อ่านเพิ่มเติม !
ในฐานะผู้ซื้อแล้วการเลือกซื้อคอนโด ให้ได้อย่างเหมาะสม รอบคอบและชาญฉลาด ถือเป็นเรื่องที่จำเป็นที่ต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์มาใช้ร่วมกัน ทั้งนี้แนวทางง่ายๆ รูปแบบหนึ่งที่นิยมใช้กันแพร่หลายทั่วโลกก็คืออาศัยการตรวจเช็คจาก “เช็คลิสต์คอนโด มาตรฐาน (Condo Checklist)” เพื่อตรวจสอบดูว่า คอนโด ที่เรากำลังสนใจอยู่นั้นมีคุณลักษณะครบถ้วนครอบคลุมใน 7 ปัจจัยต่อไปนี้มากน้อยเพียงใด 1.ความน่าดึงดูดและน่าสนใจ (Attraction) ปกติ คอนโด จะมีความดึงดูดและน่าสนใจมากน้อยเพียงใดก็ด้วยเหตุผลอย่างหนึ่งอย่างใดหรือจากส่วนผสมของปัจจัย 3 สิ่ง นั่นคือ “ทำเล (Location) ต้องดี สิ่งอำนวยความสะดวก (Amenities) ต้องเด่น และราคา (Price) ต้องไม่แพง” ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นจุดขายสำคัญที่จะช่วยให้ขายและปล่อยเช่าง่าย
2.รูปแบบ (Style) ในแง่การลงทุนแล้วรูปลักษณ์ของ คอนโด ถือเป็นตัวกำหนดความเป็นไปของมูลค่าในตลาดที่สำคัญตัวหนึ่ง ซึ่งปกติคนจะชอบอยู่ใน คอนโด แนวราบ หรือ คอนโด ที่เป็นอาคารไม่สูงมาก เพราะไม่แออัด มีความเป็นส่วนตัวมากกว่า อีกทั้งปัญหายังน้อยและมีความเสี่ยงกับปัญหาไฟไหม้และแผ่นดินไหวน้อยกว่า
3.ความใหม่-เก่าของตัวอาคาร ( New or Old Building) ยิ่งใหม่เท่าไหร่ถือว่ายิ่งดีเท่านั้น เพราะจะยิ่งดูดี และซื้อแล้วจะทำให้ภาระในการซ่อมบำรุงน้อยลง นอกจากนั้นตัวอาคารของ คอนโด ที่สร้างใหม่ยังมีแนวโน้มที่จะแข็งแรงและปลอดภัยมากกว่าด้วย เนื่องจากกฎหมายควบคุมอาคารระยะหลังกำหนดมาตรฐานเรื่องความปลอดภัยทั้งในเรื่องการป้องกันไฟไหม้และแผ่นดินไหวเข้มงวดขึ้น
ในบ้านเราความหละหลวมของกฎหมายควบคุมอาคารในอดีตทำให้อาคารที่สร้างก่อนปี 2535 มักไม่มีระบบสปริงเกอร์ป้องกันไฟไหม้ ขณะที่อาคารที่สร้างก่อนปี 2550 ส่วนใหญ่จะไม่ได้ออกแบบมารับความเสี่ยงในเรื่องแผ่นดินไหวไว้ด้วยแต่อย่างใด
4.สัดส่วนผู้อาศัยภายใน (Resident Mix) กรณีเป็น คอนโด ที่สร้างเสร็จแล้วจะต้องพิจารณาดูด้วยว่าผู้อยู่อาศัยภายในเป็นใคร ผู้เช่ามากน้อยแค่ไหน ทั้งนี้ปกติแล้วคนที่เป็นเจ้าของกับผู้เช่าจะมีทัศนคติในการดูแลรักษาห้องชุด และดูแลสภาพแวดล้อมภายใน คอนโด ที่แตกต่างกัน ซึ่งบ่อยครั้งมักทำให้เกิดปัญหาระหว่างกันขึ้นได้
นอกจากนั้น คอนโด ที่มีสัดส่วน ห้องชุด ที่นำมาให้เช่ามากๆ หากเป็นในต่างประเทศแล้วมักส่งผลกระทบตามมาถึงเรื่องการกู้ยืมเพื่อซื้อคอนโดฯ ด้วย คือทำให้กู้ยากและมีเงื่อนไขมากขึ้นกว่าปกติ
5.ค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายรายเดือน (Monthly Fees) ต้องดูว่าค่าธรรมเนียมรายเดือนที่กำหนดให้ต้องจ่ายทุกเดือนเป็นจำนวนมากน้อยเท่าไร มีประวัติเคยปรับเพิ่มขึ้นบ่อยแค่ไหน และเงินกองทุนฉุกเฉินหรือเงินกองทุนสำรองของ คอนโด ยังคงมีอยู่หรือไม่ และเหลือมากน้อยเพียงใด
6.ค่าธรรมเนียมซ่อนเร้น (Hidden Fees) ต้องพิจารณาดูว่าพื้นที่ส่วนกลางเป็นพื้นที่ที่ คอนโด เป็นเจ้าของเอง หรือเป็นพื้นที่ส่วนที่ต้องเช่ามาจากผู้อื่น หากเป็นกรณีที่พื้นที่ส่วนกลางต้องเช่า จะเป็นผลให้การอยู่อาศัยภายในมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เช่น ค่าที่จอดรถ ค่าใช้บริการพื้นที่ส่วนกลางบางส่วน เป็นต้น
นอกจากนั้นจะต้องพิจารณาถึงนิติบุคคลอาคารชุดที่บริหารงานด้วยว่ามีการดำเนินการเป็นที่น่าพอใจหรือไม่ และมีสัญญาบริหารระยะยาวหรือไม่ หากมีสัญญาบริหารระยะยาวทำไว้ตั้งแต่ คอนโด สร้างเสร็จใหม่ๆ จะทำให้ยากที่จะเปลี่ยนบริษัทที่รับจ้างบริหารงานนิติบุคคลอาคารชุดในอนาคต
7.แหล่งสนับสนุนทางการเงิน (Financing) จะต้องพิจารณาดูความสามารถในการ กู้ยืมเงิน ด้วยว่าจะทำได้มากน้อยเท่าไหร่ คอนโด ใดที่สามารถ กู้ยืมเงิน ได้มากกว่าจะถือว่าดีกว่า เพราะจะเป็นประโยชน์กับผู้ลงทุนทั้งในตอนซื้อและตอนขาย