“ค่าใช้จ่าย” กรณีเปลี่ยนสัญญาคอนโดฯ

ในช่วง 1-2 ปีนี้ตลาดคอนโดฯ ขยายตัวมากในหลายจังหวัด จากเดิมปีหนึ่งมีคนทำโครงการออกขายแค่หนึ่งหรือสองโครงการ แต่ชั่วข้ามคืนเหตุการณ์ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งกระแส AEC การขยายตัวของธุรกิจโมเดิร์นเทรด-ห้างสรรพสินค้า และพฤติกรรมผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ในเมืองที่เปลี่ยนแปลง ได้หลอมรวมเป็นเหตุที่ทำให้ตลาดคอนโดฯ ในต่างจังหวัดเติบโตรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ

แต่อาจเป็นเพราะคอนโดฯ ยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับตลาดต่างจังหวัด บางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นจึงดูไม่ค่อยปกตินักอย่างการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายกรณีที่ผู้ซื้อต้องการเปลี่ยนแปลงสัญญาเป็นเหตุการณ์ตัวอย่างที่เกิดขึ้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้กฎหมาย (พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ.2551) ก็ได้กำหนดว่า การซื้อขายอาคารชุดจะต้องใช้แบบสัญญาตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย และยังกำหนดว่าหากมีส่วนใดที่ไม่ได้ทำตามแบบนั้นและไม่เป็นคุณต่อผู้ซื้อ สัญญาส่วนนั้นไม่มีผลบังคับใช้และมีโทษปรับสำหรับผู้ฝ่าฝืน

และในแบบสัญญาจะซื้อจะขายที่ประกาศออกมาก็กำหนดชัดเจนว่า ในระหว่างที่สัญญานี้มีผลบังคับใช้ ผู้จะซื้อมีสิทธิที่จะโอนสิทธิตามสัญญานี้ให้แก่บุคคลอื่น โดยบอกกล่าวเป็นหนังสือแก่ผู้จะขาย โดยผู้จะขายตกลงจะไม่เรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มขึ้น ผู้จะขายจะต้องจัดให้ผู้รับโอนได้รับโอนไปซึ่งสิทธิ หน้าที่และความรับผิดตามสัญญานี้ เหตุผลที่ได้มีข้อกำหนดนี้เพิ่มเติมเข้ามาในกฎหมายฉบับใหม่ เกิดขึ้นเนื่องจากก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการอาศัยช่องว่างทางกฎหมายเอาเปรียบผู้ซื้อ โดยเรียกเก็บเงินค่าเปลี่ยนสัญญาจนเกินเหตุ คราวละเป็นหมื่นหรือหลายหมื่นตามแต่ราคาคอนโดฯ ที่ซื้อขาย กฎหมายจึงออกมาเพื่อคุ้มครองผู้ซื้ออุดช่องโหว่ตรงนี้

อย่างไรก็ตามต้องยอมรับกันว่าการซื้อขายคอนโดฯ ส่วนหนึ่งผู้ซื้อไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการอยู่อาศัย แต่เป็นการซื้อเพื่อลงทุนหรือบางส่วนอาจเป็นการเก็งกำไร ดังนั้นการซื้อขายเปลี่ยนมือระหว่างผ่อนดาวน์จากคนซื้อมือแรกไปยังมือที่สองย่อมมีโอกาสเกิดขึ้น ประกอบกับกฎหมายคุ้มครองเฉพาะกรณีผู้ซื้อผู้ขายได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายกันแล้วเท่านั้น จึงเป็นช่องโหว่ที่เจ้าของโครงการบางรายใช้เลี่ยง ให้ผู้ซื้อผ่อนดาวน์โดยใช้สัญญาจองแทน และเป็นเหตุให้เจ้าของโครงการยังสามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนสัญญาได้อยู่

โดยขั้นตอนอาจเริ่มด้วยการเปิดจองแล้วทำ “สัญญาจองซื้อห้องชุด” แทนที่จะเป็น “สัญญาจะซื้อจะขาย” ตามปกติ ลักษณะสัญญาจองหรือข้อความในสัญญาของบางโครงการมักเป็นการระบุรายละเอียดห้องชุดแบบคร่าวๆ แต่จะมีใบแนบท้ายเป็นเงื่อนไขการชำระเงินหรือการผ่อนดาวน์อย่างละเอียด และที่ไม่ลืมก็คือเงื่อนไขการเปลี่ยนสัญญาที่ผู้ซื้อจะต้องจ่าย และเมื่อโครงการก่อสร้างใกล้เสร็จก็จะมีการเรียกมาทำสัญญาจะซื้อจะขาย หลังจากนั้นก็เป็นขั้นตอนการตรวจรับมอบห้องชุดและโอนกรรมสิทธิ์กันต่อไป

เป็นที่สังเกตว่าช่วงเวลาระหว่างสัญญาจองมาเป็นสัญญาจะซื้อจะขายจะกินระยะเวลานาน ประมาณว่ารอตึกใกล้เสร็จค่อยเรียกมาทำสัญญาจะซื้อจะขาย และหลังจากนั้นไม่นานก็ให้รับโอนห้องชุดกันเลย

ดังนั้นหากท่านเป็นผู้ซื้อที่หวังจะลงทุนระยะสั้นจากการขายดาวน์ แล้วไปเจอกับกลยุทธ์การขายแบบนี้ก็ต้องรู้ไว้ เพราะถ้าไม่อยากเสียค่าเปลี่ยนชื่อก็ต้องรอให้ทำสัญญาจะซื้อจะขายกับโครงการก่อนแล้วค่อยซื้อขายและถ้าให้รอจนถึงตอนนั้นเวลาก็เหลือไม่มากก็ต้องรับโอนห้องชุดแล้ว ถ้าตึกเสร็จแล้วแต่ยังขายไม่ได้แน่นอนก็จะต้องหากู้เงินมารับโอนอย่างเดียว ฉะนั้นทำใจได้เลยว่ามันไม่ได้ง่าย

ทิ้งทายสำหรับผู้ซื้อที่สงสัยว่าทำไมโครงการยังเรียกเก็บค่าเปลื่ยนสัญญาจากท่านอยู่ ก็ขอให้กลับไปดูสัญญาในมืออีกทีว่าเป็นสัญญาจองหรือสัญญาจะซื้อจะขาย แล้วจะได้คำตอบ

คอนโด คอนโดใหม่ ราคาคอนโด ซื้อคอนโด

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง