สำหรับสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว คือการจัดเก็บภาษีจากบุคคลธรรมดา นิติบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและผู้ครอบครองหรือทำประโยชน์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของรัฐ โดยจัดเก็บจากราคาประเมินทุนทรัพย์ประเภทที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และห้องชุดตามประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อให้เจ้าของภาษีทุกรายมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นของตน ตามหลักการได้รับประโยชน์จากการบริการของท้องถิ่นและหลักความสามารถในการเสียภาษี ซึ่งผู้ที่ถือครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่มีมูลค่าสูงจะต้องเสียภาษีมากกว่าผู้ที่ถือครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่มีมูลค่าตํ่า
ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประกอบด้วยที่ดินที่ไม่มีสิ่งปลูกสร้าง ที่ดินที่มีสิ่งปลูกสร้างและห้องชุด ขณะนี้กรมธนารักษ์ได้ทยอยประเมินทั้ง 30ล้านแปลง ส่วนอาคารชุดได้เสร็จเรียบร้อยแล้วบางพื้นที่
อัตราภาษีมี 3 อัตรา คืออัตราภาษีและสิ่งปลูกสร้างทั่วไปไม่เกิน0.5% อัตราภาษีสำหรับที่อยู่อาศัยโดยไม่ประกอบการพาณิชย์ไม่เกิน 0.1%และที่ดินประกอบเกษตรกรรมไม่เกิน0.05%
ในกรณีที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าโดยไม่ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ ให้เสียภาษีไม่เกิน 0.5% ของฐานภาษีใน3 ปีแรก และหากยังไม่ได้ทำประโยชน์อีกให้เสียเพิ่มอีก 1 เท่าในทุก 3 ปี แต่ไม่เกิน 2% ของฐานภาษี