ชาย งามอัจฉริยะกุล รับไม้ต่อธุรกิจ เค.ซี.พร็อพเพอร์ตี้

เพราะถูกวางตัวให้เป็นผู้รับไม้ต่อธุรกิจ นำพา "เค.ซี.พร็อพเพอร์ตี้" บริษัทพัฒนาที่ดินขนาดกลาง ซึ่งปัจจุบันเป็น บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันข้างหน้า หลายปีที่ผ่านมา "ชาย งามอัจฉริยะกุล" ทายาทคนที่ 4 ของ "อภิสิทธิ์ งามอัจฉริยะกุล" กรรมการผู้จัดการ บริษัท เค.ซี.พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เจ้า ตลาดบ้านโซนตะวันออกเฉียงเหนือ จึงเป็นเสมือนเงาตามตัวติดตาม ผู้เป็นพ่อไปเกือบทุกหนแห่ง เพื่อเรียนรู้งาน พร้อมๆ กับบ่มเพาะประสบการณ์ไปในตัว แม้ระยะเวลาเพียงแค่ไม่กี่ปี ไม่อาจจะเก็บเกี่ยวกลเม็ดเคล็ดลับในการทำธุรกิจนี้ได้ครบถ้วนทุกกระบวนการ แต่ อาศัยมี สายเลือดนักพัฒนาที่ดินเต็มตัว บวกกับมีแบ็กคอยช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง ซึ่งล้วนแต่เป็นทีมงานที่มีความ เชี่ยวชาญ และร่ำเรียนมาทางด้านวิศวกรรมโยธา จากรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำให้ไม่หนักใจ มากนัก แม้ ต้องรับภาระหนักในการนำพาองค์กรสานฝันไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ หลังได้รับแต่งตั้งให้เข้ามานั่งบริหารจัดการ เค.ซี.พร็อพเพอร์ตี้ ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบริหารเต็มตัว เพื่อแบ่งเบา ภาระของผู้เป็นพ่อที่ค่อยๆ ผ่องถ่ายงานให้ "ชาย งามอัจฉริยะกุล" บอกว่า เขารู้ดีว่าประสบการณ์ที่มีเพียงน้อยนิดที่ ได้รับจากการเข้ามาช่วยงานตั้งแต่เมื่อ 4-5 ปีก่อน คงเทียบไม่ได้กับบิ๊กบอสขององค์กรแห่งนี้ ที่ผ่านร้อนผ่าน หนาว ปลุกปั้น เค.ซี.พร็อพเพอร์ตี้ มานานหลายสิบปีจนทำให้ชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้า เขาจึงต้องพยายาม เรียนรู้และเก็บเกี่ยวทุกสิ่งทุกอย่างให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ว่าจะใช้วิธีเรียนลัด หรือค่อยๆ สั่งสม ประสบการณ์ เพราะรู้ดีว่าวงการอสังหาฯมีความไม่แน่นอนสูง อ่อนไหวต่อสถานการณ์เศรษฐกิจ การเมือง "เราโชคดีอยู่บ้างที่ทำธุรกิจด้วยความระมัดระวัง หรือค่อนข้างคอนเซอร์เวทีฟ อยู่แล้ว เพราะมองว่าวงการอสังหา ฯ มีความไม่แน่นอนสูง จึงไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเงินโลกและปัญหาด้านการเมืองที่เกิดขึ้นช่วงก่อน หน้านี้มากนัก ขณะเดียวกันก็มองว่าธุรกิจนี้มีแนวโน้ม ไม่ค่อยดีตั้งแต่ 2 ปีก่อน ทำให้ไม่ได้ ขยับขยายอะไรมาก นัก ความเสี่ยงจึงมีน้อย แต่ใครที่ขยายการลงทุนเยอะ ก็อาจจะอึดอัดบ้าง เพราะสถานการณ์ตลาดเวลานี้ กำลังซื้อ ลดน้อยลงพอสมควร" เช่นเดียวกับปีนี้ที่เขาบอกว่า ในแง่ของการลงทุน แม้จะเดินหน้าตามแผนที่วางไว้ แต่จะไม่ขยายแบบใหญ่โต ใช้ วิธีลงทุนเพิ่มในเฟสต่อเนื่องของโครงการเดิม เนื่องจากที่ดินส่วนใหญ่ที่ซื้อไว้รองรับการพัฒนา จะเป็นที่ดิน แปลงใหญ่ สามารถใช้พัฒนา ได้หลายปี ทำให้มีที่ดินในมือเหลือสำหรับพัฒนาอีกมาก อย่างไรก็ตาม ถ้าเห็นที่ดิน แปลงไหนมีศักยภาพดี ราคาไม่แพง และจังหวะเวลาเหมาะสม ก็พร้อมจะนำมาลงทุนเพิ่ม ผู้บริหารเลือดใหม่ เค.ซี.พร็อพเพอร์ตี้ บอกว่า ปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและเปิดขาย ทั้งหมด 20 โครงการ ในจำนวนนี้ 4-5 โครงการ มีบ้านเหลือขายไม่กี่ยูนิต อาทิ เค.ซี.การ์เด้นโฮม โครงการบ้าน เดี่ยว มีบ้านเหลือขาย 6 ยูนิต, บ้านเดี่ยว เค.ซี.พาร์ควิลล์ 2 เหลือขาย 5 ยูนิต ส่วน เค.ซี.สุวินทวงศ์ บ้านเดี่ยว เช่นเดียวกัน เหลือขาย 9 ยูนิต เป็นต้น สำหรับโครงการที่เปิดตัวใหม่ มีเพียงแค่โครงการ เค.ซี. สุวินทวงศ์ 2 เป็น บ้านเดี่ยวชั้นเดียว และ 2 ชั้น จำนวนทั้งหมด 295 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 501 ล้านบาท ซึ่งมีลูกค้าแวะเข้ามา เยี่ยมชมเรื่อยๆ และการตัดสินใจซื้อน้อยกว่าปีสองปีก่อน ผลพวงจากภาวะเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นที่ลดน้อยลง "โดยเฉลี่ยแล้ว ถ้าเป็นบ้านเดี่ยว แต่ละโครงการ เราจะพยายามให้มีสต๊อกประมาณ 30-50 ยูนิต/โครงการ ส่วน ทาวน์เฮาส์ประมาณ 100 ยูนิต/โครงการ ขึ้นอยู่กับภาวะตลาดในแต่ละช่วง ถ้าเห็นว่ายอดขายไปได้ดี ก็จะทำเพิ่ม เหมือนกับทำไปดูตลาดไป โดยรวมแล้วยอดขายทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ของเรายังไปได้เรื่อยๆ เพราะคู่แข่งมีไม่ มาก โครงการส่วนใหญ่เป็นเฟสต่อเนื่อง ทำให้มีความได้เปรียบ ในแง่ของต้นทุน" นั่นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เค.ซี.ฯบุกหนักตลาดบ้านในโซนกรุงเทพฯ ตะวันออกเฉียงเหนือ โดยไม่ยอมทิ้งฐานที่ มั่นจนได้ชื่อว่าเป็นเจ้าถิ่น อย่างไรก็ตาม ในทำเลอื่นๆ ก็ไม่ปฏิเสธที่จะเข้าไปขยายฐานลูกค้า แต่ขอ รอดูจังหวะ เวลา ต้องมั่นใจมากกว่านี้ "ถ้าเราไปทำตลาดในทำเลอื่น เราก็เป็น นิวคัมเมอร์ เพราะฉะนั้น ถ้าไม่มีส่วนต่างที่เห็นว่าพอสมควร เราคิดว่าอยู่ แถวนี้ดีเวลา" เช่นเดียวกัน การขยับขยายไปทำโครงการแนวสูง ประเภทคอนโดมิเนียม ที่เค.ซี.ฯ ยังไม่ผลีผลามลงทุน แม้จะ ศึกษาตลาดและเก็บข้อมูลไว้ในมือระดับหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะในช่วงที่คอนโดฯ ขายดีและเป็นซูเปอร์สตาร์เมื่อ 3- 4 ปีก่อนหน้านี้ "คิดว่าสำหรับตลาดคอนโดฯนั้น สักวันหนึ่ง เราคงเข้าไปแน่ แต่ไม่ใช่วันนี้ เพราะศึกษามานานแล้ว แต่ขอดู ทิศทางตลาดก่อน อย่างปีที่แล้ว เราซื้อที่ดินริมแม่น้ำเจ้าพระยามาแปลงหนึ่ง เดิมจะทำธุรกิจ โลจิสติกส์ โดยร่วม ทุนกับพันธมิตร บังเอิญเกิดเปลี่ยนแผน เลยหยุดเอาไว้ ที่ดินตรงนั้น ถ้าจะพัฒนาเป็นคอนโดฯก็ได้ โดยอาจจะแบ่ง การพัฒนาเป็นชุดๆ เพราะอยู่ไม่ไกลจากแนวเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอสส่วนต่อขยายอ่อนนุช-แบริ่งมากนัก แต่ที่ดิน และโครงการเราส่วนใหญ่อยู่ในแนวรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์" "ชาย" บอกว่า ภายใต้สถานการณ์อย่างเวลานี้ เขาต้องเกาะติดข้อมูลข่าวสาร เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวด้าน เศรษฐกิจ การเมือง และสถานการณ์ในตลาดบ้านอย่างใกล้ชิด เพื่อประโยชน์ในการวางแผน อย่างด้านการตลาด 2-3 ปี ที่ผ่านมาสื่ออินเทอร์เนตเข้ามามีบทบาทเพิ่มมากขึ้น ทำให้แบรนด์ดังๆ ที่ได้เปรียบอยู่แล้วมีความได้เปรียบ มากขึ้นอีก ซึ่งเค.ซี.ฯเองก็ให้ความสำคัญกับสื่อประเภทนี้ ด้วยการปรับปรุงเว็บไซต์และอัพเดตข้อมูลเพื่อให้ดึงดูด ลูกค้ามากขึ้น ขณะเดียวกันก็งัด ลูกเล่นด้านการตลาดมาใช้ควบคู่กันไปด้วย แต่จะไม่ลดราคาบ้าน ใช้วิธีแจกแถม มากกว่า ถามถึงยอดขาย ยอดรับรู้รายได้ 5 เดือนแรกที่ผ่านมา มียอดขายรวม 700-750 ล้านบาท จากเป้าทั้งปี 1,500- 1,600 ล้านบาท เทียบกับปี 2551 มียอดขาย 1,600 ล้านบาท ยอดรับรู้รายได้ 1,100 ล้านบาท แต่ถ้าเศรษฐกิจฟื้น กำลังซื้อฟื้น โอกาสที่ตัวเลขจะขยับสูงขึ้น ก็มีความเป็นไปได้>

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง