รีวิวคอนโด บลู สุขุมวิท 105 ทำเลใจกลางลาซาล ห้องแต่งครบในรูปแบบ Adaptive Function
หลายคนที่ตัดสินใจเลือกอยู่คอนโด หลักๆ น่าจะมาจากเหตุผลที่อยากได้ทำเลที่ใช้ชีวิตได้สะดวกสบาย อย่างวันนี้ Home Buyers อยากจะพาไปชมคอนโดใหม่ ใจกลางลาซาล ‘บลู สุขุมวิท 105’ เป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจ อยู่บนทำเลที่น่าอยู่ บนถนนสุขุมวิท 105 (ถนนลาซาล) ขึ้นชื่อว่าถนนลาซาล ของกิน แหล่งไลฟ์สไตล์มีให้เลือกเยอะแบบจุใจ แถมเดินทางง่าย เชื่อม 3 เส้นทางหลัก และใกล้รถไฟฟ้าถึง 2 สาย ทั้ง BTS แบริ่ง และ MRT สายสีเหลือง สถานีศรีลาซาลเชียวนะ
ไม่เพียงเท่านี้ โครงการมีห้องพักอาศัยที่เน้นรูปแบบเป็น 1 Bedroom มีหลายขนาดให้เลือก แต่งให้ครบ ขายแบบ Fully Furnished พร้อมออกแบบการใช้งานด้วยเฟอร์นิเจอร์ Adaptive Function ไม่เหมือนที่ไหน ให้เราได้ใช้ชีวิตที่ลงตัวและอิสระ ตรงตามแนวคิด ชีวิตคือการออกเดินทาง…ไปไหนก็ง่าย
ถ้าใครอยากได้ประสบการณ์อยู่อาศัยที่ดีแบบนี้ ตามไปชมรีวิวนี้ แล้วแอดมินจะเล่าเรื่องราวดีๆ ของ บลู สุขุมวิท 105 ให้ทุกคนได้รู้จักกันค่ะ
Factsheet
| ชื่อโครงการ : | โครงการ บลู สุขุมวิท 105 |
|---|---|
| บริษัท : | บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด |
| ที่ตั้งโครงการ : | ซ.ลาซาล 57 แขวงบางนา เขตบางนา กทม. |
| ประเภท : | คอนโดมิเนียม 8 ชั้น 2 อาคาร |
| พื้นที่โครงการ : | 3-1-18 ไร่ |
| จำนวน : | 387 ยูนิต |
| พื้นที่ใช้สอย : | 24.00 - 35.50 ตร.ม. |
| แบบห้อง : | 1 Bedroom 24.00 - 28.50 ตร.ม. |
| 1 Bedroom Plus 31.50 - 35.50 ตร.ม. |
|
| ที่จอดรถ : | 41% (รวมจอดซ้อนคัน) |
| สิ่งอำนวยความสะดวก : | Co-Lobby, Co-Working Space, Meeting Room, Game Room, Multi Garden, Badminton Court, Swimming Pool, Fitness, Calories Counting Steps, Garden, Smart Locker, EV Charger, Laundry Room, Mail Room |
| ระบบรักษาความปลอดภัย : | เข้า-ออกโครงการด้วยระบบสัญญาณ Bluetooth, เข้า-ออกอาคาร ระบบ Keycard Access Control, CCTV ติดจุดสำคัญทั่วโครงการ, เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย 24 ชม., ลิฟต์เป็นระบบล็อกชั้น |
| ราคา : | เริ่มต้น 1.79 ล้านบาท (สอบถามโครงการอีกครั้ง) |
| ค่าส่วนกลาง : | 45 บาท/ตร.ม./เดือน |
| ค่ากองทุน : | 500 บาท/ตร.ม. |
| คาดว่าแล้วเสร็จ : | มี.ค. ปี 2566 (พร้อมอยู่) |
| เว็บไซต์ : | https://bit.ly/3ZY0zx7 |
| โทร : | 02 652 4000 |
Highlight

คอนโดใจกลางลาซาล ใกล้รถไฟฟ้า 2 สาย รายล้อมด้วย Community Mall มากมาย อีกทั้งโครงการจะตั้งอยู่ติดกับถนนสุขุมวิท 105 ซึ่งเชื่อมต่อถนนได้ถึง 3 เส้นทาง ได้แก่ ถนนสุขุมวิท, ทางคู่ขนาน ถนนบางนา-ตราด, ถนนศรีนครินทร์ รวมถึงยังใกล้กับทางด่วน ไม่ว่าจะเข้า-ออกนอกเมืองไปได้สะดวกมากๆ
ห้องเป็นสัดส่วน เน้นรูปแบบ 1 Bedroom ได้ครัวปิดทุกห้อง ช่วยให้ทำอาหารได้อย่างสบายใจ ซึ่งมาพร้อมกับพื้นที่ใช้สอยให้เลือกหลายขนาด ตั้งแต่ 24-35.50 ตร.ม. อยู่สบายด้วยห้องหน้ากว้าง โปร่งโล่งด้วยช่องหน้าต่างบานใหญ่ ทั้งยังมีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานได้มาตรฐาน 2.5 ม.
ฟังก์ชันดี แต่งครบ พร้อมออกแบบการใช้งานด้วย Adaptive Function เรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นของโครงการนี้ได้เลย ทุกเฟอร์นิเจอร์ที่ให้มาพร้อมห้องมาตรฐานส่งมอบ สามารถที่ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ เพื่อให้ผู้พักอาศัยได้ใช้ชีวิตที่ง่าย และสบายมากยิ่งขึ้น
ผ่อนคลายด้วยพื้นที่สีเขียว สอดแทรกด้วยพื้นที่ส่วนกลาง ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ได้มีการแบ่งโซนอย่างเป็นสัดส่วน ทั้งแบบ Indoor และ Outdoor รองรับกิจกรรมได้หลากหลาย ไม่ว่าจะพักผ่อน หรือใช้งานจริงจัง อย่างอ่านหนังสือ นั่งทำงาน มีให้ครบ และอยู่อาศัยได้อย่างอุ่นใจ เพราะมีระบบความปลอดภัยที่แน่นหนาดูแล 24 ชม.
Design & Concept

โครงการ บลู สุขุมวิท 105 เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise สูง 8 ชั้น 2 อาคาร อยู่บนที่ดินกว่า 3 ไร่ โดยชื่อของโครงการที่ใช้คำว่า บลู ที่หมายถึงความอิสระ สร้างสรรค์ เข้ากับการใช้ชีวิตในวัยเริ่มต้นของคน Gen ใหม่
อีกทั้งได้มีการออกแบบ Facade ของตัวอาคาร ให้เป็นลักษณะเหมือนคลื่นน้ำ มีส่วนเว้าส่วนโค้ง แปลกตามากทีเดียว สะท้อนถึงความรู้สึกที่ลื่นไหล ไม่หยุดนิ่ง สร้างความเอกลักษณ์ได้อย่างโดดเด่น ไม่เหมือนกับที่ไหนเลยค่ะ
Facility

พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ มีมาให้ครบ รองรับได้หลากหลายกิจกรรม ตั้งแต่พื้นที่นั่งทำงาน อ่านหนังสือ รวมทั้งยังมีโซน Active สำหรับคนที่อยากจะออกกำลังกายเรียกเหงื่อ หรืออยากจะนั่งพักผ่อนชิลๆ ใกล้ชิดธรรมชาติ ก็มีที่นั่งให้เลือกหลายมุม พร้อมทั้งมี Services ต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้พักอาศัย
จาก Master Plan เราจะเห็นว่าโครงการอยู่ในซอยลาซาล 57 ติดกับถนนสุขุมวิท 105 โดยทางเข้า-ออกของโครงการแบ่งออกจากกันอย่างชัดเจน และมีการออกแบบพื้นที่สีเขียวอยู่คู่ขนานกับตัวอาคาร ซึ่งในพื้นที่สีเขียวจะมีการสอดแทรกพื้นที่ส่วนกลางที่เรียกว่า blue space ให้มีการใช้งานต่อเนื่องกัน เพื่อให้เข้าไปใช้งานในพื้นที่ได้สะดวก
ทั้งยังมีพื้นที่ส่วนกลางในแบบ Indoor ซึ่งจะอยู่ชั้น 1, 2, 3 และ 4 ของอาคาร A และ B ที่สำคัญโครงการได้แบ่งโซนพื้นที่ส่วนกลางแยกเป็นสัดส่วนออกจากห้องพักอาศัย เข้าใช้บริการได้โดยการใช้ Keycard Access Control ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ

ในส่วนด้านหน้าโครงการ บริเวณอาคาร A จะมีทางเข้าไปยังพื้นที่จอดรถที่อยู่ด้านในใต้อาคาร ส่วนทางออกจะอยู่โซนด้านหลังของอาคาร B การเข้า-ออก กั้นด้วยไม้กระดก และใช้ระบบส่งสัญญาณ Bluetooth บริเวณนี้จะมีป้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พร้อมติดตั้งกล้อง CCTV ดูแลให้ 24 ชม.

โครงการนี้มีพื้นที่จอดรถได้ 135 คัน จอดซ้อนได้ 23 คัน รวมทั้งหมด 41% เนื่องจากโครงการได้ดีไซน์ให้ทางเข้าและทางออกแยกกัน อยู่คนละโซน ช่วยให้การสัญจรในโครงการง่ายขึ้น ไม่ต้องขับรถวนสวนทางให้ติดขัดกันได้ ถือว่าเป็นการออกแบบที่ให้ประโยชน์และความสะดวกสบายกับผู้พักอาศัยได้ดี

ใครมีรถยนต์ไฟฟ้าไม่ต้องกังวลว่าจะไปชาร์จที่ไหน เพราะโครงการได้ติดตั้งจุด EV Charger ให้ด้วย รองรับการใช้งานสำหรับผู้พักอาศัยที่มีรถยนต์ไฟฟ้า

สำหรับพื้นที่ส่วนกลางในโซนแรก จะพาไปดูตรงบริเวณด้านหน้าของอาคาร A กันค่ะ ซึ่งจะเดินไปตามช่องทางเดินที่โครงการทำไว้ให้ รอบๆ จะมีสวนและต้นไม้ตลอดเส้นทาง บรรยากาศสดชื่นมากทีเดียว

พื้นที่ส่วนกลางในโซนนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่นั่งทำงาน นั่งเล่นอ่านหนังสือ ที่มองเห็นวิวด้านหน้าโครงการผ่านผนังกระจกขนาดใหญ่ ส่วนด้านบนมีพื้นที่ให้นั่งพักผ่อนแบบ Outdoor อีกด้วย

เข้ามาด้านใน ชั้น 1 จะมี Smart Locker สะดวกสบายด้วยตู้รับฝากของและพัสดุ นอกจากนี้ในบริเวณเดียวกัน ยังมีห้องนิติบุคคลและห้องน้ำส่วนกลางค่ะ

เดินขึ้นบันไดมาไม่กี่ขั้น จะเจอกับโถงกว้างๆ พื้นที่โซนนี้ เรียกว่า Co-Living มีมุมให้นั่งได้หลายจุด ทั้งแบบโซฟายาว ที่มีโต๊ะและปลั๊กไฟให้พร้อมรองรับการใช้งาน ส่วนตรงข้ามจะเป็นโต๊ะและที่นั่งสำหรับ 1-2 คนได้ หากใครอยากทำงานแบบชิลๆ หรือนัดเพื่อนมานั่งคุยกัน มุมนี้เหมาะเลยค่ะ เพราะมีบรรยากาศที่โล่งสบาย มองเห็นวิวด้านหน้าโครงการได้เต็มสายตา


แต่ถ้าอยากได้พื้นที่นั่งทำงานที่ให้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เดินขึ้นบันไดมาอีกนิด ด้านบนจะมีห้อง Co-Working Space ที่กั้นห้องเป็นสัดส่วน ด้วยประตูกระจก ด้านในมีมุมให้นั่งได้หลายจุดเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะมาคนเดียว เป็นคู่ หรือเป็นกลุ่มเพื่อนมาติวหนังสือ สามารถเลือกนั่งได้ตามความต้องการ

รวมถึงยังมี Meeting Room รองรับการใช้งานที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในการที่จะประชุมกับลูกค้า หรือนัดทีมงานมาระดมไอเดียกันแบบ Work From Anywhere ภายในห้องจะมีทีวี อุปกรณ์ต่างๆ ใช้ประกอบการทำงานได้

ในบริเวณโซนของ Co-Working Space จะมีบันไดที่เดินขึ้นเชื่อมไปถึงพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆ อย่าง Game Room และ Multi Garden ซึ่งจะอยู่บริเวณชั้น 3-4 หากทำงานเหนื่อยๆ ไปผ่อนคลายในโซนด้านบนกันต่อได้เลยค่ะ

ชั้น 3 ของอาคาร A จะมี Game Room ชวนเพื่อนเข้ามาเล่นเกมกันได้ บรรยากาศของห้องจะโปร่งๆ ด้วยผนังกระจก และภายในห้องจะมีประตูที่เปิดเชื่อมไปยังพื้นที่ Multi Garden ที่อยู่ด้านนอก ซึ่งโซนนี้เป็นมุมนั่งพักผ่อนในรูปแบบ Outdoor

เปิดประตูจาก Game Room จะเจอกับโซน Multi Garden พื้นที่สีเขียวอีก 1 จุดของโครงการ บริเวณนี้จะมีทั้งลานสนามหญ้าให้เราได้เดิน ยืดเส้นยืดสายใกล้ชิดกับธรรมชาติ ถ้าเดินไปอีกนิดเราจะเห็นมุมนั่งพักผ่อนไล่ระดับลงมา คล้ายกับอัฒจันทร์ ลองจินตนาการว่าเรานั่งชมเมืองยามเย็น เห็นคนและรถผ่านไปมา บวกกับเห็นแสงไฟช่วงพลบค่ำ คงรู้สึกสบายใจดีไม่น้อยเลยล่ะค่ะ

กลับลงชั้น 1 คราวนี้จะพาไปชมโถงต้อนรับ หรือ Lobby ของอาคาร A ตำแหน่งจะอยู่โซนตรงกลางของอาคาร เปิดประตูเข้ามา จะเห็นห้องโปร่งโล่งด้วยเพดานที่สูง ด้านข้างเป็นผนังกระจก รับแสงธรรมชาติได้ทั่วถึง พร้อมทั้งมองเห็นวิวพื้นที่สวนที่อยู่ด้านข้างได้ยาวไปจนถึงสุดผนังอีกด้าน เพื่อนหรือแฟนมาหา พามานั่งคุยกันตรงนี้ได้สบาย

บริเวณโซน Lobby ทั้งอาคาร A และ B จะมี Mail Room ช่องรับจดหมาย เอกสารต่างๆ ออกแบบในโทนสีน้ำเงิน เข้ากับชื่อกับของโครงการ บลู สุขุมวิท 105 ได้อย่างดี

ทั้งยังมี Laundry Room ห้องซักผ้า พร้อมเครื่องอบผ้า อำนวยความสะดวกให้กับผู้พักอาศัย ได้เข้ามาใช้บริการค่ะ

ด้านข้างของ Lobby อาคาร A โครงการได้ออกแบบให้เป็นพื้นที่สีเขียว ทำเป็นช่องทางเดิน สามารถเดินเชื่อมไปถึงอาคาร B ได้ ระหว่างทางจะมีพื้นที่ส่วนกลาง รองรับกิจกรรม Outdoor ไว้อยู่มากมาย แอดมินมองว่าโครงการทำออกมาได้ดี นอกจากจะได้ความร่มรื่นเป็นอย่างมากแล้ว ทำให้เราสามารถที่จะเข้าถึงพื้นที่ส่วนกลางได้ง่ายอีกด้วย

ระหว่างเดินไปตามทางที่อยู่ในพื้นที่สีเขียว ก็จะเห็นม้านั่งอยู่สองข้างทางเป็นระยะๆ ทุกมุมจะได้บรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติ จัดสรรพื้นที่ให้เข้าไปใช้งานในการนั่งพักผ่อนได้อย่างลงตัว

ภายในสวนแห่งนี้ มีโซน Badminton Court ให้ด้วย เอาใจสายคนชอบตีแบด โดยปกติแล้วโครงการคอนโดส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีพื้นที่สนามแบดมินตัน ซึ่งที่นี่มีความแตกต่าง ถือว่าเป็นข้อดี ไม่ต้องไปเช่าสนามแบดมินตันไกลบ้าน มาออกกำลังกายที่คอนโดได้เลยค่ะ

เดินต่อมาอีกนิด ก็จะถึง Lobby อาคาร B ฟังก์ชันการใช้งานด้านในมีความคล้ายกับ Lobby ของอาคาร A แต่จะพิเศษขึ้นมาหน่อย นั้นก็คือ ชั้นบนจะเป็นพื้นที่ของโซน Fitness มีเครื่องออกกำลังกายแบบจัดเต็ม รองรับการใช้งานได้อย่างเต็มที่

ตรงบริเวณ Lobby ทุกอาคาร จะมีทางเชื่อมไปยังโถงลิฟต์ กั้นด้วยประตูกระจกแบบบานเปิดอย่างที่เห็นในภาพนี้เลยค่ะ ซึ่งการเข้า-ออกไปยังพื้นที่ห้องพักอาศัย จะมีการสแกนอุณหภูมิ และใช้ Keycard Access Control ผ่านเข้าไป โดยลิฟต์จะเป็นระบบล็อกชั้น เพื่อให้ได้ความปลอดภัยและมีความเป็นส่วนตัว

จาก Lobby ของอาคาร B ชั้น 1 เดินขึ้นบันไดมายังชั้น 2 ด้านบนเป็นพื้นที่ห้อง Fitness ที่แบ่งจัดวางเครื่องออกกำลังกายไว้ 2 โซน ให้บรรยากาศการออกกำลังกายที่ต่างกันค่ะ

โซนแรก ให้บรรยากาศการออกกำลังกายแนว Active หน่อย มีการตกแต่งด้วยเส้นสายของไฟ พร้อมทั้งได้ติดตั้งกระจกรอบด้าน ให้เรารู้สึกสนุกในการออกกำลังกาย ส่วนอีกโซนจะอยู่ใกล้กับช่องแสงขนาดใหญ่ ตรงนี้จะได้บรรยากาศโปร่ง มองเห็นวิวด้านนอก ได้ความรู้สึกที่สบายๆ ไม่อึดอัด ชอบบรรยากาศแบบไหน สามารถที่จะเลือกมุมออกกำลังกายได้ด้วยตัวเอง

ห้อง Fitness จะมีประตูที่เปิดออกเชื่อมไปยังทางเดิน สามารถที่จะเดินไปถึงสระว่ายน้ำของโครงการได้ ซึ่งสุดทางเดินจะเป็นพื้นที่จุดล้างตัวก่อนและหลังว่ายน้ำ ใกล้ๆ จะมีห้องน้ำส่วนกลางไว้ให้ด้วยค่ะ

ก่อนจะไปชมสระว่ายน้ำ เรามาดูขั้นบันได ซึ่งเป็นทางขึ้น-ลงของสระว่ายน้ำ ทางโครงการได้ออกแบบให้ใช้ประโยชน์ของพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นที่ออกกำลังกายอีก 1 จุด หรือเรียกว่า Calories Counting Steps ใช้เดินหรือวิ่งขึ้น-ลงบันได ได้ทั้งสร้างกล้ามเนื้อและเบิร์นไขมัน ลดแคลอรี่ได้อย่างหนักหน่วงกันทีเดียว

สระว่ายน้ำที่นี่ จะเป็นระบบเกลือ มีความลึก 1.2 ม. ตำแหน่งอยู่บริเวณอาคาร B การออกแบบสระว่ายน้ำจะมีความโค้งเว้า ล้อไปกับการดีไซน์ Facade ของตัวอาคาร จัดวางให้อยู่ด้านข้าง กั้นด้วยช่องทางเดิน ทำให้คนที่พักอาศัยในชั้น 2 ก็จะมีระยะห่างจากสระว่ายน้ำประมาณนึง ช่วยให้ได้ความเป็นส่วนตัวได้ยิ่งขึ้นในเวลาที่มีเพื่อนบ้านมาว่ายน้ำ


โดยสระว่ายน้ำจะมีทั้งโซนที่สามารถว่ายน้ำเพื่อออกกำลังกาย ส่วนอีกฝั่งจะเป็นโซนนั่งแช่น้ำชิลๆ เคล้าบรรยากาศของธรรมชาติรอบด้าน หากใครแบบไม่อยากจะลงน้ำ แต่อยากได้ความรู้สึกสดชื่นเหมือนนั่งริมน้ำ ก็สามารถมานั่งพักผ่อนตรงริมสระว่ายน้ำได้ ทางโครงการได้จัดวางเก้าอี้ไว้หลากหลายมุมเลยค่ะ

ถ้าสังเกตรอบๆ ภายในโครงการนี้ เราจะเห็นพื้นที่สีเขียวกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ บนอาคารอีกด้วยนะ สร้างความสบายตา สบายใจ ผ่อนคลายได้มากจริงๆ
สรุปสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ
อาคาร A
- Smart Locker
- Co-Living
- Co-Working Space
- Meeting Room
- Game Room
- Multi Garden
- EV Charger
- Lobby
- Mail Room
- Laundry Room
อาคาร B
- Lobby
- Mail Room
- Laundry Room
- Fitness
ในพื้นที่สีเขียว จะมี
- Badminton Court
- Swimming Pool
- Calories Counting Steps
Room Type
โครงการ บลู สุขุมวิท 105 มีแบบห้องให้เลือก ดังนี้
- 1 Bedroom ขนาดพื้นที่ใช้สอย 24.00 - 28.50 ตร.ม.
- 1 Bedroom Plus ขนาดพื้นที่ใช้สอย 31.50 - 35.50 ตร.ม.
ซึ่งวันนี้ทีมงาน Home Buyers พาไปชมห้องตัวอย่าง 2 แบบ คือ 1 Bedroom ขนาด 24.5 ตร.ม.
และ 1 Bedroom Plus ขนาด 32.0 ตร.ม ค่ะ
1 Bedroom ขนาด 24.5 ตร.ม.

มาเริ่มต้นด้วยห้องตัวอย่างแรก แบบห้อง 1 Bedroom มีขนาดพื้นที่ใช้สอย 24.5 ตร.ม. เป็นห้องหน้ากว้าง จัดวางฟังก์ชันโดยการแบ่งโซนครัว, ห้องนอน, ห้องนั่งเล่นได้อย่างเป็นสัดส่วน โดยการกั้นด้วยประตูกระจกบานสไลด์ และยังทำให้ห้องดูโปร่ง เพราะเป็นกระจกใส สามารถที่จะรับแสงธรรมชาติจากช่องหน้าต่างและระเบียงได้อย่างทั่วถึง ทั้งยังแต่งให้ครบ ใช้ชีวิตพร้อมอยู่ได้ลงตัว

แบบห้อง 1 Bedroom 24 - 24.5 ตร.ม. รูปแบบแปลนจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กั้นพื้นที่ด้วยประตูกระจกบานสไลด์ โดยโซนด้านหน้าเป็นมุมนั่งเล่น เข้าไปด้านในเป็นส่วนของห้องนอน ฟังก์ชันอื่นๆ จะอยู่ด้านข้างอีกฝั่ง ซึ่งมีทั้งห้องน้ำ ห้องครัวเชื่อมต่อไปยังระเบียงห้อง

ทุกแบบห้องจะได้เป็นประตู Digital Door Lock โซนแรกที่ใกล้กับประตูทางเข้า เป็นฟังก์ชันของมุมนั่งเล่น ที่มีขนาดใช้งานกำลังดี จัดวางโซฟา 2 ที่นั่งได้ พร้อมกับวางโต๊ะกลางได้อีก 1 ตัว พื้นที่ด้านข้างยังทำเป็นมุมนั่งทำงานได้สบาย ซึ่งห้องนี้จะมีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานประมาณ 2.5 ม. สำหรับพื้นห้องจะปูด้วยลามิเนตลายไม้

จุดไฮไลต์ของโครงการ บลู สุขุมวิท 105 คือ ทุกแบบห้องจะได้เฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบการใช้งาน ลักษณะ Adaptive Function นั้นก็คือ สามารถจะปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้หลากหลายตามการใช้งานของผู้พักอาศัย ที่ทาง Grand Unity คิดให้แล้วว่ามีความคุ้มค่า ช่วยให้ใช้ชีวิตสบายยิ่งขึ้น อย่างเช่น โซฟา สามารถเอาเบาะที่นั่งออกมาได้ ด้านล่างจะเป็นตู้เก็บของต่างๆ ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่จำเป็นมาก สำหรับคนที่อยู่อาศัยในคอนโด ต่อมาเป็นโต๊ะกลาง ที่สามารถใช้งานให้เป็นโต๊ะแนวยาว หรืออยากได้โต๊ะที่สูงขึ้นมาหน่อย เปลี่ยนการจัดวาง ช่วยให้ใช้งานได้สะดวกมากขึ้นค่ะ

ฝั่งตรงข้ามโซฟา มีพื้นที่เพียงพอที่จะติดตั้งทีวี พร้อมกับลิ้นชักเก็บของเพิ่มได้อีกจุด ด้านบนยังมีพื้นที่เหลือ จะ Build-in ดีไซน์เป็นชั้นวางของ เหมือนกับห้องตัวอย่างได้เลย ที่สำคัญด้านข้างเป็นตู้เก็บรองเท้า ที่โครงการติดตั้งมาให้เรียบร้อย โดยที่เจ้าของห้องไม่ต้องเสียเวลาไปหาซื้อชั้นรองเท้าเพิ่มเลยค่ะ

ตู้เก็บรองเท้าที่ให้มา มีขนาดสูงถึงฝ้าเพดาน จะเป็นตู้แบบบานปิด ด้านหน้ามีการติดตั้งกระจกเงาเท่ากับบานประตู ส่องกระจกได้เต็มตัว ด้านในมีการแบ่งพื้นที่ทำเป็นหลายชั้น เก็บรองเท้าได้หลายคู่พอสมควร

มุมนั่งเล่น นอกจากจะวางโซฟาได้พอดีแล้ว ด้านข้างยังจะสามารถที่จะวางโต๊ะ ใช้งานเป็นพื้นที่นั่งทำงานได้ ใครต้องทำงานที่ห้องแบบสายฟรีแลนซ์ หรือต้องไลฟ์สดทำ Content ก็สะดวกสบาย มีพื้นที่รองรับให้ทำงานได้อย่างลงตัว


ถัดเข้าไปจากมุมนั่งเล่น จะเป็นส่วนของห้องนอนที่กั้นพื้นที่ด้วยประตูกระจกบานสไลด์ขนาดใหญ่ ที่ยังคงรับแสงธรรมชาติจากช่องหน้าต่าง ให้ส่องเข้ามาได้อย่างทั่วถึง ห้องยังดูโปร่งสบาย ถึงจะกั้นเป็นสัดส่วน แต่ถ้าเราเปิดประตูเอาไว้ พื้นที่การใช้งาน ก็สามารถที่จะเชื่อมต่อเนื่องกันได้


ภายในห้องนอน มีพื้นที่เหมาะที่จะวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ลงตัว ซึ่งฐานเตียงโครงการได้ให้มาเช่นเดียวกัน ความพิเศษ จะมีลิ้นชักที่สามารถเปิดออกมา เก็บของใช้ต่างๆ ได้อีก 1 จุด และตรงบริเวณหัวเตียง มีพื้นที่ให้วางพวกโต๊ะเล็กๆ หรือตู้ลิ้นชักเพิ่มได้

พื้นที่ผนังฝั่งตรงข้ามเตียงนอนจะ Build-in เป็นชั้นวางของ วางหนังสือได้ทั้งหมด หรือจะตกแต่งด้วยต้นไม้เล็กๆ ช่วยให้บรรยากาศในห้องดูสดชื่นมากขึ้น ส่วนด้านข้างจะเป็นตู้เสื้อผ้าขนาดกำลังดี Build-in ให้เสร็จสรรพ มาพร้อมกับห้องมาตรฐานส่งมอบ ส่วนผนังด้านข้าง จะมีช่องหน้าต่างขนาดใหญ่ทีเดียว เปิดระบายอากาศ รับแสงธรรมชาติได้ดี แถมมองวิวได้มุมมองที่กว้างอีกด้วย

ตู้เสื้อผ้าที่ทางโครงการ Build-in มาให้ รูปแบบจะเป็นบานปิดคู่ ด้านในมีช่องลิ้นชัก ช่องวางของ และราวแขวนเสื้อผ้า ใช้งาน 1-2 คนได้ ด้านบนมีช่องสำหรับเก็บกระเป๋าเดินทาง ซึ่งดีมากๆ เลยค่ะ ไม่ต้องปวดหัว ว่าจะเก็บกระเป๋าเดินทางไว้ตรงไหนของห้องอีกแล้ว

ส่วนฟังก์ชันอื่นๆ อย่างห้องน้ำ ห้องครัวและระเบียง จะอยู่อีกฝั่งของห้อง ซึ่งจะแบ่งโซนนี้โดยการกั้นด้วยประตูกระจกบานสไลด์ ข้อดีเลยคือ เราจะได้ครัวที่เป็นฟังก์ชันครัวปิดค่ะ

สำหรับแบบห้อง 1 Bedroom ขนาด 24.5 ตร.ม.นี้ จะได้ครัวปิด ที่อยู่ใกล้กับระเบียง คนที่ชอบทำอาหารน่าจะถูกใจฟังก์ชันนี้แน่นอน เพราะทำอาหารได้สะดวก กลิ่นไม่ไปรบกวนโซนพักผ่อน และยังสามารถเปิดประตู เพื่อระบายกลิ่นต่างๆ ออกไปทางระเบียงได้อีกด้วย
โดยโครงการได้ติดตั้งชุดเคาน์เตอร์ครัว ให้ครบ พร้อมใช้งาน ทั้งยังให้เตาไฟฟ้า, เครื่องดูดควัน, อ่างล้างจานของแบรนด์ Hafele ส่วนพื้นของห้องครัวจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ถ้าพื้นเลอะเทอะ ก็สามารถที่จะทำความสะอาดได้ง่าย

มุมตรงข้ามเคาน์เตอร์ครัว จัดวางโต๊ะทานข้าวได้ 2 ที่นั่ง รับวิวด้านนอกได้อย่างสบายตา ซึ่งโต๊ะและเก้าอี้ชุดนี้ โครงการได้ให้เช่นเดียวกันค่ะ

ระเบียงของที่นี่ ออกแบบลักษณะเป็น Private Balcony ซึ่งมีระแนงเหล็กกั้นเอาไว้ ข้อดี คือ เวลาตากผ้า ผ้าก็จะไม่ได้ตกลงไปด้านล่าง ถ้าสังเกตบริเวณระเบียงจะมีพื้นที่เพิ่มอีกเล็กน้อยที่มาจากการดีไซน์ Facade ของตัวอาคาร ใช้งานในการวางต้นไม้เล็กๆ เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับห้องได้

อีกมุมของห้อง จะเป็นฟังก์ชันของห้องน้ำ อยู่ในบริเวณเดียวกับกับโซนครัว

ห้องน้ำมีขนาดใช้งานได้ลงตัว มีฟังก์ชันครบทั้งโซนแห้ง และโซนเปียก พร้อมทั้งได้ติดตั้งสุขภัณฑ์ให้ครบชุดของแบรนด์ Hafele บริเวณใต้กระจกเงา ได้มีการก่อชั้นไว้สำหรับวางของใช้ต่างๆ ได้เยอะ

ส่วนโซนเปียกแบ่งพื้นที่การใช้งานอย่างชัดเจน โดยการก่อพื้นให้สูงขึ้นมา 1 Step ติดตั้งฉากกั้นใช้งานได้สะดวกมากขึ้น ด้านในมีพื้นที่ใช้งานได้แบบพอดี และยังมีการก่อชั้นวางตรงผนังด้านข้างที่อยู่ใกล้กับ Hand Shower ให้อีกด้วย วางแชมพู สบู่เหลว หยิบใช้งานได้ง่าย
1 Bedroom Plus ขนาด 32 ตร.ม.

ห้องตัวอย่างที่ 2 ขนาดจะใหญ่เพิ่มขึ้น แบบห้องเป็น 1 Bedroom Plus มีขนาดพื้นที่ใช้สอย 32.0 ตร.ม. ซึ่งห้องนี้จะได้มุมนั่งเล่นที่กว้างมากขึ้น ภายในห้องมีการแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน และได้ครัวปิดเช่นเดียวกัน แต่จะมีจุดเด่นตรงที่มีห้องอเนกประสงค์เพิ่มเข้ามา ช่วยให้การจัดสรรฟังก์ชันได้เยอะขึ้น ปรับเปลี่ยนได้หลายรูปแบบ อยู่อาศัย 2 คนได้สบาย

แปลนห้องนี้จะเป็นลักษณะสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่มีความลึกกว่าแบบห้องตัวอย่างแรกเล็กน้อย และมีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น ด้านหน้าเป็นมุมนั่งเล่น เชื่อมต่อไปยังห้องนอนที่อยู่ด้านใน ซึ่งกั้นด้วยประตูกระจกบานสไลด์ ส่วนพื้นที่ด้านข้างอีกฝั่งที่เหลือ มีฟังก์ชันห้องน้ำที่เชื่อมกับห้องครัว ส่วนห้องอเนกประสงค์อยู่ใกล้กับระเบียงห้อง

จากประตูทางเข้า โซนแรกเป็นพื้นที่ของมุมนั่งเล่น มีขนาดค่อนข้างกว้าง วางโซฟาได้ 4-5 ที่นั่ง ยาวชิดผนังได้แบบนี้ ชวนเพื่อนมานั่งเล่นพูดคุย ได้อย่างไม่อึดอัด อีกทั้งยังสามารถวางโต๊ะกลางและโต๊ะทำงานเพิ่มได้ ส่วนโซฟานี้ โครงการให้มาเช่นเดียวกัน เปิดเบาะเป็นที่เก็บของได้ เป็นการใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่ามากๆ ห้องนี้จะมีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานประมาณ 2.5 ม. พื้นจะปูด้วยลามิเนตลายไม้

นั่งดูทีวีได้สบาย เพราะฝั่งตรงข้ามโซฟาสามารถติดตั้งทีวี และชั้นวางของได้ โดยจะดีไซน์ในสไตล์ที่ตัวเองชอบได้ทั้งหมด ส่วนด้านข้างเป็นตู้เก็บรองเท้าที่โครงการให้มาพร้อมกับห้องมาตรฐานส่งมอบเช่นกันค่ะ

โซนนี้จะเรียกว่าเป็นมุมอเนกประสงค์ก็ได้นะคะ คือใช้งานได้ทั้งเป็นพื้นที่นั่งทำงาน หรือเป็นโต๊ะทานข้าวได้ในเวลาเดียวกัน โดยโครงการจะให้โต๊ะและเก้าอี้ที่ออกแบบมาพิเศษ ใช้งานได้ไม่ว่าจะนั่ง เป็นชั้นวางของ หรือจะต่อซ้อนกันเป็นชั้นแบบนี้ และยกไปตั้งมุมด้านข้าง ก็ช่วยให้ห้องมีพื้นที่กว้างมากขึ้น เป็นการช่วยประหยัดพื้นที่ไปได้มาก

สำหรับด้านใน เป็นพื้นที่ของห้องนอนที่กั้นด้วยประตูกระจกบานสไลด์ขนาดใหญ่ แบ่งการใช้งานได้อย่างชัดเจน ถ้าได้อยากความเป็นส่วนตัวมากขึ้น สามารถที่จะติดตั้งม่านบริเวณประตูกระจกบานสไลด์เพิ่มได้

พื้นที่ห้องนอน หรือโซนพักผ่อน วางเตียงนอนขนาด 5 ฟุตได้แบบมีพื้นที่โดยรอบเหลือเป็นทางเดินได้สะดวก ตรงฐานเตียงสามารถเปิดออกมาเป็นลิ้นชักเก็บของได้ ด้านข้างเป็นที่วางของตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ บรรยากาศของห้องนี้รู้สึกถึงความโปร่งสบาย เพราะมีช่องหน้าต่างขนาดใหญ่ รับลม รับแสงได้ดี

สำหรับตู้เสื้อผ้าที่โครงการให้มา มีรูปแบบการใช้งานเดียวกัน ซึ่งเป็นตู้แบบบานปิดคู่ และมีช่องด้านบนไว้สำหรับวางกระเป๋าเดินทาง

ผนังปลายเตียง ติดตั้งทีวี ดูหนัง ฟังเพลงได้ ส่วนด้านข้างจะติดตั้งกระจกเงาเต็มตัวแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เวลาหยิบเสื้อผ้ามาลองใส่ สามารถที่จะยืนส่องกระจกได้ในบริเวณใกล้ๆ เลยค่ะ

ทุกแบบห้องของโครงการจะได้ช่องหน้าต่างขนาดใหญ่ แถมยังติดตั้งหน้าต่างตรงผนังด้านข้างให้ด้วย เปิดมุมมองได้กว้างมากขึ้น ช่วยให้ห้องดูสว่าง ช่วงเวลากลางวันแทบไม่ต้องเปิดไฟ เป็นการช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย

ฟังก์ชันอื่นๆ อย่าง ห้องอเนกประสงค์ ห้องครัว ห้องน้ำและระเบียง จะอยู่มุมอีกฝั่งของห้อง ซึ่งกั้นพื้นที่ด้วยประตูกระจกบานสไลด์ ทำให้ห้องนี้มีพื้นที่เป็นสัดเป็นส่วน แต่ละฟังก์ชันใช้งานได้ลงตัวในการใช้ชีวิต

เข้ามาในโซนนี้กันบ้าง ตรงกลางจะเป็นห้องครัว ด้านข้างเป็นห้องอเนกประสงค์ ที่เชื่อมกับระเบียง ส่วนด้านข้างอีกฝั่งเป็นพื้นที่ของห้องน้ำ

ห้องอเนกประสงค์ มีการกั้นห้องด้วยประตูกระจกบานสไลด์เช่นเดียวกัน เพื่อให้การใช้งานในห้องนี้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น จากเพื่อนหรือแฟนที่อยู่ร่วมห้องเดียวกัน สามารถที่ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันตามการใช้งานในแบบที่ชอบได้ ไม่ว่าจะเป็นห้องทำงาน ห้องไลฟ์ขายของ ห้องดูหนัง หรือห้องเล่นโยคะ ได้ทั้งหมด

ระเบียงของห้องนี้ อยู่ติดกับห้องอเนกประสงค์ มีราวกันตกเป็นระแนงเหล็ก ส่วนคอมเพรสเซอร์แอร์ จะติดตั้งอยู่ด้านบน ซึ่งช่วยให้ผู้พักอาศัยได้ออกมาใช้พื้นที่ระเบียงได้อย่างสะดวกและได้ความรู้สึก Private

ในส่วนของห้องครัว จะได้เป็นครัวปิดเช่นเดียวกัน ขนาดการใช้งานกำลังดี โดยโครงการได้ Build-in ชุดเคาน์เตอร์ครัว ที่มีตู้เก็บของทั้งบนและล่าง และยังมีพื้นที่ไว้สำหรับวางเครื่องใช้ไฟฟ้า อย่างเครื่องซักผ้า ไมโครเวฟ ตู้เย็นได้พอดี พร้อมทั้งติดตั้งเตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน อ่างล้างจานให้ครบ ส่วนพื้นจะปูด้วยวัสดุกระเบื้องเซรามิค ทำให้ทำความสะอาดง่ายเมื่อมีคราบต่างๆ


ห้องน้ำจะอยู่ใกล้กับห้องครัว ตกแต่งด้วยกระเบื้องลายหิน แบ่งพื้นที่โซนแห้ง โซนเปียกให้เรียบร้อย เพื่อให้เข้าไปใช้งานได้สะดวก อีกทั้งยังติดตั้งสุขภัณฑ์ให้ครบชุดพร้อมใช้งาน มีช่องวางของทั้งในโซนแห้งและโซนเปียก บนฝ้าเพดานได้มีการติดตั้งพัดลมระบายอากาศ ช่วยระบายความชื้นภายในห้องน้ำได้ดี
ห้องมาตรฐานและตัวอย่างวัสดุ
โครงการ บลู สุขุมวิท 105 ขายในรูปแบบ Fully Furnished พร้อมอยู่ โดยจะแต่งให้ครบ พร้อมกับให้เฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบลักษณะ Adaptive Function โดยจะมีให้เฟอร์นิเจอร์หลักๆ ดังนี้
- Shoe Cabinet
- Wardrobe
- Dining Table
- Coffee Table
- Bed (ฐานเตียง)
- Sofe

ติดตั้งชุดครัวให้ครบ ไม่ว่าจะ เคาน์เตอร์ครัว Top ลามิเนตสีขาว, ตู้ Built-in รวมถึงเตาไฟฟ้า, เครื่องดูดควัน และอ่างล้างจานของแบรนด์ Hafele

ภายในห้องน้ำ ติดตั้งสุขภัณฑ์ให้ครบชุด ของแบรนด์ Hafele

ประตูจะได้เป็น Digital Door Lock พร้อมกับติดตั้งพัดลมระบายอากาศบนฝ้าเพดานในห้องน้ำ และเครื่องตรวจจับควันภายในห้องพักอาศัย
Location
โครงการ บลู สุขุมวิท 105 ตั้งอยู่ในซอยลาซาล 57 ติดกับถนนสุขุมวิท 105 อยู่ในใจกลางย่านลาซาล ฝั่งตรงข้ามเป็นโรงเรียนลาซาลกรุงเทพ โดยย่านลาซาล เป็นชุมชนที่คึกคัก แวดล้อมไปด้วยร้านค้า ร้านสะดวกซื้อต่างๆ มากมาย อีกทั้งยังมี Community Mall ให้เราได้ไปหาร้านอาหาร เดินเล่นพักผ่อน อยู่ที่นี่ใช้ชีวิตสบาย ไม่ต้องเดินทางไปซื้อของไกลๆ
ที่สำคัญการเดินทางมีความสะดวก สามารถที่จะเชื่อมได้ 3 เส้นทางหลัก ไม่ว่าจะเป็นถนนสุขุมวิท เส้นทางนี้เชื่อมไปโซนใจกลางเมืองอย่างเอกมัย,ทองหล่อได้ นอกจากนี้ยังสามารถที่จะเชื่อถนนศรีนครินทร์และทางคู่ขนาน ถนนบางนา-ตราดได้อีกด้วย ทั้งยังใกล้กับทางด่วนอย่างทางพิเศษบูรพาวิถี จะเข้า-ออกนอกเมืองไปได้คล่องตัว

หากใครอยากเลี่ยงรถติดในช่วงเวลาเร่งรีบ โครงการก็อยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าถึง 2 สาย ทั้งรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีลาซาล ห่างเพียง 1.2 กม. และอีกเส้นจะเป็นรถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีแบริ่ง ห่างเพียง 3.7 กม. ซึ่งทางโครงการมีบริการ รถรับส่งไปยังสถานีรถไฟฟ้าด้วยค่ะ

บริเวณรอบๆ ใกล้ที่ตั้งโครงการ จะมีตลาดถนอมทรัพย์, ตลาดนัดลาซาล 48 ในระยะที่สามารถเดินไปได้ นอกจากนี้ในย่านลาซาล มี Community Mall อย่าง Lasalle’s Avenue, ศูนย์การค้าดาดฟ้า ซึ่งมีร้านอาหารอร่อยเพียบ ทั้งยังมีซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดย่อม อย่างเช่น CJ Supermarket, Lotus Go Fresh
ถ้าอยากไปห้างสรรพสินค้า หรือซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ ไม่ไกลจากโครงการ ยังมี Makro ศรีนครินทร์, Big C ศรีนครินทร์ ส่วนเส้นทางคู่ขนาน ถนนบางนา-ตราด ตรงนั้นจะมี Central บางนา, Index Living Mall บางนา, Chic Republic บางนา

โครงการอยู่ใกล้กับโรงเรียนชื่อดังอยู่หลายแห่ง ไม่ว่าจะโรงเรียนลาซาลกรุงเทพ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโครงการ อื่นๆ ก็จะมีโรงเรียนบางกอกพัฒนา, โรงเรียนนานาชาติไทย-สิงคโปร์ ถ้าใครหาคอนโดให้เด็กๆอยู่อาศัย เพื่อไปโรงเรียนได้สะดวก ที่ตั้งโครงการเป็นทำเลที่น่าสนใจ
รวมทั้งยังเข้าถึงศูนย์การแพทย์ การบริการสุขภาพต่างๆ เจ็บไข้ได้ป่วยไปได้ง่าย เพราะว่าอยู่ไม่ไกลจากโครงการ ซึ่งมีตั้งแต่โรงพยาบาล ศิครินทร์กรุงเทพ, โรงพยาบาลบางนา 1, โรงพยาบาลไทยนครินทร์
การเดินทาง
พิกัด : https://bit.ly/40ICcnh
การเดินทางไปโครงการ สามารถไปได้ถึง 3 เส้นทาง จะไปทางถนนสุขุมวิท หรือถนนศรีนครินทร์ เชื่อมเข้าถนนสุขุมวิท 105 ได้ สำหรับครั้งนี้ทีมงานเลือกไปเส้นทางคู่ขนาน ถนนบางนา-ตราด ซึ่งจะเชื่อมไปยังซอยบางนา-ตราด 30 เป็นทางลัดที่จะถึงโครงการได้รวดเร็ว

เริ่มต้นการเดินทาง ด้วยการวิ่งมาบนเส้นทางคู่ขนาน ถนนบางนา-ตราด ฝั่งขาออก ขับตรงไปตามป้ายที่ไปท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

เมื่อเห็น Chic Republic บางนา เตรียมตัวเบี่ยงซ้าย เข้าทางคู่ขนานเส้นนอก เพื่อที่จะขึ้นสะพานกลับรถ

ขึ้นสะพาน เพื่อกลับรถไปลงเส้นทางคู่ขนาน ถนนบางนา-ตราด ฝั่งขาเข้า

ลงสะพานกลับรถมาแล้ว ให้ขับตรงไปเรื่อยๆ ตามป้ายบางนา ประมาณ 4.8 กม. ก็จะถึงปากทางเข้าซอยบางนา-ตราด 30

จุดสังเกตบริเวณปากทางเข้าซอยบางนา-ตราด 30 ใกล้ๆ จะมีร้านอาหารฝ้ายคำ เมื่อเห็นแล้วให้เตรียมตัวที่จะเลี้ยวซ้าย เพื่อเข้าซอยค่ะ

จากปากทางเข้า ขับตรงไปจนสุดซอยประมาณ 1 กม. จะถึงถนนสุขุมวิท 105

เมื่อถึงทางแยกไฟจราจร ให้ขับเลี้ยวซ้าย เชื่อมไปยังถนนสุขุมวิท 105

ขับต่อไปประมาณ 180 ม. โครงการอยู่ฝั่งซ้ายมือ ตรงปากทางเข้าซอยลาซาล 57

ถึงแล้วค่ะ โครงการ บลู สุขุมวิท 105 อยู่ในซอยลาซาล 57 ติดกับถนนสุขุมวิท 105 สามารถเลี้ยวรถเข้าไปเยี่ยมชมโครงการได้ค่ะ
Price & Promotion

โครงการ บลู สุขุมวิท 105 คอนโดมิเนียม Low Rise สูง 8 ชั้น 2 อาคาร แบบห้องหลักๆ จะเป็น 1 Bedroom ขายแบบ Fully Furnished พร้อมอยู่ ซึ่งแต่ละขนาดพื้นที่ใช้สอยมีราคาเริ่มต้นดังนี้
1 Bedroom 24-24.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.79 ล้านบาท* มีจำนวนจำกัด
1 Bedroom 28.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.29 ล้านบาท*
1 Bedroom Plus 31.5-32.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.59 ล้านบาท*
1 Bedroom Plus 34.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท*
1 Bedroom Plus 35.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.29 ล้านบาท*
(ราคาขาย ณ เดือนมีนาคม 66 โปรดสอบถามโครงการอีกครั้ง)
สนใจลงทะเบียน รับข้อมูลเพิ่มเติม : https://bit.ly/3ZY0zx7
(โปรโมชัน และส่วนลดอื่นๆ เพิ่มเติมอยู่ที่เงื่อนไขของบริษัทฯ กำหนด)
Conclusion

Design & Function : ความแตกต่างของโครงการนี้ คือมีการดีไซน์ที่โดดเด่น ออกแบบให้ Facade ของตัวอาคาร มีความโค้งเว้า เปรียบเสมือนคลื่นน้ำที่มีความเคลื่อนไหว และใช้สีฟ้าที่ให้ความรู้สึกอิสระ สะท้อนถึงการใช้ชีวิตของคน Gen ใหม่ โดยทุกห้องจะขายแบบ Fully Furnished เน้นแบบห้องเป็น 1 Bedroom ห้องหน้ากว้าง กั้นเป็นสัดส่วน ทำให้ทุกพื้นที่ใช้งานได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งยังได้ครัวปิด ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่ใครหลายคนมองว่าทำอาหารได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นรบกวน จุดไฮไลต์ จะอยู่ที่การออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่มาในรูปแบบ Adaptive Function สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลายตามการใช้ชีวิตของผู้พักอาศัย ซึ่งจะมีมาให้ครบ พร้อมอยู่เลยค่ะ
Facility : เป็นอีกหนึ่งโครงการที่มีพื้นที่สีเขียวเยอะ ไม่ว่าจะสวนส่วนกลาง ตามตึกอาคารต่างๆ แอดมินประทับใจเรื่องนี้มากๆ และภายในพื้นที่สีเขียว มีการสอดแทรก blue space พื้นที่ส่วนกลางเป็นระยะๆ ให้เราสามารถที่จะเข้าถึงและไปทำกิจกรรมต่างๆ ได้ง่าย ซึ่งมีทั้งแบบ Outdoor และ Indoor อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Co-Working Space ที่คนรุ่นใหม่ต้องการพื้นที่นี้มากๆ ไว้สำหรับนั่งทำงานได้หลายรูปแบบ หรือสายออกกำลังกายก็มีให้ทั้ง Fitness, Swimming Pool, Badminton Court ทั้งยังมีระบบความปลอดภัย ติดตั้ง CCTV ตามจุดสำคัญต่างๆ ทั่วโครงการ ใช้ชีวิตอยู่อาศัยได้อย่างอุ่นใจ
Location : โครงการอยู่บนทำเลที่น่าสนใจ ตั้งอยู่ในใจกลางลาซาล มีความสะดวกสบายทุกด้าน ไม่ว่าจะการเดินทางที่เชื่อมต่อเส้นถนนได้ 3 เส้นทางหลัก ใครที่ทำงานในเมืองอย่างพร้อมพงษ์ เอกมัย หรือแถวปุณณวิถี เดินทางได้สะดวก หรือถ้าไม่อยากขับรถ กังวลเรื่องรถติด เดินทางด้วยรถไฟฟ้าได้เช่นกัน โครงการอยู่ใกล้รถไฟฟ้าถึง 2 สาย ทั้งรถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีแบริ่ง และสายสีเหลือง สถานีศรีลาซาล ที่สุดแล้วคงต้องเรื่องการหาของกินของใช้ ในย่านลาซาลมีร้านมากมาย ทั้งยังมีแหล่งไลฟ์สไตล์ Community Mall ให้ไปเดินเล่นพักผ่อนได้
โครงการนี้เหมาะกับ คนที่กำลังมองหาคอนโดในงบเริ่มต้น 2 ล้านบาท ในโซนแถวบางนา เส้นถนนสุขุมวิท หรืออยากได้ที่ใกล้เส้นรถไฟฟ้า แอดมินมองว่าโครงการ บลู สุขุมวิท 105 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ ในราคาเริ่มต้น 1.79 ล้านบาท* ได้ความคุ้มค่าในเรื่องของฟังก์ชันห้อง แต่งครบ ให้เฟอร์นิเจอร์ที่เป็นแบบ Adaptive Function และยังอยู่บนทำเลดีอีกด้วย
*หมายเหตุ ภาพประกอบในบทความเป็นเพียงไอเดียการตกแต่งของห้องตัวอย่างเท่านั้น
การคำนวณยอดผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน
ปรับรายละเอียดด้านล่างเพื่อคำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือน