รีวิวบ้านแฝด บ้านเมย์แฟร์ ลาดพร้าว 71 สูง 3.5 ชั้น หน้ากว้าง 8 ม. ทำเลใจกลางย่านลาดพร้าว
ใครกำลังมองหาบ้านกลางย่านลาดพร้าว วันนี้ home.co.th จะพาคุณไปรีวิวบ้านหรูทำเล โชคชัย 4 - นาคนิวาส ‘Baan Mayfair ลาดพร้าว 71’ บ้านแฝดสไตล์ Modern Luxury สูง 3.5 ชั้น ที่ครบครันทั้งฟังก์ชัน Smart Home และระบบ Security ขั้นสูง พร้อมรองรับ Home Office จอดรถได้สูงสุดถึง 5 คัน
บอกเลยว่าฟังก์ชันในบ้านแฝด ‘บ้านเมย์แฟร์ ลาดพร้าว 71’ นั้นไม่ธรรมดา คุ้มค่าเมื่อเทียบราคากับบ้านในโซนเดียวกัน ถ้าอยากรู้แล้วว่าดีงามแค่ไหน ไปติดตามรีวิวแบบจัดเต็มโดย Home Buyers กันได้เลย
| ชื่อโครงการ : | บ้านเมย์แฟร์ ลาดพร้าว 71 |
|---|---|
| บริษัท : | บริษัท พีทีเอฟ เรียลตี้ (2020) จำกัด |
| ที่ตั้งโครงการ : | ถนนโชคชัย 4 ซ. 54 แยก 23 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230 |
| รายละเอียดโครงการ : | บ้านแฝด 3.5 ชั้น 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ 4-5 ที่จอดรถ บนถนนลาดพร้าว |
| พื้นที่ใช้สอย : | 270.30 - 294.10 ตร.ม. |
| พื้นที่ : | 32.10 - 37.60 ตร.ว. |
| ราคาเริ่มต้น : | 12.9 ล้านบาท* (สอบถามโครงการอีกครั้ง) |
| โทร : | 090-920-9595 |
| เว็บไซต์ : | https://baanmayfair.com |
Highlight
บ้านแฝด Luxury 3.5 ชั้น
หน้ากว้าง 8 ม. จอดรถรองรับได้ถึง 5 คัน พร้อม 3 นอน 4 น้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ ปรับฟังก์ชันเป็น Home Office ได้
ครบทุกฟังก์ชัน Smart
ติด Solar Cells ประหยัดไฟจริง พร้อมระบบ Security จาก SECOM และ CCTV รอบบ้าน ผนังก่อ 2 ชั้นกันมลภาวะเสียง คุ้มกว่าเมื่อเทียบกับบ้านโซนเดียวกัน
ทำเลใจกลางย่านลาดพร้าว
ตอบโจทย์ Home Office ใกล้ ถ.โชคชัย 4 และ ถ.นาคนิวาส เชื่อมต่อทางด่วนฉลองรัช รถไฟฟ้าสายสีเหลือง 2 สถานี และ MRT ลาดพร้าว
บ้านแฝด Luxury 3.5 ชั้น
แรงบันดาลใจจากย่าน Mayfair, London หน้ากว้าง 8 ม. จอดรถได้ 5 คัน Master Bedroom ใหญ่เต็มพื้นที่ชั้น 2 ทุกห้องนอนมีห้องน้ำส่วนตัว รองรับ Home Office
Living Area ฝ้าสูง 5.20 ม.
โถง Double Volume หรูหรา ปลอดโปร่ง เชื่อมต่อสวนหลังบ้านและข้างบ้าน พร้อมชั้นลอยที่มีฝ้าเพดานสูง 2.60 ม.เท่ากับชั้น 2 - 3 รองรับฟังก์ชันได้ Multi Purpose
ครบทุกฟังก์ชัน Smart Home
เปิด - ปิดไฟด้วย Motion Sensor และ Smart Phone พร้อมเครื่องกรอง PM 2.5 หมุนเวียนอากาศใหม่เข้าสู่ต้วบ้าน และ Solar Roof ช่วยประหยัดไฟได้จริง ลดเสียงรบกวนด้วยผนังก่อสองชั้น อุ่นใจกับระบบ Security จาก SECOM และ CCTV รอบบ้าน
ทำเลใจกลางย่านลาดพร้าว
ย่านโชคชัย 4 - นาคนิวาส เดินทางสะดวกตอบโจทย์ Home Office เชื่อมต่อได้ทั้งทางด่วนฉลองรัช และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีลาดพร้าว 71 กับสถานี โชคชัย 4 รวมถึง MRT สถานีลาดพร้าว
Facility
เริ่มต้นกันด้วยเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกของ บ้านเมย์แฟร์ ลาดพร้าว 71 โครงการมีบ้านทั้งหมด 6 ยูนิต โดยสิ่งอำนวยความสะดวกจะเน้นให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยทั้งภายในและภายนอกตัวบ้าน นอกจากนั้นบนหลังคายังติดตั้งแผง Solar Roof ขนาด 3 กิโลวัตต์ ซึ่งผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้กับเครื่องปรับอากาศขนาด 9,000 BTU ได้ถึง 3 เครื่องต่อวัน

ทางเข้าพื้นที่บ้านติดตั้งประตูม้วนไฟฟ้า เปิด - ปิด ด้วยรีโมต นอกจากมีความแน่นหนา ปลอดภัย จึงยังได้ความสะดวกสบายในการเข้า - ออก นอกจากนั้นรั้วกำแพงบ้านยังก่อสูงถึง 2.50 ม. เพื่อความเป็นส่วนตัว

ข้างประตูม้วนไฟฟ้าจะมีเซนเซอร์จับความเคลื่อนไหว หากมีเด็กหรือสัตว์เลี้ยงเดินผ่านในขณะที่ประตูกำลังปิด ระบบจะสั่งให้หยุดการทำงานทันทีเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้

นอกตัวบ้านจะติดตั้งกล้อง CCTV ไว้ทั้งหมด 4 จุดทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน ควบคู่กับระบบรักษาความปลอดภัยจากบริษัทชั้นนำจาก SECOM ที่ติดตั้งอยู่ทั้งในและนอกบ้าน โดยอุปกรณ์ชิ้นนี้คือ Strobe Light เมื่อมีการบุกรุกเข้าพื้นที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งตรวจจับเซ็นเซอร์ที่ประตูหน้าต่าง สัญญาณจะดังขึ้น และกระพริบไฟเพื่อแจ้งเหตุ ในขณะที่ศูนย์เฝ้าระวังเหตุ 24 ชม. โดย SECOM จะโทรแจ้งเตือนและส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือตามความต้องการของเจ้าบ้าน พร้อมประสานไปยังหน่วยงานรัฐ ตามเหตุที่เกิดขึ้น เพื่อเข้ามาช่วยเหลือที่บ้านอีกทางหนึ่ง

ทางเข้าตัวบ้านเป็นประตูไม้จริง ติดตั้งระบบ Digital Door Lock ดูทันสมัยและมีความปลอดภัย ส่วนประตูเล็กด้านข้างเป็นทางเข้าส่วน Service และพื้นที่เก็บของหน้าบ้าน

ระบบไฟต่างๆ ของบ้านจะรวมอยู่ที่จุดนี้เพื่อความเป็นสัดส่วนและเป็นส่วนตัวเมื่อมีช่างไฟเข้ามาให้บริการที่บ้าน นอกจากนั้นยังมีพื้นที่ให้เก็บของ เหมาะกับเก็บของที่ใช้นอกบ้านอย่างอุปกรณ์ดูแลรถหรือทำสวน

ภายในตัวบ้าน ที่ประตูและหน้าต่างทุกบาน บริเวณที่สามารถงัดแงะเข้าบ้านได้จากภายนอก ทั้งชั้น 1 ชั้นลอย ระเบียงชั้น 3 มีการติดตั้ง Magnetic Sensor จาก SECOM เอาไว้

แม้แต่หน้าต่างขนาดเล็กในห้องน้ำชั้นล่าง ก็มีการติดตั้ง Magnetic Sensor ไว้เช่นกัน เพราะเป็นบริเวณที่เปิดออกไปยังพื้นที่ข้างบ้าน

ภายในบ้านยังมี Motion Sensor ที่ทำงานร่วมกับ Magnetic Sensor ตามประตูและหน้าต่าง โดยอุปกรณ์นี้จะตรวจความเคลื่อนไหวผิดปกติ ทั้งจากผู้บุกรุกและอุบัติเหตุของผู้พักอาศัยในบ้าน เพื่อส่งสัญญาณเตือนภาย และแจ้งเหตุไปศูนย์มอนิเตอร์ 24 ชม.ของ SECOM เพื่อส่งเจ้าหน้าที่มาถึงบ้านภายใน 15 นาที

ปุ่มสีแดงในภาพคือ Panic Button หรือปุ่มขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ เหตุร้าย หรือสถานการณ์ไม่ปลอดภัยรอบที่พักอาศัย โดยปุ่มนี้จะส่งสัญญาณไปยังศูนย์ SECOM เพื่อส่งเจ้าหน้าที่มาให้ความช่วยเหลือใน 15 นาที ซึ่งปุ่ม Panic Button จะติดอยู่ที่ชั้น 1, 2 และ 3 ส่วนแผงที่อยู่ด้านข้างคือ Control Panel ใช้ควบคุมการทำงานของระบบ SECOM
ระบบรักษาความปลอดภัยของ SECOM โครงการบ้านเมย์แฟร์ ลาดพร้าว จะดูแลค่าใช้จ่ายให้เป็นเวลา 2 ปี หลังจากนั้นหากเจ้าของบ้านยังต้องการใช้งานศูนย์มอนิเตอร์ 24 ชม. ของ SECOM ต่อ จะมีค่าบริการเดือนละประมาณ 2,000 บาท

นอกจากด้านความปลอดภัย ภายในบ้านยังมีระบบ Home Automation สั่งเปิด - ปิด ไฟส่องสว่างภายในห้องนอนทุกห้องได้ผ่าน Smart Phone รวมถึง Motion Sensor เปิดไฟอัตโนมัติเมื่อเดินเข้าประตูบ้านและขึ้นบันได

ห้องนอนทุกห้องติดตั้งระบบกรองอากาศ ซึ่งจะนำอากาศนอกบ้านเข้ามาผ่านการฟอกสะอาดและหมุนเวียนภายในบ้าน โดยสามารถกรองฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 ได้ ตอบโจทย์การพักอาศัยใจกลางกรุงเทพฯ ให้หมดกังวลเรื่องมลภาวะ และแม้จะไม่เปิดหน้าต่างแต่อากาศในห้องก็ยังสามารถถ่ายเท นอกจากนั้น ผนังของบ้าน เมย์แฟร์ ลาดพร้าว 71 ยังก่ออิฐบล็อค 2 ชั้น เพื่อลดเสียงรบกวนจากภายนอก ทำให้การพักอาศัยมีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น
ทั้งหมดนั้นคือสิ่งอำนวยความสะดวกที่ บ้านเมย์แฟร์ ลาดพร้าว 71 จัดเตรียมไว้ให้ ต่อไปเรามาเดินชมบรรยากาศของบ้านตัวอย่างเพื่อสัมผัสถึงฟังก์ชันของบ้านกันครับ
Design & Function

บ้านเมย์แฟร์ ลาดพร้าว 71 เป็นบ้านแฝด 3.5 ชั้น หน้ากว้าง 8 ม. สร้างบนที่ดินขนาดตั้งแต่ 32.10 - 37.60 ตร.ว. มีพื้นที่ใช้สอย 270.30 - 294.10 ตร.ม. ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ จอดรถได้ถึง 5 คัน ออกแบบสไตล์ Modern Luxury โดยดีไซน์ได้แรงบันดาลใจจากย่าน Mayfair ในกรุงลอนดอน ซึ่งมีความหรูหราและคสาสสิก

แบบแปลนบ้านสามารถปรับได้ทั้งเป็นที่พักอาศัยโดยเฉพาะและเป็น Home Office โดยแปลนด้านบนคือแบบบ้านพักอาศัย ชั้นล่างเป็น Pantry เชื่อมต่อกับ Living Area ซึ่งมีฝ้าเพดานสูงถึง 5.20 ม. โดยหลังบ้านสามารถจัดเป็นสวนหรือมุมพักผ่อนกลางแจ้ง ส่วนบนชั้นลอยมีพื้นที่ครึ่งชั้น ฟังก์ชันอเนกประสงค์ มีหน้าต่างเชื่อมต่อกับโถงสูงของ Living Area ชั้น 1
ทั้งชั้นลอย และชั้น 2 - 3 จะมีระยะพื้นถึงฝ้าอยู่ที่ 2.60 ม. เมื่อขึ้นมาบนชั้น 2 จะเป็นห้อง Master Bedroom ซึ่งได้พื้นที่ชั้น 2 ไปเต็มๆ แบ่งโซนเป็น Walk-in Closet และห้องน้ำขนาดใหญ่ ส่วนบนชั้น 3 แบ่งเป็นอีก 2 ห้องนอน มีห้องน้ำในตัวทุกห้อง พร้อมมุม Laundry และระเบียงหน้าบ้าน

แปลนเวอร์ชั่นโฮมออฟฟิศแสดงให้เห็นว่าฟังก์ชันบ้านสามารถปรับได้อย่างไรบ้าง โดยชั้นล่างแบ่งเป็นพื้นที่ Reseption และห้องทำงานซึ่งอยู่ติดสวนหลังบ้าน ส่วนบนชั้นลอยสามารถแบ่งเป็นห้องทำงานหรือห้องประชุมได้
ชั้น 2 จัดเป็นโซนพักอาศัย แบ่งพื้นที่เป็น Living Area, Dining Area, ครัว รวมถึงห้องน้ำที่ปรับครึ่งหนึ่งเป็นพื้นที่ซักล้าง ขณะที่บนชั้น 3 ใช้แปลนเดียวกับแบบบ้านพักอาศัย โดยแบ่งพื้นที่เป็น 2 ห้องนอน มีห้องน้ำในตัวทุกห้องเช่นกัน
ทำความเข้าใจแบบแปลนบ้านเรียบร้อยแล้ว ต่อไปเรามาเยี่ยมชมบ้านตัวอย่างกันเลยครับ
Home Type
บ้านแฝด 3.5 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 270.30 - 291.40 ตร.ม.

เมื่อผ่านประตูม้วนไฟฟ้าเข้ามาภายในพื้นที่บ้าน หน้าบ้านจะมีความกว้าง 8 ม. รองรับการจอดรถได้ถึง 5 คัน โดยพื้นลานจอดจะปูกระเบื้องลายหินผิวหยาบไว้ให้เรียบร้อยตามแบบบ้านตัวอย่างเลย

ข้างบ้านก่อกำแพงสูง 2.50 ม. เพื่อความเป็นส่วนตัว โดยพื้นที่ด้านข้างสามารถจอดรถต่อกันในแนวลึกได้ 2 คัน ถือว่าตอบโจทย์สำหรับใครที่มองถึงฟังก์ชันโฮมออฟฟิศไว้ เพราะมีที่จอดรถรองรับสำหรับพนักกงานและแขกได้พอสมควร ส่วนใครที่ต้องการต่อเติมครัวนอกบ้านก็สามารถใช้พื้นที่นี้ได้ เพราะโครงการลงเสาเข็มไว้เรียบร้อยแล้ว

ลึกเข้าไปในมุมที่เชื่อมต่อกับสวนหลังบ้าน โครงการจัดเป็นสระน้ำพุเล็กๆ ให้ดูเป็นตัวอย่าง เพื่อเพิ่มความสดชื่นให้การออกมาพักผ่อนรอบบริเวณบ้าน

เมื่อเข้ามาภายในบ้าน ส่วนแรกที่จะเจอคือ Foyer เหมาะกับการเก็บรองเท้า วางกุญแจ และติดกระจกเงาไว้เช็คความเรียบร้อยก่อนออกจากบ้าน โดยจะมีประตูเข้าห้องน้ำอยู่บริเวณนี้ ซึ่งข้างๆ จะมีแผง Control Panel และ Panic Button ของ SECOM ติดตั้งอยู่

การวางผังห้องน้ำให้อยู่ติดกับโซน Foyer จัดว่าลงตัวกับยุค New Normal ก่อนเข้าโซนพักผ่อนจะได้ล้างมือให้สะอาด โดยห้องน้ำชั้นล่างจะเป็น Powder Room มีเฉพาะโถชักโครกกับอ่างล้างหน้า เพราะไม่จำเป็นต้องใช้อาบน้ำเมื่อทุกห้องนอนมีห้องน้ำส่วนตัวอยู่เเล้ว แต่นอกจากสุขภัณฑ์พื้นฐาน ห้องน้ำชั้นล่างยังติดกระจกเงาบานใหญ่ ก่อเคาน์เตอร์ให้วางของ ติดพัดลมระบายอากาศ และมีช่องแสงช่วยกำจัดความชื้น

ถัดเข้ามาจาก Foyer จะเป็นมุม Pantry สำหรับทำครัวเบาแบบฝรั่งหรือใช้ชงเครื่องดื่ม ตอบโจทย์เวลาซื้ออาหารเข้าบ้านจะสามารถเดินนำของมาเก็บได้ทันที ไม่ต้องผ่านพื้นที่พักผ่อนส่วนอื่นๆ

โครงการบิลต์อินชุดเคาน์เตอร์ครัวรูปตัว L ให้ดูเป็นตัวอย่าง บ้านมาตรฐานจะเดินระบบน้ำและไฟฟ้าไว้รองรับการใช้งาน สามารถยืมไอเดียครัวสวยๆ ไปตกแต่งบ้านกันได้

ตรงข้ามกับมุม Pantry จะเป็นบันไดขั้นไปบนชั้นลอย และถัดจากนั้นจะเป็น Living Area ฝ้าเพดานสูง 5.20 ม. บรรยากาศโปร่งโล่งแบบ Double Volume เหมาะกับการติดโคมไฟระย้า เพิ่มความหรูให้กับบ้าน

ระหว่าง Pantry กับ Living Area จะมีประตูเข้า - ออก บริเวณพื้นที่ข้างบ้าน ซึ่งได้ติดตั้ง Magnetic Sensor ไว้เช่นกัน โดยมุม Living Area รองรับโซฟาขนาดใหญ่ ชุดโต๊ะกลาง และวางอาร์มแชร์ได้อย่างลงตัว

ตรงข้ามกับชุดโซฟาเป็นมุมสำหรับวางไซด์บอร์ดและชั้นวางทีวี ซึ่งระหว่างชั้นทีวีกับมุมโซฟามีระยะห่างพอสมควร เหมาะกับการติดทีวีจอใหญ่เพราะนั่งดูได้นานโดยไม่เพลียสายตา

Living Area จะเชื่อมต่อกับสวนหลังบ้าน เป็นการดึงบรรยากาศพื้นที่สีเขียวและท้องฟ้าโล่งๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน ผ่านประตูและหน้าต่ากระจกขนาดใหญ่ที่ติดไว้สูงเกือบถึงฝ้าแบบ Double Volume

เมื่อออกจาก Living Area จะเจอกับชานหลังบ้านที่ยื่นออกมาค่อนข้างกว้างเลยทีเดียว สามารถจัดเป็นมุมจิบกาแฟหรือจัดปาร์ตี้บาร์บีคิวได้สบายๆ

สวนหลังบ้าน บ้านตัวอย่างแบ่งพื้นที่จัดสวนไว้มุมหนึ่ง ที่เหลือเทพื้นและก่อที่นั่งแบบเข้ามุมเอาไว้ เป็นไอเดียที่น่าจะเหมาะกับฟังก์ชันโฮมออฟฟิศ ให้พนักงานได้มีมุมนั่งเล่นพักผ่อนหรือจัดปาร์ตี้หลังเลิกงานกันได้ และถ้าสังเกตจะเห็นมุมรั้วระแนงไม้อยู่มุมกำแพงบ้าน นั่นคือตำแหน่งของถังเก็บน้ำที่บ้านตัวอย่างกั้นระแนงไว้เพื่อความสวยงาม

สวนหลังบ้านเชื่อมต่อกับพื้นที่ข้างบ้านที่บ้านตัวอย่างทำเป็นสระน้ำพุเอาไว้ เป็นไอเดียการตกแต่งพื้นที่นอกตัวบ้านให้สดชื่น ร่มรื่น น่าออกมาใช้งาน

ขึ้นบันไดไปชมชั้นลอยกันต่อ บันไดของบ้านมีโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ปูลูกนอนด้วยไม้ยางประสาน มีความแข็งแรง ทนทาน เดินขึ้นลงได้เต็มเท้าโดยไม่ส่งเสียงรบกวน โดยข้างๆ ชานพักจะติด Motion Sensor ช่วยเปิดไฟทางเดินแบบอัตโนมัติในเวลากลางคืน และอย่างที่ได้เกริ่นไว้ตอนต้น ส่วนผนังบ้านฝั่งที่ติดกับบ้านแฝดหลังข้างๆ จะก่ออิฐบล็อคไว้ 2 ชั้น แยกผนัง แล้วใส่โฟมไว้ในช่องว่าง เพื่อป้องกันเสียงเล็ดรอด เพิ่มความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย

ชั้นลอยจะมีความปลอดโปร่งเป็นพิเศษ เพราะได้รับแสงธรรมชาติจากหน้าต่างทั้งฝั่งหน้าบ้าน และฝั่งที่เปิดออกไปยังโถง Living Area ชั้น 1 โดยบ้านตัวอย่างจัดฟังก์ชันชั้นลอยเป็นห้องทานอาหาร พื้นที่สามารถวางโต๊ะอาหารขนาด 4 - 6 ที่นั่งได้ และมีการเดินระบบน้ำ - ไฟ เจาะกำแพงต่อท่อระบายกลิ่นและควันในการทำอาหารจากเครื่องดูดควัน ออกไปด้านนอกตัวบ้าน รองรับการทำบิลต์อินเคาน์เตอร์ Pantry ได้ตามแบบบ้านตัวอย่าง

ผนังส่วนที่เชื่อมต่อกับโถง Double Volume ติดเป็นหน้าต่างกระจกสูงจากพื้นถึงฝ้า บรรยากาศที่ปลอดโปร่ง ดึงทั้งพื้นที่สีเขียวหลังบ้านและความสวยงามของโคมไฟระย้าเข้ามาเป็นวิวของห้องทานอาหาร

จากชั้นลอย มองออกไปจะเห็นบรรยากาศของ Living Area สมมติถ้าจัดพื้นที่ชั้นลอยเป็นห้องทำงาน Work from Home ก็จะได้ความเป็นส่วนตัวโดยที่ยังเชื่อมต่อกับส่วนอื่นของบ้าน เห็นสมาชิกครอบครัวอยู่ในสายตา

ถัดขึ้นไปบนชั้น 2 พื้นจะเปลี่ยนจากที่ชั้นล่างปูกระเบื้องแกรนิโต้ลายหินอ่อนมาเป็น SPC ลายไม้ปรับบรรยากาศให้อบอุ่นขึ้น โดยเมื่อเข้าประตูมาจะเจอกับ Master Bedroom ขนาดใหญ่ โซนเเรกเป็นพื้นที่สำหรับเตียงนอนอยู่ฝั่งหน้าบ้าน มีหน้าต่างบานใหญ่รับแสงสว่างสร้างความปลอดโปร่งในเวลากลางวัน

ข้างหน้าต่างมีการติดเครื่องฟอกอากาศเอาไว้ ซึ่งดีไซน์ของเครื่องมีความมินิมอลกลมกลืนไปกับการแต่งห้องอย่างลงตัว พื้นที่ห้องมีความกว้างขวาง นอกจากมุมพักผ่อนที่วางได้ทั้งเตียง 6 ฟุต อาร์มแชร์ และโต๊ะข้างเตียงทั้ง 2 ฝั่ง ลึกเข้าไปในห้องยังมีโซน Walk-in Closet ขนาดใหญ่ และห้องน้ำให้ใช้งานอย่างเป็นส่วนตัว

พื้นที่ Walk-in Closet โครงการกั้นแบ่งส่วนจากห้องนอนด้วยบิลต์อินชั้นวางของแบบตู้กระจกโปร่ง เพื่อให้มุมนี้ยังได้ความสว่างจากหน้าต่างฝั่งหน้าบ้าน

Walk-in Closet แบ่งมุมเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งที่เห็นในภาพอยู่ทิศเดียวกับหัวเตียง สามารถวางโต๊ะเครื่องแป้งกว้างๆ ได้ คู่กับตู้เสื้อผ้าบิลต์อินไซส์ใหญ่แบบ 3 ประตู

อีกฝั่งที่อยู่ตรงข้ามกันเป็นมุมที่สามารถบิลต์อินตู่เสื้อผ้าใหญ่เข้ามุมเป็นรูปตัว U ได้พอดี ตอบโจทย์ใครที่มีเสื้อผ้าเยอะให้เก็บของได้อย่างเต็มที่

ต่อจาก Walk-in Closet จะเป็นห้องน้ำขนาดใหญ่ของ Master Bedroom ซึ่งแบ่งโซนเป็นสัดส่วน ที่อาบน้ำและโถสุขภัณฑ์จะติดฉากกั้นอาบน้ำมาให้แบบบ้านตัวอย่าง และมีความปลอดโปร่ง ห่างไกลจากความชิ้นด้วยช่องแสงจากประตูและหน้าต่างกระจกที่เปิดออกไประเบียงหลังบ้าน

บ้านมาตรฐานจะติดตั้งกระจกเงาบานใหญ่และอ่างล้างหน้า 2 จุดแบบ His & Her มาให้ตามแบบบ้านตัวอย่างเลย โดยโครงการเน้นให้วัสดุคุณภาพ ทั้งสุขภัณฑ์ อ่างอาบน้ำ และอุปกรณ์ก๊อกน้ำทุกชิ้นจะใช้แบรนด์ KHOLER

ฝั่งโซนเปียกจะมีอ่างอาบน้ำติดตั้งมาให้ด้วย นอนแช่พร้อมกับมองออกไปยังพื้นที่สีเขียวริมระเบียงนอกหน้าต่างได้อย่างผ่อนคลาย

นอกจากอ่างอาบน้ำ โซนเปียกยังมีฝักบัวและ Rain Shower ให้ยืนอาบน้ำได้เช่นกัน

ระเบียงห้องน้ำเปิดออกไปยังพื้นที่โล่งหลังบ้าน มีมุมให้จัดสวนริมระเบียงเล็กๆ เพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับบ้านได้อีกหนึ่งจุด

จากระเบียงห้องน้ำบนชั้น 2 สามารถมองลงไปที่สวนหลังบ้านได้ด้วย

ต่อไปถึงคิวของชั้น 3 เมื่อขึ้นบันไดมาถึงจะเจอกับโถงทางเดินเชื่อมออกไปที่ระเบียงฝั่งหน้าบ้าน

ระเบียงหน้าบ้านมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างทีเดียว รองรับการจัดสวนริมระเบียง วางไม้ประดับไซส์ใหญ่ใส่กระถางได้ 2 - 3 ต้น พร้อมกับจัดมุมนั่งเล่นชมบรรยากาศย่านโชคชัย 4 ได้อย่างลงตัว

ย้อนกลับเข้ามาในบ้าน มุมแรกที่จะเจอก่อนเมื่อขึ้นบันไดมาถึงชั้น 3 คือพื้นที่สำหรับทำเคาน์เตอร์ ตู้เก็บของ บาร์น้ำ หรือโซนซักล้างระบบปิดแบบบ้านฝรั่งที่บ้านตัวอย่างจัดเป็นแนวทางไว้อย่างน่าสนใจ โดยบ้านมาตรฐานก็จะเดินระบบน้ำ - ไฟ ไว้รองรับฟังก์ชันนี้ด้วย

ถัดไปจากมุมเคาน์เตอร์โถงบันไดจะเจอกับทางเข้าห้องนอน 2 - 3 เริ่มจากห้องนอน 3 ซึ่งอยู่ฝั่งหลังบ้าน พื้นที่ห้องมีความกว้างพอให้วางเตียง 5 ฟุตได้อย่างลงตัว โดยมีหน้าต่างขนาดใหญ่เปิดรับแสงธรรมชาติจากฝั่งหลังบ้าน พร้อมกับติดตั้งเครื่องฟอกอากาศไว้เช่นกันกับ Master Bedroom

ข้างเตียงฝั่งติดหน้าต่างเหลือที่ให้เดินผ่านและวางโต๊ะหัวเตียงได้ ส่วนอีกฝั่งมีมุมลึกให้วางตู้เสื้อผ้า 2 ประตูได้แบบพอดีๆ

ตรงข้ามกับเตียงนอนจะมีประตูทางเข้าห้องน้ำส่วนตัวของห้องนอน 2 ส่วนพื้นที่ผนังข้างๆ สามารถแขวนทีวีได้ มีการเดินระบบสายสัญญาณไว้ให้เรียบร้อย

แม้จะเป็นห้องนอน 3 แต่ห้องน้ำในห้องนี้ก็ยังมีขนาดค่อนข้างใหญ่ แบ่งส่วนเปียกกับแห้งได้เป็นสัดส่วน พร้อมกับติดฉากกั้นอาบน้ำมาให้เรียบร้อย มีหน้าต่างและพัดลมระบายอากาศช่วยถ่ายเทความชื้นได้เป็นอย่างดี

ห้องสุดท้ายคือ Bedroom 2 ซึ่งวางแปลนอยู่ฝั่งหน้าบ้าน พื้นที่ห้องมีความกว้างขวางและเป็นสัดส่วน ถ้าไปอยู่ในบ้านหลังอื่นก็สามารถเรียกว่า Master Bedroom ได้เลยทีเดียว

เมื่อเข้าประตูห้องมาจะเจอกับห้องน้ำซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับห้องที่แล้ว ติดฉากกั้นแบ่งส่วนเปียก มาพร้อมชุดสุขภัณฑ์แบบครบครัน และมีช่องแสงกับพัดลมระบายอากาศเช่นกันกับห้องน้ำอื่นๆ

ลูกเล่นที่น่าสนใจของห้องน้ำห้องนี้คือตู้ใต้ล้างหน้าที่ด้านข้างออกแบบเป็นชั้นวางของ ตอบโจทย์คนที่ชอบเล่นโทรศัพท์หรืออ่านหนังสือเวลานั่งโถสุขภัณฑ์

ตรงข้ามกับประตูห้องน้ำจะเป็นมุมสำหรับตู้เสื้อผ้าขนาด 3 ประตู เชื่อมต่อกับไซด์บอร์ด ซึ่งบริเวณผนังได้เดินระบบสายสัญญาณไว้รองรับการติดตั้งทีวีให้เรียบร้อย

ข้างเตียงมีมุมให้วางโต๊ะแป้งหรือโต๊ะทำงาน โดยเตียงสามารถเลือกขนาด 6 ฟุตได้ลงตัว อยู่ใกล้กับหน้าต่างบานกระทุ้งขนาดยาว 3 บานที่ช่วยดึงแสงสว่างเข้ามาสร้างความโปร่งโล่งได้ดี และมีเครื่องฟอกอากาศติดตั้งมาเช่นกันกับอีก 2 ห้องนอนก่อนหน้านี้
ชมบ้านตัวอย่างกันไปครบถ้วนทุกซอกทุกมุมแล้ว ต่อไปมาดูบ้านมาตรฐานเป็นการเปรียบเทียบกันบ้างครับว่าถ้าเราซื้อบ้านแฝด ‘บ้านเมย์แฟร์ ลาดพร้าว 71’ เราจะได้บ้านหน้าต่างเป็นอย่างไร
บ้านมาตรฐาน

พื้นลานจอดรถปูกระเบื้องผิวหยาบลายหินไว้เรียบร้อยเหมือนบ้านตัวอย่าง มุมสวนหลังบ้านติดตั้งถังเก็บน้ำสำรองและปั๊มน้ำมาให้เรียบร้อย

ประตูเข้าบ้านเป็นประตูไม้จริง มีความแข็งแรงแน่นหนา ติดตั้ง Digital Door Lock ของ Samsung พร้อมระบบ Magnetic Sensor จาก SECOM และข้างประตูห้องน้ำมีแผง Control Panel กับปุ่ม Panic Button จาก SECOM เช่นกัน

Living Area โปร่ง โล่ง ฝ้าสูง 5.20 ม. ถัดเข้ามาจาก Foyer จะเป็นมุมสำหรับบิลต์อินชุด Pantry ส่วนบริเวณกลางบ้านจะมีประตูอีกจุดให้เข้า - ออก พื้นที่ข้างบ้านได้

ถัดจาก Living Area จะเป็นประตูและหน้าต่างกระจกบานใหญ่เต็มผนังสูงจากพื้นถึงฝ้า เชื่อมบรรยากาศสวนหลังบ้านและแสงธรรมชาติเข้ามาภายในบ้านได้อย่างเต็มที่

ออกจาก Living Area จะมีชานกว้างให้จัดโต๊ะจิบกาแฟหรือมุมปาร์ตี้บาร์บีคิวได้ ส่วนสวนหลังบ้านโครงการจะปูหญ้าไว้ให้

พื้นชั้นล่างปูกระเบื้องแกรนิโต้ลายหินอ่อนสีขาวเพื่อความหรูหรา ผนังบ้านก่ออิฐบล็อค 2 ชั้น แยกผนังใส่โฟมในช่องว่าง เพื่อป้องกันเสียง สร้างความเป็นส่วนตัว ขณะที่บันไดมีโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ปูลูกนอนด้วยไม้ยางประสาน ทนทาน ไม่ส่งเสียงดังเวลาเดินขึ้นลง พร้อมติด Motion Sensor เปิดไฟอัตโนมัติเมื่อเดินผ่าน

ชั้นลอยปูพื้นด้วยกระเบื้องแกรนิโต้เช่นเดียวกับชั้น 1 ฝั่งหน้าบ้านมีหน้าต่างบานกระทุ้งบ 4 บาน เปิดรับแสงเข้ามาในพื้นที่อเนกประสงค์ชั้นลอย

พื้นที่อเนกประสงค์ชั้นลอยมีการเดินระบบน้ำ และเจาะผนังเป็นช่องระบายกลิ่นกับควันในการทำอาหารควันจากเครื่องดูดควัน ไว้รองรับฟังก์ชันเคาน์เตอร์ครัว และสามารถปรับเป็นห้องทำงานหรือห้องประชุมสำหรับ Home Office ได้เช่นกัน

จากชั้นลอย มองออกมาที่โถง Double Volume ของชั้น 1 จะเห็นว่าหน้าต่างบานใหญ่ฝั่งหลังบ้าน ช่วยสร้างบรรยากาศที่ปลอดโปร่งให้บ้านได้เป็นอย่างดี

เมื่อขึ้นมาบนชั้น 2 จะเจอกับ Master Bedroom ขนาดใหญ่ พื้นตั้งแต่ชั้นนี้ไปเปลี่ยนมาปูด้วยวัสดุ SPC สวยเหมือนไม้จริง กันน้ำ กันชื้น กันปลวก และกันการขีดข่วน โดยพื้นที่ฝั่งซ้ายมือของภาพเป็นมุมที่รองรับ Walk-in Closet สำหรับบิลต์อินตู้เสื้อผ้ารูปตัว U

จากฝั่งหน้าบ้านมองเข้าไปหลังบ้านจะเห็นว่าห้องมีความลึก ได้พื้นที่เยอะ กั้นอีกครึ่งห้องเป็น Walk-in Closet ได้สบาย หรือถ้าใช้ชั้น 1 กับชั้นลอยเป็น Home Office ก็สามารถเปลี่ยน Master Bedroom เป็น Living Area, Dining Area ครัว และห้องน้ำ ได้อย่างลงตัวตามแปลนที่ได้เห็นไปก่อนหน้านี้

ห้องน้ำให้อุปกรณ์ทุกอย่างครบครันตามแบบบ้านตัวอย่าง แต่ใครที่ต้องการใช้บ้านเป็น Home Office สามารถ Request ให้โครงการปรับแปลนห้องน้ำครึ่งหนึ่งเป็นพื้นที่ซักล้างได้ โดยฝั่งของอ่างอาบน้ำจะเปลี่ยนเป็นตำแหน่งเครื่องซักผ้า และลดจำนวนอ่างล้างหน้าเหลือ 1 จุดเพื่อเพิ่มพื้นที่ส่วนซักล้างให้มากขึ้น

ขึ้นมาชั้น 3 จะเจอโถงทางเดินไปยังระเบียงฝั่งหน้าบ้าน ซึ่งกั้นด้วยประตูกระจกบานสไลด์ขนาดใหญ่ เพื่อดึงแสงธรรมชาติเข้ามายังโถงชั้น 3

ระเบียงชั้น 3 มีพื้นที่กว้าง จัดสวนหรือมุมพักผ่อนได้ตามต้องการ มีการเดินระบบน้ำไว้สำหรับดูแลต้นไม้ ส่วนปล่องระบายอากาศที่เห็น คือระบบที่เชื่อมต่อกับเครื่องฟอกอากาศในห้องนอน

อีกฝั่งของโถงบันได เมื่อขึ้นบันไดมาถึงชั้น 3 จะมีพื้นที่ให้ทำเป็นเคาน์เตอร์ได้อเนกประสงค์ตามแบบบ้านตัวอย่าง แต่ถ้าเลือกใช้พื้นที่ห้องน้ำชั้น 2 เป็นส่วนซักล้างแล้ว ปรับเคาน์เตอร์ชั้น 3 เป็น Pantry อีกจุดก็น่าสนใจ จะได้ไม่ต้องลงไปหยิบน้ำดื่มที่ชั้นล่างเวลาอยู่ข้างบน

ห้องนอน 3 อยู่ฝั่งหลังบ้าน มีหน้าต่างบานใหญ่ โดยบานบนและล่างเป็นบานฟิกซ์ ส่วนบานกลางเป็นแบบสไลด์

พื้นที่ข้างประตูมุมมุมลึกเข้าไปให้บิลต์อินตู้เสื้อผ้าขนาดกลางได้แบบพอดีๆ

ห้องน้ำในห้องนอน 3 มาพร้อมสุขภัณฑ์ครบครัน แบ่งส่วนเปียกด้วยฉากกั้นอาบน้ำไว้เรียบร้อย

ห้องนอน 2 มีความกว้างขวาง วางแปลนอยู่ฝั่งหน้าบ้าน ติดหน้าต่างกระจกบานกระทุ้งขนาดใหญ่ 3 บาน

ถัดจากประตูเข้าห้องจะเจอกับห้องน้ำขนาดใกล้เคียงกับห้องที่แล้ว มาพร้อมสุขภัณฑ์อย่างครบครันตามแบบบ้านตัวอย่าง

ทั้งหมดนั้นคือรีวิว ‘บ้านเมย์แฟร์ ลาดพร้าว 71’ ทั้งบ้านตัวอย่างและบ้านมาตรฐานที่เราได้ไปเยี่ยมชมกันมา ต่อไปจะขอพูดถึงทำเลและสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบกันบ้างครับ
Location
บ้านเมย์แฟร์ ลาดพร้าว 71 ตั้งอยู่ในถนนโชคชัย 4 ซ. 54 แยก 23 ซึ่งจะเชื่อมต่อ นาคนิวาส ซ.57 และ 37 เป็นใจกลางย่านลาดพร้าวที่เต็มไปด้วยแหล่งร้านค้า ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และโฮมออฟฟิศจำนวนมาก เดินทางไปถนนสายสำคัญในย่านได้หลายเส้น ไม่ว่าจะเป็น ซ.ลาดพร้าว 71 ถ.นาคนิวาส ถ.สตรีวิทยา 2 ถ.ลาดพร้าว - วังหิน รวมถึง ซ.เสนานิคม

ทำเลของบ้านเมย์แฟร์ ลาดพร้าว 71 สามารถเข้า - ออก ได้หลายเส้นทาง ทั้ง ถ.เกษตร - นวมินทร์ ถ.พหลโยธิน ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม และ ถ.ลาดพร้าว

พื้นที่ย่านนี้มีลักษณะเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ เต็มไปด้วยอาคารพาณิชย์ โครงการบ้านจัดสรร และโฮมออฟฟิศ ถือเป็นอีกแหล่งธุรกิจสำคัญของกรุงเทพฯ โซนเหนือหรือ North CBD

ภายในปี 2565 รถไฟฟ้าสายสีเหลืองมีกำหนดเริ่มเปิดบริการ โดยบริเวณใกล้กับโครงการ บน ถ.ลาดพร้าว มีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองสถานีโชคชัย 4 และสถานีลาดพร้าว 71 เป็นอีกทางเลือกในการเดินทาง

สำหรับเจ้าของบ้านที่น่าจะมีรถยนต์ส่วนตัวอยู่แล้ว อาจไม่จำเป็นต้องใช้รถไฟฟ้า แต่ถ้าใช้ฟังก์ชันบ้านเมย์แฟร์ ลาดพร้าว 71 เป็นโฮมออฟฟิศ รถไฟฟ้าสายสีเหลืองนั้นถือเป็นอีกเส้นทางมาทำงานที่สำคัญของพนักงานในบริษัท รวมถึงแขกผู้มาติดต่อที่โฮมออฟฟิศ ซึ่งจากโครงการออกไปประมาณ 200 ม. จะมีท่ารถซูบารุประจำทาง 20 - 40 คัน ใช้เชื่อมต่อไปปากซอยโชคชัย 4 เพื่อใช้รถไฟฟ้าสถานีโชคชัย 4 ได้ด้วย

เฉพาะ ถ.โชคชัย 4 ที่ตั้งของโครงการ ก็แทบจะเรียกได้ว่าเป็นครัวของย่านลาดพร้าวได้เลยทีเดียว เพราะเป็นย่านที่มีร้านอาหารเปิดบริการกันอย่างคึกคักตลอดวัน

นอกจากนั้น ในบริเวณใกล้เคียงยังมีทั้งศูนย์การค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งให้เลือกจับจ่ายใช้สอย โดยเฉพาะเส้น ถ.ลาดพร้าว - วังหิน ซึ่งมีทั้ง The Jas, Makro และ MaxValu รวมถึง Big C ลาดพร้าว บน ถ.ลาดพร้าวสายหลัก

บน ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม ใกล้กับ ซ.ลาดพร้าว 71 ยังมีอีกศูนย์การค้าใหญ่ของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกอย่าง Central Festival Eastville เป็นแหล่งไลฟ์สไตล์จับจ่ายใช้สอยและแฮงเอาต์ใกล้บ้าน

สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกในด้านอื่นๆ โดยรอบโครงการก็มีสถานศึกษาชื่อดังหลายแห่ง รองรับการเรียนรู้ของเด็กๆ ในบ้าน เช่น รร.สตรีวิทยา 2 และ รร.เลิศหล้า เกษตร - นวมินทร์ หรือระดับมหาวิทยาลัยก็มีทั้ง ม.เกษตรศาสตร์ และ ม.ราชภัฏจันทรเกษม ขณะที่ด้านสุขภาพ ใกล้โครงการก็มี รพ.เปาโล โชคชัย 4 พร้อมดูแลตลอด 24 ชม.
Price & Promotion

บ้านเมย์แฟร์ ลาดพร้าว 71 มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 12.9 ล้านบาท (ราคา Pre-Sale โปรดสอบถามราคาและโปรโมชั่นกับโครงการอีกครั้ง)
Conclusion

บทสรุปรีวิว บ้านเมย์แฟร์ ลาดพร้าว 71 จากความเห็นของแอดมินที่ได้ไปเยี่ยมชมโครงการมาด้วยตัวเอง สามารถแบ่งเป็นหัวข้อได้ดังนี้
Design & Function Living Area แบบ Double Volume 5.20 ม. เชื่อมต่อกับสวนหลังบ้าน คือไฮไลต์ที่น่าประทับใจของ บ้านเมย์แฟร์ ลาดพร้าว 71 เพราะทำให้บ้านดูหรูหรา ปลอดโปร่ง และมีความเชื่อมต่อกับพื้นที่สีเขียวนอกบ้าน แม้จะเป็นบ้านมาตรฐานที่ยังไม่ผ่านการตกแต่งก็ยังดูดี น่าจะถูกใจคนที่มองหาบ้านสไตล์ City Home ตอบโจทย์คอนเซปต์ Modern Luxury ได้เป็นอย่างดี
Facility บ้านเมย์แฟร์ ลาดพร้าว 71 ไม่มีซุ้มประตูทางเข้า สวน หรือ คลับเฮาส์ แต่ทดแทนมาด้วยการไม่ต้องจ่ายค่าส่วนกลางปีละหลายหมื่น และที่สำคัญคือการเลือกใส่ระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงจาก SECOM ซึ่งเป็นระบบ Security อันดับ 1 จากญี่ปุ่นเข้ามาแทน ซึ่งเป็นอะไรที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้อย่างแท้จริง เพราะความปลอดภัยคือเรื่องสำคัญที่สุด เมื่อเทียบกับพื้นที่ส่วนกลางที่บางฟังก์ชันเราแทบไม่ได้ใช้งานเลยด้วยซ้ำไป
Location สำหรับคนที่มอง บ้านเมย์แฟร์ ลาดพร้าว 71 เป็นบ้านพักอาศัย ทำเลโครงการนี้คงตอบโจทย์คนที่มีบ้านเดิมอยู่ในย่านลาดพร้าวและต้องการขยายขนาดบ้านบนทำเลเดิมที่คุ้นเคย ส่วนใครที่ต้องการฟังก์ชันโฮมออฟฟิศ ทำเลนี้ถือว่าลงตัวทีเดียวสำหรับการทำธุรกิจ เพราะอยู่ใจกลางย่านลาดพร้าว เดินทางสะดวกหลายเส้นทาง และมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ไม่ใช่แค่สำหรับเรา แต่รวมถึงลูกน้องในบริษัทให้มาทำงานและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข
โดยรวมแล้ว บ้านเมย์แฟร์ ลาดพร้าว 71 เป็นอีกโครงการบ้านแฝดที่น่าสนใจในย่านลาดพร้าว กับผู้ที่สนใจ ราคาเริ่มต้น 12.9 ล้าน* ถือว่ามีความคุ้มค้า เมื่อเปรียบเทียบฟังก์ชัน วัสดุ และระบบรักษาความปลอดภัย ที่ได้รับมาพร้อมบ้าน ดังนั้นหากต้องการสัมผัสกับบรรยากาศจริงของบ้านเมย์แฟร์ ลาดพร้าว 71 สำนักงานขายเปิดทุกวันทั้งแต่ 09.00 - 18.00 น. อย่าลืมไปเยี่ยมชมกันดูนะครับ
การคำนวณยอดผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน
ปรับรายละเอียดด้านล่างเพื่อคำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือน