“บ้าน” คำนี้มีความหมาย

มีผู้ให้คำจำกัดความคำว่า “บ้าน” ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด จะเป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด คฤหาสน์ หรือคอนโดมิเนียม และไม่ว่าจะเวอร์วังอลังการอย่างไร มันก็คือ “ที่ที่เราได้อยู่กับคนที่เรารัก และมันคือที่ที่เดียวที่คนที่รักเราได้พักอาศัยอยู่กับเรา” หากแต่คำว่าบ้านในความหมายของใครบางคนอาจหมายถึงสิ่งที่บ่งบอกหรือแสดงฐานะตัวตนเจ้าของบ้านนั้นเป็นประมาณไหน ในอีกมุมหนึ่งบ้านคือสิ่งที่แสดงถึงความสำเร็จของคนๆ หนึ่งที่มุ่งมั่นสร้างมันขึ้นมาจากน้ำพักน้ำแรงของตนเอง 

ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าผู้คนในยุคก่อน Gen Y มักตั้งมาตรฐานไว้ว่า ตอนเป็นเด็กและวัยรุ่นต้องเรียนหนังสือให้เก่งให้ดี จบออกมาจะได้ทำงานดีๆ จากนั้นให้สร้างฐานะ พอได้เวลาสมควรแล้วให้แต่งงานกับคนที่เรารัก และแต่งกับงานคือประกอบสัมมาชีพ มีลูกไว้สืบสกุลเป็นทายาทเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไป

ขณะที่ในเวลานี้ผู้คนที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นกลุ่ม Gen Y ลงไปจนถึง Gen Z หรือ Gen ZZ หรือ Gen Me น่าจะมีแนวคิดที่แตกต่างออกไป ผมได้สังเกตผู้คนในวัยดังกล่าวจึงพอสรุปได้ดังนี้

* พวกเขาเหล่านั้นมีรายได้สูงจากการทำงาน ยิ่งถ้ามีความสามารถพิเศษ มีการศึกษาสูง พูดภาษาที่ 3 ได้ (ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2) ก็จะยิ่งมีรายได้มากขึ้นไปอีก

* มุมมองการใช้ชีวิตจะมีการบริโภคที่หลากหลาย และพร้อมบริโภคเพื่อความสุขความสบายแบบไม่ต่อรองกับราคาที่ต้องจ่าย บางคนอาจจะก่อร่างสร้างหนี้ก่อนก่อร่างสร้างตัว คือมีภาระหนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย

* ที่พักอาศัยจะต้องสะท้อนตัวตนและบุคลิกของตัวเองประมาณหนึ่ง อาจเป็นคอนโดมิเนียมมากกว่าบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮ้าส์ เพราะไม่ต้องการมีภาระในเรื่องการจัดการพื้นที่เยอะๆ เช่น ห้องชุดแบบ 1 ห้องนอนขนาด 30-35 ตารางเมตรก็พอ ที่สำคัญคือชอบชีวิตคู่แต่มักไม่อยากมีลูก เพราะมองว่าการเลี้ยงลูกมีต้นทุนที่สูงมาก มีค่าใช้จ่ายมาก โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาของลูกที่จะเกิดมา บางท่านจะห่วงและหวงวันเวลาที่เป็นของตนเองและคู่ของตนเองที่จะไม่ยอมเสียให้ไปกับการเลี้ยงดูลูก เพื่อที่จะเอาเวลาดังกล่าวไปใช้ร่วมกับคู่ของตนเป็นหลัก บางท่านก็คิดต่างออกไปคือไม่ยอมย้ายออกจากบ้านพ่อแม่ไปอยู่เอง แต่ยอมอยู่ที่เดิมพร้อมกับการจ่ายเงินเพื่อรับภาระบางส่วนในการอยู่อาศัยร่วมกับพ่อแม่ (ประมาณเช่าบ้านพ่อแม่อยู่)

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพนะครับ สมมติว่านาย A มีรายได้ 34,000 บาทต่อเดือน แต่รับเงินสุทธิประมาณ 30,000 บาทต่อเดือน ถ้าผ่อนคอนโดฯ ประมาณ 12,000 บาทต่อเดือน ผ่อนบัตรเครดิตอีกประมาณ 5,000 บาท มีรถอีกหนึ่งคันผ่อนประมาณ 8,000 บาท รวมยอดผ่อนทั้ง 3 รายการคือ 25,000 บาทต่อเดือน เหลือเงิน 5,000 บาทต่อเดือน ไม่พอใช้แน่นอน ก็เอาบัตรอีกใบมาหมุนกินใช้ไปแล้วจ่ายขั้นต่ำ วังวนแบบหมุนหนี้ก็เกิดขึ้น เรื่องแบบนี้มีทั้งที่รู้ตัวและทั้งที่ไม่รู้ตัว หรือที่แกล้งทำเป็นไม่รู้ตัว ที่แย่ที่สุดคือไม่ยอมรับว่าตัวเองก็รู้ตัวแล้วหลอกตัวเองว่าไม่เป็นไร ฉันอยู่รอดและฉันจะรอด

คำถามคือยอดผ่อนคอนโดฯ ทำไมสูง เหตุก็เพราะมันมีเงินดาวน์ต่ำไป ยอดเป็นหนี้จึงสูง ยอดผ่อนต่อเดือนก็โตตามกันไป ประกอบกับราคาคอนโดฯ มันสูงเกินไปหรือไม่ (ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฟันกำไรกันเป็นพันล้าน รายที่ออกมาโวยว่าลำบากขายยาก อยากให้หลวงช่วย กำไร 4,000 กว่าล้านบาท) สูงแบบไม่น่าเชื่อ เพราะว่าทำเลอยู่ติดอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสีต่างๆ

ทำไมไม่ให้เงินดาวน์มันมากหน่อยจะได้มียอดกู้น้อย ยอดผ่อนจะได้น้อย สอดคล้องกับศักยภาพ และในช่วงออมเงินจ่ายดาวน์หรือผ่อนดาวน์จะได้บ่มเพาะวินัยการชำระหนี้ยังไงล่ะครับ และถ้าช่วยด้วยการลดราคาลงมาให้บ้างก็จะเป็นพระคุณล้นเหลือ 

เรากลับมาสู่พื้นฐานกันดีไหม เก็บออมเป็นการซ้อมก่อนกู้ กู้ไม่มาก ผ่อนพอไหว กินใช้พอสมควรกับฐานานุรูป ที่สำคัญครับ ยอดผ่อนหนี้ทุกสิ่งอย่างต่อเดือนไม่ควรเกิน 40% หรือเต็มที่นะคือ 50% ของรายได้ ส่วนที่เหลือ 50-60% คือกินใช้รายเดือนและเก็บออมนิดหน่อยเพิ่มเติม หากทำอย่างนี้ได้ท่านก็มีโอกาสรอดสูงจากหุบเหวแห่งหนี้ครับ 

ท่องและทำไว้นะครับ พอดี พอประมาณ มีการป้องกันความเสี่ยง กินอยู่ไม่ปรุงแต่ง ที่สำคัญคือต้องออมเงินครับ ออมเงินแล้วจะปลอดภัย ขอบคุณครับ

บ้าน บ้านใหม่ ราคาบ้าน ซื้อบ้าน

คอนโด คอนโดใหม่ ราคาคอนโด ซื้อคอนโด

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง