รีวิวบ้านเดี่ยว Grand Bangkok Boulevard แจ้งวัฒนะ - ราชพฤกษ์ คฤหาสน์หรู แรงบันดาลใจจากพระราชวัง Cibeles บนทำเลติด ถ.ชัยพฤกษ์

คฤหาสน์หรูพื้นที่ใช้สอยใหญ่กว่า 829 ตร.ม. มีหน้าตาทั้งภายนอกและภายในเป็นอย่างไร งานดีไซน์กับฟังก์ชันการใช้งานจะน่าอยู่ขนาดไหน วันนี้ Home Buyers จะพาไปชมอีกโครงการหรูจาก SC Asset บนทำเลติดถนนใหญ่ชัยพฤกษ์อย่าง ‘Grand Bangkok Boulevard แจ้งวัฒนะ - ราชพฤกษ์’
บอกไว้ก่อนเลยว่าความน่าสนใจของโครงการนี้ไม่ได้มีดีเพียงแค่ขนาดของบ้านที่ใหญ่โตเป็นพิเศษ แต่พื้นที่ส่วนกลางของโครงการยังมีดีไซน์ที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์เพียงหนึ่งเดียวแบบที่ไม่ซ้ำใครแน่นอน ด้วยการออกแบบซุ้มประตูกับคลับเฮาส์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากพระราชวัง Cibeles ในกรุงมาดริดของ ประเทศสเปน
นอกจากนี้สำหรับใครที่ตามหาโครงการซึ่งมีทัศนียภาพที่สวยงาม ไม่มีอะไรมาบดบังความสวยงามของบ้านให้รำคาญสายตา ที่นี่ก็ได้นำสายไฟฟ้าลงดินทั่วทั้งโครงการไว้แล้ว ที่สำคัญยังได้ความเป็นส่วนตัวสูง เพราะมีจำนวนบ้านเพียงแค่ 64 ยูนิตเท่านั้น
แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด แจ้งวัฒนะ - ราชพฤกษ์ จะมีบรรยากาศจริงเป็นอย่างไร Home Buyers ไปเยี่ยมชมโครงการ และเก็บทั้งภาพกับข้อมูลแบบเจาะลึกมาฝากเพื่อนๆ ผู้อ่านกันแล้วค่ะ เชิญติดตามได้เลย
Factsheet
| ชื่อโครงการ : | แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด แจ้งวัฒนะ-ราชพฤกษ์ |
|---|---|
| บริษัท : | บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) |
| ที่ตั้งโครงการ : | ถ.ชัยพฤกษ์ ต.บางพลับ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี |
| พื้นที่โครงการ : | 40-1-6.6 ไร่ |
| จำนวนยูนิต : | 64 ยูนิต |
| รายละเอียดโครงการ : | บ้านเดี่ยวหรู Luxury สไตล์ Modern Classic |
| พื้นที่ใช้สอย : | 447 - 829 ตร.ม. |
| ขนาดที่ดินเริ่มต้น : | 101 ตร.ว.ขึ้นไป |
| ราคาเริ่มต้น : | 30 - 70 ล้านบาท* (ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลง สอบถามโครงการอีกครั้ง) |
| ค่าส่วนกลาง : | 39.66 บาท / ตร.ว. / เดือน |
| โทร : | 1749 |
| เว็บไซต์ : | https://m.scasset.com/KRb8 |
Highlight

คฤหาสน์หรูซีรีส์ใหม่ แบบบ้านสไตล์ Modern Classic ผสมผสานความคลาสสิกและร่วมสมัยได้อย่างเรียบหรูและลงตัว สะท้อนภาพความสำเร็จ ความภาคภูมิใจ และรสนิยมของผู้เป็นเจ้าของได้อย่างชัดเจน
หลังใหญ่ เนื้อที่กว้าง ขนาดที่ดินเริ่มต้นตั้งแต่ 101 ตร.ว. ขึ้นไป มี 4 แบบบ้าน พื้นที่ใช้สอย 477 - 829 ตร.ม. Universal Design ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนทุกวัยในครอบครัว รองรับ Automatic Garage
ส่วนกลางหรูอลังการ คลับเฮาส์กับซุ้มประตูดีไซน์มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกับโครงการไหน ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบจากสถาปัตยกรรมอันโด่งดังของพระราชวัง Cibeles ในกรุงมาดริดของประเทศสเปน
สังคมเป็นส่วนตัวสูง ด้วยจำนวนบ้านเพียงแค่ 64 ยูนิต พร้อมระบบความปลอดภัยระดับสูงตลอด 24 ชม. ซุ้มประตูเข้าออก 2 ชั้นแบบ Double Gate รวมถึงนำสายไฟฟ้าลงดินทั้งโครงการเพื่อความสวยงาม
ทำเลติด ถ.ชัยพฤกษ์ เดินทางสะดวก เชื่อมต่อได้ง่ายทั้ง ถ.ราชพฤกษ์, ถ.แจ้งวัฒนะ และทางด่วนศรีรัช ใกล้แหล่งใช้ชีวิตที่ครบครัน ทั้งโรงเรียนชื่อดัง ศูนย์การค้าชั้นนำ และสถานพยาบาลที่มีคุณภาพสูง
Facility

เราจะเริ่มต้นรีวิวกันตั้งแต่หน้าทางเข้าออกโครงการเลยนะคะ มุมนี้จะเห็นถึงความโอ่อ่าอลังการงานสร้างของซุ้มประตู ที่ยังแฝงความร่มรื่นด้วยการจัดสวนหย่อมไว้ด้วย

ซุ้มประตูทางเข้าของโครงการจะอยู่ติดกับ ถ.ชัยพฤกษ์ ฝั่งขาเข้าเลยค่ะ เดินทางไปมาได้สะดวกมากๆ

ตัวซุ้มประตูนั้นออกแบบโดยได้แรกบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมของพระราชวัง Cibeles ในกรุงมาดริด ประเทศสเปน ซึ่งเดี๋ยวเราจะมาขยายความเรื่องนี้กันในส่วนต่อไปค่ะ โดยระบบจราจรเข้าออกซุ้มประตูจะแบ่งเป็น 2 ช่องทาง แบ่งฝั่งทางเข้ากับทางออกโดยมีซุ้ม รปภ. คอยดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกอยู่ตรงกลาง

ประตูรั้วของซุ้มทางเข้าออกเป็นประตูเหล็กรางเลื่อนไฟฟ้า ที่จะเปิดปิดให้กับรถของผู้อยู่อาศัยอัตโนมัติด้วยระบบ Smart Gate ที่อ่านใช้วิธีจดจำเลขทะเบียนรถ ส่วนผู้มาติดต่อจะต้องทำการแลกบัตรบันทึกประวัติการเข้าออกโครงการกับทาง รปภ.

ผ่านซุ้มประตู Main Gate เข้ามาจะมีถนนส่วนกลางนำไปยังประตู Double Gate ที่รักษาความปลอดภัยให้กับโซนพักอาศัยไว้อีกชั้น โดยบรรยากาศมีความร่มรื่นด้วยต้นไม้ที่ปลูกไว้ตามข้างทางและเกาะกลาง

ถนนทางเข้าโครงการมีความกว้างถึง 2 ม. ขณะที่รั้วรอบโครงการมีความสูง 3 ม. ติดเหล็กแหลมอีก 60 ซม. เพื่อเสริมความแน่นหนาให้กับโครงการ โดยในภาพนี้คือสะพานข้ามลำคลองสาธารณะที่โครงการตัดผ่าน

มาถึงซุ้มประตูโซนที่พักอาศัย ด้านหน้าจะมีวงเวียนที่ประดับด้วยงานประติมากรรมสมัยใหม่ซึ่งตัดกับงานดีไซน์แบบคลาสสิกของซุ้มประตูแล้วดูเข้ากันอย่างลงตัว โดยซุ้ม Double Gate ก็ยังมีระบบรักษาความแน่นหนาเหมือนกับประตูหลัก ประตูรั้วรางเลื่อนเปิดปิดด้วยระบบ Smart Gate โดยมีป้อม รปภ. ดูแลอยู่อีกจุด

เมื่อเข้ามาภายในโซนพักอาศัยของโครงการก็จะเจอกับอาคารคลับเฮาส์สุดอลังการที่ตั้งตระหง่านรอรับผู้มาเยือนอยู่เป็นจุดแรก โดยส่วนของงานดีไซน์เดี๋ยวเราจะมาให้รายละเอียดกันในเนื้อหาส่วนต่อไปนะคะ

ทางขึ้นลงอาคารคลับเฮาส์ ออกแบบตามหลัก Universal Design เพื่อให้ลูกบ้านที่นั่งรถเข็นสามารถใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางได้อย่างเท่าเทียมกัน

โซนกลางแจ้งที่อยู่ที่ปีกฝั่งซ้ายของอาคารเมื่อมองจากด้านหน้า คือสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งมีความยาว 20 ม. โดยแบ่งเป็นโซน Outdoor และ Semi Outdoor

พื้นที่โซน Semi Outdoor จะมีเพดานสูงแบบ Double Volume จึงให้ทั้งร่มเงาและความปลอดโปร่ง มีการติดกระจกตามช่องเปิดเพื่อสร้างบรรยากาศให้เหมือนกับว่ายน้ำอยู่ใน Glass House

สระว่ายน้ำแยกสระเด็กจากสระผู้ใหญ่ออกมาอย่างชัดเจน อยู่ใกล้กับเตียงริมสระให้ผู้ปกครองคอยดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดได้

ข้างๆ คลับเฮาส์ฝั่งสระว่ายน้ำจะมีสวนขนาดกลาง ซึ่งทำพื้นที่เล่นระดับเป็น Amphitheater ไว้รองรับการจัดกิจกรรมกลางแจ้งได้ และก็ยังมี Pavilion เหล็กดัดที่สามารถมานั่งเล่นชมสวนได้เช่นกันค่ะ

ใกล้กับสระว่ายน้ำจะมีห้องน้ำหญิง ห้องน้ำชาย และห้องน้ำ Handicap ให้บริการ โดยภายในห้องน้ำจะมีทั้งห้องอาบน้ำ ตู้ล็อคเกอร์ และห้องซาวน่าให้ใช้

เมื่อเราเข้ามาภายในอาคารจะเจอกับ Grand Lobby Lounge ขนาดใหญ่ที่มีเพดานสูงปลอดโปร่งแบบ Double Volume เป็นทั้งพื้นที่พักผ่อนของผู้พักอาศัยและจุดรับรองแขกผู้มาติดต่อ โดยอาคารคลับเฮาส์นั้นมีการติดตั้งระบบ Solar Roof เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เองและช่วยลดการใช้พลังงานในพื้นที่ส่วนกลาง

ใน Grand Lobby Lounge จัดโซฟาชุดใหญ่ให้เลือกใช้งานอยู่หลายมุม โดยจะมีพื้นที่เชื่อมต่อกับ Co - Living Space ที่อยู่ในห้องถัดไป

Co - Living Space เป็นห้องพักผ่อนอเนกประสงค์ที่ดูเป็นทางการน้อยลงกว่าห้องที่แล้ว โดยมีมุมให้นั่งเล่นสบายๆ ในบรรยากาศเหมือนคาเฟ่ รวมถึงมีโต๊ะขนาด 6 - 8 ที่นั่งซึ่งรองรับทั้งการนั่งประชุมหรือจิบชายามบ่ายกันเป็นกลุ่ม

ใกล้กับโต๊ะจะมีเคาน์เตอร์ Pantry ซึ่งมาพร้อมกับเตาอบและอ่างล้างจาน เสริมความเป็น Co - Kitchen เบาๆ ให้กับฟังก์ชันของ Co - Living Space

ถัดจาก Co - Living Space ที่คุณแม่มาใช้เวลาพบปะพูดคุยกัน ก็จะเป็นห้อง Kids Room ที่มีทั่งของเล่นและบ่อบอลให้เด็กๆ ได้มาเล่นสนุกกันในห้องแอร์เย็นๆ

แต่ถ้าอยากแอคทีฟกันในพื้นที่กลางแจ้ง ออกจาก Kids Room มาด้านหลังคลับเฮาส์ก็มีสนามเด็กเล่นพื้นยางกันกระแทกที่ออกแบบจำลองระบบสุริยะจักรวาลไว้ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ไปพร้อมกับการเล่นสนุก ซึ่งมีทั้งเชือกปีนป่าย แทรมโพลีน และไม้ลื่น

ขึ้นมาบนชั้น 2 มีห้องฟิตเนสขนาดใหญ่ที่ล้อมด้วยผนังกระจกเพื่อบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง โดยฝั่งที่ตั้งเครื่อง Cardio จะมองออกไปเห็นวิวสระว่ายน้ำและสวนข้างๆ คลับเฮาส์

ในฟิตเนสมีเครื่องเล่นและอุปกรณ์ออกกำลังกายมีความครบครัน ตอบโจทย์คนรักสุขภาพได้ลงตัวพอดี

อีกฝั่งของชั้น 2 มีห้อง Co - Working Space และ โซน Sky Lounge ที่ออกแบบให้เหมาะกับการใช้นั่งทำงาน มากขึ้นกว่า Co - Living Space ที่ชั้น 1 โดยมีมุมโต๊ะทำงานทั้งแบบกลุ่มเล็ก แบบเดี่ยว และแบบบาร์ให้นั่งเรียงกัน นอกจากนี้ตรงกลางยังมี Island พร้อมบริการเครื่องดื่มอยู่ด้วย

ใน Co - Working Space ยังมีห้องประชุมขนาดกลางที่กั้นด้วยประตูกระจกไว้อย่างเป็นสัดส่วน โดยมีโต๊ะประชุมขนาดใหญ่ซึ่งรองรับคนได้ประมาณ 10 ที่นั่ง พร้อมเจอทีวีรองรับการเปิดพรีเซนเทชั่น

ถนนโซนพักอาศัยในโครงการมีการลาดแอสฟัลท์ ทั้งโครงการ จะมีระดับความกว้างตั้งแต่ 9 - 12 ม. และที่สำคัญคือการนำสายไฟฟ้าลงดินทั่วทั้งพื้นที่โครงการ เพื่อทัศนียภาพที่สวยงาม บรรยากาศดูมีความเป็นสากลเข้ากับดีไซน์บ้าน ไม่มีสายไฟและสายสัญญาณให้ดูเกะกะน่ารำคาญเลยค่ะ

เข้ามากลางโครงการ มีสวนส่วนกลางขนาดใหญ่ เป็นพื้นที่สีเขียวให้ผู้พักอาศัยทุกยูนิตสามารถเข้าถึงได้ทุกวัน เพราะตั้งอยู่ในจุดที่ต้องขับรถผ่านเวลาเดินทางออกจากบ้านและกลับเข้าบ้าน สร้างความร่มรื่น อีกทั้งยังรองรับกิจกรรมกลางแจ้งได้อย่างหลากหลาย

ใกล้กับสวนส่วนกลางจะมีสนามเด็กเล่นอยู่อีกจุด โดยยังคงธีมเกี่ยวกับอวกาศให้เด็กๆ ได้เล่นไปพร้อมๆ กับเรียนรู้เรื่องดวงดาว

ตรงกลางสวนยังมีสระน้ำและศาลาตั้งอยู่เป็น Landmark ของพื้นที่ส่วนกลางโซนนี้ โดยในวันที่เราเข้าชมโครงการ พื้นที่สวนยังสร้างไม่เสร็จเรียบร้อย ซึ่งเมื่อสมบูรณ์แล้วจะมีพื้นที่ถัดไปจากจุดนี้อีกยาวเลยค่ะ
Design & Function

การออกแบบซุ้มประตูของโครงการทั้ง Main Gate และ Double Gate นั้นได้แรงบันดาลใจมาจากงานสถาปัตยกรรมของประตูเมืองมาดริดยุคเก่าที่ยังหลงเหลือให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ถูกหยิบยืมมาใช้ก็มีทั้ง ประติมากรรมรูปเทวดาที่อยู่บนหลังคาของซุ้ม รวมถึงช่องประตูซุ้มโค้ง และการจำลองงานแกะสลักเสาหินแบบนูนสูง ซึ่งทั่งหมดถูกนำมาประยุกต์ให้ดูเรียบง่าย เพิ่มความโมเดิร์นตามยุคสมัยใหม่

ไฮไลต์ด้านงานดีไซน์ของโครงการอยู่ที่อาคารคลับเฮาส์ซึ่งถอดแบบมาจาก Palacio de Cibeles หรือปราสาทซิเบเลส ในกรุงมาดริดของประเทศสเปน เป็นสถาปัตยกรรมยุค Neo Classic ที่สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นงานสถาปัตยกรรมชิ้นสำคัญอันดับต้นๆ ของยุโรป โดยทางโครงการได้นำดีไซน์ที่วิจิตรงดงามของสถานที่จริงมาลดทอนรายละเอียดให้ร่วมสมัย เพิ่มความโมเดิร์นเข้าไปได้อย่างลงตัว

สำหรับดีไซน์ของตัวบ้าน จะเป็นโมเดลซีรีส์ใหม่สไตล์ Modern Classic ซึ่งได้ผลตอบรับที่ดีมาแล้วใน แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด หลายๆ โครงการที่เปิดตัวกันในปี 2566 นี้

ความโดดเด่นของดีไซน์บ้านสไตล์ Modern Classic คือซุ้มโค้งทรงสูงที่ครอบเฉลียงหน้าบ้านเอาไว้ ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนกับทางเข้าของอาคารสถาปัตยกรรมยุคคลาสสิกที่จะเน้นความโอ่โถงอลังการ ขณะที่ตามขอบเสาและกรอบหน้าต่าง มีบัวตกแต่งที่สื่อถึงงานปั้นแบบนูนสูงของงานออกแบบยุคคลาสสิก เช่นกันกับการตกแต่งภายนอกด้วยกระเบื้องลายหินแผ่นใหญ่ เป็นเหมือนการจำลองเสาที่สลักจากหิน รวมๆ แล้วเป็นบ้านที่ให้ความรู้สึกมั่นคงแข็งแรง แต่ยังแฝงด้วยรายละเอียดที่อ่อนช้อย แตกต่างจากบ้านแบรนด์อื่นๆ สะท้อนรสนิยมเจ้าของบ้านได้อย่างชัดเจน

แม้ภายนอกบ้านจะมีกลิ่นอายความคลาสสิกจากยุคเก่า แต่ภายในบ้านนั้นกลับเต็มไปด้วยนวัตกรรมการอยู่อาศัยที่ทันสมัย Living Solution by SC Asset ไม่ว่าจะเป็น Ruejai Home OS ระบบสั่งการควบคุมบ้านแบบอัจฉริยะ, จุดรองรับการติดตั้ง EV Charger, สัญญาณกันขโมย Magnetic & Shock Sensor ที่ติดอยู่ตามประตูและหน้าต่างรอบบ้าน รวมถึงมี Digital Door Lock และ Smoke & Heat Decector ช่วยตรวจจับควันกับความร้อน นอกจากนี้ยังคุมคุณภาพอากาศในบ้านให้สะอาดสดชื่นตลอดเวลาด้วยระบบ Active Air Quality ที่กรองท้ังฝุ่นละออกขนาดเล็กและเชื้อไวรัสได้
Home Type
บ้านเดี่ยว Castellano

บ้านหลังแรกที่เราจะรีวิวให้ชมกันคือแบบบ้านหลังใหญ่ที่สุดในโครงการอย่าง Castellano คฤหาสน์ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยมากถึง 829 ตร.ม. เลยทีเดียว ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 5 ที่จอดรถ รองรับการติดตั้งประตู Automatic Garage มาพร้อมกับสระว่ายน้ำส่วนตัว และมีห้องพักแม่บ้านอีก 2 ห้อง บนที่ดินขนาดเริ่มต้น 182.1 ตร.ว. สร้างด้วยระบบ Conventional ผนังก่ออิฐมวลเบา QCon ซึ่งทั้งทนทานและง่ายกับการต่อเติม

ก่อนเข้าไปชมบ้านตัวอย่าง เรามาดูแบบแปลนชั้น 1 กันก่อนค่ะ โรงจอดรถหน้าบ้านสามารถจอดรถในร่มได้ 5 คัน รองรับการติดตั้งระบบประตู Automatic Garage เพื่อปรับเป็นพื้นที่ Indoor ส่วนพื้นที่ข้างบ้านจะมีสระว่ายน้ำส่วนตัวอยู่ติดกับชานพื้นที่กว้าง
เมื่อเข้ามาในบ้านจะเจอกับพื้นที่รับแขกและมุมนั่งเล่นขนาดใหญ่ที่แบ่งออกเป็น 2 จุดอยู่ใกล้ๆ กัน จากนั้นคือบันไดโค้งแบบ Spiral Staircase ที่อยู่หน้าห้องนอนชั้นล่าง ซึ่งมีห้องน้ำในตัวและรองรับผู้สูงวัย ส่วนอีกฝั่งที่ถัดมาจากบันไดจะเป็นมุมทานอาหารขนาดใหญ่ ต่อเนื่องไปถึงห้องน้ำและห้องครัว โดยถ้าออกไปหลังบ้านจะเป็นพื้นที่ซักล้างในร่ม พร้อมด้วยห้องน้ำแม่บ้านและห้องพักแม่บ้านอีก 2 ห้อง
ชั้น 1 มีความสูงของฝ้าเพดานอยู่ที่ 3 ม. ปูพื้นด้วยกระเบื้องแกรนิโต้ขนาดใหญ่ 90x90 ซม. แต่ในห้องนอนจะพิเศษกว่านั้นด้วยการปูพื้น SCG Soft Absorbtion Floor ที่ช่วยลดแรงกระแทกได้หากผู้สูงวัยเกิดพลัดล้ม

หน้าบ้านมีพื้นที่ให้จัดสวนเพื่อเพิ่มความร่มรื่น โดยถัดจากสวนเข้าไปจะเจอกับเฉลียงหน้าประตูทางเข้าหลักของบ้าน

ข้างตัวบ้านมีสระว่ายน้ำส่วนตัว ซึ่งขนาดของสระจะขึ้นอยู่กับเนื้อที่ดินของแปลงบ้าน

ข้างสระมีชานกว้างให้สามารถจัดกิจกรรมกลางแจ้งในวันหยุดได้อย่างหลากหลาย เช่น Pool Party

หน้าบ้านอีกฝั่งคือโรงจอดรถในร่มที่โครงการติดตั้งประตูระบบ Automatic Garage ให้ดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งในบ้านมาตรฐานที่ส่งมอบจริงจะไม่มีสวนหย่อมอยู่หน้าทางเข้าที่จอดรถแบบนี้นะคะ จะเป็นพื้นคอนกรีตให้ขับรถเข้าออกได้สะดวก

ประตูทางเข้าหลักของตัวบ้านทำจากไม้สัก เป็นประตูบานเปิดคู่ที่เจาะช่องลูกฟักแล้วใส่กระจกใสเพื่อให้แสงธรรมชาติส่องผ่านเข้าไปในบ้านได้ดี

ข้างประตูหลักจะมีทางลาดเชื่อมต่อลงไปที่ประตูทางเข้าของโรงจอดรถ ซึ่งก็เป็นประตูไม้ชนิดเดียวกัน

บรรยากาศภายในโรงจอดรถของบ้านตัวอย่างที่ตกแต่งเป็น Indoor Garage รองรับการติดเครื่องปรับอากาศให้กับรถยนต์หรูบางรุ่นที่ต้องเก็บในอุณหภูมิที่ไม่ร้อนจนเกินไปของบ้านเรา โดยสไตล์การแต่งพื้นที่มีความเป็น Man Cave ให้คุณผู้ชายที่ชื่นชอบเรื่องรถได้ใช้เป็นพื้นที่ทำงานอดิเรก

บ้านตัวอย่างทุบผนังบ้านฝั่งที่เป็นมุมนั่งเล่น เพื่อเชื่อมต่อโรงจอดรถให้เข้าถึงตัวบ้านได้โดยตรง แล้วนำมุมนั่งเล่นมารวมอยู่ภายในโรงจอดรถแทน

ด้วยความกว้างของพื้นที่ ทำให้ถึงจะแบ่งส่วนหนึ่งทำเป็นมุมนั่งเล่นและสันทนาการไปแล้ว ก็ยังเหลือที่ให้จอดรถได้อีก 3 คันแบบสบายๆ เลยทีเดียวค่ะ

พื้นที่โรงจอดรถฝั่งที่อยู่ติดกับผนังมุมนั่งเล่นในบ้าน ทุกเจาะเป็นประตูเชื่อมต่อกัน แล้วย้ายมุมนั่งเล่นเข้ามาอยู่ภายใน Garage แทน

เมื่อเข้าบ้านจากประตูหลัก ถ้าอิงจากแบบแปลน มุมในภาพนี้จะเป็นพื้นที่วางโซฟานั่งเล่น แต่พอทุบผนังเพื่อเจาะประตูเชื่อมต่อโรงจอดรถ มุมนี้จึงถึงปรับการใช้งานเป็น Foyer ที่ใช้เก็บรองเท้าและ Drop Off ของใช้ต่างๆ เวลากลับมาถึงบ้าน เช่น กุญแจรถ หมวก แว่นกันแดด และร่ม

หน้าประตูบ้านจะมีโถงกว้าง ยาวเข้าไปถึงบันไดโค้ง ส่วนด้านข้างจะเป็นห้องรับแขกขนาดใหญ่ ซึ่งบ้านตัวอย่างได้ตกแต่งทางเข้าให้เป็นซุ้มโค้ง แต่บ้านมาตรฐานจะเปิดโล่งเลยค่ะ

เพดานภายในห้องรับแขกก็เป็นทรงโค้งเช่นกัน โดยพื้นที่รับแขกนั้นกว้างขวาง รองรับโซฟาตัวใหญ่นั่งได้ 4 - 5 คนเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังวางได้ทั้ง สตูล อาร์มแชร์ และโซฟา 2 ที่นั่ง เป็นทั้งพื้นที่รับแขกกลุ่มใหญ่และมุมรวมตัวของเพื่อนหรือครอบครัวได้อย่างอบอุ่น

ติดกับห้องรับแขก อิงจากแปลนบ้านมาตรฐานจะเป็นผนังของห้องนอนชั่นล่าง แต่บ้านตัวอย่างเจาะผนังเชื่อมต่อกัน และปรับฟังก์ชันห้องนอนให้เป็นห้องนั่งเล่นอีกจุดหนึ่ง

ในบ้านมาตรฐาน จุดนี้คือห้องนอนสำหรับผู้สูงวัยที่มีห้องน้ำในตัว พื้นที่ห้องรองรับเตียงขนาด 5 - 6 ฟุต พร้อมด้วยตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง

พอบ้านตัวอย่างปรับใช้ห้องนี้เป็นห้องนั่งเล่น ก็สามารถวางโซฟาตัวใหญ่เข้าชุดกันได้ 2 ฝั่ง โดยฝั่งที่อยู่ติดหน้าต่างจะเป็น Bay Window ที่ยื่นออกไปในสวน

ห้องนอน 4 (หรือห้องนั่งเล่นในบ้านหลังนี้) มีประตูเชื่อมต่อกับชานข้างบ้านและสระว่ายน้ำได้โดยตรง ส่วนพื้นที่โต๊ะบาร์ในภาพ ถ้าใช้เป็นห้องนอนก็สามารถวางตู้เสื้อผ้าเพื่อกั้นพื้นที่ Walk - in Closet ได้

ห้องนอนชั้นล่างจะมีห้องน้ำในตัว ซึ่งออกแบบให้รองรับผู้สูงอายุและผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์ โดยพื้นของห้องนอนกับห้องน้ำจะอยู่ในระนาบเดียวกันเพื่อให้รถเข็นผ่านเข้าออกได้สะดวก ส่วนพื้นห้องน้ำก็จะปูด้วยวัสดุผิวหยาบเพื่อกันลื่นล้ม นอกจากนี้ข้างๆ โถสุขภัณฑ์และที่อาบน้ำก็ยังติดราวจับ Elder Care เพื่อช่วยให้ผู้สูงวัยพยุงตัวได้ง่าย ลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุในห้องน้ำ

ประตูห้องนอนชั้นล่าง จะเปิดออกมาเจอกับโถงบันไดโค้ง โดยพื้นที่ข้างๆ บันไดนั้นเปิดว่างให้ตกแต่งได้ตามความชอบของผู้อยู่อาศัย ในภาพจำเดิมๆ อาจเป็น แกรนด์ เปียโน หรือประติมากรรมแบบคลาสสิกสักชิ้น แต่บ้านตัวอย่างเลือกวางโมเดลอาร์ตทอยไซส์ใหญ่เพื่อสื่อถึงความเป็นคนรุ่นใหม่

ถัดจากโถงบันไดไปตามแนวหน้ากว้างของตัวบ้านจะเป็นพื้นที่ทานอาหาร ซึ่งรองรับโต๊ะขนาดใหญ่ได้ 8 - 10 เลยทีเดียว โดยริมทางเดินข้างๆ มุมทานอาหาร จะมีประตูทางเชื่อมต่อกับโรงจอดรถอยู่อีกจุด

ด้วยพื้นที่ซึ่งมีความกว้างขวาง จึงสามารถวางเคาน์เตอร์ Island ไว้ใกล้กับโต๊ะอาหารได้อีกด้วย

สุดมุมพื้นที่ทานอาหาร ริมผนังยังสามารถบิลต์อินชั้นวางของและเคาน์เตอร์อ่างล้างจาน เพื่อทำฟังก์ชันเป็นครัวเปิดเล็กๆ ได้

ถัดจากมุมทานอาหาร จะมีทางเดินผ่านหน้าห้องน้ำ ไปยังห้องครัวที่อยู่สุดทางเดิน รวมถึงมีประตูออกไปยังพื้นที่ซักล้างหลังบ้าน

ห้องน้ำกลางของชั้น 1 เป็นห้องน้ำแบบแห้งหรือ Powder Room มีอ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์อัตโนมัติให้ผู้อยู่อาศัยใช้งานระหว่างวัน รวมถึงใช้เป็นห้องน้ำสำหรับรับรองแขก

ห้องครัวมีพื้นที่กว้าง สามารถบิลต์อินเคาน์เตอร์ทำอาหารเป็นรูปทรง U Shape ได้อย่างลงตัว โดยมีพื้นที่ตรงกลางห้องให้เดินได้สะดวก

ออกมายังลานซักล้างหลังบ้าน จะเป็นพื้นที่ในร่มที่มีโถงอเนกประสงค์อยู่ตรงกลาง อยู่ใกล้กับห้องรีดผ้าและห้องพักแม่บ้าน 2 ห้อง

พื้นที่ภายในห้องรีดผ้า เหมาะกับการบิลต์อินชั้นวางผลิตภัณฑ์ซักรีดและราวแขวนผ้าที่รอรีด

ด้วยขนาดของบ้านที่ใหญ่โตจึงอาจจำเป็นต้องมีแม่บ้านช่วยกันดูแลความเรียบร้อยมากกว่า 1 คน บ้านหลังนี้เลยออกแบบให้มีห้องพักแม่บ้านถึง 2 ห้อง ซึ่งก็สามารถทุบผนังรวมเป็นห้องใหญ่ได้

ใกล้ๆ กันยังมีห้องน้ำของแม่บ้านให้แบ่งการใช้งานอย่างเป็นสัดส่วน

กลับมาที่โถงบันไดกลางตัวบ้าน บันไดโค้งในบ้านตัวอย่างได้รับการตกแต่งใหม่ จากมาตรฐานปกติจะมีโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ปูขั้นบันไดด้วยไม้สัก มีราวบันไดเป็นเหล็กดัด และติดราวจับด้วยไม้แดง เปลี่ยนเป็น ปูชั้นบันไดด้วยหินอ่อน และเปลี่ยนราวจับเป็นกระจกนิรภัย เพื่อเพิ่ม Mood ความเป็น Modern Luxury ให้บรรยากาศของบ้านตัวอย่าง

พื้นที่โถงบันไดจะเปิดโล่งแบบ Double Volume ความสูงมากกว่า 6 ม. เชื่อมต่อขึ้นไปถึงโถงทางเดินที่ชั้น 2

ช่องเปิดแบบนี้ นอกจากจะทำให้บ้านมีความโปร่ง ยังเหมาะกับการเสริมความหรูหราด้วยการหาโคมไฟระย้าสวยๆ มาตกแต่งด้วยค่ะ

ก่อนเดินชมชั้น 2 มาดูแบบแปลนเพื่อทำความเข้าใจฟังก์ชันของบ้าน Castellano ก่อนอีกครั้งกันค่ะ พอขึ้นบันไดมาถึงจะเจอกับ Family Area หรือพื้นที่อเนกประสงค์ที่สามารถจัดเป็นมุมพักผ่อนสำหรับคนในครอบครัวได้อีกจุด และจะกัั้นพื้นที่ออกเป็น 4 ห้องนอน ซึ่งทุกห้องนั้นมีห้องน้ำในตัว โดยเป็น Master Bedroom ที่มีระเบียงกับอ่างอาบน้ำ 2 ห้อง กับห้องนอนขนาดกลาง (ค่อนไปทางใหญ่) อีก 2 ห้องค่ะ โดยพื้นชั้น 2 จะปูด้วยปาเกต์ไม้สัก และมีระยะความสูงเพดานอยู่ที่ 3 ม. ยกเว้นในห้อง Grand Master Bedroom ซึ่งจะสูงถึง 4.50 ม. เลยทีเดียว

พอขึ้นมาถึงชั้น 2 เราจะเจอกับโถงกว้างที่รองรับฟังก์ชัน Family Area โดยในบ้านมาตรฐานจะเปิดโล่ง ไม่มีการกั้นใดๆ เลยค่ะ แต่บ้านตัวอย่างทำชั้นวางของกั้นพื้นที่เป็นมุมทำงานเอาไว้

การตกแต่งภายในพื้นที่ทำงาน รองรับไลฟ์สไตล์การทำงานของคนยุคใหม่ที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น แต่ถ้าอยากจัดเป็นมุมนั่งเล่นของครอบครัว ก็วางโซฟา 3 - 4 ที่นั่งเอาไว้เอนดูทีวีกันก็ได้ค่ะ

นอกจากพื้นที่อเนกประสงค์ โถงชั้น 2 จะมีทางเดินเชื่อมไปยังห้องนอนต่างๆ ซึ่งช่วงที่อยู่ใกล้กับบันไดจะมีพื้นที่กว้างพอให้วางเก้าอี้นั่งเล่นแบบในบ้านตัวอย่าง จะตั้งชั้นวางของ หรือเคาน์เตอร์มินิบาร์ก็ยังได้

มาดูห้อง Master Bedroom กันก่อนเลยค่ะ ถ้าดูที่แบบแปลนจะเห็นว่าห้องนี้มีประตูอยู่ตรงข้ามกับพื้นที่ Family Area โดยนี่คือห้องนอนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของบ้าน ทางโครงการตั้งชื่อไว้เก๋ๆ ว่า Grand Suite Master Bedroom ซึ่งมีความพิเศษอย่างแรกคือฝ้าเพดานห้องที่สูงถึง 4.50 ม. จนติดโคมไฟระย้าได้

พื้นที่โซนพักผ่อนของห้องสามารถแบ่งเป็นเตียงขนาด 6 ฟุต และชุดโซฟานั่งเล่นดูทีวีแบบส่วนตัว โดยมีประตูกระจกบานเลื่อนเปิดออกไปที่ระเบียงฝั่งหน้าบ้าน

ระเบียงหน้าห้อง Grand Suite Master Bedroom มีความยาวเป็นพิเศษ โดยโซนที่อยู่ในร่มบริเวณหน้าประตู บ้านตัวอย่างแต่งเป็นมุมจิบกาแฟกับออกกำลังกายเบาๆ เอาไว้ โดยถัดจากจุดที่วางกระถางในภาพไป ยังมีทางเดินริมระเบียงยาวจนถึงมุมบ้านเลยค่ะ

ประตูออกมายังระเบียงของ Grand Suite Master Bedroom จะอยู่ตรงกับจุดที่เป็นหลังคาหน้าจั่วของบ้านพอดี จึงมีชายคายื่นออกมาช่วยบังแดดบังฝนให้กับพื้นที่ระเบียงจุดนี้

ถัดจากมุมเตียงนอนเข้าไปจะเป็นพื้นที่ Walk - in Closet ขนาดใหญ่ของห้อง

Walk - in Closet มีพื้นที่กว้างขวางเป็นพิเศษรองรับตู้เสื้อผ้าไซส์ใหญ่วางขนานกันได้ 6 ใบเลยทีเดียว โดยพื้นที่ตรงกลางฝั่งติดผนังก็ยังวางโต๊ะเครื่องแป้งได้

ริมทางเดินที่เชื่อมต่อมาจากโซนพักผ่อนของห้องไปยังห้องน้ำ ก็สามารถวางตู้เสื้อผ้าได้อีกหลายใบ

ห้องน้ำของ Grand Suite Master Bedroom มีพื้นที่กว้างขวาง มาพร้อมกับฟังก์ชันที่ครบครันทั้ง อ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ที่แช่พร้อมกันได้ถึง 2 คน และมีระบบทำ Bubble ช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้า รวมถึงมีมุมอาบน้ำแบบ Shower Box ติดกระจกกั้นอย่างเป็นสัดส่วน

นอกจากนี้ยังมีอ่างล้างหน้าแบบ His & Her พร้อมเคาน์เตอร์กว้างๆ ที่มีชั้นวางของอยู่ข้างล่าง รวมถึงมีโถสุขภัณฑ์อัตโนมัติให้ใช้งานอยู่ด้วย

ถัดไปตามริมระเบียงข้างๆ บันได ยังมีอีก 2 ห้องนอนให้ได้เข้าไปดูกันค่ะ

ห้องที่อยู่ติดกับ Grand Suite Master Bedroom คือห้องนอน 4 เชื่อไหมคะว่านี่คือห้องนอนที่มีขนาดเล็กที่สุดของชั้น 2 แล้ว เพราะดูจากภาพจะเห็นว่าพื้นที่ของห้องนั้นไม่เล็กเลยค่ะ วางเตียง 6 ฟุต กับโต๊ะเครื่องแป้งได้สบายๆ

ตรงข้ามกับปลายเตียงยังมีพื้นที่ให้ตั้งชั้นวางทีวี รวมถึงมีทางเดินเข้าไปยังโซน Walk - in Closet

พื้นที่มุมแต่งตัวก็ยังสามารถบิลต์อินตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ วางเข้ามุมเป็นรูปทรง L Shape ได้เลย

อีกมุมหนึ่งใน Walk - in Closet ยังมีพื้นที่ให้วางโต๊ะเครื่องแป้งได้อีกตัวด้วยค่ะ

ห้องน้ำในห้องนอน 4 มีสุขภัณฑ์จัดเตรียมมาให้อย่างครบครัน แบ่งพื้นที่อาบน้ำเป็นโซนเปียกไว้อย่างเป็นสัดส่วน และมีบรรยากาศที่สว่าง ปลอดโปร่ง ด้วยช่องแสงขนาดใหญ่ที่ช่วยระบายความชื้นให้กับห้อง

ถัดจากห้องนอน 4 มาสุดมุมบ้านอีกฝั่ง คือที่ตั้งของ Master Bedroom 2 ห้องนอนใหญ่อีกหนึ่งห้องซึ่งมีความกว้างขวางไม่แพ้ Grand Suite Master Bedroom เลยค่ะ วางเจอร์นิเจอร์เต็มๆ แบบนี้แล้วยังเหลือพื้นที่แบบหลวมๆ ให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกไม่อึดอัด

ประตูกระจกที่อยู่ข้างเตียงจะเปิดออกมายังระเบียงหน้าบ้านที่สามารถวางไม้กระถางตกแต่งเพิ่มความร่มรื่นให้กับระเบียงห้องได้

Master Bedroom 2 เป็นห้องตอนลึก ยาวจากหน้าบ้านไปถึงหลังบ้าน ซึ่งจะแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 โซน คือมุมพักผ่อนที่อยู่ใกล้กับระเบียง ส่วนฝั่งหลังห้องจะเป็นมุม Walk - in Closet ที่อยู่ใกล้ๆ กับโซนของห้องน้ำ

โซน Walk - in Closet มีพื้นที่ให้วางตู้เสื้อผ้าได้เป็นจำนวนมาก ทั้งริมผนังฝั่งที่อยู่ติดกับพื้นที่นั่งเล่นข้างเตียง และริมทางเดินไปยังห้องน้ำ

พื้นที่เยอะแบบนี้ จริงๆ แล้วจะถ้าไม่บิลต์อินตู้เสื้อผ้าเต็มๆ ก็ยังแบ่งมุมข้างห้องน้ำไปวางโต๊ะเครื่องแป้งบ้างก็ได้เหมือนกันค่ะ

ห้องน้ำของ Master Bedroom 2 มีทั้งโถสุขภัณฑ์อัตโนมัติและห้องอาบน้ำแบบ Shower Box

นอกจากนี้ยังมีอ่างอาบน้ำและอ่างล้างหน้าพร้อมเคาน์เตอร์ขนาดใหญ่ให้ใช้งานด้วยค่ะ โดยหน้าต่างที่มีก็ติดฟิล์มขุ่น เพื่อให้แสงสว่างยังผ่านเข้ามาได้ดีโดยที่มีความเป็นส่วนตัวอยู่

เดินย้อนมาตามโถงทางเดิน ผ่านทั้ง Family Area กับ Grand Suite Master Bedroom ไปจนสุดทาง จะมีห้องนอน 3 อยู่อีกห้อง โดยหน้าต่างของห้องนี้จะหันออกไปทางฝั่งหลังบ้าน เหมาะกับผู้อยู่อาศัยที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากกว่าห้องอื่นๆ โดยพื้นที่ของห้องก็มีความกว้างขวาง วางได้ทั้งเตียง 6 ฟุตและโซฟาสำหรับนั่งดูทีวี

ในห้องนอน 3 ยังมีมุม Walk - in Closet ที่รองรับตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่กับโต๊ะเครื่องแป้งได้

ติดกับมุมแต่งตัวจะมีห้องน้ำซึ่งมาพร้อมกับสุขภัณฑ์แบบครบครัน รวมถึงแบ่งพื้นที่อาบน้ำเป็นส่วนเปียก

ทั้งหมดนี้คือบรรยากาศของบ้านตัวอย่างแบบ Castellano ที่เราเข้าไปเก็บภาพทุกซอกทุกมุมมาให้ได้ชมกันอย่างละเอียดค่ะ เดี๋ยวต่อไปเรามาชมบ้านตัวอย่างหลังที่มีขนาดรองลงมากันบ้างนะคะ
บ้านเดี่ยว Catalan

นี่คือบ้านตัวอย่างของแบบบ้าน Catalan คฤหาสน์หรูพื้นที่ใช้สอย 647 ตร.ม. ที่จะสร้างขึ้นบนที่ดินขนาดเริ่มต้น 123.8 ตร.ว. มาพร้อมกับฟังก์ชันครบครันไม่แพ้หลังที่แล้ว กับ 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 2 ห้องแม่บ้าน และ 5 ที่จอดรถ

ดูแบบแปลนชั้น 1 กันก่อนนะคะ โรงจอดรถหน้าบ้านจอดรถในร่มได้ 5 คัน รองรับการติดตั้งประตูไฟฟ้า Automatic Garage และมีทางลาดเชื่อมต่อไปที่เฉลียงหน้าประตูทางเข้าหลักของบ้าน โดยเมื่อเข้าไปภายในบ้านจะมีมุมรับแขกอยู่ใกล้ๆ กัน 2 จุด ถัดจากนั้นจะเป็นโถงบันไดวนที่อยู่ระหว่างห้องนอนชั้นล่างกับมุมทานอาหารขนาดใหญ่ ซึ่งจะต่อเนื่้องไปถึงมุมเตรียมอาหาร ห้องน้ำ และห้องครัว ที่สามารถออกไปยังพื้นที่ซักล้างกับห้องพักแม่บ้านได้ โดยชั้น 1 จะมีความสูงเพดานอยู่ที่ 3 ม. ปูพื้นด้วยกระเบื้องแกรนิโต้แผ่นใหญ่ขนาด 90x90 ซม. ส่วนในห้องนอนจะปูวัสดุ SCG Soft Absorption Floor ที่ลดแรงกระแทกได้เมื่อผู้สูงอายุเกิดหกล้ม

ประตูทางเข้าหลักของบ้านมีเฉลียงกว้างอยู่ด้านหน้า และมีซุ้มโค้งโถงสูงครอบไว้เพื่อช่วยบังแดดและฝน โดยประตูเป็นบานเปิดคู่ขนาดใหญ่ที่ทำจากไม้สัก

เข้ามาภายในบ้านตัวอย่างจะเจอกับโถงต้อนรับ ซึ่งในบ้านมาตรฐานที่ส่งมอบจะมีพื้นที่ข้างๆ ประตูฝั่งที่เห็นอยู่ในภาพเป็นมุมรับแขกอยู่ด้วย แต่บ้านตัวอย่างทุบผนังฝั่งนั้นเพื่อเชื่อมต่อไปยังโรงจอดรถที่ปรับเป็นพื้นที่ Indoor

ส่วนหนึ่งของมุมรับแขกเดิมจึงถูกตกแต่งใหมเป็นมุม Drop Off ของใช้ที่เกี่ยวกับรถเวลากลับมาถึงบ้าน เช่น หมวก ร่ม หรือกุญแจรถ รวมถึงมีตู้ให้เก็บของเท้าได้ด้วย

ฝั่งตรงข้ามกันมีเก้าอี้บุนวมให้นั่งใส่รองเท้าก่อนขับรถเดินทางออกจากบ้าน

พื้นที่โรงจอดรถในร่มของบ้านตัวอย่างทำการติดตั้งประตู Auto Garage และเครื่องปรับอากาศเพื่อปรับฟังก์ชันเป็นมุมพักผ่อนสำหรับคนรักรถ

พื้นที่มีความกว้างขวาง จอดรถได้ถึง 5 คัน แบ่งพื้นที่มุมหนึ่งเป็นโซฟานั่งเล่นแล้วยังเหลือที่ให้จอดรถได้อีก 3 - 4 คันเลยทีเดียว

ประตูที่อยู่ฝั่งขวาของภาพจะเชื่อมต่อออกไปที่เฉลียงหน้าบ้าน โดยถ้าเป็นบ้านมาตรฐานจะเปิดโล่ง ไม่มีประตูติดตั้งอยู่ ส่วนประตูฝั่งซ้ายของภาพเป็นประตูทางเข้าบ้านอีกบานซึ่งจะเชื่อมต่อเข้าไปยังมุมทานอาหาร สามารถเดินไปเก็บของที่ห้องครัวได้ง่าย

อีกฝั่งของโถงรับรองหน้าประตูบ้านคือห้องนั่งเล่นพื้นที่กว้างขวาง

ห้องนั่งเล่นสามารถวางชุดโซฟาขนาดใหญ่ได้อย่างลงตัว โดยมีหน้าต่างกระจกล้อมอยู่ทั้งฝั่งหน้าบ้านกับข้างบ้าน จึงเปิดรับวิวสวนได้บรรยากาศที่ร่มรื่น

มองย้อนไปที่โถงทางเข้าหน้าประตูบ้าน จะเห็นว่ามุมที่เรายืนอยู่นี้เหมาะกับฟังก์ชันการเป็นห้องรับแขก ด้วยพื้นที่ซึ่งอยู่ติดทางเข้าออกกับโถงรับรองพอดี และด้วยพื้นที่กว้างขวางของบ้าน จึงสามารถมีห้องนั่งเล่นสำหรับครอบครัวอยู่ที่จุดอื่นๆ ได้เพิ่มเติม เช่นในโรงรถและบนโถงชั้น 2

ถัดจากโถงรับรองลึกเข้าไปอีกจะเจอกับโถงบันไดโค้ง Spiral Staircase ที่มีเพดานสูงโปร่งขึ้นไปถึงชั้น 2 แบบ Double Volume

พื้นที่ข้างๆ บันไดโค้งซึ่งดูเป็นหน้าเป็นตาของบ้านอยู่แล้ว เหมาะกับการวาง แกรนด์ เปียโน เพื่อเสริมให้ดูมีรสนิยม หรือจะโชว์ของสะสมมีมูลค่าอื่นๆ ไว้ที่จุดนี้ก็เหมาะสมเช่นกัน

ติดกับบันไดจะมีห้องนอนชั้นล่าง ซึ่งออกแบบให้รองรับการพักผ่อนของผู้สูงวัย อย่างที่บอกไปว่าพื้นปูด้วย Soft Absorption Floor โดยโซนแรกเมื่อเข้ามาภายในห้องจะมีพื้นที่กว้างให้เข็นรถเข้าออกห้องน้ำได้สะดวก

พื้นห้องนอนกับห้องน้ำจะอยู่ในระนาบเดียวกันเพื่อการเข็นรถวีลแชร์ที่สะดวก โดยภายในห้องน้ำก็ยังติดตั้งอุปกรณ์ราวช่วยพยุงตัวแบบ Elder Care ไว้ให้ด้วย

พื้นที่พักผ่อนมีความกว้างขวาง วางเตียงใหญ่ 5 - 6 ฟุตได้สบายๆ พร้อมกับมุมสำหรับวางโซฟานั่งดูทีวี รวมถึงพื้นที่ให้วางตู้เสื้อผ้ากับโต๊ะเครื่องแป้ง

อีกฝั่งของบ้านที่อยู่ถัดจากบันไดไปตามทางเดินจะมีมุมทานอาหารที่เชื่อมต่ออยู่กับ Pantry

มุมทานอาหารมีพื้นที่กว้างขวาง รองรับโต๊ะทานข้าวขนาด 8 - 10 ที่นั่ง โดยบ้านตัวอย่างเลือกวางโต๊ะกลม ซึ่งดูเข้ากับเหลี่ยมมุมของบ้านได้อย่างลงตัวเหมือนกัน ซึ่งถ้าบ้านไม่กว้างพอ การวางโต๊ะอาหารทรงกลมก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะคะ แต่ที่นี่ทำได้สบายๆ

ต่อเนื่องจากมุมทานอาหารจะมีเคาน์เตอร์ Island วางคู่อยู่กับตู้เก็บของติดผนัง ซึ่งสามารถปรับฟังก์ชันเปลี่ยนเป็นวางเคาน์เตอร์ Pantry เพื่อเตรียมอาหารเบาๆ ได้เช่นกัน

ตรงข้ามกับมุมทานอาหาร ข้างประตูทางเข้าจากโรงจอดรถ มีพื้นที่รองรับการวางตู้เก็บรองเท้าและเก้าอี้นั่งใส่รองเท้า โดยจะอยู่ติดกับห้องน้ำของชั้น 1

ห้องน้ำกลางของชั้น 1 เป็นแบบแห้งหรือ Powder Room ที่มีโถสุขภัณฑ์อัตโนมัติ รองรับการใช้งานระหว่างวันและรับแขก

ถัดจากมุม Pantry ไปตามทางเดินจะเจอกับห้องครัว โดยหน้าห้องครัวจะมีช่องว่างให้สามารถทำบานตู้ปิดเป็นตู้เก็บของแบบฝั่งผนังได้ตามแบบบ้านตัวอย่าง

ห้องครัวมีพื้นที่กว้าง สามารถบิลต์อินเคาน์เตอร์ครัวเป็นทรง U Shape เพื้อให้มีพื้นที่ทำอาหารเยอะๆ ได้

ออกจากห้องครัวมาหลังบ้านจะเป็นพื้นที่ซักล้างในร่ม ซึ่งจะแบ่งแยกย่อยออกไปเป็นห้องรีดผ้า ห้องพักแม่บ้าน 2 ห้อง และห้องน้ำของแม่บ้าน

ห้องรีดผ้ามีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง เหมาะกับการทำชั้นวางของใช้ทำความสะอาดเสื้อผ้าและราวแขวนผ้าที่เตรียมรอรีด

ห้องพักแม่บ้านมี 2 ห้องเพื่อให้สอดรับกับขนาดของบ้านที่ใหญ่โตจนแม่บ้านคนเดียวอาจดูแลได้ไม่ครบถ้วน และก็ยังมีห้องน้ำให้แม่บ้านได้ใช้งานอย่างสะดวก

กลับมาที่โถงบันไดเพื่อขึ้นไปชมชั้น 2 โถงจุดนี้เป็น Double Volume ที่มีระยะจากพื้นชั้น 1 ถึงเพดานชั้น 2 สูงมากกว่า 6 ม. จึงได้ความปลอดโปร่ง เหมาะกับการแขวนโคมไฟระย้าเพื่อเสริมบรรยากาศที่หรูหรา

ก่อนชมชั้น 2 กันต่อ มาดูแบบแปลนของชั้น 2 กันนะคะ พอขึ้นบันไดมาถึงจะเจอกับ Family Area อยู่ติดกับหน้าต่างที่เปิดออกไปฝั่งหน้าบ้าน ขณะที่ฟังก์ชันห้องนอนของชั้น 2 ก็จะแบ่งออกเป็น 4 ห้อง โดยมีห้องใหญ่เป็น Master Bedroom อยู่ 2 ห้อง และห้องขนาดกลางอีก 2 ห้อง ซึ่งทุกๆ ห้องจะมีห้องน้ำในตัว ส่วนเรื่องความสูงของฝ้าเพดาน ชั้น 2 จะมีระยะอยู่ที่ 3 ม. และปูพื้นด้วยปาร์เกต์ไม้สัก

ขึ้นบันไดมาถึงชั้น 2 จะเจอกับโถงทางเดินที่สามารถตั้งชั้นวางของหรือตกแต่งด้วยของสะสมต่างๆ ก็ได้

โถงตรงกลางของชั้น 2 คือ Family Area ขนาดใหญ่ที่สามารถติดฉากกั้นห้องเพิ่มเติมได้ตามแบบบ้านตัวอย่าง โดยในบ้านมาตรฐานจะเปิดโล่ง

บ้านตัวอย่างใช้มุมนี้เป็นห้องทำงานขนาดใหญ่ แต่ถ้าต้องการพื้นที่นั่งเล่นสำหรับครอบครัว ก็สามารถจัดชุดโซฟาขนาดใหญ่ไว้นั่งดูหนังหรือทำกิจกรรมร่วมกันได้ โดยจะมีหน้าต่างบานใหญ่ เปิดออกไปมองเห็นซุ้มโค้งที่ครอบเฉลียงหน้าบ้าน

ถัดจาก Family Area มาห้องแรกที่อยู่มุมบ้าน คือห้อง Double Master Bedroom ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของบ้าน ผังห้องเป็นตอนลึกจากหน้าบ้านถึงหลังบ้าน โดยพื้นที่พักผ่อนสามารถวางเตียง 6 ฟุตโดยมีอาร์มแชร์อยู่ข้างๆ ได้แบบสบายๆ

ติดกับโซนพักผ่อนจะมีระเบียงฝั่งหน้าบ้าน ซึ่งพื้นที่มีพอให้ออกมายืนรับลมได้ แต่จะวางกระถางต้นไม้ให้เต็มแบบบ้านตัวอย่างก็เพิ่มความร่มรื่นให้กับห้องได้เป็นอย่างดี

ลึกเข้าไปฝั่งหลังห้อง มีมุมแต่งตัวที่สามารถกั้นเป็น Walk - in Closet ได้ตามแบบบ้านตัวอย่าง

มุมห้องฝั่งที่อยู่ติดกับผนังห้องน้ำ สามารถเลือกได้ว่าจะวางตู้เก็บ Accessory แบบนี้ หรือวางตู้เสื้อผ้าไปเลยก็ได้

พื้นที่ Walk - in Closet ค่อนข้างกว้าง นอกจากบิลต์อินตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่แล้วยังมีมุมให้วางโต๊ะแป้งกับสตูลสำหรับนั่งใส่รองเท้าได้อีกด้วย

ติดกับมุมแต่งตัวจะเป็นห้องน้ำที่มาพร้อมกับโถสุขภัณ์อัตโนมัติและ Shower Box ที่กั้นส่วนเปียกไว้เป็นสัดส่วน

นอกจากนี้ยังมีอ่างอาบน้ำกับอ่างล้างหน้า พร้อมเคาน์เตอร์ขนาดใหญ่ที่มีตู้เก็บของให้ใช้งาน

เดินตามโถงทางเดินไปอีกมุมของบ้าน จะเจอกับ Grand Suite Master Bedroom รวมถึงห้องนอน 3 - 4

Grand Suite Master Bedroom คือห้องนอนขนาดใหญ่ที่สุดของบ้าน สามารถแบ่งพื้นที่เป็นทั้งมุมนั่งเล่นส่วนตัวและมุมสำหรับเตียงขนาดใหญ่ 6 ฟุต

ความพิเศษอีกอย่างของห้องนี้คือการมีระเบียง 2 ชั้น ทั้งพื้นที่ในร่มและกลางแจ้ง ซึ่งกว้างขวาง จัดเป็นมุมปลูกต้นไม้ได้สบายๆ และนั่งผักผ่อนได้แบบชิลล์ๆ เลยค่ะ

ถัดจากหัวเตียงเข้าไปจะเป็นห้องแต่งตัวขนาดใหญ่ของ Grand Suite Master Bedroom

ห้องแต่งตัวจะทำมุมเป็นรูปทรง L Shape มีพื้นที่ให้บิลต์อินตู้เสื้อผ้าได้หลายใบ เก็บเสื้อผ้าได้อย่างจุใจมากๆ เลยค่ะ

ตรงมาจนสุดมุมบ้านมีพื้นที่ริมหน้าต่าง ซึ่งเหมาะกับการวางโต๊ะเครื่องแป้ง

ห้องน้ำใน Grand Suite Master Bedroom จะอยู่ในพื้นที่เดียวกับห้องแต่งตัว โดยเป็นห้องน้ำซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ มาพร้อมกับโถสุขภัณฑ์อัตโนมัติ อ่างอาบน้ำไซส์ใหญ่ที่แช่พร้อมกันได้ 2 คน พร้อมระบบ Bubble นวดตัว นอกจากนี้ยังมี Shower Box กั้นพื้นที่ไว้อย่างเป็นสัดส่วน

อ่างล้างหน้าในห้องนี้เป็นแบบ His & Her พร้อมเคาน์เตอร์พื้นที่กว้างและมีตู้เก็บของใต้อ่างล้างหน้า

ตรงข้ามกับห้อง Grand Suite Master Bedroom คือห้องนอน 3 ซึ่งจะมีหน้าต่างเปิดออกไปฝั่งหลังบ้าน โดยบ้านตัวอย่างแต่งเป็น Mini Home Theater ให้ดูเป็นไอเดีย โดยถ้าจะใช้เป็นห้องนอนก็สามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุตได้สบายๆ ค่ะ

ด้วยโครงสร้างที่วางมาให้เป็นห้องนอน จึงมีมุมแต่งตัวที่สามารถกั้นเป็น Walk - in Closet ได้ แต่ห้องตัวอย่างนี้ปรับเป็นมินิบาร์เพื่อให้เข้ากับฟังก์ชันห้องดูหนังฟังเพลง

ห้องน้ำในห้องนอน 3 แบ่งพื้นที่เป็นส่วนเปียกกับส่วนแห้ง โดยมีสุขภัณฑ์ต่างๆ ให้มาครบครัน

อีกห้องที่อยู่สุดโถงทางเดินคือห้องนอน 4 โดยพอเข้ามาในห้องจะมีทางเดินระยะสั้นๆ ก่อนถึงโซนพักผ่อน ซึ่งสามารถบิลต์อินหรือวางตู้เสื้อผ้าขนานไปตามทางเดินได้

พื้นที่ในห้องรองรับเตียงไซส์ 5 - 6 ฟุต รวมถึงโต๊ะทำงานและชั้นวางทีวีได้อย่างลงตัว

ลึกเข้าไปอีกยังมีพื้นที่ Walk - in Closet และห้องน้ำในตัวอยู่ด้วย

ห้องน้ำมีสุขภัณฑ์ต่างๆ ให้มาอย่างครบครัน รวมถึงแบ่งพื้นที่ส่วนเปียกสำหรับอาบน้ำไว้อย่างเป็นสัดส่วน

และก็จบครบถ้วนแล้วค่ะสำหรับการรีวิวบ้านตัวอย่างแบบ Catalan คฤหาสน์หรูพื้นที่ใช้สอย 647 ตร.ม. ซึ่งเป็นบ้านไซส์ L ของทาง แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด แจ้งวัฒนะ - ราชพฤกษ์ โดยนอกจาก 2 แบบบ้าน ไซส์ XL กับ L ที่เราพาชมกันไป โครงการก็ยังมีอีก 2 แบบบ้านดังต่อไปนี้ค่ะ

แบบบ้าน Vasco บ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 477 ตร.ม. ที่ดินเริ่มต้น 101.2 ตร.ว. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องแม่บ้าน และ 3 ที่จอดรถ ซึ่งรองรับ Automatic Garage โดยนี่คือแบบบ้านไซส์เริ่มต้นของโครงการค่ะ

แบบบ้าน Valenciano บ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 560 ตร.ม. ที่ดินเริ่มต้น 118.5 ตร.ว. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องแม่บ้าน 4 ที่จอดรถในร่ม รองรับการติดตั้ง Automatic Garage
Location

รีวิวบ้านกันเสร็จแล้ว เรามารีวิวเรื่องทำเลที่ตั้งของโครงการกันบ้างนะคะ โดย แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด แจ้งวัฒนะ - ราชพฤกษ์ ตั้งอยู่ติด ถ.ชัยพฤกษ์ ฝั่งขาเข้าปากเกร็ด ใกล้กับสะพานพระราม 4 เพียงไม่กี่นาที เป็นทำเลที่อยู่ตรงกลางระหว่าง ถ.แจ้งวัฒนะ และ ถ.ราชพฤกษ์ อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจาก ถ.วิภาวดี รังสิด และ ถ.รัตนาธิเบศร์ จึงมีตัวเลือกให้เดินทางได้หลากหลาย ซึ่งสะดวกสบายมากขึ้นด้วยการอยู่ใกล้กับทางด่วนศรีรัช ด่านแจ้งวัฒนะ ที่ช่วยให้การเข้าตัวเมืองชั้นในมีความรวดเร็ว

ทำเลโดยรอบโครงการมีศูนย์การค้าให้เลือกใช้บริการอยู่เป็นจำนวนมาก โดยฝั่งตรงข้ามกับโครงการจะมี เดอะ คริสตัล พีทีที ชัยพฤกษ์ เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ใกล้บ้าน ส่วนถ้าข้ามไปฝั่งแจ้งวัฒนะก็จะเป็น เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ขณะที่ทางฝั่ง ถ.ราชพฤกษ์ โซนใกล้กับโครงการถูกเรียกว่าราชพฤกษ์ตอนบน ซึ่งมี โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ราชพฤกษ์, โฮมโปร ชัยพฤกษ์, อินเด็กซ์ ลิฟวิ่ง มอลล์ ราชพฤกษ์, โลตัส นอร์ธ ราชพฤกษ์ และ ชิค รีพับลิค ราชพฤกษ์ พร้อมรองรับหลากหลายความต้องการ

สำหรับครอบครัวที่มีลูกหลานอยู่ในวัยเรียน พื้นที่โดยรอบโครงการก็มีโรงเรียนชื่อดังหลายแห่งพร้อมเป็นตัวเลือกให้ส่งเด็กๆ เดินทางไปเข้าเรียนใกล้บ้าน ไม่ว่าจะเป็น รร.นานาชาติสิงคโปร์ นนทบุรี ที่อยู่ใกล้กับโครงการเพียงไม่กี่นาที หรือจะไปที่ รร.นานาชาติเด่นหล้า, รร.นานาชาติร่วมฤดี ราชพฤกษ์, รร.เซนต์ฟรังซีสเซเวียร์ และ รร.นานาชาติฮาร์โรว์ ก็อยู่ในระยะทางที่เดินทางไปถึงได้ง่ายๆ

ส่วนเรื่องของสุขภาพ ทำเลที่ตั้งของโครงการก็มอบความสบายใจให้ได้ เพราะมีสถานพยาบาลคุณภาพตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น รพ.ปากเกร็ด 2, รพ.วิภาราม ปากเกร็ด, รพ.เวิลด์ เมดิคอล เซ็นเตอร์, รพ.นนทเวช, รพ.เกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชันแนล รัตนาธิเบศร์ รวมถึง รพ.กรุงไทย เวสเทิร์น

อีกปัจจัยที่นอกจากจะส่งเสริมเรื่องการเดินทางที่สะดวกสบาย แต่ยังช่วยชี้วัดความเจริญของพื้นที่ทำเลนี้ได้ก็คือรถไฟฟ้าสายสีชมพู ซึ่งเปิดบริการไปเรียบร้อยแล้วในช่วงปลายปี 2566 โดยมีสถานีแยกปากเกร็ด อยู่ใกล้กับโครงการที่สุดค่ะ
การเดินทาง

รีวิวการเดินทางไปยังโครงการในครั้งนี้ เราใช้ทางด่วนศรีรัช มุ่งหน้าออกนอกเมืองมาลงที่ด่านแจ้งวัฒนะ

ลงจากทางด่วนแล้วชิดซ้ายตามป้ายบอกทางไป แจ้งวัฒนะ - ปากเกร็ด

ขับตาม ถ.แจ้งวัฒนะ มุ่งหน้าตามป้ายไปสะพานพระราม 4

ระหว่างทางในปัจจุบันจะมีสถานีรถไฟฟ้าสายสีชมพูซึ่งเปิดบริการเรียบร้อยแล้วตั้งอยู่เป็นระยะๆ

ใกล้ถึง 5 แยกปากเกร็ดแล้วให้ชิดขวาเตรียมตัวขึ้นสะพานพระราม 4

ขับขึ้นสะพานพระราม 4 เพื่อข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปยัง ถ.ชัยพฤกษ์

ลงจากสะพานไปจะเป็น ถ.ชัยพฤกษ์ สังเกตป้ายที่บอกให้กลับรถไว้ค่ะ เพราะโครงการตั้งอยู่ทางฝั่งขาเข้า เราจึงต้องไปยังจุดกลับรถ

ลงจากสะพานแล้วขับตรงไปตาม ถ.ชัยพฤกษ์ เพื่อมุ่งหน้าสู่จุดกลับรถ ก่อนถึง ถ.ราชพฤกษ์

ถ.ชัยพฤกษ์ นอกจากจะเชื่อมต่อกับสะพานพระราม 4 และ ถ.แจ้งวัฒนะ เมื่อตรงต่อไปก็ยังสามารถเชื่อมต่อได้กับ ถ.ราชพฤกษ์ เลยไปจนถึงวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก (ถ.กาญจนาภิเษก)

ก่อนถึงสะพานข้ามแยกต่างระดับ ให้เบี่ยงซ้าย แล้วอยู่เลนขวาสุดเพื่อกลับรถไป ถ.ชัยพฤกษ์ ฝั่งขาเข้า

กลับรถแล้วขับตรงไปตาม ถ.ชัยพฤกษ์ ฝั่งขาเข้า อีกไม่กี่เมตรก็จะถึงทางเข้าโครงการแล้วค่ะ

ซุ้มประตูทางเข้าโครงการ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด แจ้งวัฒนะ - ราชพฤกษ์ อยู่ติดกับถนนใหญ่เลยค่ะ
Price & Promotion

แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด แจ้งวัฒนะ - ราชพฤกษ์ มีราคาเริ่มต้นอยู่ระหว่าง 30 - 70 ล้านบาท* ถ้าใครสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ ก็สามารถติดต่อ Sale Gallery ได้เลยที่ 065 505 8555 หรือลงทะเบียนให้พนักงานติดต่อกลับได้ทาง https://m.scasset.com/KRb8
Conclusion

เนื้อหาจบครบถ้วนเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ สำหรับการรีวิวโครงการคฤหาสน์สุดหรู แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด แจ้งวัฒนะ - ราชพฤกษ์ ที่ Home Buyers พามาเจาะลึกทุกซอกทุกมุมแบบเต็มอิ่มกันในครั้งนี้ โดยก่อนจะลากันไป แอดมินมีความเห็นส่วนตัวสั้นๆ มาทิ้งท้ายเป็นบทสรุป เผื่อผู้อ่านจะนำข้อมูลไปช่วยประกอบการตัดสินใจได้ค่ะ
Design ถ้าใครมองหาความแตกต่างไม่ซ้ำใคร โครงการนี้ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีค่ะ ด้วยการออกแบบซุ้มประตูและคลับเฮาส์ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากประตูชัยกรุงมาดริด และปราสาท Cibeles ที่ยังไม่มีโครงการไหนทำให้เห็นมาก่อน โดยการนำดีไซน์สถาปัตยกรรมของสเปนมาใช้ ก็มีการปรับให้ร่วมสมัยขึ้นตามสไตล์ของ SC Asset ทำให้ภาพรวมออกมาดูดี เหมาะกับการอยู่อาศัยและใช้บริการจริง ไม่เหมือนธีมปาร์คที่จำลองสถานที่สำคัญมาให้ถ่ายรูปเล่นเพียงอย่างเดียวค่ะ
Function สำหรับครอบครัวที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง มีฟังก์ชันห้องนอนรองรับสมาชิกที่มากกว่า 5 คนขึ้นไป แบบบ้านในโครงการนี้รองรับครอบครัวขนาดใหญ่ได้สบายๆ เลยค่ะ แต่ถึงจะเป็นคู่รักหรือเพิ่งเริ่มสร้างครอบครัว จากที่ดูบ้านตัวอย่างกันไปก็คงเห็นแล้วว่าโครงสร้างบ้านนั้นพร้อมให้เราปรับฟังก์ชันห้องนอนต่างๆ เป็นพื้นที่ทำกิจกรรมรองรับไลฟ์สไตล์ส่วนตัวได้อย่างหลากหลายเลยทีเดียว ถึงวันที่เด็กเริ่มโต หรือปู่ย่าตายายย้ายเข้ามาอยู่ด้วยแล้วต้องการห้องนอนส่วนตัว ก็ค่อยปรับฟังก์ชันได้แบบยืดหยุ่นเลยค่ะ
Facility สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางของโครงการมีความครบครันและตกแต่งพื้นที่ออกมาน่าใช้งานเลยค่ะ โดยจุดที่แอดมินชอบเป็นพิเศษคือ Grand Lobby Lounge ในคลับเฮาส์ที่มีเพดานสูงโปร่งแบบ Double Volume ซึ่งบรรยากาศดูหรูหรามาก โดยอีกข้อสำคัญที่ต้องพูดถึงคือการนำสายไฟฟ้าลงดินทั่วทั้งโครงการ ทำให้คลับเฮาส์สุดอลังการและคฤหาสน์เรือนงาม ไม่มีสายไฟมาเกะกะบดบังทัศนียภาพเลยค่ะ คิดภาพว่าขับรถกลับบ้านยามเย็น แล้วได้เห็นแสงสุดท้ายของพระอาทิตย์กระทบกับสถาปัตยกรรมในโครงการแล้วคงเป็นบรรยากาศที่โรแมนติกน่าดูเลยล่ะ
Location จุดแข็งของโครงการคือการมีทางเข้าออกอยู่ติดกับถนนใหญ่ ถ.ชัยพฤกษ์ ฝั่งขาเข้า จึงใช้เดินทางข้ามสะพานพระราม 4 ไปฝั่งปากเกร็ดได้ง่าย เชื่อมต่อ ถ.แจ้งวัฒนะ เพื่อขึ้นทางด่วนศรีรัช หรือไปยัง ถ.วิภาวดีรังสิต ได้สะดวก รองรับการเดินทางไป North CBD โซน รัชโยธิน - ห้าแยกลาดพร้าว รวมถึงไป New CBD รัชดา - พระราม 9 ได้ไม่ยาก ถือเป็นทำเลศักยภาพสูงของกรุงเทพฯ ตอนเหนือที่มีโอกาสในการเติบโตเพิ่มมูลค่าได้อีกมากเลยค่ะ
การคำนวณยอดผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน
ปรับรายละเอียดด้านล่างเพื่อคำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือน