
ช่วงนี้คอนโดฯผุดขึ้นกันเป็นดอกเห็ด โดยเฉพาะตามแนวรถไฟฟ้า คนยุคนี้ก็นิยมเลือกอาศัยอยู่คอนโดฯซะด้วย เพราะเห็นว่าสะดวก ไม่ต้องดูเเลเยอะ เเถมยังสะดวกเรื่องการคมนาคม เเต่ก็มีหลายกระเเสเสียงเลยที่บ่นเรื่อง “ค่าส่วนกลาง” เเพงไปมั้ยยย อย่าว่าเเต่คอนโดฯเลย บ้านจัดสรรเองก็ไม่ต่างกัน เข้าอยู่ 2 ปีเเรกยังพอไหว เเต่พอเข้าปีที่ 3 หรือเปลี่ยนโครงการบริหารจัดการมาเป็นนิติบุคคลฯดูเเลเท่านั้นเเหละ อือหือ ราคาพุ่งพรวดจนตกใจ แล้วทำไมไอ้เจ้า “ค่าส่วนกลาง” มันถึงได้เเพงขนาดนั้น และทำไมมันเเพงเเบบนี้ มาหาคำตอบไปพร้อมๆกันดีกว่า
ก่อนอื่น มารู้จักกันก่อนว่า “ค่าส่วนกลาง” นั้นเท่ากับค่าบริหารจัดการดูเเลเรื่อง...
? การรักษาความปลอดภัย
? ไฟฟ้าส่องสว่าง
? ดูเเลสวนสาธารณะ
? ถนน ทางเท้า และความสะอาด
ที่ค่าส่วนกลางเเรกราคาค่อนข้างถูก ส่วนหนึ่งมากจากเหตุผลด้านการตลาด โครงการต้องกำหนดค่าส่วนกลางให้ถูกไว้ก่อน ขืนเก็บเเพงเลยอาจมีประเด็นเรื่องการขาย เพราะตามหลักแล้ว ถึงเเม้จะบอกว่ามีค่าส่วนกลางรายเดือน เเต่ตามสัญญาฯส่วนใหญ่ก็จะเรียกเก็บล่วงหน้า 1-2 ปีกันทั้งนั้น
เเถมถ้าโครงการไหนขายไม่หมด ก็ต้องจ่ายค่าส่วนกลางในยูนิตที่ยังขายไม่หมดด้วย ถ้าเก็บเเพงตั้งเเต่เเรก ฝ่ายโครงการต้องจ่ายก้อนโตเลย
ด้วยเหตุผลเหล่านี้เเหละที่ทำให้ค่าส่วนกลางช่วงเเรกถูกกว่าปกติ ซึ่งทางโครงการก็ทราบดีว่าในความเป็นจริงเเล้ว อัตราที่เรียกเก็บนั้นไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเเน่นอน
ส่วนถ้าใครรู้สึกว่าช่วงเเรกยังสะอาด ยังไม่เห็นมีปัญหา ทุกอย่างยังดี เเต่หลังๆนี่เปลี่ยนไป (กรณีบ้านจัดสรร) เพราะช่วงเเรกโครงการยังต้องบำรุงรักษาสาธารณูปโภคตามหน้าที่ เเละเพื่อให้โครงการดูดี เพราะอาจยังมีพื้นที่ขายไม่หมด เเต่พอหมดหน้าที่โครงการแล้วมีการจัดตั้งนิติบุคคลขึ้น ของจริงจึงเริ่มบังเกิด ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายจริงๆ ไม่มีใครซัพพอร์ต นอกจากลูกบ้านกันเอง นั่นเเหละคือเหตุผลทั้งหมดว่าทำไมกันน้า...ตอนเเรกค่าส่วนกลางมันถูก แล้วมาเเพงทีหลัง
Note รู้ไว้ก่อนจาก
- ต้องระวังการนำเงินค่าส่วนกลางไปใช้ ขณะที่ยังไม่มีการจัดตั้งนิติบุคคลหรือจัดตั้งบริหารโดยตัวเเทนผู้ประกอบการ
- ลูกบ้านควรได้ทราบว่าจะนำเงินค่าส่วนกลางไปใช้ตอนไหน
- ปกติจะนำเงินไปใช้เมื่อขายเเละโอนบ้านได้ 60-70% แล้ว
- ถ้านำเงินค่าส่วนกลางไปใช้ตั้งเเต่ต้น โครงการต้องจ่ายค่าส่วนกลางในยูนิตที่ยังไม่ได้โอนเท่ากับที่ลูกบ้านจ่าย