จากกรณีที่บริษัท เรสซิเดนท์ นัมเบอร์ ไนน์ จำกัด ในฐานะผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ รายใหม่ในโครงการ "บ้านแสง
อรุณ" (บางบัวทอง) ซึ่งก่อสร้างขึ้นในช่วงก่อนวิกฤตฟองสบู่ปี 2540 โดยบริษัท สมประสงค์แลนด์ จำกัด
(มหาชน) และมีปัญหาไม่สามารถโอนบ้านให้กับลูกค้าจนถึงปัจจุบัน ได้แจ้งต่อลูกบ้านที่พักอาศัยอยู่ทุกรายให้
ย้ายออกจากโครงการ ทำให้ลูกบ้านรวมตัวกันเพื่อต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรม
โดยต้องการขอคืนเงินดาวน์พร้อม ดอกเบี้ยที่จ่ายให้กับ บมจ.สมประสงค์แลนด์ไปแล้วจำนวนหนึ่ง เนื่องจาก
ตรวจสอบพบว่ากรรมการบางรายของบริษัท เรสซิเดนท์ นัมเบอร์ ไนน์ และ บมจ.สมประสงค์แลนด์อาจมีความ
เชื่อมโยงกันในลักษณะใช้ตัวแทน (นอมินี) เข้ามาถือหุ้น อย่างไรก็ตาม บริษัท เรสซิเดนท์ นัมเบอร์ ไนน์ ได้
ปฏิเสธว่ากรรมการของบริษัทไม่มีความสัมพันธ์กันกับกลุ่มสมประสงค์แลนด์ และล่าสุดได้ส่งตัวแทนฝ่าย
กฎหมายเข้าเจรจากับลูกบ้านโครงการดังกล่าว
ลูกบ้านรายหนึ่งในโครงการบ้านแสงอรุณ บางบัวทอง กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า หลังเจรจากับตัวแทนฝ่าย
กฎหมายของบริษัท เรสซิเดนท์ นัมเบอร์ ไนน์ ข้อสรุปที่ได้รับถือว่าไม่เป็นที่น่าพอใจอย่างมาก เนื่องจากทาง
บริษัทเสนอจะจ่ายเงินชดเชยเป็นค่าย้ายออกให้กับลูกบ้านเพียงรายละ 10% ของเงินดาวน์ที่เคยชำระไปแล้ว
เท่านั้น พร้อมยื่นคำขาดว่าจะต้องย้ายออกภายใน 60 วันนับจากนี้ไป ไม่เช่นนั้นจะดำเนินการฟ้องร้อง
"สำหรับครอบครัวเราซื้อทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ขนาด 18 ตารางวา ในราคา 980,000 บาท ตอนนั้นจ่ายเงินดาวน์ไป
แล้ว 180,000 บาท แต่ตอนนี้จะมาจ่ายเงินชดเชยให้แค่ 10% หรือ 18,000 บาท และตัวแทนของ บริษัทเรสซิ
เดนท์ฯ ยังระบุด้วยว่าที่จ่ายเงินชดเชยให้ก็ถือว่าปรานีแล้ว ถามว่ากรณีนี้เป็นธรรมแล้วหรือ เพราะถ้าการซื้อขาย
โครงการบ้านแสงอรุณระหว่าง 2 บริษัทเป็นไปอย่างโปร่งใสจริง ทำไมในวันที่ 30 กันยายน 2551 เพียงวัน
เดียว จึงมีการนำนิติกรรมถึง 6 ครั้งภายในวันเดียว"
โดยเฉพาะในการทำนิติกรรมครั้งที่ 4 ที่ บมจ.สมประสงค์แลนด์ขายที่ดินจำนวน 1,156 โฉนดให้กับบริษัท
วินด์เซอร์ เฮ้าส์ จำกัด และหลังจากนั้นได้ขายที่ดินทั้งหมดให้กับบริษัท เรสซิเดนท์ นัมเบอร์ ไนน์ จากการ
ตรวจสอบพบข้อมูลว่า บริษัท วินด์เซอร์ เฮ้าส์ มีผู้ถือหุ้นเพียงรายเดียว คือนางสาว พรพรรณ สุขสมบูรณ์วงศ์ ซึ่ง
เป็นคนใกล้ชิดนายประสงค์ พานิชภักดี อดีตกรรมการ ผู้จัดการของ บมจ.สมประสงค์แลนด์
ลูกบ้านจะไม่ยินยอมย้ายออกจากจนกว่าจะได้รับเงินชดเชยที่เป็นธรรม และที่ผ่านมาได้รวมตัวกันว่าจ้าง
ทนายความซึ่งพอมีช่องทางต่อสู้คดี เนื่องจากวันที่ 8 กันยายน 2543 ศาลแพ่งธนบุรีได้มีคำพิพากษาให้ บมจ.
สมประสงค์แบนด์ชำระหนี้แก่ลูกบ้าน (99 ราย) ได้แก่เงินดาวน์ตามที่ชำระจริง พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ
15 ต่อปี ตามที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ยื่นฟ้องร้อง แต่สมประสงค์แลนด์ฯ ยังไม่ได้
คืนเงินแก่ลูกบ้าน>