เตรียมตัวไปช้อปบ้านและคอนโด

งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 34  ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 10-13 มีนาคมนี้ ถือเป็นงานใหญ่ประจำปีที่รวบรวมที่อยู่อาศัยทำเลดี ภายใต้การพัฒนาของแบรนด์เล็กใหญ่มาจัดไว้ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เพื่อให้ผู้บริโภคที่อยากได้บ้านใหม่ให้ได้เลือกชม เปรียบเทียบ หาข้อเสนอต่างๆ ก่อนตัดสินซื้ออสังหาริมทรัพย์ในทำเลที่ตนเองต้องการตามแผนที่วางไว้

เตรียมตัวไปช้อปบ้านและคอนโด

สำหรับงานมหกรรมบ้านและคอนโด ปีนี้วาง Concept ของงานว่า "โค้งสุดท้าย ลดเกินรัฐ ลุ้นรับล้าน" โดยเนื้อหาหลักที่จะสื่อถึงผู้บริโภคคือ การจัดงานมหกรรมฯ ครั้งนี้ ยังอยู่ในช่วงของมาตรการรัฐ ที่ลดค่าโอน จดจำนอง เหลือ 0.01%  ก่อนที่จะหมดมาตรการดังกล่าวในวันที่ 30 เมษายนที่จะถึงนี้ ผู้บริโภคควรรีบมาเลือกซื้อที่อยู่อาศัยในงานนี้ เพราะนอกจากจะมีมาตรการรัฐที่สนันสนุนให้แล้ว ภายในงานยังมีโปรโมชั่น ที่ทางผู้ประกอบการนำมาเสนอให้อย่างสุดคุ้มในงานนี้งานเดียวเท่านั้น  และทางผู้จัดงานยังร่วมจัดแคมเปญ สำหรับผู้ที่จองซื้อที่อยู่อาศัยภายในงานกับส่วนลดเงินสด 1 ล้านบาท ทำให้งานนี้ถือเป็นโค้งสุดท้ายของคนที่อยากได้บ้าน เพียง 4 วันงานเท่านั้น

โอกาสนี้เป็นโอกาสดีสำหรับผู้ที่กำลังจะหาซื้อบ้านในปีนี้ ที่จะได้รับข้อเสนอและเลือกสรร โครงการดีๆในสถานที่และช่วงเวลาสั้นๆที่จัดงาน แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับท่านที่เป็นผู้บริโภคมือใหม่และกำลังตัดสินใจจะซื้ออสังหาในฝันสักหลัง คงต้องมีการจัดเตรียมข้อมูลสำหรับตนเองเพื่อการตัดสินใจที่ไม่พลาด www.home.co.th  มีข้อเสนอแนะดีๆ สำหรับเรื่องนี้ครับ

1.ทวนความจำกันเรื่อง มาตรการภาครัฐ

วันที่ 13 ตุลาคม 2558  รัฐบาลได้ออก 3 มาตรการ เพื่อช่วยในเรื่องการเงินสำหรับคนที่จะซื้อบ้านใหม่ในช่วง 6 เดือนนี้   

1.1 เพิ่มวงเงินกู้ซื้อบ้านพร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ

รัฐบาลได้อนุมัติวงเงินเบื้องต้น 10,000 ล้านบาท เพื่อให้ผู้ที่ถูกปฏิเสธการขอกู้ซื้อบ้านจากธนาคารพาณิชย์ ให้สามารถขอกู้กับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้ โดย ธอส. ได้ออกมาตรการผ่อนปรนเงื่อนไขการขอสินเชื่อบ้านให้ผู้ที่มีรายได้น้อย-ปานกลางมากขึ้น โดยพิจารณาสัดส่วนความสามารถชำระหนี้ต่อรายได้เพิ่มขึ้น จากเดิมอยู่ที่ 33% เป็น 40-50% ของรายได้สุทธิต่อเดือน นั่นจึงทำให้ผู้ที่มีรายได้ไม่ถึง 30,000 บาทต่อเดือน สามารถกู้ซื้อบ้าน ราคาบ้านไม่เกิน 3 ล้านบาทได้ (จากเดิมกู้ซื้อบ้านได้เพียงราคาไม่เกิน 1.8 ล้านบาท)   

1.2. ลดค่าธรรมเนียมการโอนและจำนองเป็นเวลา 6 เดือน จะสิ้นสุดในวันที่ 30 เมษายน 2559

สำหรับมาตรการนี้จะเป็นการลดการเรียกเก็ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอน จาก 2% ของราคาประเมินทุนทรัพย์ในกรณีการโอน เหลือ 0.01% รวมทั้งลดค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์และห้องชุด จากเดิม 1% เหลือ 0.01% ของมูลค่าที่จำนอง แต่ไม่เกิน 200,000 บาท ซึ่งจะมีผลเพียงแค่ 6 เดือน

   

1.3. ซื้อบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท สามารถหักลดหย่อนภาษีได้

สำหรับผู้ที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นอาคารพร้อมที่ดิน หรือห้องชุดในอาคารชุด ในราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท สามารถนำเอา 20% ของราคาบ้านไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้เป็นเวลา 5 ปี โดยมีเงื่อนไขการหักลดหย่อนภาษีคือ

- ต้องเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าไม่เกิน 3 ล้านบาท
- ต้องเป็นการซื้อครั้งแรก (ไม่เคยถือสิทธิ์ในอสังหาฯ อื่นมาก่อน) 
- เป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง
- ถือกรรมสิทธิ์ในอสังหาฯ นั้น เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปีนับตั้งแต่วันโอน
- ต้องจ่ายค่าซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2559 เท่านั้น
- ต้องใช้สิทธิ์ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต่อเนื่องกัน 5 ปีภาษี นับตั้งแต่ปีภาษีที่มีการจดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์โดยให้แบ่งใช้สิทธิเป็นจํานวนเท่า ๆ กันในแต่ละปีภาษี

ทั้งนี้หากนำมาเฉลี่ยคิดเป็นรายปีของมูลค่าบ้านไม่เกิน 3 ล้านบาท จะสามารถนำมาลดหย่อนได้ถึง 6 แสนบาท หรือปีละ 120,000 บาท  และถ้ารวมกับมาตรการลดหย่อนภาษีจากภาระดอกเบี้ยเงินกู้บ้านที่ปัจจุบันได้ปีละไม่เกิน 1 แสนบาทอยู่แล้ว ก็เท่ากับได้สิทธิประโยชน์เป็น 2 เท่าจากการลดหย่อนครั้งใหม่นี้เข้าไปด้วย

เมื่อทราบสิทธิประโยชน์ที่เราจะได้จากมาตรการของรัฐแล้ว เรื่องต่อไปที่เราต้องเตรียมตัวเอง คือ

2. เช็คกำลังซื้อของตนเอง

เรื่องนี้ก็เพื่อให้เราได้ทราบกำลังของของตนเองในการกำหนดงบประมาณเพื่อเลือกอสังหาในทำเลที่เราหมายตาไว้ โดยเรื่องกำลังซื้อของเรานั้นจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการประเมินรายได้ของเราจากธนาคารผู้ปล่อยสินเชื่อ การประเมินรายได้ ธนาคารส่วนใหญ่จะมีหลักกว้างๆในการประเมินการกู้ซื้ออสังหาดังนี้ครับ

2.1 ธนาคารส่วนใหญ่จะไม่ปล่อยกู้เต็มจำนวนของราคาซื้อขาย ปกติจะให้สินเชื่ออยู่ที่ 70-90%
2.2 โดยทั่วไปธนาคารมักให้วงเงินกู้ประมาณ 15-30 เท่าของรายได้ อาจลดหลั่นมากน้อยตามแต่กลุ่มอาชีพ
2.3 กำหนดเงินงวดต่อเดือนประมาณ 25-30% ของรายได้รวมของผู้กู้ เช่น รายได้ 2 หมื่นบาท/เดือน ควรผ่อนอยู่ที่ 5,000-6,000 บาท/เดือน
2.4 ระยะเวลากู้เมื่อรวมกับอายุผู้กู้แล้วต้องไม่เกิน 65-70 ปี เช่น อายุ 40 ปี จะกู้ได้สูงสุด 30 ปี เป็นต้น
- MLR (Minimum Loan Rate) คือ อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี เป็นเงินกู้แบบมีระยะเวลา (Term Loan) โดยส่วนใหญ่ใช้กับเงินกู้ระยะยาวที่มีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน ตัวอย่างเช่น สินเชื่อเพื่อการประกอบธุรกิจ เป็นต้น 
- MOR (Minimum Overdraft Rate) คือ อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี
- MRR (Minimum Retail Rate) คือ อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อบัตรเครดิต เป็นต้น
2.5 กู้ 1 ล้าน ต้องผ่อนต่อเดือน ประมาณ 8,000 อัตราดอกเบี้ย 7 % จำนวนปี 20 ปี

3. การเลือกซื้อโครงการ

นี่ก็เป็นเรื่องใหญ่อีกเรื่องสำหรับผู้ที่กำลังหาบ้านใหม่ว่าเราจะเลือกซื้อโครงการแบบไหนดี เรื่องการเลือกซื้อนี้มีหลายแง่มุมครับ อย่างเช่น ถ้าจะซื้อโครงการใหม่ที่เพิ่งเปิดโครงการ อะไรสำคัญที่สุดที่เราต้องคำนึงถึง

และนี่ก็เป็นเทคนิคเล็กๆน้อยๆ จาก www.home.co.th เพื่อเตรียมตัวไปช้อปบ้านและคอนโด กันได้ที่งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 34 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จัดในวันที่ 10 - 13 มีนาคม 2559 นี้

วิธีดูโครงการบ้าน คอนโดที่น่าไว้ใจ



ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง