
...“เกิดคำถามว่า...วางเงินจองโครงการไปแล้ว เเต่พอกลับบ้านมาเปลี่ยนใจอยากจองอีกโครงการนึงเเทน อย่างงี้ทำได้มั้ย? หรือปล่อยขาดเงินจองให้ยึดคืนไป? ”...
เหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นกับคุณมั้ย? วางเงินไปแล้วเเต่เกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา มันแบบลังเลหน่อยๆ ตัดสินใจไม่ได้นิดๆ งั้นมาดูกรณีตัวอย่างกันก่อน
ปกติจะซื้อบ้านและที่ดินในโครงการบ้านจัดสรรก็จะมีการวางเงินมัดจำ หรือวางเงินจองไว้ก่อน เเต่ในวันวางเงินจองมีข้อตกลงว่า...
“ข้อตกลงในวันวางเงินจองนี้มีผลเพียงว่าทั้งสองฝ่ายจะทำสัญญาต่อกันอีกครั้งหนึ่งก่อน”...ตรงนี้เเหละเป็นจุดสำคัญ จึงเข้าข้อกฎหมายเรื่องสัญญายังไม่เกิดจนกว่าจะมีการทำสัญญากันอีกครั้งหนึ่ง เเม้ว่าจะมีการวางเงินกันเเล้วก็ตาม ฝ่ายใดไม่ตกลงก็ไม่ผิดสัญญา เเต่ก็ต้องระมัดระวังว่าเราจะเสียโอกาสซื้อนั้นหรือไม่
ตาม ป.พ.พ.มาตรา 366 วรรคสองบัญญัติว่า “ถ้าได้ตกลงกันว่าสัญญาอันมุ่งจะทำนั้นจะต้องเป็นหนังสือไซร้ เมื่อกรณีที่สงสัยท่านนับว่ายังมิได้มีสัญญาต่อกันจนกว่าจะได้ทำขึ้นเป็นหนังสือ”
คำว่า “ถ้าตกลงกันว่า” = ข้อตกลงที่ติดต่อกัน ไม่ว่าจะทำสัญญากันแล้วหรือไม่ก็ตาม

การตกลงแบบนี้ถือเป็นข้อดีเมื่อเราเปลี่ยนใจ เเต่ถ้าในขณะเดียวกันถ้าเกิดเราอยากได้บ้านหลังนี้เเต่ต่อราคาเขาไว้มากๆ ตอนเเรกผู้ขายอาจจะตกลง เเต่ถ้าเจอคนที่ดีกว่าภายหลังก็มีสิทธิที่เขาจะเอาไปขายให้คนอื่นได้นะ! OMG บอกเลยว่ากรณีแบบนี้มีคดีเกิดขึ้นมาหลายคดีแล้ว

เพราะมีเงื่อนไขเขียนไว้ชัดเจนว่า “สงวนสิทธิในการพิจารณาทำสัญญาตามเงื่อนไขและข้อกำหนดของผู้ขาย” ซึ่งหมายความว่าเราต้องทำสัญญากันอีกครั้งตาม ป.พ.พ.มาตรา 366 วรรคสอง
วิธีแก้ไขก็คือ ตอนเราวางเงินมัดจำควรเจรจาให้ผู้ขายตัดข้อความนี้ทิ้งเพื่อไม่ให้เอาไปขายต่อ หรือไม่ก็ทำสัญญาจะซื้อจะขายให้เสร็จวันนั้นเสียเลย เพื่อตัดขั้นตอนการจองนี้ไป
สัญญาจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์ อาจทำได้ 3 วิธี
1.ทำเป็นสัญญาจะซื้อจะขายแบบที่เห็นโดยทั่วไป
2.มีการวางเงินประจำไว้แล้ว (เงินมันจำหรือเงินจอง)
3.มีการชำระหนี้บางส่วน
ใน 2 กรณีหลังเเม้ไม่ได้ทำสัญญากันก็ฟ้องร้องบังคับคดีได้ นำพยานบุคคลเข้าสืบได้ด้วย เเต่ต้องมีข้อความว่าจะต้องทำสัญญากันอีกครั้งตามข้อ 1 นะจ๊ะ
เเต่คดีที่วางเงินกันเเล้วก็ตาม แทนที่จะเกิดสัญญากันเเล้วตาม 2 อย่างหลังเเต่กลับมีข้อตกลงว่ายังต้องทำสัญญากันอีก สัญญาจะซื้อจะขายยังไม่เกิด เมื่อผู้ขายนำที่ดินไปขายให้คนอื่นก็เเสดงว่าไม่ได้ประสงค์จะขายให้ผู้ซื้อตามที่ตกลงไว้ ผู้ซื้อก็จะได้รับเงินมัดจำคืน เเต่ไม่สามารถบังคับให้ผู้ขายต้องโอนที่ดินให้ไม่ได้
สรุปแล้วกับคำถามว่าถ้าเกิดเปลี่ยนใจเเต่วางเงินจองไว้เเล้วจะเลิกได้หรือไม่? ก็ต้องย้อนกลับมาดูว่าเงื่อนไขการวางเงินจองกำหนดมาให้ทำสัญญากันอีกหรือไม่ ทางที่ดีควรปรึกษานักกฎหมายเวลาจะซื้อจะขายที่ดิน เอาให้ชัวร์ๆ กันไปเลย
สามารถติดตามต่อได้ในนิตยสาร Home Buyers Guide ฉบับกันยายน 2560 สนใจสั่งซื้อนิตยสารได้ที่ www.home.co.th/home/bookclub
ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯ www.home.co.th และ www.facebook.com/Homebuyersfanpage