วันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาส่งร่าพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้เข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวาระแรก ทั้งนี้ สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ที่ดินฯ อยู่ที่อัตราภาษีที่จะจัดเก็บพบว่าร่างกฎหมายใหม่ได้กำหนดอัตราภาษีทั้งหมด 3 อัตรา ได้แก่ (1) อัตราภาษีสำหรับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั่วไปไม่เกินร้อยละ 0.5 ของฐานภาษี (2) ที่อยู่อาศัยของตนโดยไม่ประกอบเชิงพาณิชย์ไม่เกินร้อยละ 0.1 ของฐานภาษี และ(3) ที่ประกอบเกษตรกรรมไม่เกินร้อยละ0.05 ของฐานภาษี นอกจากนี้ยังรวมถึงการพิจารณาประเมิน หรือกำหนดอัตราภาษีดังกล่าวในทุกรอบระยะเวลา 4 ปี
ขณะที่ร่างกฎหมายของไทยเพิ่งตั้งไข่แต่ในต่างประเทศมีกฎหมายภาษีที่ดินคล้ายๆ กันใช้บ้างแล้วในหลายประเทศซึ่งจากข้อมูลของสำนักเศรษฐกิจการคลังพบว่าในอินโดนีเซียมีการจัดเก็บ "ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง" โดยเก็บจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มีฐานในการ "ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง" โดยเก็บจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มีฐานในการจัดเก็บภาษีโดยใช้หลักราคาประเมินทุนทรัพย์ สำหรับที่ดินใช้ราคาตลาดขณะที่สิ่งปลูกสร้างใช้วิธีต้นทุนทดแทนมีรอบการประเมิน 3 ปี อัตราภาษีอยู่ที่ 5%
ในฟิลิปปินส์มีภาษีทรัพย์ (Real Property Tax) เก็บจากที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และเครื่องจักร ราคาประเมินทุนทรัพย์คิดตามราคาตลาด (Fair Market Value) มีรอบการประเมิน 3 ปี โดยที่อัตราภาษีจัดเก็บเป็น 2 ระดับ ระดับจังหวัด ไม่เกิน 1% ขณะที่ระดับเมืองและเทศบาลจัดเก็บที่อัตราไม่เกิน 2%
ในสิงคโปร์เป็นภาษีทรัพย์สิน เช่นเดียวกับฟิลิปปินส์ หลักในการจัดเก็บจะเก็บจากทรัพย์สินที่เคลื่อนย้ายไม่ได้(immovable property) เช่น ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ฐานในการเก็บภาษีเป็นค่าเช่า หรือค่ารายปี แยกเป็นที่อยู่อาศัยคิดอัตราภาษี 4% ที่ดินว่างเปล่าคิดในอัตรา5% และทรัพย์สินอื่น ๆ เก็บที่อัตรา 10%
สำหรับโมเดลภาษีญี่ปุ่น มีทั้งทรัพย์สิน (Fixed Asset Tax) เก็บจากที่ดินสิ่งปลูกสร้างและสินทรัพย์ถาวร และภาษีการวางผังเมือง (City Planning Tax) เก็บจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในเขตที่มีความเจริญสูง สำหรับราคาประเมินทุนทรัพย์ กรณีที่ดินใช้ราคาตลาด ส่วนสิ่งปลูกสร้าง ใช้วิธีต้นทุนทดแทน มีรอบการประเมินภาษี 3 ปีตลาด ส่วน สิ่งปลูกสร้าง ใช้วิธีต้นทุนทดแทน มีรอบการประเมินภาษี 3 ปีส่วนอัตราภาษี กรณีภาษีทรัพย์สิน จัดเก็บอยู่ระหว่าง 1.4-2.1% มีอัตรามาตรฐานอยู่ที่ 1.4% ขณะที่ภาษีการวางผังเมืองมีอัตราจัดเก็บภาษีไม่เกิน 0.3%
เช่นเดียวกับภาษีเกาหลีใต้มีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่ ภาษีที่ดิน (Aggregate Land Tax) เก็บจากที่ดิน ภาษีสิ่งปลูกสร้าง (Property Tax on building) เก็บจากสิ่งปลูกสร้าง เรือ และเครื่องบิน ฐานภาษีคิดจากราคาประเมินทุนทรัพย์ กรณีภาษีที่ดินอิงราคาตลาด และภาษีสิ่งปลูกสร้างอิงต้นทุนทดแทนและราคาตลาด มีการประเมินภาษีใหม่ทุกปี และมีอัตราการเก็บภาษี ในกรณีที่ดินคิดตามขนาดและการใช้ประโยชน์ โดยอัตราปกติ0.3-2% อัตราก้าวหน้าเก็บ 0.2-5% และอัตราพิเศษสำหรับเกษตรและป่าไม้เก็บ0.1% สนามกอล์ฟเก็บ 5% ส่วนกรณีสิ่งปลูกสร้างเก็บที่อัตรา 0.3-7% เรือและเครื่องบิน 0.3% เรือสำราญ 5%โรงพยาบาลเก็บอัตรา 1.5-2.5%
ในออสเตรเลียใช้ระบบกฎหมายที่ดิน(Land Tax) เก็บจากที่ดิน ฐานภาษีคิดตามราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน(Unimprove value of land) โดยรอบการประเมินจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละรัฐ เช่นนิวเซาท์เวลส์ประเมินทุกปี ขณะที่วิกตอเรียประเมินทุก 4-6 ปี และเซาท์ออสเตรเลียประเมินทุก 7 ปี เช่นเดียวกับอัตราของภาษีก็ขึ้นอยู่กับแต่ละรัฐเช่น ในนิวเซาท์เวลส์ ที่ดินต่ำกว่า 4 แสนดอลลาร์ออสเตรเลีย จัดเก็บ 0.4%แต่หากเกิน 4 แสนดอลลาร์ถึง 5 แสนดอลลาร์ เก็บ 0.6% และที่ดินเกิน 5 แสนดอลลาร์ เก็บ 1.4% เป็นต้น
สุดท้ายคือ โมเดลภาษีของฝรั่ง ที่เกี่ยวข้องกับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอยู่ 3 ตัว ได้แก่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน(Property Tax) หักค่าใช้จ่าย 50% ภาษีที่ดิน (Land Tax) หักค่าใช้จ่าย 20%และภาษีบ้านอยู่อาศัย เก็บจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ฐานภาษีทั้ง 3 ประเภทคิดในลักษณะของค่าเช่า มีรอบการประเมินใหม่ทุก 6 ปี และปรับปรุงทุก3 ปี สำหรับอัตราการจัดเก็บภาษีขึ้นอยู่กับความต้องการใช้เงินงบประมาณ 3 ปี สำหรับอัตราการจัดเก็บภาษีขึ้นอยู่กับความต้องการใช้เงินงบประมาณของแต่ละท้องถิ่น แต่ไม่เกินอัตราที่รัฐบาลกำหนด
>>ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. …<<