หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้จักว่า Smart Facility Management คือ อะไร และสำคัญกับอสังหาริมทรัพย์ยังไง? วันนี้ Home Buyers เรามีโอกาสได้มานั่งพูดคุยกับคุณอาร์ท - ขยล ตันติชาติวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมทเธียร์ จำกัด (Metthier) ผู้ดำเนินธุรกิจการให้บริการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์อัจฉริยะแบบครบวงจร
ขยล ตันติชาติวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมทเธียร์ จำกัด (Metthier)
Smart Facility Management คือ การบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ โดยการใช้คนและเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพในด้านต่างๆ ทั้งเรื่องความปลอดภัย ความสะอาด และการบริหารจัดการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น อาคารสำนักงาน สถานที่สำคัญ โรงพยาบาล และที่อยู่อาศัย
ขยล ตันติชาติวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมทเธียร์ จำกัด (Metthier)
สำหรับเมทเธียร์ เป็นบริษัทในเครือบริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ สกาย กรุ๊ป เป็นการต่อยอดจุดแข็งด้านเทคโนโลยีจากบริษัทแม่ ในเรื่องฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ ที่ผ่านมามีการเข้าซื้อกิจการ บริษัท รักข์สยาม หรือ SAMCO บริษัทที่ดูแลเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยของอาคาร และสถานที่ต่างๆ ซึ่งจุดนี้จะมาช่วยเสริมธุรกิจของเมทเธียร์ให้สมบูรณ์มากขึ้น
เทคโนโลยีช่วยให้ชีวิตดีขึ้น
การบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ของเมทเธียร์ โดยภาพรวมใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่ การบริหารอาคาร พื้นที่ สำนักงานขนาดใหญ่ ซึ่งรวมๆ คือ อสังหาริมทรัพย์ และรวมถึงที่อยู่อาศัย ทั้งบ้านและคอนโดมิเนียม ถ้ามองในภาพกว้างสัดส่วนลูกค้าที่เป็นที่อยู่อาศัยสำหรับเมทเธียร์ยังมีจำนวนที่น้อย แต่ทว่าในอนาคตจะมีการขยายกลุ่มลูกค้าไปยังที่อยู่อาศัยมากขึ้น เพื่อสร้างการบริหารจัดการบ้าน-คอนโดให้ผู้อยู่อาศัยมีความเป็นอยู่ และมีชีวิตที่ดีในทุกๆ มิติ
คุณอาร์ท บอกว่า การทำเทคโนโลยีเข้ามาร่วมในการดูแลบริหารจัดการ ทำให้ระบบสมบูรณ์มากขึ้น ซึ่งซิ่งที่เมทเธียร์ทำ คือ การนำเทคโนโลยี AI ขั้นสูง มาวิเคราะห์และคาดการณ์เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นล่วงหน้าเพื่อวางแผนป้องกัน วางแผนดำเนินการ โดยการทำงานจะเชื่อมกับศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะเมทเธียร์ ที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง
ที่อยู่อาศัย กับ Smart Facility Management
เมื่อพูดถึงพาร์ทของที่อยู่อาศัยกับ Smart Facility Management ตอนนี้เมทเธียร์ได้เริ่มต้นบริการโปรดักต์ต่างๆ กับโครงการที่อยู่อาศัยใน Segment บน ล่าสุดปลายปี 2566 ได้ร่วมมือกับบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อให้บริการด้านความปลอดภัย และความสะดวกสบายกับลูกบ้านในโครงการ เช่น บ้านเดี่ยวแบรนด์ เดอะ เจนทริ, แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด และบางกอก บูเลอวาร์ด
Metthier จับมือ SC Asset ยกระดับความปลอดภัย ด้วยเทคโนโลยี AI อัจฉริยะ
การให้บริการของเมทเธียร์กับโครงการที่อยู่อาศัยปัจจุบันจะเน้นไปเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยเป็นหลัก คือ การบริการติดตั้งกล้องวงจรปิดอัจฉริยะที่สามารถตรวจจับการบุกรุกได้แบบเรียลไทม์ ด้วยการทำงานผ่านเทคโนโลยี AI ขั้นสูง มีการวิเคราะห์สถานการณ์และคาดการณ์เหตุการณ์ที่มีโอกาสจะเกิดขึ้นล่วงหน้า เพื่อวางแผนป้องกัน เช่น หากเกิดเพลิงไหม้ จะมีสัญญาณเตือนดังขึ้น ระบบก็จะแจ้งเตือนไปที่รปภ. จากนั้นลำดับขั้นตอนจะมีการแจ้งไปที่สำนักงานดับเพลิงที่ใกล้ที่สุดเพื่อเข้ามาระงับเหตุได้ทันท่วงที
"เราเป็นเหมือนทีมงานที่อยู่ตรงกลาง ดูเหตุการณ์ สถานการณ์ หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นก็จะต้องดำเนินการทันที ซึ่งจะช่วยลดความเสียหาย ลดระยะเวลาดำเนินการไปได้ และเรามีชุดข้อมูลสำหรับการประเมินผล ดูความถี่ต่างๆ ซึ่งจะทำให้บริหารจัดการให้ได้มาตรฐานที่สุด"
การทำงานของเมทเธียร์จริงๆ แล้วจะไม่ใช่แค่เรื่องระบบรักษาความปลอดภัย แต่เป็นการบริหารพื้นที่ที่อยู่อาศัยให้คนใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย
แผนการดูแลโครงการที่อยู่อาศัยในอนาคต
ปัจจุบันเมทเธียร์ยังมีลูกค้าที่เป็นโครงการที่อยู่อาศัยประมาณ 20 โครงการ โดยในปีนี้คาดว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้น 1-2 เท่า และมีแผนจะขยายทำเลโครงการที่ให้บริการไปยังพื้นทีจังหวัดชลบุรี
คุณขยลอธิบายเพิ่มว่า กลุ่มโครงการที่อยู่อาศัยที่เป็นลูกค้าของเมทเธียร์ในตอนนี้ส่วนใหญ่ยังคงเป็นบ้านแนวราบที่ให้ความสำคัญกับเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน
การให้บริการกับโครงการที่อยู่อาศัย เมทเธียร์สามารถให้บริการได้ทั้งโครงการบ้านแนวราบและคอนโดมิเนียม จะเป็นการเริ่มต้นตั้งแต่วางแผนพัฒนาโครงการ หรือจะเริ่มต้นเมื่อโครงการสร้างเสร็จแล้วและวางระบบลงไปก็ทำได้ ทั้งเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย การดูแลพื้นที่ในส่วนต่างๆ ดูแลอาคารส่วนกลางหรือคลับเฮ้าส์ รวมถึงการเตรียมแม่บ้านทำความสะอาด และช่างอาคารเพื่อดูแลบำรุงรักษาในอนาคต
ใช้เทคโนโลยีบริหารโครงการ สร้างมูลค่าแบรนด์
ต้องยอมรับว่าดีเวลลอปเปอร์เมืองไทยยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการบริการหลังการขายเท่าไหร่ แต่ในมุมของเมทเธียร์มองว่า การที่เข้าไปบริหารจัดการโครงการ หรือพื้นที่ให้ดีในด้านต่างๆ จะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้าในโครงการที่อยู่อาศัยนั้นๆ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะเป็นแนวทางที่สร้างแบรนด์ให้แข็งแรงในระยะยาว โดยเลือกใช้เทคโนโลยีมาช่วยดูแลหลังการขาย
"ถ้าเรามีการบริหารจัดการโครงการที่ดี เป็นสิ่งที่ทำให้แบรนด์โครงการแข็งแรง มูลค่าแบรนด์จะเพิ่มขึ้นในระยะยาว การดูแลโครงการให้ดี และใช้เทคโยโลยีเข้ามาช่วยในการจัดการ ผมว่าเป็นการยกระดับการจัดการ คุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยในโครงการก็จะดีขึ้น" คุณอาร์ท กล่าวสรุปส่งท้าย