รีวิวบ้านเดี่ยว บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์ - ปิ่นเกล้า สไตล์ LANAI Series ทำเลใกล้ Central Westville

กลับมาอีกครั้งกับการแนะนำบ้านเดี่ยวหรูในโซนถนนราชพฤกษ์ โครงการใหม่ล่าสุดจาก SC Asset นั้นก็คือ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์ - ปิ่นเกล้า โดยจะมีจุดเด่นในเรื่องทำเลที่อยู่ใกล้ Central Westville เพียง 5 นาที พร้อมทั้งเดินทางได้สะดวกมากๆ เชื่อมต่อถนนราชพฤกษ์ ถนนกาญจนาภิเษก ทั้งอยู่ไม่ไกลจากทางด่วนและรถไฟฟ้าอีกด้วย
ที่นี่เป็นโครงการบ้านเดี่ยวหรู สไตล์ LANAI Series ที่เน้นการออกแบบคำนึงถึงเรื่องพื้นที่การใช้สอยให้ตอบโจทย์ลงตัวในการใช้ชีวิตพักอาศัยของทุกครอบครัว ซึ่งทุกๆ พื้นที่ของบ้านสามารถใช้งานได้จริงอย่างเต็มที่มากๆ เชื่อมต่อถึงกันทั้งหมดทั้ง Indoor และ Outdoor ทำให้ได้สัมผัสใกล้ชิดธรรมชาติมากกว่าเดิม ไม่เพียงเท่านั้นยังติดตั้งนวัตกรรมทันสมัยให้กับทุกหลัง ภายใต้สังคมส่วนตัวเพียง 77 ยูนิต
อีกทั้งโครงการนี้ยังโดดเด่นด้วยพื้นที่ส่วนกลาง ที่มีบรรยากาศสุดพิเศษได้กลิ่นอายของความเป็นศิลปะ ดีไซน์ออกมาอย่างแปลกใหม่และเอกลักษณ์เฉพาะ ที่ได้แรงบันดาลใจจาก TATE MODERN, LONDON พร้อมกับครบครันไปด้วยพื้นที่ทำกิจกรรมที่หลากหลาย รองรับทุกช่วงวัย
ถ้าทุกคนพร้อมแล้วและอยากจะไปดูบรรยากาศจริงของโครงการ ว่าที่นี่จะดีไซน์สวยขนาดไหน บ้านจะมีพื้นที่ใช้สอย ฟังก์ชันอะไรน่าสนใจบ้าง ตาม Home Buyers ไปรีวิวโครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์ - ปิ่นเกล้า กันได้ในบทความนี้เลยค่ะ
Factsheet
| ชื่อโครงการ : | แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์ - ปิ่นเกล้า |
|---|---|
| บริษัท : | บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) |
| ที่ตั้งโครงการ : | ถ.ปลายบาง ต.มหาสวัสดิ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี |
| รายละเอียดโครงการ : | บ้านเดี่ยว 2 ชั้น 4-5 ห้องนอน 4-5 ห้องน้ำ 2-4 ที่จอดรถ |
| พื้นที่โครงการ : | 27-1-69 ไร่ |
| จำนวน : | 77 ยูนิต |
| ขนาดที่ดิน : | เริ่มต้น 52.3 - 147 ตร.ว. |
| พื้นที่ใช้สอย : | 237-441 ตร.ม. |
| ราคา : | เริ่มต้น 13-20 ล้านบาท* (สอบถามโครงการอีกครั้ง) |
| ค่าส่วนกลาง : | 59 บาท/ตร.ว./เดือน |
| รูปแบบการก่อสร้าง : | ก่ออิฐฉาบปูน |
| สิ่งอำนวยความสะดวก : | Clubhouse, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, Fitness, Co-Working Space, Play Room, สวนส่วนกลางขนาดใหญ่ |
| ระบบความปลอดภัย : | Main Gate อัตโนมัติ, เข้า-ออกด้วยระบบ Smart Gate, CCTV 47 จุดทั่วโครงการ, เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย 24 ชม. ภายในบ้านติดตั้ง Digital Door Lock, สัญญาณกันขโมย Magnetic & Shock Sensor, ระบบป้องกันอัคคีภัย Smoke & Heat Detector |
| โทร : | 061-413-5353 |
| เว็บไซต์ : | https://m.scasset.com/J0cq |
Highlight

LANAI Series บ้านเดี่ยวที่ออกแบบให้ตอบโจทย์ผู้พักอาศัยมากที่สุด โดยทุกหลังจะมีพื้นที่ให้ใช้สอยได้เยอะ ทั้งในรูปแบบ Indoor พื้นที่ภายในบ้านที่มีฟังก์ชันครบสำหรับการใช้ชีวิต พร้อมทั้งดีไซน์ให้เชื่อมต่อกับพื้นที่ภายนอกรูปแบบ Semi-Outdoor อย่างเฉลียงและระเบียงที่มีขนาดกว้าง สามารถรองรับการทำกิจกรรมต่างๆ ของคนในครอบครัว เพื่อเพิ่มความใกล้ชิดในการได้ใช้เวลาร่วมกันและเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติรอบบ้านได้อย่างเต็มอิ่ม
มอบประสบการณ์อยู่อาศัยที่สบายยิ่งกว่าเดิม ด้วย Living Solutions จาก SC Asset เป็นนวัตกรรมทันสมัยที่ทางโครงการติดตั้งให้กับทุกแบบบ้านและพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อครอบคลุมในเรื่องของระบบความปลอดภัย อำนวยความสะดวกสบาย ไปจนถึงใส่ใจในการดูแลสุขภาพของทุกคนที่อาศัยอยู่ในโครงการ
พื้นที่ส่วนกลางมีบรรยากาศเต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายของศิลปะ แรงบันดาลใจจาก TATE MODERN, LONDON ซึ่งได้สะท้อนผ่านงานออกแบบของอาคาร Clubhouse ทำให้มีความโดดเด่น สร้างความรู้สึกแปลกใหม่ ท่ามกลางความเขียวขจีของธรรมชาติที่เงียบสงบ ทั้งยังมีสวนส่วนกลางให้มาได้รับความผ่อนคลายในการทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ทุกวันในสังคมส่วนตัว 77 ยูนิต
โครงการตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ใกล้ Central Westville ที่สามารถเชื่อมต่อกับถนนราชพฤกษ์ได้อย่างสะดวก ช่วยให้คล่องตัวมากๆ ทั้งเรื่องการใช้ชีวิตที่ใกล้แหล่งไลฟ์สไตล์มากมาย และการเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองได้ไม่ยาก นอกจากนั้นโครงการก็ยังอยู่ไม่ไกลจากถนนกาญจนาภิเษก และถนนสายสำคัญอื่นๆ รอบโครงการ รวมถึงทางพิเศษประจิมรัถยาและรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน ทำให้มีทางเลือกหลากหลายในการเดินทางเข้า-ออกนอกเมือง
Facility

เริ่มต้นด้วยด้านหน้าโครงการจะมี Main gate ที่ออกแบบเชื่อมโยงกับ Concept พื้นที่ส่วนกลาง ที่ได้นำแรงบันดาลใจจาก TATE MODERN, LONDON พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย โดยได้ดีไซน์ตรงป้อม รปภ. ให้คล้ายกับตัวอักษร T สอดรับกับรูปทรงหลังคาที่สร้างความแตกต่าง ชวนให้สะดุดตาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น ประกอบกับรายละเอียดของเส้นสายและตกแต่งด้วยวัสดุลายหิน เสริมให้ Main Gate มีความเรียบหรูและทันสมัย

ในส่วนของฟังก์ชันเพิ่มความสะดวกด้วยระบบ Smart Gate สแกนป้ายทะเบียนรถ ผ่านการเข้า-ออกของผู้พักอาศัย สำหรับรูปแบบการแลกบัตรจะใช้สำหรับคนที่มาติดต่อ หรือให้เจ้าของบ้านลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน Ruejai ก็สามารถผ่านเข้ามาได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยจะมีประตูรั้วเหล็กรางเลื่อน เปิด-ปิดอัตโนมัติ ออกแบบช่องทางเข้า-ออกแยกจากกันชัดเจน พร้อมทั้งมีป้อมสำหรับเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย และยังติดตั้ง CCTV ช่วยสอดส่องตรวจตราความเรียบร้อยอย่างเข้มข้น 24 ชม.

เมื่อผ่าน Main Gate จะเจอกับถนนหลักภายในโครงการที่เชื่อมไปยังด้านในที่มีอาคาร Clubhouse และบ้านพักอาศัย ถนนเส้นนี้ออกแบบให้มี 2 เลน เพื่อความปลอดภัยในการสัญจรไปมาของรถยนต์ พร้อมทั้งยังมีบรรยากาศร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นไม้สองข้างทาง สร้างความรู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งในการกลับเข้าบ้านได้อย่างดี

มาถึงแล้วกับพื้นที่ส่วนกลางที่เป็นอาคาร Clubhouse ตำแหน่งจะอยู่ด้านหน้า ทำให้เวลาขับรถเข้ามาจะถูกต้อนรับด้วยความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมที่สวยงามโอบล้อมด้วยพื้นที่สีเขียว นอกจากจะเป็นภาพลักษณ์ที่ดีน่าจดจำแล้ว ยังเป็นตำแหน่งที่สะดวกสบาย หากอยากจะใช้บริการพื้นที่ส่วนกลางหรือนัดแนะกับแขกที่มาเยี่ยม ก็สามารถที่จะแวะจอดกันตรงบริเวณด้านหน้าได้ทันที

อาคาร Clubhouse จะมี 2 ชั้น ถูกออกแบบตาม Concept เมืองท่องเที่ยวที่ได้แรงบันดาลใจจาก TATE MODERN, LONDON พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย โดยโครงการได้หยิบยกองค์ประกอบที่เป็นรูปทรงเอกลักษณ์ลักษณะลาดเอียงของตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ มาปรับใช้และดีไซน์ให้โดดเด่นสะท้อนผ่านตัวอาคาร Clubhouse ให้ดูแปลกใหม่ ตื่นตาตื่นใจ พร้อมทั้งยังแบ่งให้มี 2 อาคารเชื่อมด้วย Sky walk ด้านในจะมีพื้นที่ทำกิจกรรมต่างๆ ให้ใช้งานเป็นสัดส่วนชัดเจน

บริเวณทางเข้าอาคาร Clubhouse จะมีทางลาดที่ออกแบบตามหลัก Universal Design เพื่อรองรับสำหรับคนที่ต้องนั่งรถ Wheelchair ให้สามารถเข้าไปใช้บริการพื้นที่ด้านในได้สะดวก

ส่วนแรกในพื้นที่ Clubhouse เดินเข้ามาจะเจอกับ Lobby อยู่ชั้น 1 เป็นพื้นที่พบปะพูดคุยกับแขกที่มาเยี่ยมกันได้ที่นี่ โดยมีการจัดวางชุดโต๊ะและเก้าอี้โซฟาไว้หลายมุม จุดเด่นของห้องนี้จะมีเพดานสูงมากแบบ Double Volume ติดตั้งช่องแสงไปตามรูปแบบอาคาร ทำให้ได้รับความโปร่งโล่ง นั่งพักผ่อนได้สบาย ทั้งยังเปิดรับวิวสระว่ายน้ำและบรรยากาศด้านนอก เพิ่มความผ่อนคลายและสดชื่นเป็นอย่างมาก


สระว่ายน้ำของโครงการจะเป็นระบบเกลือ อยู่บริเวณด้านหน้าอาคาร Clubhouse รูปแบบกลางแจ้ง ตัวสระว่ายน้ำจะออกแบบลักษณะ Free Form เข้ากับตัวอาคารที่มีความแปลกใหม่ พร้อมทั้งยังแบ่งให้มีทั้งสระเด็กและสระผู้ใหญ่ เพื่อให้ใช้งานได้ความปลอดภัยยิ่งขึ้น ส่วนด้านข้างริมสระได้จัดวาง Sunbed เอาไว้ให้นอนหรือนั่งเล่นรับลมเย็นๆ เปิดมุมมองกว้างทั้ง 3 ฝั่ง

จากสระว่ายน้ำเดินไปอีกอาคารที่อยู่ข้างๆ ในบริเวณชั้น 1 จะมี Play Room เป็นห้องสำหรับทำกิจกรรมสันทนาการ ด้านในก็มีโต๊ะพูลตั้งอยู่ไว้ตรงกลางห้องและมีมุมนั่งเล่นตามจุดต่างๆ บรรยากาศจะได้ความโปร่งสบายด้วยช่องแสงที่ติดตั้งให้อยู่รอบๆ


สำหรับชั้น 2 เราจะเดินขึ้นบันไดที่อยู่ตรงกลางเชื่อมระหว่าง 2 อาคารเข้าไว้ด้วยกัน บริเวณโถงบันได้มีความร่มรื่นมากๆ ด้วยสวนธรรมชาติที่ทางโครงการจัดไว้ให้ เพิ่มความสดชื่นระหว่างเดินขี้น-ลงได้อย่างดี รวมถึงยังติดตั้ง Stairlift อำนวยความสะดวกสำหรับคนที่เดินขึ้น-ลงบันไดไม่คล่องตัว หรือผู้ที่นั่งรถ Wheelchair ให้อีกด้วยค่ะ


ชั้น 2 จะมีฟังก์ชันพื้นที่ทำกิจกรรมไว้อยู่ 2 ห้อง ซึ่งจะแบ่งฝั่งอย่างชัดเจนไม่รบกวนกัน อย่างห้องแรก จะเป็น Co-Working Space เมื่อเข้าไปจะได้ความรู้สึกที่โปร่งโล่งดี เพราะว่าห้องนี้จะเชื่อมกับเพดานสูงที่อยู่ใน Lobby และด้านในจะมีพื้นที่ให้จัดมุมชุดโต๊ะเก้าอี้ นั่งทำงาน อ่านหนังสือได้สบาย พร้อมทั้งมี Meeting Room ที่กั้นเป็นสัดส่วนใช้งานได้อย่างเป็นส่วนตัว


Fitness ตำแหน่งห้องนี้จะอยู่อีกอาคาร โดยสามารถที่จะเดินเชื่อมผ่าน Sky Walk ข้ามมาได้ ด้านในห้องได้ติดตั้งอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายไว้ให้แล้ว มีทั้งรูปแบบคาร์ดิโอและเวทเทรนนิ่ง สามารถเลือกใช้งานได้ตามความถนัด รอบๆ ห้องจะมีช่องแสง เปิดมุมมองเห็นวิวด้านนอกได้กว้าง ช่วยให้ผ่อนคลายขณะออกกำลังกายได้ดีมากๆ
นอกจากนั้นโครงการยังมีสวนส่วนกลาง ตำแหน่งจะอยู่ด้านในบริเวณโซนพักอาศัย ซึ่งวันที่ทีมงาน Home Buyers ไปเยี่ยมชมโครงการ พื้นที่ส่วนนี้กำลังก่อสร้างอยู่ ซึ่งจะสร้างเสร็จในอนาคตข้างหน้านี้พร้อมกับบ้านหลังใหญ่ที่อยู่เฟสด้านในอีกด้วยค่ะ

ถนนภายในโครงการ ออกแบบมาให้รถยนต์ส่วนตัวสามารถสัญจรกันได้อย่างสะดวก โดยจะให้ถนนหลักมีความกว้างประมาณ 12 ม. ถนนในซอยบ้านจะกว้างประมาณ 9 ม. และแต่ละซอยจะมีบ้านเดี่ยว 2-3 หลัง ทำให้พักอาศัยกันได้ไม่หนาแน่นจนเกินไป และทำให้มีความส่วนตัวมากขึ้น

พร้อมทั้งยังติดตั้ง CCTV ตามจุดสำคัญต่างๆ ภายในโครงการรวมทั้งหมดประมาณ 47 จุด
Design & Function

บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์ - ปิ่นเกล้า เป็นโครงการบ้านเดี่ยว ที่ออกแบบเน้นให้มีพื้นที่ให้ใช้สอยได้ทั้งภายในบ้านและภายนอกที่เป็นพื้นที่ Semi-Outdoor โดยทั้งสองพื้นที่จะเชื่อมต่อเนื่องกันในสไตล์ที่เรียกว่า LANAI Series ซึ่งเป็นแบบบ้านตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ที่ให้นิยามว่าการอยู่บ้านไม่ใช่แค่การพักผ่อน แต่สามารถใช้ชีวิตสร้างความสุขได้อย่างเต็มที่
โดยจะออกแบบให้มี 2 ชั้น เป็นบ้านหน้ากว้าง พร้อมกับติดตั้งช่องแสงขนาดใหญ่ ภายในบ้านก็จะได้รับความโปร่งสบายจากลมและแสงธรรมชาติที่ลอดลส่องเข้ามาอย่างทั่วถึง ทั้งดีไซน์มาในสีเอิร์ธโทน ผสมผสานด้วยวัสดุลายหินและลายไม้บริเวณ Facade บางส่วน เพื่อนำเสนอความเรียบหรู อบอุ่น และความเป็นธรรมชาติได้ลงตัว

จุดเด่นของ LANAI Series จะมีพื้นที่ด้านนอกรูปแบบ Semi-Outdoor ที่มีขนาดค่อนข้างกว้างเพิ่มเข้ามา ทำให้บ้านมีพื้นที่ใช้สอยเยอะขี้นกว่าเดิม ที่ปกติแล้วจะมีเพียงแค่พื้นที่ส่วนกลางและส่วนตัวที่อยู่ภายในบ้าน ซึ่งสามารถที่จะรองรับสำหรับครอบครัวที่ชอบทำกิจกรรมร่วมกัน โดยจะออกแบบให้มีเฉลียงที่มีหลังคาปกคลุมอยู่ชั้นล่าง และชั้นบนจะมีระเบียงที่ออกไปใช้งานได้จริง ทั้งยังดีไซน์ให้มี Dynamic Facade ปรับการเปิดปิดได้ตามความต้องการของการใช้งาน รวมทั้งยังเชื่อมต่อกับธรรมชาติรอบบ้านได้อย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น
และทุกแบบบ้านจะก่อสร้างด้วยรูปแบบก่ออิฐฉาบปูนที่ให้ความแข็งแรงทนทาน สามารถที่จะขยับขยายหรือรวมพื้นที่ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ง่าย

นอกจากออกแบบฟังก์ชันพื้นที่ใช้สอยให้ใช้งานได้หลากหลายแล้ว บ้านทุกหลังและพื้นที่ส่วนกลางของโครงการยังได้ติดตั้งนวัตกรรมทันสมัย เพื่อให้ทุกครอบครัวได้อยู่อาศัยสะดวกสบาย ปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งจะมีให้ดังนี้
- Home Automation สั่งงานควบคุมระบบบ้าน ไม่ว่าจะเปิด-ปิดไฟ ตรวจเช็กความปลอดภัยต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชัน Ruejai Home OS
- จุดรองรับ EV Charger สำหรับครอบครัวที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้า
- AIS Fiber อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงฟรี 1 ปี
- Smart Gate With License Plate เพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบการเข้า-ออกสมัยใหม่ สแกนป้ายทะเบียนรถ
- Smoke & Heat Detector เครื่องตรวจจับควันและความร้อน พร้อมสัญญาณเตือนเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน
- Active Air Quality ระบบขจัดมลพิษทางอากาศภายในบ้าน กรองฝุ่น PM 2.5 ทุกชั้นของบ้าน พร้อมกับหมุนเวียนถ่ายเทให้บ้านมีอากาศที่ดีต่อสุขภาพของผู้พักอาศัย
- Solar-Roof Project Clubhouse ด้วยการใช้พลังงานทดแทน ช่วยลดค่าใช้จ่ายของพื้นที่ส่วนกลางไปได้ในตัว
Home Type
โครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์ - ปิ่นเกล้า มีแบบบ้านทั้งหมด 5 แบบ ดังนี้
- CALM (S) : ที่ดินเริ่มต้น 52.3 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 237 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 พักผ่อนบน 1 ห้องรับประทานอาหาร 1 ห้องครัว 2 ที่จอดรถ
- CLOUD (M) : ที่ดินเริ่มต้น 60 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 299 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 พักผ่อนบน 1 ห้องรับประทานอาหาร 1 ห้องครัว 1 ห้องแม่บ้าน 3 ที่จอดรถ
- CAPTIVATE (L) : ที่ดินเริ่มต้น 69 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 369 ตร.ม. ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 พักผ่อนบน 1 ห้องรับประทานอาหาร 1 ห้องครัว 1 ห้องพระ 1 ห้องแม่บ้าน 3 ที่จอดรถ
- CAPTIVATE+ (L+) : ที่ดินเริ่มต้น 107 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 412 ตร.ม. ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 พักผ่อนบน 1 ห้องรับประทานอาหาร 1 ห้องครัว 1 ห้องพระ 1 ห้องแม่บ้าน 3 ที่จอดรถ
- CHARISMA (XL) ที่ดินเริ่มต้น 108 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 441 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 2 ห้องรับแขก 1 พักผ่อนบน 1 ห้องพระ 1 ห้องครัว 1 ห้องแม่บ้าน 4 ที่จอดรถ *โดยแบบบ้านนี้จะเปิดขายในอนาคต
สำหรับบ้านที่จะพาไปรีวิวในครั้งนี้ คือ แบบบ้าน CLOUD และ CAPTIVATE+ ค่ะ
แบบบ้าน CLOUD

บ้านตัวอย่างหลังแรกที่พาไปรีวิวจะเป็น Type M ของโครงการ ชื่อแบบบ้าน CLOUD เป็นบ้านเดี่ยวหน้ากว้าง 2 ชั้น โดยจะสร้างอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 60 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 299 ตร.ม. จุดเด่นของบ้านหลังนี้จะมีพื้นที่เฉลียงหน้าบ้านที่กว้าง พร้อมกับมีระเบียงยาวเป็นรูปตัว L ขนาบทั้งด้านหน้าไปจนถึงด้านข้างบ้าน ด้านในบ้านมีพื้นที่ใช้งานทั้งส่วนกลางและส่วนตัวอย่างเป็นสัดส่วน ซึ่งจะแบ่งให้มีฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 พักผ่อนบน 1 ห้องรับประทานอาหาร 1 ห้องครัว 1 ห้องแม่บ้านพร้อมห้องน้ำในตัวและจอดรถสบายๆ ได้ถึง 3 คัน

ชั้น 1 จะแบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วนหลักๆ ส่วนแรกจะเป็นพื้นที่ Open Space ที่มีฟังก์ชันการใช้งานร่วมกัน ซึ่งมีมุมนั่งเล่นที่อยู่ติดประตูทางเข้าหลักของบ้าน ถัดเข้าไปจะเป็นมุมรับประทานอาหารที่แบ่งให้มีมุม Pantry ได้
อีกหนึ่งส่วนจะเป็นพื้นที่ใช้สอยที่กั้นเป็นสัดส่วน เพื่อสะดวกต่อการใช้งาน ซึ่งจะแบ่งให้มีห้องนอนชั้นล่างอยู่ด้านข้างบ้านติดกับมุมรับประทานอาหาร ด้านในมีห้องน้ำส่วนตัวให้ด้วย ถัดมาจะเป็นอีกฝั่งของบ้านที่มีฟังก์ชันห้องครัว ห้องเก็บของที่อยู่ใกล้โถงบันได ห้องน้ำส่วนกลางชั้นล่าง และโซนซักล้างหลังบ้าน ตรงนี้จะมีห้องแม่บ้านพร้อมห้องน้ำส่วนตัวที่สามารถเปิดประตูเชื่อมต่อกับห้องครัวได้ ส่วนฟังก์ชันหน้าบ้านจะเป็นพื้นที่ลานจอดรถ รองรับการจอดได้ 3 คัน และมีเฉลียงหน้าบ้านที่เป็นพื้นที่ Semi-Outdoor
ชั้น 2 เดินขึ้นมาจะเจอพื้นที่อเนกประสงค์ อยู่ตรงโถงกลางที่เชื่อมระหว่างห้องนอนทั้ง 3 ห้องเข้าไว้ด้วยกัน โดยสองห้องนอนรองจะอยู่กันคนละฝั่งกับ Master Bedroom ทำให้ Master Bedroom มีขนาดค่อนข้างกว้าง กินพื้นที่ 1 ฝั่งด้านข้างของบ้าน พร้อมกับมีระเบียงส่วนตัว และทุกห้องนอนมีห้องน้ำในตัว

พื้นที่ลานจอดรถสามารถจอดได้ 3 คันในร่มเรียงเป็นแนวหน้ากระดาน โครงสร้างได้ลงเสาเข็มเท่ากับตัวบ้านให้เรียบร้อยเฉพาะพื้นที่ในร่ม ด้านนอกได้ปูพื้นโดยการตัด Joint แยกออกจากตัวบ้านชัดเจน ส่วนงานพื้นทั้งหมดจะปูด้วยวัสดุคอนกรีตขัดเรียบที่มาพร้อมกับบ้านมาตรฐานส่งมอบ

บริเวณพื้นที่ลานจอดรถจะมีจุดรองรับ EV Charger ติดตั้งมาให้สำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่มีรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อง่ายต่อการติดตั้งเครื่องชาร์จและใช้งานได้สะดวก ด้านข้างจะมีห้องเก็บของให้ด้วย และยังมีประตูทางเข้าบ้านอีกจุด ซึ่งได้ติดตั้ง Digital Door Lock เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้พักอาศัย


พื้นที่ลานจอดรถจะเชื่อมต่อกับโถงทางเดินหน้าบ้านที่ยกพื้นสูงขึ้นมาจากพื้นดินประมาณ 2 ขั้นบันได มีข้อดีก็คือสามารถที่จะช่วยลดฝุ่นเข้าบ้านได้ ทั้งยังออกแบบให้มีหลังคาและมีระแนงกั้นบางส่วน เพื่อให้ได้รับความเป็นส่วนตัว พร้อมทั้งมีประโยชน์ในการช่วยบังแดด บังฝน และโถงทางเดินยังเชื่อมต่อไปยังประตูทางเข้า-ออกหลักและพื้นที่เฉลียงที่อยู่ด้านข้างบ้าน

หนึ่งในจุดเด่นของบ้านทุกหลังในโครงการนี้ คือจะมีพื้นที่เฉลียง ลักษณะเป็นแบบ Semi-Outdoor ที่สามารถใช้งานทำกิจกรรมต่างๆ ตามไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยของแต่ละครอบครัว โดยทางบ้านตัวอย่างได้จัดแต่งให้ดูเป็นไอเดีย ว่าสามารถที่จะทำเป็นมุมออกกำลังกายใกล้ชิดธรรมชาติ ด้วยการจัดวางอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายได้ลงตัว หรือครอบครัวไหนอยากจะใช้งานฟังก์ชันอื่นๆ ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างเต็มที่

ด้านข้างบริเวณในรั้วบ้านจะมีพื้นที่สวน ให้ได้ตกแต่งเป็นมุมนั่งเล่นรับลมในบรรยากาศที่แวดล้อมไปด้วยพื้นที่สีเขียว เพิ่มความสดชื่นและให้ความร่มเงาในบริเวณบ้านได้อย่างดี พื้นที่สวนตรงนี้ของแต่ละหลังจะมีขนาดไม่เท่ากัน ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดแปลงที่ดินของบ้านหลังนั้นๆ ค่ะ

ประตูทางเข้า-ออกหลักจะเป็นรูปแบบประตูกระจกบานสไลด์เข้ามุม เมื่อเลื่อนเปิดเข้ามา เราจะเห็นว่าพื้นที่ส่วนแรกจะเป็น Common Area เปิดโล่งกว้างๆ รองรับฟังก์ชันมุมนั่งเล่นและมุมรับประทานอาหารได้พอดี ให้ทุกคนได้มานั่งเล่น ทำกิจกรรมใช้เวลาร่วมกันทั้งครอบครัว โดยชั้นล่างจะมีความสูงจากพื้นถึงฝ้าประมาณ 2.8 ม. พื้นจะมาในโทนสีขาวสะอาดตา ปูด้วยวัสดุกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 80x80 ซม.

โซนมุมนั่งเล่นหรือมุมรับแขก จะเป็นพื้นที่โปร่งโล่งด้วยช่องแสงขนาดใหญ่ทั้ง 2 ฝั่ง ทำให้การมานั่งพักผ่อนตรงนี้จะได้รับความผ่อนคลาย ทั้งสบายกายและสบายตาด้วยมุมมองที่เปิดกว้างเชื่อมต่อออกสู่ด้านนอก โซนนี้มีพื้นที่ให้จัดวางชุดโซฟา 4-5 ที่นั่ง พร้อมกับวางโต๊ะกลาง ติดตั้งทีวี และ Built-in ชั้นวางยาวตามผนัง 1 ฝั่งได้ลงตัวพอดีกับการใช้งาน

เดินเข้ามาด้านในจะเป็นมุมรับประทานอาหารที่เชื่อมต่อกับมุมนั่งเล่น เป็นพื้นที่ให้ใช้งานร่วมกันได้ ตรงนี้จะมีขนาดพอดีกับการวางโต๊ะทานข้าวและเก้าอี้ประมาณ 6 ที่นั่ง ด้านข้างสามารถ Built-in เป็นชั้นวางของเพิ่มได้ ติดกันด้านหลังจะมีประตูกระจกบานสไลด์ เปิดออกไปยังสวนด้านหลัง พร้อมกับเปิดรับแสงธรรมชาติได้อีกจุด ทำให้บรรยากาศในบ้านได้รับความสว่างอย่างทั่วถึงกัน

พื้นที่ระหว่างมุมนั่งเล่นกับมุมรับประทานอาหาร จะเป็นตำแหน่งของห้องนอนชั้นล่างหรือห้องนอนที่ 4 อยู่ฝั่งด้านข้างบ้าน โดยทางบ้านตัวอย่างได้ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันใหม่ นำเสนอผ่านงานออกแบบด้วยการทำผนังรูปทรงโปร่งด้วยชั้นวาง พร้อมกับกั้นด้วยประตูกระจกบานสไลด์ เพื่อให้รับรู้ว่าบ้านเดี่ยวของโครงการสามารถที่จะต่อเติมและรองรับฟังก์ชันตามการอยู่อาศัย ซึ่งถ้าเป็นบ้านมาตรฐานส่งมอบจะได้ห้องผนังทึบกั้นด้วยประตูบานเปิด

ห้องนอนชั้นล่าง มีขนาดพอเหมาะที่จะแบ่งให้มีฟังก์ชันมุมวางเตียงนอนและมุมแต่งตัวใช้งานพอดีสำหรับพักอาศัยคนเดียวได้สบาย ในส่วนของบ้านตัวอย่างได้ตกแต่งให้ดูเป็นไอเดีย ทำเป็นห้องทำงานส่วนตัวที่มีโต๊ะทำงานและมุมนั่งเล่นเปียโนเชื่อมต่อไปยังห้องน้ำที่อยู่ด้านหลัง
ที่สำคัญห้องนี้จะมีประตูกระจกบานสไลด์ที่เปิดออกไปจะเจอกับพื้นที่เฉลียงด้านหน้า พร้อมกับพื้นที่สวนด้านข้าง ให้สามารถใช้ชีวิตพักผ่อนได้รับบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติมากทีเดียว

โดยห้องนอนชั้นล่างจะมีการออกแบบให้สะดวกต่อการพักอาศัยสำหรับผู้สูงวัยอีกด้วย ด้วยการที่ให้พื้นห้องน้ำราบเรียบเสมอกันกับพื้นในห้องนอน ไม่มีธรณีประตู สามารถจะเข็นรถ Wheelchair เข้า-ออกได้ง่าย ทั้งยังลดการเกิดอุบัติเหตุในการเดินสะดุดหกล้มได้


ด้านในห้องน้ำส่วนตัว รองรับการใช้งานได้ครบทุกฟังก์ชันทั้งโซนแห้งและโซนเปียก แต่จะพิเศษตรงที่ห้องน้ำนี้จะมีการติดตั้งราวจับไว้ตรงบริเวณมุมโถสุขภัณฑ์ ผู้สูงวัยจะลุกขึ้นยืนหรือนั่งก็จะมีความสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น อีกทั้งยังติดตั้งช่องหน้าต่างมาให้ 1 จุดตรงมุมสูงในโซนแห้ง

ออกมาจากห้องนอนชั้นล่าง เราจะเห็นโถงทางเดินเชื่อมไปยังอีกฝั่งของบ้าน ซึ่งจะเป็นพื้นที่กั้นเป็นสัดส่วน มีตั้งแต่ฟังก์ชันห้องเก็บของ, ห้องน้ำส่วนกลาง, ห้องครัวที่เชื่อมต่อไปยังพื้นที่ลานซักล้างและห้องแม่บ้าน พร้อมทั้งยังมีตำแหน่งของโถงบันไดและประตูทางเข้าที่ติดกับพื้นที่ลานจอดรถ

ตรงข้ามโถงบันได จะมีประตูทางเข้าที่เชื่อมไปยังพื้นที่ลานจอดรถด้านนอก ข้อดีของการออกแบบให้ประตูอยู่ตรงนี้ ช่วยให้สะดวกมากๆ เวลาที่ซื้อของกินของใช้กลับมาบ้าน สามารถที่จะเปิดประตูเข้ามาเก็บของในครัวได้ทันทีโดยไม่ไปรบกวนสมาชิกคนอื่นที่อยู่มุมนั่งเล่น
ส่วนผนังด้านข้างประตูจะมีการติดตั้ง Home Automation สามารถใช้งานผ่าน Smart Phone ด้วยแอปพลิเคชัน Ruejai Home OS พร้อมกับติดตั้งแผงหน้าจอแสดงผล-ควบคุมระบบความปลอดภัยในบ้าน อีกทั้งทุกช่องหน้าต่างและประตูจะมีระบบสัญญาณกันขโมย Magnetic & Shock Sensor เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในบ้าน โครงการได้ติดตั้งทั้งหมดนี้ให้กับทุกหลัง

ใกล้ๆ กับประตูทางเข้าบ้านจะมีห้องเก็บของที่สามารถออกแบบให้เป็นห้องเก็บรองเท้าได้ ส่วนตรงสุดทางเดินจะเป็นห้องน้ำส่วนกลาง ฝั่งด้านหลังจะเป็นห้องครัวที่ใช้งานได้ในรูปแบบปิด

ห้องน้ำส่วนกลางของชั้นล่างจะเป็นลักษณะแบบ Powder Room ที่มีเฉพาะโซนแห้ง ให้สามารถที่จะใช้งานได้ทั้งเป็นห้องน้ำรองรับแขกหรือใช้ส่วนตัวก็ได้ ด้านในจะติดตั้งโถสุขภัณฑ์และอ่างล้างหน้ามาให้แล้ว ด้านบนจะมีช่องหน้าต่างมาให้ เปิดระบายถ่ายเทอากาศได้ดี


ห้องครัวจะอยู่ใกล้กับห้องน้ำส่วนกลาง ด้านในมีพื้นที่กว้างพอที่จะจัดวางเคาน์เตอร์ครัวพร้อมกับตู้ลอยให้เข้ามุม ใช้งานทำครัวได้ทั้ง 2 ฝั่งสบายๆ ด้านข้างยังเหลือพื้นที่ให้วางตู้เย็นขนาดใหญ่ได้ลงตัว ทั้งยังมีหน้าต่างบานสไลด์ ที่เปิดระบายกลิ่นอาหารและควันได้อย่างสะดวก ส่วนผนังอีกฝั่งสามารถที่ทำเป็นที่จุดแขวนผ้ากันเปื้อน ถุงมือกันความร้อนแบบนี้ก็ได้ ก็เป็นการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่าเลยค่ะ


ห้องครัวจะมีประตูที่เปิดออกไปจะเชื่อมกับพื้นที่ลานซักล้างหลังบ้าน ที่ทางโครงการได้ติดตั้งท่อน้ำทิ้ง ระบบไฟ พร้อมทั้งยังลงเสาเข็ม และปูพื้นกระเบื้องให้เรียบร้อย สามารถวางเครื่องซักผ้าใช้งานได้ทันที อีกทั้งโซนนี้จะเชื่อมกับห้องแม่บ้านที่มีห้องน้ำในตัวให้ใช้แยกโซนได้อย่างเป็นสัดส่วน รวมถึงแม่บ้านจะได้พักอาศัยอย่างเป็นส่วนตัวอีกด้วย

บริเวณใต้บันไดจะมีห้องเก็บของ ซึ่งประตูจะมีขนาดเท่ากันกับประตูบานอื่นๆ ตามมาตรฐาน ทำให้สามารถเข้าไปเก็บของต่างๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนั้นแล้วด้านในห้องนี้ก็ยังเป็นที่รวมแผงวงจรระบบต่างๆ ภายในบ้านด้วยค่ะ

โถงบันได ตำแหน่งจะอยู่ฝั่งด้านหลัง โดยจะมีโครงสร้างรูปแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก มีความแน่น เดินขึ้น-ลงไม่มีเสียงดังรบกวน ลูกนอนลูกตั้งและราวจับปิดด้วยวัสดุไม้ Joint สีเข้ม เสริมให้บ้านมีบรรยากาศที่อบอุ่น เพิ่มความน่าอยู่อาศัยได้มาก ตรงบริเวณชานพักจะมีแสงสว่างส่องเข้าผ่านช่องแสง 2 จุดที่ได้ติดตั้งมาให้

เดินขึ้นมาถึงชั้น 2 บรรยากาศภาพรวมมีความโปร่งสบายด้วยเพดานสูงประมาณ 3 ม. พร้อมกับมีช่องหน้าต่างขนาดใหญ่ เปิดรับแสงธรรมชาติจากฝั่งหน้าบ้าน สำหรับบริเวณโถงกลางชั้นบนจะเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ ทำเป็นมุม Family Area ให้สามารถที่จะมานั่งพักผ่อนอย่างเป็นส่วนตัวของครอบครัวได้ ส่วนงานพื้นของชั้นนี้จะปูด้วยวัสดุ SPC ลายไม้เข้ากันได้ดีกับพื้นของโถงบันได

ในส่วนของพื้นที่ด้านข้างบ้านทั้งสองฝั่งจะเป็นพื้นที่ของ 3 ห้องนอน จากมุมนี้เราจะเห็นตำแหน่งของห้องนอนที่ 2 และ 3

ห้องนอนที่ 3 อยู่ฝั่งด้านหลัง โดยห้องนี้ได้ออกแบบแปลนให้ห้องน้ำอยู่ด้านหน้าใกล้กับประตูทางเข้า ส่วนด้านในเป็นโซนพักผ่อน

ห้องน้ำส่วนตัวภายในห้องนอนที่ 3 มีขนาดกำลังดีลงตัวในการใช้งาน ซึ่งมีการแบ่งให้สุขภัณฑ์อยู่ในฝั่งเดียวกัน ทำให้พื้นที่อีกฝั่งเป็นทางเดิน สามารถที่จะเดินเข้าไปได้อย่างสะดวก ด้านในได้มีการก่อชั้นวางพร้อมกับติดตั้งช่องหน้าต่างมาให้บริเวณโซนเปียก

ด้านในจะเป็นโซนของพื้นที่พักผ่อน สามารถที่จะวางเตียงนอน ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งได้ครบเซต หรือถ้าครอบครัวไหนมีสมาชิกยังไม่เยอะ อยากจะปรับเปลี่ยนห้องนี้ให้ใช้งานฟังก์ชันอื่นๆ เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตอยู่อาศัย ซึ่งสามารถจัดแต่งได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นห้องดูหนังฟังเพลง ห้องออกกำลังกายเล่นโยคะ หรือจะเป็นห้องทำงานเหมือนกับบ้านตัวอย่างแบบนี้ได้ทั้งหมด

ห้องนอนที่ 2 มีขนาดใกล้เคียงกันกับห้องนอนที่ 3 ด้านในห้องจะติดตั้งช่องหน้าต่างขนาดใหญ่มาให้ด้วย เพื่อให้พักอาศัยได้อย่างสบาย เปิดรับลม รับแสงธรรมชาติอย่างทั่วถึง ทั้งยังมีพื้นที่สามารถรองรับฟังก์ชันที่ใช้งานเป็นพื้นที่ส่วนตัวได้ครบ
โดยแบ่งให้มีมุมวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุต ปลายเตียงมีพื้นที่ให้ Built-in เก้าอี้ยาว เป็นมุมนั่งเล่น นั่งทำกิจกรรมอื่นๆ ได้ ด้านข้างก็ยังเหลือพื้นที่ทำเป็นมุมนั่งทำงานด้วยการ Built-in โต๊ะยาวเชื่อมไปยังมุมแต่งตัว ซึ่งโซนนั้นสามารถจัดวางตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ลงตัวในการใช้งาน

ใกล้กับมุมแต่งตัวจะมีห้องน้ำส่วนตัว แบ่งฟังก์ชันโซนแห้งและโซนเปียกเป็นสัดส่วน ถ้าอยากเพิ่มความสะดวก สามารถติดตั้งฉากกั้นเพิ่มได้ พร้อมทั้งติดตั้งสุขภัณฑ์ให้ครบตามมาตรฐาน และมีช่องหน้าต่างตรงบริเวณพื้นที่โซนเปียก เปิดไล่ความชื้นให้ห้องน้ำแห้งไวได้ยิ่งขึ้น

ในโซนอีกฝั่งของบ้านจะเป็นพื้นที่ของ Master Bedroom ห้องนอนที่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะที่สุดในบ้าน กินพื้นที่ด้านข้างฝั่งนี้ทั้งหมดเลยค่ะ

เข้ามาด้านในห้อง แต่ละฟังก์ชันถูกแบ่งการใช้งานให้เป็นสัดส่วน โดยบ้านตัวอย่างได้กั้นผนังให้ดูเป็นไอเดีย อย่างโซนนี้จะเป็นมุมพักผ่อนที่สามารถวางเตียงนอนขนาดใหญ่ พร้อมกับ Built-in ชั้นวางและติดตั้งทีวีได้พอดี ทั้งยังสามารถรับแสงธรรมชาติจากฝั่งหน้าบ้านผ่านประตูกระจกบานสไลด์ ซึ่งประตูบานนี้ยังเชื่อมต่อกับระเบียงที่อยู่ด้านนอกอีกด้วย

ส่วนอีกฝั่งของห้องจะมีพื้นที่ขนาดค่อนข้างกว้าง สามารถใช้งานทำเป็นพื้นที่ Walk-in Closet เชื่อมไปยังมุมนั่งเล่นส่วนตัวภายในห้องได้ค่ะ

เมื่อเดินมาถึงในโซนนี้จะเห็นชัดเจนว่ามีพื้นที่เหลือมากพอที่จะแบ่งให้มี 2 ฟังก์ชันใช้งานร่วมกันได้ แต่ถ้าใครอยากให้มีพื้นที่เยอะๆ ไว้สำหรับเป็นมุมแต่งตัว ก็สามารถปรับเปลี่ยนทำเป็นพื้นที่ Walk-in Closet ทั้งหมดได้เช่นกัน

ด้วยความที่มีพื้นที่ขนาดกว้าง ทำให้สามารถที่จะมีมุมนั่งเล่นส่วนตัวที่วางโซฟา 2 ที่นั่งเพิ่มเข้ามาได้ ไว้อ่านหนังสือหรือนั่งทำงานได้สบาย โดยบริเวณนี้จะเชื่อมต่อกับระเบียงด้านนอกที่เป็นพื้นที่ Semi-Outdoor อีกจุดของบ้าน


ระเบียงของ Master Bedroom ได้ออกแบบให้มีประตูเข้า-ออก 2 จุด ทั้งยังมีพื้นที่เชื่อมต่อกันเป็นแนวยาวตามหน้ากว้างของห้อง ลักษณะเป็นรูปตัว L ซึ่งระเบียงนี้สามารถออกมาใช้งานได้จริง มีพื้นที่รองรับโต๊ะและเก้าอี้สำหรับนั่งเล่นรับลมธรรมชาติ

กลับเข้ามาในห้องมาดูพื้นที่ Walk-in Closet โดยจัดวางให้ส่วนนี้อยู่ฝั่งด้านหลังเชื่อมต่อกับห้องน้ำส่วนตัวภายในห้อง เพื่อให้มีความต่อเนื่องกันในการใช้งาน ซึ่งมุมนี้เพียงพอที่จะ Built-in ตู้เสื้อผ้าได้ทั้งสองฝั่ง จัดเก็บเสื้อผ้า กระเป๋าและของใช้ต่างๆ ได้เยอะพอสมควร ทั้งยังมีพื้นที่ให้ทำเป็นมุมโต๊ะเครื่องแป้งใช้งาน 2 คนได้ลงตัว

ห้องน้ำของ Master Bedroom มีขนาดกว้างกว่าห้องน้ำอื่นๆ เป็นไปตามขนาดของห้องนอนใหญ่ มีฟังก์ชันต่างๆ ครบ เพิ่มเติมในส่วนของอ่างอาบน้ำที่ทางโครงการติดตั้งมาให้ด้วย บรรยากาศของห้องมีความสว่างด้วยช่องแสงขนาดใหญ่ ทำให้ห้องน้ำยิ่งดูกว้างและน่าใช้งานมากๆ ค่ะ
แบบบ้าน CAPTIVATE+

มาต่อกันที่บ้านตัวอย่างหลังถัดมา ชื่อว่าแบบบ้าน CAPTIVATE+ เป็น Type ใหญ่สุดของโครงการ ณ ปัจจุบันที่เปิดขาย (เดือน พ.ย. 66) ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น หน้ากว้าง มีช่องแสงรอบบ้าน อีกทั้งยังคงงานดีไซน์บ้าน สไตล์ LANAI Series เน้นให้มีพื้นที่ใช้สอยทั้งด้านในและด้านนอกบ้าน โดดเด่นด้วยชั้นบนที่มี Dynamic Facade ปรับองศาการเปิด-ปิดได้ เพื่อความเป็นส่วนตัว ทั้งยังเป็นการออกแบบที่สร้างความเปินเอกลักษณ์ของบ้านสไตล์นี้ได้อย่างดี
โดยแบบบ้าน CAPTIVATE+ สร้างอยู่บนที่ดินขนาดเริ่มต้น 107 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 412 ตร.ม. มาพร้อมฟังก์ชัน 5 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 พักผ่อนบน 1 ห้องรับประทานอาหาร 1 ห้องครัว ทั้งยังมี 1 ห้องพระ ซึ่งเป็นชั้นลอยของบ้านหลังนี้ และมี 1 ห้องแม่บ้านแยกโซนเป็นส่วนตัว พร้อมรองรับการจอดรถได้ 3 คัน ที่สำคัญชั้นบนมีเพดานที่สูง 3.4-3.6 ม. เสริมให้บ้านโปร่งสบายมากยิ่งขึ้น

ชั้น 1 จากด้านหน้ามีพื้นที่ลานจอดรถ รองรับได้ 3 คัน พร้อมกับมีเฉลียงที่สามารถออกมาใช้งานได้ ในส่วนของด้านในบ้านจะมีพื้นที่แบ่งได้หลายฟังก์ชัน เริ่มต้นจากโซนด้านหน้าเป็นมุมนั่งเล่นเชื่อมต่อไปยังมุมรับประทานอาหารที่อยู่ด้านหลัง โดยชั้นล่างจะมี 2 ห้องนอน ห้องนอนที่ 4 จะอยู่โถงกลางบ้านติดกับห้องครัว ส่วนห้องนอนที่ 5 จะอยู่ด้านข้างบ้านทำให้มีพื้นที่ขนาดใหญ่กว่าและมีห้องน้ำในตัว
ในโซนด้านข้างอีกฝั่งจะมีห้องครัวที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ลานซักล้างและห้องแม่บ้าน ทั้งยังมีห้องน้ำส่วนกลาง ห้องเก็บของ 2 จุด โถงบันไดและมีประตูทางเข้าบ้านที่ติดกับพื้นที่ลานจอดรถ
ชั้น 2 จะเป็นส่วนพักผ่อนของสมาชิกในบ้าน ซึ่งแบ่งให้มี 3 ห้องนอน ทุกห้องนอนมีห้องน้ำในตัว สำหรับ Master Bedroom มีพื้นที่ขนาดใหญ่ ทำให้ภายในห้องรองรับให้มีมุมการใช้งานได้หลายฟังก์ชัน รวมถึงมีห้องน้ำขนาดกว้างขวาง เพียงพอที่จะวางอ่างอาบน้ำและอ่างล้างหน้า His & Her พร้อมทั้งมีระเบียงทั้ง Master Bedroom และห้องนอนที่ 2 ส่วนตรงโถงกลางจะเป็นพื้นที่อเนกประสงค์

ด้านหน้าบ้านมีพื้นที่ลานจอดรถที่ได้ลงเสาเข็มให้ถึงสุดชายคาบ้าน พื้นที่ด้านนอกถัดออกไปจะเป็นพื้นที่ตัด Joint แยกออกจากตัวบ้าน ทำให้หมดกังวลในเรื่องบ้านทรุดในอนาคตได้ โดยพื้นที่ตรงนี้สามารถรองรับการจอดได้ 3 คันในร่ม พร้อมทั้งยังได้ติดตั้งจุดรองรับ EV Charger เข้ากับยุคสมัยใหม่ที่คนส่วนใหญ่เริ่มใช้รถยนต์ไฟฟ้า อีกทั้งยังมีห้องเก็บของ 2 จุด ที่สามารถแบ่งในการเก็บอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้นอกบ้านได้สะดวก รวมถึงมีประตูทางเข้าบ้าน ซึ่งได้ติดตั้ง Digital Door Lock มาให้ด้วย

พื้นที่ลานจอดรถจะเชื่อมกับโถงทางเดินหน้าบ้าน ที่ได้ออกแบบให้ส่วนหนึ่งเป็นทางลาด เพื่อเอื้อความสะดวกในการใช้ชีวิตให้กับทุก Generation ที่อาศัยภายในบ้านหลังเดียวกัน โดยทางเดินนี้จะเชื่อมไปยังประตูทางเข้า-ออกหลัก และเฉลียงหน้าบ้านที่เป็นพื้นที่ใช้งานลักษณะ Semi-Outdoor

หน้าบ้านของแบบบ้าน CAPTIVATE+ จะเป็นลักษณะโถงทางเดินยาวๆ มีหลังคาปกคลุม ทำให้สามารถที่จะเดินออกมาใช้งานตรงเฉลียงได้สบาย ส่วนประตูทางเข้า-ออกหลัก ออกแบบให้เป็นประตูกระจกบานสไลด์ขนาดใหญ่และเข้ามุมเชื่อมไปถึงด้านข้าง เพื่อให้บ้านเปิดรับแสงสว่างได้ดี พร้อมทั้งเป็นการให้พื้นที่ในบ้านเชื่อมต่อสู่พื้นที่ด้านนอกให้เป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน

พื้นที่เฉลียงมีขนาดกว้างมากทีเดียว สำหรับที่จะทำกิจกรรมนอกบ้าน ไม่ว่าจะเป็นมุมนั่งเล่น นั่งทำงานอดิเรก หรือมุมนั่งจิบชายามบ่ายได้ทั้งหมด แต่ก็ยังได้ความเป็นตัว เพราะยังอยู่ใต้ชายคาบ้าน ซึ่งพื้นที่ส่วนนี้ลงเสาเข็มเท่ากับตัวบ้าน มีความแข็งแรงแน่นอนค่ะ

เดินถัดมาด้านข้างบ้านจะเป็นพื้นที่สวน ซึ่งเชื่อมต่อกับมุมเฉลียงที่กล่าวมาข้างต้น ทางบ้านตัวอย่างได้จัดสวน มีน้ำพุ เพิ่มความสดชื่น พร้อมกับมีมุมนั่งพักผ่อนกลางแจ้งให้ดูเป็นไอเดีย หรือถ้าครอบครัวไหนมีสัตว์เลี้ยง จะปูเป็นสนามหญ้ากว้างๆ ให้น้องๆ สัตว์เลี้ยงได้วิ่งเล่น ก็สามารถที่จะทำได้เช่นกัน

มาดูฟังก์ชันภายในบ้านกันค่ะ เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเห็นมุมนั่งเล่นเป็นส่วนแรก เชื่อมไปยังมุมรับประทานอาหาร ซึ่งสองพื้นที่นี้สามารถที่จะใช้งานร่วมกัน เป็นมุมทำกิจกรรมของครอบครัวได้ ส่วนด้านข้างทั้งสองฝั่งของบ้านจะเป็นพื้นที่ใช้งานที่กั้นเป็นสัดส่วน เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานในแต่ละฟังก์ชัน แต่ทางบ้านตัวอย่างได้ปรับเปลี่ยนออกแบบใหม่ ด้วยการทำให้ดูเปิดโล่งมากขึ้น แต่ยังคงแบ่งสัดส่วนในการใช้งานได้อย่างดีอยู่ค่ะ

มุมนั่งเล่นหรือมุมรับแขกของบ้าน จะอยู่โซนด้านหน้าใกล้กับประตูทางเข้าหลัก ที่มีช่องแสงกว้างๆ ทั้งสองฝั่ง ให้ได้พักผ่อนอย่างสบายๆ หรือเวลาแขกมาเยี่ยมจะนั่งเล่นก็ไม่รู้สึกอึดอัด ทั้งยังมองเห็นวิวหน้าบ้านและด้านข้างได้อย่างเต็มสายตา
พื้นที่ส่วนนี้รองรับโซฟาขนาดใหญ่ ทั้งยังสามารถวางโต๊ะกลาง Built-in ชั้นวางพร้อมกับติดตั้งทีวี และเหลือพื้นที่ให้เป็นทางเดินได้กว้าง ในส่วนความสูงของเพดานชั้นล่าง จะสูงประมาณ 2.8 ม. พื้นจะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 80x80 ซม.

ห้องนอนที่ 5 จะอยู่ระหว่างมุมนั่งเล่นและมุมรับประทานอาหาร ซึ่งเป็นจุดเด่นของบ้านหลังนี้ หากเป็นบ้านมาตรฐานส่งมอบ ห้องนี้จะเป็นส่วนตัวกั้นด้วยผนังทึบและประตูบานเปิด แต่ทางบ้านตัวอย่างได้ทุบผนังออกและดีไซน์ใหม่ โดยกั้นเป็นชั้นวางของขนาดใหญ่ เพื่อให้บ้านดูโปร่งมากขึ้น แต่ก็ยังแบ่งพื้นที่ให้ใช้งานแยกส่วนได้ชัดเจน

ห้องนอนที่ 5 อยู่ฝั่งด้านข้างบ้าน ด้านในมีขนาดค่อนข้างกว้าง รองรับให้เป็นห้องนอนที่สามารถวางเตียงนอน มีมุมให้ทำเป็นพื้นที่ Walk-in Closet และมุมนั่งเล่นส่วนตัวภายในห้องได้ลงตัว สำหรับบ้านตัวอย่างได้ตกแต่งให้เป็นห้องพักผ่อน ที่มีมุมให้วางเคาน์เตอร์บาร์ชงเครื่องดื่ม ต้อนรับเพื่อนสนิทมาจัดปาร์ตี้เบาๆ ตรงนี้ได้ ติดกันจะเป็นห้องน้ำในตัวที่ออกแบบเป็นพิเศษให้ใช้งานได้สะดวกสำหรับผู้สูงวัยที่ต้องนั่งรถ Wheelchair


ด้านในห้องน้ำ จะเป็นลักษณะหน้ากว้างไม่ลึก มีฟังก์ชันทั้งโซนแห้งและโซนเปียก โดยจะติดตั้งราวจับให้ด้วยอยู่บริเวณโซนอาบน้ำและมุมโถสุขภัณฑ์ เพื่อให้มีความปลอดภัยในการใช้งานมากยิ่งขึ้น รวมถึงยังติดตั้งช่องหน้าต่าง 1 จุตตรงโซนมุมอ่างล้างหน้า

จากมุมเคาน์เตอร์บาร์ เดินเข้ามาด้านใน บริเวณนี้สามารถที่จะแบ่งโซนให้เป็นมุมนั่งพักผ่อนได้อีกจุด จัดวางโซฟาเบดได้กำลังดี ด้านข้างมีประตูกระจกบานสไลด์ขนาดใหญ่ ที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ด้านนอกที่เป็นสวนด้านข้างบ้าน ให้ได้นั่งหรือนอนพักผ่อนในบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติ ซึ่งเป็นมุมที่แอดมินชอบมากๆ เลยค่ะ

จุดเด่นของห้องนอนที่ 5 อยู่ตรงมุมนี้เลยค่ะ คือจะได้ผนังห้องเป็นช่องแสงแบบ Full Height ทั้งสามด้าน ทั้งยังมีช่อง Sky Light มองเห็นวิวด้านนอกได้กว้างมากๆ สุดสายตา ซึ่งหากใครอยากจะมีมุมให้ตัวเองได้ผ่อนคลายแต่ไม่ได้อยากอยู่นอกบ้าน ห้องนี้ตอบโจทย์ได้อย่างดี

ออกจากห้องนอนที่ 5 มาดูฟังก์ชันตรงโถงกลางบ้าน บริเวณนี้จะเป็นพื้นที่ของมุมรับประทานอาหาร สามารถที่จะวางโต๊ะยาวได้ 6 ที่นั่ง รองรับสมาชิกครอบครัวขนาดใหญ่ให้นั่งทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตากันได้ ติดกันด้านหลังมีประตูกระจกบานสไลด์ ทำหน้าที่รับแสงธรรมชาติและเปิดมุมมองเห็นสวนหลังบ้าน

มุมรับประทานอาหารจะเชื่อมไปยังมุม Pantry ที่ทางบ้านตัวอย่างปรับเปลี่ยนจากห้องนอนที่ 4 ด้วยการรวมพื้นที่ใช้สอยให้เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ใช้งานร่วมกัน โดยออกแบบให้มีโต๊ะกลาง Island และ Built-in เคาน์เตอร์พร้อมกับชั้นวางให้เป็นมุมเตรียมอาหารได้พอเหมาะพอดี ส่วนโต๊ะกลางสามารถที่จะใช้ทำกิจกรรมอื่นๆ เพิ่มได้อีก ไม่ว่าจะเป็นมุมนั่งทำงาน รองรับให้เป็นมุมนั่งทานข้าวเมื่อเวลามีแขกมาเยี่ยม ถือว่าเป็นการจัดแต่งบ้านได้อย่างน่าสนใจ
ส่วนถ้าเป็นบ้านมาตรฐานส่งมอบ พื้นที่ส่วนนี้จะกั้นห้องด้วยผนังทึบและมีประตูบานเปิดกั้นเป็นสัดส่วน รองรับให้เป็นห้องนอนสำหรับแขกได้ เพราะด้านข้างใกล้กันจะมีห้องน้ำที่มีฟังก์ชันครบให้ใช้ได้อย่างสะดวก

จากมุมนี้ เราจะเห็นฟังก์ชันอื่นๆ ที่อยู่อีกฝั่งของบ้าน ซึ่งมีตั้งแต่โถงบันได, ห้องเก็บของ, ประตูทางเข้าบ้านที่ติดกับพื้นที่ลานจอดรถ, ห้องน้ำส่วนกลาง, ห้องครัวที่เชื่อมต่อไปยังพื้นที่ลานซักล้างหลังบ้าน บริเวณโซนนี้จะมีห้องแม่บ้านด้วยค่ะ

โถงบันไดจะอยู่ฝั่งหน้าบ้านและอยู่ตรงกลางระหว่างห้องเก็บของใต้บันไดและประตูทางเข้าบ้านที่ติดกับพื้นที่ลานจอดรถ โดยด้านข้างประตูทางเข้านี้ จะมีห้องเก็บของอีกจุดที่ทำเป็นห้องเก็บรองเท้าได้

ห้องน้ำส่วนกลางชั้นล่างจะอยู่สุดทางเดิน ด้านในมีฟังก์ชันครบทั้งโซนแห้งและโซนเปียก ติดตั้งสุขภัณฑ์มาให้พร้อมใช้ ซึ่งออกแบบให้โถสุขภัณฑ์อยู่ใกล้ประตูทางเข้า มีมุมอ่างล้างหน้าอยู่ด้านใน ส่วนโซนอาบน้ำจะเข้ามุมอยู่ตรงกลาง พร้อมทั้งก่อชั้นวางและติดตั้งช่องหน้าต่างไว้ให้ เพื่อระบายถ่ายเทอากาศได้สะดวก

ใกล้กันจะเป็นห้องครัว ซึ่งจะได้เป็นครัวปิด ให้สามารถทำอาหารต่างๆ หลายเมนูได้เต็มที่ พื้นที่ด้านในมีเพียงพอให้จัดวางเคาน์เตอร์ครัวพร้อมกับตู้ลอยด้านบนเป็นรูปตัว U ซึ่งใช้งานทำครัวต่างๆ ได้ทั้ง 3 ฝั่ง ทั้งยังเหลือพื้นที่ให้วางตู้เย็นขนาดใหญ่ได้ ด้านข้างจะมีช่องหน้าต่างที่สามารถเปิดระบายกลิ่นต่างๆ ให้ออกไปทางหลังบ้าน

พื้นที่ลานซักล้างหลังบ้านจะเชื่อมต่อกับห้องครัวผ่านประตูบานเปิด ทางโครงการได้ลงเสาเข็มปูพื้นด้วยกระเบื้อง และติดตั้งระบบท่อน้ำ ระบบไฟให้ใช้งานซักล้างได้อย่างสะดวก ทั้งยังเป็นโซนที่เชื่อมไปยังห้องแม่บ้าน ภายในห้องจะมีห้องน้ำในตัวให้ใช้งานได้

กลับเข้ามาในบ้าน เพื่อจะไปดูฟังก์ชันบนชั้น 2 กันต่อ เราจะเดินขึ้นบันไดที่มีโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กมีความแข็งแรง เก็บเสียงได้ดี ลูกนอนลูกตั้งและราวจับปิดด้วยวัสดุไม้ Joint สีเข้ม พร้อมกับติดตั้งราวจับให้ตลอดแนว เดินขึ้น-ลงได้ปลอดภัย ส่วนบริเวณชานพักจะมีช่องแสงที่เชื่อมต่อไปถึงชั้นลอยของบ้าน

อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นความพิเศษของบ้านหลังนี้ ก็คือมีชั้นลอยที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้มีมากขึ้น เป็นมุมลับๆ ใช้งานส่วนตัวได้ ไม่ว่าจะเป็นมุมนั่งทำงาน อ่านหนังสือ มุมทำการบ้านของเต็กๆ หรือเป็นมุมวางหิ้งพระ ซึ่งแต่ละครอบครัวออกแบบฟังก์ชันได้ตามต้องการ

ในส่วนของโถงกลางบ้านชั้นสองจะมีเพดานที่สูงถึง 3.6 ม. ได้รับความโปร่งโล่งอย่างดีทีเดียว มุมนี้จะมีช่องหน้าต่างรับแสงสว่างจะฝั่งหลังบ้าน อีกทั้งยังมีพื้นที่กว้างรองรับให้เป็นมุม Family Area หรือมุมทำกิจกรรมอื่นๆ ได้ตามใจ ส่วนงานพื้นของชั้นบนจะปูด้วย SPC ลายไม้ที่ให้ความเป็นธรรมชาติและทนทานต่อการใช้งาน

จากมุมนี้จะเห็นห้องนอนที่ 2 และ 3 อยู่ติดกันในโซนด้านข้างบ้าน สำหรับสองห้องนอนรองจะมีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานประมาณ 3.4 ม.

ห้องนอนที่ 3 มีขนาดรองจากห้องนอนที่ 2 เล็กน้อย ตำแหน่งอยู่ฝั่งด้านหลัง ในส่วนของฟังก์ชันต่างๆ จัดวางได้ครบในการพักอาศัยส่วนตัว ซึ่งมีมุมให้วางเตียงนอนขนาด 5-6 ฟุต ผนังปลายเตียงสามารถทำเป็นมุมนั่งทำงานได้ลงตัว ส่วนด้านข้างมีพื้นที่พอดีกับการที่จะให้มีมุมนั่งเล่นเชื่อมต่อกับพื้นที่ Walk-in Closet ที่อยู่ด้านใน ซึ่งใช้งานต่อเนื่องได้สะดวก เพราะอยู่ใกล้ห้องน้ำ

พื้นที่ Walk-in Closet มีมุมให้ยืนแต่งตัวได้พอดี พร้อมกับมีมุมให้ Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ได้เต็มผนัง 1 ฝั่ง ทั้งยังมีมุมวางกระจกเงาขนาดเต็มตัว ลงตัวในการใช้งานมากๆ

ห้องน้ำส่วนตัวในห้องนอนที่ 3 ได้แบ่งพื้นที่แยกโซนแห้งและโซนเปียกเป็นสัดส่วน ด้วยการลดระดับพื้นที่โซนเปียกให้ลดต่ำลงตามมาตรฐาน ถ้าอยากเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน สามารถติดตั้งฉากกั้นเพิ่มได้ มาพร้อมกับสุขภัณฑ์ครบชุด ก่อชั้นวางให้เรียบร้อย และติดตั้งช่องหน้าต่างขนาดใหญ่มาให้

ห้องนอนที่ 2 ถือว่าให้พื้นที่ใช้สอยมาเยอะ ด้านในมีขนาดกว้าง พักอาศัยคนเดียวได้สบาย จุดเด่นของห้องนี้จะมีระเบียงที่ยาว ทำให้มีมุมใช้งานแบบ Semi-Outdoor ส่วนภายในห้องมีพื้นที่ให้วางเตียงนอนขนาด 5-6 ฟุต มีมุมให้นั่งเล่นได้หลายจุด ทั้งมุมปลายเตียงที่ทำเป็นเก้าอี้ยาวและมุมด้านข้างใกล้ประตูกระจกบานสไลด์ที่วางเก้าอี้กลมนั่งพื้น ตรงนี้จะได้ฟีลชิลๆ สามารถนั่งมองวิวหน้าบ้านได้ทุกช่วงเวลา


เลื่อนประตูเปิดออกมา เราจะเห็นพื้นที่ระเบียงยาวไปตามหน้ากว้างของห้องเชื่อมไปถึงโถงบันได ทั้งยังมีพื้นที่กว้างพอให้วางชุดโต๊ะเก้าอี้ สำหรับทำเป็นมุมพักผ่อนได้อีกจุด อีกทั้งระเบียงนี้มีการดีไซน์ระแนงที่เป็นรูปแบบ Dynamic Facade สามารถที่จะเปิด-ปิดได้ตามความสะดวก

อีกมุมของห้องจะเป็นพื้นที่ Walk-in Closet ซึ่งมุมนี้จะออกแบบให้อยู่ติดกับห้องน้ำส่วนตัวภายในห้อง

ความกว้างของบริเวณนี้มีพื้นที่หมาะจะ Built-in ตู้เสื้อผ้าได้เต็มผนังและสูงถึงฝ้าเพดาน ให้สามรถจัดเก็บเสื้อผ้าและเครื่องประดับได้ลงตัว ทั้งยังแบ่งพื้นที่ให้มีโต๊ะเครื่องแป้งรับกับช่องหน้าต่างได้อย่างพอดี

ห้องน้ำส่วนตัวของห้องนอนที่ 2 ใช้งานได้สบายๆ เพราะมีช่องหน้าต่างไว้รับแสงสว่างส่องเข้ามาให้รู้สึกว่าไม่อึดอัด ด้านในมีสุขภัณฑ์ติดตั้งมาให้ครบ พร้อมกับแบ่งโซนแห้งและโซนเปียกให้เรียบร้อย

อีกฝั่งของบ้านจะเป็นพื้นที่ของ Master Bedroom ซึ่งเป็นห้องนอนหลักของบ้านหลังนี้ ด้านในจะมีพื้นที่เชื่อมต่อยาวตั้งด้านหน้าไปจนด้านหลังของบ้าน

Master Bedroom มีพื้นที่กว้างขวาง เปิดมุมมองเห็นวิวหน้าบ้านได้กว้าง พร้อมทั้งรับแสงและลมธรรมชาติได้อย่างดี ด้วยช่องหน้าต่างและประตูกระจกบานสไลด์ขนาดใหญ่ที่ให้ 2 จุดจากฝั่งหน้าบ้าน รวมถึงห้องนี้มีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานประมาณ 3.6 ม. เพิ่มความโปร่งโล่งให้อยู่สบายได้มากขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งภายในห้องมีพื้นที่รองรับการแบ่งฟังก์ชันได้หลายโซน อย่างมุมแรกจะเป็นพื้นที่พักผ่อน สามารถวางเตียงนอนขนาดใหญ่ มีมุมให้ติดตั้งทีวีนอนดูหนังฟังเพลงได้ส่วนตัว


ระเบียงของ Master Bedroom มีพื้นที่ลักษณะเป็นรูปตัว L มีมุมให้วางเก้าอี้และโต๊ะ นั่งเล่นรับบรรยากาศธรรมชาติ ทั้งยังมีพื้นที่ให้เดินออกมายืดเส้นยืดสาย หรืออยากจะจัดสวนลอยฟ้าเล็กๆ ช่วยเติมเต็มความสดชื่นและผ่อนคลายในแต่ละวันให้ได้ใช้ชีวิตพักผ่อนอย่างเต็มที่

บ้านตัวอย่างได้แบ่งฟังก์ชันด้วยการกั้นผนังให้เป็นสัดส่วนชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งด้านในนี้ยังมีพื้นที่เหลืออีกเยอะ ที่จะจัดแต่งฟังก์ชันต่างๆ ได้ตามไลฟ์สไตล์ในการอยู่อาศัย


หากใครอยากมีมุมแต่งตัวขนาดใหญ่ รองรับจัดเก็บเสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋าให้เพียงพอ ก็สามารถทำพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นมุม Walk-in Closet ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะ Built-in ตู้เสื้อผ้าได้ทั้งสองฝั่ง ให้ใช้งานแยกกันสำหรับคุณผู้หญิงและคุณผู้ชาย มีโต๊ะเครื่องแป้งอยู่ตรงกลางที่กว้างพอจะใช้งานสองคนพร้อมกัน รวมทั้งโซนนี้จะอยู่ใกล้กับห้องน้ำ ทำให้สะดวกมากที่จะอาบน้ำและแต่งตัวได้จบในพื้นที่เดียว

ห้องน้ำส่วนตัวใน Master Bedroom มีพื้นที่กว้างมากๆ แบ่งแต่ละฟังก์ชันได้อย่างน่าใช้งาน โดยมีความพิเศษตรงที่เป็นห้องใหญ่ที่ทางโครงการติดตั้งอ่างอาบน้ำและอ่างล้างหน้าแบบ His & Her มาให้ ซึ่งทำให้สามารถนอนแช่น้ำในวันที่ต้องการอยากจะหายจากความเหนื่อยล้าได้สบายๆ เพราะด้านข้างจะมีช่องหน้าต่างที่เป็นตัวช่วยให้ห้องมีความโปร่งด้วยแสงธรรมชาติและเปิดระบายอากาศได้ดี
บ้านมาตรฐานและวัสดุ

บ้านเดี่ยวของโครงการจะได้เป็นบ้านเปล่ามาตรฐานไม่ได้มีการตกแต่งภายใน มาพร้อมกับปูสนามหญ้าและติดตั้งวัสดุคุณภาพ ด้านหน้าบ้านได้ประตูรั้วเหล็กรางเลื่อนสีดำ สูง 1.75 ม. โดยจะแบ่งให้มีช่องประตูบางสวิงสำหรับคนเดินเท้าเปิดเข้าไปได้สะดวก พร้อมกับติดตั้งจุดรองรับระบบไฟไว้ให้ ส่วนด้านในบ้านพื้นชั้น 1 ปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 80x80 ซม. ห้องนอนชั้นล่างและชั้นบนปูด้วยพื้น SPC ลายไม้ รวมถึงพื้นที่ลานจอดรถ (ในร่ม) พื้นที่เฉลียงและพื้นที่ลานซักล้างได้ลงเสาเข็มให้เรียบร้อย

สำหรับนวัตกรรมต่างๆ ที่ทางโครงการติดตั้งให้ภายในบ้าน มีดังนี้
- หน้าจอ Home Automation ซึ่งสามารถสั่งงานผ่านแอปพลิเคชัน Ruejai Home OS ติดตั้ง 2 จุด บริเวณประตูทางเข้าบ้านติดกับพื้นที่ลานจอดรถ และใน Master Bedroom
- จุดรองรับ EV Charger และประตู Digital Door Lock บริเวณพื้นที่ลานจอดรถ
- AIS Fiber อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงฟรี 1 ปี
- ระบบสัญญาณกันขโมย Magnetic & Shock Sensor ติดตั้งให้ทั้งหลัง พร้อมหน้าจอแสดงผลและควบคุมระบบความปลอดภัยในบ้าน
- Smoke Detector ติดตั้งให้ทุกห้องนอนและมุมรับแขก
- Heat Detector ติดตั้งให้ในห้องครัว
- Active Air Quality ติดตั้งให้ทุกห้องนอนและมุมรับแขก
- Smart Switch ติดตั้งให้ทั่วบ้าน

ห้องน้ำทุกห้องได้ติดตั้งสุขภัณฑ์มาให้ตามมาตรฐานของแบรนด์ COTTO โดยห้องน้ำส่วนตัวใน Master Bedroom จะได้อ่างอาบน้ำและอ่างล้างหน้า His & Her ติดตั้งเพิ่มมาให้เฉพาะ Type L, L+ สำหรับ Type M จะได้เพิ่มในส่วนของอ่างอาบน้ำมาให้ค่ะ
Location

โครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์ - ปิ่นเกล้า ตั้งอยู่บนถนนปลายบาง ในอำเภอบางกรวย โซนจังหวัดนนทบุรี ซึ่งจะอยู่ใกล้ Central Westville เพียง 5 นาที รวมทั้งถนนปลายบางซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการ ยังสามารถลัดเลาะไปยังซอยต่างๆ เชื่อมไปยังถนนเส้นหลัก ไม่ว่าจะเป็นถนนราชพฤกษ์, ถนนกาญจนาภิเษก, ถนนนครอินทร์ และถนนบรมราชชนนี ซึ่งถนนทั้ง 4 เส้นทางนี้เป็นสายสำคัญที่ใช้เดินทางเข้าเมืองได้สะดวก
อย่างถนนราชพฤกษ์ สามารถที่จะขับวิ่งตรงยาวๆ เข้าไปในโซนสาทร - สีลม หรือจะขับออกนอกเมืองไปยังจังหวัดปทุมธานีได้ง่าย ส่วนถนนกาญจนาภิเษก วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก ใช้วิ่งรอบนอกหลบหลีกรถติดในเมืองได้สะดวก สำหรับถนนนครอินทร์เป็นเเส้นที่เชื่อมต่อเข้าเมืองนนทบุรี หรือจะขับเชื่อมไปยังถนนงามวงศ์วานไปถึงถนนพหลโยธิน เข้าโซนจตุจักร ตรงนั้นจะมีแหล่งงานสำคัญๆ อยู่หลายแห่ง และถนนบรมราชชนนีสามารถเชื่อมต่อเข้าสู่โซนราชเทวีได้ไม่ยาก หากใครทำงานในเมืองถือว่าเป็นทำเลเดินทางคล่องตัวมากทีเดียว

รวมถึงโครงการยังอยู่ใกล้กับทางพิเศษประจิมรัถยา ด่านฉิมพลี ให้เป็นอีกทางเลือกในการเดินทางเข้าใจกลางเมืองได้สะดวกยิ่งขึ้น อีกทั้งรอบๆ โครงการยังมีเส้นรถไฟฟ้าพาดผ่านอยู่ไม่ไกล ใกล้ที่สุดจะมีสถานีตลิ่นชัน รถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน และในอนาคตจะมีการทำส่วนต่อขยายของเส้นรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน จากสถานีตลิ่งชัน-ศิริราช และตลิ่งชัน-ศาลายา

นอกจากนั้นโครงการยังมีจุดเด่นในเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการ โดยเฉพาะเรื่องจับจ่ายใช้สอยที่สามารถหาซื้อของกินของใช้ได้ง่ายมากๆ ซึ่งจะมี Central Westville แหล่งไลฟ์สไตล์และศูนย์การค้าแห่งใหม่ที่มีแพลนเปิดให้บริการปลายปี 66 นี้ จากโครงการใช้เวลาเดินทางไปประมาณ 5-7 นาทีเท่านั้น อีกทั้งรอบๆ ยังมี The Crystal SB ราชพฤกษ์, HomePro ราชพฤกษ์, The Walk ราชพฤกษ์ ถัดออกไปจะมีตลาดพระราม 5 ตรงถนนนครอินทร์ และ Central ปิ่นเกล้า ตรงถนนบรมราชชนนี

ด้านสุขภาพ โครงการก็ยังรายล้อมไปด้วยสถานพยาบาลหลายแห่ง หากเจ็บไข้ไม่สบายก็สามารถที่จะเดินทางไปได้สะดวก ซึ่งจะมีตั้งแต่โรงพยาบาลศรีสวรรค์, โรงพยาบาลธนบุรี ทวีวัฒนา, โรงพยาบาลศูนย์บริการการแพทย์นนทบุรี, โรงพยาบาลบางกรวย ทั้งยังมีสถานศึกษาไว้สำหรับรองรับครอบครัวที่มีลูกๆ ในช่วงวัยเรียน ให้ได้ไปเรียนใกล้บ้าน ซึ่งจะมีทั้งโรงเรียนหลักสูตรไทยและนานาชาติที่อยู่ไม่ไกลจากโครงการ โดยจะมีโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี, โรงเรียนเด่นหล้า พระราม 5, โรงเรียนนานาชาติดราก้อน, โรงเรียนอนุบาลนานาชาติฮัมมิ่งเบิร์ด, มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ เป็นต้น
การเดินทาง
พิกัดโครงการ : https://maps.app.goo.gl/LCeuX7BtQ97n4RkW8

การเดินทางไปโครงการในครั้งนี้ จะเริ่มต้นด้วยการขับรถเชื่อมมายังถนนบรมราชชนนี โดยจะขับมุ่งหน้าไปทาง Central ปิ่นเกล้า ฝั่งขาออก

หลังจากผ่าน Central ปิ่นเกล้า ให้ขับตรงไปเรื่อยๆ และจะเจอทางแยก เมื่อเห็นแล้วให้ขับไปตามป้ายบอกทางไปนครปฐม เพื่อจะขึ้นสะพานข้ามคลองบางกอกน้อย มุ่งหน้าไปเชื่อมต่อกับทางไปถนนราชพฤกษ์

หลังจากลงสะพานให้ขับตรงไปเรื่องๆ ตามถนนบรมราชชนนี และคอยสังเกตป้ายรัตนาธิเบศร์-นนทบุรี

เมื่อเห็นป้ายรัตนาธิเบศร์ ให้เตรียมตัวชิดซ้าย เพื่อจะเบี่ยงออกไปทางคู่ขนานด้านนอก

เมื่อขับมาอยู่บนทางคู่ขนานด้านนอก ให้ขับอยู่เลนกลาง เพื่อเตรียมตัวที่จะขึ้นสะพานไปยังโซนรัตนาธิเบศร์-นนทบุรี

สะพานเส้นนี้จะขับข้ามถนนเลียบทางรถไฟตลิ่งชัน และมุ่งหน้าไปเชื่อมต่อกับถนนราชพฤกษ์

ลงสะพานมาแล้วจะเห็นป้ายถนนสวนผัก ให้เตรียมตัวชิดซ้ายตามป้าย และขับเบี่ยงออกไปทางคู่ขนานด้านนอก

พร้อมกับขับตรงไปเรื่อยๆ ตามป้ายบอกทางไปยังถนนสวนผัก ซึ่งจะวิ่งอยู่บนถนนราชพฤกษ์ ฝั่งขาออก

หลังจากนั้นให้ขับมาจนสุดทางจะเจอทางแยกไฟจราจร ซึ่งถนนสวนผักฝั่งที่ตั้งโครงการ จะอยู่ซ้ายมือ เมื่อถึงทางแยกให้เตรียมตัวเลี้ยวซ้ายค่ะ

ป้ายถนนสวนผักจะอยู่ปากทางเข้าเลยค่ะ

หลังจากเลี้ยวซ้ายเข้ามาแล้ว ให้ขับตรงไปตามเส้นทาง เพื่อมุ่งหน้าไปเชื่อมต่อกับซอยสวนผัก 32 ซึ่งซอยนี้จะอยู่ฝั่งขวามือ

ขับตรงไปเรื่อยๆ จะเจอ 4 แยกไฟจราจร ให้รอสัญญาณไฟและเลี้ยวขวา เพื่อเชื่อมต่อไปยังซอยสวนผัก 32 จุดสังเกตบริเวณนี้จะมีตลาดกรุงนนท์และ 7-Eleven อยู่ตรงปากซอยพอดี

เลี้ยวขวามาแล้วให้ขับตรงไป และจะเจอกับสะพานข้ามคลองมหาสวัสดิ์ ให้ขับขึ้นสะพาน เพื่อมุ่งหน้าไปเชื่อมต่อกับถนนปลายบาง

เมื่อลงสะพาน ให้ขับต่อไปอีกนิดจะเจอกับถนนปลายบาง ซึ่งตำแหน่งจะอยู่ซอยแรกฝั่งซ้ายมือ จุดสังเกตตรงปากซอยจะมีป้ายชื่อถนนปลายบางตั้งไว้อยู่พอดี เมื่อเห็นแล้วให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปได้เลยค่ะ

เมื่อเลี้ยวซ้ายมาบนถนนปลายบาง ให้ขับตรงไปตามเส้นทางเรื่อยๆ ประมาณ 1.4 กม. ก็จะถึงโครงการ ที่อยู่ฝั่งซ้ายมือ ซึ่งจะผ่านบริษัท อมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์ จำกัด และโลตัส โก เฟรช รติรมย์

เมื่อเห็น Skytube สีส้มด้านหน้าริมถนน พร้อมกับป้ายชื่อโครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์ - ปิ่นเกล้า ให้เตรียมตัวชิดซ้าย และสามารถที่จะเลี้ยวเข้าไปเยี่ยมชมโครงการได้ค่ะ
Price & Promotion

บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์ - ปิ่นเกล้า เป็นโครงการบ้านเดี่ยว ที่มีแบบบ้านให้เลือกทั้งหมด 5 แบบ ซึ่งปัจจุบันเปิดขายอยู่ 4 แบบ โดยจะมีราคาเริ่มต้นของแต่ละแบบบ้านดังนี้
- CALM (S) ราคาเริ่มต้น 13.9 ล้านบาท*
- CLOUD (M) ราคาเริ่มต้น 17.5 ล้านบาท*
- CAPTIVATE (L) ราคาเริ่มต้น 20.9 ล้านบาท*
- CAPTIVATE + (L+) Sold Out
- CHARISMA (XL) *เปิดขายในอนาคต
*ราคาขาย ณ เดือนพฤศจิกายน 66 โปรดสอบถามโครงการอีกครั้ง
สนใจลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ : https://m.scasset.com/J0cq
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : 061-413-5353
(โปรโมชั่น และส่วนลดอื่นๆ เพิ่มเติมอยู่ที่เงื่อนไขของบริษัทฯ กำหนด)
Conclusion

Design & Function : ถ้าหากพูดถึงเรื่องบ้านดีไซน์สวยควบคู่กับฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต ที่นี่ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ออกแบบมาได้ดีมากๆ ใส่ใจในทุกรายละเอียดต่างๆ ไม่ว่าจะเรื่องการดีไซน์บ้าน สไตล์ LANAI Series ซึ่งความสวยงามของบ้านเดี่ยวจะมีความ Modern ผสมผสานกับวัสดุลายธรรมชาติและสีเอิร์ธโทน ที่ทำให้บ้านดูอบอุ่น น่าอยู่อาศัย เป็นหนึ่งเดียวกับบริบทของความเป็นธรรมชาติรอบบ้านอย่างลงตัว
แต่สิ่งที่โดดเด่นกว่านั้นคือเรื่องฟังก์ชัน ที่เน้นให้มีพื้นที่ใช้สอยเยอะ ใช้งานได้ทุกพื้นที่และยังเชื่อมต่อถึงกันทั้งภายในและภายนอกบ้าน ฟังก์ชันเด่นๆ ที่ต่างจากบ้านเดี่ยวทั่วไป คือจะมีเฉลียงที่กว้างและมีระเบียงที่ยาวไปตามหน้ากว้างของห้องนอน ซึ่งทั้งสองพื้นที่จะมีหลังคาปกคลุม ใช้งานได้ในรูปแบบ Semi-Outdoor พร้อมทั้งยังมีการดีไซน์ Dynamic Facade สามารถเปิด-ปิดได้ตามต้องการ ทำให้ใช้ชีวิตพักผ่อนได้ความเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น
ในส่วนอื่นๆ จะได้ฟังก์ชันครบ ทุกห้องนอนมีห้องน้ำในตัว บ้าน Type L, L+, XL จะมีชั้นลอยให้ด้วย พื้นที่ลานซักล้างลงเสาเข็มมาให้ มีห้องแม่บ้านสำหรับ Type M ขึ้นไป ทุกหลังก่อสร้างด้วยก่ออิฐฉาบปูน สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันตามการอยู่อาศัย และติดตั้ง Living Solutions ให้ทุกครอบครัวอยู่ได้อย่างอุ่นใจ และสะดวกสบายในการใช้ชีวิต
Facility : บรรยากาศการอยู่อาศัยก็เป็นเรื่องสำคัญ โครงการนี้ได้นำแรงบันดาลใจจาก TATE MODERN, LONDON หยิบจุดเด่นๆ มาออกแบบให้พื้นที่ส่วนกลางมีความแปลกใหม่ แปลกตา เอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ด้วยรูปทรงอาคาร Clubhouse ที่มีความลาดเอียง ใครชอบอะไรที่มีความเป็นศิลปะน่าจะถูกใจมากทีเดียว
โดยรวมแล้วโครงการได้ให้สิ่งอำนวยความสะดวกมาครบครัน มีพื้นที่ทำกิจกรรมต่างๆ แยกเป็นสัดส่วนดี มาพร้อมกับสวนส่วนกลางที่แยกให้อยู่โซนพักอาศัยด้านในถัดเข้าไป ทำให้เป็นการกระจายพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อให้ทุกคนได้เข้ามาใช้พื้นที่ได้อย่างทั่วถึงกัน ที่สำคัญมีระบบความปลอดภัยแน่นหนาตามมาตรฐานและทันสมัยที่จะดูแลให้ 24 ชม. ในสังคมส่วนตัว 77 ยูนิตกำลังดี
Location : ที่ตั้งโครงการจะอยู่ใกล้ Central Westville และยังเป็นทำเลที่เดินทางสะดวก เชื่อมต่อถนนสายหลักได้หลายสาย ไม่ว่าจะเป็นถนนราชพฤกษ์, ถนนกาญจนาภิเษก, ถนนนครอินทร์ และถนนบรมราชชนนี อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากทางพิเศษประจิมรัถยาและสถานีตลิ่งชัน รถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน เป็นทางเลือกในการเดินทางเข้าเมืองได้ รวมทั้งโครงการยังอยู่ใกล้แหล่งไลฟ์สไตล์มากมาก สามารถจะใช้ชีวิตอยู่อาศัยได้สบาย
โครงการนี้เหมาะกับคนที่มองหาบ้านหลังใหญ่ ต้องการอยากให้มีพื้นที่รองรับการอยู่อาศัยของทุกสมาชิก อาจจะทำงานในเมืองหรือเป็นเจ้าของธุรกิจในโซนนนทบุรี เพื่อต้องการที่สามารถเดินทางเข้าเมืองได้สะดวก โดยตั้งงบประมาณเริ่มต้น 14 ล้านบาท* สำหรับโครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์ - ปิ่นเกล้า มีความน่าสนใจทั้งเรื่องของทำเลที่เชื่อมต่อความสะดวกสบาย ใกล้ทางด่วน รถไฟฟ้า และศูนย์การค้า แหล่งไลฟ์สไตล์ อีกทั้งฟังก์ชันของบ้านจะมีพื้นที่ใช้สอยเยอะ ปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ ซึ่งมีความยืดหยุ่นมากๆ ในการใช้งาน
*หมายเหตุ ภาพประกอบในบทความเป็นเพียงไอเดียการตกแต่งของบ้านตัวอย่างเท่านั้น
การคำนวณยอดผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน
ปรับรายละเอียดด้านล่างเพื่อคำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือน