โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่
ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด เปิดเผยถึงสภาพตลาดอสังหา- ริมทรัพย์ในมาเลเซียว่า มาเลเซียมีโครงการ
Malaysia, Your Second Home (MM 2H Progr a m) เพื่อจูงใจให้ต่างชาติมาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มาเลเซียโดย
ในประเทศมาเลเซียอนุญาตให้ต่างชาติซื้อบ้านแบบสิทธิขาด (Freehold) ได้ในราคาเกินกว่า 2.5 ล้านบาทขึ้นไป
(ยกเว้นที่ซาราวัก ต้อง 3.5 ล้านบาทขึ้นไป) และได้สิทธิวีซ่าเข้าเมืองอย่างถูกต้อง
นอกจากนี้ยังสามารถเช่าที่ดินในระยะเวลา 60-99 ปีได้อีกด้วย ทั้งนี้ไม่จำกัดจำนวนหลังสำหรับชาวต่างชาติ โดย
ซื้อได้ในพื้นที่ที่ไม่ใช่ที่ดินที่สงวนเฉพาะคนเชื้อสายมาเลย์ ซึ่งคงมีส่วนที่สงวนไว้มากมายทั่วประเทศ
นอกจากนั้นยังจะซื้อที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมไม่ได้ ยกเว้นเพื่อการพาณิชย์และมีขนาด 12.64 ไร่ขึ้นไป
ยิ่งกว่านั้นการซื้อนี้เป็นการนำเงินเข้ามาซื้อเพื่อเข้ามาอยู่อาศัย มีแผนที่จะย้ายเข้ามาอยู่ในมาเลเซียจริง ไม่ใช่ให้ซื้อ
เก็งกำไร
ชาวต่างชาติมีโอกาสกู้เงินซื้ออสังหาริมทรัพย์ในมาเลเซีย หากเป็นคนทำงานในมาเลเซีย โดยกู้ได้ประมาณ 60-
80% ของมูลค่าเท่านั้น แต่ถ้าเป็นคนมาเลเซียสามารถกู้ได้ 90% ยิ่งถ้าเป็นคนเชื้อสายมาเลย์ (ไม่ใช่จีนหรืออินเดีย)
ยังสามารถซื้อบ้านในราคาลดกว่าปรกติอีกด้วย เพราะที่มาเลเซียเขาถือคล้ายกับว่าเป็นแผ่นดินคนเชื้อชาติมาเลย์
ส่วนคนอื่นเป็นผู้มาอาศัย
อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลมาเลเซียจะพยายามกระตุ้นให้ต่างชาติซื้อที่อยู่อาศัยและย้ายมาอยู่ในมาเลเซีย แต่ใน
ปัจจุบันรัฐบาลมาเลเซียพยายามลดทอนการเก็งกำไรด้วยการให้ผู้ซื้อบ้านหลังที่สองกู้ได้ในสัดส่วนที่น้อยลง จาก
90% เหลือราว 70-80% ของมูลค่าบ้าน และมีการเก็บอากรแสตมป์พิเศษ คล้ายภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับผู้ที่ซื้อขาย
บ้านภายในกำหนดเวลา 3 ปี
ในรายละเอียดของชาวต่างชาติที่สนใจจะเข้าร่วมโครงการ MM2H Program ต้องมีอายุ 50 ปีขึ้นไป แต่สำหรับผู้ที่
มี่อายุต่ำกว่านี้ ต้องมีเงินฝากในมาเลเซียอย่างน้อย 3 ล้านบาท และภายใน 1 ปี ผู้เข้าร่วมสามารถถอนเงินได้ 1.5
ล้านบาทเพื่อการใช้จ่ายแต่อย่างน้อยต้องมีเงินเหลือติดบัญชี 1.5 ล้านบาท และสำหรับผู้ที่มีอายู 50 ปีขึ้นไป อาจ
สามารถมีเงินฝากได้ 1.5 ล้านบาทในบัญชี หรือมีใบรับรองว่ามีเงินบำนาญเดือนละไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท
จากข้อมูลของทางราชการมาเลเซีย มีผู้เข้าร่วมโครงการแล้ว 20,000 คน แต่ไม่ปรากฏว่ามีมูลค่าทรัพย์สินในการ
ซื้อขายเท่าไหร่ หากประมาณการจำนวนคนซื้อที่ 60% หรือ 12,000 คน และซื้อบ้านหรือห้องชุดคนละ 1 หน่วย ๆ
ละประมาณ 3 ล้านบาท (ไม่ต่ำกว่า 2.5 ล้านบาท) ก็เป็นเงินเพียง 36,000 ล้านบาทเท่านั้น หากพิจารณาจากการ
รณรงค์ให้ชาวต่างชาติมาซื้อบ้านในมาเลเซียกันอย่างยาวนาน แต่ได้เม็ดเงินและจำนวนคนเท่านี้ ก็นับว่าโครงการ
นี้ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่คงประสบความสำเร็จในการกระตุ้นยอดขายของ
โครงการอสังหาริมทรัพย์บางแห่งเป็นสำคัญ