
Angel Real Estate บริษัทที่ปรึกษาด้านการตลาดและการขายคอนโดมิเนียมสำหรับต่างชาติในประเทศไทย เปิดเผยสถานการณ์นักลงทุนจีนในประเทศไทยว่า เริ่มชะลอตัว เนื่องจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจากเดิม 5.80 บาทต่อหยวน ปัจจุบัน 4.4 บาทต่อหยวน บวกกับปัจจัยราคาคอนโดมิเนียมในไทยราคาอัพสูงขึ้น ทำให้ได้ผลตอบแทนการลงทุนที่ต่ำลงจากเดิมทั้งการปล่อยเช่าและขายต่อ
ไซม่อน ลี ประธานกรรมการ บริษัท แองเจิล เรียลเอสเตท คอนซัลแทนซี่ จำกัด (Angel Real Estate) บริษัทที่ปรึกษาด้านการตลาดและการขายชั้นนำในประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทเริ่มเข้ามาดำเนินธุรกิจซื้อขายคอนโดมิเนียมในประเทศไทยเมื่อปี 2557 โดยบริการทางด้านการตลาด การขาย และด้านการเงิน สำหรับลูกค้าที่ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยมีโอกาสในการลงทุนสูง เนื่องจากราคาอสังหาริมทรัพย์ไม่แพง และมีสินค้าค้างสต็อกจำนวนไม่มากจึงสามารถทำกำไรจากราคาส่วนต่างได้ดี
"ตอนนี้ผลตอบแทนในการปล่อยเช่าเริ่มลดลงจากเดิมเฉลี่ย 6-7% ต่อปี ก็มาเฉลี่ยอยู่ที่ 3-4% ต่อปี และถ้าเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียอย่างญี่ปุ่น กัมพูชา ประเทศไทยมีราคาคอนโดที่สูงเกินไป เริ่มลงทุนยากขึ้น เพราะได้ผลตอบแทนน้อยลง" ไซม่อนกล่าว 
สำหรับแนวโน้มการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มชาวจีนในเมืองไทย นิยมซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อเป็นบ้านหลังที่สอง สำหรับอยู่อาศัยและมาท่องเที่ยวในช่วงวัยเกษียณ และระหว่างนี้ก็ลงทุนปล่อยเช่า และขายต่อเมื่อมีโอกาสทำกำไร โดยคุณสมบัติของคอนโดมิเนียมที่ชาวจีนนิยมซื้อเพื่อลงทุนคือเป็นโครงการรูปแบบมิกซ์ยูสที่มีที่อยู่อาศัย และร้านค้า-ร้านอาหารบริการครบในพื้นที่เดียวกัน รวมถึงทำเลไม่ไกลจากรถไฟฟ้า เช่น สุขุมวิท, พระราม 3, รัชดาฯ-พระราม 9, ห้วยขวาง เป็นต้น 
ทั้งนี้ Angel Real Estate ได้เป็นพันธมิตรกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในประเทศไทย โดยนำห้องคอนโดมิเนียมในแต่ละโครงการมาทำการตลาดกับชาวจีนเพื่อลงทุน เช่น แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์, อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์, พฤกษา เรียลเอสเตท, แอล.พี.เอ็น.ฯ, ไซมิส แอสเสท เป็นต้น
ส่วนผลการดำเนินงาน 5 ปีที่ผ่านมา บริษัทสามารถสร้างยอดขายให้กับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในไทยได้อย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มต้นช่วง 2 ปีแรก 2557-2558 ขายได้ห้องชุดได้ 500 ยูนิต ในปี 2559 ขายได้ 1,000 ยูนิต ปี 2560 ขายได้ 2,000 กว่ายูนิต ปี 2561 ขายได้ 3,000 กว่ายูนิต และในปี 2562 วางเป้าหมายมูลค่าการขายไว้วที่ 15,000-20,000 ล้านบาท และในอนาคตอันใกล้จะเพิ่มยอดขายสู่ระดับ 35,000 ล้านบาท 
"ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา บริษัทเน้นการตลาดที่ประเทศไทยเป็นหลัก แต่ในอนาคตแล้วจะไปโฟกัสที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ก็ยังคงให้ความสำคัญกับประเทศไทยก็ในปี 2561 เริ่มเห็นผู้ประกอบการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์มากขึ้นอย่างต่อเนื่องจนอาจจะเกิดภาวะล้นตลาด และราคาสูงเกินความเป็นจริง ทำให้ขายต่อยาก เพราะราคาปรับสูงขึ้นมาก และมีสินค้าจำนวนมากขึ้นเช่นกัน"
อย่างไรก็ตามในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2562 ที่ผ่านมา ภาพรวมสามารถขายได้ 500 กว่ายูนิต ลดลงเกือบ 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 ที่ผ่านมา ที่สามารถขายได้ประมาณ 900 ยูนิต
เรียบเรียงโดย : มาลิลี พรภัทรเมธา
อีเมล : [email protected]
ติดตามข่าวสารอสังหาฯและข่าวดังในกระแส www.home.co.th/news
ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯ www.home.co.th และ www.facebook.com/Homebuyersfanpage
หรือชมวิดีโออื่นๆ คลิกที่นี่ www.home.co.th/vdo , www.youtube.com/tvhomebuyer