อ่านเพิ่มเติม !
บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด (LPP) หนึ่งในผู้นำธุรกิจบริการอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย เดินเกมรุกครั้งสำคัญ ประกาศเปิดตัว “ UP” ( อัพ) ในฐานะ Master Service Brand ใหม่ของบริษัท สะท้อนการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญขององค์กร จากผู้เชี่ยวชาญด้าน Community Management สู่การเป็น Integrated Property Services Ecosystem
การเปิดตัวแบรนด์ UP ถือเป็นก้าวสำคัญของ LPP ในการปรับบทบาทธุรกิจให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีความต้องการบริการด้านการบริหารและดูแลทรัพย์สินที่หลากหลายและครบวงจรมากขึ้น ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โครงสร้างธุรกิจของ LPP เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทมีฐานลูกค้าที่ขยายไปสู่กลุ่ม Non-LPN เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่รายได้ของบริษัทก็ไม่ได้มาจากบริการ Community Management เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ครอบคลุมบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ในอีกหลายมิติ
นายสุรวุฒิ สุขเจริญสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด กล่าวว่า “ ทุกวันนี้สิ่งที่ลูกค้าต้องการคือความมั่นใจว่าทุกจังหวะชีวิตจะดำเนินไปอย่างราบรื่น ได้รับการบริหารโดยมืออาชีพ ปัจจุบันธุรกิจของเราได้ขยายไปสู่บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ที่หลากหลายมากขึ้น การเปิดตัว “ UP ” จึงเป็นการสะท้อนตัวตนใหม่ของ LPP ในฐานะผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร เพื่อตอบโจทย์นั้นโดยตรง”
UP – Smooth Up Your Living
แบรนด์ UP ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “ Smooth Up Your Living” ซึ่งสะท้อนถึงการยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัย และการทำให้การบริหารอาคารและทรัพย์สินดำเนินไปอย่างราบรื่น ไร้รอยต่อ และมีประสิทธิภาพ
ภายใต้โครงสร้างใหม่ LPP ทำหน้าที่เป็น Corporate Brand กำหนดทิศทางและกลยุทธ์องค์กร ขณะที่ “ UP” ทำหน้าที่เป็น Master Service Brand รวบรวมบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ของ LPP ให้ทำงานร่วมกันเป็น Ecosystem เดียว ส่งต่อความเชื่อมั่น มาตรฐาน และประสบการณ์การบริการของ LPP ที่สั่งสมมากว่า 34 ปี โดยมุ่งเน้นการดูแลอสังหาริมทรัพย์ในทุกมิติ ตั้งแต่การบริหารชุมชน การบริหารอาคาร งานวิศวกรรมอาคาร ไปจนถึงการบริหารทรัพย์สิน และบริการที่ช่วยเพิ่มมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว
9 Services Under “UP”
ภายใต้แบรนด์ “UP” บริษัทได้พัฒนาบริการให้ครอบคลุมทุกมิติของการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ โดยแบ่งออกเป็น 9 บริการหลัก ได้แก่
LIVE UP: บริหารจัดการนิติบุคคลอาคารที่พักอาศัย ทั้งคอนโดมิเนียม อาคารชุด หมู่บ้านจัดสรร ด้วยระบบงานที่ชัดเจน เพื่อความมั่นคงในการดำเนินงาน ความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย และคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคนในอาคาร
WORK UP: บริหารจัดการอาคารสำนักงานและอาคารเชิงพาณิชย์ ดูแลทุกระบบของอาคารให้พร้อมใช้งาน ลดการหยุดชะงักของธุรกิจ สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีประสิทธิภาพ
BOOK UP: บริหารงานขายและให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ดูแลครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้คำปรึกษาด้านการขาย วางกลยุทธ์ เชื่อมโยงศักยภาพทรัพย์สินกับโอกาสทางการตลาด ครบจบทุกขั้นตอน
PLAN UP: ที่ป รึกษาและพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ (Development) บริหารโครงการ (Project Management) ควบคุมงานก่อสร้าง (Construction Management) เพิ่มมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว
BUILD UP: บริการรับเหมาก่อสร้าง ตกแต่ง ติดตั้งงานระบบประกอบอาคาร ควบคุมคุณภาพจนถึงการส่งมอบโครงการตามกำหนด
FIX UP: ปรับปรุงซ่อมแซมอาคารครบวงจร ครอบคลุมอาคารทรุด - ร้าว กันซึม ทาสี งานระบบสุขาภิบาล ท่อน้ำ เพื่อให้ทรัพย์สินพร้อมใช้งานตลอดเวลา
POWER UP : ยกระดับและบริหารระบบอาคารและการจัดการพลังงาน ทั้งระบบไฟฟ้า โซลาร์เซลล์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน ลดต้นทุนพลังงาน และสนับสนุนการดำเนินงานอาคารอย่างยั่งยืน
SECURE UP : บริหารจัดการระบบความปลอดภัยแบบบูรณาการ ตั้งแต่การรักษาความปลอดภัยบุคคล ดูแลทรัพย์สิน ระบบควบคุมการเข้า-ออกอาคาร พร้อมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน (EOC) เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยและผู้ใช้อาคารรู้สึกปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง
CLEAN UP: บริหารจัดการงานความสะอาดแบบครบวงจร โดยทีมผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจความต้องการเฉพาะด้านของแต่ละธุรกิจ ทั้งอาคารสำนักงาน โรงพยาบาล โรงงาน โรงแรม เพื่อความสะอาดถูกสุขลักษณะ เป็นระเบียบ ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับทุกคน
บริการทั้งหมดถูกออกแบบให้เชื่อมโยงกันเป็น Integrated Property Services Ecosystem เพื่อสร้างคุณค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์ใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่
Living Experience – ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย
Property Performance – เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารและดูแลอาคาร
Asset Value – รักษาและเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว
Service from the Heart
นอกจากการพัฒนาโครงสร้างบริการที่ครบวงจร LPP ยังให้ความสำคัญกับ “การบริการด้วยใจ” ซึ่งเป็นวัฒนธรรมสำคัญขององค์กร บริษัทเชื่อว่าการบริหารชุมชนและอสังหาริมทรัพย์ที่ดีไม่ได้เกิดจากระบบหรือเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกิดจากความใส่ใจของบุคลากรที่ดูแลผู้อยู่อาศัยในทุกวัน “หัวใจของธุรกิจบริการคือความใส่ใจ เราต้องการให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกสบายใจและมั่นใจว่าทุกองค์ประกอบของการอยู่อาศัยได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด”
แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจ
LPP ยังคงรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจบริการและได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้า LPP มองว่าตลาด Property Services ในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีความต้องการบริการที่มีมาตรฐานสูงขึ้น การเปิดตัวแบรนด์ UP จึงเป็นกลยุทธ์ในการขยายธุรกิจของ LPP โดยบริษัทมีแผนยกระดับศักยภาพองค์กรทั้งด้านบุคลากร เทคโนโลยี และมาตรฐานบริการ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดในระยะยาว โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวม 1,832 ล้านบาท และคาดว่าโครงสร้างธุรกิจใหม่ภายใต้ “ UP” จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กร สู่ระดับ 2,200 ล้านบาท ในปี 2569
“บริการภายใต้ “UP” จะช่วยยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ของไทย ให้ทุกความต้องการของผู้อยู่อาศัยและผู้ใช้อาคารได้รับการดูแลในทุกมิติ เพื่อการใช้ชีวิตที่ราบรื่นยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด Smooth UP Your Living ” นายสุรวุฒิกล่าวปิดท้าย