อมารี เอ็ซเทท ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์น้องใหม่ของตระกูล "จรณะจิตต์" ทุนจดทะเบียน 400 ล้านบาทได้ฤกษ์
เปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยมี "ท็อป" ยุทธชัย จรณะจิตต์ ทายาทรุ่นที่ 3 วัย 31 ปีรั้งเก้าอี้ผู้บริหารเบอร์หนึ่ง
"คุณท็อป" เป็นบุตรชายคนโตของ "นิจพร (กรรณสูต) จรณะจิตต์" ช่วงที่ ผ่านมาความเป็น "กรรณสูต" ของคุณ
แม่นิจพรทำให้ภาพลักษณ์ถูกกลืนว่า "อมารี" ก็เป็นพอร์ตของกลุ่มอิตาเลียนไทยของตระกูล "กรรณสูต" ดังนั้น
วันนี้ตระกูลจรณะจิตต์จึงต้องการจัดทำจุดโฟกัส ให้รู้กันชัด ๆ ไปเลยว่า พอร์ตไผเป็นของไผ
ก่อนหน้านี้ "จรณะจิตต์" เป็นผู้บริหารโรงแรม 3 แบรนด์ คือ "โอเรียนเต็ล-ริเวอร์ซิตี้-อมารี" พอร์ตลงทุนจะทำ
ผ่าน "บริษัทอมารี" และ "บริษัท อมารีโฮเต็ลแอนด์รีสอร์ท" รับบริหารโรงแรมภายใต้ แบรนด์ "อมารี" 17 แห่ง
ล่าสุดคือการแตกตัวของ "อมารี เอ็ซเทท" มีต้นทางมาจาก "ศักดิ์สินประสิทธิ์" บริษัทโฮลดิ้งของตระกูล จรณะ
จิตต์ซึ่งถือหุ้น 100% เต็ม แยกตัวออกมาต่างหากจากกลุ่มอิตาเลียนไทย มูลค่าทรัพย์สินในพอร์ตประเมินราคา
ตลาดจะได้ตัวเลขกลม ๆ ประมาณหมื่นล้านบาท
เมื่อแตกบริษัทลูก คือ "อมารี เอ็ซเทท" ประเดิมลงทุนอสังหาริมทรัพย์ 2 โปรเจ็กต์ คือ "อมารี เรสซิเดนซ์ หัวหิน"
มูลค่าโครงการกว่า 2,000 ล้านบาท และโปรเจ็กต์โรงแรมขนาด 150 ห้อง ในกรุงเทพฯ ทำเลซอยศูนย์วิจัย
มูลค่าลงทุน 750 ล้านบาท
โปรเจ็กต์แจ้งเกิด "คุณท็อป" คือ อมารี เรสซิเดนซ์ หัวหิน บนที่ดิน 19 ไร่ ซื้อมาเมื่อ 3 ปีก่อน ห่างทะเล 200
เมตร ดังนั้นจึงต้องเติมเต็มบรรยากาศตากอากาศให้อย่างเต็มที่ในโครงการ รูปแบบมิกซ์ยูส คือมีทั้งคอนโดฯและ
โรงแรม คอนโดฯนำเสนอห้องชุด 1-3 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 41-150 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 3-17
ล้านบาท/ยูนิต ประมาณ 230 ยูนิต
มิกซ์ยูสของโครงการอีกส่วน คือ โรงแรมระดับ 4 ดาว จำนวน 2 อาคาร ในอนาคต "เจ้าของร่วม" ในโครงการ
คอนโดฯจะได้รับสิทธิประโยชน์บริการในรูปแบบ "โฮเทลเซอร์วิสคอนโดมิเนียม" ไม่ว่าจะเป็นรูมเซอร์วิส
แม่บ้าน รถรับ-ส่ง ฯลฯ การันตีคุณภาพการบริการโดยประสบการณ์บริหารโรงแรม 30 ปี
ถึงแม้ "อมารี เอ็ซเทท" จะเป็นบริษัทอสังหาฯน้องใหม่ในวงการ แต่ก็เป็นกลุ่มธุรกิจที่มี "แต้มต่อ" เพราะแบ็กอัพ
แข็งปึ้กยี่ห้อ "อิตาเลียนไทย" หนุนหลังอยู่ คำถาม คือ สไตล์การลงทุนจะมาไม้ไหน
"โรดแมปการลงทุนของเรานะครับ สิ่งที่จะไม่ทำ คือ โครงการแนวราบ ประเภทบ้านเดี่ยว วิลล่า กับสิ่งที่เป็น
เป้าหมายการลงทุน คือ โครงการตึกสูง ถ้าคอนโดฯ ก็เป็นโลว์ไรส์ ถ้าโรงแรมก็จะพัฒนาระดับ 3 ดาวเป็นหลัก"
สิ้นปี 2552 รายได้จากกลุ่มรับบริหารโรงแรมจะตกประมาณ 2,500 ล้านบาท ภายหลังจากจัดระเบียบพอร์ตการ
ลงทุน"ซีอีโอท็อป" ประกาศตัวเลขในใจดัง ๆ ว่า 9 ปีข้างหน้ารายได้จากการบริหารโรงแรมจะต้องเติบโตแบบ
ก้าวกระโดดแตะ 12,500 ล้านบาท
โดยมี "อมารี เอ็ซเทท" เป็นกองหนุนสำคัญในการลงทุนพร็อพเพอร์ตี้ในเมืองไทย ภายใต้จุดแข็ง "อมารีเอ็ซเทท"
ลงทุน "อิตาเลียนไทย" สร้าง (รับเหมา) ให้คอสต์คอนโทรลประหยัดได้เบาะ ๆ 20% จากราคาตลาด>