รีวิวบ้านเดี่ยว บางกอก บูเลอวาร์ด บางนา กม.5 บ้านหรูหลังใหญ่ สายไฟลงดินทั้งโครงการ ทำเลใกล้ห้าง ทางด่วน และรถไฟฟ้า
พาชมบ้านเดี่ยวหรูโครงการใหม่จาก SC Asset บนทำเลที่อยู่ใกล้ทั้ง ถ.บางนา - ตราด กม. 5 และ ถ.ศรีนครินทร์ ‘บางกอก บูเลอวาร์ด บางนา กม.5’ บ้านเดี่ยวหน้ากว้าง ดีไซน์โมเดิร์นล้ำสมัย Lanai Series ซึ่งมาพร้อมพื้นที่ใช้สอยสูงสุดถึง 441 ตร.ม. และมีนวัตกรรม Living Solution จัดเต็ม ลงตัวกับชีวิตครอบครัวยุคใหม่
บ้านเดี่ยวในโครงการมีให้เลือก 4 แบบ สร้างบนแปลงที่ดินขนาดเริ่มต้นทั้งแต่ 52.3 ตร.ว. ซึ่งหลังใหญ่สุดจะเริ่มที่ 84.4 ตร.ว. เลยทีเดียว พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ตั้งแต่ 237 - 441 ตร.ม. กับฟังก์ชัน 4 - 5 ห้องนอน 4 - 5 ห้องน้ำ 2 - 4 ที่จอดรถ พร้อมพื้นที่อเนกประสงค์ ครัวปิด และห้องพักแม่บ้าน
พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ ตั้งแต่ ซุ้มประตูทางเข้า คลับเฮาส์ ไปจนถึงสวนส่วนกลาง ออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมของเกาะ Bora Bora บรรยากาศจึงมีกลิ่นอาย Tropical ให้ความรู้สึกคล้ายการพักผ่อนในรีสอร์ตชายทะเล ซึ่งมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน
บางกอก บูเลอวาร์ด บางนา กม.5 ตั้งอยู่บนทำเลย่าน ถ.บางนา - ตราด กม.5 ซึ่งเดินทางได้สะดวกผ่านทั้ง ถ.บางนา - ตราด, ถ.ศรีนครินทร์, ทางด่วนบูรพาวิถี รวมถึงวงแหวนรอบนอก อีกทั้งกำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีเอี่ยม มาเปิดบริการใกล้โครงการ ใครที่กำลังมองหาบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ ดีไซน์ทันสมัย ในทำเลดังกล่าวไปนี้ มาติดตามรีวิวเจาะลึกโครงการกับ Home Buyers กันได้เลยครับ
Factsheet
| ชื่อโครงการ : | โครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด บางนา กม.5 |
|---|---|
| บริษัท : | บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) |
| ที่ตั้งโครงการ : | ซอยบางนา-ตราด 37 ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ |
| เนื้อที่โครงการ : | 33-3-37.2 ไร่ |
| รายละเอียดโครงการ : | บ้านเดี่ยว 2 ชั้น |
| จำนวนยูนิต : | 103 ยูนิต |
| พื้นที่ใช้สอย : | 237 - 441 ตร.ม. |
| ที่ดินเริ่มต้น : | 52.3 - 84.4 ตร.ว. |
| ค่าส่วนกลาง : | 42 บาท / ตร.ว. / เดือน |
| ราคาเริ่มต้น : | 15 - 25 ล้านบาท* (สอบถามโครงการอีกครั้ง) |
| โทร : | 1749 |
| เว็บไซต์ : | https://www.scasset.com/th/house/bangkok-boulevard-bangna-km5/ |
Highlight

บ้านหรูหลังใหญ่ ดีไซน์ล้ำสมัย LANAI Series เรียบหรู ตอบโจทย์ครอบครัวคนรุ่นใหม่ บนพื้นที่ใช้สอย 237 - 441 ตร.ม. พร้อมฟังก์ชัน 4 - 5 ห้องนอน 4 - 5 ห้องน้ำ 3 - 4 ที่จอดรถ และครัวปิด
Living Solutions นวัตกรรมใหม่ Smart Home Automation และ Smart Security ที่รู้ใจผู้อยู่อาศัยมากกว่าเดิม ทั้งด้านความสะดวกสบายและปลอดภัย พร้อมรองรับการติดตั้ง EV Charger
ระบบสายไฟฟ้าใต้ดิน โครงการสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย พื้นที่ส่วนกลางตั้งแต่ ซุ้มประตู คลับเฮาส์ จนถึงสวนส่วนกลาง ออกแบบโดยมีแรงบันดาลใจจากเกาะ Bora Bora ให้บรรยากาศ Tropical
ความสะดวกครบ ตอบโจทย์ได้ทั้งครอบครัวกับ Facility ที่จัดเต็มตั้งแต่ระบบรักษาความปลอดภัย ไปจนถึงพื้นที่ส่วนกลางซึ่งออกแบบให้รองรับกิจกรรมหลายหลาย ทั้งแบบ Indoor และ Outdoor
ทำเล บางนา กม.5 ซ.บางนา - ตราด 37 ใกล้ รร.นานาชาติ ICS ใกล้ห้าง Index Living Mall กับ Chic Republic เดินทางได้สะดวก เชื่อมต่อทั้งทางด่วนบูรพาวิถีและรถไฟฟ้าสายสีเหลือง
Facility

เริ่มต้นรีวิวกันที่เรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ โดยเมื่อมาถึงจะเจอกับซุ้มประตูทางเข้าขนาดใหญ่ ดีไซน์เรียบหรู ซึ่งรั้วโครงการมีความสูงถึง 3 ม. รวมเหล็กแหลม

ทางเข้าออกจะแยกฝั่งกันชัดเจน โดยมีซุ้ม รปภ. คอยดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกให้ลูกบ้านอยู่ตรงกลาง

ประตูทางเข้าออกโครงการเป็นรั้วเหล็กไฟฟ้า ควบคุมการเปิดปิดด้วยระบบ Smart Gate ซึ่งจะอ่านป้ายทะเบียนรถของลูกบ้าน โดยในเวลาที่จะมีผู้มาติดต่อ ลูกบ้านสามารถแจ้งเลขทะเบียนรถของผู้มาติดต่อไว้ล่วงหน้าได้ เพื่อความสะดวกในการเข้าออก
ที่ซุ้มประตูโครงการจะมีกล้อง CCTV บันทึกประวัติการเข้าออกเพื่อเสริมความปลอดภัย เช่นเดียวกับภายในโครงการที่มี CCTV ติดอยู่ทั่วพื้นที่ รวมแล้วถึง 36 จุด

เมื่อเข้ามาภายในโครงการ โซนแรกจะเป็นบ้านตัวอย่าง 4 แบบ หันหน้าตรงข้ามกับอาคารคลับเฮาส์ โดยถนนในโซนนี้จะมีหน้ากว้างถึง 16 ม.

ถัดเข้าไปจะเป็นถนนเมนเส้นหลักของโครงการซึ่งมีหน้ากว้างรวม 16 ม. ทำเกาะกลางถนน ปลูกไม้ยืนต้นและไม้พุ่มไว้เพื่อแบ่งช่องจราจรให้ชัดเจน รวมถึงให้ความร่มรื่น

อาคารคลับเฮาส์ของโครงการมีความสูง 2 ชั้น ออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมในเกาะ Bora Bora จากทะเลแปซิฟิคตอนใต้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเกาะสวรรค์อีกแห่งหนึ่งของโลก ดีไซน์ของอาคารจึงให้ความรู้สึกคล้ายกับรีสอร์ทในเขตร้อนสไตล์ Tropical

ทางขึ้นคลับเฮาส์มี Ramp รองรับผู้ใช้งานรถเข็น ตามหลัก Universal Design

โซนกลางแจ้งด้านหน้าคลับเฮาส์จะมีสระว่ายน้ำความยาว 25 ม. รองรับการว่ายน้ำออกกำลังกายได้จริง โดยริมสระจะมีพื้นที่ล้างตัว รวมถึงห้องน้ำแยกชาย - หญิง มาพร้อมตู้ล็อกเกอร์และห้องอาบน้ำ

ถัดจากสระว่ายน้ำไปทางรั้วหน้าโครงการ จะมีสนามเด็กเล่นพื้นยางกันกระแทกขนาดย่อมๆ ให้เด็กๆ ได้มาเล่นสนุกกัน โดยด้านในโครงการจะมีสนามเด็กเล่นอีกจุดอยู่ที่บริเวณสวนส่วนกลาง

เข้ามาภายในคลับเฮาส์ โซนแรกจะเป็นล็อบบี้ขนาดใหญ่ ฝ้าเพดานสูงโปร่งแบบ Double Volume บรรยากาศเรียบหรู มีชีวิตชีวาด้วยสีสันของเฟอร์นิเจอร์ชิ้นต่างๆ

ล็อบบี้มีมุมให้นั่งพักผ่อนหรือนัดพบปะเพื่อนบ้านและแขกอยู่หลายจุด โดยผนังอาคารจะเป็นกระจกสูงจากพื้นถึงฝ้า เพื่อเปิดรับแสงสว่างและบรรยากาศพื้นที่สีเขียวในบริเวณรอบๆ

ติดกับห้องล็อบบี้จะมีห้อง Kids Room ออกแบบเป็นคาเฟ่จำลอง ให้เด็กๆ ได้มาเล่นสนุก ส่งเสริมจินตนาการ

ขึ้นไปชมชั้น 2 กันต่อ บริเวณชานพักบันไดมีช่องเปิดของอาคาร เปิดให้ลมพัดผ่านเข้ามาสร้างความเย็นสบาย

ชั้น 2 ของคลับเฮาส์จะแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน ห้องกระจกที่ยื่นออกมาทางฝั่งซ้ายของภาพนี้คือฟิตเนส ส่วนทางฝั่งขวาจะเป็น Co Working Space โดยมีทางเดินเชื่อมตรงกลาง ซึ่งตกแต่งด้านนอกด้วยฟาซาดระแนงลายไม้ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรีสอร์ทในเกาะ Bora Bora ช่วยบังแดดได้ดี

ห้องฟิตเนสมีพื้นที่กว้าง บรรยากาศปลอดโปร่งด้วยหน้าต่างกระจกบานใหญ่ วางเครื่องเล่นเว้นระยะห่างพร้อมฉากกั้น ตามหลัก Social Distancing โดยหน้าต่างฝั่งที่หันออกไปหน้าโครงการ จะมองเห็นสนามฟุตบอลของ รร.นานาชาติ ICS

เครื่องเล่นและอุปกรณ์ออกกำลังกายในฟิตเนสมีความครบครัน ตอบโจทย์ได้ทั้งการ Cardio และ Weight Training

เดินข้ามมาอีกปีกของอาคารจะเจอกับห้อง Co Working Space ซึ่งมีที่นั่งหลายจุด ทั้งแบบกลุ่มและที่นั่งเดี่ยว มาพร้อมเคาน์เตอร์มินิบาร์ บรรยากาศปลอดโปร่ง มีหน้าต่างเชื่อมกับโถง Double Volume ของล็อบบี้ จึงได้บรรยากาศหรูจากโคมไฟระย้า

ติดกับ Co Working Space จะมีห้องประชุมขนาดกลางให้สามารถมาใช้งานกันได้ ซึ่งห้องยังคงออกแบบให้มีความปลอดโปร่ง ด้วยหน้าต่างขนาดใหญ่ที่เปิดรับแสงธรรมชาติและวิวพื้นที่สีเขียวจากคอร์ตยาร์ดที่ชั้นล่าง

บริเวณกลางโครงการยังมีสวนส่วนกลางอีกจุดซึ่งตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ดีไซน์ของสวนได้แรงบันดาลใจจากเกาะ Bora Bora เช่นกันกับคลับเฮาส์ มาพร้อมสระน้ำพุ สนามเด็กเล่น และทางวิ่งออกกำลังกาย
Design & Function

จบจากเรื่องของ Facility เรามาพูดถึงดีไซน์และฟังก์ชันที่น่าสนใจของตัวบ้านกันบ้าง บ้านเดี่ยวของโครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด บางนา กม.5 เป็นบ้านดีไซน์ใหม่ Lanai Series ที่ผสมผสานสไตล์ Modern เข้ากับองค์ประกอบของบ้านแบบ Tropical ได้อย่างลงตัว จะเห็นได้ว่าหน้าบ้านนั้นดูโดดเด่นด้วยระแนงลายไม้ กระเบื้องผนังลายหิน และโทนสี น้ำตาล - เทา ซึ่งให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายตา ดูกลมกลืนกับธรรมชาติโดยเฉพาะพื้นที่สีเขียว

บ้านเดี่ยวในโครงการมีให้เลือกทั้งหมด 4 แบบ ภาพที่แล้วคือแบบ Calm บ้านเดี่ยว 2 ชั้นขนาดเริ่มต้นของโครงการ มีพื้นที่ใช้สอย 237 ตร.ม. สร้างบนที่ดินขนาดเริ่มต้น 52.3 ตร.ว. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ส่วนหลังที่อยู่ในภาพนี้คือแบบ Cloud พื้นที่ใช้สอย 299 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ พร้อมห้องพักแม่บ้าน

หลังต่อมาคือแบบ Captivate พื้นที่ใช้สอย 369 ตร.ม. ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ เป็นหนึ่งในแบบบ้านที่บทความนี้เราจะพาไปรีวิวให้ได้ชมกัน

และหลังใหญ่สุดของโครงการจะเป็นแบบ Charisma บ้านเดี่ยวพื้นที่ใช้สอย 441 ตร.ม. สร้างบนที่ดินขนาดเริ่มต้น 84.4 ตร.ว. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ พร้อมห้องแม่บ้าน และจอดรถได้มากถึง 4 คันเลยทีเดียว

เอกลักษณ์ของบ้านแบบ Lanai Series ของ SC Asset คือการมีระแนงอลูมิเนียมลายไม้ ที่ช่วยกั้นพื้นที่โซน Semi Outdoor อย่างเฉลียงและระเบียงให้ได้ความเป็นส่วนตัวจากสายตาภายนอก รวมถึงให้บรรยากาศบ้านสไตล์ Tropical

นอกจากช่วยพรางสายตาและดูสวยงาม ระแนงอลูมิเนียมลายไม้ยังออกแบบให้สามารถปรับทิศทางได้ตามลมและแสงแดด

นอกจากความโดดเด่นด้านดีไซน์ นวัตกรรม Living Solution ยังเป็นอีกจุดที่น่าสนใจของบ้านเดี่ยว บางกอก บูเลอวาร์ด บางนา กม.5 เพราะสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ อย่างจุดแรกที่เราเจอในบริเวณโรงจอดรถคือช่องต่ออุปกรณ์ EV Charger ที่ทางโครงการมีระบบรองรับไว้แล้ว สามารถเลือกอุปกรณ์มาติดตั้งได้เลยโดยไม่ต้องวุ่นวายกับระบบไฟฟ้าบ้าน

ประตูทางเข้สบ้านจากฝั่งโรงจอดรถ จะมี Digital Door Lock ติดตั้งมาให้ด้วย รองรับการเปิดทั้งจากลายนิ้วมือ คีย์การ์ด และการใส่รหัส

ตามประตูและหน้าต่างรอบบ้านจะติดตั้งสัญญาณกันขโมยแบบ Magnetic & Shock Sensor ซึ่งมาพร้อมกับแผงควบคุมที่สามารถสั่งเปิดปิดได้ตามเวลาที่ตั้งการ โดยจะทำงานร่วมกับ Ruejai Home OS เพื่อแจ้งเตือนได้ตลอดเวลา

ภายในบ้านยังมีการติดตั้ง Smoke Detector และ Heat Detector คอยตรวจจับปริมาณควันกับความร้อนที่ผิดปกติ เพื่อส่งสัญญาณเตือนเหตุอัคคีภัย

นอกจากนั้นยังทันสมัยด้วยสวิตช์ไฟแบบไร้สัมผัส สามารถสั่งเปิดปิดได้ผ่าน Ruejai Home OS สะดวกในเวลากลับมาถึงบ้าน ก่อนเข้าบ้านก็สามารถสั่งเปิดไฟฟ้าและเครื่องปรับอากาศรอไว้ได้เลย

เช่นกันกับสวิตช์ไฟฟ้า ที่ช่องเสียบปลี๊กไฟก็สามารถสั่งเปิดปิดกระแสไฟฟ้าได้ผ่าน Ruejai Home OS เพื่อเสริมความปลอดภัยสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กวัยซนหากเกิดนำนิ้วไปจิ้มตามช่องเสียบปลั๊ก

ระบบ Smart Home Automation ต่างๆ ในบ้านจะมีแผงควบคุมระบบส่วนกลางติดตั้งอยู่ 2 จุด ทั้งบริเวณโถงทางเดินชั้น 1 และในห้อง Master Bedroom โดยบ้านทุกหลังจะติดตั้งอินเตอร์เน็ต Ais Fiber Obtic มาเพื่อการใช้งานฟังก์ชัน Smart Home และ Smart Security ได้อย่างลื่นไหล
Home Type
Charisma

บ้านแบบแรกที่เราจะไปรีวิวกัน ขอเริ่มด้วยไซส์ใหญ่ที่สุดกับ Charisma กันก่อน นี่คือบ้านเดี่ยว 2 ชั้นที่สร้างบนแปลงที่ดินขนาดเริ่มต้น 84.4 ตร.ว. มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางถึง 441 ตร.ม. มาพร้อมฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ ก่อสร้างแบบ Conventional ก่ออิฐมวลเบา มีความคงทน ระบายความร้อนได้ดี และง่ายกับการ ทุบ ตอก เจาะ ต่อเติม ได้ตามต้องการ

ชั้น 1 หน้าทางเข้าบ้านมีเฉลียงกว้าง ทำมุมแบบ L Shape โรงจอดรถรองรับได้ 4 คัน (จอดในร่ม 3 คัน) ภายในบ้านมีระยะพื้นถึงฝ้า 2.8 ม. มาพร้อมฟังก์ชัน Living Area, Double Living และ Dining Area ที่เปิดโล่ง เชื่อมถึงกัน โดยมี 1 ห้องนอนพร้อมห้องน้ำในตัวซึ่งออกแบบรองรับผู้สูงวัย นอกจากนั้นยังมีห้องน้ำกลาง ห้องครัวขนาดใหญ่ และพื้นที่ซักล้าง ซึ่งจะอยู่โซนเดียวกับห้องพักของแม่บ้าน
ชั้น 2 แบ่งเป็น 3 ห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัวทุกห้อง ระยะพื้นถึงฝ้าสูงพิเศษ 3.6 ม. โดย Master Bedroom จะกว้างใหญ่เป็นพิเศษ รองรับ Walk in Closet ในห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำ และฝั่งหน้าบ้านมีระเบียงกว้างทำมุม L Shape ส่วนห้องนอน 2 จะอยู่ฝั่งหน้าบ้าน และมีระเบียงกว้างเช่นกัน นอกจากนั้นโถงบันไดกับชั้นลอยยังมีพื้นที่อเนกประสงค์ให้ใช้งานตามต้องการได้อีก 2 จุด

ที่จอดรถหน้าบ้านลงเสาเข็มไว้ลึกเท่าตัวบ้านเพื่อป้องกันปัญหาทรุดตัว สามารถจอดในร่มได้ 3 คัน และจอดกลางแจ้งได้อีก 1 คัน โดยจากโรงจอดรถจะมีประตูทางเข้าบ้านอยู่ 1 จุด เข้าไปเจอกับครัว สะดวกในการขนของเข้าบ้านเวลาออกไปจ่ายตลาด จะได้ไม่ต้องขนของอ้อมผ่าน Living Area

จากโรงจอดรถจะมีทางลาด Ramp รองรับการดูแลผู้ใช้รถเข็นให้เข้าบ้านได้สะดวก

หน้าประตูทางเข้าหลักของบ้านจะมีเฉลียงกว้าง ทำมุม L Shape ยาวมาถึงฝั่งข้างบ้าน ซึ่งผนังบ้านมุมนี้จะติดหน้าต่างและประตูกระจกบานใหญ่เกือบเต็มพื้นที่ เพื่อสร้างความปลอดโปร่งภายในบ้าน

เฉลียงมีพื้นที่เยอะ รองรับการจัดมุมนั่งเล่น จิบกาแฟ หรือจัดปาร์ตี้ปิ้งย่างเล็กๆ ได้

บ้านตัวอย่างสร้างบนที่ดินแปลงใหญ่เป็นพิเศษ จึงสามารถสร้างสระว่ายน้ำส่วนตัว และมุมพักผ่อนกลางแจ้งไว้ข้างบ้านเป็น Pool Villa ได้เลย

ประตูทางเข้าหลักของบ้านเป็นประตูไม้สักบานเปิดคู่ รองรับการนำรถเข็นเข้าออกได้สะดวก อีกทั้งยังมีประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่อยู่ข้างๆ กัน ช่วยให้การขนของชิ้นใหญ่เข้าบ้านทำได้ง่าย

เมื่อเข้ามาในบ้านจะเจอกับโถงกลางกว้างขวาง มองเห็น 3 ฟังก์ชัน Common Area ที่เชื่อมต่อกันแบบ Open Plan ฝั่งขวาของภาพคือ Living Area ส่วนฝั่งซ้ายคือ Dining Area และตรงกลางที่อยู่ลึกเข้าไปติดผนังหลังบ้านคือ Double Living Area ที่ปรับฟังก์ชันได้อเนกประสงค์

มองย้อนกลับไปทางประตูบ้าน จะเห็นว่าทั้งประตูและหน้าต่างบานกระจกนั้นมีส่วนทำให้บรรยากาศในบ้านดูปลอดโปร่ง

Living Area คือมุมที่อยู่ติดกับเฉลียงหน้าบ้าน จึงเปิดรับบรรยากาศจากภายนอกทั้งฝั่งหน้าบ้านและข้างบ้าน

พื้นที่มีความกว้างกำลังดี ลงตัวกับการจัดชุดโซฟาขนาดใหญ่ อาร์มแชร์ และโต๊ะกลาง รวมถึงมีผนังรองรับการติดตั้งทีวีและเคาน์เตอร์คอนโซล

ถัดจากผนังของ Living Area จะเป็นห้องนอนชั้นล่าง และพื้นที่ Double Living ซึ่งจริงๆ เปิดโล่ง แต่บ้านตัวอย่างบิลต์อินเพิ่มฉากกั้นเข้ามาเพื่อความเป็นสัดส่วน

Double Living Area เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ซึ่งสามารถปรับฟังก์ชันได้ตามต้องการ บ้านตัวอย่างตกแต่งเป็นห้องทำงานและอ่านหนังสือ โดยสามารถสลับเอา Dining Area หรือ Living Area มาอยู่โซนนี้แทนก็ได้ หรือจะกั้นเป็นอีกห้องนอนก็ยังมีพื้นที่เพียงพอ

ติดกับ Living Area และ Double Living คือห้องนอนชั้นล่าง ซึ่งมีพื้นที่ขนาดกลาง ค่อนข้างกว้างสำหรับการอยู่ 1 - 2 คน มีหน้าต่าง 2 มุม เปิดรับแสงสว่างและบรรยากาศของสวนข้างบ้าน

ห้องรองรับเตียงขนาด 3.5 - 5 ฟุต ได้กำลังดี พร้อมพื้นที่สำหรับโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้า 2 ประตู โดยมีห้องน้ำให้ใช้งานเป็นส่วนตัว

ห้องน้ำมีพื้นที่กว้าง ออกแบบให้รองรับการใช้งานของผู้สูงอายุ เคาน์เตอร์และกระจกเงาจะกว้างเป็นพิเศษ มาพร้อมราวจับช่วยพยุงตัวเวลานั่งและลุกจากโถสุขภัณฑ์ ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติ

มุมอาบน้ำในห้องก็มีราวจับติดตั้งมาด้วยเช่นกัน มาพร้อมหน้าต่างขนาดใหญ่ ช่วยระบายความชื้นได้เป็นอย่างดี

ทางเข้าห้องน้ำออกแบบให้พื้นอยู่ในระดับเท่ากันกับห้องนอน เพื่อความสะดวกในการใช้รถเข็น และป้องกันอุบัติเหตุสะดุดล้ม โดยติดตั้ง Floor Drain ไว้ที่หน้าประตู เพื่อไม่ให้น้ำล้นออกมาที่ห้องนอน

อีกฝั่งของโถงชั้น 1 เป็น Dining Area ที่รองรับโต๊ะอาหารขนาด 8 - 10 ที่นั่งได้แบบสบายๆ

ติดกับพื้นที่ของโต๊ะทานอาหาร มีผนังที่สามารถทำเป็นเคาน์เตอร์ Pantry เพิ่มเติมได้ด้วย

ถัดจากโต๊ะอาหารจะเป็นบันได โดยข้างๆ บันไดจะมีห้องเก็บของ อยู่ติดกับห้องน้ำ และห้องครัว

ห้องเก็บของมีพื้นที่เยอะ งานระบบอินเตอร์เน็ตและ Home Automation ต่างๆ จะเก็บอยู่ในส่วนนี้ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย

ห้องน้ำของโถงกลางชั้น 1 มีพื้นที่กว้างทีเดียว แบ่งโซนส่วนเปียก มาพร้อมชุดเครื่องสุขภัณฑ์เต็มฟังก์ชัน และติดกระจกเงาบานกว้างเป็นพิเศษ

พื้นทางเข้าห้องน้ำทำแบบเดียวกับในห้องนอนชั้นล่างเพื่อรองรับการใช้งานรถเข็น

ตรงข้ามกับประตูห้องน้ำจะเป็นประตูทางเข้าจากโรงจอดรถ โดยมีห้องครัวอยู่สุดทางเดิน

ห้องครัวมีขนาดใหญ่ รองรับการทำเคาน์เตอร์แบบ U Shape มีพื้นที่ให้ทำอาหารได้เยอะ อ่างล้างจานวางตำแหน่งตรงกับหน้าต่างบานใหญ่ เพื่อการระบายความชื้นที่ดี

ผนังฝั่งที่ติดกับโรงจอดรถหน้าบ้าน มีพื้นที่รองรับการบิลต์อินตู่เก็บของขนาดใหญ่ เป็นตัวช่วยสำคัญทื่ทำให้บ้านเป็นระเบียบเรียบร้อย เหมาะกับการเก็บของที่ไม่ค่อยได้ใช้ หรืออุปกรณ์ทำความสะอาด

ห้องครัวจะมีประตูเปิดออกมายังพื้นที่ซักล้างข้างบ้านซึ่งยังอยู่ในร่ม เหมาะกับการติดตั้งเครื่องซักผ้า อบผ้า และราวตากผ้า โดยจะมีห้องพักแม่บ้านอยู่ในพื้นที่โซนเดียวกันเพื่อความคล่องตัวในการทำงาน และความเป็นสัดส่วนในการพักผ่อนของแม่บ้าน

ถัดออกมานอกตัวบ้านจะมีลานซักล้างกฃางแจ้งที่ลงเสาเข็มไว้เท่าตัวบ้านเพื่อป้องกันการทรุดตัว และมีห้องน้ำเล็กให้แม่บ้านได้ใช้งาน

ขึ้นไปชมชั้น 2 กันต่อ บันไดบ้านมีโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ปูขั้นบันไดและราวจับด้วยไม้ยางพาราประสานสีเข้ม มีช่องแสงช่วยเพิ่มความสว่างให้โถงบันไดในตอนกลางวัน

เมื่อขึ้นมาถึงชั้น 2 โถงบันไดออกแบบให้มีชั้นลอยขึ้นไปอีก Step เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้ตามความต้องการ อาจจัดเป็นมุมพักผ่อนเล็กๆ หรือเป็นโต๊ะหมู่บูชาก็ได้ โดยพื้นของชั้น 2 จะเปลี่ยนจากที่ชั้น 1 ปูด้วยกระเบื้องแกรนิโต้ลายหินอ่อน มาเป็น SPC ลายไม้สีเข้ม

ตรงข้ามกับบันไดเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ซึ่งบ้านตัวอย่างตกแต่งเป็นอีกห้องนั่งเล่นให้ดูเป็นไอเดีย สามารถปรับฟังก์ชันได้หลายรูปแบบ เช่น ห้องทำงาน หรือวางเครื่องเล่นออกกำลังกาย โดยจะมีประตูกระจกบานเลื่อน เปิดออกไปที่ระเบียงหน้าบ้านได้

จากโถงกลาง เราจะพาไปชมห้องที่อยู่ติดกันอย่าง Master Bedroom กันก่อน

Master Bedroom มีขนาดใหญ่มาก แบ่งพื้นที่ได้หลายฟังก์ชัน โดยโซนหน้าห้องสามารถจัดเป็น Living Area ส่วนตัวได้อีกจุด พร้อมผนังข้างประตูที่รองรับการบิลต์อินตู้โชว์

ในบริเวณเดียวกันกับจุดวางโซฟาและชั้นวางทีวี เป็นพื้นทางวางเตียงนอนซึ่งรองรับขนาดได้ถึง 6 ฟุต พร้อมโต๊ะข้างเตียงทั้ง 2 ฝั่งได้สบายๆ โดยโซนนี้จะอยู่ติดกับประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ เปิดออกไปยังระเบียงกว้างหน้าบ้าน

ระเบียงของ Master Bedroom มีความกว้างขวางเป็นพิเศษ ราวติดเป็นกระจกนิรภัย ได้ทั้งความโปร่งและความปลอดภัย

พื้นที่ระเบียงสามารถจัดมุมนั่งเล่นพักผ่อนแบบ Semi Outdoor พร้อมกับปลูกต้นไม้กระถางได้

ระเบียงทำมุมแบบ L Shape ลึกมาถึงฝั่งข้างบ้าน เหมาะกับการปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มความสดชื่น

จากโซนพักผ่อนที่อยู่หน้าห้อง ลึกเข้าไปโซนหลังห้องยังมีพื้นที่สำหรับ Walk in Closet

พื้นที่ Walk in Closet มีขนาดใหญ่ รองรับการบิลต์อินตู้เสื้อผ้ารวมกับโต๊ะเครื่องแป้งได้แบบ U Shape โดยยังเหลือพื้นที่ตรงกลางให้วางไอร์แลนด์ขนาดใหญ่ได้อีกด้วย

ติดกับ Walk in Closet จะมีประตูทางเข้าห้องน้ำส่วนตัวของ Master Bedroom

ห้องน้ำมีพื้นที่กว้าง มาพร้อมอ่างอาบน้ำและมุมอาบน้ำที่รองรับการติด Shower Box รวมถึงยังมีโถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติติดตั้งมาให้ด้วย

อ่างล้างหน้าในห้องติดมา 2 ตัว พร้อมกระจกเงาบานกว้าง รองรับฟังก์ชัน His & Her ให้แบ่งกันใช้งานได้อย่างลงตัว

จากห้อง Master Bedroom เดินผ่านโถงกลางไปอีกปีกของบ้าน จะเป็นห้องนอน 2 - 3

ห้องที่อยู่ฝั่งหลังบ้านคือห้องนอน 3 มีพื้นที่กว้าง รองรับเตียงขนาด 6 ฟุตได้ พร้อมโต๊ะข้างเตียงขนาบ 2 ฝั่ง ได้แบบสบายๆ

ห้องมีหน้าต่าง 2 มุม ทั้งฝั่งหลังบ้านและข้างบ้าน จึงได้ความสว่างและปลอดโปร่ง ห้องรองรับการวางคอนโซลทีวีและโต๊ะทำงาน

ลึกเข้าไปสุดมุมห้องเป็นพื้นที่สำหรับ Walk in Closet และโต๊ะเครื่องแป้ง สามารถบิลต์อินตู้ได้ขนาดใหญ่ 4 - 6 ประตู โดยมุมนี้จะอยู่ติดกับห้องน้ำส่วนตัวของห้องนอน 3

ห้องน้ำมีพื้นที่ลงตัว สามารถแบ่งส่วนเปียกโดยการติดฉากกั้นอาบน้ำได้ มาพร้อมเครื่องสุขภัณฑ์ครบชุด พร้อมเซนเซอร์ชักโครกแบบไร้สัมผัส

มาที่ห้องฝั่งตรงข้าม คือห้องนอน 2 เป็นอีกห้องที่มีความกว้างขวาง รองรับฟังก์ชันโต๊ะทำงานและชั้นวางของขนาดใหญ่

ห้องนอน 2 สามารถวางเตียงใหญ่ได้ 5 - 6 ฟุต หันหน้าต่างออกไปฝั่งหน้าบ้านและข้างบ้าน โดยมีประตูบานเลื่อนกระจก เปิดออกไปยังระเบียงกว้างข้างนอกห้อง

ระเบียงห้องมีความกว้างเป็นพิเศษ มาพร้อมกับระแนงอลูมิเนียมลายไม้ที่ตกแต่งฟาซาดของบ้าน

ถัดจากโซนเตียงนอนเข้าไปมุมห้อง เป็นพื้นที่รองรับฟังก์ชันตู้เสื้อผ้าซึ่งอยู่ตรงข้ามกับห้องน้ำ

พื้นที่มุมห้องรองรับตู้เสื้อผ้าขนาดประมาณ 4 ประตู พร้อมมุมให้วางโต๊ะแป้ง อยู่ติดกับห้องน้ำส่วนตัวของห้องนอน 2

ห้องน้ำมีแปลนใกล้เคียงกับในห้องนอน 3 สามารถแบ่งส่วนเปียกได้ด้วยการติดฉากกั้นอาบน้ำ และมีเครื่องสุขภัณฑ์ติดตั้งมาอย่างครบครัน พร้อมเซนเซอร์กดชักโครกแบบไร้สัมผัส
Captivate

หลังที่ 2 ของการรีวิวฉบับนี้จะเป็นแบบบ้าน Captivate บ้านเดี่ยว 2 ชั้นหลังใหญ่ สร้างบนแปลงที่ดินขนาดเริ่มต้น 69.2 ตร.ว. มีพื้นที่ใช้สอย 369 ตร.ม. ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ

ชั้น 1 หน้าบ้านจอดรถได้ 3 คัน หน้าประตูทางเข้ามีเฉลียงกว้างทำมุม L Shape ภายในบ้านโซนแรกจะเจอกับ Living Area เชื่อมต่อกับ Dining Area โดยชั้น 1 มีถึง 2 ห้องนอน ซึ่งห้องนอนที่อยู่มุมบ้านฝั่งติดเฉลียงจะมีห้องน้ำในตัว ส่วนมุมบ้านฝั่งลานจอดรถจะเป็นห้องครัวแบบปิด ห้องน้ำกลาง และห้องพักของแม่บ้าน

ลานจอดรถหน้าบ้าน สามารถจอดรถได้ 3 คัน บริเวณผนังบ้านรอบๆ ลานจอด มีตู้เก็บของอยู่ 2 จุด เหมาะกับการเก็บอุปกรณ์ดูแลรถและทำสวน

จากลานจอดรถจะมีทางลาด Ramp รองรับผู้ใช้งานรถเข็น และติดระแนงอลูมิเนียมลายไม้เพื่อความเป็นส่วนตัวและบรรยากาศ Tropical

เฉลียงหน้าบ้านมีความกว้างเป็นพิเศษ รองรับฟังก์ชันได้หลากหลายทั้งเป็นมุมนั่งเล่น Semi Outdoor หรือเป็นที่ออกกำลังกายแบบบ้านตัวอย่างก็น่าสนใจ

ประตูทางเข้าหลักของบ้านเป็นบานเลื่อนกระจก เมื่อคู่กับหน้าต่างกระจกบานใหญ่ฝั่งข้างบ้าน ทำให้ห้องนั่งเล่นดูสว่าง ปลอดโปร่งเป็นพิเศษ

Living Area รองรับการจัดชุดรับแขกได้เต็มฟังก์ชัน พื้นที่เชื่อมต่อไปยัง Dining Area ที่อยู่ลึกเข้าไปในบ้าน

ถัดจาก Living Area จะมีประตูทางเข้าห้องนอน 4 ซึ่งพื้นที่ค่อนข้างกว้าง มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่เชื่อมต่อกับเฉลียง รับแสงธรรมชาติได้ดี

ห้องรองรับเตียงขนาด 3.5 - 5 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง โดยมีห้องน้ำให้ใช้เป็นส่วนตัว แต่บ้านตัวอย่างตกแต่งห้องนี่เป็นห้องทำงานและซ้อมดนตรี แสดงถึงฟังก์ชันที่ปรับได้หลากหลาย

ห้องน้ำรองรับการใช้งานของผู้สูงวัย มาพร้อมเครื่องสุขภัณฑ์ที่ครบครัน พร้อมด้วยราวจับช่วยพยุง และโถสุขภัณฑ์ระบบอัตโนมัติ พื้นห้องทำระดับเดียวกันกับห้องนอนเพื่อความสะดวกของผู้ใช้รถเข็น

ออกจากห้องนอน 4 จะเจอกับพื้นที่ Dining Area ซึ่งบ้านตัวอย่างทุบผนังห้องนอน 5 เพื่อขยายฟังก์ชันห้องทานอาหารให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ตามแปลนมาตรฐาน Dinning Area จะวางโต๊ะอาหารขนาดประมาณ 6 - 8 ที่นั่งได้พอดี แต่เมื่อทุบห้องนอน 5 ออก จึงสามารถขยายโต๊ะและเพิ่มฟังก์ชัน Pantry เข้ามาได้ด้วย

ถัดจาก Dining Area (และห้องนอน 5) จะเป็นประตูทางเข้าบ้านจากฝั่งลานจอดรถ และที่อยู่ข้างๆ ประตูซึ่งเห็นเป็นกระจกในภาพนั้น จริงๆ แล้วคือตู้เก็บของ โดยบ้านมาตรฐานจะเว้นช่องไว้ให้เลือกบิลต์อินตู้ได้ตามความชอบ ซึ่งตรงข้ามกับตู้เก็บของจะเป็นห้องครัว โดยมีห้องน้ำอยู่สุดทางเดิน

ห้องน้ำมีขนาดกลาง มาพร้อมฟังก์ชันที่ครบครัน ที่สำคัญคือพื้นห้องยังทำระดับเดียวกันกับโถงทางเดิน เพื่อความสะดวกในการใช้งานของผู้ใช้รถเข็น

ห้องครัวเป็นแบบปิด มีพื้นที่รองรับเคาน์เตอร์ครัวทรง U Shape ได้ลงตัว ทั้งทำอาหารและเก็บของได้อย่างจุใจ เหนืออ่างล้างจานมีหน้าต่างบานกว้าง ช่วยระบายความชื้นและกลิ่นของอาหารได้ดี

จากครัวจะมีประตูออกมายังลานซักล้างหลังบ้านซึ่งลงเสาเข็มไว้ลึกเท่าตัวบ้านเพื่อป้องกันปัญหาทรุดตัว และสุดมุมบ้านที่มีประตูอยู่อีกบาน นั่นคือห้องพักของแม่บ้าน

ย้อนกลับมากลางบ้านจะมีบันไดพาขึ้นชั้น 2 โดยข้างบันไดจะมีห้องเก็บของขนาดใหญ่ เก็บงานระบบอินเตอร์เน็ตและ Home Automation อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

บันไดมีโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ปูขั้นบันไดและราวจับด้วยไม้ยางพาราประสานสีเข้ม โถงบันไดชั้น 2 ทำเป็นชั้นลอยเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย

ตรงข้ามกับบันไดมีโถงอเนกประสงค์ซึ่งรองรับได้ทั้งการจัดเป็นห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน หรือพื้นที่ออกกำลังกายตามแบบบ้านตัวอย่าง

ติดกับบันไดและโถงกลาง จะเป็นทางเข้าไปยัง Master Bedroom

Master Bedroom มีพื้นที่กว้างขวางเป็นพิเศษ สามารถแบ่งฟังก์ชันได้เป็นหลายโซน โดยมุมแรกที่เข้ามาเจอจะเป็นเตียงนอนซึ่งรองรับขนาดใหญ่ได้ถึง 6 ฟุต และสามารถวาง ไซด์บอร์ด ชั้นวางทีวี หรือทำผนังเบาเพื่อกั้นพื้นที่ห้องนอนได้

โซนห้องนอนจะอยู่ติดกับประตูกระจกขนาดใหญ่ที่เปิดออกมาเจอกับระเบียงหน้าบ้าน ซึ่งทำมุมแบบ L Shape มีพื้นที่ให้จัดเป็นมุมนั่งเล่นชิลๆ Semi Outdoor ได้

นอกจากฟังก์ชันห้องนอน Master Bedroom ยังมีอีก 3 โซนที่ถูกวางแปลนไว้อย่างเป็นสัดส่วน เรามาดูกันต่อว่าข้างหลังชั้นวางทีวีนั้นเป็นมุมอะไร

หลังชั้นวางทีวีที่กั้นจากห้องนอน อีกด้านของชั้นวางทีวีทำเป็นชั้นโชว์ของ และพื้นที่พักผ่อนอีกจุด ซึ่งมีประตูเชื่อมต่อกับระเบียงหน้าบ้านได้เช่นกัน

ลึกเข้ามาฝั่งหลังบ้านจะเป็นพื้นที่รองรับ Walk in Closet รองรับตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่และโต๊ะเครื่องแป้ง อยู่ติดกับทางเข้าห้องน้ำ

ห้องน้ำใน Master Bedroom มีขนาดใหญ่ มาพร้อมหน้าต่างกว้าง ช่วยระบายความชื้นได้ดี มีอ่างอาบน้ำ มุม Shower โถสุขภัณฑ์อัตโนมัติ และอ่างล้างหน้า 2 ตัว รวมถึงกระจกเงาบานยาวพิเศษ

อีกฝั่งของโถงกลางจะเป็นห้องนอน 2 - 3 โดยเราจะมาดูห้องนอน 2 กันก่อน ห้องนี้จะหันหน้าต่างออกไปทางฝั่งหน้าบ้าน โดยมีประตูกระจกบานเลื่อนเปิดออกไปยังระเบียงกว้างนอกห้อง

ระเบียงหน้าห้องมีพื้นที่ให้จัดเป็นมุมพักผ่อน Semi Outdoor มาพร้อมระแนงอลูมิเนียมลายไม้ที่ตกแต่งบริเวณฟาซาดหน้าบ้าน ช่วยพรางสายตา เพิ่มความเป็นส่วนตัวในการพักผ่อน

ห้องนอน 2 มีพื้นที่กว้างขวาง รองรับเตียงใหญ่ 6 ฟุต พร้อมพื้นที่สำหรับโต๊ะข้างเตียงและชั้นวางทีวีที่ผนังฝั่งปลายเตียง

ลึกเข้าไปมุมห้องจะเป็นพื้นที่ของ Walk in Closet ที่รองรับตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่รวมถึงโต๊ะแป้ง โดยจะอยู่ติดกับห้องน้ำส่วนตัวของห้องนอน 2

ห้องน้ำในห้องนอน 2 สามารถแบ่งส่วนเปียกได้ด้วยการติดฉากกั้นอาบน้ำ มาพร้อมชุดสุขภัณฑ์ที่ครบครัน มีเซนเซอร์กดชักโครกแบบไร้สัมผัส

มาที่ห้องนอน 3 ซึ่งอยู่ฝั่งหลังบ้าน ห้องนี้จะรองรับเตียงขนาด 5 ฟุตได้อย่างพอเหมาะ พร้อมพื้นที่ให้วางโต๊ะทำงานได้ที่ผนังฝั่งปลายเตียง

ผนังข้างประตูยังมีพื้นที่ให้ใช้งานได้อเนกประสงค์ บ้านตัวอย่างบิลต์อินเป็นมุมนั่งเล่นอีกจุด เชื่อมต่อกับตู่เสื้อผ้าที่อยู่ลึกเข้าไปทางมุมห้อง

พื้นที่มุมห้องฝั่งติดกับห้องน้ำ รองรับตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ประตุมาณ 4 ประตูได้พอดี สามารถวางโต๊ะเครื่องแป้งตรงกับหน้าต่างได้อีกตัว

ห้องน้ำรองรับการติดตั้ง Shower Box แบบเข้ามุม มาพร้อมชุดสุขภัณฑ์ที่ครบครัน
ทั้งหมดนี้คือการรีวิวบ้านเดี่ยว บางกอก บูเลอวาร์ด บางนา กม.5 ของแบบบ้านไซส์ใหญ่ Charisma และ Captivate ต่อไปเราจะมาพูดถึงเรื่องของทำเลที่ตั้งโครงการกั้นบ้างครับ
Location
บางกอก บูเลอวาร์ด บางนา กม.5 ตั้งอยู่ใน ซ.บางนา - ตราด 37 ซึ่งเป็นซอยที่ตรงกลางอยู่ระหว่าง Chic Republic บางนา กับ Index Living Mall บางนา โดยภายในซอยยังเป็นที่ตั้งของโรงเรียนนานาชาติถึง 2 แห่ง คือ รร.ประชาคมนานาชาติ ICS และ รร.นานาชาติราฟเฟิลส์อเมริกัน
โครงการตั้งอยู่ในใกล้กับแยกศรีเอี่ยม จุดตัดระหว่าง ถ.บางนา - ตราด กับ ถ.ศรีนครินทร์ จึงมีตัวเลือกในการเดินทางที่หลากหลาย โดยใกล้กันยังมีทางด่วนบูรพาวิถีกับวงแหวนรอบนอกเป็นอีกทางเลือกในการเดินทางข้ามเขตอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญคือกำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีเอี่ยม มาเปิดเดินรถ ซึ่งจะช่วยพัฒนามูลค่าของทำเลนี้ให้สูงขึ้นไปอีก

การเดินทางจาก ถ.บางนา - ตราด ฝั่งขาออก หลังจากผ่านแยกศรีเอี่ยมให้วิ่งอยู่บนทางคู่ขนาน และเมื่อผ่าน Chic Republic แล้วให้เตรียมตัวเลี้ยวซ้ายเข้า ซ.บางนา - ตราด 37

เมื่อเข้ามาในซอยจะเป็นถนน 2 ช่องจราจร รายทางมีร้านสะดวกซื้อและร้านค้า เมื่อเจอทางเข้าอาคารชุดพาร์คแลนด์แล้วให้เลี้ยวขวาอีกครั้ง

เมื่อเลี้ยวขวามาแล้ว ฝั่งซ้ายมือจะเป็น รร.ประชาคมนานาชาติ ICS ส่วนฝั่งซ้ายจะเป็นทางเข้าออกหลังห้าง Index Living Mall บางนา และถัดไปจะมีสถานีบริการน้ำมันบางจาก ให้ตรงไปถึง 3 แยกแล้วเลี้ยวซ้ายอีกครั้ง

เมื่อเลี้ยวขวามาแล้ว ฝั่งซ้ายมือจะเป็น รร.ประชาคมนานาชาติ ICS ส่วนฝั่งซ้ายจะเป็นทางเข้าออกหลังห้าง Index Living Mall บางนา และถัดไปจะมีสถานีบริการน้ำมันบางจาก ให้ตรงไปถึง 3 แยกแล้วเลี้ยวซ้ายอีกครั้ง

โครงการอยู่ใกล้กับจุดขึ้นลงทางด่วนบูรพาวิถี สามารถเชื่อมต่อกับทางด่วนเฉลิมมหานครและศรีรัช เพื่อเดินทางสู่ใจกลางเมืองได้อย่างสะดวก หรือจะมุ่งหน้าไป จ.ชลบุรี ก็ง่ายดาย

โครงการอยู่ใกล้กับจุดตัด ถ.บางนา - ตราด กับ ถ.ศรีนครินทร์ บริเวณแยกศรีเอี่ยม จึงสามารถเดินทางไปในโซน ศรีนครินทร์, พัฒนาการ, รามคำแหง และพระราม 9 ได้สะดวกเช่นกัน

ใกล้กับโครงการกำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สำโรง - ลาดพร้าว สถานีศรีเอี่ยม ซึ่งนอกจากจะเป็นตัวเลือกที่รวดเร็วในการเดินทาง รถไฟฟ้ายังเป็นตัวชี้วัดความเจริญของพื้นที่ ซึ่งมีส่วนในการเพิ่มมูลค่าที่ดินให้กับบ้านได้อีกด้วย

ใกล้โครงการมีศูนย์การค้าหลายแห่ง หากขับรถมาตาม ถ.บางนา - ตราด ก่อนถึง ซ.บางนา - ตราด 37 จะมีทั้ง Central Plaza บางนา, Big C บางนา และ Chic Republic ให้แวะใช้บริการกันได้

ติดกับ ซ.บางนา - ตราด 37 มีห้าง Index Living Mall ซึ่งไม่ได้มีแต่เฟอร์นิเจอร์ แต่ยังมี Tops ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านอาหารอีกหลายร้าน เป็นตัวเลือกในการจับจ่ายใช้สอยใกล้บ้าน โดยหลังห้างมีประตูทางเข้าออกที่เชื่อมกับ ซ.บางนา - ตราด 37 โดยตรงเลยด้วย

หากขับรถถัดจาก ซ.บางนา - ตราด 37 ไปตาม ถ.บางนา - ตราด จนถึง กม.8 จะมีห้าง Lotus’s บางนา อยู่ตรงข้ามกับ Mega และ Ikea บางนา แหล่งไลฟ์สไตล์ขนาดใหญ่ประจำพื้นที่

Mega บางนา เป็นศูนย์รวมร้านค้าและร้านอาหารที่มีความครบครันที่สุดของปริมณฑลฝั่งตะวันออก โดยมาพร้อม Ikea บางนา และสวนสาธารณะ Mega Park ขนาดใหญ่

ภายใน ซ.บางนา - ตราด กม.37 เป็นที่ตั้งของ รร.ประชาคมนานาชาติ ICS โดนสนามฟุตบอลของโรงเรียนจะอยู่ตรงข้ามกับทางเข้าโครงการเลย สามารถมองเห็นได้จากห้องฟิตเนสบนคลับเฮาส์

อีกโรงเรียนที่อยู่ในซอยเดียวกันคือ รร.นานาชาติราฟเฟิลส์อเมริกัน เป็นอีกทางเลือกที่ดีในการส่งลูกหลานในครอบครัวให้ได้เรียนใกล้บ้าน เพื่อประหยัดเวลาในการเดินทาง

รอบโครงการมีสถานพยาบาลหลายแห่งพร้อมดูแลสุขภาพของครอบครัว โดยติด ถ.บางนา - ตราด ฝั่งขาเข้า ถัดจาก Mega บางนา มาเล็กน้อย จะมี รพ.พรินซ์ สุวรรณภูมิ เปิดบริการ 24 ชม.

ถัดจาก รพ.พรินซ์ สุวรรณภูมิ มาจนถึงฝั่งตรงข้ามกับ ซ.บางนา - ตราด 37 จะเป็นที่ตั้งของสถานพยาบาลทันสมัยที่เพิ่งเปิดบริการเมื่อไม่นานมานี้อย่าง รพ.วัทธนเชฏฐ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (WIH)

ติด ถ.บางนา - ตราด ฝั่งขาเข้า ก่อนถึง ซ.บางนา - ตราด 37 ใกล้กับ Big C บางนา จะมี รพ.ไทยนครินทร์ เป็นอีกทางเลือกในการดูแลสุขภาพได้ตลอด 24 ชม.
Price & Promotion

บ้านเดี่ยวโครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด บางนา กม.5 มีราคาเริ่มต้นที่ 15 - 25 ล้านบาท* โดยแต่ละแบบบ้านจะมีราคาเริ่มต้น ดังนี้
- Calm ราคาเริ่มต้น 15.5 ล้านบาท*
- Cloud ราคาเริ่มต้น 18 ล้านบาท*
- Captivate ราคาเริ่มต้น 21 ล้านบาท*
- Charisma ราคาเริ่มต้น 26.5 ล้านบาท*
*ราคา ณ เดือนมกราคม 2566 (สอบถามโครงการอีกครั้ง)
Conclusion

บทสรุปรีวิวบ้านเดี่ยวโครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด บางนา กม.5 ในความเห็นของแอดมินที่ได้ไปเยี่ยมโครงการมาด้วยตัวเอง สามารถแบ่งเป็นหัวข้อได้ดังนี้
Design & Function หน้าตาบ้าน LANAI Series ถือเป็นอีกจุดเด่นของโครงการนี้ ที่พลิกโฉมจากบ้าน บางกอก บูเลอวาร์ด ในที่ผ่านมาซึ่งเน้นดีไซน์หน้าจั่ว Gable มาเป็นบ้านทรงกล่อง หน้ากว้าง สไตล์โมเดิร์นร่วมสมัย คล้ายคลึงบ้านเดี่ยวสวยๆ ในต่างประเทศ นอกจากนั้นยังให้ความสำคัญกับ Universal Design และ Living Solution ที่น่าจะถูกใจ Young Successor คนรุ่นใหม่ที่ชอบความ Smart พร้อมกับใส่ใจคนในครอบครัวได้ดีทีเดียว
Facility สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางของโครงการจัดมาอย่างครบครันและทันสมัย ตอบโจทย์การใช้งานจริงๆ ได้อย่างลงตัว ในบรรยากาศสไตล์รีสอร์ตที่ได้แรงบันดาลใจจากเกาะสวรรค์ Bora Bora ที่สำคัญคือมีระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนา จำนวนยูนิตที่ไม่มากไม่น้อยแค่ 103 หลัง และการนำสายไฟฟ้าลงดินทั้งโครงการ ทำให้ภาพรวมโครงการดูสะอาดตาเป็นสากลดีทีเดียว
Location ทำเลโครงการเป็นอีกจุดเด่นที่น่าสนใจของ บางกอก บูเลอวาร์ด บางนา กม.5 เพราะอยู่ในบริเวณที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เป็นส่วนหนึ่งของเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายอยู่โดยรอบ ที่สำคัญคือมีศูนย์การค้าและโรงเรียนนานาชาติถึง 2 แห่งอยู่ภายใน ซ.บางนา - ตราด 37 รวมถึงกำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีเอี่ยม กำหนดสร้างเสร็จปี 2566 นี้ ซึ่งจะช่วยพัฒนาเพิ่มมูลค่าที่ดินให้สูงขึ้น ในแง่ของการลงทุนในระยะยาวจึงมีความคุ้มค่า สามารถส่งต่อเป็นมรดกให้ครอบครัวรุ่นต่อไปได้
ผู้อ่านที่สนใจโครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด บางนา กม.5 สามารถเข้าเยี่ยมชมโครงการได้ทุกวัน ในเวลา 9.00 - 18.00 ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือนัดหมายล่วงหน้าได้ที่เบอร์ 1749 หรือทางเว็บไซต์ www.scasset.com/th/house/bangkok-boulevard-bangna-km5
การคำนวณยอดผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน
ปรับรายละเอียดด้านล่างเพื่อคำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือน