รีวิวคอนโด ชาโตว์ อินทาวน์ รัชโยธิน คอนโดใหม่พร้อมอยู่ ใกล้ BTS รัชโยธินและเสนานิคม
ใครกำลังมองหาคอนโดใหม่พร้อมเข้าอยู่ ในทำเล North CBD โซนรัชโยธิน - ลาดพร้าว ที่อยู่ใกล้ BTS สายสีเขียว สถานีรัชโยธิน เพียงไม่กี่นาที วันนี้ Home Buyers มีโครงการ ‘ชาโตว์ อินทาวน์ รัชโยธิน’ มารีวิวให้ได้ชมกันค่ะ
ชาโตว์ อินทาวน์ รัชโยธิน เป็นคอนโดใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จแบบสดๆ ร้อนๆ พร้อมให้เข้าอยู่ได้ทันที โดยมีห้องชุดทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedrooms พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 26.50 - 48 ตร.ม. ซึ่งมาพร้อม Fully Furnished ให้เฟอร์นิเจอร์ครบชุด
ภายในโครงการมี Facility ที่ครบครัน เช่น Co - Working Space, ฟิตเนส, พื้นที่สีเขียว และสระว่ายน้ำ 2 จุด พร้อมด้วยระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.
ที่ตั้งของโครงการ อยู่ใน ถ.เสนานิคม 1 ซ.12 ซึ่งเชื่อมต่อได้ทั้ง ถ.พหลโยธิน และ ถ.ลาดพร้าววังหิน ที่สำคัญคืออยู่ใกล้ BTS สายสีเขียวอ่อนถึง 2 สถานี ทั้งสถานีรัชโยธิน และสถานีเสนานิคม เป็นทำเลโซน North CBD ที่น่าสนใจทั้งการอยู่อาศัยเองและการลงทุนปล่อยเช่าทำกำไร
บรรยากาศจริงของโครงการ ชาโตว์ อินทาวน์ รัชโยธิน จะเป็นอย่างไร ไปติดตามรีวิวจาก Home Buyers กันได้เลยค่ะ
Fact Sheet
| ชื่อโครงการ : | โครงการ ชาโตว์ อินทาวน์ รัชโยธิน |
|---|---|
| เจ้าของโครงการ : | บริษัท พระยาพาณิชย์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (ในกลุ่มบมจ. CMC) |
| ที่ตั้งโครงการ : | ถ.เสนานิคม 1 ซ.12 (ซ.ซูซูกิ) แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ |
| เนื้อที่โครงการ : | 2-1-41.20 ไร่ |
| รูปแบบโครงการ : | คอนโดมิเนียม 8 ชั้น 2 อาคาร |
| จำนวนห้องชุด : | 309 ยูนิต |
| รูปแบบห้องชุด : | 1 Bedroom และ 2 Bedrooms |
| พื้นที่ใช้สอย : | 26.50 - 48 ตร.ม. |
| จำนวนที่จอดรถ : | 124 คัน (ประมาณ 40% ของจำนวนห้องชุดทั้งหมด) |
| ราคาเริ่มต้น : | 2.39 ล้านบาท* (สอบถามโครงการอีกครั้ง) |
| ค่าส่วนกลาง : | 50 บาท / ตร.ม. / เดือน (กองทุนอาคารชุด 250 บาท / ตร.ม.) |
| โทร : | 1172 กด 30 และ 094 464 2121 |
| เว็บไซต์ : | https://bit.ly/3rs8KFv |
Highlight : ชาโตว์ อินทาวน์ รัชโยธิน

ชาโตว์ อินทาวน์ รัชโยธิน เป็นคอนโดโครงการใหม่จาก บริษัท พระยาพาณิชย์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (ในเครือ CMC Group) โดยก่อนเริ่มการรีวิว เรามีไฮไลต์จากโครงการมาสรุปเป็นข้อๆ ให้เห็นถึงจุดเด่นของคอนโดนี้กันค่ะ
คอนโดใหม่พร้อมอยู่ สูง 8 ชั้น จำนวน 2 อาคาร มีห้องชุดทั้งหมด 309 ยูนิต เป็นแบบ 1 Bedroom กับ 2 Bedrooms ขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 26.5 - 46 ตร.ม.
ห้องชุดฟังก์ชันลงตัว แยกโซนต่างๆ จากกันอย่างเป็นสัดส่วน โดยห้องครัวจะอยู่ติดริมระเบียงหรืออยู่ติดประตูหน้าห้อง ซึ่งกั้นจากห้องนั่งเล่นด้วยประตูกระจก
เฟอร์นิเจอร์ครบชุด Fully Furnished ทั้งในห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องครัว รวมถึงห้องน้ำ มาพร้อมกับ Digital Door Lock และติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในห้อง และ Home Automation
ความสะดวกครบครัน ตอบโจทย์คนเมืองด้วย Facility ที่มีทั้ง Co - Working Space, ฟิตเนส, พื้นที่สีเขียว, สระว่ายน้ำ 2 จุด และระบบความปลอดภัย 24 ชม.
ใกล้รถไฟฟ้า 2 สถานี คอนโดอยู่ที่ ถ.เสนานิคม 1 เชื่อม ถ.พหลโยธิน และ ถ.ลาดพร้าววังหิน อยู่ใกล้ๆ BTS รัชโยธิน - เสนานิคม พร้อมบริการรถ Shuttle รับส่ง
Facility

พื้นที่โครงการมีรั้วรอบขอบชิด ด้านหน้ามีป้ายชื่อ Chateau in Town ให้สังเกตเห็นได้ชัดเจน โดยสไตล์การออกแบบโครงการมาในดีไซน์แบบ Modern English ที่ดูเรียบหรู

ทางเข้าออกโครงการจะติดตั้งราวกั้นไม้กระดก และมีซุ้ม รปภ. ดูแลความเรียบร้อยตลอด 24 ชม.

ราวกั้นไม้กระดกจะควบคุมการเปิดปิดด้วยระบบ Easy Pass เมื่อรถลูกบ้านมาถึงแล้วราวกั้นจะเปิดโดยอัตโนมัติ

บริเวณทางเข้าออกของโครงการจะมีกล้อง CCTV บันทึกภาพเพื่อความรัดกุม โดยนอกจากจุดนี้ก็จะมี CCTV ติดตั้งอยู่ทั่วพื้นที่โครงการเช่นกัน

บริเวณหน้าทางเข้าลานจอดรถจะมีเครื่อง EV Charger ติดตั้งอยู่ รองรับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่หันมาใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้ากันมากขึ้น

ลานจอดรถของโครงการสามารถรองรับรถได้ 124 คัน คิดเป็นประมาณ 40% ของจำนวนห้องชุดทั้งหมด ส่วนลูกบ้านที่ต้องการเดินทางไปขึ้นรถไฟฟ้า โครงการมีบริการรถ Tuk Tuk Shuttle รับส่งถึง BTS สถานีรัชโยธิน

ตรงกลางระหว่าง 2 อาคารจะมีสระว่ายน้ำและสวนหย่อม มอบความสดชื่นสบายตาเมื่อมาถึงโครงการ

สวนอยู่ติดกับสระว่ายน้ำ มีทางเดินให้สามารถมาเดินเล่นพักผ่อนได้

เพิ่มบรรยากาศความเป็นสวนสไตล์อังกฤษ์ด้วยน้ำพุหัวสิงโดพ่นน้ำ

ติดกับสระว่ายน้ำจะมา Pavilion สไตล์ Modern English เป็นจุดที่สามารถมานั่งพักสบายๆ หรือเป็นมุมให้ผู้ปกครองมานั่งรอเด็กๆ เล่นน้ำได้

สระเด็กจะอยู่ติดกับ Pavilion ก่อกั้นจากฝั่งสระผู้ใหญ่อย่างชัดเจน

ใต้ชายคาอาคาร A ขนานไปกับสระว่ายน้ำจะมีโซฟาให้นั่งเล่นพักผ่อนวางอยู่เป็นระยะ

มองจากข้างล่างขึ้นไปบนดาดฟ้าของคอนโด จะเห็นว่ามีสะพานเชื่อมต่ออาคาร A กับอาคาร B เพื่อความสะดวกในการข้ามฝั่งไปใช้งาน Facility

ประตูทางเข้าอาคารจะควบคุมด้วยระบบ Key Card Access เพื่อความปลอดภัยและเป็นส่วนตัวในการพักอาศัย

อาคาร A และอาคาร B จะมีล็อบบี้แยกส่วนกัน โดยบริเวณล็อบบี้จะมี Mail Box ให้แวะรับจดหมาย

บรรยากาศของพื้นที่ Mail Box โดยภาพนี้เป็นของฝั่งอาคาร B

ลิฟต์โดยสารของโครงการจะมีทั้งหมด 4 ตัว แบ่งเป็นอาคารละ 2 ตัว โดยเป็นระบบล็อคชั้น ควบคุมด้วย Key Card ขึ้นลงได้เฉพาะชั้นที่ตัวเองพักอาศัยและชั้นที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางเท่านั้น

ชั้น 8 ของอาคาร B เป็นที่ตั้งของ Facility โซนหลักของโครงการ ซึ่งแบ่งออกเป็นหลายฟังก์ชัน ภาพนี้คือส่วนแรกที่เป็น Co - Living สำหรับมานั่งเล่นพักผ่อน

Co - Living จะอยู่ติดกับ Co - Kitchen ที่มีเคาน์เตอร์เตรียมอาหาร เตาไฟฟ้า และอ่างล้างจาน เตรียมไว้ให้มาใช้งานกันได้

ใกล้ๆ กันจะเป็น Co - Living ฝั่งที่อยู่ติดกับหน้าต่าง มีโซฟาให้นั่งเล่นได้อีก 4 จุด

ดีไซน์ของโซฟาออกแบบให้พนักพิงมีลักษณะเหมือนกล่อง เพื่อแบ่งพื้นที่ให้มีความเป็นส่วนตัว

ติดกับ Co - Living จะเป็น Co - Working Space ที่อยู่ริมผนังกระจกที่กว้างแบบพาโนราม่า เปิดรับวิวทั้งในและนอกโครงการ

Co - Working ออกแบบให้โต๊ะเป็นรูปทรง U Shape อ้อมล้อมผนัง มีเก้าอี้ให้มานั่งทำงานได้หลายจุด

มองจาก Co - Living และ Co - Working ลงไปข้างล่าง จะเห็นสระว่ายน้ำและพื้นที่สีเขียวของโครงการ

ถัดจาก Co - Working จะมีห้องน้ำพร้อมตู้ล็อคเกอร์และห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะอยู่ใกล้กับห้องฟิตเนส

ในห้องน้ำจะมีซาวน่าให้นั่งพักเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังจากทำงานหรือออกกำลังกายเสร็จ

ห้องฟิตเนสมีพื้นที่กว้าง มาพร้อมอุปกรณ์ที่ครบครัน ในบรรยากาศที่ปลอดโปร่งจากผนังกระจกที่สูงจากพื้นถึงฝ้า เปิดรับวิวพื้นที่สีเขียวจากนอกโครงการ

ในฟิตเนสยังมีพื้นที่อเนกประสงค์ให้เลือกทำกิจกรรมออกกำลังกายได้อย่างหลากหลาย

ภาพจำลองชั้นดาดฟ้าของโครงการ ทั้ง 2 อาคารจะมีพื้นที่ส่วนกลางให้ขึ้นมาใช้งานได้ โดยฝั่งอาคาร B จะเป็น Pavilion และมุมบาร์บีคิว ส่วนฝั่งอาคาร A จะเป็นสระว่ายน้ำทรง L Shape

จากส่วนกลางชั้น 8 ขึ้นมาบนดาดฟ้าจะเจอกับ Pavilion ที่มีชุดเก้าอี้สนามให้นั่งพักผ่อนรับลมชมวิวเมือง

ใกล้ๆ กับ Pavilion มีมุมสำหรับจัดปาร์ตี้บาร์บีคิว ซึ่งทางโครงการได้เตรียมเคาน์เตอร์ครัวกับอ่างล้างจานไว้ให้ พร้อมกับโต๊ะอาหารขนาด 6 ที่นั่ง

จากอาคาร B จะมีสะพานลอยฟ้าเชื่อมต่อไปที่อาหาร A

สะพานทางเชื่อม 2 อาคารบนชั้นดาดฟ้า ยังออกแบบโดยอิงโทน Modern English คล้ายกับดีไซน์ของ Pavilion

ข้ามมาฝั่งอาคาร A จะมีชุดโต๊ะและเก้าอี้สนามให้นั่งพักผ่อนริมสวนหย่อม ถัดจากนั้นจะเป็นสระว่ายน้ำ

สระว่ายน้ำแบ่งโซนสระเด็กกับสระผู้ใหญ่ บรรยากาศเปิดโล่งรับวิวเมืองจากมุมสูง

สระผู้ใหญ่จะทำมุมเป็นทรง L Shape อ้อมพื้นที่โถงลิฟต์และบันได รายล้อมด้วยไม้รั้วเป็นพื้นที่สีเขียวที่ดูสดชื่นสบายตา

ใกล้ๆ กับทางลงสระว่ายน้ำมีมุม Shower ให้ล้างตัว

พื้นที่ดาดฟ้าจะมีการปลูกไม้พุ้มและไม้รั้วไว้โดยรอบ เป็นสวนลอยฟ้าที่สามารถขึ้นมาเดินเล่นพักผ่อนรอชมพระอาทิตย์ตกดินได้
ทั้งหมดนี้คือภาพรวมของ Facility คอนโด ชาโตว์ อินทาวน์ รัชโยธิน โดยโครงการจำจัดเก็บค่าส่วนกลางอยู่ที่ 50 บาท / ตร.ม. / เดือน ส่วนค่ากองทุนอาคารชุดจะอยู่ที่ 250 บาท / ตร.ม.
Floor Plan

ชาโตว์ อินทาวน์ รัชโยธิน เป็นโครงการคอนโดแบบ Low Rise สูง 8 ชั้น 2 อาคาร มีห้องชุดทั้งหมด 309 ยูนิต โดยจำนวนห้องชุดสูงสุดต่อชั้นของอาคาร A จะอยู่ที่ 12 ยูนิต ส่วนอาคาร B จะอยู่ที่ 32 ยูนิต

ชั้น G ของทั้ง 2 อาคารจะเป็นลานจอดรถ และล็อบบี้ โดยอาคาร A โซนด้านหน้าเป็นที่ตั้งห้องสำนักงานนิติบุคคล

ชั้น 2 - 6 จะมีแบบแปลนชุดเดียวกัน เป็นห้องชุดพักอาศัยทั้งหมด โดยทั้ง 2 อาคารจะมีลิฟต์โดยสาร 2 ตัว พร้อมด้วยบันไดหนีไฟ ตึก A 2 จุด ตึก B 3 จุด

ชั้น 8 ฝั่งอาคาร A ยังเหมือนกับชั้น 2 - 6 แต่ฝั่งอาคาร B จะลดจำนวนห้องชุดลงเหลือ 27 ยูนิต เพราะมีพื้นที่ส่วนกลางเพิ่มเข้ามา
Room Type
ห้องชุดของโครงการ ชาโตว์ อินทาวน์ รัชโยธิน มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedrooms พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 26.5 - 46 ตร.ม. โดยแปลนห้องแบบหลักๆ จะมีดังต่อไปนี้ (บางแบบที่ไม่ได้หยิบยกมา คือแบบที่สลับแปลนซ้ายขวาจากแปลนห้องแบบหลักๆ หรือแตกต่างจากห้องแบบหลักๆ แค่ขนาดพื้นที่ใช้สอย)

ห้องชุด 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 26.44 - 26.61 ตร.ม.

ห้องชุด 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 34.26 ตร.ม.

ห้องชุด 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 36.50 ตร.ม.

ห้องชุด 2 Bedrooms พื้นที่ใช้สอย 44.43 - 44.47 ตร.ม.

ห้องชุด 2 Bedrooms พื้นที่ใช้สอย 46.74 - 47.03 ตร.ม.
Show Unit : 1 Bedroom 26 ตร.ม.

ห้องตัวอย่างที่โครงการเปิดให้ชมในตอนนี้ คือห้องชุดแบบ 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอยประมาณ 26 ตร.ม. แบ่งพื้นที่เป็นห้องนั่งเล่นอยู่โซนหน้าห้อง ส่วนห้องนอนจะอยู่ริมหน้าต่าง และครัวอยู่ติดระเบียง

พอเข้าห้องมาจะเจอกับห้องนั่งเล่นเป็นส่วนแรก โดยห้องชุดจะขายแบบ Fully Furnished โซฟาและโต๊ะกลางจึงมีมาให้พร้อมกับห้องมาตรฐาน

พื้นห้องปูด้วยกระเบื้องยางลายไม้ ระยะพื้นถึงฝ้าเพดานสูง 2.4 ม.

ชั้นวางทีวีที่มีฟังก์ชันแบ่งเป็นโต๊ะอาหารจะมาพร้อมกับเก้าอี้อีก 2 ตัว ซึ่งทางโครงการให้มาพร้อมห้องมาตรฐานเช่นกัน

โต๊ะทานอาหารจะมาพร้อมกับเก้าอี้อีก 2 ตัว

ติดกับห้องนั่งเล่นจะมีการกั้นแบ่งฟังก์ชันออกเป็นห้องครัวและห้องนอน

ห้องครัวจะมีประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน เป็นตัวกั้นให้กลิ่นอาหารไม่ย้อนเข้ามารบกวนการพักผ่อน โดยพื้นของห้องครัวจะปูด้วยกระเบื้องแกรนิโต้ ต่างจากโซนห้องนั่งเล่นและห้องนอน เพื่อการทำความสะอาดที่ง่าย

ห้องครัวรองรับเคาน์เตอร์ครัวและมีมุมให้วางตู้เย็นไซส์กลางได้ รองรับการเตรียมอาหารเบาๆ

ห้องชุดมาตรฐานจะบิลต์อินเคาน์เตอร์ครัวมาให้ด้วย โดยเว้นช่องตรงกลางไว้ให้ใส่เครื่องซักผ้าฝาหน้า

นอกจากเคาน์เตอร์ครัว ห้องมาตรฐานก็ยังมีตู้แขวนติดผนังให้มาด้วย พร้อมกับเครื่องดูดควัน เตาไฟฟ้า และอ่างล้างจาน

ครัวอยู่ติดกับระเบียง ซึ่งมีพื้นที่ให้พอสมควร สามารถใช้เป็นจุดซักล้าง ตากผ้า รวมถึงจัดสวนเล็กๆ ได้

ถัดจากห้องครัวคือห้องนอน ซึ่งจะมีประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่เป็นตัวกั้นระหว่างห้องนอนกับห้องนั่งเล่น

ห้องนอนจะอยู่ติดหน้าต่างบานใหญ่ เปิดรับแสงธรรมชาติ ให้ความปลอดโปร่งได้ดี โดยจะมาพร้อมกับเตียงนอนขนาด 5 ฟุต

ผนังฝั่งปลายเตียงจะมีตู้เสื้อผ้า 2 ประตูให้มาพร้อมด้วย

กลับออกมาที่ห้องนั่งเล่น ด้านหลังมุมโซฟาจะเป็นห้องน้ำ

ห้องน้ำมาพร้อมกับฟังก์ชันที่ครบครัน แบ่งพื้นที่เป็นส่วนเปียกและส่วนแห้ง โดนติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำ รวมถึงมีพัดลมดูดอากาศแบบฝังฝ้าช่วยถ่ายเทความชื้น

ห้องชุดทุกแบบจะติดตั้งกล้องวงจรปิดมาให้ด้วย โดยสามารถเปิดดูผ่านสมาร์ตโฟนได้ตลอดเวลา

ห้องครัวจะมีอุปกรณ์ Smoke & Heat Detector ตรวจจับควันและความร้อนผิดปกติ เพื่อส่งสัญญาณแจ้งเตือน

ในห้องชุดจะเดินระบบสายไฟและสายสัญญาณอินเตอร์เน็ตไว้สูงติดเพดาน เพราะเป็นจุดที่ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตแนะนำว่ากระจากสัญญาณได้ดีที่สุด

สวิตช์ไฟในห้องรองรับระบบ Smart Home สามารถสั่งเปิดปิดไฟส่องสว่างในห้องได้ผ่านสมาร์ตโฟน

ทุกยูนิตจะติดตั้งระบบ Digital Door Lock ที่ประตูทางเข้าห้องมาให้เป็นมาตรฐานเลยค่ะ
Show Unit : 1 Bedroom 34 ตร.ม.

ห้องตัวอย่างอีกแบบที่เราจะไปชมกัน คือห้อง 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอยประมาณ 34 ตร.ม. โดยแบบแปลนจะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าตอนลึก แยกโซนครัว ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น และห้องนอน อย่างเป็นสัดส่วน โดยมาพร้อมกับระเบียงที่กว้างเป็นพิเศษ ซึ่งห้องนี้ก็ขายพร้อมเฟอร์นิเจอร์ Fully Furnished เช่นกันกับห้องที่แล้วเลยค่ะ

เปิดเข้ามาในห้องจะเจอกับพื้นที่ครัวเป็นส่วนแรก

พื้นที่ครัวจะบิลต์อินเคาน์เตอร์พร้อมตู้แขวนผนัง รวมถึงมีมุมให้วางตู้เย็นขนาดกลาง ส่วนอ่างล้างจาน เตาไฟฟ้า และเครื่องดูดควัน ก็ให้มาพร้อมห้องมาตรฐานเช่นกัน

เคาน์เตอร์ครัวจะอยู่ติดกับโต๊ะอาหารพอดี โดยมีประตูกระจกบานเลื่อนเป็นตัวแบ่งพื้นที่

ประตูกระจกบานเลื่อนเป็นแบบ 3 ตอน ช่วยกั้นพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน ทำอาหารแล้วไม่ส่งกลิ่นรบกวนไปถึงห้องนั่งเล่นกับห้องนอน

ฝั่งตรงข้ามกับเคาน์เตอร์ครัวมีมุมให้วางตู้เก็บรองเท้าเพิ่มได้ โดยจะอยู่ติดกับประตูห้องน้ำ

ห้องน้ำมีชุดสุขภัณฑ์ที่ครบครัน แบ่งพื้นที่เป็นส่วนเปียกกับส่วนแห้ง โดยติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำมาให้ด้วย

ขยับเข้ามาตรงกลางห้องชุดจะเป็น Living Area ซึ่งสามารถวางโซฟาได้กว้างขึ้นจากห้องที่แล้ว โดยห้องมาตรฐานจะให้โซฟา 3 ที่นั่งและโต๊ะกลางมาด้วย

ตรงข้ามกับโซฟาคือชั้นวางทีวีแยกกับโต๊ะอาหาร เป็นเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว มาพร้อมกับเก้าอี้ 2 ตัว

ต่อจากห้องนั่งเล่นจะเป็นห้องนอน ซึ่งกั้นพื้นที่ไว้ด้วยประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่

พื้นที่ระหว่างห้องนั่งเล่นกับห้องนอน สามารถติดตั้งผ้าม่านเพิ่มเติมได้หากต้องการความเป็นส่วนตัวในเวลาพักผ่อน

ประตูกระจกบานเลื่อนจะเป็นแบบ 3 ตอน ซึ่งนอกจากจะให้ความเป็นสัดส่วน ก็ยังช่วยให้แสงธรรมชาติส่องผ่านจากหน้าต่างเข้ามาถึงห้องนั่งเล่นและครัวได้ดี

ห้องนอนจะมาพร้อมกับเตียงขนาด 5 ฟุต วางตำแหน่งอยู่ติดระเบียง ได้ความปลอดโปร่งจากสว่างแสงธรรมชาติ

ตรงข้ามกับปลายเตียงจะมีตู้เสื้อผ้า มาให้พร้อมห้องมาตรฐาน พร้อมกับเว้นพื้นที่ให้วางโต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะทำงานเพิ่มเติมได้

ห้องนอนอยู่ติดกับระเบียง ซึ่งมีประตูกระจกบานเลื่อนเป็นตัวกั้นพื้นที่ โดยระเบียงจะมีพื้นที่กว้างขวาง ใช้ซักล้าง ตากผ้า หรือจัดสวนได้ตามความต้องการ
นี่คือห้องตัวอย่างทั้ง 2 แบบที่มีให้เยี่ยมชมได้ที่ตึกจริงของโครงการ ชาโตว์ อินทาวน์ รัชโยธิน ส่วนต่อไปเราจะมารีวิวเรื่องทำเลที่ตั้งโครงการกันบ้างค่ะ
Location : ชาโตว์ อินทาวน์ รัชโยธิน
โครงการ ชาโตว์ อินทาวน์ รัชโยธิน ตั้งอยู่ที่ ถ.เสนานิคม 1 ซ.12 (ซ.ซูซูกิ) ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับ ถ.พหลโยธิน ได้ถึง 2 ทาง รวมถึงสามารถทะลุไปออก ถ.ลาดพร้าววังหิน ได้เช่นกัน ที่สำคัญคืออยู่ใกล้กับ BTS ถึง 2 สถานี ทั้งสถานีรัชโยธิน และสถานีเสนานิคม
การเดินทาง

เริ่มต้นที่ห้าแยกลาดพร้าว ฝั่งหน้า เซ็นทรัล ลาดพร้าว ขับตรงไปตาม ถ.พหลโยธิน

มุ่งหน้าตามป้าย รัชโยธิน - เกษตร

ก่อนถึงแยกรัชโยธิน ให้ชิดขวาขึ้นสะพานข้ามแยกได้เลย

ลงจากสะพานข้ามแยก จะเป็นหน้า เมเจอร์ รัชโยธิน ให้เบี่ยงซ้ายออกมาอยู่เลนกลาง

ขับอยู่บนเลนกลาง ตรงไปตามป้ายเสนานิคม

ขับตรงมาอีกนิดเดียวจะเจอกับสามแยกทางเข้า ถ.เสนานิคม 1 สังเกตได้จากป้ายบอกทางไปวังหิน

ตรงไปตาม ถ.เสนานิคม 1

จากปากทาง ถ.เสนานิคม 1 ขับรถเข้ามาอีกไม่ไกลจะเจอกับ ซ.12 หรือ ซ.ซูซูกิ อยู่ฝั่งขวา ซึ่งสังเกตได้จากป้ายบอกเส้นทางลัดไปออก ถ.พหลโยธิน

เลี้ยวขวาเข้า ถ.เสนานิคม 1 ซ.12 เป็นซอยที่อยู่อาศัยซึ่งมีคอนโดตั้งอยู่หลายโครงการ ให้ขับตรงไปจนถึงทางแยก

พอถึงทางแยกจะเห็นโครงการอยู่บริเวณหัวมุมพอดี ให้เลี้ยวขวาแล้วจะเจอกับทางเข้าโครงการ

ถ.เสนานิคม 1 สามารถเชื่อมต่อกับ ถ.ลาดพร้าววังหิน ได้ด้วย เราเลยลองขับออกจากโครงการไปทาง ถ.ลาดพร้าววังหิน ให้ได้ชมตัวอย่างกันด้วยค่ะ โดยภาพนี้เราอยู่ที่ ถ.เสนานิคม 1

ขับตรงมาเรื่อยๆ จะเจอกับสะพานข้ามคลองลาดพร้าว

ลงจากสะพานข้ามคลองมาจะเจอกับสี่แยกตัดกับ ถ.ลาดพร้าววังหิน ถ้าเลี้ยวขวาจะไปย่านโชคชัย 4 รวมถึงออกไปที่ ถ.ลาดพร้าว ส่วนถ้าเลี่ยวซ้ายจะไป ถ.ประเสริฐมนูกิจ (เกษตร - นวมินทร์)

เราเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ถ.ลาดพร้าววังหิน แล้วขับตรงมุ่งหน้าไป ถ.เกษตร - นวมินทร์ ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปย่านรามอินทรา, นวมินทร์ และย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา (ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม)

ออกมาที่ปากทาง ถ.ลาดพร้าววังหิน จะเป็น ถ.ประเสริฐมนูญกิจ หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อ ถ.เกษตร - นวมินทร์ โดยถ้าเลี้ยวซ้ายแล้วตรงไปเรื่อยๆ ก็จะเจอกับ ถ.พหลโยธิน บริเวณสี่แยกเกษตร

นอกจากการเดินทางด้วยรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ ก็ยังมีรถไฟฟ้าเป็นอีกทางเลือกในการเข้าออกตัวเมืองชั้นในที่สะดวกรวดเร็ว โดยมีทั้งสถานีรัชโยธิน และสถานีเสนานิคม อยู่ใกล้กับโครงการในระยะทางที่พอๆ กัน นั่งต่อเดียวไปถึงย่านธุรกิจและไลฟ์สไตล์ใจกลางเมืองได้อย่างสะดวกสบาย
สถานที่ใกล้เคียง

ใกล้กับโครงการมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน นำมาโดย เมเจอร์ ซินิเพล็กซ์ รัชโยธิน ที่อยู่ติดกับ BTS รัชโยธิน โดยมี อเวนิว รัชโยธิน อยู่ข้างหลัง และมีตลาดนัด กรีน วินเทจ รัชโยธิน อยู่ฝั่งตรงข้าม

ถ้าเข้าไปโซนลาดพร้าววังหิน ก็จะมีทั้ง แม็คโคร ฟู๊ดเซอร์วิส ลาดพร้าววังหิน และ เดอะ แจ๊ส วังหิน เป็นอีกทางเลือกในการจับจ่ายใช้สอยใกล้บ้าน

ขยับออกมาไม่ไกลที่บริเวณห้าแยกลาดพร้าว ก็มีทั้ง ตลาดนัดจ๊อดแฟร์แดนเนรมิตร, โลตัส ลาดพร้าว, ยูเนี่ยนมอลล์ และ เซ็นทรัล ลาดพร้าว ให้เลือกใช้ชีวิตได้ตามไลฟ์สไตล์ โดยนอกเหนือจากนี้ก็กำลังจะมี เซ็นทรัล พหลโยธิน (ชื่อยังไม่เป็นทางการ) มาเปิดที่ฝั่งตรงข้ามแดนเนรมิตรในอนาคต

ทำเลรัชโยธิน จัดเป็นส่วนหนึ่งของ North CBD หรือศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ที่กินพื้นที่จากโซน จตุจักร ห้าแยกลาดพร้าว รัชโยธิน ไปจนถึงแยกเกษตร ทำเลของคอนโดจึงอยู่ใกล้แหล่งงานชั้นดีจำนวนมาก อาทิเช่น อาคารออฟฟิศเซ็นทรัลลาดพร้าว, กระทรวงพลังงาน, สำนักงานใหญ่ ปตท., ตึกช้าง, สำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์, สำนักงานใหญ่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงอาคาร RS Tower ที่อยู่ในภาพข้างบนนี้

นอกจากรายล้อมด้วยแหล่งงาน ใกล้กับโครงการก็ยังมีมหาวิทยาลัยใหญ่อีก 2 แห่ง คือ ม.เกษตรศาสตร์ กับ ม.ราชภัฏจันทรเกษม ซึ่งมีนิสิตนักศึกษาและบุคลากรเป็นจำนวนมาก โอกาสในการลงทุนซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่าทำกำไรจึงมีความเป็นไปได้สูง จาก Demand ความต้องการห้องพักที่เข้มข้นในย่านนี้

สำหรับผู้ที่อยู่คอนโดกันเป็นครอบครัวและมีสมาชิกในวัยเรียน ก็มีโรงเรียนชื่อดังอยู่ไม่ไกลจากโครงการอีกหลายแห่ง เช่น รร.หอวัง, รร.สตรีวิทยา 2 และ รร.เลิศหล้ากาญจนาภิเษก สามารถไปรับส่งเด็กๆ ที่โรงเรียนได้อย่างสะดวก

สำหรับการดูแลสุขภาพ ทำเลโดยรอบโครงการก็มีโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำหลายแห่งพร้อมให้บริการ ไม่ว่าจะเป็น รพ.เปาโล เกษตร, รพ.วิภาวดี หรือ รพ.เปาโล โชคชัย 4
Price & Promotion

ห้องชุดในคอนโดมิเนียมโครงการ ชาโตว์ อินทาวน์ รัชโยธิน มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2.39 ล้านบาท* เฉลี่ยต่อ ตร.ม. ทั้งโครงการอยู่ที่ประมาณ 80,000 บาท* / ตร.ม.
ลงทะเบียนทางเพจรับส่วนลดสูงสุด 200,000 บาท* >> https://bit.ly/3rs8KFv
**ข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม 2566 ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดสอบถามโครงการอีกครั้ง
Conclusion

ทั้งหมดนี้คือการีวิวตึกจริงของคอนโดใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จหมาดๆ ในเดือนกรกฎาคม 2566 โครงการ ชาโตว์ อินทาวน์ รัชโยธิน ที่ทาง Home Buyers ได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมบรรยากาศมาค่ะ โดยก่อนจบรีวิวชิ้นนี้ไป เรามีบทสรุปเป็นข้อๆ มาให้ได้อ่านกันเป็นการทิ้งท้าย ดังนี้ค่ะ
Design & Function โครงการออกแบบในสไตล์ Modern English ที่ดูเรียบง่ายสบายตา โดยมาพร้อมกับห้องชุดขนาดกลางๆ ที่จัดฟังก์ชันได้อย่างลงตัว แยกพื้นที่ครัวเป็นสัดส่วน โดยมีให้เลือกว่าจะเอาครัวไว้ริมระเบียง หรืออยู่ติดประตูหน้าห้อง ตามแต่ไลฟ์สไตล์ความชอบ ซึ่งความโดดเด่นอีกอย่างที่สัมผัสได้คือบรรยากาศที่ปลอดโปร่งของห้อง ด้วยหน้าต่างที่มีขนาดใหญ่ และการใช้ประตูกระจกกั้นฟังก์ชันต่างๆ ทำให้แสงสว่างธรรมชาติส่องเข้ามาในห้องชุดได้อย่างทั่วถึง ไม่รู้สึกอึดอัดเลยค่ะ
Facility โครงการมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน และรวมกลุ่มอยู่ใกล้ๆ กัน โดยแบ่งเป็น 3 โซน คือชั้น G, ชั้น 8 อาคาร B และชั้นดาดฟ้า ซึ่งมีข้อดีคือเราสามารถเดินไปใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ได้สะดวก ไม่ต้องเดินย้ายชั้นหรือเดินข้ามตึกให้เหนื่อยเลย ที่สำคัญคือโครงการมีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ควบคุมความเป็นส่วนตัวอย่างแน่นหน้าด้วยระบบ Key Card ตั้งแต่พื้นที่รอบโครงการ ล็อบบี้ ไปถึงลิฟต์ พร้อมด้วยกล้องวงจรปิดทั่วทั้งโครงการและในห้องพัก จึงให้ความอุ่นใจกับการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ได้ค่อนข้างดีค่ะ
Location โครงการตั้งอยู่ใจกลางย่านเสนานิคม ซึ่งเชื่อมต่อได้ทั้งย่านรัชโยธิน ลาดพร้าววังหิน โชคชัย 4 และเกษตรนวมินทร์ ซึ่งเป็นทั้งแหล่งงาน แหล่งชุมชน และศูนย์รวมความสะดวกสบายที่ครบครัน เป็นอีกทำเลที่น่าสนใจสำหรับทั่งผู้ที่ทำงานในย่าน North CBD รวมถึงนักลงทุนปล่อยเช่าทำกำไร เพราะว่าไม่เพียงแค่รายล้อมด้วยแหล่งงาน แต่โครงการยังอยู่ใกล้กับ ม.เกษตรฯ และ ม.จันทรเกษมฯ ซึ่งมีความต้องการเช่าห้องจากนิสิตนักศึกษาเป็นจำนวนมากทีเดียวค่ะ
สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมของโครงการ หรือนัดหมายเยี่ยมชมสถานที่จริงของตัวโครงการได้แล้วผ่านทางเบอร์โทรศัพท์ 1172 กด 30 และ 094 464 2121 หรือลงทะเบียนให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้เลยที่เว็บไซต์ www.cmc.co.th/chateau-in-town-ratchayothin
*หมายเหตุ ภาพประกอบในบทความเป็นเพียงไอเดียการตกแต่งของห้องตัวอย่างเท่านั้น
การคำนวณยอดผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน
ปรับรายละเอียดด้านล่างเพื่อคำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือน