หลังจาก "รัฐสภาแห่งใหม่ " ได้ที่มั่น ที่"เกียกกาย" และ ได้ งบประมาณผูกพันเพื่อก่อสร้าง ตั้งแต่
ปี 2552-2555 รวม19,000ล้านบาท เป็นที่แน่แท้ แถมได้รับขวัญถุงที่เหลือของปีงบประมาณ 2551 อีกก้อน
700กว่าล้านบาท เป็นที่เรียบร้อย ทำให้ทุกอย่างเดินหน้าฉลุย นะ"พี่น้อง"!!!เรียกว่าอดีตรัฐบาล"สมัคร สุนทร
เวช" ทิ้งทวนและปูพรมไว้อย่างหนาทีเดียว
นอกจากแผนก่อสร้างโครงการรัฐสภา เนื้อที่ 119 ไร่ ที่ใช้งบ12,000 ล้านบาทโดยไม่รวมค่าชดเชย
รื้อย้าย ค่าจัดซื้อที่ดิน ค่าก่อสร้างอาคารพักอาศัยชดเชย ฯลฯทั้งหลายทั้งปวงแล้ว "นิคม ไวยรัชพานิช " รอง
ประธานสมาชิกวุฒิสภา หนึ่งใน คณะกรรมการดำเนินการเกี่ยวกับรัฐสภาแห่งใหม่ ได้กล่าวผ่าน" คอลัมน์
เกาะติดแนวเวนคืน"ว่า ภายใต้กรอบงบประมาณก้อนนี้ยังแยกเป็นการทุ่มทุนขยายโครงข่ายจราจร บนถนน
เดิม จำนวนไม่ต่ำกว่า 2-3 สายทาง ที่ปัจจุบันมีปัญหาคับแคบ การจราจรติดขัดในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนทำให้
การสัญจรไปมาไม่สะดวก ดังนั้นเมื่อพื้นที่ทั้ง 119 ไร่ เป็นของ "สภา" และเมื่อรื้อย้าย อาคารสิ่งปลูกสร้าง
ออกไปทั้งหมดแล้ว ก็สามารถขยายเขตทางของถนนเดิมให้กว้างขึ้นได้ตามที่ต้องการ ภายใต้งบประมาณที่
จัดสรรไว้ไม่เกิน1,000 ล้านบาท พร้อมทั้งปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบให้เกิดความร่มรื่นสวยงาม
โดยถนนที่ต้องปรับภูมิทัศน์และขยายเขตทางเพิ่ม ได้แก่ "ถนนทหาร" ซึ่งปัจจุบันมีเขตทางกว้าง
เพียง 12 เมตร ขนาด 4 ช่องจราจร เมื่อเที่ยบกับเส้นทางอื่น โดยเฉพาะ บริเวณ ใกล้กับท่าน้ำ เกียกกาย วิ่ง
ออกมาชนบริเวณสี่แยกใหญ่ คือถนนสามเสน แถวๆโรงเรียนโยธินบูรณะ จะต้อง ขยายเขตทางเพิ่ม ไม่ต่ำ
กว่า 50-60 เมตรหรือ 6-8 ช่องจราจร โดยมีระยะทางยาวทั้งหมด 9 กิโลเมตรเศษ ซึ่งจะไปบรรจบกับ ถนนเต
ชะวนิช บริเวณแยกสะพานแดง อย่างไรก็ดี "ถนนทหาร"นี้ เดิมไม่สามารถขยายเขตทางเพิ่มได้ เพราะ มีทั้ง
แฟลต อาคารสถานที่ราชการ โรงเรียน ชุมชนหนาแน่น เมื่อมีโอกาสแล้วก็จะขยายให้ใหญ่เพื่อรองรับจราจร
ในอนาคตระยะ 5 ปี 10 ปีได้
ถนนอีกสายที่ต้องขยายเขตทางเพิ่ม คือ "ถนนสามเสน" ซึ่งปัจจุบันมีขยาย 4 ช่องจราจรแต่ เขตทาง
กว้างกว่าถนนทหาร ซึ่ง จะพิจารณาขยายไม่ต่ำกว่า 6-8 ช่องจราจรเช่นกัน ส่วนถนนอีกเส้นจะเป็น"ถนน
ประชาราษฎร์สาย1 " มีขนาด 4 ช่องจราจร มีลักษณะเล็กคับแคบพอๆกับ"ถนนทหาร" แต่เนื่องจากที่ดินส่วน
ใหญ่เป็นของเอกชน สภา จึงไม่ต้องการไปยุ่งเกี่ยว เพราะ มี ชุมชนบ้านเรือนเกิดขึ้นหนาแน่น โดยจะ
พิจารณาขยายเพิ่มเพียง 1 ช่องจราจร
ส่วนบริเวณฝั่งของวัดแก้วฟ้าจุฬามณี สภาจะไม่แตะต้อง เพราะเป็นเขตอารามหลวง ซึ่งบริเวณ
ดังกล่าว จะเป็นพื้นที่แห่งใหม่ ที่จะก่อสร้างเป็น บ้านอยู่อาศัยของประชาชนและข้าราชการทหารที่จะชดเชย
ให้ โครงข่ายที่ต้องปรับปรุงและพัฒนา จะบรรจบกันบริเวณสี่แยกใหญ่ และใกล้จุดที่ตั้งของอาคารรัฐสภาซึ่ง
อยู่ติดบริเวณริมแม่น้ำ ในอนาคตจะสามารถสัญจรไปมาสะดวกขึ้น โดยการปรับปรุงขยายถนนดังกล่าวจะ
มอบให้กทม.เจ้าของพื้นที่เป็นผู้ดำเนินการ เพราะที่ผ่านมาได้มีการหารือกันไปบ้างแล้ว
นอกจากนี้ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ยัง มีแผนก่อสร้างโครงการสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา
บริเวณเกียกกายมูลค่า 4,000 กว่าล้านบาท ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับแผนแก้ปัญหาจราจรและการปรับปรุงโครงข่าย
ของสภาแต่อย่างใด ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ดี ที่สภาแห่งใหม่ได้ก่อสร้างบริเวณดังกล่าวพอดี เพราะสามารถเชื่อม
โครงข่ายคมนาคมได้รวดเร็วขึ้น
โครงการสะพานเกียกกาย เป็นหนึ่งในสี่ของโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขต
เมืองหลวง ที่ ถ่ายโอนภารกิจมาจากกรมทางหลวงชนบท เมื่อปี2547 เพื่อ( เดิม คือ กรมโยธาธิการต่อมา มี
การโยกย้ายเปลี่ยนถ่ายหน่วยงานใหม่ในช่วง พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี) ตามมติ
คณะกรรมการจัดระบบจราจรทางบก(คจร.) หรือ สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) ใน
ปัจจุบัน เนื่องจากเห็นว่า พื้นที่ก่อสร้างอยู่ในเขตปกครองของกทม. แนวสายทางจะรับจากถนนทหารที่มี
แผนขยายเขตทาง 6-8 ช่องจราจร ลากข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านบริเวณด้านข้างโรงพยาบาลยันฮี ถนนจรัญ
สนิทวงศ์ ไปเชื่อมกับถนนบรมราชชนนี และทะลุ ออกไปยัง จังหวัดนนทบุรีได้ ซึ่งงบประมาณคาดว่าจะ
เป็นงบอุดหนุนจากรัฐบาล 2,000 ล้านบาท และงบของกทม.เอง 2,000 ล้านบาท
โดยรองประธานวุฒิสภาอธิบายว่าขณะนี้กทม.อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ ซึ่ง
เขามีแผนที่จะดำเนินการอยู่แล้วและ เชื่อว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จพอๆกับสภาใหม่เช่นกันและยังย้ำว่าใน
4-5 ปี นับจากนี้ จะได้เห็นสภาใหม่ที่เกียกกายแน่นอนเพราะทุกอย่างพร้อม ไม่มีสะดุดติดขัด>