหารการกิน การใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ไม่ใช่เรื่องลำบากเลย เพราะใกล้ทั้งตลาดประชานิเวศน์ 1 ตลาดบองมาร์เช่ หรือถ้าจะเป็นเรื่องช้อปปิ้งก็มี เดอะมอลล์งามวงศ์วาน โฮมโปร ประชาชื่น โลตัส ประชาชื่น พันธฺ์ทิพย์งามวงศ์วาน อยู่ใกล้แค่เอื้อม หรือถ้าจะไปไกลกว่านั้นก็สามารถเดินทางไปยังตลาดนัดสวนจตุจักร เซ็นทรัลลาดพร้าวได้ไม่ยาก


เรื่องของการเดินทาง ก็ถือว่าไม่ลำบากมากนักแต่ก็ไม่ถึงขั้นสะดวกแบบคอนโดมิเนียม ที่มี BTS อยู่หน้าโครงการ จากหน้าโครงการไปถึงแยกพงษ์เพชรไม่เกิน 2 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 3 นาทีในวันที่รถไม่ติดหรือใช้เวลาประมาณ 10 นาที สำหรับวันที่รถติด สามารถเดินทางไปยังทางด่วนศรีรัชที่ถนนงามวงศ์วานใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที
สำหรับการเดินทางโดยรถสาธารณะก็ไม่ยากเย็นเพราะด้านหน้าโครงการมีป้ายรถเมลล์อยู่ และฝั่งตรงข้ามริมคลองประปาก็มีป้ายรถเมล์ ดังนั้นการเดินทางด้วยรถเมล์จะค่อนข้างสะดวก สำหรับการเดินทางด้วย MRT ก็ต้องใช้บริการที่สถานีบางซื่อซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางราวครึ่งชั่วโมงในเวลาเร่งด่วนซึ่งในอนาคตอันใกล้เตาปูนจะเป็น Interchange ของรถไฟฟ้า ทำให้การเดินทางน่าจะสะดวกสบายมากขึ้น
แบบห้อง
แบบห้องหลัก ๆ ที่โครงการเปิดขายมีอยู่ทั้งหมด 3 แบบ คือ
- 1 ห้องนอน 22.50 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1,160,000 บาท
- 1 ห้องนอน 26.00 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1,300,000 บาท
- 1 ห้องนอน 30.00 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1,580,000 บาท
แต่จากใบราคาที่สำนักงานขายให้ผมมานั้นมีแบบย่อย ๆ เช่น 27 ตร.ม. 22.5 ตร.ม. เพิ่มขึ้นมานั่นคือส่วนพื้นที่เพิ่มจากการแบ่งห้องให้ลงตัว โดยผังห้องจะอิงจาก 3 แบบนี้เป็นหลัก จากการสอบถามจากสำนักงานขาย ได้ข้อมูลมาว่าห้องแบบ 22.50 ตร.ม. นั้นขายดีมาก ส่วนยอดขายรวม ๆ ของทั้งสองตึกดังนี้ ตึก A (ตึกริมถนนประชาชื่น) ขายไป 20 % ส่วนตึก B ตึกด้านหลังวิวสระว่ายน้ำ - สวน ขายไปแล้ว 70 % ดังนั้นใครใคร่จองห้องที่นี่ก็รีบกันหน่อย
- 1 ห้องนอน 22.50 ตร.ม.

ถือเป็นห้องขนาดเล็กที่สุดและขายดีที่สุดของ ลุมพินี วิลล์ ประชาชื่น-พงษ์เพชร 2 คาดว่าน่าจะมาจากราคาที่ไม่แพงมากนักเหมาะสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำงานและนักศึกษาซื้ออยู่อาศัย มีการออกแบบผังห้องตามสไตล์ของ LPN ตัวห้องเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าหน้ากว้าง โดยแบ่งส่วนใช้สอยเป็นส่วนซ้ายและขวา โดยส่วนซ้ายจะเป็นห้องนั่งเล่น ตามผังห้องกำหนดให้โทรทัศน์อยู่บนผนังฝั่งขวามือดังนั้นเมื่อเปิดประตูเข้าไปก็จะเจอทันทีและฝั่งซ้ายมือเป็นโซฟาและโต๊ะเขียนหนังสือ ทางโครงการพยายามใส่เฟอร์นิเจอร์แบบมัลติฟังก์ชั่นเข้ามาให้ดูเป็นแนวทางพอสมควร ถัดจากห้องนั่งเล่นก็จะเป็นห้องนอน ซึ่งในห้องตัวอย่างจะมีประตูกระจกบานเลื่อนแบ่งแยกสัดส่วนการใช้งานไว้ให้ จะเห็นว่าห้องนั่งเล่นกับห้องนอนนั้นอยู่ติดกันมากเป็นปกติของห้องขนาดเล็ก ฝั่งขวาของห้องจะเป็นห้องน้ำ ซึ่งมีขนาดเล็ก ๆ แต่ก็แยกส่วนเปียกส่วนแห้งเอาไว้อย่างดี ถัดจากนั้นเป็นส่วนครัวและโต๊ะทานข้าวซึ่งในแบบของห้องออกแบบไว้สามารถนั่งได้ 2 คน แต่ก็ยังสามารถเพิ่มเก้าอี้ที่หัวโต๊ะทำให้ใช้งานได้ 3 คนแบบเบียด ๆ และถัดจากนั้นจะเป็นระเบียงสำหรับวางเครื่องซักผ้าและตากผ้า







การออกแบบห้องที่มีขนาดเล็กนั้น ถือว่าเป็นเรื่องยากมากทีเดียว เพราะนักออกแบบนั้นต้องคิดคำนวนพื้นที่ใช้สอย การใช้งาน พฤติกรรมของผู้อาศัย มาอย่างละเอียด ก่อนจะเขียนแบบ กำหนดการใช้งานลงไป เพราะการคำนวนพลาดหรือนั่งเทียนคิดพฤติกรรมการใช้งานของคนนั้นจะส่งผลเสียถึงการใช้งานทีไม่สะดวก เมื่อไม่สะดวกคนก็ไม่อยากจะซื้อ เมื่อไม่อยากซื้อห้องก็จะเหลือ ต้องมาจัดโปรโมชั่นผลักห้องออกไปให้ได้ ซึ่งในจุดนี้ LPN ทำได้ดีแล้วผมจะบอกเหตุผลว่าทำไมในหัวข้อถัดไป
- 1 ห้องนอน 26.00 ตร.ม.

ถ้าห้อง 22.5 ตร.ม. นั้นเล็กเกินไปก็มีห้องขนาด 26 ตร.ม. ให้เลือกอีกแบบ การออกแบบห้องยังมีความคล้ายกับห้องขนาด 22.5 ตร.ม. อยู่บ้างอย่างในห้องตัวอย่างนี้เหมือนกับการเอาห้องขนาด 22.5 ตร.ม. มากลับด้านซ้ายขวาแล้วขยายใหญ่ แต่จริง ๆ แล้วมันมีอะไรมากกว่านั้น นั่นก็เนื่องมาจากขนาด 26 ตร.ม. ก็ยังถือว่าเป็นห้องขนาดเล็กอยู่ดี การให้พื้นที่ใช้สอยในแต่ละส่วน จึงจำเป็นต้องจัดสรรให้แม่นยำ ต้องไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป ดังนั้นผังห้องก็คงจะยังไม่แตกต่างกันมากนัก โดยห้องแบ่งออกเป็นซ้าย-ขวา โดยฝั่งขวามือ เป็นส่วนของห้องนั่งเล่น มีมุมโต๊ะทำงานเล็ก ๆ ไว้เขียนหนังสือหรือใช้งานโน็ทบุ้คอยู่ข้าง ๆ โซฟา แบบห้องจัดวางให้โทรทัศน์อยู่บนผนังฝั่งซ้ายมือดังนั้นหากมีคนเดินเข้าออกประตูก็จะปิดบังโทรทัศน์ไปเต็ม ๆ





ถัดจากห้องนั่งเล่นคือส่วนของห้องนอนโดยมีบานเลื่อนกระจกทำหน้าที่แบ่งกั้นส่วนใช้งาน ภายในห้องกำหนดเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลัก ๆ ไว้ได้แค่เตียงนอนและตู้เสื้อผ้า แค่นี้ก็เต็มพื้นที่แล้วเนื่องจากขนาดของห้องบีบจำกัด แต่จุดเด่นคือตู้เสื้อผ้าของที่นี่ออกแแบบให้ฝังไปกับผนังห้องทำให้สามารถเดินไปมารอบเตียงนอนได้สะดวก และยังทำให้เราสามารถคิดเพิ่มเติมฟังก์ชั่นใช้งานต่าง ๆ ได้ภายหลัง


ฝั่งซ้ายมือของห้องเป็นส่วนของห้องน้ำซึ่งมีขนาดเล็ก ๆ กำลังดี แต่แบ่งแยกส่วนใช้งานเปียกแห้งไว้เหมือนกัน และส่วนของห้องครัวที่จัดวางมุมโต๊ะทานข้าวเอาไว้สามารถนั่งได้สองคนพอดี ๆ หรือสามคนแบบเบียดกันนิด ๆ และส่วนของครัวแพนทรีที่สามารถใช้ทำอาหารหรืออุ่นอาหารได้และถัดจากนั้นคือระเบียงที่มีความกว้าง 1.75 เมตร สำหรับวางเครื่องซักผ้าและตากผ้าเบ็ดเตล็ด
- 1 ห้องนอน 30.00 ตร.ม.
มาถึงห้องแบบ 30 ตารางเมตร ถ้าดูจากผังห้องจะเปลี่ยนไปจากห้องแบบ 22.50 และ 26.00 ตารางเมตร เรียกว่าเปลี่ยนผังไปเลยจะง่ายกว่า โดยห้องขนาด 30 ตารางเมตรนั้นจะแบ่งพื้นที่ใช้สอยต่าง ๆ เป็นสัดส่วนแยกออกจากกันมากขึ้น แน่นอนว่าเมื่อพื้นที่ห้องมีมากขึ้น ก็สามารถออกแบบพื้นที่ใช้สอยได้ยืดหยุ่นมากขึ้น รูปทรงของห้องแทบจะเปลี่ยนสี่เหลี่ยมจตุรัส โดยแบ่งสัดส่วนออกเป็นซ้ายและขวาข้างละเท่า ๆ กัน


ฝั่งขวามือเมื่อเข้าห้องไปคราวนี้จะเป็นส่วนของโต๊ะอาหารตามผังห้องเห็นว่ากำหนดไว้สำหรับสองคน แต่เมื่อดูจากขนาดห้องจริง ๆ แล้วสามารถใช้งานได้ 3-4 คนก็ยังได้ แต่ถ้า 5-6 คนก็คงเริ่มเบียดเสียดกันแล้วล่ะครับ ถัดมาคือห้องนั่งเล่น สามารถวางโซฟาแบบสามที่นั่งได้สบาย ๆ แถมยังมีพื้นที่พอสำหรับวางสตูลไว้อีก 1 ตัว ห้องนั่งเล่นนั้นจะเชื่อมต่อกับระเบียงสำหรับวางเครื่องซักผ้า




ฝั่งซ้ายมือถูกแบ่งพื้นที่ไปเป็นห้องครัว สำหรับห้องแบบ 30 ตารางเมตรห้องครัวถูกแบ่งส่วนเปียกส่วนแห้งแยกจากกัน ครัวแพนทรีผังซิงค์หลุมกับเตาไฟฟ้าจะถูกรวมไว้ด้วยกัน ส่วนเคาเตอร์สำหรับเตรียมอาหารและวางจัดเก็บของใช้จะวางรวมกับตู้เย็น และส่วนครัวจะมีประตูเชื่อมต่อไปยังห้องน้ำที่แบ่งแยกส่วนเปียกส่วนแห้งเอาไว้แล้วเช่นกัน ถัดจากนั้นจะเป็นส่วนของห้องนอน ซึ่งถูกจัดพื้นที่ใช้สอยเอาไว้มากพอสมควร ทำให้ภายในห้องไม่ดูคับแคบ ถ้าสังเกตุดูจะเห็นว่าตู้เสื้อผ้าแบบผังกับผนังนั้นถูกลบออกไปแะเปลี่ยนเป็นแบบบิ้ลท์อินแทน
การใช้งาน
ถือเป็นเรื่องที่ผมลำบากใจมากเวลาเขียน เพราะผมต้องทำความเข้าใจกับแบบห้อง แบบเฟอร์นิเจอร์ รวมถึงพื้นที่ ทางเดินภายในห้องค่อนข้างละเอียดพอสมควร เพราะถ้าพลาดจุดไหนไปก็จะทำให้นำเสนอได้ไม่ครบถ้วนหรือบางทีอาจผิดเพี้ยนไป เนื่องจากเกือบส่วนมากคาดว่าเกิน 90 % ของห้องจริงตอนส่งมอบและห้องตัวอย่าง เฟอร์นิเจอร์ที่แถมมาให้จะไม่ค่อยเหมือนกัน ถืงหน้าตาเหมือนใช่แต่สเปคของวัสดุ ขนาด ฯลฯ กลับเปลี่ยนไป หรือบางทีก็เป็นห้องเปล่า ๆ เฟอร์นิเจอร์ที่มีในห้องตัวอย่างไม่ได้แถมมาด้วย ทำให้มึนหัวอยู่พอสมควรเลย การใช้งานห้องของ LPN ในห้องแบบ 22.50 และ 26.00 ตารางเมตร ทาง LPN พยายามจัดเฟอร์นิเจอร์แบบมัลติฟังก์ชั่นเข้ามาหลายชิ้นเหมือนกัน แต่น่าเสียดายที่เฟอร์นิเจอร์เหล่านั้นไม่ได้แถมมากับห้อง ดังนั้นการตกแต่งในห้องตัวอย่างแทบจะทั้งหมดจึงเป็นเพียงแนวทางการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์มาใช้งานเท่านั้น
จุดแรกคือ โซฟา ของทั้งสองห้องนอกจากเอาไว้นั่งได้ตามปกติแล้วยังมีลิ้นชักสำหรับเก็บของได้ ทำให้ไม่ต้องเสียพื้นที่ทางเดินด้านหน้าโซฟาไปกับโต๊ะกลาง รับรองได้ว่าถ้าเลือกจะโต๊ะกลางไว้วางของ การเดินเข้าออกห้องและการเดินเข้าไปนั่งที่โซฟาต้องสะดุดแน่นอน
จุดที่สอง กระจกบานเลื่อน ประโยชน์คือแบ่งแยกส่วนการใช้งาน เช่นกรณีที่คุณต้องการเชียร์บอลคู่ดึก เพื่อไม่ให้มีเสียงไปรบกวนคนที่นอนอยู่ คุณก็สามารถเลื่อนบานเลื่อนปิดได้ แต่ถ้าอยากให้ห้องดูกว้างขวางมากขึ้นก็เลื่อนเปิดบานเลื่อนนี้ได้ ข้อดีอีกอย่างของบานเลื่อนคือช่วยกันแอร์ให้อยู่แต่ในห้องนอน ทำให้ไม่ต้องเร่งกำลังแอร์ให้เย็นมากขึ้น ซึ่งก็ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้อีกทาง สำหรับคนที่ไม่ชอบบานเลื่อนกระจกใสเพราะมันมองทะลุปรุโปร่งไม่เป็นส่วนตัวก็สามารถหาซื้อสติ๊กเกอร์ฝ้ามาติดได้
จุดที่สาม คือเตียง ที่เพิ่มลูกเล่นเป็นช่องเก็บของไว้ใต้เตียงนั้น ถือว่าเป็นลูกเล่นที่มีประโยชน์ เพราะจะช่วยให้เราจัดระเบียบข้าวของภายในห้องได้โดยไม่จำเป็นต้องนำของใช้ทุกสิ่งอย่างวางกองในตู้หรือบนโต๊ะ ของบางชิ้นที่เราหยิบใช้สอยบ่อย ๆ ก็อาจวางไว้ที่โต๊ะข้างเตียง ส่วนของที่หยิบมาใช้บางครั้งบางคราวเช่นหนังสือหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ก็สามารถเก็บไว้ใต้เตียงได้
การใช้สอยห้องในส่วนอื่น ๆ ก็ทำได้ดี ช่องทางเดินภายในไม่มีจุดไหนเลยที่ต้องเอี้ยวตัวเดิน หรือเดินเขย่งขา ถือว่ามีความลงตัวดี อีกจุดหนึ่งคือ การลงเหลี่ยมมุมที่ของห้องน้ำนั้นแม้จะดูเป็นส่วนเล็กน้อยแต่ช่วยทำให้เราเดินไปมาระหว่างห้องได้สะดวก แถมยังดูไม่ปิดทึบอีกด้วยเพราะจากห้องนั่งเล่น คุณสามารถมองไปเห็นในครัวว่าตู้เย็นปิดสนิทรึเปล่า หรือเราลืมอุ่นอะไรไว้ในเตานะ นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศไหลผ่านได้ดีขึ้นอีกด้วย
สรุป
ลุมพินี วิลล์ ประชาชื่น-พงเพชร ถือเป็นโครงการคอนโดมิเนียมระดับราคาไม่เกิน 2 ล้าน ที่มีความน่าสนใจมากเลยทีเดียว ทั้งเรื่องของ โดยส่วนตัวแล้วผมเรียนอยู่แถวนั้นตั้งแต่ ป.1 จนจบ ม.3 ทำให้ผมจำภาพความน่าอยู่และเป็นย่านชุมชนของละแวกนั้นได้ดีและภาพที่ผมเห็นในวันนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปนัก
ทำเล
ทำเลที่ตั้งบนถนนประชาชื่น ช่วงระหว่างซอยประชาชื่น 42 และ 43 เป็นจุดที่มีความสงบ ร่มรื่น เหมาะสำหรับเป็นที่พักอาศัย แม้ตัวโครงการจะอยู่ติดถนนใหญ่ แต่สิ่งอำนวยความสะดวกที่คนอยู่คอนโดฯเรียกหาเช่น BTS และ MRT นั้นกลับอยู่ห่างไกลมาก ต้องใช้วิธีนั่งรถเมล์ไปต่อสถานเดียว รถเมล์ที่ผ่านมีค่อนข้างน้อยสาย ทำให้การนั่งรถเมล์อาจต้องต่อรถหลายสาย การเดินทางไปยังทางด่วนต่าง ๆ ก็ต้องใช้เวลาสักเล็กน้อย เพราะทางด่วนที่อยู่ใกล้คือบนถนนงามวงศ์วานและที่แยกประชานุกูล แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นลำบาก แม้จะดูเป็นจุดด้อยไปนิดแต่ก็ได้แลกมาด้วยสิ่งเหล่านี้คือ ความสงบไม่วุ่นวายเหมาะกับการพักผ่อน
เรื่องกินอยู่ใช้ชีวิตแม้โดยรอบโครงการจะไม่ค่อยมีอะไรมากมาย แต่ใกล้ ๆ นั้นก็มีตลาดประชานิเวศน์ ตลาดบองมาร์เช่ มีโลตัสที่แยกพงษ์เพชร โฮมโปรประชาชื่น และเดอะมอลล์งามวงศ์วาน ที่สามารถเดินทางไปถึงได้ในไม่กี่นาที
สิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ
ถ้ามองดูจาก Fast Fact ในเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกแล้ว ก็ต้องบอกว่าสิ่งอำนวยความสะดวกที่ LPN มีให้ไม่ได้แตกต่างไปจากโครงการอื่น ๆ แต่อย่าลืมมองเรื่องพื้นที่ด้วย ด้วยพื้นที่ 10 ไร่เศษทำให้พื้นที่สิ่งอำนวยความสะดวกนั้นดูกว้างขวางมากขึ้น และสามารถใช้งานได้จริง ซึ่งนับเป็นจุดขายที่ดีที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางที่ใหญ่พอรองรับลูกบ้านจำนวน 1395 ยูนิต ที่จอดรถ 540 คัน จากจำนวนยูนิตทั้งหมด 1,395 ยูนิต ก็ถือว่าตามเกณฑ์มาตรฐาน เนื่องจาก LPN คงคิดทำการบ้านมาแล้วว่า ลูกค้าคอนโดฯในระดับราคาไม่เกิน 2 ล้าน ไม่น่าจะใช้รถส่วนตัวกันทุกคน สวนเรื่องความปลอดโปร่งและบรรยากาศการอยู่อาศัยซึ่งเป็นเรื่องที่ LPN เน้นมาตลอดกับทุกโครงการ ถ้าเทียบจากผังโครงการที่มีบริเวณพื้นที่สีเขียวค่อนข้างเยอะแล้วก็น่าจะมีความน่าอยู่อย่างที่เราคาดหวังเอาไว้
แบบห้องและการใช้งาน
เรื่องแบบห้องโดยรวมของ LPN ก็ทำออกมาได้ดี แต่ไม่มีความแตกต่างอะไรมากนักจากคู่แข่งที่มีในตลาด แต่ก็สามารถมองได้ว่าการที่เลือกใช้ผังห้องที่นิยมในตลาดอยู่แล้ว ทำให้สามารถเลือกหาเฟอร์นิเจอร์และของใช้ได้ง่ายกว่าแบบห้องที่แปลกตา เพราะอย่าลืมว่าทางโครงการไม่ได้แถมเฟอร์นิเจอร์ไปกับห้อง จะมีแค่ครัวแพนทรี ตู้เสื้อผ้าแถมไปเท่านั้น จุดนี้ก็ถือว่าได้อย่างเสียอย่างแล้วแต่ความชอบของคน
จุดดีเรื่องการใช้งานของแบบห้องก็มีเช่นเรื่องการลบเลี่ยมมุมห้องของห้องขนาด 22.5 และ 26 ตารางเมตรนั้นถือว่าทำออกมาได้ดี เพราะเพิ่มทั้งความสะดวกในการใช้งานและยังมีประโยชน์เรื่องการอยู่อาศัยเพิ่มเข้ามาอีกด้วย
แต่จุดที่ยังค้านสายตาอยู่ก็มีเช่นกัน เช่น ห้องน้ำของห้องแบบ 30 ตารางเมตรนั้น ถูกวางไว้ด้านในของห้องครัวอีกที นั่นหมายความว่าการจะเข้าห้องน้ำก็ต้องเดินผ่านห้องครัวไป ซึ่งผมเองมองว่ามันไม่น่าจะให้ความสะดวกในการใช้งานเลย
“ถ้าคุณตั้งงบซื้อคอนโดฯไว้ไม่เกิน 2 ล้าน ไม่แคร์เรื่องไกลรถไฟฟ้า เดินทางหลายต่อได้ ชอบความสงบเรียบง่าย แต่ก็ต้องใกล้กับแหล่งไลฟ์สไตล์ ของกินหาง่าย มีป้ายรถเมล์อยู่หน้าโครงการ ส่วนกลางครบกว้างใหญ่ไพศาลดี ที่นี่ล่ะตัวเลือกของคุณ”
การคำนวณยอดผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน
ปรับรายละเอียดด้านล่างเพื่อคำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือน