
เปิดตัว 6 รูปแบบที่อยู่อาศัย เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นโอกาสในการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์เมืองไทย แม้ว่าตอนนี้อาจจะดูเร็วไปสักนิด แต่ในอนาคตอันใกล้จะมีบทบาทชัดเจนขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
ประเทศไทยในขณะนี้ได้เข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุแล้ว และอีกไม่นานเกินรอ 4-5 ปีข้างหน้า ก็จะกลายเป็น สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้โอกาสการลงทุนเพื่อสนองตอบลูกค้ากลุ่มนี้เปิดกว้างมาก แม้การพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อสนองตอบกลุ่มลูกค้าผู้สูงอายุในเวลานี้จะเร็วไปสักนิด ซึ่งอาจทำให้ไม่หวือหวา ปึงปัง มากสักเท่าไหร่ แต่เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้ถัดไปจากนี้ ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุทวีบทบาทโดดเด่นชัดเจนขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
สำหรับแนวคิดและรูปแบบการลงทุน “ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Housing Options for Seniors)” ในบ้านเรา เชื่อว่าจะมีรูปแบบคล้ายคลึงกับที่เกิดขึ้นแล้วในต่างประเทศ นั่นคือจะเป็นการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีลักษณะพ่วงบริการสำหรับผู้สูงอายุ โดยมีทั้งแบบขาย หรือให้เช่าระยะยาว
ทั้งนี้ ที่นิยมทำกันมากในต่างประเทศ ส่วนใหญ่จะเป็นอพาร์ตเม้นต์ ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกและให้บริการคล้ายๆ กับโรงแรม ยิ่งมีการให้บริการทางการแพทย์เพิ่มขึ้นมากเท่าไหร่ ขนาดของห้องพักก็จะยิ่งคล้ายกับห้องพักในโรงพยาบาลมากขึ้น คือจะค่อยๆ เล็กลง
ส่วนรูปแบบที่พัก หรือที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ โดยทั่วไป จะมีทางเลือกในการพัฒนาได้ใน 6 รูปแบบ ดังนี้
1.ชุมชนที่พักสำหรับผู้สูงอายุที่อยู่อาศัยตามลำพัง (Active Adult Community Independent Living Facility (ILF) Housing) มีลักษณะเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับผู้เกษียณอายุที่ยังแข็งแรง และทำอะไรต่อมิอะไรด้วยตัวเองได้ ที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุโดยตรง
โครงการแบบนี้ ในบ้านเรา เริ่มมีปรากฎให้เห็นบ้างแล้ว ทั้งนี้ที่ทำในรูปบ้านเดี่ยว ก็เช่นโครงการบางไทร ฮอสปิเฮาท์ โครงการหมู่บ้านแมกโนเลีย เซ้าเทิร์น แคลิฟอร์เนีย บางนา-ตราด ก.ม.7 หรือ โครงการวิลล่า มีสุข เรสซิเดนท์เซส ที่เชียงใหม่ หรือที่ทำในรูปคอนโดมิเนียม เช่น อาคารชุดสวางคนิเวศ ของสภากาชาดไทย ต.บางปู จ.สมุทรปราการ และ LPN Eldery Condominium ของบริษัทแอล พี เอ็น เป็นต้น
ส่วนที่ทำในลักษณะ “เซอร์วิสอพาร์ตเม้นต์ (Service Apartment)” แลเน้นทำเลติดกับโรงพยาบาล ส่วนใหญ่มักดำเนินการโดยโรงพยาบาล เช่น บีเอ็มซี เซอร์วิสอพาร์ตเม้นต์ ของโรงพยาบาลกรุงเทพ หรือวิภาวดีทาวเวอร์ของโรงพยาบาลวิภาวดี เป็นต้น
เชื่อว่าอีกไม่นานโครงการรูปแบบนี้ ในบริเวณใจกลางเมืองกรุงเทพฯ จะมีเกิดขึ้นตามมาอีกมากมาย โดยจะเป็นการเปลี่ยนกิจการโรงแรม มาทำเป็นที่พักในลักษณะนี้แทน เนื่องจากได้ค่าเช่าดีกว่า


