รีวิวบ้านเดี่ยว Bangkok Boulevard Signature รามอินทรา - วัชรพล บ้านหรูบรรยากาศส่วนตัว เพียง 39 ยูนิต ใกล้ทางด่วนฉลองรัช ด่านสุขาภิบาล 5

มีรีวิวบ้านสวยโครงการหรูระดับ Luxury มาให้ชมกันอีกแล้วค่ะ คราวนี้ Home Buyers ยังอยู่กับทาง SC Asset กันที่โครงการล่าสุด ‘Bangkok Boulevard Signature รามอินทรา - วัชรพล’ บ้านเดี่ยวหลังใหญ่ ซีรีส์ใหม่สไตล์ Modern Colonnade ที่เรียบหรูดูทันสมัย ในบรรยากาศเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านเพียง 39 ครอบครัว
ความโดดเด่นไม่ซ้ำใครของโครงการนี้อยู่ที่ซุ้มประตูและคลับเฮาส์ที่ออกแบบขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมของ Rijksmuseum พิพิธภัณฑ์ชื่อดังในกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่สำคัญภายในโครงการยังนำสายไฟฟ้าลงดิน เพื่อบรรยากาศที่ดูดีมีระดับ ไร้สายไฟบดบังความสวยงามของคลับเฮาส์และหน้าบ้านแต่ละหลัง
ใครกำลังมองหาบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ที่ให้สังคมคุณภาพ บนทำเลใกล้ทางด่วนสายฉลองรัช วันนี้ Home Buyers เดินทางมาถึงที่โครงการ ‘บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ รามอินทรา - วัชรพล’ บน ถ.จตุโชติ เพื่อรีวิวบ้านแบบเจาะลึกทั้งภาพและข้อมูล ให้คุณได้ติดตามกันแล้วค่ะ
Factsheet
| ชื่อโครงการ : | บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ รามอินทรา-วัชรพล |
|---|---|
| บริษัท : | บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) |
| ที่ตั้งโครงการ : | ซ.จตุโชติ 3 ถ.จตุโชติ แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร |
| พื้นที่โครงการ : | 20-0-88.7 ไร่ |
| จำนวนยูนิต : | 39 ยูนิต |
| รายละเอียดโครงการ : | บ้านเดี่ยวหรู Luxury สไตล์ Modern Colonnade |
| พื้นที่ใช้สอย : | 391 - 516 ตร.ม. |
| ราคาเริ่มต้น : | 20 - 40 ล้านบาท* (ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง สอบถามโครงการอีกครั้ง) |
| ค่าส่วนกลาง : | 55.75 บาท / ตร.ว. / เดือน |
| โทร : | 1749 |
| เว็บไซต์ : | https://www.scasset.com/th/house/bangkok-boulevard-signature-ramintra-watcharapol/ |
Highlight

บ้านเดี่ยวหรูซีรีส์ใหม่ สไตล์ Modern Colonnade เรียบหรู ดูทันสมัย ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับความโมเดิร์นได้อย่างลงตัวและแตกต่าง สะท้อนถึงรสนิยมที่มีระดับของผู้ครอบครองได้เป็นอย่างดี
หลังใหญ่ ฟังก์ชันครบ ที่ดินเริ่มต้น 87 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 391 - 516 ตร.ม. Master Bedroom มีฝ้าเพดานสูงพิเศษ ทุกห้องนอนมีห้องน้ำในตัว รองรับครอบครัวขนาดกลางจนถึงครอบครัวขนาดใหญ่
ส่วนกลางหรูดีไซน์เด่น คลับเฮาส์กับซุ้มประตูมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร แรงบันดาลใจจาก Rijksmuseum พิพิธภัณฑ์แห่งจินตนาการจากกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ มาพร้อม Facility ที่ครบครัน
บรรยากาศเป็นส่วนตัว เอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับ 39 ครอบครัวเท่านั้น พร้อมกับมอบความอุ่นใจด้วยระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐานสูงจาก SC Asset ตลอด 24 ชม. และนำสายไฟฟ้าลงดินทั้งโครงการ
ใกล้ทางด่วนฉลองรัช ด่านสุขาภิบาล 5 เดินทางสะดวก เชื่อมต่อ ถ.รามอินทรา, ถ.เกษตร - นวมินทร์, ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม และวงแหวนฯ กาญจนาภิเษก รวมถึงอยู่ไม่ไกลจากรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีวัชรพล
Facility

เมื่อมาถึงทางเข้าโครงการ จะเจอกับซุ้มประตูที่มีดีไซน์โดดเด่น แบ่งประตูฝั่งทางเข้าและออก โดนมีทีมเจ้าหน้าที่ รปภ.ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้ตลอด 24 ชม.

ทางเข้าออกกั้นด้วยประตูเหล็กรางเลื่อo ซึ่งจะเปิดให้ลูกบ้านโดยอัตโนมัติด้วยระบบจดจำเลขทะเบียนรถแบบ Smart Gate ที่สะดวกปลอดภัย อีกทั้งยังติดตั้ง CCTV ไว้บันทึกภาพการเข้าออกของผู้มาเยือน

ถัดจากซุ้มประตูเข้ามาภายในโครงการจะพบว่าถนนเมนหลักมีความกว้างขวาง ตกแต่งพื้นเป็นลวดลายที่ล้อไปกับดีไซน์ของคลับเฮาส์ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน โดยพื้นที่ทั่วโครงการจะมีกล้อง CCTV ติดตั้งไว้เสริมความปลอดภัยในการอยู่อาศัย

คลับเฮาส์เป็นอาคาร 2 ชั้น โดดเด่นด้วยดีไซน์หลังคาทรงแหลมสูงที่ได้แรงบันดาลใจมาจากพิพิธภัณฑ์ Rijksmuseum โดยมีพื้นที่ใช้สอยทั้งในร่มและกลางแจ้ง

รอบๆ คลับเฮาส์มีการจัดสวนหย่อมไว้อย่างร่มรื่น โดยฝั่งนี้คือทางเดินไปยังประตูทางเข้าออกของอาคาร

พื้นที่กลางแจ้งของคลับเฮาส์คือสระว่ายน้ำระบบเกลือที่ทอดยาวขนานไปกับตัวอาคาร

สระผู้ใหญ่มีความยาวประมาณ 20 ม. รองรับการว่ายน้ำออกกำลังกายแบบจริงจัง โดยมีสระน้ำพุช่วยสร้างสีสันความสดชื่น

โซนในร่ม Semi Outdoor จะมีสระว่ายน้ำสำหรับเด็ก ซึ่งแยกพื้นที่จากสระผู้ใหญ่ไว้อย่างชัดเจน

เข้ามาภายในคลับเฮาส์ ห้องแรกจะเป็นล็อบบี้ซึ่งมีเพดานสูงโปร่งเป็นพิเศษ ตกแต่งฝ้าด้วยเสาคานโค้งที่ยืมไอเดียมาจากบรรยากาศในโถงทางเข้าของพิพิธภัรฑ์ Rijksmuseum

Rijksmuseum เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีห้องสมุดขนาดใหญ่พร้อมกองหนังสือนับล้านอยู่ด้วย ดังนั้นในล็อบบี้นี้จึงตกแต่งด้วยชั้นหนังสือที่สูงขึ้นไปถึงฝ้า เป็นอีกดีไซน์ที่สื่อถึง Rijksmuseum และช่วยเสริมบรรยากาศของล็อบบี้ให้ดูนิ่งสงบได้เป็นอย่างดี

ล็อบบี้มีมุมให้นั่งพักผ่อน นัดรับแขก หรือพบปะกับเพื่อนบ้านอยู่หลายจุด โดยมุมในภาพนี้จะมีฟังก์ชันใช้งานเป็นกึ่ง Co - Working Space แบบย่อมๆ ให้ลูกบ้านมานั่งเปลี่ยนบรรยากาศทำงานกันได้

อีกห้องซึ่งอยู่ที่ชั้น 1 คือ Kids Room ซึ่งมาพร้อมกับมุมนั่งเล่น โต๊ะระบายสี ชุดของเล่น และชั้นหนังสือนิทาน รวมถึงมีทีวีให้เด็กๆ ทำกิจกรรมสันทนาการ และด้วยคอนเซปต์ที่ได้แรงบันดาลใจจากพิพิธภัณ์ในเนเธอร์แลนด์ ห้องนี้จึงมีภาพการ์ตูนตินติน หนึ่งในคาแรกเตอร์ดังของแดนกังหันลมตกแต่งอยู่ด้วยค่ะ

ตรงกลางโถงชั้น 1 ของคลับเฮาส์ จะมีทางลาดสำหรับรองรับลูกบ้านผู้ใช้งานรถเข็น ให้สามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ได้ตามหลัก Universal Design

ถ้าผู้ใช้รถเข็นต้องการขึ้นไปบนชั้น 2 บริเวณบันไดก็มีการติดตั้งเก้าอี้ลิฟต์ไว้พร้อมรองรับการใช้งาน

ชั้น 2 มีห้อง Co - Working Space บรรยากาศสงบ เป็นอีกพื้นที่ให้ลูกบ้านสามารถมาเปลี่ยนบรรยากาศในการนั่งทำงาน หรือวัยเรียนจะนัดเพื่อนๆ มาทำงานกลุ่มและติวหนังสือสอบกันก็ได้

โต๊ะทำงานมีให้เลือกทั้งแบบกลุ่มใหญ่ กลุ่มเล็ก และแบบเดี่ยวสำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

ใน Co - Working Space ยังมีห้องประชุมขนาดกลางไว้รองรับการใช้งาน โดยมาพร้อมกับทีวีที่สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือสมาร์ตแกดเจ็ตเพื่อเปิดพรีเซนเทชั่นได้ด้วย

อีกห้องที่อยู่บนชั้น 2 คือฟิตเนสขนาดใหญ่ โดยมุมนี้จะเป็นโซนยกเวตและโยคะ

ส่วนมุมนี้จะเป็นเครื่องเล่นออกกำลังกายชิ้นใหญ่ที่รองรับทั้งคาร์ดิโอ้และเวทเทรนนิ่ง โดยมีผนังกระจกที่เปิดมุมกว้างแบบพาโนรา ม่า รับวิวสระว่ายน้ำและสวนส่วนกลาง สร้างความสดชื่นระหว่างออกกำลังกาย

มุมมองจากฟิตเนส สามารถเดินหรือวิ่งอยู่บนลู่แล้วมองเห็นวิวบรรยากาศโครงการได้อย่างสบายตา นี่คืออีกข้อดีที่สำคัญของการนำสายไฟฟ้าลงดิน เพราะทำให้มองไปทางไหนก็สะอาดตา ไม่มีสายระโยงระยาให้กวนใจเลยค่ะ

ข้ามฝั่งถนนจากคลับเฮาส์มาที่สวนส่วนกลาง จะเจอกับสนามหญ้าขนาดใหญ่ รายล้อมด้วยไม้พุ่มและไม้ยืนต้น โดยมีทางเดิน - วิ่ง สำหรับออกกำลังกายเบาๆ รวมถึงมีพาวิเลียนดีไซน์ธีมเดียวกับคลับเฮาส์ เป็นจุดนั่งเล่นพักผ่อนอยู่ริมสวน

พาวิเลียนนั้นมีชุดโซฟาสนามให้นั่งพักผ่อนรับลมกันอยู่หลายจุด ใครเบื่อห้องล็อบบี้แอร์ก็ออกมานั่งเล่นชิลๆ กันได้ตามอัธยาศัย

เลาะมาข้างๆ สวนยังมีเครื่องเล่นออกกำลังกายกลางแจ้ง และลานหินนวดเท้า เป็นอีกทางเลือกในการมายืดเส้นยืดสายดูเลสุขภาพ

ถนนซอยหน้าบ้านจะมีความกว้างถึง 9 ม. ให้ขับรถสวนเลนกันได้สบาย รวมถึงมีฟุตบาทให้คนเดินสัญจรได้สะดวก และก็อย่างที่เห็นเลยว่าตามริมถนนของโครงการนั้นไม่มีเสาไฟกับสายไฟฟ้าให้เกะกะเลยค่ะ
Design & Function

อย่างที่ได้เห็นกันในเนื้อหาข้างต้นว่าส่วนกลางของโครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ รามอินทรา - วัชรพล ได้รับอิทธิพลในการออกแบบมาจาก Rijksmuseum พิพิธภัณฑ์เอกของกรุงอัมสเตอร์ดัม ของประเทศเนเธอร์แลนด์ อย่างซุ้มประตูทางเข้านี้ ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากซุ้มโค้งหน้าทางเข้าของอาคารพิพิธภัณฑ์ พร้อมกับแฝงกิมมิคเล็กๆ ถึงประเทศเนเธอร์แลนด์ด้วยการใช้สีส้มซึ่งสีประจำชาติฮอลแลนด์

ส่วนอาคารคลับเฮาส์ก็มีองค์ประกอบหลายอย่างที่สื่อถึง Rijksmuseum ไม่ว่าจะผนังภายนอกที่ทำเป็นลวดลายอิฐแดงให้ดูคล้ายกับอาคาร Rijksmuseum เช่นกันกับหลังคาทรงแหลมสูงที่ดูคล้ายกับหลังคาของพิพิธภัณ์ดังกล่าว รวมถึงช่องฉลุที่ตกแต่งตามช่องเปิด ก็เป็นการนำศิลปะความชดช้อยของหน้าต่าง Rijksmuseum มาลดทอนรายละเอียดให้ดูโมเดิร์นมากยิ่งขึ้น

ในส่วนของดีไซน์แบบบ้าน โครงการตระกูล บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ ที่สร้างขึ้นใหม่ในปีนี้ จะใช้โมเดลบ้านสไตล์ Modern Colonnade ซึ่งเป็นซีรีส์ใหม่จาก SC Asset ที่นำสถาปัตยกรรมเสาในแบบ Colonnade มาปรับประยุกต์ให้เข้ากับบ้านทรงโมเดิร์น จนเกิดเป็นบ้านที่ผสมผสานความคลาสสิกให้อยู่ร่วมกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ดูเรียบหรู มีพลัง สะท้อนถึงรสนิยมที่มีระดับของเจ้าบ้าน

ภายในบ้านทุกหลังจะมาพร้อมกับนวัตกรรม Living Solution ที่ทั้งครบครันและทันสมัย โดยในด้านความปลอดภัย ก็จะมีทั้ง Digital Door Lock, สัญญาณกันขโมย Magnetic Sensor รวมถึง Smoke Detector กับ Heat Detector โดยสามารถควบคุมการทำงานได้ง่ายๆ ผ่านสมาร์ตโฟนและแผง Control Panel ที่ติดอยู่ทั้งชั้น 1 - 2

ส่วนในด้าน Smart Home ทั้งหลอดไฟส่องสว่างและเครื่องปรับอากาศของบ้าน สามารถเชื่อมต่อที่แผงควบคุมหรือสมาร์ตโฟนในแอปฯ Ruejai เพื่อสั่งการเปิดปิดได้อย่างง่ายดาย

เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่นิยมรถยนต์พลังงานไฟฟ้า บ้านทุกหลังจึงเดินระบบไว้พร้อมรองรับการติดตั้ง EV Charger ที่บริเวณโรงจอดรถ นอกจากนี้ภายในบ้านก็ยังมีระบบ Active Air Quality ที่ช่วยให้อากาศในบ้านมีความสะอาดสดชื่น กรองฝุ่น กรองเชื่อโรค ได้เป็นอย่างดี
Home Type
Corinthian 516 ตร.ม.

บ้านตัวอย่างหลังแรกที่เราจะเข้าชมไปพร้อมๆ กันนี้ คือบ้านไซส์ใหญ่ที่สุดในโครงการ แบบบ้านที่มีชื่อว่า Corinthian ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยถึง 516 ตร.ม.ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องแม่บ้าน 4 ที่จอดรถ พร้อมพื้นที่ รับแขก - พักผ่อน ทั้งชั้นล่าง และชั้นบน ก่อสร้างด้วยระบบ Conventional ผนังอิฐมวลเบา Q - Con

ด้วยขนาดที่กว้างขวางของบ้าน เราเลยต้องขอเปิดภาพแบบแปลนให้ดูไปทีละชั้นก่อนนะคะ โดยชั้น 1 จะมีความสูงของเพดานอยู่ที่ 2.80 ม. ยกเว้นตรงโถง Double Volume ที่จะสูงถึง 6.85 ม.เลยทีเดียว ส่วนพื้นบ้านโซน Common Area จะปูด้วยกระเบื้องเซรามิคลายหินขาวขนาด 60 x 120 ตร.ม.
ชั้น 1 หน้าบ้านสามารถจอดรถในร่มได้ 4 คัน โดยภายในบ้านจะมีโถงรับรองเพดานสูง เชื่อมต่อกับมุมอื่นใน Common Area ที่แบ่งเป็น รับแขก, นั่งเล่น และทานอาหาร นอกจากนี้ยังมีห้องนอนพร้อมห้องน้ำในตัว, ห้องน้ำ Powder Room, ห้องครัว, พื้นที่ซักรีด และห้องพักแม่บ้าน พร้อมห้องน้ำแยกโซนใช้งานไว้อย่างเป็นสัดส่วน

หน้าบ้านแบบมาตรฐานที่โครงการส่งมอบ จะมีรั้วรอบขอบชิด ความสูง 1.70 ม. รวมถึงจัดสวนหย่อม และปลูกต้นไม้ใหญ่ไว้ให้ด้วย (ขึ้นอยู่กับขนาดที่ดินบ้าน)

โรงจอดรถสามารถรองรับรถยนต์ได้ถึง 4 คน โดยพื้นลานจอดได้ลงเสาเข็มไว้ลึกเท่ากับตัวบ้านเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทรุดตัวในระยะยาว นอกจากนี้ถ้าสังเกตที่มุมขวาของตัวบ้าน จะเห็นตู้เก็บของขนาดใหญ่ ซึ่งก็เหมาะกับการใช้เป็นของชิ้นใหญ่ๆ หรืออุปกรณ์ที่ใช้ดูแลรถและดูแลสวน

บริเวณโรงจอดมีทางเข้าบ้านเป็นประตูไม้สักบานเปิด ซึ่งจะเชื่อมต่อเข้าไปใกล้กับห้องครัว เหมาะที่จะใช้เป็นประตูรองซึ่งช่วยให้การขนของเข้าบ้านมีความสะดวกสบาย ไม่ต้องถือของเดินอ้อมมุมรับแขก

จากลานจอดเชื่อมต่อมาที่เฉลียงหน้าประตูหลัก จะทำทางลาดไว้เพื่อรองรับกรณีที่บ้านมีผู้ใช้รถเข็นอยู่ เพื่อความสะดวกในการเข็นรถเข้าออกอย่างปลอดภัย

บ้านตัวอย่างสร้างบนแปลงที่ดินขนาดใหญ่พิเศษ จึงได้สร้างสระว่ายน้ำส่วนตัวขึ้นมาให้ดูเป็นไอเดียว่าที่นี่สามารถกลายเป็นพูลวิลล่าได้หากมีขนาดที่ดินสวนหน้าบ้านอย่างเพียงพอ

นอกจากสระว่ายน้ำ บ้านตัวอย่างยังสร้างเรือนรับรองติดสระว่ายน้ำไว้อีกด้วย

ภายในเรือนรับรองจะมีทั้งชุดโซฟา เคาน์เตอร์เครื่องดื่ม และยังมีตู้แชร์ไวน์อยู่ด้วย เหมาะกับการใช้เป็นฐานเวลาจัดปาร์ตี้ริมสระว่ายน้ำ

ใกล้ๆ กับสระว่ายน้ำ บริเวณหน้าบ้านตัวอย่างยังมีมุมปิ้งย่างบาร์บีคิวจัดไว้เป็นแนวทางให้ใครที่ชอบได้เลือก

กลับมาที่ตัวบ้าน ถัดจากเฉลียงจะเจอกับประตูไม้สักบานเปิดคู่ขนาดใหญ่ ซึ่งจะเชื่อมต่อเข้าไปสู่โถงข้างในบ้าน

พอเข้ามาแล้วจะเจอกับโถงรับรองที่มีเพดานสูงแบบ Double Volume โดยจากภาพบ้านตัวอย่างี้ ฝั่งซ้ายคือมุมรับแขก ส่วนตรงไปจะเป็นมุมทานอาหาร โดยทางขวาจะเป็นห้องนอนที่ 4 ซึ่งสำหรับบ้านมาตรฐานนั้นประตูจะอยู่อีกฝั่ง แต่บ้านตัวอย่างโชว์ทุบผนังแล้วย้ายประตูมาอยู่ติดโถงรับรองแทน

ด้วยเพดานที่สูงโปร่งโอ่โถง บริเวณเพดานของโถงรับรองจึงเหมาะกับการติดโคมไฟระย้า เพื่อเติมเต็มความหรูหรามีสไตล์ให้กับบ้าน

เริ่มที่ห้องนอน 4 ซึ่งอยู่ติดกับโถงรับรองกันก่อน โดยบ้านตัวอย่างตกแต่งห้องนี้ให้กลายเป็นห้องรับแขกแบบส่วนตัวที่มาพร้อมกับตู้แช่ไวน์ และด้วยความที่ออกแบบมาให้เป็นห้องนอน จึงมีห้องน้ำอยู่ในตัวด้วย

ห้องน้ำของห้องนอน 4 มีพื้นที่กว้าง ออกแบบตามหลัก Universal Design เพื่อรองรับผู้ใช้งานรถเข็น ปูพื้นด้วยกระเบื้องกันลื่น ระดับพื้นห้องน้ำกับห้องนอนเรียบเสมอกัน และมีอุปกรณ์ช่วยพยุงตัวติดตั้งไว้

ด้วยพื้นที่ของห้องนี้ จริงๆ แล้วถ้าใช้ห้องนอน 4 เป็นห้องนอนจริงๆ ก็สามารถวางเตียงไซส์ 3.5 - 5 ฟุต รวมถึงเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ เช่น ตู้เสื้อผ้า, โต๊ะแป้ง และชั้นวางทีวี ได้สบาย หรือถ้าบ้านไหนอยากปรับเป็นห้องทำงาน ก็เลือกได้ตามวัตถุปะสงค์

อีกฝั่งของโถงรับรอง คือมุม นั่งเล่น - รับแขก ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวาง วางโซฟาขนาดใหญ่พิเศษ พร้อมกับโซฟา 2 ที่นั่ง และอาร์มแชร์ได้อย่างลงตัว โดยผนังที่ติดตั้งทีวีกับเตาผิงจำลองนั้นจริงๆ แล้วเป็นผนังเบาที่ก่อขึ้นเพิ่มเฉพาะในบ้านตัวอย่าง เพื่อกันพื้นที่บ้านมุมต่างๆ ให้มีความเป็นสัดส่วน

ถัดจากฉากกั้นพื้นที่ นั่งเล่น - รับแขก ไปทางหลังบ้าน ยังมีมุมผักผ่อนสำหรับครอบครัวอยู่อีกจุดหนึ่ง

ออกจากมุมนั่งเล่นมาด้านข้างตัวบ้านจะมีชานกว้างให้ออกมาใช้พื้นที่ริมสวนกันได้

มุมนั่งเล่นฝั่งหลังบ้านมีการกั้นพื้นที่จากมุมทานอาหารด้วยชั้นวางของแบบกึ่งโปร่งใส เพื่อให้พื้นที่ยังมีความเป็นสัดส่วน แต่ก็เปิดโล่งเพื่อเชื่อมต่อการใช้ชีวิตในมุมต่างๆ ของบ้าน

พื้นที่ทานอาหารจะอยู่ตรงกลางตัวบ้านพอดี มุมนี้เราเดินมาจากมุมนั่งเล่นริมหน้าต่าง แต่จริงๆ สามารถตรงเข้ามาจากโถงต้อนรับได้เลย และด้วยพื้นที่ซึ่งมีความกว้างขวาง มุมนี้จึงสามารถวางโต๊ะอาหารขนาด 8 - 12 ที่นั่งได้สบายๆ

ติดกับพื้นที่ทานอาหารจะเป็นมุมเตรียมอาหารแบบครัวฝรั่ง ซึ่งบ้านตัวอย่างได้บิลต์อินไอส์แลนด์พร้อมเตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควัน เผื่อเป็นไอเดียให้บางคนลองนำไปตกแต่งตามกันได้

มุมสำหรับบิลต์อินเคาน์เตอร์เตรียมอาหารมีพื้นที่กว้าง รองรับเคาน์เตอร์รูปทรง L Shape

ถัดจากพื้นที่ทานอาหาร มีทางเดินตรงผ่านบันได ห้องเก็บของ ห้องน้ำ และห้องครัว โดยในบ้านแบบมาตรฐาน ประตูของห้องนอน 4 จะย้ายมาอยู่ตรงผนังทางฝั่งขวาของภาพนี้

ห้องน้ำที่โถงทางเดินจะเป็นแบบ Powder Room ไม่มีมุมอาบน้ำ ซึ่งก็ไม่จำเป็นสำหรับบ้านที่มีห้องน้ำในตัวทุกห้องอยู่แล้ว แต่จะมาพร้อมกับโถสุขภัณฑ์แบบอัจฉริยะ

ตรงข้ามห้องน้ำคือห้องเก็บของใต้บันไดขนาดใหญ่ โดยงานระบบไฟฟ้าและอินเตอร์เน็ตของบ้านก็จะมาหลบมุมรวมกันอยู่ในห้องนี้ด้วย

เดินต่อไปจนสุดทางจะเจอกับประตูทางเข้าฝั่งโรงจอดรถ และพื้นที่ว่างข้างๆ ประตูนั้นเหมาะกับการบิลต์อินตู้เก็บของหรือตู้เก็บรองเท้าขนาดใหญ่ได้พอดี

ตรงข้ามกับประตูทางเข้าฝั่งโรงจอดคือห้องครัวแบบปิดขนาดใหญ่ของบ้าน ที่สามารถบิลต์อินเคาน์เตอร์ครัวเข้ามุมแบบ L Shape ได้กว้างจุใจ รวมถึงมีพื้นที่เหลือให้วางไอส์แลนด์ได้ด้วย

ครัวมีหน้าต่างเปิดรับแสงและช่วยระบายกลิ่นได้เป็นอย่างดี ส่วนประตูทางฝั่งขวาของภาพนี้คือทางออกไปยังพื้นที่ซักรีดหลังบ้าน

พื้นที่ซักล้างเป็นแบบ Semi Outdoor รองรับการวางเครื่องซักผ้าฝาหน้าและบิลต์อินตู้เก็บของและแขวนผ้ารอเก็บ

ติดกับพื้นที่ซักล้าง มีห้องพักแม่บ้านขนาดใหญ่กว่าห้องแม่บ้านโดยทั่วไป สามารถวางเตียง 3.5 - 5 ฟุตได้ พร้อมกับ ตู้เสื้อผ้า, โต๊ะ

ห้องน้ำของแม่บ้านก็มาพร้อมกับสุขภัณฑ์ที่ครบครัน สร้างความเป็นสัดส่วนในการใช้งาน

บันไดบ้านมั่นคงแข็งแรงด้วยโครงสร้างที่เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก เสริมความเรียบหรูด้วยการปูขั้นบันไดด้วยไม้มะค่าสีเข้ม ส่วนราวจับเป็นไม้แดง โดยบริเวณชานพักบันไดจะมีช่องเปิดขนาดใหญ่ ช่วยให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาสร้างความสว่างปลอดโปร่งได้เป็นอย่างดี

มาดูแปลนชั้น 2 กันก่อนค่ะ ชั้นนีจะแบ่งฟังก์ชันเป็น 3 ห้องนอนซึ่งมีห้องน้ำในตัวทุกห้อง พร้อมด้วยพื้นที่อเนกประสงค์บริเวณโถงกลาง รวมถึงมีช่องเปิดซึ่งเชื่อมต่อขึ้นมาจากโถงต้อนรับ Double Volume ของชั้น 1 โดยพื้นชั้น 2 จะปูด้วยวัสดุ Engineer Wood ที่ให้สัมผัสเป็นธรรมชาติใกล้เคียงไม้จริง แต่ทนทานสูงกว่า ส่วนระยะพื้นถึงฝ้านั้นสูง 3 ม. ยกเว้นห้อง Master Bedroom ที่เพดานสูงเป็นพิเศษถึง 4 ม.

เมื่อขึ้นบันไดมาถึงชั้น 2 จะเจอกับโถงทางเดินที่เชื่อมต่อไปยังห้องนอนต่างๆ โดยตรงกลางของชั้น 2 มีพื้นที่อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ซึ่งสามารถติดประตูกั้นเป็นห้องตามแบบบ้านตัวอย่างได้เลย

บ้านตัวอย่างตกแต่งพื้นที่อเนกประสงค์เป็นห้องนั่งเล่นแบบ Family Area ซึ่งจะมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นกว่าห้องนั่งเล่นที่ชั้น 1 และด้วยพื้นที่กว้างขวางจึงสามารถวางโซฟาขนาด 4 ที่นั่งได้สบายๆ

ถัดจากพื้นที่อเนกประสงค์บริเวณโถงกลาง จะมีทางเดินผ่านระเบียงริมช่องเปิด Double Volume และไปสุดทางที่ห้อง Master Bedroom

เยื้องกับพื้นที่อเนกประสงค์ มีมุมริมระเบียงบันไดที่ในแบบแปลนระบุว่าเป็น Prayer หรือมุมสำหรับทำพิธีทางศาสนาตามความเชื่อนั่นเอง แต่บ้านตัวอย่างจำลองมุมนี้เป็นฟิตเนสส่วนตัวเล็กๆ ให้ดูเป็นไอเดีย ซึ่งจะปรับเป็นมินิบาร์ให้หาเครื่องดื่มได้สะดวกเวลาอยู่ชั้น 2 ก็เป็นไอเดียที่น่าสนใจเหมือนกัน

จากระเบียงทางเดินหน้าห้อง Master Bedroom จะมองเห็นพื้นที่ช่องเปิดของโถงรับรองชั้น 1 ซึ่งสูงขึ้นมาถึงเพดานของชั้น 2 และด้วยระยะพื้นถึงฝ้าที่สูง 6.85 ม. จึงสามารถติดตั้งโคมไฟระย้าดีไซน์สวยๆ ได้อย่างลงตัว

ต่อมาคือ Master Bedroom ซึ่งเป็นห้องนอนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบ้าน โดยมีระยะความสูงของเพดานถึง 4 ม. บรรยากาศจึงปลอดโปร่งเป็นพิเศษ โดยฝั่งที่หันออกไปทางหน้าบ้านจะเป็นโซนพักผ่อนที่วางเตียง ฟุต ร่วมกับโซฟาสำหรับนั่งดูทีวี และอาร์มแชร์สำหรับนั่งอ่านหนังสือ ได้แบบสบายๆ เลยค่ะ

ผนังฝั่งปลายเตียงเหมาะกับการบิลต์อินชั้นวางทีวี ดูแล้วเหมือนมีห้องนั่งเล่นซ้อนอยู่ในห้องนอนอีกที

ติดกับโซนพักผ่อนใน Master Bedroom มีระเบียงซึ่งหันออกไปทางหน้าบ้าน เป็นระเบียงที่มีหน้าต่างให้เลือกเปิดรับลม หรือปิดไว้เพื่อบังแดดลมฝนไม้ให้ปะทะกับประตูและหน้าต่างห้องนอนได้โดยตรง ดีไซน์แบบนี้จะเห็นได้บ่อยในอพาร์ตเมนต์เกาหลี ใครดู K Series คงพอจะนึกภาพออกกันใช่ไหมคะ

มองจากภายนอกจะดูเหมือนห้อง Master Bedroom ไม่มีระเบียง แต่จริงๆ แล้วระเบียงนั้นมีหน้าต่างปิดอยู่อีกชั้นนั่นเอง

อีกฝั่งของ Master Bedroom ลึกไปทางหลังบ้านจะเป็นห้องน้ำส่วนตัวและมุม Walk - in Closet

Walk - in Closet มีพื้นที่กว้างขวาง สามารถบิลต์อินตู้เสื้อผ้าล้อมรอบเป็นรูปทรง U Shape ได้เลย หรือจะเว้นฝั่งหนึ่งไว้วางโต๊ะเครื่องแป้งตามบ้านตัวอย่างก็ดูลงตัว โดยตรงกลางยังเหลือที่ให้วางไอส์แลนด์ได้ด้วย

ห้องน้ำใน Master Bedroom จะกว้างเป็นพิเศษ แบ่งฟังก์ชันออกเป็น 4 ส่วน ทั้งเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า 2 หลุมสำหรับ His & Her พร้อมด้วยโถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติ และมุมอาบน้ำแบบ Shower Box

ความพิเศษอีกอย่างห้องห้องน้ำ Master Bedroom คืออ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ที่สามารถลงแช่ได้พร้อมกันครั้งละ 2 คน ซึ่งมาพร้อมกับระบบ Bubble ช่วยนวดผ่อนคลายร่างกาย

เดินตามโถงมาที่ปีกอีกฝั่งของชั้น 2 ห้องที่หันออกไปหน้าบ้านคือห้องนอน 2 ซึ่งดูแล้วสามารถเรียกว่า Double Master Bedroom ได้เลยทีเดียว ด้วยขนาดที่ใหญ่กว่าห้องนอน 2 ในบ้านเดี่ยวโดยทั่วไป

ใกล้กับประตูห้องคือมุมสำหรับเตียงนอน ที่วางไซส์ 5 - 6 ฟุตได้สบายๆ ยังเหลือพื้นที่ให้วางโต๊ะข้างได้

ข้างๆ มุมเตียงนอนห้องนอน 2 จะเชื่อมต่อกับระเบียง ซึ่งคราวนี้นั้นเป็นแบบเปิดโล่งตามปกติ แต่ยังอยู่ใต้ชายคาที่ให้ร่มเงาบังแดดฝน

ตรงข้ามกับเตียง บ้านตัวอย่างตกแต่งเป็นโต๊ะทำการบ้านและชั้นวางหนังสือ ซึ่งในการอยู่จริงก็สามารถปรับเป็นชั้นวางทีวีได้เช่นกัน

ถัดไปจะเป็นมุม Walk - in Closet ที่รองรับตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ เข้ามุมเป็นทรง L Shape ได้อย่างลงตัว โดยเราสามารถลดพื้นที่ตู้ แล้วเพิ่มโต๊ะเครื่องแป้งเข้าไปได้อีกด้วย

ติดกับมุมแต่งตัวคือห้องน้ำของห้องนอน 2 ที่มีสุขภัณฑ์ให้มาครบชุด พร้อมกับแบ่งพื้นที่โซนเปียกให้ติดฉากกั้นอาบน้ำเพิ่มได้ รวมถึงมีช่องแสงขนาดใหญ่ที่ช่วยขจัดความอับชื้นได้เป็นอย่างดี

ตรงข้ามกับห้องนอน 2 คือห้องนอน 3 ที่จะอยู่ฝั่งหลังบ้าน โดยพื้นที่ห้องยังคงมีขนาดใหญ่ แบ่งฟังก์ชันโซนติดประตูเป็นมุม Walk - in Closet ก่อนจะถัดเข้าไปเจอกับพื้นที่พักผ่อน

มุมนี้เลือกได้เลยว่าจะวางเตียงไซส์ 5 ฟุตหรือ 6 ฟุต โดยยังเหลือพื้นที่ให้วางโต๊ะข้างเตียงได้ทั้ง 2 ฝั่ง

ริมทางเดินที่ต่อเนื่องมาจากประตูห้อง สามารถวางโต๊ะทำงานกับชั้นวางของได้ ส่วนฝั่งปลายเตียงที่เป็นด้านหลังของตู้เสื้อผ้า ก็สามารถตั้งชั้นวางทีวี หรือกั้นผนังเบาเพื่อแขวนทีวีก็ได้

มุมแต่งตัวสามารถบิลต์อินตู้เสื้อผ้าเข้ามุมทรง L Shape ได้ตามแบบบ้านตัวอย่าง โดยถ้าลดพื้นที่ตู้ลงก็ยังสามารถเพิ่มโต๊ะเครื่องแป้งเข้ามาได้อีกด้วย

ห้องน้ำของห้องนอน 3 มีลักษณะใกล้เคียงกับห้องนอน 2 โดยมีสุขภัณฑ์ต่างๆ ให้ครบชุด และแบ่งพื้นที่โซนเปียกไว้อย่างเป็นสัดส่วน พร้อมด้วยกระจกเงาบานกว้าง

และนั่นก็คือทุกซอกทุกมุมของบ้านตัวอย่าง บ้านเดี่ยวแบบ Corinthian พื้นที่ใช้สอย 516 ตร.ม. ที่พวกเราทีมงาน Home Buyers ได้เก็บภาพมาฝากกันค่ะ และลำดับต่อไปเราจะขอพาไปชมบ้านเดี่ยว Ionic ซึ่งเป็นบ้านไซส์กลางของโครงการกันบ้างนะคะ
บ้านเดี่ยว Ionic 439 ตร.ม.

บ้านเดี่ยวแบบ Ionic เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 439 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องแม่บ้าน 4 ที่จอดรถ พร้อมพื้นที่ รับแขก - พักผ่อน ทั้งชั้นล่างและชั้นบน รวมแล้วถึง 3 จุด

แบบแปลนชั้น 1 หน้าบ้านจอดรถในร่มได้ 3 คัน และจอดกลางแจ้งได้อีก 1 คัน ภายในบ้านเชื่อมต่อพื้นที่ รับแขก นั่งเล่น และทานอาหาร เปิดโล่งถึงกันแบบ Open Space พร้อมกับมี 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ และ 1 ห้องครัว นอกจากนี้ถ้าออกไปฝั่งหลังบ้านก็ยังจะเจอกับพื้นที่ซักล้างในร่ม ที่อยู่ใกล้กับห้องพักของแม่บ้าน ซึ่งก็มีห้องน้ำให้ใช้งานอย่างเป็นสัดส่วน โดยชั้นมีระยะพื้นถึงฝ้าจะสูง 2.80 ม. ปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิกแผ่นใหญ่ลายหินขาว

ลานจอดรถหน้าบ้านสามารถจอดในร่มได้ 3 คัน และจอดกลางแจ้งได้อีก 1 คัน

ติดกับโรงจอดรถจะมีตู้เก็บของขนาดใหญ่และจุดติดตั้ง EV Charger รวมถึงมีประตูทางเข้าบ้านที่เชื่อมเข้าไปยังโถงหน้าห้องครัว สะดวกเวลาซื้อข้าวของเครื่องใช้เข้าครัว

จากโรงจอดจะมีทางลาดขึ้นไปที่เฉลียง ซึ่งเชื่อมต่อไปยังประตูทางเข้าหลักของบ้าน เพื่อรองรับผู้ใช้งานรถเข็นตามหลัก Universal Design

ประตูทางเข้าหลักเป็นประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ เชื่อมต่อเข้าไปสู่มุมรับแขกของชั้น 1

เมื่อเข้าบ้านมาจะเจอกับมุมนั่งเล่นและรับแขกเป็นจุดแรก ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวาง วางโซฟา 3 - 4 ที่นั่ง ร่วมกับอาร์มแชร์และโต๊ะกลางได้อย่างลงตัว

มองออกไปทางประตูหน้าบ้าน จะเห็นได้ว่าช่องแสงขนาดใหญ่นั้นช่วยให้บรรยากาศภายในบ้านมีความสว่าง ปลอดโปร่งเป็นอย่างดี

มุมนั่งเล่นนี้สามารถทำชั้นวางทีวีพร้อมกับตู้เก็บของได้อย่างลงตัว โดยถัดเข้าไปในบ้าน พื้นที่ต่อไปนั้นคือมุมทานอาหารนั่นเอง

ถ้ายึดตามแบบบ้าน พื้นที่ริมประตูกระจกทางฝั่งซ้ายของภาพนี้จะเป็นมุมนั่งเล่นอีกจุด แต่บ้านตัวอย่างนั้นเลือกที่จะขยายขนาดของโต๊ะทานอาหารให้ใหญ่ขึ้นเป็น 12 ที่นั่ง

ครึ่งหนึ่งของโต๊ะอาหาร ทำเป็นเคาน์เตอร์ไอส์แลนด์ที่ใช้ประกอบอาหารได้ตามสไตล์ครัวฝรั่ง และจากมุมนี้จะเห็นว่ามีประตูกระจกขนาดใหญ่บริเวณมุมบ้านซึ่งเชื่อมต่อกับพื้นที่สวนด้านข้าง

เมื่อออกมาข้างบ้านจะเจอกับสวนส่วนตัว ซึ่งขนาดนั้นจะขึ้นอยู่กับความกว้างของที่ดินบ้าน

บ้านตัวอย่างใช้พื้นที่สวนข้างบ้าน สร้างเป็ยเรือนกระจกขึ้นมาอีกหลัง โดยตกแต่งภายในให้เป็นพื้นที่นั่งเล่นและจัดดอกไม้ ทั้งนี้จะสร้างอะไรได้ขนาดไหนก็ขึ้นอยู่กับเนื้อที่แปลงบ้านอย่างที่บอกไปค่ะ

กลับเข้ามาในบ้าน ถัดจากมุมทานอาหารจะมีทางเดินเชื่อมต่อไปยังอีกฝั่งของบ้าน ซึ่งยังมีฟังก์ชันอื่นๆ อยู่อีกหลายห้อง

ติดกับมุมทานอาหารเป็นมุมเตรียมอาหารที่รองรับการบิลต์อินเคาน์เตอร์แพนทรีและตู้เก็บของขนาดใหญ่

ถัดมาตามทางเดินจะเจอกับบันไดและห้องเก็บของใต้บันได โดยฝั่งตรงข้ามจะเป็นห้องนอน 4

ห้องนอน 4 มีพื้นที่กว้าง ฝั่งหน้าบ้านติดกับประตูกระจกบานเลื่อนที่เชื่อมต่อสู่เฉลียงได้โดยตรง ดังนั้นถ้าใช้ห้องนี้เป็นห้องพักของผู้สูงอายุ ก็สามารถนำรถเข็นเข้ามาในห้องได้ทันที ไม่ต้องอ้อมไปเข้าประตูหลักฝั่งพื้นที่นั่งเล่น โดยพื้นห้องจะปูด้วย SCG Soft Floor เพื่อรองรับผู้สูงวัย แต่บ้านตัวอย่างนั้นจัดห้องนี้ให้เป็นห้องทำงานหรือเรียนพิเศษ ตามไลฟ์สไตล์ของครอบครัวคนรุ่นใหม่

ในห้องนอน 4 มีพื้นที่รองรับฟังก์ชันมุมแต่งตัวอยู่ติดกับห้องน้ำ แต่เมื่อบ้านตัวอย่างใช้ห้องนี้เป็นพื้นที่นั่งทำงาน มุมแต่งตัวจึงถูกปรับเป็นมินิบาร์สำหรับเตรียมเครื่องดื่มหรือขนมเบาๆ

ห้องน้ำในห้องนอน 4 ออกแบบเพื่อรองรับผู้สูงวัยและผู้ใช้งานรถเข็น โดยพื้นห้องน้ำจะอยู่ในระนาบเดียวกับพื้นห้องนอน ไม่ทำต่างระดับเพื่อให้รถเข็นเข้าออกได้ง่าย

ถัดจากห้องนอน 4 จะเจอกับประตูที่เชื่อมต่อกับโรงจอดรถ โดยติดกับประตูจะมีพื้นที่ว่างให้สามารถทำตู้เก็บรองเท้าขนาดใหญ่ได้ด้วย

สุดโถงทางเดินจะเจอกับห้องน้ำแบบ Powder Room ของชั้น 1 ซึ่งจะไม่มีส่วนเปียกให้อาบน้ำ เพราะว่าทุกห้องนอนมีห้องน้ำในตัวกันครบถ้วน แต่จะมีโถสุขภัณฑ์อัตโนมัติให้ใช้งานอยู่ด้วย

ตรงข้ามกับประตูโรงจอดรถจะเป็นห้องครัวซึ่งมีพื้นที่กว้างขวาง สามารถทำเคาน์เตอร์ครัวเข้ามุมเป็นทรง U Shape ได้อย่างลงตัว โดยจะมีประตูเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ซักล้าง

ออกจากครัว (ประตูขวา) จะเจอกับพื้นที่ซักล้างขนาดใหญ่ ที่นอกจากจะอยู่ในร่มและรองรับเครื่องซักผ้า ก็ยังสามารถเพิ่มตู้เก็บของ หรือทำเป็นครัวไทยเพิ่มเติมได้อีกด้วย

ติดกับพื้นที่ซักล้างจะมีห้องพักแม่บ้าน ซึ่งสามารถวางเตียง 3.5 ฟุตได้สบายๆ

ใกล้กับห้องพักแม่บ้านยังมีห้องน้ำให้แม่บ้านได้ใช้งานอย่างเป็นสัดส่วน

กลับเข้ามาภายในบ้านแล้วขึ้นบันไดไปดูชั้น 2 กันต่อ โดยบันไดมีโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก และบริเวณชานพักจะมีหน้าต่างขนาดใหญ่ เปิดรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่

แปลนชั้น 2 แบ่งฟังก์ชันเป็น 3 ห้องนอน ที่มีห้องน้ำในตัวทุกห้อง รวมถึงยังมีพื้นที่อเนกประสงค์อยู่ตรงโถงกลางอีกด้วย โดยชั้น 2 มีระยะพื้นถึงฝ้าเพดานสูง 3 ม. และปูพื้นด้วย Engineer Wood

ตรงข้ามกับบันไดคือพื้นที่อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่สามารถจัดเป็นห้องนั่งเล่นแบบ Family Area ได้อย่างลงตัว

ข้างๆ เชิงบันไดยังมีพื้นที่ให้วางเคาน์เตอร์ทำเป็นมินิบาร์หรือตู้โชว์ได้อีกด้วย

ถัดจากมุมอเนกประสงค์ไปตามโถงทางเดิน จะเจอกับห้อง Master Bedroom

Master Bedroom เป็นห้องที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของบ้าน โดยสามารถแบ่งฟังก์ชันได้เป็น 3 โซนหลัก ซึ่งมุมพักผ่อนจะอยู่ฝั่งหน้าบ้าน ส่วน Walk - in Closet จะอยู่ทางฝั่งหลังบ้าน

พื้นที่สำหรับพักผ่อนทางฝั่งหน้าบ้านสามารถวางเตียงไซส์ 6 ฟุต พร้อมกับโต๊ะข้างเตียงและชั้นวางทีวีได้แบบสบายๆ โดยมุมนี้จะอยู่ติดกับระเบียงหน้าบ้าน

ระเบียงจะมีหน้าต่างกั้นจากภายนอกอยู่อีกชั้น เพื่อให้สามารถใช้งานพื้นที่แบบ Indoor หรือจะเปิดหน้าต่างให้เป็น Semi Outdoor ก็ได้

ฝั่งหลังบ้านเป็นพื้นที่ Walk - in Closet และห้องน้ำของ Master Bedroom ซึ่งบ้านตัวอย่างกั้นพื้นที่ด้วยการบิลต์อินตู้เสื้อผ้ามาเป็นตัวแบ่งโซน

มุมแต่งตัวสามารถบิลต์อินเป็นตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ขนานกัน 2 ฝั่ง พร้อมด้วยโต๊ะเครื่องแป้งขนาดใหญ่

อีกฝั่งของมุมแต่งตัวจะอยู่ติดกับห้องน้ำของ Master Bedroom

ห้องน้ำของ Master Bedroom จะมีพื้นที่กว้างเป็นพิเศษ รวบรวมฟังก์ชันไว้ครบครันทั้งอ่างล้างหน้าแบบ His & Her และโถสุขภัณฑ์อัตโนมัติ รวมถึงมีมุมอาบน้ำแบบ Shower Box กับอ่างอาบน้ำให้เลือกใช้

อีกฝั่งของพื้นที่อเนกประสงค์ตรงโถงกลางจะมีทางเดินไปยังห้องนอน 2 - 3

ห้องนอน 3 จะอยู่ฝั่งหลังบ้าน เมื่อเข้ามาในห้องจะเจอกับมุมแต่งตัวที่บิลต์อินตู้เสื้อผ้ากั้นพื้นที่เอาไว้จากพื้นที่พักผ่อนที่อยู่ถัดไป

พื้นที่โซนพักผ่อนสามารถวางเตียงขนาด 5 - 6 ฟุตได้แบบสบายๆ

ตรงข้ามกับเตียงนอน อีกด้านของตู้เสื้อผ้าสามารถวางชั้นทีวีและโต๊ะทำงานได้

ติดกับมุมแต่งตัวจะมีห้องน้ำของห้องนอน 3 ซึ่งถือว่ามีพื้นที่กว้างและแบ่งฟังก์ชันได้อย่างเป็นสัดส่วน สามารถติดฉากกั้นอาบน้ำเพิ่มได้

ติดกับห้องนอน 3 และพื้นที่อเนกประสงค์โถงกลางคือห้องนอน 2 ซึ่งอยู่ทางฝั่งหน้าบ้าน โดยโซนพักผ่อนสามารถวางเตียงไซส์ 5 - 6 ฟุต รวมถึงจัดมุมนั่งเล่นไว้ข้างๆ เตียงได้อย่างลงตัว

ถัดไปจะเป็นมุมแต่งตัวที่รองรับทั้งตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่และโต๊ะเครื่องแป้ง ซึ่งอยู่ติดกับห้องน้ำ

ห้องน้ำของห้องนอน 2 - 3 จะมีลักษณะคล้ายๆ กัน แบ่งพื้นที่ส่วนเปียกกับส่วนแห้งให้สามารถติดฉากกั้นอาบน้ำได้ รวมถึงมีหน้าต่างบานใหญ่เปิดให้อากาศถ่ายเทรวมถึงรับแสงธรรมชาติเข้ามาขจัดความชื้นได้เป็นอย่างดี

และนี่คือบ้านตัวอย่างของบ้านเดี่ยวแบบ Ionic ขนาด 439 ตร.ม. ที่ Home Buyers พามาชมกันค่ะ เต็มอิ่มกับรีวิวบ้านไปแล้วถึง 2 แบบ ต่อไปเราขอพาไปรีวิวเรื่องทำเลที่ตั้งโครงการกันบ้างนะคะ
Location

บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ รามอินทรา - วัชรพล ตั้งอยู่ที่ ซ.จตุโชติ 3 มีทางเข้าออกอยู่ติดกับ ถ.จตุโชติ ซึ่งเป็นถนนสายสำคัญของย่าน รามอินทรา - วัชรพล ที่เชื่อมต่อได้ทั้ง ถ.สุขาภิบาล 5, วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก (ถ.กาญจนาภิเษก), ถ.วัชรพล, ถ.เทพรักษ์ และ ถ.รามอินทรา โดยมีจุดขึ้นลงทางด่วนฉลองรัชให้เลือกใช้งานอยู่ใกล้ๆ โครงการอยู่ 2 ด่าน ทั้งด่านสุขาภิบาล 5 และด่านจตุโชติ นอกจากนี้ยังมีรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีวัชรพล กับ สถานีรามอินทรา กม.9 เป็นอีกทางเลือกในการเดินทางที่สะดวก

ใกล้กับโครงการมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น บิ๊กซี ฟู๊ดเพลส สุขาภิบาล 5, สายไหม อเวนิว, แม็คโคร ฟู๊ดเซอร์วิส ตลาดวงศกร, เวนิส ดิ ไอริส วัชรพล, เพลินนารี่ มอลล์ หรือ อีสพาร์ค ที่อยู่ใกล้ๆ บ้านในระยะทางแค่ไม่กี่นาที

ขยับออกมาตามถนนใหญ่สายหลักอย่าง ถ.รามอินทรา ก็ยังสามารถเชื่อมต่อไปยังศูนย์การค้าใหญ่ได้อีกหลายแห่ง ทั้ง เซ็นทรัล รามอินทรา, เดอะ พรอมานาด, แฟชั่นไอส์แลนด์ รวมถึง อมอรินี่ นอกจากนี้ก็ยังอยู่ไม่ไกลจาก เซ็นทรัล อีสต์วิลล์ และแหล่งไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา

ส่วนด้านการศึกษา ทำเลของโครงการก็มีสถานศึกษาชื่อดังพร้อมรองรับความต้องการของครอบครัวที่มีลูกหลานอยู่ในวัยเรียน อาทิเช่น รร.สารสาสน์วิเทศสายไหม, รร.นานาชาติเกวลี, รร.สาธิตพัฒนา และ รร.นานาชาติกีรพัฒน์ นอกจากนี้ก็ยังอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยชั้นนำอีกหลายแห่ง เช่น ม.นอร์ธกรุงเทพ, ม.ราชภัฏพระนคร, ม.ศรีปทุม และ ม.เกษตรศาสตร์ ซึ่งเดินทางไปถึงได้ง่ายๆ ด้วยรถไฟฟ้า 2 สาย

ขณะที่เรื่องการดูแลสุขภาพ ที่ตั้งโครงการนี้ก็รายล้อมด้วยโรงพยาบาลชั้นนำหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น รพ.ซีจีเอช สายไหม, รพ.ซีจีเอช พหลโยธิน และ รพ.ภูมิพล ทางฝั่ง ถ.พหลโยธิน ส่วนทางฝั่ง ถ.รามอินทรา ก็มีทั้ง รพ.พญาไท นวมินทร์, รพ.สินแพทย์ รามอินทรา, รพ.อินทรารัตน์ และ รพ.นพรัตน์ราชธานี

อีกหนึางสาธารณูปโภคพื้นฐานที่นอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง แต่ยังส่งผลดีในด้านการพัฒนาเมืองและเพิ่มมูลค่าของที่ดินย่านรามอินทรา ก็คือรถไฟฟ้าสายสีชมพู รถไฟฟ้าสายใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดบริการไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2566 นี้ โดยมีสถานีวัชรพล และสถานีรามอินทรา กม.9 เป็น 2 สถานีที่อยู่ใกล้กับโครงการที่สุด โดยสามารถนั่งต่อไปอีกแค่ไม่กี่สถานี ก็จะถึง Interchange เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อน ที่สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ ซึ่งจะตรงยาวเข้าสู่ใจกลางเมืองได้เลย
การเดินทาง

รีวิวเส้นทางไปยังโครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ รามอินทรา - วัชรพล วันนี้เราใช้ทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา - อาจณรงค์) ออกเดินทางจากย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม มุ่งหน้าออกไปยัง ถ.สุขาภิบาล 5

ใช้ทางออกหมายเลข 22 ลงจากทางด่วนฉลองรัช ตามป้ายบอกทางไป ถ.สุขาภิบาล 5

ลงจากทางด่วนแล้วขับตรงมาถึง 3 แยกที่ตัดกับ ถ.สุขาภิบาล 5 ให้เลี้ยวขวาตามป้ายบอกทางไปวัชรพล

ขับตรงไปตาม ถ.สุขาภิบาล 5 มุ่งหน้าสู่ ถ.จตุโชติ ระหว่างทางจะเห็นได้ว่าทำเลนี้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครบครันเลยค่ะ

ตรงมาจนถึงทางแยกตัดกับ ถ.จตุโชติ ให้เลี้ยวขวา ขับตามป้ายบอกทางไป ถ.กาญจนาภิเษก

ตรงไปตาม ถ.จตุโชติ ถนนความกว้าง 4 เลนที่ทะลุออกสู่วงแหวนฯ กาญจนาภิเษกได้ จัดเป็นอีกทำเลที่อยู่อาศัยที่มีโครงการบ้านจัดสรรเข้ามาพัฒนาพื้นที่กันอย่างต่อเนื่อง

ตรงมาจนถึงปากซอยจตุโชติ 3 ทางฝั่งซ้ายมือ จะเห็นป้ายชื่อโครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ รามอินทรา - วัชรพล ให้เลี้ยวตามป้าย เข้าซอยไปได้เลยค่ะ

โครงการได้พัฒนาถนนสาธารณะของ ซ.จตุโชติ 3 ให้มีความเรียบร้อยสวยงาม โดยตรงไปอีกไม่กี่เมตรก็จะเจอกับซุ้มประตูทางเข้าโครงการแล้วค่ะ

และแล้วเราก็มาถึงโครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ รามอินทรา - วัชรพล
Price & Promotion

บ้านเดี่ยวโครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ รามอินทรา - วัชรพล มีราคาเริ่มต้นที่ 22.9 ล้านบาท* โดยสามารถแบ่งระดับราคาตามแบบบ้านทั้ง 3 แบบได้ดังนี้ค่ะ
- บ้านเดี่ยว Tuscan พื้นที่ใช้สอย 391 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 20 ล้านบาท*
- บ้านเดี่ยว Ionic พื้นที่ใช้สอย 439 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 24 ล้านบาท*
- บ้านเดี่ยว Corinthian พื้นที่ใช้สอย 516 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 27 ล้านบาท*
นอกจากนี้ทางโครงการยังมีข้อเสนอพิเศษ รับส่วนลดเพิ่ม 300,000 บาท* เมื่อลงทะเบียนนัดหมายเข้าชมโครงการที่ www.scasset.com/th/house/bangkok-boulevard-signature-ramintra-watcharapol สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 1749
*ข้อมูลราคาและโปรโมชัน ณ เดือนพฤศจิกายน 2566 โปรดสอบถามโครงการอีกครั้ง
Conclusion

ก่อนรีวิวบทความนี้จะจบลง เรามีข้อคิดเห็นเกี่ยวกับ บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ รามอินทรา - วัชรพล ในสายตาของผู้เขียนที่ได้เข้าไปเยี่ยมชมโครงการจริงด้วยตัวเอง มาสรุปให้เป็นการทิ้งท้ายตามนี้เลยค่ะ
Design โครงการถูกออกแบบขึ้นมาอย่างมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ในส่วนของคลับเฮาส์และซุ้มประตูทางเข้าออกโครงการ ซึ่งนำแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นของ Rijksmuseum มาปรับให้เข้ากับสไตล์ของ SC Asset ได้อย่างลงตัว สร้างมูลค่าให้โครงการมีความ Unique หรูหรา ดูมีรสนิยมทีเดียวค่ะ
Function บ้านทุกแบบถูกดีไซน์ให้ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ทั้งขนาด เล็ก กลาง ใหญ่ มาพร้อมพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ทุกห้องนอนมีห้องน้ำส่วนตัว พร้อมบรรยากาศในบ้านที่ปลอดโปร่งจากช่องแสงโดยรอบ รวมทั้งยังมีนวัตกรรม Living Solution ที่ทันสมัยสมกับเป็นผู้นำในตลาดบ้านหรู โดยรวมจึงดูเหมาะกับ Young Entrepreneur ที่กำลังมองหาบ้านหลังใหม่ให้กับตัวเองและครอบครัวค่ะ
Facility นอกจากสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน รองรับความต้องการของคนทุกวัยในครอบครัว และระบบรักษาความปลอดภัยระดับพรีเมียมตลอด 24 ชม. อีกสิ่งที่น่าประทับใจเกี่ยวกับโครงการนี้นั่นก็คือบรรยากาศที่สงบร่มรื่นและใกล้ชิดธรรมชาติ จากการจัดสวนและปลูกต้นไม้ใหญ่ โดยมีอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้โครงการดูสวยสะอาดตา ก็คือการนำสายไฟฟ้าลงดิน ทำให้ไม่มีอะไรมาบดบังทัศนียภาพดีๆ เลยนั่นเองค่ะ
Location โครงการตั้งอยู่บนทำเลซึ่งจัดเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยชั้นดีของกรุงเทพฝั่งตะวันออกเฉียงเหนืออย่างย่าน รามอินทรา - วัชรพล ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบพร้อมไม่แพ้ทำเลไหน จะเดินทางไปยังแหล่งงานและไลฟ์สไตล์ที่อยู่ใกล้เคียงอย่าง ถ.เกษตร - นวมินทร์, ย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา รวมถึง North CBD รัชโยธิน - ห้าแยกลาดพร้าว ก็ไปถึงได้ง่ายๆ ที่สำคัญคืออยู่ใกล้ทางด่วนฉลองรัช จึงเข้าไปในตัวเมืองโซนเอกมัยได้สะดวกเลยค่ะ
การคำนวณยอดผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน
ปรับรายละเอียดด้านล่างเพื่อคำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือน