รีวิวบ้านเดี่ยว บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ เวสต์เกต Modern Colonnade Style ทำเลติดถนนกาญจนาภิเษก

ครั้งนี้ทีมงาน Home Buyers มีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมโครงการใหม่จาก SC Asset บรรยากาศในโครงการเรียกได้ว่า สัมผัสธรรมชาติได้อย่างรื่นรมย์ โดยมีพื้นที่ส่วนกลางที่มีกลิ่นอายของเมืองท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง Lake Como ทะเลสาบที่สวยอันดับต้นๆ ของประเทศอิตาลี
ที่นี่ คือ บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ เวสต์เกต โครงการบ้านเดี่ยวหรู หลังใหญ่ โดดเด่นด้วยงานออกแบบซีรีส์ใหม่ Modern Colonnade Style สะท้อนถึงงานออกแบบที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ โอ่โถง มาพร้อมพื้นที่ใช้สอยกว้าง ทุกหลังมีฟังก์ชันถึง 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน 4 ที่จอดรถ ยิ่งไปกว่านั้นโครงการยังมีการติดตั้ง Living Solutions นวัตกรรมทันสมัย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในแบบครอบครัวได้อย่างลงตัว อีกสิ่งสำคัญยังให้ความเป็นส่วนตัวมากที่สุด เพราะมีเพียง 42 หลังเท่านั้น
โครงการนี้อยู่บนทำเลโซนนนทบุรี ติดกับถนนกาญจนาภิเษก ใกล้ทางด่วนและเส้นรถไฟฟ้าสายสีม่วง เชื่อมต่อเข้า-ออกเมืองได้อย่างสะดวก ดังนั้น หากคุณมองหาบ้านหลังใหญ่ ชอบบรรยากาศเหมือนอยู่ในเมืองต่างประเทศ มีการเดินทางที่คล่องตัว ตามมาชมรีวิวนี้พร้อมกันเลยค่ะ
Factsheet
| ชื่อโครงการ : | บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ เวสต์เกต |
|---|---|
| บริษัท : | บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) |
| ที่ตั้งโครงการ : | ถนนกาญจนาภิเษก ตำบลบางบัวทอง อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี |
| รายละเอียดโครงการ : | บ้านเดี่ยว 2 ชั้น 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน 4 ที่จอดรถ |
| พื้นที่โครงการ : | 18-1-65.2 ไร่ |
| จำนวน : | 42 ยูนิต |
| ขนาดที่ดิน : | เริ่มต้น 80.5 - 194.9 ตร.ว. |
| พื้นที่ใช้สอย : | 391 - 514 ตร.ม. |
| ราคา : | เริ่มต้น 16.99 - 30 ล้านบาท* (สอบถามโครงการอีกครั้ง) |
| ค่าส่วนกลาง : | 62 บาท/ ตร.ว./เดือน (ค่าส่วนกลาง : 58 บาท/ตร.ว. และค่าบำรุงรักษาถนนภาระจำยอม รวมภาษี 4 บาท จัดเก็บล่วงหน้า 2 ปี) |
| รูปแบบการก่อสร้าง : | ก่ออิฐฉาบปูน (อิฐมวลเบา Q-Con) |
| สิ่งอำนวยความสะดวก : | Clubhouse, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, Fitness, Kid’s Room, Co-Working Space, สวนส่วนกลางพร้อมสนามเด็กเล่น, จุดรองรับ EV Charger |
| ระบบรักษาความปลอดภัย : | Main Gate อัตโนมัติ, เข้า-ออกด้วยระบบ Smart Gate, CCTV ทั่วโครงการ 20 จุด, เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย 24 ชม., รั้วโครงการสูง 3 ม. พร้อมเหล็กแหลม ภายในบ้านมี Digital Door Lock, สัญญาณกันขโมย Magnetic & Shock Sensor, ระบบป้องกันอัคคีภัย Smoke & Heat Detector |
| โทร : | 063-269-2888 หรือLine: @BBSWG (https://lin.ee/HYfdYs2) |
| เว็บไซต์ : | https://m.scasset.com/DsR7 |
| ที่ตั้งโครงการ : | https://m.scasset.com/AJC2 |
Highlight

บ้านเดี่ยวหรู ซีรีส์ใหม่ Modern Colonnade Style ที่ได้ออกแบบให้แสดงถึงความยิ่งใหญ่ โดยสไตล์นี้จะมีจุดเด่นด้วยชุดเสาสูงที่เป็นแนวรับชายคาบ้าน ได้กลิ่นอายของสถาปัตยกรรมจากฝั่งตะวันตก ในขณะเดียวกันตัวบ้านก็ยังมีการดีไซน์ให้ดูโมเดิร์น ล้ำสมัย ให้สมกับเป็นบ้านเรียบหรูเหนือระดับอย่างแท้จริง
พื้นที่ใช้สอยเยอะ ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ จอดรถได้มากถึง 4 คัน ซึ่งเป็นบ้านหน้ากว้าง ภายในบ้านจึงดูปลอดโปร่งด้วยช่องแสงหลายจุด ทุกหลังจะมาพร้อมกับ Master Bedroom เพดานสูง 4 ม. มีห้องนอนชั้นล่าง ทั้งยังมีครัวปิด โซนซักล้างหลังบ้านจะเป็นลักษณะในร่ม ใช้งานได้อย่างสะดวก สำหรับบ้าน Type ใหญ่สุด มีจุดเด่นตรง Foyer ที่มีเพดานสูงแบบ Double Volume
อยู่อาศัยแสนสบาย ด้วยนวัตกรรมทันสมัย “Living Solutions” ยกระดับทั้งด้านการอยู่อาศัยให้มีคุณภาพ และเพิ่มความปลอดภัยให้เข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อให้ทุกครอบครัวสามารถใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ได้ทุกวัน
พื้นที่ส่วนกลางได้แรงบันดาลใจจาก Lake Como, Italy โดยดีไซน์สร้างบรรยากาศให้มีกลิ่นอายของทะเลสาบในอ้อมกอดขุนเขา ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของประเทศอิตาลี ที่สำคัญได้มีการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินทั้งหมด ทัศนียภาพในโครงการจึงมีความงดงาม สบายตา มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน และได้บรรยากาศความเป็นส่วนตัว มีบ้านเพียง 42 หลังเท่านั้น
ทำเลเชื่อมต่อทุกความสะดวกสบาย ติดถนนกาญจนาภิเษก ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วงเพียง 3 นาที และยังอยู่ไม่ไกลจากทางพิเศษศรีรัช เดินทางเข้า-ออกเมืองได้อย่างคล่องตัว หากอยากจะไปห้างสรรพสินค้า ใช้เวลาเดินทางเพียง 7 นาที ก็ถึง Central Westgate ถือว่าเป็นทำเลที่น่าสนใจมากทีเดียว
Facility

เมื่อมาถึงด้านหน้าโครงการ จะถูกต้อนรับด้วย Main Gate ขนาดใหญ่ ที่มีการดีไซน์ Form ให้มีความโค้งเว้า ในโทนสีน้ำตาล-ขาว กลมกลืนกับบริบทรอบๆ ที่เป็นธรรมชาติได้อย่างลงตัว พร้อมทั้งมีหลังคาขนาดใหญ่ ที่ช่วยบังแดด บังฝนในบริเวณนี้ และได้มีการออกแบบช่องทางเข้า-ออก แบ่งให้อยู่ 2 ฝั่งอย่างชัดเจน ทั้งยังมีประตูช่องทางเดิน สำหรับผู้พักอาศัยที่ออกมาทำธุระ พบปะแขกที่ไม่ได้เข้าไปด้านในโครงการ ซึ่งสามารถเปิดประตูใช้งานได้สะดวก

ที่นี่มีการเข้า-ออกด้วยระบบ Smart Gate ที่ทันสมัย โดยการสแกนทะเบียนรถ และบริเวณ Main Gate จะมีการติดตั้ง CCTV คอยบันทึกการเข้า-ออกของรถทุกคัน รวมทั้งยังติดตั้ง CCTV ภายในโครงการ ตามจุดสำคัญต่างๆ ประมาณ 20 จุด และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่คอยเช็ก ตรวจตรา และดูแลความเรียบร้อยให้ 24 ชม. ทั้งยังเสริมความปลอดภัยมากขึ้น ด้วยรั้วรอบโครงการที่สูง 3 ม.พร้อมเหล็กแหลม

เข้ามาด้านในโครงการ สิ่งแรกที่เราจะพบเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่มีทั้ง Clubhouse และพื้นที่สีเขียวที่เป็นสวนส่วนกลาง อยู่ตรงข้ามกัน โดยโครงการได้ออกแบบบรรยากาศให้มีความรู้สึกเหมือนได้อยู่สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง Lake Como, Italy ทะเลสาบที่โอบล้อมด้วยขุนเขา มีความสวยงามอันดับต้นๆ ของประเทศอิตาลี เมื่อเราใช้ชีวิตในโครงการ ได้สัมผัสถึงธรรมชาติ มองเห็นวิวได้กว้างๆ ให้ทุกวันเป็นเหมือนวันที่พักผ่อนกับครอบครัวได้อย่างเต็มที่

สำหรับตัวอาคาร Clubhouse ได้ดีไซน์ Facade ให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ มีลูกเล่น เจาะช่องสี่เหลี่ยมที่มีมุมโค้งเว้า ในขนาดแตกต่างกัน เสมือนเป็นลวดลายของตัวอาคาร ที่ทำให้ดูสวยงามและโมเเดิร์นมากทีเดียว Clubhouse ที่นี่ จะมี 2 ชั้น รองรับกิจกรรมได้หลายช่วงวัย โดยด้านหน้าจะมีสระว่ายน้ำ ขนาบไปกับตัวอาคาร เปิดมุมมองรับชมวิวได้เต็มสายตาเลยค่ะ

ทางเข้า Clubhouse จะมีทั้งทางเข้าที่เดินขึ้นบันไดเข้าไป และมีช่องทางลาดในแบบ Universal Design ที่ออกแบบให้กับผู้ที่ต้องนั่งรถวีลแชร์ หรือลูกเล็กที่นั่งรถเข็นเด็ก เพื่อให้สามารถที่จะเข้าไปใช้พื้นที่ส่วนกลางได้อย่างสะดวกสบาย

เมื่อเดินเข้ามาใน Clubhouse มุมนี้จะมีต้นเสม็ดแดง แตกกิ่งก้านสาขา ขนาดใหญ่ สูงเชื่อมไปถึงชั้น 2 คอยต้อนรับทุกคนที่เข้ามาในพื้นที่ส่วนกลาง รวมถึงได้มีการจัดสวน ปลูกต้นไม้รอบๆ สร้างบรรยากาศสดชื่น พร้อมกับช่วยให้เราได้ปรับโหมดจากความวุ่นวายในเมือง เปลี่ยนเป็นความรู้สึกผ่อนคลายได้ดีทีเดียว

บริเวณชั้นล่าง จะมีสระว่ายน้ำระบบเกลือ มีทั้งโซน Outdoor และโซน Semi-Outdoor ซึ่งโซนนี้จะมีหลังคาบังแดดเอาไว้ให้ พร้อมทั้งมี Sunbed เก้าอี้นอนริมสระ ไว้นอนพักผ่อนชมวิวสวนส่วนกลางที่อยู่ด้านหน้าได้แบบมุมกว้าง

โดยสระว่ายน้ำของโครงการ ได้แบ่งให้มีสระเด็กและสระผู้ใหญ่ เพื่อให้เด็กๆ ได้ว่ายน้ำกันอย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และยังเป็นพื้นที่สามารถที่จะทำกิจกรรมในแบบครอบครัวด้วยกันได้ ข้อดีอีกอย่างที่สองสระอยู่ใกล้กันแบบนี้ ทำให้เวลาพ่อแม่ออกมาว่ายน้ำพร้อมกับเด็กๆ ก็สามารถที่จะมองเห็นเด็กๆ อยู่ในระยะสายตาได้ด้วยค่ะ

ใกล้กับสระว่ายน้ำ จะมีห้อง Lobby เพดานสูงโปร่งในลักษณะ Double Volume ติดตั้ง Chandelier โดดเด่นเข้ากับการดีไซน์ตกแต่งภายในที่ให้ความรู้สึกเรียบหรู จัดวางที่นั่งชุดโซฟาไว้หลายมุม แบ่งเป็นสัดส่วน เป็นห้องที่สามารถรองรับแขกของผู้พักอาศัย หรือจะมานั่งคุยงานในบรรยากาศสบายๆ ได้ ซึ่งห้องนี้มีช่องแสงรอบด้าน เปิดรับมุมมอง ชื่นชมวิวบรรยากาศธรรมชาติภายนอกได้อย่างเพลิดเพลินใจ

ก่อนจะขึ้นไปชั้น 2 ลองสังเกตบริเวณบันได จะมีติดตั้ง Stairlift ไว้สำหรับคนที่ไม่สะดวกขึ้นบันไดเอง ไม่ว่าจะผู้สูงวัย หรือมีปัญหาสุขภาพเรื่องข้อเข่าไม่ดี ก็สามารถใช้บริการเก้าอี้เลื่อนขึ้นบันไดนี้ได้ค่ะ

ขึ้นมาชั้น 2 ของ Clubhouse รู้สึกถึงความโปร่งโล่งได้ดีมากๆ ทางโครงการได้ออกแบบให้มีช่องแสง ทั้งส่วนของบนฝ้าเพดาน และผนังด้านข้างที่ทำเป็นระแนงให้แสงลอดผ่านมาได้ ภายในอาคารจึงมีบรรยากาศที่สว่าง ปลอดโปร่ง ช่วยให้ผ่อนคลาย เมื่อเข้ามาทำกิจกรรมต่างๆ ก็จะรู้สึกได้รับการพักผ่อนไปด้วยพร้อมๆ กัน


ห้องแรกของชั้นบนที่จะพาไปชม จะอยู่ใกล้กับบันได ซึ่งเป็น Kid’s Room ห้องทำกิจกรรมสำหรับเด็กๆ วัยกำลังเรียนรู้ ภายในห้องจะมีทั้งบ่อเบาะนุ่มให้ปีนป่าย ด้านข้างตรงผนังจะมีกระดานเสริมสร้างจินตนาการ ตรงกลางจะมีโต๊ะยาวให้เด็กๆ ได้นั่งเล่นกับเพื่อนบ้านในวัยเดียวกัน พร้อมมีของเล่นต่างๆ รองรับไว้ให้อีกด้วยค่ะ


ถัดไปจะเป็นห้อง Fitness มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง ด้านในจัดวางอุปกรณ์ เครื่องออกกำลังกายไว้ครบครันและหลากหลาย ซึ่งมีตั้งแต่ประเภท Weight Training และออกกำลังกายแบบเผาผลาญไขมัน อย่างประเภท Cardio ก็มีให้ พร้อมกับออกแบบห้องให้มี Space กว้าง เปิดโล่งด้วยช่องหน้าต่างมุมด้านหน้าและด้านข้าง มองเห็นวิวสวนภายนอกได้จากมุมสูง

ตรงนี้จะเป็นทางเดินเชื่อมระหว่างภายในอาคาร มีการดีไซน์ให้เปิดโล่ง เป็นการช่วยดึงเอาบรรยากาศด้านนอกเชื่อมกับพื้นที่ภายในตัวอาคารเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ได้สัมผัสและใกล้ชิดกับธรรมชาติมากยิ่งขึ้น


สุดทางเดินจะเป็นห้อง Co-Working Space ตกแต่งภายในด้วยสีเอิร์ธโทน บรรยากาศจะได้ความรู้สึกหรูหราเหมือนอยู่ในโรงแรมสวยๆ ด้านในมีการจัดวางโต๊ะและโซฟาในแบบหลวมๆ ให้นั่งทำงานได้หลายมุม จะมาคนเดียวก็มีมุม Private โซนให้ หรือจะมาเป็นกลุ่มเพื่อน ก็มีมุมให้นั่งได้สบายๆ ห้องนี้จะมีความเงียบสงบ เพราะว่าไม่ได้อยู่ติดกับห้องทำกิจกรรมส่วนกลางอื่นๆ ค่ะ

ภายในห้องบริเวณตรงมุมใกล้ประตูทางเข้า-ออก จะมีบาร์เครื่องดื่มให้บริการด้วยค่ะ


ฝั่งตรงข้ามอาคาร Clubhouse เป็นพื้นที่ของสวนส่วนกลาง ตกแต่งบรรยากาศธรรมชาติได้กลิ่นอายความเป็นเมืองท่องเที่ยว Lake Como, Italy ที่ได้ความเงียบสงบ ผ่อนคลายเป็นอย่างมาก จัดสวนด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ในสไตล์ฝั่งตะวันตก มีสระน้ำอยู่บริเวณด้านหน้า เพิ่มความสดชื่นให้กับผู้คนที่เข้ามานั่งพักผ่อน

ภายในสวนมี Playground ให้เด็กๆ ได้ปีนป่ายออกกำลังกายกล้ามเนื้อมัดใหญ่กันได้อย่างเต็มที่ และตรงพื้นบริเวณนี้ จะปูด้วยวัสดุพื้นกันกระแทก เพื่อลดการบาดเจ็บเวลาที่เด็กๆ หกล้มได้ค่ะ

นอกจากนี้ภายในสวน ยังมีมุมให้นั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจ ทั้งแบบกลางแจ้งและในร่ม ซึ่งบริเวณกลางแจ้งจะจัดไว้ใกล้กับสระน้ำ โอบล้อมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ที่อยู่รอบๆ บรรยากาศดีมากๆ เลยล่ะค่ะ

ส่วนมุมนั่งเล่นในร่ม ดีไซน์ให้เป็น Pavilion ที่มีลวดลายเป็นช่องสี่เหลี่ยมมุมโค้งเว้าในแบบเดียวกันกับ Facade ของตัวอาคาร Clubhouse ด้านในมีเก้าอี้ให้นั่งเล่น หรือจะเอาหนังสือมานั่งอ่านตรงนี้ในช่วงเย็นๆ รับลมสบายๆ ได้ดีทีเดียว

โครงการได้วางระบบไฟฟ้าลงใต้ดินไว้ทั้งหมด บรรยากาศภายในโครงการจึงมีทัศนียภาพที่สวยงาม ทำให้บ้านทุกหลัง รวมถึงอาคาร Clubhouse โดดเด่นขึ้นมาทันตา ส่วนถนนภายในโครงการมีความกว้างที่ได้มาตรฐาน ขับรถส่วนทางกันได้ โดยจะมีถนนเมนกว้าง 12 ม. ส่วนถนนในซอยบ้านกว้าง 9 ม.
Design & Function

บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ เวสต์เกต โครงการบ้านเดี่ยวหรู 2 ชั้น ซึ่งโครงการนี้จะมีบ้านทั้งหมด 42 หลัง ทุกหลังมีการออกแบบซีรีส์ใหม่ Modern Colonnade Style ที่มีจุดเด่นด้วยการดีไซน์เสาเป็นแนวรับชายคาบ้าน ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง สะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ และล้ำสมัยด้วยการผสมผสานกับการดีไซน์สไตล์โมเดิร์น ซึ่งเข้ากันได้อย่างดี
อีกทั้งยังเป็นบ้านหน้ากว้าง ภายในบ้านจึงมีบรรยากาศโปร่งสบายด้วยช่องแสงรอบบ้าน รวมถึงยังมีพื้นที่ใช้สอยเยอะ ใช้งานได้อย่างเต็มที่ ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของแต่ละครอบครัวได้ตามความต้องการ

แบบบ้านทุกหลังได้ออกแบบให้มีระเบียงหน้าบ้าน อยู่บริเวณชั้น 2 รองรับการใช้งานได้จริง และทุกหลังมีการเลือกใช้สีในโทนสีขาว-เทา ผสมผสานกับสีน้ำตาลที่เป็นลวดลายไม้ ทำให้บ้านดูเรียบหรู ในขณะเดียวกัน ก็แฝงด้วยความนุ่มนวล อบอุ่นอีกด้วยค่ะ

เนื่องจากการดีไซน์สไตล์นี้ โดดเด่นในเรื่องของเสาที่เป็นแนวรับของชายคาบ้าน ทำให้บริเวณหน้าบ้านชั้นล่างจะมีช่องทางเดินในร่ม เวลาเดินอยู่บริเวณหน้าบ้านจะช่วยหลบแดด หลบฝนได้ และบ้านเดี่ยวในโครงการจะก่อสร้างด้วยระบบก่ออิฐฉาบปูน (อิฐมวลเบา Q-Con) หากอยากจะต่อเติมบ้านในอนาคต ทำได้ง่าย

ไม่เพียงเท่านี้โครงการยังมี “Living Solutions” By SC Asset 7 นวัตกรรมที่ทันสมัย เพื่อให้การใช้ชีวิตของทุกครอบครัวมีความสะดวกสบาย พร้อมทั้งเพิ่มความปลอดภัยในการอยู่อาศัย มีตั้งแต่ Ruejai Home OS, จุดรองรับ EV Charger, AIS Fiber, Smart Gate With License Plate การเข้า-ออก ระบบสแกนป้ายทะเบียน, Smoke & Heat Detector, Solar-Roof Project Clubhouse, Active Air Quality ระบบขจัดมลพิษทางอากาศในบ้าน
Home Type
โครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ เวสต์เกต มีบ้านเดี่ยวให้เลือก 3 แบบด้วยกัน ดังนี้
- TUSCAN (TYPE S) : ที่ดินเริ่มต้น 80.5 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 391 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 ห้องครัว 1 ห้องรับประทานอาหาร 1 ห้องพักผ่อนด้านบน 1 Maid Plaza 4 ที่จอดรถ
- IONIC (TYPE M) : ที่ดินเริ่มต้น 91.0 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 439 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 2 ห้องรับแขก 1 ห้องครัว 1 ห้องรับประทานอาหาร 1 ห้องพักผ่อนด้านบน 1 Maid Plaza 4 ที่จอดรถ
- CORINTHIAN (TYPE L) : ที่ดินเริ่มต้น 117.2 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 514 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 2 ห้องรับแขก 1 ห้องครัว Foyer (Double Volume) 1 ห้องรับประทานอาหาร 1 ห้องพักผ่อนด้านบน 1 Maid Plaza 4 ที่จอดรถ
โดยในครั้งนี้ทีมงาน Home Buyers จะพาไปดูแบบบ้าน TUSCAN (TYPE S) และ CORINTHIAN (TYPE L) จะมีความน่าสนใจอย่างไร ตามไปชมกันค่ะ
แบบบ้าน TUSCAN (TYPE S)

บ้านตัวอย่างหลังแรกนี้เป็น Type ขนาดเริ่มต้นของโครงการ ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น สร้างบนที่ดินขนาดเริ่มต้น 80.5 ตร.ว. มีพื้นที่ใช้สอย 391 ตร.ม. ภายในบ้านออกแบบพื้นที่ใช้สอยให้ใช้งานเชื่อมต่อเนื่องกัน ที่มาพร้อมกับครัวปิด และห้องแม่บ้านที่อยู่บริเวณพื้นที่ซักล้างหลังบ้านในร่ม จุดเด่นอยู่ตรง Master Bedroom มีเพดานสูงถึง 4 ม. ส่วนฟังก์ชันในบ้าน จะมีดังนี้ 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 ห้องครัว 1 ห้องรับประทานอาหาร 1 ห้องพักผ่อนด้านบน 1 Maid Plaza 4 ที่จอดรถ

ชั้น 1 บริเวณหน้าบ้านมีพื้นที่ลานจอดรถ รองรับให้จอดได้ถึง 4 คัน ภายในบ้านจะมีพื้นที่ใช้สอยลักษณะ Open Plan เชื่อมไปยังทางเดินเป็นรูปตัว L การใช้งานของฟังก์ชันอย่างมุมนั่งเล่นและมุมรับประทานอาหารจะเชื่อมต่อเนื่องกัน สำหรับอีกฝั่งของบ้านจะกั้นพื้นที่เป็นสัดส่วน ซึ่งจะมีห้องนอนชั้นล่าง ห้องน้ำส่วนกลาง ห้องครัวที่มีประตูเปิดเชื่อมไปยังพื้นที่ลานซักล้าง บริเวณนี้จะมีห้องแม่บ้านอีกด้วย
ชั้น 2 เป็นพื้นที่พักผ่อน แบ่งให้มี 3 ห้องนอน และตรงโถงกลางจะเป็นพื้นที่ Family Area อยู่ใกล้กับโถงบันไดบ้าน ทุกห้องนอนจะมีห้องน้ำในตัว สำหรับ Master Bedroom มีขนาดกว้าง มาพร้อมกับพื้นที่มุมนั่งเล่น พื้นที่ Walk-in Closet และระเบียงส่วนตัว

เริ่มต้นด้วยฟังก์ชันบริเวณด้านนอกบ้าน มีพื้นที่ลานจอดรถ สามารถที่จะจอดได้มากถึง 4 คัน โดย 3 คันจะจอดในร่ม ส่วนอีก 1 คันจะจอดกลางแจ้ง ซึ่งพื้นที่ลานจอดรถนี้จะลงเสาเข็มให้ถึงสุดชายคาบ้าน ปูด้วยวัสดุพื้นทรายล้าง

พร้อมทั้งทางโครงการได้ออกแบบให้มีจุดรองรับ EV Charger เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคสมัยใหม่ ที่เริ่มมีการใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น และบริเวณนี้จะมีประตูทางเข้าบ้าน ซึ่งเป็นประตู Digital Door Lock วัสดุไม้สักทั้งบาน ข้างๆ จะมีห้องเก็บของประตูทรงสูง เก็บพวกอุปกรณ์ทำความสะอาดรถ หรืออุปกรณ์ทำสวนได้
อีกทั้งพื้นที่ลานจอดรถนี้จะเชื่อมไปกับทางเดินหน้าบ้าน ซึ่งบริเวณทางเดินมีการออกแบบเป็นทางลาด เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงวัยที่อาจจะต้องรถวีลแชร์ หรือลูกเล็กที่นั่งรถเข็นเด็ก ก็สามารถที่จะเข็นเข้าบ้านได้สบายและง่ายมากขึ้นค่ะ

สำหรับบ้านตัวอย่างจะมีพื้นที่ด้านข้างบ้าน โดยจะมีการตกแต่งให้ดูเป็นไอเดีย ด้วยการจัดสวน ปลูกต้นไม้ สร้างความสดชื่น พร้อมทั้งมี Pavilion มุมนั่งเล่นพักผ่อนรับอากาศธรรมชาตินอกบ้านในแบบส่วนตัว เหมาะมากที่จะเป็นมุมนั่งอ่านหนังสือ นั่งเล่นพูดคุย ทำกิจกรรมร่วมกันกับครอบครัว

บ้านตัวอย่างหลังนี้จะมีประตูทางเข้า 2 จุด จุดแรกจะอยู่ตรงพื้นที่ลานจอดรถ จุดที่สองอยู่หน้าบ้านตรงช่องทางเดิน ซึ่งจะเป็นประตูกระจกบานสไลด์ขนาดใหญ่ เมื่อเปิดเข้ามา จะพบกับพื้นที่ภายในบ้านลักษณะ Open Plan กว้างๆ ฟังก์ชันมุมนั่งเล่นและมุมรับประทานอาหารจะใช้งานเชื่อมต่อเนื่องกัน รวมทั้งบรรยากาศภายในบ้านดูปลอดโปร่งด้วยช่องแสงทั้ง 3 ทิศทาง

มุมนั่งเล่น อยู่โซนด้านหน้าใกล้กับประตูทางเข้าบ้าน พื้นที่ค่อนข้างกว้าง วางชุดโซฟาขนาด 4-5 ที่นั่งพร้อมกับวางโต๊ะกลางใช้งานได้ลงตัว ผนังฝั่งตรงข้ามโซฟา สามารถติดตั้งทีวีและ Built-in ชั้นวางหรือตู้เก็บของได้ยาวเต็มผนัง มุมนี้จะรับแสงธรรมชาติได้อย่างดี เป็นพื้นที่รองรับแขกหรือจะนั่งเล่นกับสมาชิกในบ้าน ก็ให้ความรู้สึกผ่อนคลายได้ดีมากๆ

ด้านในใกล้กับมุมนั่งเล่น เป็นพื้นที่รับประทานอาหาร วางโต๊ะยาวได้ถึง 6 ที่นั่ง หรือจะวางโต๊ะยาวกว่านี้ ประมาณ 8 ที่นั่งก็ยังทำได้ เพราะมีพื้นที่เหลือโดยรอบที่กว้างพอสมควร มุมนี้จะมีประตูกระจกบานสไลด์ 2 ฝั่ง ทั้งด้านข้างและด้านหลัง เปิดรับลม ชมวิวสวนสีเขียวด้านนอกได้

บริเวณพื้นที่รับประทานอาหารนี้ จะมีขนาดของพื้นที่ให้ใช้งานได้เยอะ สามารถออกแบบมุมด้านข้าง ให้เป็นครัวฝรั่ง หรือ มุม Pantry เพิ่มเติมได้ โดยทางบ้านตัวอย่างได้จัดวางเคาน์เตอร์ ทำเป็นมุมจัดเตรียมอาหาร พร้อมกับเป็นบาร์ชงเครื่องดื่มให้ดูเป็นไอเดีย ไว้ต้อนรับแขกหรือเพื่อนๆ คนสนิทที่มาเยี่ยมบ้าน จัดปาร์ตี้เบาๆ บริเวณนี้ได้บรรยากาศที่ชิลเลยล่ะค่ะ

ชั้นล่างจะมีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานประมาณ 2.8 ม. ส่วนพื้นจะปูด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนขนาด 60x120 ซม. จากมุมนี้จะเห็นโถงทางเดินเชื่อมไปยังมุมอีกฝั่งของบ้าน ซึ่งฝั่งนั้นจะกั้นเป็นห้องต่างๆ อย่างเป็นสัดส่วน มีทั้งห้องนอนชั้นล่าง ห้องครัว ห้องเก็บของ ห้องน้ำส่วนกลาง

ห้องนอนที่ 4 หรือห้องอเนกประสงค์ จะทำเป็นห้องสำหรับนั่งทำงาน ห้องออกกำลังกาย ดูหนังฟังเพลงได้ตามใจ หรือจะปรับเป็นห้องนอนที่รองรับการอยู่อาศัยของผู้สูงวัยได้เช่นกัน เพราะทางโครงการได้ออกแบบให้ไม่มีธรณีประตู ทั้งในส่วนของประตูห้องนอนและห้องน้ำภายในห้อง สามารถจะเข็นรถวีลแชร์เข้ามาได้สบาย หากเป็นบ้านมาตรฐานส่งมอบจะได้เป็นพื้น Soft Floor ช่วยลดแรงกระแทกจากการเดิน หรือเกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิดได้

สำหรับบ้านตัวอย่าง ได้ออกแบบเป็นห้องของคนที่มีไลฟ์สไตล์รักเสียงเพลง ภายในห้องจะมีมุมนั่งเล่น จัดวางโซฟา 2 ฝั่งใกล้กับประตูกระจกบานสไลด์ รับแสงธรรมชาติจากฝั่งหน้าบ้าน พร้อมทั้งช่วยเสริมให้ห้องนี้ดูโปร่งสบายมากอีกด้วย
ส่วนผนังด้านหลังสามารถ Built-in ชั้นวางของได้เต็มผนัง ด้านข้างวางโต๊ะยาวไว้สำหรับวางเครื่องเล่นแผ่นเสียงเอาไว้ ส่วนพื้นที่ใกล้กับห้องน้ำ ทำเป็นบาร์ชงเครื่องดื่มพร้อมกับชั้นเก็บขวดไวน์ต่างๆ เป็นห้องที่ใช้พื้นที่สำหรับทำกิจกรรมที่ชอบได้อย่างเต็มที่

ห้องน้ำส่วนตัวภายในห้อง มีขนาดกำลังดี มีฟังก์ชันการใช้งานครบทั้งโซนแห้งและโซนเปียก และยังติดตั้งสุขภัณฑ์มาให้ครบชุด ทั้งยังได้ติดตั้งช่องหน้าต่างบานกระทุ้งมาให้ด้วย อยู่ฝั่งโซนเปียก เปิดระบายกลิ่นอับต่างๆ ได้ดี

ถัดจากห้องนอนที่ 4 เดินเข้าไปเกือบสุดทางเดิน จะมีห้องครัว ซึ่งเป็นครัวแบบปิด กั้นด้วยประตูกระจกบานสไลด์ ตรงข้ามห้องครัวจะเป็นประตูทางเข้าบ้านที่เปิดออกไปจะเชื่อมกับพื้นที่ลานจอดรถ โดยบริเวณผนังประตูทางเข้าบ้านจะติดตั้งแผง Ruejai Home Automation และแผงหน้าจอแสดงผลและควบคุมระบบสัญญาณกันขโมยรอบบ้าน


ห้องครัวของบ้านตัวอย่าง TYPE S มีพื้นที่ขนาดกำลังดี ใช้งานลงตัวมากทีเดียว สามารถ Built-in เคาน์เตอร์ครัวยาวเต็มผนัง 1 ฝั่ง ด้านข้างมีพื้นที่ไว้สำหรับวางตู้เย็น 2 ประตูขนาดใหญ่ได้ มาพร้อมกับ Built-in ตู้เก็บของด้านบนดีไซน์เข้ากันกับเคาน์เตอร์ครัวได้พอดี เก็บของได้เยอะ ตรงผนังมีช่องหน้าต่างบานสไลด์ ไว้เปิดไล่กลิ่นควันขณะทำอาหารได้

ห้องครัวจะมีประตูที่เปิดไปยังพื้นที่ลานซักล้างหลังบ้าน ซึ่งโครงการได้ทำให้เป็นพื้นที่ใช้งานในร่ม ลงเสาเข็มให้เรียบร้อย อีกทั้งยังวางระบบไฟและระบบท่อน้ำให้เสร็จสรรพ พร้อมใช้งาน และบริเวณนี้ยังเป็นโซน Maid Plaza มี 1 ห้องแม่บ้านและห้องน้ำส่วนตัว

กลับเข้ามาในบ้าน พื้นที่ตรงสุดโถงทางเดิน ใกล้กับประตูทางเข้าบ้าน จะเป็นตำแหน่งของห้องน้ำส่วนกลางชั้นล่าง ซึ่งมีลักษณะรูปแบบ Powder Room คือจะไม่มีโซนเปียก ข้อดีที่ห้องน้ำอยู่ตรงมุมนี้ เมื่อกลับมาถึงบ้านและอยากจะล้างมือ ล้างหน้า ก็เข้ามาใช้งานได้ในทันที และยังเป็นห้องน้ำแยกไว้สำหรับรองรับแขกได้ด้วยค่ะ

โถงบันไดจะอยู่ตรงกลางบ้าน ด้านข้างจะมีห้องเก็บของ ไว้สำหรับเก็บอุปกรณ์ ของใช้ต่างๆ ได้ โครงสร้างของบันไดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ลูกนอนลูกตั้งและราวจับจะใช้วัสดุเป็นไม้แดง สีเข้มสวยงาม ตรงบริเวณชานพักได้ติดตั้งช่องแสงบานสูง เปิดรับแสงธรรมชาติ เพิ่มความสว่างให้กับบ้านได้อีก 1 จุด

เดินขึ้นบันไดมาชั้น 2 มุมแรกที่เราจะเห็น คือ พื้นที่ของ Family Area มีขนาดกว้างทีเดียว ทางบ้านตัวอย่างได้ออกแบบให้เป็นมุมนั่งพักผ่อนของสมาชิกในครอบครัว ด้วยการ Built-in ม้านั่งยาวเข้ามุม พร้อมกับวางเบาะนุ่มไว้สำหรับนั่งทั้ง 2 ฝั่ง ตกแต่งด้วยต้นไม้วางไว้รอบๆ
มุมนี้จะอยู่ติดกับช่องหน้าต่างบานใหญ่ ทำให้แสงส่องเข้ามาในบ้านได้อย่างทั่วถึง อีกทั้งชั้นบนนี้มีบรรยากาศโปร่งสบายด้วยความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานที่มากถึง 3 ม.

ผนังอีกฝั่งของโซน Family Area ได้ทำเป็นชั้นวางของ วางพวกหนังสือ ของสะสมต่างๆ ได้ หรือถ้าไม่อยากทำเป็นชั้นวางของ สามารถติดตั้งทีวีได้เช่นกัน ก็จะได้เป็นมุมนั่งดูหนังฟังเพลง มีกิจกรรมให้ทำร่วมกันได้มากขึ้น ในส่วนของพื้น ชั้นบนนี้จะปูด้วยไม้เอ็นจิเนียร์ ทำให้ได้ความรู้สึกอบอุ่น เหมาะกับเป็นพื้นที่โซนพักผ่อนของบ้าน ซึ่งจากมุมนี้จะเห็นทางเดินเชื่อมไปยังห้องนอนที่ 2 และ 3 ค่ะ

ห้องนอนที่ 2 ตำแหน่งอยู่ฝั่งด้านหน้า ออกแบบให้มีช่องหน้าต่างบานใหญ่ 2 จุด เพื่อให้ห้องดูโปร่ง อยู่อาศัยสบาย แสงสว่างจากภายนอกส่องเข้ามาภายในได้อย่างเพียงพอ ช่วงเวลากลางวันแทบไม่ต้องเปิดไฟเลยค่ะ และยังมีพื้นที่สามารถจัดวางฟังก์ชันได้ครบ ทั้งมุมพักผ่อนที่วางเตียงนอนขนาด 5 ฟุตได้ ส่วนพื้นที่ปลายเตียง Built-in โต๊ะนั่งทำงานพร้อมกับชั้นวางของได้พอดี

ถัดมาด้านข้างของมุมโต๊ะทำงาน จะมีช่องทางเดินไปยังห้องน้ำภายในห้อง บริเวณนี้มีพื้นที่ให้วางตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่และโต๊ะเครื่องแป้งที่อยู่มุมสุดทางเดินได้ลงตัว พร้อมกับมีช่องหน้าต่างอีก 1 จุด เสริมให้ห้องดูสว่างมากยิ่งขึ้น


ห้องน้ำส่วนตัวภายในห้อง ได้ตกแต่งด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนผสมผสานกับกระเบื้องสีครีม โทนสว่าง ทำให้บรรยากาศในห้องน้ำดูกว้าง น่าเข้าไปงาน ทั้งยังติดตั้งสุขภัณฑ์ให้ครบ แยกโซนแห้งโซนเปียกให้เรียบร้อย ตรงโซนเปียกจะมีการก่อชั้นวางของมาให้ และติดตั้งช่องหน้าต่าง เปิดเพื่อระบายความชื้นได้

ห้องนอนที่ 3 ขนาดของพื้นที่ใช้สอย มีความใกล้เคียงกันกับห้องนอนที่ 2 แต่ห้องนี้จะอยู่ฝั่งหลังบ้าน ภายในห้องมีช่องหน้าต่างบานใหญ่ให้ 1 จุด ตรงบริเวณเตียงนอน และอีกจุดจะอยู่ตรงมุมโต๊ะเครื่องแป้ง

มุมวางเตียงนอนอยู่ใกล้กับประตูทางเข้าห้อง สามารถที่จะวางเตียงขนาด 3.5-5 ฟุตได้ และยังมีพื้นที่เหลือให้เป็นทางเดินได้โดยรอบ ส่วนหัวเตียงวางพวกโต๊ะลิ้นชักเล็กๆ เสริมเข้าไปได้ เพื่อสำหรับวางโคมไฟ เปิดใช้งานตอนอ่านหนังสือ หรือวางโทรศัพท์มือถือได้ค่ะ

สำหรับพื้นที่อีกฝั่งของห้อง ตรงบริเวณปลายเตียง ทางบ้านตัวอย่างจัดวางให้เป็นมุมนั่งเล่น พร้อมกับ Built-in ตู้เก็บของให้ใช้งานร่วมกัน พื้นที่ด้านข้างทำเป็นมุม Walk-in Closet วางตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่เต็มผนัง ส่วนด้านในวางโต๊ะเครื่องแป้งใช้งานต่อเนื่องกันได้อย่างสะดวก

บริเวณเดียวกันกับพื้นที่ Walk-in Closet จะมีห้องน้ำส่วนตัว จัดวางโซนแห้งและโซนเปียกแยกกันชัดเจน โดยตำแหน่งของโซนเปียกจะอยู่ชิดเข้ามุม ผู้พักอาศัยสามารถติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำเพิ่มได้ เพื่อให้ใช้งานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ทั้งยังติดตั้งช่องหน้าต่างมาให้ขนาดใหญ่ทีเดียว อยู่บริเวณผนังเหนือโถสุขภัณฑ์

ในส่วนของ Master Bedroom จะอยู่อีกฝั่งของบ้าน เป็นห้องนอนที่มีขนาดใหญ่และมีพื้นที่ใช้สอยเยอะที่สุดในบ้าน

เมื่อเดินเข้ามาใน Master Bedroom รู้สึกถึงบรรยากาศโปร่งโล่งมากๆ เพราะจุดเด่นของห้องนี้จะมีเพดานสูงถึง 4 ม. ช่วยให้ผู้พักอาศัยได้ใช้ชีวิตพักผ่อนส่วนตัวได้อย่างเต็มที่ จัดวางแบ่งให้มีฟังก์ชันได้หลากหลาย ตั้งแต่โซนพักผ่อน ที่สามารถวางเตียงนอนขนาด King Size ได้สบาย ทั้งยังวางตู้ลิ้นชักบริเวณหัวเตียงได้ทั้งสองฝั่ง ปลายเตียงยังมีพื้นที่กว้างขวาง ทำเป็นมุมนั่งเล่นส่วนตัว วางโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่งได้แบบให้มีพื้นที่เหลือเป็นทางเดินรอบๆ ได้กว้าง

โซนพักผ่อนจะอยู่ใกล้กับช่องหน้าต่างและประตูกระจกบานสไลด์ขนาดใหญ่ ติดตั้งให้เกือบเต็มผนัง ทำให้ห้องนี้รับแสงธรรมชาติได้อย่างดี และยังช่วยให้ห้องดูกว้างมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งประตูกระจกบานสไลด์นี้ สามารถเปิดออกไปยังระเบียงที่อยู่ภายนอกได้ หากตื่นนอนตอนเช้าอยากเดินออกไปรับอากาศดีๆ ก็ทำได้ทันทีค่ะ

ฟังก์ชันระเบียง มีขนาดที่ใช้งานได้จริง จะออกมายืดเส้นยืดสาย หรือทำเป็นมุมสวนเล็กๆ ปลูกต้นไม้กระถาง สร้างบรรยากาศให้ห้องนอนดูสดชื่นและผ่อนคลาย ก็เป็นไอเดียที่น่าสนใจมากทีเดียว


กลับเข้ามาในห้อง ด้านข้างเตียงนอนจะมีพื้นที่สำหรับทำเป็นมุม Walk-in Closet มีพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างกว้าง สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ได้ทั้งสองฝั่งแบบจัดเต็ม ตรงกลางยังวางตู้ Island เพิ่มได้อีก ส่วนด้านในออกแบบให้เป็นมุมโต๊ะเครื่องแป้งยาวชิดผนัง ใช้งานสำหรับสองคนได้กำลังดี

ห้องน้ำส่วนตัว มีขนาดกว้างขวาง มาพร้อมกับสุขภัณฑ์ติดตั้งครบชุด ห้องนี้จะได้อ่างอาบน้ำและอ่างล้างหน้าแบบ His & Her ให้ด้วย ภายในห้องมีการออกแบบตกแต่งด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนสีเทา ที่ดูโมเดิร์นมากๆ และยังแบ่งโซนแห้ง-โซนเปียกได้เป็นสัดส่วน อีกทั้งบรรยากาศของห้องน้ำดูสว่างด้วยช่องหน้าต่างที่ติดตั้งมาให้บริเวณโซนอ่างอาบน้ำ
แบบบ้าน CORINTHIAN (TYPE L)

บ้านตัวอย่างหลังถัดมา เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น แบบบ้าน Type L ขนาดใหญ่สุดของโครงการ สร้างอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 117.2 ตร.ว. มีพื้นที่ใช้สอย 514 ตร.ม. เป็นบ้านหน้ากว้าง ภายในบ้านมีพื้นที่ใช้สอยเยอะ จัดวางฟังก์ชันต่างๆ ตอบโจทย์ได้หลากหลายไลฟ์สไตล์ รองรับครอบครัวขนาดใหญ่ได้ลงตัว
โดยแบ่งให้มี 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 2 ห้องรับแขก 1 ห้องครัว 1 ห้องรับประทานอาหาร 1 ห้องพักผ่อนด้านบน 1 Maid Plaza 4 ที่จอดรถ พร้อมกับมีจุดเด่นอยู่ตรงพื้นที่ Foyer ที่มีเพดานสูงโปร่งแบบ Double Volume สูงถึง 6.8 ม. และ Master Bedroom มีเพดานสูงถึง 4 ม.

ชั้น 1 เริ่มต้นด้วยฟังก์ชันพื้นที่ลานจอดรถ จอดได้มากถึง 4 คัน ภายในบ้านมีพื้นที่กว้าง มีทั้งส่วนที่เป็นแบบ Open Plan และกั้นห้องเป็นสัดส่วน ซึ่งชั้นนี้จะมีฟังก์ชันมุมนั่งเล่นที่เชื่อมต่อเนื่องไปยังมุมรับประทานอาหาร ส่วนอีกฝั่งจะมีห้องนอนที่ 4 ห้องน้ำส่วนกลาง ห้องเก็บของ ห้องครัวที่เชื่อมไปยังพื้นที่ซักล้างหลังบ้าน ที่มาพร้อมกับโซน Maid Plaza
ชั้น 2 แบ่งให้มี 3 ห้องนอน ทุกห้องมีห้องน้ำในตัวและมีพื้นที่ Walk-in Closet สำหรับ Master Bedroom และห้องนอนที่ 2 มีระเบียงส่วนตัวให้อีกด้วย ในส่วนตรงโถงกลางมีพื้นที่อเนกประสงค์ ทำเป็นมุม Family Area ได้ ซึ่งจะอยู่ใกล้กับโถงบันไดบ้าน

พื้นที่ลานจอดรถของแบบบ้าน Type L สามารถจอดรถได้ถึง 4 คัน โครงสร้างลงเสาเข็มถึงสุดชายคาบ้าน พื้นปูด้วยวัสดุทรายล้าง แข็งแรงทนทาน ป้องกันการลื่นจากพื้นเปียกได้ดี ที่สำคัญโครงการได้ติดตั้งจุดรองรับ EV Charger ให้ด้วย เพื่อเตรียมพร้อมการติดตั้งเครื่องชาร์จสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
บริเวณพื้นที่ลานจอดรถ จะมีประตูทางเข้าบ้านที่เป็นประตู Digital Door Lock วัสดุไม้สัก พร้อมกับมีห้องเก็บของประตูบานเปิดคู่ เปิดได้กว้าง ซึ่งช่วยให้เก็บอุปกรณ์ใช้งานชิ้นใหญ่ได้
รวมทั้งพื้นที่ลานจอดรถจะเชื่อมกับโถงทางเดินไปยังหน้าบ้าน ซึ่งได้ออกแบบพื้นให้เป็นทางลาด สามารถที่จะเข็นรถวีลแชร์ หรือรถเข็นเด็กเข้าบ้านได้อย่างสะดวกสบาย

บ้านตัวอย่างหลัง TYPE L นี้ จะมีพื้นที่ข้างบ้านค่อนข้างเยอะ ทำให้สามารถที่จะจัดสวน หรือทำเป็นสระว่ายส่วนตัวภายในรั้วบ้าน เป็นมุมพักผ่อน Outdoor สำหรับสมาชิกในครอบครัว ซึ่งทางโครงการได้ออกแบบให้ดูเป็นไอเดียค่ะ

หรือจะทำเป็นห้องปาร์ตี้ในสวนเล็กๆ แบบนี้ก็เป็นไอเดียที่น่าสนใจ เปลี่ยนบรรยากาศจากการนั่งรับประทานอาหารในบ้าน มาทานอาหารนอกบ้าน ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ช่วยให้การอยู่อาศัยในบ้านไม่น่าเบื่อ ทั้งยังสามารถรองรับแขกเพื่อนสนิท มานั่งเล่น ทำปิ้งย่างด้วยกัน บรรยากาศชวนผ่อนคลายได้ดีมากๆ

สำหรับบ้านตัวอย่าง TYPE L จะมีประตูทางเข้า-ออก 2 จุด จุดแรกอยู่ตรงบริเวณพื้นที่ลานจอดรถ จุดที่สองอยู่หน้าบ้าน เป็นประตูบานเปิดคู่ วัสดุเป็นไม้สักเช่นเดียวกัน เปิดประตูได้กว้าง เวลาจะขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ หรือจะเข็นรถวีลแชร์ที่มีผู้สูงวัยนั่งอยู่เข้าไปในบ้าน ทำได้ง่ายและสะดวก

จากประตูทางเข้าหลักบริเวณหน้าบ้าน เปิดเข้ามาจะเห็นบรรยากาศเปิดโล่งของ Foyer โถงต้อนรับที่มีเพดานสูงแบบ Double Volume ซึ่งมุมนี้จะสูงมากถึง 6.8 ม. ทำให้การอยู่อาศัยภายในชั้นล่างรู้สึกโล่ง กว้าง และดูโอ่โถงมากทีเดียว

มุม Foyer จากชั้นล่างมีเพดานสูงเชื่อมมาถึงชั้นบน พร้อมกับมีช่องแสงในส่วนของผนังชั้นบน ทำให้เปิดมุมมองได้กว้างมากขึ้น ซึ่งเป็นจุดเด่นของแบบบ้าน Type L ทั้งยังเป็นมุมที่สมาชิกในบ้านสามารถทักทาย พูดคุยกัน โดยไม่ต้องลงบันไดมาชั้นล่าง ช่วยให้การมีปฏิสัมพันธ์กับคนในบ้านได้ง่ายกว่าที่เคย

ภาพรวมของชั้นล่าง บ้านจริงจะเห็นพื้นที่ใช้สอยกว้างๆ แบบ Open Space แต่สำหรับบ้านตัวอย่างได้ออกแบบให้ดูเป็นไอเดียโดยการให้มีผนังกั้นบางส่วน เพื่อให้บ้านดูเป็นสัดส่วน การใช้ฟังก์ชันของแต่ละพื้นที่ต่างๆ จะมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น แต่ก็ยังทำให้บ้านดูโปร่งอยู่ค่ะ โดยชั้นล่างนี้จะมีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานประมาณ 2.8 ม. ส่วนพื้นปูด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนขนาด 60x120 ซม.

และบ้านทุกหลังในโครงการจะมีการติดตั้ง Active Air Quality ระบบขจัดมลพิษทางอากาศในบ้าน ช่วยกรองฝุ่นละอองต่างๆ ทำให้บ้านมีอากาศที่ดี หายใจได้สะดวกขึ้น พร้อมทั้งยังมี Smoke & Heat Detector ระบบเตือนในเรื่องอัคคีภัย ซึ่งจะติดตั้งตามจุดสำคัญต่างๆ ภายในบ้านให้อีกด้วย

สำหรับมุมนั่งเล่น อยู่ใกล้กับโถงต้อนรับ หรือ Foyer มุมนี้มีพื้นที่ขนาดกว้างขวางมากๆ จัดวางโซฟาเบดขนาดใหญ่ได้ถึง 2 ชุด ต้อนรับแขก 10 คนได้สบาย ทั้งยังล้อมรอบด้วยช่องแสงที่เป็นประตูกระจกบานสไลด์ ทำให้บริเวณนี้สว่าง รับแสงธรรมชาติได้ดีมากๆ

อีกสิ่งสำคัญนั้นก็คือเรื่องความปลอดภัย โดยทุกแบบบ้านมีการติดตั้งสัญญาณกันขโมย Magnetic & Shock Sensor ซึ่งจะเห็นอยู่ตรงบริเวณของช่องหน้าต่างและประตูบ้านทั้งหลัง

ถัดจากมุมนั่งเล่น เชื่อมต่อมายังพื้นที่ด้านใน ตรงนี้จะเป็นมุมรับประทานอาหาร ที่สามารถวางโต๊ะยาวรองรับได้ถึง 10 ที่นั่ง ตกแต่งด้วย Chandelier เสริมให้บ้านดู Luxury มากขึ้นไปอีก ทั้งยังเข้ากับงานดีไซน์ตกแต่งภายในได้ลงตัว และมุมนี้จะมีประตูกระจกบานสไลด์ที่เปิดไปยังพื้นที่สวนข้างบ้าน รู้สึกได้ถึงการได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ช่วยให้ผ่อนคลายและใช้ชีวิตการพักผ่อนได้อย่างเต็มที่

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ให้สามารถวางเคาน์เตอร์ทำเป็นมุม Pantry บาร์ชงเครื่องดื่ม มุมจัดเตรียมอาหาร พร้อมทั้งยังมีพื้นที่กว้างพอที่จะวางตู้ Island เพิ่ม เพื่อเก็บขวดไวน์ หรือจะทำเป็นมุมดริปกาฟเท่ๆ ซึ่งดีไซน์ได้ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละครอบครัวได้ค่ะ

เดินเข้ามาอีกฝั่งของบ้าน มุมแรกที่เราจะเห็นนั้นคือห้องนอนที่ 4 ซึ่งบ้านตัวอย่างได้ปรับเปลี่ยนผนังใหม่ ทำเป็นซุ้มประตูโค้งกว้างๆ เพื่อให้บ้านดูเปิดโล่งมากยิ่งขึ้น แสดงให้เห็นว่าบ้านในโครงการสามารถที่จะต่อเติมได้ง่าย ด้วยระบบการก่อสร้างก่ออิฐฉาบปูน

ภายในห้องนอนที่ 4 จะมีห้องน้ำส่วนตัว มีฟังก์ชันการใช้งานครบทั้งโซนแห้งและโซนเปียก จัดวางสุขภัณฑ์เรียงในแนวเดียวกัน สามารถเดินเข้ามาใช้งานได้สะดวก และมีการติดตั้งช่องหน้าต่างบานใหญ่มาให้ อยู่บริเวณผนังเหนือโถสุขภัณฑ์

ถัดจากห้องนอนที่ 4 จะพบกับโถงทางเดินเชื่อมต่อไปยังฟังก์ชันอื่นๆ ที่อยู่ชั้นล่าง ซึ่งฝั่งนี้จะมีห้องเก็บของ ห้องน้ำส่วนกลาง ห้องครัว ประตูทางเข้า-ออกอีกจุดของบ้าน

ห้องน้ำส่วนกลางจะอยู่ใกล้กับห้องนอนที่ 4 จะเป็นลักษณะ Powder Room (ไม่มีโซนเปียก) เป็นห้องน้ำที่ใช้รองรับแขกได้สะดวก เพราะอยู่บริเวณโถงกลางบ้านไม่ไกลจากมุมนั่งเล่น


ห้องครัวของบ้านตัวอย่าง TYPE L มีขนาดกว้างขวางมากทีเดียว จัดวางเคาน์เตอร์ครัวได้เต็มผนัง ไม่ว่าจะทำอาหาร ล้างจาน หรือเตรียมวัตถุดิบต่างๆ เข้ามาใช้งาน 2-3 คน ก็ยังไม่รู้สึกอึดอัด ส่วนอีกฝั่งมีพื้นที่ให้ Built-in โต๊ะยาว รองรับให้เป็นมุมรับประทานอาหารได้อีก 1 จุด พร้อมทั้งยังมีพื้นที่ให้วางตู้เย็นขนาดใหญ่ได้พอดี ที่สำคัญมีช่องหน้าต่างบานสไลด์ติดตั้งให้ด้วย นอกจากจะช่วยเพิ่มความสว่างให้กับห้องครัวแล้ว ยังช่วยเปิดระบายกลิ่นต่างๆ ให้ออกไปทางหลังบ้านได้สะดวก


พื้นที่ลานซักล้างหลังบ้าน เป็นลักษณะการใช้งานในร่ม มีพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้า มุมซักรีดเป็นสัดส่วน อีกทั้งโซนนี้ยังมี 1 ห้องแม่บ้านและห้องน้ำส่วนตัว ข้อดีที่ห้องแม่บ้านอยู่ใกล้กับมุมซักรีดและห้องครัว ช่วยให้แม่บ้านทำงานได้สะดวก มีพื้นที่ทำงานเป็นส่วนตัว ไม่ไปรบกวนสมาชิกในบ้านคนอื่นๆ

โถงบันได ตำแหน่งจะอยู่ตรงกลางบ้าน ดีไซน์เป็นรูปตัว U โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก เวลาเดินขึ้น-ลง เก็บเสียงได้ดี และติดตั้งราวจับให้ตลอดแนว ซึ่งราวจับ ลูกนอนและลูกตั้ง จะใช้เป็นวัสดุไม้แดง

เดินขึ้นมาชั้น 2 ตรงมุมด้านข้างของโถงบันได จะมีพื้นที่อเนกประสงค์ ที่สามารถปรับเปลี่ยนใช้งานให้เป็นพื้นที่ทำกิจกรรมเพิ่มเติมได้ อย่างเช่นมุมนั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือมุมเล่นโยคะได้ทั้งหมด

บริเวณโถงกลางของชั้นบน มีพื้นที่อเนกประสงค์อีก 1 จุด ทำเป็นมุม Family Area วางโซฟาได้ขนาดใหญ่ เป็นมุมพักผ่อนส่วนตัว รองรับสมาชิกครอบครัวได้หลายคน ซึ่งพื้นที่ตรงนี้จะเชื่อมต่อกับโถงสูง Foyer ที่อยู่ชั้นล่าง ทำให้บรรยากาศโดยรอบดูโปร่งและกว้างกว่าบ้านทั่วไปได้มากทีเดียว

สำหรับความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานของชั้นบน จะสูง 3 ม. ในส่วนของงานพื้น ปูด้วยวัสดุไม้เอ็นจิเนียร์ ที่มีลวดลายไม้สวยงามเข้ากับการตกแต่งได้หลากหลายรูปแบบ และจากมุมนี้ของพื้นที่ Family Area จะเชื่อมต่อไปยังห้องนอนที่ 2 และ 3 ซึ่งอยู่ฝั่งด้านข้างของบ้าน

ห้องนอนที่ 2 เป็นห้องที่อยู่โซนด้านหน้า มีช่องแสงหลายจุด เพิ่มบรรยากาศผ่อนคลายให้กับการอยู่อาศัย โดยห้องนี้มีขนาดเพียงพอที่จะจัดฟังก์ชันได้ครบ อย่างโซนพักผ่อน วางเตียงนอนขนาด 5-6 ฟุตได้ พร้อมกับวางโต๊ะหรือตู้ลิ้นชักเล็กๆ บริเวนหัวเตียงได้พอดีทั้งสองฝั่ง พื้นที่ด้านข้างเตียงทำเป็นมุมโต๊ะทำงาน ที่ Built-in ชั้นวางของให้สามารถหยิบหนังสือหรือของใช้ต่างๆ ได้ง่ายและใช้งานร่วมกันได้สะดวก

มุมปลายเตียง สามารถติดตั้งทีวีและชั้นวางของยาวขนาบไปกับผนังได้ เพิ่มฟังก์ชันทำเป็นมุมนอนดูหนังฟังเพลงส่วนตัวภายในห้อง ส่วนด้านข้างเตียงนอนอีกฝั่ง มีพื้นที่สำหรับทำเป็นมุม Walk-in Closet วางตู้เสื้อผ้าเข้ามุมได้ 2 ตู้ใหญ่ๆ เก็บเสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับต่างๆ ได้เยอะพอสมควร

ในส่วนของมุม Walk-in Closet นี้ จะอยู่ใกล้กับห้องน้ำส่วนตัว ช่วยให้โซนนี้มีการใช้งานเชื่อมต่อเนื่องกัน สะดวกมากๆ เมื่อเราอาบน้ำเสร็จ ก็สามารถเดินออกมาแต่งตัวมุมนี้ได้ทันที

ห้องน้ำส่วนตัวภายในห้อง มีขนาดกว้างใช้ได้ ตกแต่งด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนและกระเบื้องสีเทาอ่อน โดยออกแบบให้โซนแห้งอยู่ใกล้กับประตูทางเข้า ส่วนโซนเปียกอยู่ด้านในใกล้กับช่องหน้าต่าง ข้อดีที่มีช่องหน้าต่างอยู่บริเวณโซนอาบน้ำ จะช่วยให้พื้นที่ที่เปียกมากที่สุดแห้งเร็วขึ้น ลดกลิ่นอับและเชื้อโรคต่างๆ ในห้องน้ำได้อีกด้วยค่ะ

ห้องนอนที่ 3 จะอยู่โซนด้านหลัง จะได้บรรยากาศที่เงียบสงบและส่วนตัวมากกว่าห้องนอนอื่นๆ ภายในห้องออกแบบให้โซน Walk-in Closet อยู่ด้านหน้าใกล้กับประตูทางเข้า ซึ่งวางตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ พร้อมกับมีมุมให้วางโต๊ะเครื่องแป้ง ใช้งานได้อย่างลงตัว มุมนี้จะมีช่องหน้าต่างให้ด้วย เวลาแต่งหน้าแต่งตัวก็จะมีแสงธรรมชาติส่องเข้ามาได้กำลังดี


ใกล้ๆ กับมุมแต่งตัว จะมีห้องน้ำส่วนตัว ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกันกับห้องน้ำในห้องนอนที่ 2 เลยค่ะ ภายในห้องติดตั้งสุขภัณฑ์ครบชุด แยกโซนแห้งและโซนเปียกให้เรียบร้อย ทั้งยังมีช่องหน้าต่างมาให้ 1 จุด อยู่บริเวณโซนอาบน้ำ

โซนพักผ่อนจะอยู่ด้านใน มีพื้นที่ค่อนข้างกว้างเช่นเดียวกัน สามารถวางเตียงนอน โต๊ะหัวเตียง โต๊ะทำงาน และมีมุมแขวนเสื้อผ้า ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้ครบฟังก์ชัน และยังเป็นอีกหนึ่งห้องนอนที่ดูโปร่งโล่ง ด้วยหน้าต่างบานใหญ่ที่อยู่ฝั่งหลังบ้าน และ 2 หน้าต่างบานสูงที่อยู่ฝั่งด้านข้าง

และห้องนอนนี้ รองรับการอยู่อาศัยคนเดียวได้สบาย จะออกแบบตกแต่งให้เป็นไลฟ์สไตล์ไหน ทำได้อย่างอิสระเลยค่ะ

Master Bedroom ห้องนอนใหญ่ที่สุดของบ้านหลังนี้ ตำแหน่งจะอยู่ตรงปีกบ้านของอีกฝั่ง มีขนาดใหญ่เต็มพื้นที่ด้านข้าง 1 ฝั่งเลยนะคะ ภายในห้องมีความโปร่งสบาย รู้สึกถึงการพักผ่อนที่ผ่อนคลายอย่างที่สุด พร้อมทั้งมีพื้นที่ให้จัดวางฟังก์ชันได้หลายมุม สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ที่ชอบได้ในแบบส่วนตัว

สำหรับพื้นที่มุมพักผ่อน มีขนาดพอเหมาะที่จะรองรับเตียงนอน King Size ได้ โดยเหลือพื้นที่รอบๆ ให้เป็นทางเดินได้กว้าง อีกทั้งปลายเตียง ยังมีพื้นที่ใช้งานเพิ่มเติมได้อีก อย่างบ้านตัวอย่าง จัดวางโซฟา 2-3 ที่นั่งให้เป็นมุมนั่งเล่น หรือมุมนั่งทำงาน รวมทั้งยังสามารถติดตั้งทีวี ทำเป็นมุมนั่งดูหนังรอบดึกหลังเลิกงานได้แบบสบาย

Master Bedroom จะมีระเบียงส่วนตัวให้มาด้วย ซึ่งสามารถเปิดประตูกระจกบานสไลด์ที่อยู่บริเวณด้านข้างเตียงนอน เดินออกมาชมวิวธรรมชาติภายนอกฝั่งหน้าบ้านได้ค่ะ

อีกฝั่งของห้องตรงโซนด้านหลัง พื้นที่ตรงนี้จะมีฟังก์ชันของห้องน้ำส่วนตัว ใช้งานต่อเนื่องไปยังพื้นที่ Walk-in Closet


มุม Walk-in Closet มีขนาดพื้นที่ใช้สอยเยอะ ใช้งาน 2 คนพร้อมกันได้ ทั้งยัง Built-in ตู้เสื้อผ้าได้แบบจัดเต็ม พร้อมกับมีมุมโต๊ะเครื่องแป้งใช้งานได้กว้างๆ เป็นมุมแต่งตัวที่สามารถเก็บเสื้อผ้า กระเป๋า ของใช้ต่างๆ ให้ใช้งานได้อย่างครบครัน


ภายในห้องน้ำส่วนตัว มีการออกแบบโดยการปูผนังและพื้นด้วยกระเบื้องลายหินสีเทาอ่อน ทำให้ห้องดูโปร่งและสว่าง น่าเข้าไปใช้งานมากๆ ทั้งยังมีขนาดกว้างขวาง วางฟังก์ชันได้อย่างเป็นสัดส่วน ที่มาพร้อมกับการติดตั้งสุขภัณฑ์ให้ครบ และห้องน้ำนี้จะได้อ่างล้างหน้าแบบ His & Her และอ่างอาบน้ำที่สามารถเข้าไปนั่งแช่น้ำสบายๆ ได้ถึง 2 คน ให้มาอีกด้วยค่ะ
บ้านมาตรฐานและวัสดุ

บ้านมาตรฐานส่งมอบของโครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ เวสต์เกต จะได้เป็นบ้านเปล่าภายในไม่ได้มีการตกแต่งพร้อมปูสนามหญ้าให้ตามมาตรฐาน ประตูทางเข้า-ออกบ้านจะได้เป็นวัสดุไม้สัก ส่วนประตูรั้วหน้าบ้านจะได้เป็นประตูเหล็กรางเลื่อนสีดำ ที่แบ่งให้มีทั้งช่องสำหรับรถยนต์ขับเข้าไปยังพื้นที่ลานจอดรถ และประตูสำหรับให้คนเดินเท้าเข้าบ้าน
พื้นที่ลานจอดรถจะปูพื้นด้วยวัสดุทรายล้าง ส่วนภายในบ้าน จะได้พื้นชั้น 1 เป็นกระเบื้องลายหินอ่อนขนาด 60x120 ซม. ห้องนอนชั้นล่าง ติดตั้งเป็นพื้น Soft Floor ช่วยลดแรงกระแทก ชั้น 2 จะได้เป็นพื้นไม้เอ็นจิเนียร์

นอกจากนี้ภายในบ้านได้มีการติดตั้งนวัตกรรมต่างๆ ซึ่งจะมีให้ดังนี้
- Home Automation สั่งงานผ่านแอปพลิเคชัน RueJai Home OS
- จุดรองรับการติดตั้ง Ev Charger บริเวณพื้นที่ลานจอดรถ
- ประตู Digital Door Lock บริเวณพื้นที่ลานจอดรถ
- ระบบสัญญาณกันขโมย Magnetic & Shock Sensor ให้ทั้งหลัง
- Smoke & Heat Detector
- Active Air Quality ระบบขจัดมลพิษทางอากาศในบ้าน

สุขภัณฑ์ในห้องน้ำติดตั้งให้ครบชุด พร้อมใช้งานของแบรนด์ Kohler ในส่วนของ Master Bedroom จะได้อ่างอาบน้ำและอ่างล้างหน้า His & Her เพิ่มเข้ามา อีกทั้งยังติดตั้งโถสุขภัณฑ์อัตโนมัติมาให้ด้วย ซึ่งจะติดตั้งในห้องน้ำส่วนตัวภายใน Master Bedroom และห้องน้ำชั้นล่างที่เป็น Powder Room
Location

ทำเลที่ตั้งโครงการจะอยู่ติดกับถนนใหญ่ ถนนกาญจนาภิเษก วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี โดยใกล้กับแหล่งช้อปปิ้ง สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่ว่าจะ Lotus’s, Makro หรือห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่าง Central Westgate ซึ่งห่างจากโครงการเพียง 7 นาที
รวมทั้งโครงการยังเป็นทำเลที่เดินทางสะดวก เนื่องจากที่ตั้งจะอยู่ติดกับถนนกาญจนาภิเษก ใช้เส้นทางนี้ขับวิ่งรอบนอกกรุงเทพฯ เข้า-ออกเมืองได้ง่าย อีกทั้งสามารถขับรถเชื่อมไปยังถนนได้อีกหลายเส้นทางทั้งถนนรัตนาธิเบศร์, ถนนราชพฤกษ์, ถนนชัยพฤกษ์ ที่สำคัญโครงการอยู่ใกล้กับทางพิเศษศรีรัช เพียง 15 นาที เดินทางเข้าเมืองไปโซนธุรกิจ CBD และแหล่งงานย่านออฟฟิศในใจกลางเมืองได้อย่างสะดวกสบาย

นอกจากนี้โครงการยังใกล้กับเส้นรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีคลองบางไผ่ ห่างเพียง 3 นาที ซึ่งสถานีนี้จะมีอาคารจอดแล้วจร สามารถที่จะขับรถมาจอดไว้ และนั่งรถไฟฟ้าเข้าเมืองได้ ซึ่งจะมีจุดอินเตอร์เชนจ์ที่สถานีเตาปูน สามารถนั่งเชื่อมไป MRT สายสีน้ำเงินต่อได้ค่ะ

โครงการจะอยู่ในทำเลที่แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน โดยเฉพาะเรื่องการจับจ่ายใช้สอย ซื้อของเข้าบ้าน หรือจะหาซื้อของกินต่างๆ นั้นได้ไม่ยากเลย เพราะโครงการอยู่ใกล้กับ Lotus’s และ Index Livingmall บางกรวย-ไทรน้อย เพียง 400 ม. และยังใกล้กับ Makro บางบัวทอง รวมถึงใกล้แหล่งไลฟ์สไตล์ใหญ่ของโซนนนทบุรีอย่าง Central Westgate และบริเวณเดียวกันนี้ก็จะมีทั้ง Big C Extra บางใหญ่ และตลาดบางใหญ่ สไมล์ อีกด้วยค่ะ

หากเจ็บไข้ไม่สบาย ก็ไม่ต้องกังวล โครงการอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลหลายแห่งอย่างเช่น โรงพยาบาลบางบัวทอง, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชันแนล รัตนาธิเบศร์, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ รวมทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากสถานศึกษา ซึ่งมีตั้งแต่โรงเรียนกสิณธรเซนต์ปีเตอร์, โรงเรียนสารสาสน์วิเทศ บางบัวทอง, โรงเรียนนานาชาติ เด่นหล้า ตรงถนนราชพฤกษ์ เป็นตัวเลือกที่สามารถส่งบุตรหลานเข้าเรียนใกล้บ้านได้ ก็จะช่วยให้สะดวกในการไปรับ-ส่งค่ะ
การเดินทาง
พิกัดโครงการ : https://m.scasset.com/AJC2

การเดินทางไปโครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ เวสต์เกต เริ่มต้นด้วยขับรถมาบนถนนรัตนาธิเบศร์ (ฝั่งขาออก) เพื่อมุ่งหน้าไปถนนกาญจนาภิเษก

และให้ขับตรงไปเรื่อยๆ ตามแนวเส้นรถไฟฟ้าสายสีม่วง พร้อมทั้งให้ขับรถข้ามสะพานพระนั่งเกล้า

เมื่อลงสะพานพระนั่งเกล้าให้ขับตรงไปตามป้ายบอกทางไปถนนกาญจนาภิเษก และเส้นทางนี้จะผ่านร้านอาหารและคาเฟ่มากมาย รวมถึงโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์

เมื่อขับมาถึงสถานีสามแยกบางใหญ่ ให้ขับตรงไปอีกนิด และเตรียมตัวมองหาป้ายบอกทางไปสุพรรณบุรี เพื่อจะขับวนบนสะพานไปยังถนนกาญจนาภิเษก

ให้ขับตรงและไปวนบนสะพาน จากถนนรัตนาธิเบศร์เพื่อไปยังถนนกาญจนาภิเษก

เมื่อขับวนมาลงถนนกาญจนาภิเษก ให้ขับตรงไปเรื่อยๆ บนถนนเส้นคู่ขนาน มุ่งหน้าไปตามป้ายสุพรรณบุรี หรืออ.ไทรน้อย จากถนนตรงนี้ (Index Living Mall บางใหญ่) ขับตรงไปประมาณ 5 กม.จะถึงปากทางเข้าโครงการค่ะ

ปากทางเข้าโครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ เวสต์เกต จะอยู่ฝั่งซ้ายมือ ก่อนจะถึง Lotus’s บางกรวย-ไทรน้อย ให้สังเกตป้ายชื่อโครงการ เมื่อเห็นแล้วสามารถเลี้ยวซ้ายเข้าไปได้เลยค่ะ

จากปากทางเข้า ขับเข้าไปประมาณ 350 ม. ก็จะถึงโครงการที่อยู่ด้านใน ซึ่งถนนเส้นนี้ เป็นถนนที่ใช้เฉพาะสำหรับผู้พักอาศัย หรือผู้ที่ต้องการเข้าไปในโครงการ บรรยากาศก็จะร่มรื่น ด้วยต้นไม้ทั้งสองริมข้างทาง

เมื่อเข้ามาถึงด้านใน บริเวณนี้จะมี 2 โครงการใหม่จาก SC Asset หนึ่งในนั้นมีโครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ เวสต์เกต ให้สังเกตป้ายชื่อและ Main Gate ขนาดใหญ่ ดีไซน์รูปทรงโค้ง สีน้ำตาล-ขาว โดดเด่นอยู่ด้านหน้าค่ะ
Price & Promotion

บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ เวสต์เกต เป็นโครงการบ้านเดี่ยวหรู หลังใหญ่ มีที่ดินเริ่มต้น 80.5 - 194.9 ตร.ว. พร้อมทั้งมี 3 แบบบ้านให้เลือก โดยจะมีราคาเริ่มต้นดังนี้
- TUSCAN (TYPE S) ราคาเริ่มต้น 20.99 ล้านบาท*
- IONIC (TYPE M) ราคาเริ่มต้น 24.09 ล้านบาท*
- CORINTHIAN (TYPE L) ราคาเริ่มต้น 29.69 ล้านบาท*
*ราคาขาย ณ เดือนพฤษภาคม 66 โปรดสอบถามทางโครงการอีกครั้ง
สนใจลงทะเบียน รับข้อมูลเพิ่มเติม : https://bit.ly/3oKGmgp
(โปรโมชัน และส่วนลดอื่นๆ เพิ่มเติมอยู่ที่เงื่อนไขของบริษัทฯ กำหนด)
Conclusion

Design & Function : บ้านเดี่ยวในโครงการ ได้ถูกออกแบบซีรีส์ใหม่ Modern Colonnade Style ซึ่งจะมีจุดเด่นด้วยการดีไซน์เสาเป็นแนวรับชายคาบ้าน สะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ เรียบหรู สมกับเป็นโครงการระดับ Luxury จาก SC Asset
โดยบ้านเดี่ยวทุกหลังจะมาพร้อมกับฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องเเม่บ้าน 4 ที่จอดรถ แต่จะแตกต่างกันอยู่ที่ขนาดของที่ดินและขนาดพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน โดยจะมีแบบบ้านให้เลือกทั้งหมด 3 แบบบ้าน ซึ่งทุกหลังจะมีจุดเด่นที่ Master Bedroom มีเพดานสูงโปร่งถึง 4 ม. ที่ออกแบบมาช่วยให้ใช้ชีวิตการพักผ่อนได้อย่างเต็มที่
และด้วยการที่รูปแบบบ้านจะเป็นบ้านหน้ากว้าง ทำให้บรรยากาศในบ้านโปร่งสบายด้วยช่องแสงรอบบ้าน มีพื้นที่ใช้สอยเยอะ ทั้งยังมีครัวปิดทุกหลัง พร้อมกับมีพื้นที่ลานซักล้างในร่มที่ลงเสาเข็มให้เรียบร้อย และในส่วนแบบบ้าน TYPE L จะพิเศษตรงที่ได้ออกแบบพื้นที่ Foyer ให้มีโถงสูงแบบ Double Volume ซึ่งมุมนี้จะสูงมากถึง 6.8 ม. ยิ่งไปกว่านั้นทุกหลังได้ติดตั้งนวัตกรรมทันสมัย ที่จะเข้ามาช่วยอำนวยสะดวกในการใช้ชีวิต เพื่อให้สมาชิกในครอบครัวทุกช่วงวัย อยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว
Facility : พื้นที่ส่วนกลางของที่นี่ ได้แรงบันดาลใจจากเมืองท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง Lake Como, Italy ที่มีความเป็นธรรมชาติ ได้กลิ่นอายของบรรยากาศทะเสสาบและขุนเขา โดยจะมี Clubhouse พร้อมกับมีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ให้ครบตามมาตรฐาน ทั้งห้อง Fitness, Kid’s Room, Co-Working Space, สระว่ายน้ำระบบเกลือ และมีสวนส่วนกลางที่ให้เข้าไปนั่งเล่นพักผ่อนได้ทุกวัน ที่สำคัญโครงการได้วางระบบไฟฟ้าลงใต้ดิน เสริมให้ทัศนียภาพของโครงการสวยงามมากทีเดียว ทั้งยังมีระบบความปลอดภัยที่แน่นหนา ในบรรยากาศความเป็นส่วนตัวเพียง 42 ยูนิต
Location : ทำเลที่ตั้งโครงการมีความโดดเด่น เพราะว่าอยู่ติดกับถนนกาญจนาภิเษก จะวิ่งรอบนอก หรือเดินทางเข้าเมืองทำได้สะดวก หรืออยากจะเดินทางเข้าใจกลางเมืองโดยการไปขึ้นทางด่วน โครงการก็ยังใกล้กับทางพิเศษศรีรัชเพียง 15 นาที ทั้งยังใกล้กับเส้นรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีคลองบางไผ่อีกด้วย ส่วนเรื่องการใช้ชีวิตอยู่อาศัย จับจ่ายใช้สอยไม่ลำบากเลยค่ะสำหรับย่านนี้ รอบๆ โครงการมีทั้ง Lotus’s, Makro หรือห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่าง Central Westgate
โครงการนี้เหมาะกับ คนที่ชอบบ้านที่มีดีไซน์เอกลักษณ์เฉพาะ ชอบบรรยากาศเหมือนอยู่บ้านพักตากอากาศริมทะเล และอยากได้บ้านหลังใหญ่ เพื่อรองรับสำหรับการขยับขยายครอบครัวในโซนนนทบุรี
แอดมินจึงอยากให้ลองแวะไปเยี่ยมโครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ เวสต์เกต เพราะเป็นอีกหนึ่งโครงการที่มีแบบบ้านให้เลือกหลายขนาด ดีไซน์สวยไม่เหมือนบ้านทั่วไป พร้อมทั้งมีฟังก์ชันครบ
ที่สามารถรองรับการอยู่อาศัยได้หลายรูปแบบ บนทำเลที่เดินทางสะดวกค่ะ
*หมายเหตุ ภาพประกอบในบทความเป็นเพียงไอเดียการตกแต่งของบ้านตัวอย่างเท่านั้น
การคำนวณยอดผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน
ปรับรายละเอียดด้านล่างเพื่อคำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือน