1. ตรวจสภาพห้อง ควรตรวจอย่างละเอียด เนื่องจากเป็นห้องที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว เพื่อจะได้ประเมินค่าซ่อมและต่อรองราคาซื้อขายให้สมเหตุสมผล
2. ตรวจสภาพอาคารและ Facility เรื่องนี้สำคัญเพราะอาจนำไปสู่ข้อมูลสำคัญๆ บางอย่าง เช่น ถ้าอาคารดูโทรมๆ ตึกร้าว ไฟในตึกไม่ค่อยเปิด สระว่ายน้ำ-ลิฟต์ขาดการดูแล ก็อาจประเมินได้ว่านิติบุคคลอาคารชุดมีปัญหาในการดำเนินงานก็เป็นได้
3. สังเกตบรรยากาศโดยรอบ แสงสว่างมีเพียงพอหรือไม่ ทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อความปลอดภัย เช็คคนอยู่อาศัยว่ามีมากน้อยเพียงใด โดยสังเกตจากที่จอดรถดูว่าโหลงเหลงหรือไม่
4. งบการเงินของนิติบุคคล นอกจากจะดูจากใบรายงานของนิติบุคลแล้ว อาจต้องถามไถ่คนอยู่เก่า หรือเข้าไปตามเว็บบอร์ดดังๆ ฟังดูว่านิติบุคคลหรือผู้จัดการนิติบุคคลคอนโด เป็นอย่างไร มาเฟียหรือมืออาชีพ
5. หนี้สินค้างชำระของเจ้าของเดิม เช็คเจ้าของเดิมถึงหนี้ค่าส่วนกลางว่ามีหรือไม่ ซึ่งถ้าตกลงจะซื้อ คน (จะ) ขายต้องเคลียร์หนี้ก้อนนี้ให้เสร็จก่อนแล้วค่อยทำสัญญาหรือวางเงินมัดจำกัน และเมื่อจะโอนกรรมสิทธิ์ต้องมีใบปลอดหนี้จากนิติบุคคลเป็นหลักฐานด้วย กรณีนี้รวมไปถึงค่าน้ำค่าไฟด้วย แต่ถ้าเป็นการประมูลจากกรมบังคับคดี พวกหนี้สินค่าใช้จ่ายเหล่านี้ผู้จะประมูลต้องสอบถามเอาจากนิติบุคคลอาคารชุดนั้นๆ
จะเห็นว่าการซื้อคอนโดมือสองแม้ผู้ซื้อจะเสี่ยงน้อยกว่า แต่ก็ยังต้องใช้ความละเอียดรอบคอบไม่น้อยไปกว่าการซื้อคอนโดมือหนึ่งสักเท่าไหร่เลย