
8 ก.ค. 66 - “ซิซซา กรุ๊ป” เผยตลาดอสังหาฯ ภูเก็ตหลังโควิด-19 กลับมาคึกคัก นักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ส่งผลภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยและโรงแรมปรับตัวดีขึ้น เปิด 4 โครงการใหม่ มูลค่า 8 พันล้านบาท พร้อมบุกตลาดเข้าลงทุน “เมดิคอล เวลเนส รีสอร์ต” สอดรับมาตรการภาครัฐหนุนภูเก็ตเป็น “เมดิคอล ฮับ” ภูมิภาคอาเซียน ชูจุดขายบุคลากรทางการแพทย์ทั้งใน-ต่างประเทศ ด้านดีมานด์รัสเซียยังเป็นตลาดหลัก ที่มองหาบ้านหลังที่ 2 ผู้ประกอบการท้องถิ่นและจากกรุงเทพฯ ลุยเปิดโครงการใหม่รับดีมานด์ ด้านราคาที่ดินปรับสูงขึ้น 20% ทำเลป่าตองยังครองแชมป์ ไร่ละ 200 ล้านบาท

อรรถนพ พันธุกำเหนิด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิซซา กรุ๊ป จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนรูปแบบ Investment Property (IP) กล่าวว่า จากการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต และเทรนด์การดูแลสุขภาพได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น บริษัทเตรียมเปิดตัว 4 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 8,000 ล้านบาท
1. นาใต้ เมดิคอล เซ็นเตอร์ แอนด์ รีสอร์ต มูลค่าการลงทุน 3,300 ล้านบาท พัฒนาเป็นศูนย์สุขภาพและความงาม และรีสอร์ตหรูระดับ 6 ดาว ปัจจุบันเปิดให้บริการในส่วนของโรงแรมแล้ว ส่วนเมดิคอลฯ จะเปิดให้บริการได้ ในไตรมาส 1/2567

2. เมดิคอล เวลเนส รีสอร์ต ในพื้นที่ โรงแรม “วินแดม แกรนด์ ในหาน บีช ภูเก็ต” (Wyndham Grand Nai Harn Beach Phuket) แบ่งการพัฒนาออกเป็น 3 เฟส

เฟสที่ 1 เพลนารีเวลเนส (Plenary Wellness) ศูนย์สุขภาพและความงาม เพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์แบบแบบองค์รวม ประกอบด้วย โปรแกรมตรวจสุขภาพเชิงลึก, เวชศาสตร์ชะลอวัย, กายภาพบำบัด และเวชศาสตร์ความงาม โดยเฟสแรกใช้งบลงทุนไป 70 กว่าล้านบาท ใช้พื้นที่ไปประมาณ 500 ตร.ม. (เปิดบริการก.ค. 66)
รูปแบบการบริการจะมีทั้งแพ็กเกจที่รวมกับห้องพักในอัตราการบริการพิเศษ เริ่มต้นแพ็กเกจ 3 คืน ประมาณ 39,000 บาทต่อคอร์ส ทั้งนี้รูปแบบการบริการดูแลสุขภาพจะมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกันออกไป

เฟสที่ 2 เป็น Men’s Health และ Women Health เป็นการดูแลสุขภาพทั้งผู้ชายและผู้หญิงทั้งหมด
เฟสที่ 3 อยู่ระหว่างการพิจารณารูปแบบการลงทุน
คาดว่าทั้ง 3 เฟสจะใช้งบลงทุนรวมประมาณ 300 ล้านบาท

“เมดิคอล ถือเป็นโปรดักส์ใหม่ในตลาด เวลเนส รีสอร์ต ที่เป็นการให้บริการเรื่องดูแลสุขภาพในโรงแรม ส่วนอีกแบบหนึ่ง คือ การให้บริการเชิงการแพทย์ ที่มีคลินิกเฉพาะทาง โดยสิ่งที่บริษัทฯทำจะเป็นการนำ 2 รูปแบบมารวมกันเป็น “เมดิคอล เวลเนส รีสอร์ต” (Medical Wellness Resort) เน้นเวชศาสตร์ป้องกันให้มีสุขภาพที่ดี และแข็งแรงตลอด บริษัทถือเป็นผู้ประกอบการรายแรกๆ ที่ดำเนินการในรูปแบบดังกล่าว และมีจุดแข็งในเรื่องบุคลากรทางการแพทย์จากประเทศไทยและต่างประเทศ รวมไปถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย ซึ่งปัจจุบันยังถือว่ามีคู่แข่งที่น้อยมาก ส่วนผู้ประกอบการรายอื่นก็จะมีจุดขาย ที่แตกต่างกันไป” อรรถนพ กล่าว
3. พูลวิลล่า บริเวณหาดลายัน เรียกชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า “รายัน วิลล่า” โดยเฟส 1 ตั้งอยู่บนพื้นที่ 16 ไร่ เป็นบ้านเดี่ยวพูลวิลล่า 2 ชั้น จำนวน 26 หลัง ราคา 1-2 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 35-70 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 1,500 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดขายประมาณเดือนต.ค. 2566
4. ดิ เอท พูลวิลล่า เฟส 2 บริเวณอ่าวฉลอง ตั้งอยู่บนพื้นที่ 11 ไร่ เป็นบ้านเดี่ยวพูลวิลล่าชั้นเดียว จำนวน 60 หลัง ราคาตั้งแต่ 7-10 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 600-700 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดขายช่วงปลายปี 2566
โดยพูลวิลล่าทั้ง 2 โครงการเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นตลาดต่างชาติ โดยเฉพาะชาวรัสเซีย และยุโรป รวมถึงตลาดเอเชีย อย่างจีน และอินเดีย ที่กำลังมองหาบ้านพักตากอากาศในจังหวัดภูเก็ต

สำหรับสถานการณ์ราคาที่ดินในจังหวัดภูเก็ต ปัจจุบันปรับตัวสูงขึ้น 20% หลังโควิด-19 ซึ่งทำเลป่าตองยังเป็นทำเลที่ได้รับความนิยม ราคาที่ดินแพงที่สุด 200 ล้านบาท/ ไร่
นอกจากนี้ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในภูเก็ต ยังมีโครงการเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งพัฒนาโดยผู้ประกอบการท้องถิ่นและผู้ประกอบการจากกรุงเทพฯ โดยเฉพาะพูลวิลล่า ในทำเลรอบเกาะภูเก็ต
ภาพรวมความต้องการที่อยู่อาศัยของตลาดต่างชาติในจังหวัดภูเก็ตปัจจุบัน จะมองหาพูลวิลล่าราคา 6-100 ล้านบาท ในทำเลลากูน่า หาดบางเทา หาดลายัน ราไวย์ แลในหาน ส่วนตลาดคอนโดมีสินค้าเปิดตัวน้อยกว่าเดิม เนื่องจากหลังโควิด-19 ต่างชาติจะเปลี่ยนมาซื้อที่อยู่อาศัยประเภทบ้านหรือพูลวิลล่ามากขึ้น

ในส่วนของ “วินแดม แกรนด์ ในหาน บีช ภูเก็ต” (Wyndham Grand Nai Harn Beach Phuket) ช่วงไฮซีซั่นตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565 - เมษายน 2566 ที่ผ่านมา พบว่ามีอัตราการเข้าพักเกิน 90% และช่วงเดือนที่ผ่านมา พฤษภาคม - มิถุนายน 2566 อัตราการเข้าพักลดลงมาอยู่ที่ 60-65% แม้จะเป็นช่วงโลว์ซีซั่น ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าต่างชาติทั้งหมด หลากหลายเชื้อชาติ อาทิ ยุโรป, จีน, อินเดีย และ ตะวันออกกลาง

อนึ่ง โครงการ “วินแดม แกรนด์ ในหาน บีช ภูเก็ต” ตั้งอยู่บริเวณใกล้ชายหาดในหาน มีเนื้อที่ทั้งหมด 11 ไร่ สร้างเป็นอาคารสูง 4 ชั้น จำนวน 12 อาคาร แบ่งเป็นห้อง 2 แบบ ขนาดตั้งแต่ 40-65 ตร.ม. จำนวนรวม 353 ยูนิต โดยแบ่ง 4 อาคารบริหารในรูปแบบโรงแรมเต็มรูปแบบ และอีก 8 อาคาร แบ่งขายเพื่อการลงทุนและบริหารการเข้าพักโดย “วินแดม โฮเทล กรุ๊ป” มูลค่าโครงการ 3,200 ล้านบาท เปิดเป็นเจ้าของร่วมด้วยลงทุนเริ่มต้น 1 ล้านบาท