รีวิวบ้าน บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ ปิ่นเกล้า-บรมฯ คฤหาสน์หรูสไตล์ Modern Colonnade เพียง 47 ยูนิต ใกล้ ถ.พุทธมณฑลสาย 2
กลับมาอีกครั้งแล้วครับสำหรับการรีวิวบ้านหรู Super Luxury ของ Home Buyers ซึ่งคราวนี้เราจะพาคุณไป ถ.พุทธมณฑล สาย 2 อีกหนึ่งทำเลดีมีระดับ แหล่งรวมบ้านหรูของชานเมืองกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก กับ Bangkok Boulevard Signature ปิ่นเกล้า - บรมฯ โครงการใหม่จาก SC Asset
ถ้าความ Luxury ในนิยามของคุณต้องให้ได้มากกว่าขนาดที่ใหญ่โต โครงการนี้ตอบโจทย์ได้ด้วยการออกแบบบ้านที่มีสไตล์โดดเด่นแบบ Modern Colonnade สะท้อนรสนิยมของคนรุ่นใหม่อย่างมีระดับ รวมถึงสถาปัตยกรรมของคลับเฮาส์ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะ ไม่ซ้ำกับโครงการไหน ที่สำคัญคือได้บรรยากาศสุด Exclusive ด้วยจำนวนบ้านเพียงแค่ 47 ยูนิต
ความพิเศษของ บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ ปิ่นเกล้า - บรมฯ มีรายละเอียดหลายอย่างให้พูดถึง ซึ่งบทความนี้ Home Buyers จะมารีวิวแบบเจาะลึกให้คุณได้เก็บข้อมูลกันอย่างเต็มที่เลยครับ
Factsheet
| ชื่อโครงการ : | โครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ ปิ่นเกล้า-บรมฯ |
|---|---|
| บริษัท : | บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) |
| ที่ตั้งโครงการ : | ถ.ศาลาธรรมสพน์ แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร |
| พื้นที่โครงการ : | 26-2-1 ไร่ |
| จำนวนแปลงขาย : | 47 ยูนิต |
| รายละเอียดโครงการ : | บ้านเดี่ยวหรูระดับ Super Luxury สไตล์ Modern Colonnade |
| พื้นที่ใช้สอย : | 398 - 524 ตร.ม. |
| พื้นที่ : | 100.8 - 202 ตร.ว. |
| ราคาเริ่มต้น : | 25 - 45 ล้านบาท* (ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง สอบถามโครงการอีกครั้ง) |
| โทร : | 065 414 8299 / 1749 |
| เว็บไซต์ : | https://m.scasset.com/Do9q |
Highlight

บ้านเดี่ยวหรูหลังใหญ่ ที่ดินเริ่มต้น 100 ตร.ว. ขึ้นไป มาพร้อมพื้นที่ใช้สอยขนาด 398 - 524 ตร.ม. ครบครันทุกฟังก์ชัน รองรับครอบครัวขนาดใหญ่ พร้อมด้วยนวัตกรรมการอยู่อาศัยที่ทันสมัย
ดีไซน์สวยล้ำไม่ซ้ำใคร สไตล์ Modern Colonnade ผสานความคลาสสิกให้ร่วมสมัยอย่างมีระดับ สะท้อนรสนิยมของคนรุ่นใหม่ที่กล้าออกจากนิยามเดิมๆ ของที่อยู่อาศัยระดับ Super Luxury
คลับเฮาส์มีเอกลักษณ์ ออกแบบด้วยแรงบันดาลใจจาก Musée de l'Orangerie ในฝรั่งเศส โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่เน้นเส้นโค้ง ดีไซน์ขึ้นใหม่เฉพาะที่โครงการนี้เพียงแห่งเดียวเท่านั้น
สังคมส่วนตัว 47 ยูนิต การอยู่อาศัยแบบ Exclusive ที่มาพร้อมระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูง ทั้งระบบ Smart Security ภายในตัวบ้านและพื้นที่ส่วนกลาง ควบคุมมาตรฐานโดย SC Asset
ใกล้ ถ.บรมราชชนนี และ ถ.พุทธมณฑลสาย 2, วงแหวนฯ กาญจนาภิเษก รวมไปถึง ถ.ราชพฤกษ์ เชื่อมต่อทางคู่ขนานลอยฟ้า กับทางด่วนประจิมรัถยา เข้าเมืองชั้นในได้อย่างสะดวกสบาย
Facility

เมื่อมาถึงโครงการจะเจอกับซุ้มประตูทางเข้าออกอยู่ติดกับ ถ.ศาลาธรรมสพน์ เป็นซุ้มขนาดใหญ่ที่มีดีไซน์แบบโมเดิร์นดูทันสมัย ทอดแทรกเส้นโค้งอยู่ตามรูปทรงหลังคาและป้ายชื่อโครงการ ซึ่งเป็นธีมหลักในการออกแบบ ล้อไปกับคลับเฮาส์ที่จะได้เห็นเมื่อเข้าไปข้างใน

ช่องทางเข้าออกจะแบ่งเป็น 2 ฝั่งอย่างชัดเจน โดยมีซุ้มรักษาความปลอดภัยประจำการอยู่ตรงกลาง ประตูรั้วทางเข้าออกจะเป็นประตูเหล็กรางเลื่อนระบบไฟฟ้า

สำหรับการเข้าออกของรถลูกบ้าน ประตูจะเปิดให้อัตโนมัติด้วยระบบจดจำป้ายทะเบียนรถ Smart Gate ส่วนรถของผู้มาติดต่อจะต้องแลกบัตรเพื่อบันทึกประวัติการเข้าออก ซึ่งสามารถทำล่วงหน้าได้ผ่านแอปพลิเคชันรู้ใจของ SC Asset เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับแขกคนสำคัญ

เมื่อผ่านประตูเข้ามาภายในโครงการจะเห็นว่าสองฝั่งถนนมีการจัดสวนหย่อมไว้อย่างร่มรื่น โดยถนนเมนของโครงการจะมีความกว้าง 12 - 14 ม. ส่วนรั้วโครงการนั้นมีความสูง 2.80 ม. เสริมเหล็กแหลมสูง 20 ซม.

ก่อนถึงโซนคลับเฮาส์จะเจอกับวงเวียนน้ำพุที่ตกแต่งด้วยประติมากรรมทองแดง ซึ่งก็เน้นรูปทรงโค้ง อันเป็นธีมหลักในการออกแบบของโครงการ

ใกล้กับวงเวียนน้ำพุคือด้านหลังของอาคารคลับเฮาส์ขนาดใหญ่ซึ่งโดดเด่นด้วยรูปทรงโค้งเป็นวงรี ที่ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากห้องโถงจัดแสดงงานศิลปะในพิพิธภัณฑ์ Musée de l'Orangerie เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส

ถัดจากวงเวียนน้ำพุมาเล็กน้อยจะเจอกับหน้าคลับเฮาส์ของโครงการ ซึ่งอาคารนั้นสร้างเป็นทรงโค้ง โอบล้อมสระว่ายน้ำที่อยู่ตรงกลาง

ข้างๆ คลับเฮาส์มีสนามเด็กเล่นพื้นยางเพื่อป้องกันอันตรายจากการล้อมให้เด็กๆ โดยจะมีเครื่องปีนป่าย ไม้ลื่น และแทรมโพลีน ให้ลูกบ้านรุ่นเยาว์ได้มาสนุกกัน ซึ่งนอกจากสนามเด็กเล่นตรงจุดนี้ ก็ยังมีสนามเด็กเล่นอีกแห่งอยู่ที่สวนส่วนกลางของโครงการ

ทางขึ้นคลับเฮาส์ออกแบบให้รองรับการใช้งานรถเข็นตามหลัก ยูนิเวอร์แซล ดีไซน์ เพื่อการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางได้อย่างทั่วถึง

ตรงกลางอาคารคลับเฮาส์จะมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ แบ่งสระเด็กกับสระผู้ใหญ่แยกกันอย่างชัดเจน

จากมุมนี้จะเห็นถึงดีไซน์ความโค้งเป็นวงรีของหลังคาคลับเฮาส์ ที่โอบล้อมสระว่ายน้ำไว้ คล้ายกับรูปทรงของห้องโถงหลักในพิพิธภัณฑ์ Musée de l'Orangerie ประเทศฝรั่งเศส

พื้นที่ในร่มโซนแรกคือห้องล็อบบี้ฝ้าเพดานสูง ผนังเป็นกระจกสูงจากพื้นจรดฝ้า เปิดรับวิวสระว่ายน้ำได้เต็มๆ สร้างบรรยากาศที่สดชื่นและปลอดโปร่ง ปัจจุบันล็อบบี้เป็นพื้นที่สำนักงานขายที่ใช้ต้อนรับลูกค้า

ถัดจากล็อบบี้คือห้อง Kids Room ที่มีของเล่น บ่อบอล และหนังสือเด็ก เป็นพื้นที่ให้เด็กๆ ได้มาเล่นสนุกกันในร่ม

อีกฝั่งของอาคารจะยกระดับพื้นสูงขึ้นมาจากฝั่งล็อบบี้และ Kids Room โดยโซนกลางแจ้งจะเป็นทางลงสระว่ายน้ำของผู้ใหญ่ซึ่งเป็นขนาด Half Olympic รองรับการออกกำลังกายได้จริงจัง

ติดกับสระว่ายน้ำ โซนในร่มคือห้อง Co - Multi Space ที่รองรับการมานั่งพักผ่อนหรือทำงาน ได้ทั้งแบบเดี่ยว กลุ่มเล็ก และกลุ่มใหญ่ โดยมุมห้องประชุมผนังกระจกให้ใช้บริการได้

อีกฝั่งของห้องคือพื้นที่ Co - Kitchen ที่เตรียมไว้ให้ลูกบ้านสามารถจองใช้ห้องเพื่อทำอาหารและจัดปาร์ตี้ริมสระว่ายน้ำได้

ทางขึ้นชั้น 2 เป็นบันไดวน ซึ่งมีการติดตั้งลิฟต์บันไดแบบเก้าอี้เลื่อนไฟฟ้า ไว้รองรับการใช้งานของผู้สูงวัยและผู้พิการ ให้สามารถขึ้นไปใช้งานคลับเฮาส์ชั้นบนได้สะดวก

เมื่อขึ้นมาบนชั้น 2 จะเจอกับมุมชมวิวไฮไลต์ของคลับเฮาส์ ที่ออกแบบให้เห็นความโค้งของหลังคาที่โอบล้อมสระว่ายน้ำตรงกลาง ที่สำคัญโครงหลังคายังเป็นเหมือนกรอบรูปที่มีท้องฟ้าสวยๆ เป็นภาพวาดอยู่อีกด้วย

พื้นที่โซนในร่มของคลับเฮาส์ชั้น 2 คือห้องฟิตเนสขนาดใหญ่ ซึ่งแบ่งพื้นที่อเนกประสงค์ให้รองรับการจัดกิจกรรมต่างๆ และเพื่อเน้นถึงแรงบันดาลใจในการออกแบบคลับเฮาส์ที่มาจากพิพิธภัณฑ์ Musée de l'Orangerie จึงมีการนำงานศิลปะมาจัดแสดงอยู่ด้วย

ฟิตเนสมีฝ้าเพดานสูง ล้อมห้องด้วยผนังกระจกและหน้าต่างขนาดใหญ่ ทำให้บรรยากาศมีความปลอดโปร่ง เปิดรับวิวพื้นที่สีเขียวในบริเวณโดยรอบ โดยภายในฟิตเนสก็มีเครื่องออกกำลังการที่ครบครันและหลากหลายประเภท

นอกจากกล้อง CCTV ที่ซุ้มประตูทางเข้าออก ภายในโครงการก็ยังมีกล้องติดตั้งอยู่ทั่วพื้นที่อีกถึง 32 จุด

สำหรับความกว้างของถนนซอยหน้าบ้านภายในโซนพักอาศัยจะมีขนาดอยู่ที่ 9 ม. ซึ่งตามถนนทั่วทั้งโครงการจะไม่มีเสาและสายไฟฟ้าให้เห็น เพราะนำระบบไฟฟ้าสงดินทั้งหมดแล้ว
โดยนอกจากคลับเฮาส์ที่อยู่โซนหน้าโครงการ ในอนาคตโซนกลางโครงการก็จะมีสวนส่วนกลาง เป็นพื้นที่สีเขียวให้ลูกบ้านได้พักผ่อนหย่อนใจ และสำหรับค่าส่วนกลางของ บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ ปิ่นเกล้า - บรมฯ จะจัดเก็บอยู่ที่ 55 บาท / ตร.ว. / เดือน
Design & Function

ความโดดเด่นของงานดีไซน์ในโครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ ปิ่นเกล้า - บรมฯ อยู่ที่ตัวคลับเฮาส์ซึ่งออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจจากโถงของพิพิธภัณฑ์ศิลปะ Musée de l'Orangerie กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งถูกตีความออกมาเป็นโครงสร้างทรงโค้งรูปวงรีของหลังคาคลับเฮาส์

นอกจากหลังคาทรงโค้ง เรายังสามารถพบกับทรงโค้งได้ตามองค์ประกอบต่างๆ ของทั้งคลับเฮาส์และซุ้มประตู เช่น บันไดวน เสากลม รวมถึงประติมากรรมซึ่งอยู่ที่วงเวียนน้ำพุ ดังที่ได้เห็นภาพไปในช่วงก่อนหน้านี้

แม้แต่สระว่ายน้ำก็ยังออกแบบเป็นรูปวงรี เพื่อสะท้อนถึงรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ของห้องโถงหลักในพิพิธภัณฑ์ศิลปะ Musée de l'Orangerie

ในส่วนของดีไซน์บ้านจะตรงข้ามกับคลับเฮาส์ซึ่งเน้นเส้นโค้ง มาเป็นการเน้นเส้นตรงทั้งแนวตั้งและแนวนอน แต่ก็เป็นการนำสิ่งตรงข้ามเข้ามาอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน โดยบ้านเดี่ยวโครงการนี้จะเป็นบ้านหน้ากว้าง หลังคาแบน ตามสไตล์โมเดิร์นที่ได้รับความนิยมสูงในต่างประเทศ

ดีไซน์ของตัวบ้านเรียกว่าสไตล์ Modern Colonnade ที่มีอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมคลาสสิกยุค กรีก - โรมัน ที่มักจะมีเสาหินขนาดใหญ่เป็นองค์ประกอบหลัก ซึ่งทีมออกแบบของ SC Asset ได้นำมาประยุกต์ให้ดูร่วมสมัยด้วยการปรับจากเสาให้กลายเป็นเป็นฟาซาดระหว่างประตูและหน้าต่างภายนอกอาคาร พร้อมกับเล่นผิวสัมผัสให้ดูหยาบเพื่อความใกล้เคียงกับเสาหิน รวมถึงเลือกโทนสีที่ดูเข้มขรึม ให้ความรู้สึกที่แข็งแรงมั่นคง

นอกเหนือจากงานสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น ‘Living Solution’ นวัตกรรมภายในบ้านก็ยังเป็นอีกจุดสำคัญที่ทำให้บ้านหรูแบรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ มีความพิเศษขึ้นไปอีก เริ่มตั้งแต่ลานจอดรถหน้าบ้านที่เดินระบบไฟฟ้าไว้รองรับการติดตั้งอุปกรณ์ EV Charger

ประตูทางเข้ารองของบ้านทุก Type จะติดตั้งระบบ Digital Door Lock ไว้ให้เรียบร้อยพร้อมใช้งาน

ตามขอบประตูและหน้าต่างรอบบ้านทั้งชั้น 1 และชั้น 2 จะติดตั้งสัญญาณกันขโมย Magnetic Shock Sensor ไว้เพิ่มความปลอดภัยภายในบ้าน

สวิตช์ไฟทั่วทั้งบ้านเป็นแบบ Smart Switch รองรับสัญญาณ WiFi เพื่อเชื่อมต่อการสั่งเปิดปิดได้ผ่านสมาร์ตโฟน

ตามจุดต่างๆ ที่มีช่องเสียบปลั๊กไฟ จะมีช่องเสียบสาย USB ไว้รองรับการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่อยู่คู่กันด้วย

ที่โถงทางเดินชั้น 1 และห้อง Master Bedroom จะมีแผงควบคุมระบบสมาร์ตโฮมของบ้าน ซึ่งสามารถตั้งโปรแกรมการเปิดปิดไฟฟ้าส่วนต่างๆ ได้หลายรูปแบบตามที่ต้องการ

ด้านความปลอดภัย ภายในบ้านยังติดตั้งอุปกรณ์ Smoke Detector ไว้ตรวจจับควันไฟผิดปกติ เพื่อส่งสัญญาณแจ้งเตือนเหตุ

นอกจาก Smoke Detector ก็ยังมี Heat Detector เป็นเครื่องตรวจจับความร้อนเพื่อแจ้งเตือนเหตุเพลิงไหม้

อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยต่างๆ ทั้ง Magnetic Sensor, Smoke Detector และ Heat Detector จะเชื่อมต่อทั้งสมาร์ตโฟนและแผงควบคุมกลาง

ในด้านความสะดวกสบาย ห้องน้ำกลางของชั้น 1 และห้องน้ำใน Master Bedroom จะติดตั้งสุขภัณฑ์ระบบอัจฉริยะให้เป็นมาตรฐานในทุกๆ ยูนิต และนอกจากนี้ยังมีระบบ Active Air Quality เป็นตัวช่วยให้อากาศภายในบ้านสะอาดสดชื่น สร้างสุขภาวะที่ดีในการอยู่อาศัย
Home Type
Corinthian 524 ตร.ม.

เริ่มต้นรีวิวบ้านตัวอย่างกันที่แบบบ้านไซส์ใหญ่ที่สุดของโครงการกับ Corinthian บ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 524 ตร.ม. สร้างบนที่ดินขนาด 120.1 ตร.ว. ขึ้นไป มาพร้อมกับฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว รวมถึงห้องพักแม่บ้าน และจอดรถได้ถึง 4 คัน
ผนังมีโครงสร้างเป็นอิฐมวลเบา ซึ่งนอกจากจะแข็งแรงทนทานแล้ว ยังง่ายต่อการ ทุบ ตอก เจาะ เพื่อต่อเติมหรือปรับฟังก์ชันบ้านได้ตามความต้องการ ส่วนรั้วบ้านจะมีความสูง 1.70 ม. โดยพื้นที่รอบบ้านจะจัดสวน ปลูกไม้รั้ว และปลูกไม้ยืนต้นให้อีก 1 ต้น

ชั้น 1 หน้าบ้านจอดรถในร่มได้ 3 คัน จอดกลางแจ้งได้อีก 1 คัน ภายในบ้านมีพื้นที่ Open Plan ขนาดใหญ่ เชื่อมต่อมุมรับแขก มุมพักผ่อน มุมทานอาหาร และ Pantry นอกจากนี้ยังมีห้องนอนขนาดกลางซึ่งมาพร้อมกับห้องน้ำในตัว รวมทั้งมีห้องครัวไทย และห้องน้ำกลาง แบ่งโซนพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน โดยยังไม่รวมไปถึงโซนแม่บ้านที่มีทั้งพื้นที่ซักล้างในร่ม ห้องน้ำ และห้องพัก
ชั้น 2 แบ่งพื้นที่เป็น 3 ห้องนอน ซึ่งทั้ง 3 ห้องมีห้องน้ำในตัว โดย Master Bedroom จะมีขนาดใหญ่เป็นพิเศษจนรองรับการแบ่งฟังก์ชันเป็นห้องแต่งตัวได้เลย นอกจากนี้ที่โถงกลางยังมีพื้นที่อเนกประสงค์ซึ่งสามารถจัดเป็นห้องนั่งเล่นได้อีกจุดอีกด้วย

ลานจอดรถหน้าบานลงเสาเข็มลึกเท่าตัวบ้าน โซนในร่มสามารถจอดรถได้ 3 คัน

พื้นที่ด้านข้างโรงจอดรถยังสามารถจอดรถกลางแจ้งได้อีก 1 คัน โดยจากมุมนี้จะเห็นตู้เก็บของอยู่ที่ผนังของโรงจอดรถ และบริเวณตัวบ้านด้านข้างยังมีทางเข้าออกเชื่อมต่อกับพื้นที่ซักล้างอีกด้วย

บริเวณโรงจอดรถมีประตูทางเข้ารอง ซึ่งจะเปิดเข้าไปที่โถงทางเดิน ซึ่งเชื่อมต่อกับบันไดและครัว โดยบานประตูทำจากไม้สัก ติดตั้งระบบ Digital Door Lock

จากโรงจอดรถจะมีทางเดินไปที่ประตูหลักหน้าบ้าน ซึ่งทำพื้นเป็นทางลาดไว้เพื่อรองรับการใช้งานรถเข็นวีลแชร์

ทางเดินจากโรงจอดรถไปประตูทางเข้าหลักหน้าบ้านจะเป็นเฉลียงที่มีชายคากันแดดฝน ตกแต่งด้วยเสาที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรม Colonnade

ประตูหลักของบ้านก็เป็นประตูไม้สักเช่นเดียวกับประตูบริเวณโรงจอดรถ แต่จุดนี้จะไม่มีการติดตั้ง Digital Door Lock

เมื่อเข้ามาภายในบ้าน โซนแรกจะเจอกับโถง Double Volume ฝ้าเพดานสูง เชื่อมต่อกับชั้น 2 ซึ่งจะมีระยะความสูงจากพื้นถึงฝ้าราวๆ 6.85 ม. เลยทีเดียว ส่วนโซนอื่นๆ ของชั้น 1 เพดานจะสูง 2.80 ม.

มองจากในบ้านย้อนไปทางประตู ฝั่งซ้ายของภาพคือมุมรับแขก ส่วนฝั่งขวาคือห้องนอนชั้นล่าง พื้นชั้น 1 จะปูด้วยกระเบื้องพอร์ชเลนลายหินอ่อน

พื้นที่รับแขก ในบ้านมาตรฐานจะส่งมอบแบบเปิดโล่ง เชื่อมต่อถึง Dining Area และมุมอเนกประสงค์ แต่บ้านตัวอย่างก่อผนังตรงชั้นวางทีวีขึ้นมาเพื่อเพิ่มความเป็นสัดส่วนให้กับบ้าน โดยมุมนี้จะมีหน้าต่างบานใหญ่ล้อมอยู่ทั้งฝั่งหน้าบ้านและหลังบ้าน ได้แสงธรรมชาติที่ปลอดโปร่ง

ถึงจะก่อผนังขึ้นมากั้นเป็นมุมรับแขก ก็ไม่ได้ทำให้พื้นที่ดูเล็กแต่อย่างใด ยังสามารถวางโซฟาขนาด 4 ที่นั่ง 1 ตัว คู่กับโซฟา 2 ที่นั่ง 1 ตัว รวมถึงอาร์มแชร์ และโต๊ะกลาง ได้อีกอย่างละตัว

จากมุมรับแขกจะมีช่องทางเดินเชื่อมต่อไปยังมุมทานอาหารและมุมอเนกประสงค์ที่อยู่ฝั่งหลังบ้าน

บริเวณโถงรับรองกั้นได้ต่อเติมขอบเสาเพื่อแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนไว้เช่นกัน จึงกลายเป็นช่องทางเดินที่เชื่อมต่อไปมุมทานอาหาร ซึ่งในบ้านมาตรฐานจะเปิดโล่งเชื่อมต่อถึงกันเลย

มาดูห้องนอนชั้นล่างกันก่อน จริงๆ แล้วในบ้านมาตรฐานประตูของห้องนี้จะอยู่ที่โถงทางเดินอีกฝั่ง แต่บ้านตัวอย่างได้ย้ายประตูมาอยู่ฝั่งโถงต้อนรับแทน เพราะฟังก์ชันห้องถูกปรับเป็นอย่างอื่นนั้นเอง

ห้องนอน 4 ถูกปรับเป็นห้องเลาจ์นส่วนตัวสำหรับนั่งจิบเครื่องดื่มหรืออ่านหนังสือ ซึ่งสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกไม่เยอะ โดยเฉพาะผู้สูงวัย ก็สามารถปรับการใช้งานห้องนี้ได้อย่างอเนกประสงค์ เช่น ห้องทำงาน หรือห้องสำหรับความบันเทิง

สำหรับบ้านแบบมาตรฐาน ประตูของห้องนี้จะอยู่ฝั่งเดียวกับโซฟา โดยพื้นของห้องจะปูด้วยวัสดุ Soft Absorbtion Floor ที่ช่วยดูดซับแรงกระแทก ลดอาการบาดเจ็บได้ในกรณีที่ผู้สูงวัยหกล้ม

ห้องนอนชั้นล่างมีห้องน้ำในตัว ซึ่งออกแบบให้รองรับการใช้งานของผู้สูงวัย โดยติดตั้งราวจับไว้ข้างๆ โถสุขภัณฑ์ และปูพื้นส่วนเปียกกับส่วนแห้งให้อยู่ระนาบเดียวกันเพื่อกันการสะดุด และใช้กระเบื้องผิวกันลื่น นอกจากนี้ยังมีช่องแสงขนาดใหญ่เพื่อความสว่างที่ทั่วถึงและช่วยลดความอับชื้น

พื้นห้องนอนกับห้องน้ำจะเรียบเสมอกัน เพื่อให้สามารถเข็นวีลแชร์เข้าออกได้ง่าย โดยมีการเซาะร่อง Floor Drain ไว้หน้าประตูเพื่อป้องกันน้ำซึมเข้าไปในพื้นที่ห้องนอน

ห้องน้ำทุกห้องของบ้านโครงการนี้จะมีพัดลมระบายอากาศติดตั้งมาคู่กับช่องแสงขนาดใหญ่ เพื่อการระบายความชื้นที่ดี

ถัดเข้ามาโซนทานอาหารจะมีพื้นที่กว้างเป็นพิเศษ รองรับการจัดฟังก์ชันเป็นครัวฝรั่งร่วมกับโต๊ะอาหารขนาดใหญ่ได้แบบสบายๆ

มุมครัวฝรั่งรองรับการทำเคาน์เตอร์ครัวรูปทรง L Shape รวมถึงตู้เก็บของ

บ้านตัวอย่างวางโต๊ะอาหารขนาด 8 ที่นั่ง เชื่อมต่อกับ Kitchen Island โดยถ้าไม่มี Island จะสามารถขยายโต๊ะอาหารได้ถึง 12 ที่นั่งเลยทีเดียว

มุมบ้านฝั่งที่อยู่ถัดมาจากส่วนรับประทานอาหาร คือมุมอเนกประสงค์ที่บ้านตัวอย่างทำตู้โชว์ไว้เพื่อเป็นตัวแบ่งสัดส่วนของพื้นที่

มุมอเนกประสงค์สามารถจัดฟังก์ชันได้หลากหลาย เช่น มุมอ่านหนังสือ ทำงาน หรือออกกำลังกาย โดยอยู่ติดกับประตูบานเลื่อนกระจกที่เชื่อมต่อกับสวนข้างบ้าน จึงได้บรรยากาศที่ทั้งปลอดโปร่งและสดชื่นสบายตา

สวนข้างบ้านตัวอย่างตกแต่งเป็นชานและมุมพักผ่อนแบบกลางแจ้ง

อีกฝั่งของบ้าน ส่วนที่อยู่ถัดจากครัวฝรั่ง จะเป็นโถงทางเดินยาว ผ่านบันได ห้องเก็บของ ห้องน้ำ ห้องครัว และประตูโรงจอดรถ

ห้องเก็บของจะอยู่ใต้ชานพักบันได มีพื้นที่ค่อข้างเยอะ เป็นจุดรวมระบบไฟฟ้าและอินเตอร์เน็ต ที่มาหลบมุมรวมกันอย่างเป็นระเบียบอยู่ในนี้ ทำให้เวลามีช่างเทคนิดเข้ามาบำรุงดูแลระบบ จะไม่รบกวนความเป็นส่วนตัวของคนในบ้าน

เยื้องกับห้องเก็บของคือห้องน้ำกลางของชั้น 1 ที่ติดกระจกเงาขนาดใหญ่เข้ามุมไว้ ช่วยให้ห้องดูกว้างมากขึ้น โดยมาพร้อมกับเคาน์เตอร์และอ่างล้างหน้า

นอกจากอ่างล้างหน้าก็จะมีโถสุขภัณฑ์อัจฉริยะ โดยห้องน้ำนี้มีลักษณะเป็น Powder Room ที่ไม่มีส่วนเปียก เพราะทุกๆ ห้องนอนต่างก็มีห้องน้ำในตัวซึ่งใช้อาบน้ำได้กันอยู่แล้ว

ถัดจากนั้นจะเจอกับห้องครัวที่อยู่ฝั่งหลังบ้าน ส่วนฝั่งหน้าบ้านจะเป็นประตูโรงจอดรถ และสุดทางเดินจะมีพื้นที่รองรับการบิลต์อินตู้เก็บรองเท้าขนาดใหญ่

ห้องครัวมีพื้นที่กว้าง บิลต์อินเคาน์เตอร์ครัวรูปทรง L Shape ขนาดใหญ่ได้จุใจ แล้วยังเหลือพื้นที่ให้วาง Island อยู่กลางห้องได้อีกด้วย

ห้องครัวจะมีหน้าต่างเป็นตัวช่วยระบายอากาศให้มีความถ่ายเทได้ดี และมีประตูเชื่อมต่อออกไปที่ลานซักล้างในร่ม

ลานซักล้างอยู่ในร่ม เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของตัวบ้าน โดยประตูบานซ้ายสุดคือห้องครัว ส่วนประตูกลางคือห้องพักแม่บ้าน และประตูขวาสุดคือห้องน้ำแม่บ้าน

พื้นที่ซักล้างรองรับเครื่อวงซักผ้าและการต่อเติมเคาน์เตอร์ซักล้างหรือซักรีดก็ได้ โดยมีการเตรียมระบบน้ำและไฟฟ้าไว้ให้แล้ว

ห้องพักแม่บ้านมีพื้นที่เพียงพอสำหรับวางเตียงขนาด 3.5 ฟุต พร้อมโต๊ะแป้งและตู้เสื้อผ้าขนาดเล็ก

ย้อนกลับเข้ามาที่โถงบันไดเพื่อขึ้นไปชมชั้น 2 โครงสร้างของบันไดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ขั้นบันไดปูด้วยไม้มะค่า ส่วนราวจับติดตั้งไม้แดง บริเวณชานพักมีหน้าต่างบานใหญ่ เปิดรับแสงสว่างธรรมชาติได้เต็มที่ตลอดทั้งวัน

ชั้น 2 มีระยะพื้นถึงฝ้าสูง 3 ม. ปูพื้นด้วยวัสดุ Engineering Wood หนา 8 มม. ให้สีและสัมผัสทีดูเรียบหรู เป็นธรรมชาติ โดยเมื่อขึ้นมาถึงชั้น 2 จะเจอกับโถงทางเดินยาว พาไปยังห้องนอนต่างๆ

ตรงกลางโถงทางเดิน ใกล้กับแนวราวโถงบันได จะมีพื้นที่อเนกประสงค์อยู่ 2 จุด ทั้งฝั่งหน้าบ้าน (ขวา) และหลังบ้าน (ซ้าย)

พื้นที่อเนกประสงค์ฝั่งหน้าบ้านมีขนาดใหญ่จนสามารถกั้นเป็นห้องได้เลย โดยบ้านตัวอย่างใช้พื้นที่นี้เป็นมุมพักผ่อนแบบ Family Area ซึ่งได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่าห้องรับแขกชั้นล่าง โดยสามารถวางโซฟาขนาด 4 ที่นั่งได้แบบสบายๆ

บ้านตัวอย่างแบ่งพื้นที่ฝั่งติดหน้าต่างเป็นมุมนั่งพักผ่อนแบบส่วนตัว โดยมีการติดประตูบานเลื่อนกั้นจาก Family Area เพื่อให้สามารถปิดประตู แล้วเปิดหน้าต่างเพื่อรับลมเฉพาะมุมนี้ได้

พื้นที่อเนกประสงค์มุมฝั่งหลังบ้าน บ้านตัวอย่างจัดเป็นพื้นที่ออกกำลังกายให้ดูเป็นไอเดีย โดยยังสามารถปรับเป็นห้องพระ มุมทำงานเล็กๆ หรือเคาน์เตอร์มินิบาร์ได้อีกด้วย

จากโถงกลาง เมื่อเดินต่อมาก่อนถึงห้อง Master Bedroom จะมีมุมเด่นเป็นระเบียงที่เชื่อมต่อลงไปยังโถงรับรองที่ชั้น 1 ได้ เหมาะกับการติดตั้งโคมไฟแชงเดอเลียเพื่อเพิ่มบรรยากาศหรูหรา โดยผนังฝั่งหน้าบ้านจะมีหน้าต่างขนาดใหญ่เพื่อเสริมความปลอดโปร่งให้กับชั้น 2 และโถง Double Volume

มุมมองจากระเบียงทางเดินบนชั้น 2 ลงมาที่โถงรับรองหน้าประตูบ้าน

Master Bedroom จะมีฝ้าเพดานสูงเป็นพิเศษจากห้องอื่นๆ อยู่ที่ 4 ม. เลยทีเดียว บรรยากาศในห้องจึงได้ความโปร่งและโล่ง พื้นที่ห้องมีความกว้างขวาง โซนฝั่งที่ติดหน้าบ้านสามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุต พร้อมด้วยโซฟา โต๊ะกลาง และชั้นวางทีวีได้แบบที่ยังดูเหลือพื้นที่สบายๆ

ด้วยขนาดที่ใหญ่เป็นพิเศษ จึงสามารถกั้นห้องแต่งตัวแยกโซนเป็นสัดส่วนจากห้องนอนได้เลย

ด้วยเพดานที่สูง 4 ม. จึงสามารถติดตั้งโคมไฟระย้าภายในห้อง Master Bedroom ได้อีกด้วย

ระเบียงฝั่งหน้าบ้านมีความกว้างพอที่จะวางกระถางต้นไม้ขนาดใหญ่ได้หลายใบเลยทีเดียว

จากโซนพักผ่อน เราจะเข้าไปดูห้องแต่งตัวและห้องน้ำที่อยู่ลึกเข้าไปฝั่งหลังบ้านกันบ้าง

ห้องแต่งตัวมีขนาดใหญ่จนสามารถบิลต์อินตู้เสื้อผ้าล้อมรอบเป็นทรง U Shape ได้เลย โดยบ้านตัวอย่างแบ่งผนังส่วนหนึ่งไว้ทำเป็นโต๊ะเครื่องแป้งแบบ His & Her พร้อมกับวางเคาน์เตอร์ไอร์แลนด์สำหรับเก็บ Accessorie ไว้กลางห้อง

ติดกับห้องแต่งตัวจะเป็นห้องน้ำขนาดใหญ่พิเศษ ซึ่งแบ่งพื้นที่ออกเป็นถึง 4 ส่วนเลยทีเดียว เริ่มจาก อ่างล้างหน้า อ่างอาบน้ำ มุมอาบน้ำ Shower Box และมุมสุขภัณฑ์

อ่างล้างหน้าติดตั้งมา 2 หลุม แบ่งเป็นแบบ His & Her แยกการใช้งานกันอย่างเป็นสัดส่วน

อ่างอาบน้ำเป็นระบบจากุซชีจากแบรนด์ Kohler ที่สามารถลงแช่พร้อมกันได้ถึง 2 คน

เดินผ่านโถงชั้น 2 ข้ามมาอีกฝั่งของบ้าน จะเจอกับห้องนอน 2 - 3 ซึ่งบ้านตัวอย่างได้จัดการทุบผนัง รวม 2 ห้องให้เชื่อมต่อกัน

มาดูห้องนอน 2 ซึ่งอยู่ฝั่งหน้าบ้านกันก่อน เมื่อเข้ามาในห้องจะเจอกับมุมพักผ่อนที่สามารถวางเตียง 6 ฟุต ขนาบด้วยโต๊ะข้างเตียงได้ทั้ง 2 ฝั่ง

ผนังฝั่งปลายเตียงมีพื้นที่ให้เลือกว่าจะจัดเป็นโต๊ะทำงานหรือชั้นวางทีวี และมีทางเดินเลียบหน้าต่างไปยังพื้นที่แต่งตัว (ผนังฝั่งขวาของภาพ ถูกทุบออกเพื่อเชื่อมต่อห้องนอน 2 - 3 เข้าด้วยกัน)

ผนังฝั่งปลายเตียงมีพื้นที่ให้เลือกว่าจะจัดเป็นโต๊ะทำงานหรือชั้นวางทีวี และมีทางเดินเลียบหน้าต่างไปยังพื้นที่แต่งตัว (ผนังฝั่งขวาของภาพ ถูกทุบออกเพื่อเชื่อมต่อห้องนอน 2 - 3 เข้าด้วยกัน)

ห้องน้ำของห้องนอน 2 มีพื้นที่กว้าง จัดแบ่งพื้นที่ได้อย่างลงตัว มีมุมส่วนเปียกรองรับการติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำเพิ่มเติมได้

จากฝั่งหน้าบ้าน มองย้อนเข้าไปภายในห้อง จะเห็นความเชื่อมต่อระหว่างห้องนอน 2 กับห้องนอน 3 ที่โครงการทุบผนังออกเพื่อแสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติของอิฐมวลเบาที่ง่ายกับการต่อเติม

ข้ามมาดูที่ห้องนอน 3 ที่อยู่มุมฝั่งหลังบ้านกันบ้าง เมื่อเข้ามาในห้องจะเจอกับโซนแต่งตัวที่สามารถกั้นเป็น Walk - in Closet ได้อย่างเป็นสัดส่วน

มุมแต่งตัวจะอยู่ติดกับห้องน้ำส่วนตัวของห้องนอน 3

ห้องน้ำในห้องนอน 3 มีแปลนเหมือนกับห้องน้ำของห้องนอน 2 สามารถแบ่งพื้นที่เป็นส่วนเปียกได้อย่างลงตัว รองรับการติดฉากกั้นอาบน้ำ

ถัดจากโซนแต่งตัวเข้ามาจะเป็นพื้นที่พักผ่อน ซึ่งสามารถวางเตียง 5 - 6 ฟุตได้สบาย มีพื้นที่รอบๆ เตียงเหลือแบบไม่อึดอัด และถึงจะเป็นห้องนอนฝั่งหลังบ้าน แต่ก็ยังมีหน้าต่างบานใหญ่ เปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างปลอดโปร่ง

ผนังฝั่งริมทางเดินที่เชื่อมต่อมาจากประตูห้อง มีพื้นที่ให้วางโต๊ะแป้งหรือโต๊ะทำงานได้ เป็นอีกห้องที่รองรับฟังก์ชันห้องนอนได้เต็มรูปแบบ

ทั้งหมดนี้คือการรีวิวบ้านเดี่ยว Corinthian พื้นที่ใช้สอย 524 ตร.ม. ของโครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ ปิ่นเกล้า - บรมฯ โดยบ้านหลังต่อไปที่เราจะรีวิวให้ชมกันคือแบบ Ionic พื้นที่ใช้สอย 449 ตร.ม. ซึ่งเป็นบ้านขนาดกลางของโครงการนี้
Ionic 449 ตร.ม.

บ้านหลังที่ 2 ซึ่งเราจะมารีวิวกันในบทความนี้คือแบบบ้าน Ionic บ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 449 ตร.ม. สร้างบนที่ดินขนาดเริ่มต้น 108 ตร.ว. ขึ้นไป มาพร้อมกับฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 4 ที่จอดรถ พร้อมห้องพักแม่บ้าน โดยโครงสร้างผนังบ้านก่อด้วยอิฐมวลเบา มีเสา คาน ตามระบบ Conventional แบบดั้งเดิม

ชั้น 1 หน้าบ้านจอดรถในร่มได้ 3 คัน จอดกลางแจ้งได้อีก 1 คัน ส่วนภายในบ้านจะมีพื้นที่ Open Plan เชื่อมต่อพื้นที่รับแขก พื้นที่นั่งเล่น และมุมทานอาหารเข้าด้วยกันแบบเปิดโล่ง นอกจากนี้ก็มี ห้องนอนชั้นล่าง พร้อมด้วยห้องน้ำส่วนตัว อีกทั้งยังมีห้องครัว ห้องน้ำกลาง และพื้นที่ซักล้างในร่ม ซึ่งอยู่ใกล้กับห้องพักแม่บ้าน ที่มีห้องน้ำให้ใช้งานอย่างเป็นสัดส่วน
ชั้น 2 แบ่งฟังก์ชันเป็น 3 ห้องนอน กับพื้นที่อเนกประสงค์ขนาดใหญ่บริเวณโถงกลาง โดยห้องนอนทุกห้องจะมาพร้อมกับห้องน้ำส่วนตัวและพื้นที่สำหรับแต่งตัว โดย Master Bedroom จะมีพื้นที่กว้างขวางเป็นพิเศษ

หน้าบ้านสามารถจอดรถในร่มได้ 3 คัน โดยพื้นโรงจอดได้ลงเสาเข็มไว้ลึกเท่ากับตัวบ้านเพื่อป้องกันปัญหาพื้นทรุดแยกตัว

พื้นที่ข้างโรงจอดยังมีลานจอดรองรับรถได้อีก 1 คันแบบกลางแจ้ง

ผนังบ้านที่ติดกับโรงจอดจะมีตู้สำหรับเก็บของพวกอุปกรณ์ดูแลรถหรือดูแลสวน และจะมีประตูทางเข้ารองของบ้านอยู่ด้วย โดยบานประตูจะทำมาจากไม้สัก ติดตั้ง Digital Door Lock

ทางเดินจากโรงจอดรถไปที่ประตูหลักหน้าบ้านทำพื้นเป็นทางลาดเพื่อรองรับผู้ใช้งานรถเข็น

เฉลียงหน้าบ้านมีความกว้างขวาง เชื่อมต่อจากโรงจอดรถมาถึงประตูหน้าบ้านซึ่งเป็นประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่

เมื่อเข้ามาภายในบ้าน ระยะพื้นถึงฝ้าจะสูง 2.80 ม. ปูพื้นด้วยกระเบื้องพอร์ชเลนลายหินอ่อน โซนแรกเป็นมุมรับแขกและนั่งเล่น ซึ่งรองรับโซฟาขนาด 4 - 5 ที่นั่ง พร้อมด้วยเก้าอี้อาร์มแชร์กับโต๊ะกลาง

ผนังฝั่งตรงข้ามกับโซฟามีระยะห่างพอดีกับการติดทีวีจอใหญ่ รวมถึงมีช่องทางเดินที่กว้างขวาง

มุมมองจากภายในบ้าน ย้อนออกไปที่ประตูหน้าบ้าน ซึ่งเป็นประตูกระจกขนาดใหญ่ แสงสว่างจึงส่องเข้ามาภายในได้เป็นอย่างดี

ถัดจากมุมนั่งเล่นและรับแขกมาฝั่งหลังบ้าน บ้านตัวอย่างรวมฟังก์ชัน Pantry พื้นที่ทานอาหาร และ มุมอเนกประสงค์ เข้าเป็นฟังก์ชันเดียว คือโต๊ะอาหารขนาดใหญ่ 6 ที่นั่ง เชื่อมต่อกับเคาน์เตอร์ไอร์แลนด์

มุมบ้านฝั่งที่ติดกับประตูเชื่อมต่อสวน ตามแบบแปลนวางไว้ให้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ ซึ่งสามารถจัดเป็นได้ทั้งมุมนั่งเล่น มุมทำงาน หรือมุมออกกำลังกาย

ประตูที่เชื่อมต่อกับสวนข้างบ้าน สำหรับบ้านตัวอย่างตกแต่งสวนเป็นเรือนกระจกสำหรับปลูกต้นไม้ ส่วนในบ้านมาตรฐานจะเป็นพื้นที่สวนโล่งๆ ให้เลือกใช้ประโยชน์ตามต้องการ

กลับเข้ามาที่มุมทานอาหาร พอบ้านตัวอย่างขยายโต๊ะอาหารออกไปที่มุมอเนกประสงค์ จึงสามารถวางเคาน์เตอร์ไอร์แลนด์สำหรับเตรียมอาหารเบาๆ สไตล์ครัวฝรั่งไว้ภายในบ้านได้

มุม Pantry สามารถบิลต์อินชุดครัวแบบ L Shape เข้ามุมได้พอดี เพิ่มพื้นที่จัดเก็บและเตรียมอาหารแบบครัวฝรั่งได้อย่างลงตัว

ถัดจากมุม Pantry จะเป็นโถงทางเดินไปตามแนวกว้างของบ้าน ซึ่งจะผ่านบันได ห้องนอน ห้องเก็บของ ห้องครัว ห้องน้ำ และประตูโรงจอดรถ

ตรงข้ามกับบันได จะมีห้องนอนอยู่ฝั่งหน้าบ้าน ติดกับหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดออกไปบริเวณเฉลียง โดยบ้านตัวอย่างตกแต่งห้องนี้ให้เป็นห้องติวหนังสือสอบส่วนตัว แต่สำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ด้วย ก็สามารถปรับห้องนี้เป็นห้องนอน วางเตียง 5 ฟุต พร้อมโต๊ะและตู้เสื้อผ้าได้อย่างลงตัว

พื้นของห้องปูด้วยวัสดุ Soft Absorption Floor ซึ่งมีคุณสมบัติลดแรงกระแทกเมื่อเกิดหกล้ม ช่วยป้องกันการบดเจ็บรุนแรงในผู้สูงวัยได้ โดยพื้นที่ข้างประตูทางเข้าห้อง จะมีมุมที่รองรับตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ อยู่ติดกับห้องน้ำส่วนตัว ซึ่งบ้านตัวอย่างจัดมุมนี้เป็นมินิบาร์ ล้อไปกับการตกแต่งห้องเป็นที่ติวหนังสือ

ห้องน้ำออกแยกไว้รองรับการใช้งานของผู้สูงวัย โดยติดตั้งราวจับช่วยพยุงตัว พร้อมกับปูกระเบื้องกันลื่น และทำพื้นให้เรียบเป็นระนาบเดียว ไม่มีการลดระดับพื้นที่ตรงหน้าประตูและส่วนเปียก เพื่อป้องกันการสะดุด และช่วยให้ผู้ใช้วีลแชร์เข้าออกได้ง่าย

ติดกับบันไดจะมีห้องเก็บของขนาดใหญ่ เป็นจุดรวมอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าและอินเตอร์เน็ตของบ้านให้มีความเป็นระเบียบอยู่ที่จุดเดียว

ถัดจากห้องเก็บของมาจะเจอกับประตูเชื่อมโรงจอดรถ ซึ่งอยู่ติดกับพื้นที่ว่างซึ่งเว้นไว้ให้บิลต์อินตู้เก็บรองเท้า ตามแบบที่บ้านตัวอย่างทำให้ดู

ตรงข้ามกับประตูโรงจอดจะเป็นห้องครัวแบบปิด ซึ่งมีพื้นที่กว้าง รองรับเคาน์เตอร์ครัวแบบ U Shape รวมถึงยังสามารถทำเคาน์เตอร์สำหรับนั่งทานอาหารง่ายๆ ไว้ให้ดูเป็นไอเดียอีกด้วย

ห้องครัวจะมีประตูออกมาที่ลานซักล้างในร่ม ซึ่งจะมีห้องพักแม่บ้านและห้องน้ำแม่บ้านอยู่ในบริเวณนี้ด้วย

ห้องพักแม่บ้านรองรับเตียง 3.5 ฟุต รวมถึงตู้เสื้อผ้ากับโต๊ะแป้งขนาดกระทัดรัดได้

ประตูทางฝั่งซ้ายของภาพคือห้องพักแม่บ้าน ส่วนอีกประตูที่อยู่ถัดมาทางขวาคือห้องน้ำแม่บ้าน

กลับเข้ามาภายในบ้าน ถัดจากห้องครัว สุดทางเดินของโถงชั้น 1 คือห้องน้ำแบบ Powder Room ที่ไม่มีส่วนเปียก มาพร้อมเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์ระบบอัจฉริยะ

ขึ้นไปชมชั้น 2 กันบ้าง ชานพักบันไดเป็นโถงสูงโปร่ง มีหน้าต่างขนาดใหญ่เปิดรับแสงธรรมชาติจากภายนอก

โครงสร้างบันไดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ปูขั้นบันไดด้วยไม้มะค่า ส่วนราวจับเป็นไม้แดง

พอขึ้นมาถึงชั้น 2 พื้นจะเปลี่ยนเป็นปูด้วยวัสดุ Engineering Wood ที่ให้สีและสัมผัสเป็นธรรมชาติ ส่วนฝ้าเพดานจะมีความสูงขยับเป็น 3 ม.

พื้นที่ข้างบันไดสามารถบิลต์อันชั้นวางของหรือมินิบาร์ได้ตามแบบบ้านตัวอย่าง

โถงตรงข้ามกับบันไดเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ สามารถกั้นห้องหรือจัดเป็นมุมนั่งเล่นแบบ Family Area ที่ได้ความเป็นส่วนตัวของครอบครัวมากขึ้น

รองรับทั้งโซฟาชุดใหญ่และชั้นวางทีวี โดยนอกจากจัดเป็นห้องนั่งเล่นแล้ว ก็ยังปรับเป็นมุมทำงาน หรือทำกิจกรรมงานอดิเรกได้อีกด้วย

พื้นที่ฝั่งติดหน้าต่าง บ้านตัวอย่างแบ่งเป็นมุมออกกำลังกายแบบส่วนตัวให้ดูเป็นไอเดีย

เดินต่อไปตามโถงชั้น 2 จนเจอกับ Master Bedroom ห้องนี้จะมีเพดานสูงพิเศษที่ 4 ม. ได้ความโปร่งที่มากขึ้น ฟังก์ชันห้องแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือโซนพักผ่อนฝั่งหน้าบ้าน และโซนแต่งตัว โดยมุมสำหรับเตียงนอนขนาดใหญ่จะอยู่ติดกับประตูระเบียง

ห้องนอนกั้นจากระเบียงด้วยประตูกระจกบานเลื่อน เปิดให้แสงธรรมชาติส่องผ่านได้ดี โดยระเบียงมีพื้นที่กว้างรองรับกระถางต้นไม้ขนาดใหญ่ได้

ฝั่งด้านหลังของห้องเป็นพื้นที่รองรับ Walk - in Closet โดยบ้านตัวอย่างได้บิลต์อินตู้เสื้อผ้าขึ้นมาเป็นฉากกั้นแบ่งโซนห้อง

มุมระหว่างโซนพักผ่อนกับโซนแต่งตัว มีพื้นที่ให้สามารถจัดเป็นมุมอ่านหนังสือริมหน้าต่างได้ด้วย

พื้นที่ Walk - in Closet จะอยู่ติดกับห้องน้ำส่วนตัวของ Master Bedroom

ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ ทำให้สามารถวางตู้เสื้อผ้าได้ทั้งฝั่งติดผนังและฝั่งที่เป็นฉากกั้นห้อง รวมถึงสามารถวางโต๊ะแป้งคู่ 2 ตัวแบบ His & Her ได้อีกด้วย

ห้องน้ำของ Master Bedroom มีพื้นที่กว้างใหญ่เป็นพิเศษ สามารถแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 โซนได้อย่างลงตัว

มุมแรกคืออ่างอาบน้ำระบบจากุซชีจากแบรนด์ Kohler ซึ่งอยู่ติดกับมุมอาบน้ำแบบ Shower Box

อีกมุมคืออ่างล้างหน้าที่มาแบบคู่ His & Her พร้อมเคาน์เตอร์และกระจกบานยาว ส่วนโซนในสุดจะเป็นโถสุขภัณฑ์ระบบอัจฉริยะ

ออกจาก Master Bedroom เดินผ่านโถงกลางไปยังฝั่งตรงข้าม จะเจอกับห้องนอน 2 - 3

เริ่มจากห้องนอน 3 ที่เป็นห้องมุมฝั่งหลังบ้านกันก่อน เมื่อเข้ามาถึงจะเจอกับพื้นที่ Walk - in Closet อยู่ใกล้กับประตูห้อง ก่อนจะลึกเข้าไปเป็นโซนพักผ่อน โดยบ้านตัวอย่างบิลต์อินตู้เสื้อผ้าขึ้นมาเป็นตัวแบ่งพื้นที่ห้อง

ห้องน้ำในห้องนอน 3 มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง แบ่งพื้นที่เป็นส่วนเปียกกับส่วนแห้งได้อย่างลงตัว

พื้นที่โซนพักผ่อนรองรับเตียงใหญ่ 6 ฟุตได้แบบเหลือเฟือ สามารถวางโต๊ะข้างเตียงขนาบได้ทั้ง 2 ด้าน และมีหน้าต่างบานใหญ่เปิดรับความปลอดโปร่งจากฝั่งหลังบ้าน

อีกด้านของตู้เสื้อผ้า ยังสามารถวางโต๊ะหรือบิลต์อินโต๊ะทำงานกับชั้นวางทีวีได้ด้วย

มากันที่ห้องนอน 2 ซึ่งจะอยู่ทางฝั่งหน้าบ้าน เป็นอีกห้องที่มีพื้นที่กว้างขวาง วางเตียง 5 - 6 ฟุตได้สบาย เหลือพื้นที่ให้จัดเป็นมุมนั่งเล่นอ่านหนังสือริมหน้าต่างได้

ผนังฝั่งปลายเตียงรองรับการติดตั้งทีวี และลึกไปในห้อง ถัดจากโซนเตียงนอนจะมีมุมแต่งตัวที่สามารถกั้นประตูให้เป็น Walk - in Closet ได้อย่างเป็นสัดส่วน ตามดีไซน์ของบ้านตัวอย่าง

มุมแต่งตัวมีพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่รวมถึงโต๊ะแป้ง โดยจะอยู่ติดกับห้องน้ำส่วนตัวของห้องนอน 2

ห้องน้ำในห้องนอน 2 มีลักษณะแปลนเหมือนกับห้องน้ำของห้องนอน 3 โดยแบ่งพื้นที่ส่วนเปียกไว้เป็นสัดส่วน รองรับการติดฉากกั้นอาบน้ำได้

นี่คือบ้านเดี่ยวแบบ Ionic ขนาด 449 ตร.ม. ซึ่งเป็นบ้านไซส์กลางของ บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ ปิ่นเกล้า - บรมฯ ส่วน Type เริ่มต้นของโครงการมีชื่อว่า Tuscan พื้นที่ใช้สอย 398 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 4 ที่จอดรถ โดยหากครั้งหน้ามีโอกาส Home Buyers จะพาไปชมบรรยากาศกันอีกครั้งนะครับ ส่วนพาร์ตต่อไปของรีวิวนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องทำเลกันบ้าง
Location
บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ ปิ่นเกล้า - บรมฯ ตั้งอยู่บนทำเลแหล่งรวมบ้านหรูของชานเมืองกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก โซนบรมราชชนนี โดยตัวโครงการนั้นอยู่ติด ถ.ศาลาธรรมสพน์ ตอนต้น ใกล้กับ ถ.พุทธมณฑลสาย 2 ซึ่งเชื่อมต่อได้ทั้ง ถ.บรมราชชนนี และวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก (ถ.กาญจนาภิเษก)
นอกจากนี้ยังอยู่ไม่ไกลจาก ถ.เพชรเกษม และ ถ.ราชพฤกษ์ รวมถึงมีทางคู่ขนานลอยฟ้า บรมราชชนนี กับทางด่วนประจิมรัถยา (ศรีรัช - วงแหวนรอบนอก) เป็นทางเลือกในการเข้าตัวเมืองชั้นในได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
ขณะที่ในเรื่องของระบบรถไฟฟ้า ก็มีจะมี SRT สายสีแดงอ่อนส่วนต่อขยาย จากสถานีตลิ่งชันไปถึงปลายทางที่ศาลายา ซึ่งตัดผ่านบริเวณใกล้กับโครงการ ทำให้พื้นที่ทำเลนี้ยังมีโอกาสในการพัฒนามูลค่าขึ้นอีกมาก

จากโครงการสามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่โดยรอบได้อย่างหลากหลาย โดยฝั่ง ถ.กาญจนาภิเษก จะมี เดอะ พาซิโอ พาร์ค กาญจนาภิเษก, โลตัส บางใหญ่ รวมไปถึง เดอะ มอลล์ บางแค เป็นตัวเลือกในการช็อปปิ้งใกล้บ้าน หรือถ้าขยับไปโซนศาลายา ก็มี เซ็นทรัล ศาลายา ให้ได้ใช้บริการ ขณะที่ทางฝั่ง ถ.ราชพฤกษ์ โซนวงเวียนพระราม 5 จะมีทั้ง เดอะ วอร์ค ราชพฤกษ์, เดอะ คริสตัล เอสบี ราชพฤกษ์ รวมถึงห้างใหม่อย่าง เซ็นทรัล เวสต์วิลล์ เป็นหลากหลายทางเลือก ด้านไลฟ์สไตล์ที่อยู่ไม่ไกลจากบ้าน

สำหรับด้านการดูแลสุขภาพ ใกล้กับโครงการก็มีสถานพยาบาลชั้นนำหลายแห่งพร้อมให้บริการและรองรับเหตุฉุกเฉินได้ตลอด 24 ชม. ไม่ว่าจะเป็น รพ.ธนบุรี ทวีวัฒนา, รพ.ราชพิพัฒน์, ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ม.มหิดล ไปจนถึง รพ.ศรีสวรรค์ ราชพฤกษ์ หรือแม้แต่ รพ.ศิริราช ฮับใหญ่ด้านสุขภาพของไทย ก็ยังอยู่ในระยะทางที่ไปถึงได้ในไม่กี่นาที

อีกเรื่องสำคัญของครอบครัวที่มีลูกหลานวัยเรียนก็คือสถานศึกษา ซึ่งทำเลโครงการก็รองรับความต้องการนี้ได้อย่างลงตัว เพราะมีโรงเรียนชื่อดังหลายแห่งอยู่ไม่ไกล ทั้ง รร.เพลินพัฒนา, รร.อนุบาลนานาชาติฮัมมิ่งเบิร์ด, รร.สารสาสน์วิเทศธนบุรี, รร.นวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา พุทธมณฑล, รร.นานาชาติไพโอเนียร์, รร.อัสสัมชัญ ธนบุรี และ รร.อนุบาลนานาชาติ เคนซิงตัน เป็นต้น

สำหรับระดับอุดมศึกษา ไม่ไกลจากโครงการก็มี ม.มหิดล ศาลายา เป็นสถาบันชั้นนำที่สามารถเดินทางไปถึงได้อย่างสะดวกรวดเร็ว นอกจากนี้ก็ยังมี ม.ราชมงคลรัตนโกสินทร์ อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง

สำหรับพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ประจำทำเลของโครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด ปิ่นเกล้า - บรมฯ ย่อมต้องเป็นพุทธมณฑล สวนสาธารณะขนาดใหญ่ซึ่งเป็นทั้งพื้นที่ธรรมชาติและแลนด์มาร์คสำคัญ สำหรับย่าน พุทธมณฑล ศาลายา บรมราชชนนี
การเดินทาง

รีวิวการเดินทางในครั้งนี้ เราออกจากตัวเมืองโซนจตุจักรโดยใช้ทางด่วนประจิมรัถยา ลงที่ทางออก ถ.สิรินธร

เมื่อลงจากทางด่วนแล้วให้ขับตามป้าย ถ.สิรินธร ฝั่งขาออก ไป ปิ่นเกล้า - ตลิ่งชัน

อยู่บน ถ.สิรินธร โดยมุ่งหน้าออกนอกเมืองตามป้ายบอกทางไป จ.นครปฐม

ขับต่อมาสักระยะจะเชื่อมต่อเข้าสู่ ถ.บรมราชชนนี ให้ขับตรงต่อไป มุ่งหน้าตามป้ายนครปฐม

ระหว่างที่อยู่บน ถ.บรมราชชนนี จะเจอกับจุดตัด ถ.พุทธมณฑลสาย 1 ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไป ถ.เพชรเกษม ได้ด้วย

ตรงผ่านมาอีกระยะจะเจอกับจุดตัดวงแหวนฯ กาญจนาภิเษก ซึ่งใช้ขึ้นเหนือไปบางใหญ่ และลงใต้ไป บางแค - พระราม 2 ได้

ขับต่อมาตาม ถ.บรมราชชนนี จนเจอป้ายบอกทางไป ถ.พุทธมณฑลสาย 2 ให้เตรียมเบี่ยงซ้าย อยู่บนทางคู่ขนาน

เบี่ยงซ้ายตามป้าย ถ.พุทธมณฑลสาย 2 แล้วขึ้นสะพานกลับรถ ขับตรงตามป้ายบอกทางไป ถ.ศาลาธรรมสพน์ (อย่าเผลอตามป้ายพระปิ่นเกล้าหรือกรุงเทพฯ จะเป็นการกลับรถไป ถ.บรมราชชนนี ฝั่งขาเข้า)

ลงจากสะพานมายัง ถ.พุทธมณฑลสาย 2 แล้วขับตรงต่อไป เพื่อมุ่งหน้าสู่ ถ.ศาลาธรรมสพน์

ตรงมาจนเกือบสุดปลายทางจะเจอกับป้ายบอกทางไป ถ.พุทธมณฑลสาย 3 และศาลายา ให้เลี้ยวซ้ายตามป้ายไป ก็จะเข้าสู่ ถ.ศาลาธรรมสพน์ ถนนสายสำคัญที่ใช้เชื่อมต่อสู่ 2 ทำเลดังกล่าว

ตรงไปตาม ถ.ศาลาธรรมสพน์ ถนนใหญ่ 2 เลนที่กำลังพัฒนาอย่างคึกคัก มีโครงการบ้านจัดสรรใหม่ๆ มาเปิดกันหลายแห่ง เช่นกันกับร้านค้าและร้านสะดวกซื้อที่มีครบครัน

ขับผ่านร้านสะดวกซื้อ 7-11 และปากซอยศาลาธรรมสพน์ 7 มาอีกนิดเดียว ก็จะเจอกับซุ้มประตูทางเข้าโครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด ปิ่นเกล้า - บรมฯ อยู่ติด ถ.ศาลาธรรมสพน์
Price & Promotion

บ้านเดี่ยวหรูโครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ ปิ่นเกล้า - บรมฯ มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 25 - 45 ล้านบาท* โดยสามารถแบ่งราคาตามแบบบ้านได้ดังนี้
บ้านเดี่ยว Tuscan พื้นที่ใช้สอย 398 ตร.ม. เริ่มต้น 25 ล้านบาท*
บ้านเดี่ยว Ionic พื้นที่ใช้สอย 449 ตร.ม. เริ่มต้น 30.9 ล้านบาท*
บ้านเดี่ยว Corinthian พื้นที่ใช้สอย 524 ตร.ม. เริ่มต้น 33.7 ล้านบาท*
*ราคา ณ เดือนสิงหาคม 2566 ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดสอบถามโครงการอีกครั้ง
Conclusion

และทั้งหมดนี้คือบทความรีวิวเจาะลึกบ้านเดี่ยวหรูโครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ ปิ่นเกล้า - บรมฯ ที่ Home Buyers ได้ไปเก็บภาพและข้อมูลมากฝากกัน โดยการจบรีวิว แอดมินก็มีบทสรุปในมุมมองส่วนตัวที่ได้ไปสัมผัสกับโครงการมาด้วยตัวเอง แบ่งเป็นหัวข้อได้ดังนี้
Design & Function การออกแบบคลับเฮาส์ให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร คือหนึ่งในความน่าสนในของโครงการ ซึ่งช่วยสะท้อนรสนิยมของผู้อยู่อาศัยในโครงการได้เป็นอย่างดี เช่นกันกับดีไซน์บ้าน ที่ผสมผสานความโมเดิร์นของบ้านหรูยุคใหม่ เข้ากับความคลาสสิกของสถาปัตยกรรม Colonnede ได้อย่างลงตัว สื่อภาพลักษณ์ที่ดูมีคลาส เข้มขรึม ไปพร้อมๆ กับความอบอุ่นและมั่นคง
Facility ส่วนกลางที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ด้านการออกแบบ เพราะยังมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันเท่าที่บ้านหรูโครงการหนึ่งจะมีได้ ที่สำคัญยังนำสายไฟฟ้าลงดินทั้งหมด ทำให้บรรยากาศของโครงการมีความเป็นสากลเหมือนได้หลุดออกไปสู่หมู่บ้านในต่างประเทศ ซึ่งยังให้ความเป็นส่วนตัวมากๆ ด้วยจำนวนบ้านเพียงแค่ 47 ครอบครัวเท่านั้น
Location ทำเล ถ.ศาลาธรรมสพน์ ตอนต้น จะอยู่ใกล้กับ ถ.พุทธมณฑลสาย 2 และ ถ.บรมราชชนนี ซึ่งขึ้นทางคู่ขนานลอยฟ้า ตรงเข้าปิ่นเกล้า หรือเชื่อมทางด่วนประจิมรัถยา ได้อย่างสะดวก ตอบโจทย์การเดินทางเข้าเมือง นอกจากนี้การใช้ชีวิตในทำเล พุทธมณฑลสาย 2 - บรมราชชนนี ก็มีครบทุกความต้องการของครอบครัว จัดเป็นอีกแหล่งที่อยู่อาศัยชั้นดีของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก ที่มีโครงการบ้านหรูมาพัฒนากันอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้ที่สนใจบ้านเดี่ยวโครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ ปิ่นเกล้า - บรมฯ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือลงทะเบียนนัดหมายเข้าเยี่ยมชมโครงการได้ทาง m.scasset.com/EFoM หรือเบอร์โทรศัพท์ 065 414 8299
การคำนวณยอดผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน
ปรับรายละเอียดด้านล่างเพื่อคำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือน