ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวว่า หลังจาก กทม.เปิดโครงการบ้านยิ้ม ให้
ข้าราชการและลูกจ้าง กทม. ผู้มีรายได้ต่ำกว่า 13,500 บาท/เดือน มีสิทธิ์ขอกู้ซื้อบ้านโครงการเคหะแห่งชาติใน
อัตราดอกเบี้ยต่ำผ่อนระยะยาว 60 ปี ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี
ล่าสุด กทม.เตรียมเปิดโครงการบ้านยิ้ม 2 โดยให้ข้าราชการและลูกจ้าง กทม.สามารถขอกู้ซื้อบ้านของเอกชน
โครงการใดก็ได้ กู้ยืมซ่อมและสร้างบ้าง หรือรีไฟแนนซ์หนี้ที่มีอยู่แล้วก็ได้
ด้านนายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า กทม.ได้รวบรวมข้อมูลพบว่า มีข้าราชการที่แสดงความ
ต้องการขอรีไฟแนนซ์ 4,292 ราย และมีผู้ซื้อบ้านจากการเคหะแห่งชาติ 1,886 ราย ทำให้โครงการมีวงเงินเหลือ
ประมาณ 4,000 ล้านบาท เพื่อเปิดให้ข้าราชการเข้าโครงการระยะที่ 2 สามารถเลือกซื้อบ้านในโครงการของ
เอกชนได้ วงเงินสูงสุด 1.5 ล้านบาท ดังนั้นเมื่อรวมทั้งโครงการระยะที่ 1 และ 2 จะมีข้าราชการได้รับสิทธิ์ไม่ต่ำ
กว่า 8,850 ราย ทั้งนี้ กทม.จะเปิดให้ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 22-26 มิ.ย.นี้
ส่วนโครงการปรับหนี้บัตรเครดิต กทม.เตรียมจะเปิดตัวโครงการในวันที่ 25 มิ.ย.นี้ โดยมีธนาคารออมสินและ
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย พร้อมจะซื้อหนี้บัตรเครดิตของข้าราชการและลูกจ้าง กทม. ผู้เข้าโครงการ
สามารถผ่อนชำระได้โดยตรงกับธนาคารในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าบริษัทบัตรเครดิต ส่วนในอนาคตจะขยาย
โครงการโดยเปิดโอกาสให้ผู้มีทะเบียนบ้านใน กทม.ร่วมโครงการได้ด้วย
สำหรับอัตราดอกเบี้ยในส่วนของธนาคารออมสิน คิดในอัตรา 6.6% ข้าราชการตั้งแต่ระดับ 1 - 7 ต้องมีผู้ค้ำ
ประกัน 1 ราย ส่วนข้าราชการระดับ 8 ขึ้นไปไม่ต้องมีผู้ค้ำ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1.5 ล้านบาท หรือไม่เกิน 40 เท่า
ของเงินเดือน ระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 10 ปี
ด้านธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย กำหนดวงเงินกู้เบื้องต้น 100 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุด 7 ปี และคิด
ค่าตอบแทนกำไร 8% หากเป็นข้าราชการไม่จำเป็นต้องมีผู้ค้ำประกัน ส่วนลูกจ้างต้องมีข้าราชการระดับ 3 ขึ้นไป
ค้ำประกัน ขณะเดียวกันธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ยังได้ให้ความสนใจในการให้ผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซด์เข้า
ร่วมโครงการด้วย แต่มีข้อยกเว้นว่าต้องเป็นผู้มีทะเบียนบ้านในเขต กทม.เท่านั้น>