ตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ได้ออกประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดนายวิชัย
กฤษดาธานนท์ คนในตระกูลกฤษดาธานนท์ และบริษัทในเครือกฤษดานคร รวมทั้งสิ้น 14 ราย (คดีหมาย
เลขแดงที่ ล. 2941/2551) ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2551 นั้น
ผู้สื่อข่าว'มติชนออนไลน์'รายงานว่า จากการตรวจสอบรายชื่อบุคคลธรรมดาที่ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ได้
แก่ นายวิชัย กฤษดาธานนท์ นายก่อเกียรติ กฤษดาธานนท์ นางปรานอม แสงสุวรรณเมฆา นายสุบิน แสง
สุวรรณเมฆา นายรัชฎา กฤษดาธานนท์ นางสาวนุจรินทร์ อุทัยเจริญพงษ์ และ นางนิยดา ถิรสันติกุลนั้นพบ
ว่า มีหลายคนที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีที่ธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้ให้บริษัทบริษัทโกลเด้นเทคโนโลยี อิน
ดัสเทรียล พาร์ค จำกัดในเครือกฤษดามหานคร 9,900 ล้านบาทร่วมกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐ
มนตรีและนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสีย
หายแก่รัฐ (คตส.)ได้มีมติชี้มูลความผิดแล้วและส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
แห่งชาติ(ป.ป.ช.)ดำเนินการพิจารณาร่วมกับอัยการสูงสุดเพื่อส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรง
ตำแหน่งทางการเมือง
บุคคลดังกล่าวซึ่งล้วนแต่เป็นแกนหลักของบริษัทในเครือตระกูล กฤษดาธานนท์ ได้แก่ นายสุบิน แสง
สุวรรณเมฆา นางปรานอม แสงสุวรรณเมฆา นายรัชฎา กฤษดาธานนท์ นายวิชัย กฤษดาธานนท์ ซึ่งเป็นผู้
ก่อตั้งและเคยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทกฤษดามหานคร จำกัด(มหาชน)
สำหรับคดีดังกล่าวจากการไต่สวนของ คตส.พบว่า . เชือด ผู้บริหารธนาคารกรุงไทยให้สินเชื่อแก่กลุ่ม
บริษัทกฤษดามหานคร ซึ่งมีสถานะอยู่ในกลุ่มลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคาร เนื่องจากผู้อำนวย
การฝ่าย ฝายกลั่นกรองสินเชื่อธุรกิจนครหลวง เคยจัดอันดับความเสี่ยงของกลุ่มกฤษดามหานครในอันดับ 5
คือ ไม่สามารถอนุมัติสินเชื่อให้ได้
แต่ต่อมามีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และในสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้มีเงื่อนไขระบุว่าบริษัทกฤษดาม
หานครฯ ไม่สามารถที่จะขอสินเชื่อได้อีก เนื่องจากมียอดขาดทุนสะสมสูง คือ มียอดสะสมสูงมาก แต่ต่อมา
ได้มีการอนุมัติสินเชื่อให้บริษัทในกลุ่มกฤษดามหานคร 3 กรณี คือ
1. การอนุมัติสินเชื่อให้บริษัทอาร์เค โปรเฟสชั่นนัล จำกัด
2. การอนุมัติสินเชื่อให้บริษัทโกลเด้น เทคโนโลยี อินดัสเทรียล พาร์ค จำกัด
3. การอนุมัติขายหุ้นบุริมสิทธิแปลงสภาพของบริษัทกฤษดามหานคร จำกัด (มหาชน) ซึ่งพบว่า มีหลาย
กรณีที่มีการรายงานให้มีอยู่ในอันดับ 3 คือ มีความเสี่ยงพอที่จะยอมรับได้ ถือว่า ผู้เกี่ยวข้องมีพฤติการณ์
ร่วมกันหรือสนับสนุนการกระทำความผิดกรณีธนาคารกรุงไทย ซึ่งเป็นองค์กรของรัฐ ได้อนุมัติสินเชื่อให้กับ
บริษัทในเครือของบริษัทกฤษดามหานคร คือ บริษัทอาร์เคฯจำนวนเงิน 500 ล้านบาท และให้สินเชื่อบริษัท
โกลเด้นเทคโนโลยี อินดัสเทรียล พาร์ค จำกัด วงเงิน 9,900 ล้านบาท (วงเงินไฟแนนซ์ 8,000 ล้านบาท วง
เงินซื้อที่ดินเพิ่ม 500 ล้านบาท และวงเงินพัฒนาโครงการ1,400 ล้านบาท) ซึ่งการขายหุ้นบุริมสิทธิแปลง
สภาพบริษัทกฤษดามหานคร จำกัด (มหาชน) ให้กับบริษัท แกรนด์ คอมพิวเตอร์คอมมูนิเคชั่น จำกัด
จำนวนเงิน 1,185,735,380 บาท เป็นการกระทำโดยทุจริต เพื่อฟื้นฟูกิจการของบริษัทกฤษดามหานคร
จำกัด (มหาชน) เพื่อประโยชน์ส่วนตนกับพวก
จึงมีมติให้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา ให้ดำเนินคดีในความผิดฐานร่วมกันหรือสนับสนุนในการกระทำความ
ผิดอันเข้าข่าย เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความ เสียหายแก่
ธนาคารกรุงไทย ผู้ถือหุ้นและประชาชน
สำหรับคำสั่งพิทักษ์เด้ดขาดนั้น มีรายละเอียดดังนี้
ด้วย บริษัท บริหารสินทรัพย์ เอ็น เอฟ เอส จำกัด เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลล้มละลายกลาง ขอ
ให้ลูกหนี้ล้มละลายและศาลได้มีคำสั่งลงวันที่ 26 มีนาคม2551 ห้พิทักษ์ทรัพย์ของบริษัท กฤษดา แกรนด์
คอนโดเทล จำกัด ที่ 1 บริษัท กฤษดานคร จำกัด ที่ 2 บริษัท คอมฟอร์ท คอมเมอร์เชียล จำกัด ที่ 3 บริษัท
กิจนาคินทร์ จำกัด ที่ 4 บริษัท เอ็มซีซี คาร์ พลาซ่า จำกัดที่ 5 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศูนย์กลางรถยนต์มหานคร
ที่ 6 บริษัท เคหภูมิ จำกัด ที่ 7 นายวิชัย กฤษดาธานนท์ ที่ 8 นายก่อเกียรติ กฤษดาธานนท์ ที่ 9 นางปราน
อม แสงสุวรรณเมฆา ที่ 10
นายสุบิน แสงสุวรรณเมฆา ที่ 11 นายรัชฎา กฤษดาธานนท์ ที่ 12 นางสาวนุจรินทร์ อุทัยเจริญพงษ์ ที่ 13
นางนิยดา ถิรสันติกุล ที่ 14 ลูกหนี้ เด็ดขาด ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 แล้ว
นับแต่วันที่ศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้เด็ดขาดเป็นต้นไป เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจ
ดังต่อไปนี้
(1) จัดการและจำหน่ายทรัพย์สินของลูกหนี้ หรือกระทำการที่จำเป็นเพื่อให้กิจการของลูกหนี้ที่ค้างอยู่เสร็จ
สิ้นไป
(2) เก็บรวบรวมและรับเงินหรือทรัพย์สิน ซึ่งจะตกได้แก่ลูกหนี้ หรือซึ่งลูกหนี้มีสิทธิจะได้รับจากผู้อื่น
(3) ประนีประนอมยอมความ หรือฟ้องร้อง หรือต่อสู้คดีใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้
อนึ่ง เจ้าหนี้ซึ่งจะขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายเรื่องนี้ จะเป็นเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์หรือไม่ก็ตามต้องยื่นคำขอ
รับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่ฝ่ายคำคู่ความ สำนักงานเลขานุการกรมกรมบังคับคดี ถนนบาง
ขุนนนท์ แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร หรือสำนักงานบังคับคดีซึ่งลูกหนี้มีภูมิลำเนา
อยู่ ภายในกำหนดเวลา 2 เดือน นับแต่วันโฆษณาคำสั่งนี้
แต่ถ้าเจ้าหนี้อยู่นอกราชอาณาจักร เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจขยายกำหนดเวลาให้อีกไม่เกิน2 เดือน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการประกาศพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะเรียกประชุมเจ้า
หนี้เพื่อเจรจาประนีประนอมยอมความกับลุกหนี้ ถ้าไม่สามารถตกลงกันได้หรือมีมติไม่ยอมรับการประนอม
หนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะส่งรายงานต่อศาลล้มละลายเพื่อสั่งให้ลูกหนี้ล้มละลายต่อไป>