“แสนสิริ” ปั้น “กรุงเทพกรีฑา คอมมูนิตี้” มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้าน

1 มิ.ย. 65 - "แสนสิริ" ปั้น “กรุงเทพกรีฑา คอมมูนิตี้” บนที่ดิน 500 ไร่ มูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท สร้างที่อยู่อาศัย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบ การเดินทาง-ไลฟ์สไตล์ เดินหน้าเปิดบ้านเดี่ยว 3 โครงการใหม่ระดับไฮเอนด์ในครึ่งปีหลัง 2565 แบรนด์ "บุราสิริ" ราคา 12.59-35 ล้านบาท "นาราสิริ" ราคา 50-95 ล้านบาท และบูก้าน ราคา 25-40 ล้านบาท เผยเหลือที่ดินรอพัฒนา 181 ไร่ เตรียมขึ้นโครงการใหม่ในปี 66-68 

“แสนสิริ” ปั้น “กรุงเทพกรีฑา คอมมูนิตี้” มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้าน

นายอุทัย  อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฎิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทำเลกรุงเทพกรีฑาเป็นกรุงเทพฯ โซนตะวันออกที่เป็นพื้นที่ขยายจากเมืองชั้นใน มีการเจริญเติบโตมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ราคาที่ดินปรับเพิ่มสูงขึ้น 150% ล่าสุดราคาที่ดินเปล่าติดถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ซื้อขายตร.ว. ละ 140,000 บาท 

"ทำเลนี้เป็นเขตผังเมืองพื้นที่สีเหลือง เป็นโซนที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย ไม่สามารถพัฒนาเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมได้ ทำให้เมืองขยายตัวมาโซนนี้ และคนให้ความสนใจมองหาเป็นพื้นที่สำหรับการอยู่อาศัย บวกกับทำเลที่เดินทางเชื่อมต่อเมืองได้ง่าย ใกล้รถไฟฟ้า 3 สาย ทั้งแอร์พอร์ตลิงค์ สายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) และสายสีส้มตะวัน (ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี)" นายอุทัย กล่าว

“แสนสิริ” ปั้น “กรุงเทพกรีฑา คอมมูนิตี้” มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้าน

ทั้งนี้ แสนสิริเล็งเห็นว่า ทำเล “กรุงเทพกรีฑา” จะเป็นอีกหนึ่งทำเลในเมืองใหญ่ของกรุงเทพฯ ที่มีศักยภาพในการพัฒนาและเติบโตสูง จึงพัฒนา “กรุงเทพกรีฑา คอมมูนิตี้” (Krungthep Kreetha Community) รองรับการพัฒนาสังคมอยู่อาศัยประมาณ 500 ไร่ มูลค่ารวม 30,000 ล้านบาท รองรับความต้องการที่อยู่อาศัย ตลอดจนส่งมอบไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ หลังประสบความสำเร็จ ปิดการขาย 2 โครงการบ้านเดี่ยว เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑาและเศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา 2  ในทำเลนี้ ขนาดพื้นที่รวม 155 ไร่ มูลค่าโครงการรวม 7,500 ล้านบาท ที่ตอบโจทย์ทั้งอยู่อาศัยเองและปล่อยเช่าในคอมมูนิตี้ของชาวต่างชาติที่ทำงานในโรงเรียนนานาชาติที่อยุ่ในทำเล ทำให้ได้อัตราค่าเช่าที่ดีและสูงกว่าในทำเลอื่น 

“แสนสิริ” ปั้น “กรุงเทพกรีฑา คอมมูนิตี้” มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้าน

“กรุงเทพกรีฑา” นับเป็นคอมมูนิตี้การอยู่อาศัยที่น่าจับตามอง เพราะเป็นย่านที่อยู่อาศัยระดับเรสซิเดนซ์เชียลของโครงการแนวราบ ในกรุงเทพฯ โซนตะวันออก จากทำเลศักยภาพที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ “ผังเมืองสีเหลือง” ของกรุงเทพฯ ซึ่งหมายถึงพื้นที่มีความหนาแน่นของการอยู่อาศัยน้อย และเป็นเขตปลอดแหล่งอุตสาหกรรม เหมาะแก่การเป็นที่อยู่อาศัยที่เน้นคุณภาพการอยู่อาศัยที่ดี ประกอบกับมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งโรงเรียนนานาชาติ โรงพยาบาลและคอมมูนิตี้มอลล์ชั้นนำ เป็นทำเลในเมือง เดินทางง่ายสู่กรุงเทพชั้นใน (CBD) ด้วยถนนสายหลักตัดใหม่ อย่างถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ (ถนนศรีนครินทร์ – ร่มเกล้า) ซึ่งเป็นถนนขนาด 6 เลน ใกล้ทางด่วน เชื่อมต่อการคมนาคมทุกเส้นทาง เข้าสู่เมืองง่ายและรวดเร็ว ด้วยถนนพระรามเก้า – มอเตอร์เวย์, ถนนกรุงเทพกรีฑา, ถนนพัฒนาการ, ถนนรามคำแหง, ถนนหัวหมาก, ถนนมอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-ชลบุรี และถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันออก) เชื่อมต่อรถไฟฟ้าหลายเส้นทาง และใกล้รถไฟฟ้าถึง 3 สาย คือสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างตามแนวถนนศรีนครินทร์คาดว่าจะเปิดให้บริการเร็วๆ นี้ และรถไฟฟ้าสายสีส้ม ที่จะเชื่อมระหว่างตะวันออกและตะวันตกของกรุงเทพฯ กำหนดแล้วเสร็จในปี 2566 รวมถึงรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ และยังเป็นทำเลที่อยู่ใกล้ สนามบินสุวรรณภูมิ อีกด้วย ส่งผลให้ราคาที่ดินของทำเลกรุงเทพกรีฑาพุ่งสูงขึ้นถึง  150% ในเวลา 10 ปี โดยเฉพาะราคาที่ดินในช่วงต้นถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ (ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า) ราคาพุ่ง จากการแวดล้อมด้วยคอมมูนิตี้และสิ่งอำนวยความสะดวกมากที่สุด ขณะที่ราคาที่ดินติดถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ (ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า) ล่าสุดอยู่ที่ 140,000 บาทต่อตารางวา จากความต้องการการอยู่อาศัยในพื้นที่นี้ที่ขยายตัวอันดับหนึ่ง เติบโตขึ้นราว 10%

“แสนสิริ” ปั้น “กรุงเทพกรีฑา คอมมูนิตี้” มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้าน

ปัจจัยสำคัญในการพัฒนาที่ดินทำเลกรุงเทพกรีฑา จำนวน 500 ไร่ของแสนสิริ ให้เป็น “กรุงเทพกรีฑา คอมมูนิตี้” ด้วยจุดแข็งในทำเล 3 ด้านหลัก ได้แก่ Location ตั้งอยู่ในทำเลดีที่สุดของกรุงเทพกรีฑา ที่มีความโดดเด่นของพื้นที่โครงการ เข้าออกโครงการได้ถึง 2 เส้นทาง ทั้งทางถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ (ศรีนครินทร์ -ร่มเกล้า) และถนนรามคำแหง เดินทางเข้าศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ได้ง่ายดาย โดยทางด่วนศรีบูรพาที่อยู่ใกล้เพียง 2 ก.ม. รถไฟฟ้าสายสีส้มที่อยู่ใกล้เพียง 2.3 ก.ม. และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง 4 ก.ม. เดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิด้วยถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ (ถนนศรีนครินทร์ – ร่มเกล้า) หรือมอเตอร์เวย์ โดยใช้เวลาเพียง 20 นาที ทั้งยังเชื่อมต่อด้วยถนนสายสำคัญต่างๆ เข้าสู่เมืองง่ายดายด้วยถนนพระรามเก้า – มอเตอร์เวย์ ขึ้นทางด่วน เข้าสู่ทองหล่อด้วยเวลาเพียง 20 นาที รวมทั้ง Community ความเป็นสังคมอยู่อาศัยสมบูรณ์แบบ ที่พัฒนาภายใต้แนวคิด “You are Made for Life” ประกอบไปด้วยโครงการที่อยู่อาศัยของแสนสิริ ที่ปิดการขายแล้ว ได้แก่ เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา และ เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา2 ที่ได้รับการตอบรับที่ดี ในขนาดพื้นที่รวมของทั้งสองโครงการ จำนวน 155 ไร่ รวม 483 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 7,500 ล้านบาท 

“แสนสิริ” ปั้น “กรุงเทพกรีฑา คอมมูนิตี้” มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้าน

นายอาณัติ  กิตติกุลเมธี รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดที่อยู่อาศัยในโซนกรุงเทพกรีฑามีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปี 2557 ที่บริษัทได้เริ่มเข้ามาพัฒนาโครงการเป็นครั้งแรก โดยเปิดตัวโครงการเศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา 1 และ เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา 2 ราคาที่อยู่อาศัยปรับเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว จากบ้านเดี่ยวราคา 5-6 ล้านบาท เป็นราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป 

“แสนสิริ” ปั้น “กรุงเทพกรีฑา คอมมูนิตี้” มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้าน

ทั้งนี้เนื่องจากทำเลดังกล่าวกลายเป็นคอมมูนิตี้ เป็นสังคมอยู่อาศัยสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น มีโรงเรียนนานาชาติหลายแห่ง เช่น  โรงเรียนนานาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ ที่อยู่ใกล้เพียง 900 เมตร โรงเรียนนานาชาติ เวลลิงตัน คอลเลจ ที่อยู่ใกล้เพียง 3.2 กิโลเมตร  โรงเรียนนานาชาติ แมนดาริน ที่อยู่ใกล้เพียง 1.2 กิโลเมตร โรงพยาบาล สมิติเวช ศรีนครินทร์ เพียง 4.2 กิโลเมตร และมาร์เก็ต เพลส คอมมูนิตี้ มอลล์จากสยามฟิวเจอร์ ดีเวลลอปเมนท์ (SF) เพียง 2.5 กิโลเมตร ที่เติมเต็มไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต สู่การเป็นเมืองแห่งสังคมอยู่อาศัยสมบูรณ์แบบที่ดีที่สุดแห่งต่อไป

“แสนสิริ” ปั้น “กรุงเทพกรีฑา คอมมูนิตี้” มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้าน

สำหรับพื้นที่ของ "กรุงเทพกรีฑา คอมมูนิตี้" ตรงนี้มีจุดเด่นที่สำคัญ คือ Design - Facility – Security ดีไซน์และสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่ส่วนกลางสำหรับลูกบ้านแสนสิริในทุกโครงการ อาทิ คลับเฮาส์พร้อมสระว่ายน้ำระบบเกลือ ฟิตเนส สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และ Sansiri Backyard สวนผักปลอดสาร ที่มีอยู่ในแต่ละโครงการ รวมถึงความปลอดภัยในการอยู่อาศัยที่อุ่นใจตลอด 24 ชั่วโมง ด้วย SECURITY พร้อม LIV-24 ระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐานแสนสิริ รวมถึงการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมโดยรอบโครงการ อาทิ  “The Greenery Line” หรือ ถนนสีเขียวที่ขนาบด้วยต้นไม้ใน 2 ข้างทางพร้อมเสาไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และการวางระบบสายไฟลงใต้ดิน เพื่อปล่อยให้ต้นไม้ตลอดเส้นทางเติบโตได้อย่างเต็มที่ กลายเป็นถนนอุโมงค์สีเขียวชอุ่มในอนาคต ตลอดแนวระยะทางกว่า 1.7 ก.ม. ที่ตัดผ่านพื้นที่ 500 ไร่ ทะลุสู่ถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ (ศรีนครินทร์ – ร่มเกล้า) และถนนรามคำแหงได้ในเวลาเพียง 2 นาที 

“แสนสิริ” ปั้น “กรุงเทพกรีฑา คอมมูนิตี้” มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้าน

“กรุงเทพกรีฑา คอมมูนิตี้” ภายใต้แผนการพัฒนารวมประมาณ 500 ไร่ จะมีการพัฒนาโครงการใหม่ โดยเปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยวระดับบนในปีนี้ช่วงไตรมาส 3 ปี 2565 อีก 3 โครงการ รวม 161 ไร่ มูลค่ารวม 9,300 ล้านบาท ได้แก่

"นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา" บ้านเดี่ยวระดับ Super Luxury ราคา 50-95 ล้านบาท พื้นที่โครงการ 57 ไร่ มูลค่าโครงการ 4,000 ล้านบาท เปิดตัวประมาณไตรมาส 4 ปี 2565  (ต.ค.-พ.ย.)  ตั้งเป้ายอดขายภายในปีนี้ 500 ล้านบาท

"บุราสิริ กรุงเทพกรีฑา บ้านเดี่ยวราคา 12.59-35 ล้านบาท พื้นที่โครงการ 85 ไร่ มูลค่าโครงการ 4,000 ล้านบาท โดยร่วมทุนกับบริษัท โตคิว  คอร์ปอเรชั่น จำกัด ประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวประมาณไตรมาส 3 ปี 2565 (ก.ค. -ส.ค.) ตั้งเป้ายอดขายในปีนี้ 300 ล้านบาท

“บูก้าน กรุงเทพกรีฑา” บ้านเดี่ยว 3 ชั้นพร้อมลิฟท์และสระว่ายน้ำส่วนตัว ระดับราคา 25-40 ล้านบาท พัฒนาพื้นที่ 19 ไร่ มูลค่าโครงการ 1,300 ล้านบาท  คอนเซ็ปท์เหมือนบูก้าน โยธินพัฒนา เปิดตัวประมาณไตรมาส 4 ปี 2565  (ต.ค.-พ.ย.) ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 500 ล้านบาท

“แสนสิริ” ปั้น “กรุงเทพกรีฑา คอมมูนิตี้” มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้าน

ในอนาคตตั้งแต่ปี 2566-2568 บริษัทยังเดินหน้าพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยบนที่ดินรวมทั้งหมดประมาณ 500 ไร่ มูลค่าโครงการรวม 30,000 ล้านบาท โดยแสนสิริมั่นใจว่า ด้วยจุดแข็งของ กรุงเทพกรีฑา คอมมูนิตี้ ของแสนสิริในทำเลที่มีเหนือคู่แข่ง และการพัฒนาสังคมอยู่อาศัยสมบูรณ์แบบภายใต้แนวคิด “You are Made for Life” ในครั้งนี้จะเป็นการพัฒนาพื้นที่ตอบรับไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยที่ครอบคลุมและประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับการพัฒนา แสนสิริ ทาวน์ สุขุมวิท77 บนพื้นที่ 50 ไร่ใจกลางสุขุมวิท 77 ในช่วงที่ผ่านมา โดยแสนสิริได้เตรียมเปิดการขาย นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา ที่มีความต้องการสูงจากกลุ่มลูกค้าแสนสิริ ในทำเลนี้อีกด้วย โดยวางแผนเปิดตัวในเดือนตุลาคมนี้ ทั้งนี้ จากการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าและความสำเร็จในการพัฒนาโครงการแนวราบของแสนสิริในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมายังส่งผลให้แสนสิริ มียอดขายจากโครงการแนวราบแล้วไปแล้ว 8,600 ล้านบาท หรือคิดเป็นเกือบ 40% จากเป้ายอดขายโครงการแนวราบที่วางไว้ 24,000 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นยอดขายที่ดีที่จะดันให้ทำผลงานได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง