ก่อนจะไปงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 34 ที่จัดขึ้นเพื่อสำหรับคนอยากได้บ้าน ในวันที่ 10-14 มีนาคม 2559 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นี้ ทาง www.home.co.th มีข้อควรรู้ เกี่ยวกับขั้นตอนการซื้อบ้าน และซื้อคอนโดมาแนะนำกัน เพื่อจะได้รู้ว่า ขั้นตอนการซื้อบ้าน ขั้นตอนการซื้อคอนโด มีอะไรบ้าง เมื่อไปช้อปภายในงาน จะได้ทำตามขั้นตอนกันอย่างถูกวิธี
1.เงินจอง
จำนวนเงินจองเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่โครงการกำหนด โดยส่วนใหญ่เงินจองจะประมาณหลักพันไปจนถึงหลักหมื่น
2.เงินทำสัญญา
หลังจากได้ทำการจองไปแล้ว ภายใน 7-14 วันทางเจ้าของโครงการจะกำหนดวันทำ "สัญญาจะซื้อจะขาย" ซึ่งเงินทำสัญญาปกติจะก้อนใหญ่กว่าเงินจอง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับราคาบ้าน หรือ ราคาคอนโด เช่นกัน มีทั้งหลักหมื่นและหลักแสน
ในงานมหกรรมบ้านและคอนโดนี้ เราคงจะเน้นไปที่สินค้าแบบพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ ดังนั้นค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินดาวน์รายเดือนคงไม่มี ค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องมาจะเป็นช่วงการโอนกรรมสิทธิ์
3.ค่าประเมินราคาห้องชุด
โดยจ่ายในวันที่ไปทำเรื่องยื่นกู้ให้กับธนาคารที่เรายื่นกู้ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 2,000-3,000 บาท ต่อการประเมินหนึ่งครั้ง ยิ่งยื่นกู้หลายธนาคารก็ต้องจ่ายมาก ค่าประเมินที่ได้จ่ายไปแล้ว ถ้ากรณีที่กู้ไม่ผ่านหรือไม่ได้รับอนุมัติเงินกู้ก็ไม่มีการคืนเงิน
4.ค่าจดทะเบียนจำนอง
จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์ อัตราปกติคิด 1% ของมูลค่าที่จดจำนอง โดยต้องชำระให้สำนักงานที่ดิน เหตุผลที่ต้องเสียค่าจดทะเบียนจำนองเพื่อเอาคอนโดฯเป็นประกันหนี้ให้กับธนาคาร
5.ค่าธรรมเนียมการโอน
จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์เช่นกัน อัตราปกติคิด 2% ของราคาประเมินกรมที่ดิน ซึ่งทางกฏหมายกำหนดให้ต้องจดทะเบียนกับสำนักงานที่ดิน มิฉะนั้นจะเป็นโมฆะ โดยส่วนใหญ่ผู้ซื้อและผู้ขายจะออกกันคนละ 50% หรือแล้วแต่ตกลง
6.เงินกองทุนสำรองส่วนกลาง
ถ้าเป็นโครงการแนวราบเงินส่วนนี้จะไม่มี แต่สำหรับอาคารชุดเงินนี้จะมีเพื่อ เป็นเงินกองกลางที่นิติบุคคลอาคารชุดจะเรียกเก็บไว้เป็น "กองทุนสำรอง" เพื่อใช้ในการบริหารจัดการโครงการในระยะยาว โดยคิดตามขนาดพื้นที่ห้องชุดตามระดับราคาห้องชุด เช่น ห้องชุดมีพื้นที่ส่วนกลาง หรือสิ่งอำนวยความสะดวกมาก อัตราเงินกองทุน จึงย่อมสูงตามลำดับ
7.ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย
ถ้ากู้เงินมาจากธนาคาร โดยปกติธนาคารจะกำหนดให้ต้องทำประกันอัคคีภัยห้องชุดด้วย โดยผู้ซื้อต้องรับภาระในการชำระเบี้ยประกัน และธนาคารจะเป็นผู้รับผลประโยชน์ หากเกิดอัคคีภัยบริษัทประกันภัยจะจ่ายเงินไปที่ธนาคารในฐานะผู้รับผลประโยชน์ เพื่อ เอาเงินนี้ไปตัดหนี้กับเงินกู้ ซึ่งปกติมักจ่ายพร้อมกับเงินผ่อนชำระงวดแรก และส่วนใหญ่จะเรียกเก็บ 3 ปีครั้ง อัตราเบี้ยมาตรฐานกรมการประกันภัยกำหนดไว้
8.ค่าประกันมิเตอร์น้ำ-ไฟฟ้า
ปกติโครงการมักออกค่าใช้จ่ายในการติดตั้งมิเตอร์น้ำ-ไฟฟ้าให้ก่อน แล้วเรียกเก็บทีหลังตามอัตราที่การประปา-การไฟฟ้ากำหนด โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 2,000-4,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของมิเตอร์ไฟฟ้า และเงื่อนไขของโครงการ
9.ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง
สำหรับแนวราบคิดเป็นต่อตารางวาหรือต่อหลัง ส่วนอาคารชุด คิดเป็นต่อตารางเมตร โดยจะต้องจ่ายล่วงหน้าวันโอน 1 ปี
สุดท้ายนี้อย่าลืมไปเลือกซื้อบ้านและซื้อคอนโด ได้ที่งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 34 วันที่ 10 - 14 มีนาคม 2559 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
เตรียมตัวไปช้อปบ้านและคอนโด ที่งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 34