"ห้องเสียหายเพราะแผ่นดินไหว ใครรับผิดชอบ" ความรู้กฎหมายจัดสรร-อาคารชุด ตอนที่ 1

ชุดความรู้เรื่องกฎหมายจัดสรร-อาคารชุด  ตอนที่ 1  ห้องชุดเสียหายเพราะแผ่นดินไหวใครรับผิดชอบ

โดย : รศ.ยุวดี ศิริ  รองศาสตราจารย์ประจำภาควิชาเคหการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ในฐานะที่ผู้เขียนเป็นอาจารย์สอนทางด้านกฎหมายอสังหาริมทรัพย์ ครอบคลุมถึงการบริหารจัดการของนิติบุคคลคอนโดด้วย  คำถามที่ถูกถามเยอะมากตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหว คือ  

"ห้องที่เสียหายใครรับผิดชอบ แล้วจะเอาเงินจากไหนมาซ่อมแซม" 

ขออนุญาตทำความเข้าใจในตัวบทกฎหมายก่อนว่า  ในวันที่คอนโดหรืออาคารชุดสร้างเสร็จ เมื่อผู้ซื้อไปโอนกรรมสิทธิ์  ณ วันนั้น  ค่าใช้จ่ายที่ผู้ซื้อต้องจ่ายหลักๆ มีตั้งแต่ค่าห้องชุด  ค่ามิเตอร์ไฟ  ค่าส่วนกลาง ฯลฯ  และอีกก้อนที่ต้องจ่ายคือ "เงินกองทุน" ของอาคารชุดนั้นๆ

"เงินกองทุน" ไม่ใช่ "เงินส่วนกลาง"  เป็นเงินคนละก้อนกัน กฎหมายบังคับให้ทุกอาคารชุดต้องเรียกเก็บเงินก้อนนี้ไว้เพื่อใช้ในคราวฉุกเฉิน  แต่เงินทั้งสองก้อนนี้ดูแลโดยนิติบุคคลอาคารชุด  

เงินกองทุนจะนำมาใช้โดยเหตุทั่วไปไม่ได้  จะใช้เมื่อถึงสถานการณ์ฉุกเฉินเท่ากับเป็นการยืมมาใช้  เมื่อใช้เสร็จและนิติบุคคลมีเงินรายได้ส่วนไหนเข้ามาที่พอชำระคืนได้ก็ต้องรีบนำมาใช้คืน  แต่ถ้าอาคารไหนใช้ไปแล้วจนหมดและส่วนกลางก็ไม่เหลือเป็นรายได้มาใช้คืน ก็ต้องเรียกเก็บเงินกองทุนกันใหม่  อย่างไรเสียก็ต้องมีเงินกองทุนเพราะเป็นไปตามกฎหมาย

ยกตัวอย่าง เมื่อครั้งเกิดน้ำท่วมเมื่อปี 2554 ห้องงานระบบในคอนโดเสียหายเป็นจำนวนมาก  เพราะคอนโดส่วนใหญ่จะออกแบบให้ห้องงานระบบอยู่ชั้นล่าง เพื่อง่ายต่อการบำรุงรักษา  พอน้ำท่วมเสียหายขึ้นมาก็ต้องซ่อมแซมหรือย้ายงานระบบไปอยู่ในชั้นที่สูงขึ้น  ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปเอาจากค่าส่วนกลางไม่ได้เพราะไม่ได้อยู่ในแผนค่าใช้จ่าย ก็มาใช้เงินกองทุนที่ว่านี้

การเกิดแผ่นดินไหวจนห้องในคอนโดในหลายๆ อาคารได้รับความเสียหายก็เหมือนกัน ในเบื้องต้นทุกคอนโดล้วนมีเงินกองทุนนี้อยู่ตามที่กฎหมายกำหนดทั้งสิ้น  ค่าซ่อมแซมส่วนต่างๆ นิติบุคคลจึงน่าจะเอาเงินกองทุนมาสำรองจ่ายได้ก่อน

ในขณะเดียวกัน นิติบุคคลคอนโดส่วนใหญ่ล้วนต้องทำประกันภัยอาคารไว้  ซึ่งในปัจจุบันการทำประกันภัยอาคาร คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบการประกันภัย (คปภ.) บังคับให้บริษัทผู้เอาประกันครอบคลุมการคุ้มครองในเรื่องแผ่นดินไหวด้วย

ฉะนั้น  เมื่อความเสียหายในห้องพักอาศัยเป็นผลมาจากการเกิดแผ่นดินไหว  ในส่วนนี้บริษัทประกันที่นิติบุคคลทำการประกันไว้ก็ต้องจ่าย  ส่วนจะจ่ายเท่าไหร่ก็คงขึ้นอยู่กับวงเงินในการเอาประกัน  

แต่ในขณะเดียวกันการเอาประกันก็น่าจะคุ้มครองส่วนโครงสร้างหลักที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ปลอดภัย แข็งแรง  หรือที่เราเรียกว่าทรัพย์ส่วนกลาง ส่วนผนังแม้ว่าจะเป็นผนังก่ออิฐถือปูนหรืออิฐมวลเบาที่ถือว่าเป็นทรัพย์ร่วมก็ต้องครอบคลุมด้วย  รวมทั้งทรัพย์ส่วนบุคคลบางส่วนที่เป็นโครงสร้างตามแบบแปลน เพราะถือว่าเป็นผลของความเสียหายที่เกิดจากแผ่นดินไหว

ที่อาจจะต้องไปดูในสัญญาของการเอาประกันก็คือส่วนของที่เป็นการตกแต่งเพิ่มเติมหรืองานอินทีเรียมีการทำสัญญาคุ้มครองเพิ่มเติมไว้หรือไม่  เพราะต้องถือว่าความคุ้มครองส่วนนี้ไม่ใช่เป็นเงื่อนไขของความคุ้มครองหลัก  วงเงินส่วนนี้จะอยู่ที่ห้องชุดละเท่าไหร่ก็คงขึ้นอยู่กับสัญญาในการเอาประกัน

เอาเป็นว่าอย่างน้อย ผู้ซื้อก็เบาใจได้ว่า  ห้องชุดของเราไม่ต้องซ่อมเอง  ส่วนเงินที่นำมาซ่อมทุกอาคารก็มีเงินกองทุนสำรองจ่ายในเบื้องต้นไว้ก่อนแล้ว  เมื่อแจ้งให้บริษัทประกันมาเคลม และบริษัทประกันตกเบิกให้แล้ว เงินส่วนนั้นก็จะคืนมาที่เงินกองทุนของนิติบุคคล  ที่อาจจะได้ไม่ครบถ้วนบ้างก็คือค่าตกแต่งภายในที่ท่านตกแต่งเพิ่มเติมในภายหลังกับเฟอร์นิเจอร์ที่เสียหายบางส่วน  ส่วนนี้แล้วแต่วงเงินในการทำประกันว่าคุ้มครองแต่ละห้องชุดในวงเงินเท่าไหร่

รู้แบบนี้แล้ว  เงินส่วนกลางก็ดี เงินกองทุนก็ดี  ทุกอย่างมีที่มาที่ไปและเป็นไปเพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคม  "จ่ายดีกว่าไม่จ่าย"   
ขอให้ทุกท่านโชคดี

รศ.ยุวดี ศิริ  รองศาสตราจารย์ประจำภาควิชาเคหการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
# คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ
#ชุดความรู้เรื่องกฎหมายจัดสรร-อาคารชุด

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง